Lens (KiHae)

ตอนที่ 2 : The 1st Lens บิมบิบับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.พ. 56



The 1st Lens บิมบิบับ












 

You’re coming slowly slowly..







 

                                หลังจากวันที่หยางหมินพาไปในตัวเมือง ผมก็แทบจะไม่ได้พบหยางหมินเลย เพราะเป็นช่วงที่ผมเริ่มเตรียมเปิดร้านถ่ายภาพ หลังจากรออุปกรณ์ที่ส่งมาเสียหลายวัน วันนี้ของทั้งหมดมาถึงแล้ว ผมคิดว่าตกแต่งอีกเพียงเล็กน้อยก็น่าจะใช้ได้ ระหว่างนี้คงรับฟรีแลนซ์ไปด้วยเพราะลูกค้าคงยังไม่มาก
 

                                วันนี้ผมตื่นตอนที่พระจันทร์และดวงอาทิตย์ทำงานพร้อมๆกัน พร้อมๆกับฝูงนกที่บินออกจากรัง ท้องฟ้าวันนี้เป็นสีฟ้าครามราวกับสีของทะเล ฟ้าโปร่งและดูเหมือนจะไม่ค่อยมีแดด ลมเย็นๆที่ยังพัดเหมือนเคย ผมออกมารดน้ำให้กับเจ้าดอกเดซี่ที่เพิ่งซื้อมา
 

                                มันถูกจัดให้อยู่ในกระถางเล็กๆที่อยู่บนโต๊ะไม้สีขาว มีเก้าอี้ไม้สีขาวอีกสองตัวเข้าชุดกัน วันนี้จะมีคนมาทำรั้วที่เป็นระแนงไม้ให้ ผมอยากได้รั้วที่เป็นระแนงไม้เพราะพื้นที่ข้างหน้าเหลืออยู่เยอะทีเดียว ช่างเป็นร้านถ่ายภาพที่บรรยากาศดูเหมือนร้านกาแฟเสียจริงๆ
 

                                ผมกลับไปสนใจเจ้าดอกเดซี่อีกครั้ง มันมีดอกสีขาวโผล่มาอยู่ดอกเดียวตั้งแต่วันที่ซื้อมา ถ้ามันมีตา มันคงกำลังจ้องตากับผมอยู่ ผมยิ้มน้อยๆราวกับจะทักทายสิ่งที่อยู่ในกระถาง และผมก็เริ่มคิดต่อไปอีกว่า ถ้ามันมีปากมันอาจจะกำลังเอ่ยทักทายผมอยู่ก็เป็นได้
 

                                ก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับสั่นอยู่บนเคาท์เตอร์ในร้าน ไม่ใช่สายเรียกเข้า แต่เป็นบันทึกที่แจ้งเตือน วันนี้ผมวางแผนจะทำอาหารเกาหลีไปให้หยางหมิน ผมอยากจะสนิทกับเพื่อนคนนี้ และผมมั่นใจว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่างแน่นอน


 

                               





 

                                ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว บิมบิบับหนึ่งปิ่นโตใหญ่ๆออกมาได้งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ ผมใช้เวลาการทำสิ่งนี้ราวๆสองชั่วโมง จนตอนนี้เวลาเข็มสั้นก็เดินมาถึงเลขแปด ส่วนเจ้าเข็มยาวนั้นเลยเลขห้ามาเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง นี่เป็นเป็นเวลาช่วงที่เพื่อนคนจีนของผมเปิดร้านพอดี เมื่อมองนาฬิกาแล้ว ผมก็รีบเดินไปที่ร้านข้างๆทันทีโดยที่ไม่ลืมถือกล้องตัวโปรดอีกตัวไปด้วย และเมื่อเจอคนที่ตั้งใจจะมาหาก็ส่งยิ้มกว้างพร้อมโบกมือ
 

                                “อ้าว เป็นไงบ้างตงไห่ มาแต่เช้าเชียว” หยางหมินที่กำลังสาละวนกับการเช็ดโต๊ะกาแฟเอ่ยขึ้น
 

                                “วันนี้ฉันทำบิมบิบับมาฝากด้วยล่ะ แล้วก็กะว่าจะมาอยู่ร้านนายทั้งวันเลย” คนที่ว่าจะมาอยู่ร้านของหยางหมินทั้งวันยิ้มพร้อมกับชูกล้องที่ห้อยอยู่คอขึ้น
 

                                “ขออนุญาตถ่ายภาพนะครับ”
 

                                “ตามสบายเลย อ้อ ทงเฮ วันนี้น้องที่มาจากเกาหลีจะมาร้านฉันทั้งสองคนเลย พอดีเลยเนอะ เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้รู้จัก” ผมนึกถึงวันที่เขาไปเดินซื้อของกับหยางหมิน วันนั้นเพื่อนคนนี้บอกว่ามีคนเกาหลีสองคนมาเรียนที่นี่ แต่เป็นเพราะยุ่งๆจึงทำให้ผมลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
 

                                “เอ่อ.. หมิน จะว่าอะไรไหม ถ้าฉันจะของแบ่งบิมบิบับสักชั้นให้สองคนนั้นทานน่ะ” ผมพูดตะกุกตะกักนิดหน่อย เพราะไม่มั่นใจว่าประโยคที่เรียบเรียงไปนั้นถูกต้องหรือไหม
 

                                “ฉันจะว่าอะไรได้ล่ะ ดีซะอีกที่นายจะได้รู้จักคนประเทศเดียวกัน ที่สำคัญปิ่นโตนายสี่ชั้น ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก นายควรจะแบ่งให้สองคนนั้นคนละชั้นด้วยซ้ำ”










 

                               

                                หลังจากที่เอาบิมบิบับให้หยางหมินไปเก็บที่ครัวแล้ว ผมก็เดินทั่วร้านพร้อมกับถ่ายรูปแบบมาโคร ตั้งแต่แก้วกาแฟยันกระถางต้นไม้ ร้านของหยางหมินให้ความรู้สึกสงบ วอลเปเปอร์สีปูน พื้นไม้ปาร์เกต์ กระถางต้นไม้เล็กๆถูกวางไว้มุมต่างๆของร้าน ภาพวาดถูกติดทั่วร้านแทนที่จะรกแต่กลับดูพอเหมาะพอดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไฟในร้านเป็นสีเหลืองนวลสลัวๆ
 

                                ทุกอย่างดูเข้ากับเคาท์เตอร์บาร์ โต๊ะกาแฟถูกแยกเป็นสัดส่วนดูเป็นส่วนตัวดี เพราะพื้นที่ในร้านมีมากเลยทำให้ทุกอย่างดูเหมาะเจาะ ผมเลือกที่จะนั่งโต๊ะด้านในสุด
 

                                ที่ผนังแขวนภาพหน้าผายามกลางคืนที่มีทะเลซัดสาดอยู่ข้างล่าง มองแล้วรู้สึกเหงาแต่สงบ เยือกเย็น มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกเป็นคำพูดได้ไม่หมด
 

                                นับว่าจิตรกรที่วาดภาพเก่งมากที่วาดภาพออกมาได้เหมือนจริงและมีความรู้สึกอยู่ในภาพขนาดนี้ น่าเสียดาย ที่ภาพนี้ถูกจัดให้อยู่มุมในสุดของร้านทำให้ลูกค้าที่เข้ามาไม่มีโอกาสได้เห็นภาพที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นนี้ แต่เมื่อคิดดูดีๆแล้ว ที่ภาพนี้อยู่ในด้านในสุดอาจจะเพราะภาพแบบนี้ไม่ควรจะแขวนอยู่ในร้านกาแฟก็เป็นได้..

 







 

 

                                ผมนั่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จากร้านที่ว่างเปล่าเหมือนสระน้ำโล่งๆ ตอนนี้สระน้ำกลับเต็มไปด้วยปลาเล็กๆแหวกว่ายไปมา ลูกค้าคนแล้วคนเล่าที่เข้ามาและออกไป มีบ้างประปรายที่หอบแล็บท็อปมานั่งทำงานทำการบ้านด้วย โต๊ะติดกระจกหน้าร้านถูกจับจองด้วยกลุ่มของนักศึกษาสาวที่นั่งมาได้สักพักแล้ว พวกเธอคุยกันเบาๆด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม หนึ่งในนั้นมีอยู่คนหนึ่งที่ดูเด็กและรอยยิ้มสดใสจับตาคนมองเหลือเกิน
 

                                ในขณะที่ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย โทรศัพท์ที่ปิดเสียงไว้ก็สั่นขึ้น มันเป็นเบอร์ที่เขาไม่คุ้นเคย ก่อนที่ปลายสายจะตัดไป ผมกดปุ่มรับมัน
 

                                “สวัสดีครับ ทงเฮพูดครับ”

                               

 








 

 

                                หลังจากวางสายเมื่อครู่ ได้ความว่า มีลูกค้าติดต่อให้ผมไปถ่ายภาพงานแต่งงาน ซึ่งทางนั้นจะเรียกไปคุยรายละเอียดตอนนี้เลย แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธ ตอนนี้ต้องรีบหาลูกค้าให้เป็นที่รู้จัก ดังนั้นผมจึงต้องไปบอกหยางหมินว่าวันนี้คงจะอยู่ต่อไม่ได้แล้ว เขาเองก็เพียงพยักหน้ายิ้ม และพูดว่า
 

                                “ไม่เป็นไร ไปเถอะ ช่วงนี้นายต้องรีบรับงานก่อนนี่นา” ระหว่างที่ผมโบกมือและเดินออกจากร้านของหยางหมิน ผมไม่ทันได้สังเกตเลยว่าผมได้เดินสวนกับผู้ชายสองคนที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนชาติเดียวกัน

 

 















 

                                “สวัสดีครับหยางหมิน” ชายคนที่สูงกว่าเอ่ย
 

                                “อ้าว มาสักที แต่ช้าไปนิดนะคยูฮยอน คิบอม ตงไห่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้นี้เอง”


















LIFE-B


มาแล้วค่ะ อีกตอน มาอย่างทุลักทุเล : )
เบื่อกันไหมคะ คือมันเป็นฟิคเรียบๆไง
เป็นพวกหลงไหลในความเรียบ
โรคจิต?? 55555555
โหย คือเพื่อนอ่านกี่คนก็บ่น
ทำไมมันเรียบจัง อ่านละจะหลับ


แก้คำผิดแล้วก่อนเอาลง ไม่รู้ว่าหมดไหม
เราเป็นพวกมึนๆเบลอๆ ซังเท 555555

ปล.อยากให้นักเดินทาง(ขอเรียกแบบนี้ละกัน เห็นคุณ gonjung บอกว่าทงเฮเหมือนนักเดินทาง)
ลองเปิดเพลงดูระหว่างอ่าน ลองแล้วให้คนละความรู้สึกเลย
แล้วก็ขอขอบคุณนักเดินทางทุกคนจริงๆที่(หลง)เข้ามาอ่าน lens
: )






suju&elf 4ever












 
THE FARRY's House
THE★ FARRY





 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #9 gonjung (@gonjung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:30
    นี่พรหมยังไม่ได้ลิขิตให้เจอกันใช่มะถึงได้คลาดกันไปแบบนี้อ่ะ
    แต่ถ้าเป็นคู่กันไงก็ต้องได้เจอกันแน่นอน
    พอเปิดเพลงฟังไปด้วย อ่านไปด้วย อยากบอกว่านึกถึงบรรยากาศชิลๆแถวเชียงใหม่อ่ะ555555
    #9
    0
  2. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:31
    โธ่วววววว ตงไห่รีบไปไหน คยูกับบอมมาช้า ชิชิชิชิชิชิ
    #8
    0
  3. #7 Nano_Funny (@jaeahsong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:46
    โธ่ คลาดกันนิดเดียวเองอ่า 
    แต่รู้แล้วล่ะว่าคนเกาหลีที่ว่าคือ คยูกับบอมนี่เอง 
    #7
    0