เปลี่ยนหัวใจ เราใก้รักกัน - นิยาย เปลี่ยนหัวใจ เราใก้รักกัน : Dek-D.com - Writer
×

เปลี่ยนหัวใจ เราใก้รักกัน

เมื่อคุณหนู ผู้มีความดื้อรั้นอยู่ในตัวต้องมาเจอกับคู่ปรบที่ไม่ยอมใครเช่นกัน เรื่อง ราวจะป็นยังไงต่อไป

ยอดวิวรวม

115

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


115

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนตอน : 1 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  11 ก.ค. 51 / 22:08 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

กริ่ง กริ่ง กริ่ง ขณะนี้เวลา 6 นาฬิกา ตื่นเถิดชาวไทยอย่ามัวหลับใหลลุ่มหลง กริ่ง กริ่ง กริ่ง

ฟิ้ว ตุบ เคร้งงงง!!!~

คนจะหลับจะนอนร้องปลุกอยู่ได้ น่ารำคาญจริง O.O!

ก๊อกๆๆๆ

คุณหนูค่ะ ตื่นหรือยังค่ะป้าเข้าไปได้หรือยังค่ะ

นึกว่าใครมาเคาะประตูที่แท้ก็ป้าสมรคนเตรียมน้ำให้ฉันอาบนี่เอง เคาะซะแรงเชียวกะจะให้ได้ยินทั้งบ้านเลยหรือไงนะ

เข้ามา! ฉันตะโกนออกไปทั้งที่ตายังหลับอยู่ OoO

คุณหนูค่ะ! อีกแล้วเหรอค่ะนี่มันเรือนที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ป้าเปลี่ยนนาฬิกาปลุกให้คุณหนูไม่รู้กี่เรือนต่อกี่เรือนคุณหนูก็ขว้างแตกหมด อย่างงี้ก็เปลือกตังค์ซื้อแย่สิค่ะคุณหนู! -_-

โอ๊ย! รำคาญจริงโว้ยบ่นอยู่ได้น่าเบื่อจริงๆ ทีหลังก็หัดเลือกซื้อรุ่นที่มันทนตีนทนมือหน่อยสิจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย! หึ แก่แล้วยังโง่อีกนี่เห็นว่าอยู่กันมานานนะไม่งั้นจะไล่ออกให้ไปเลี้ยงควายที่บ้านซะเลยบังอาจนัก กรอดด

รีบๆไปเตรียมน้ำซะไปเดี๋ยวฉันก็ไปโรงเรียนสายหรอก! ฉันน่าจะรับข้อเสนอของพ่อที่จะให้ฉันเรียนอยู่ที่บ้านโดยมีคุณครูมาสอน ฉันไม่น่าเลือกเรียนที่โรงเรียนเลย น่าเบื่อชะมัดต้องตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน แถมฉันยังไม่มีเพื่อนเลยซักคนแบบนี้มันน่าเบื่อไหมล่ะ

คุณหนูค่ะน้ำที่เตรียมได้แล้วค่ะ

ขอบใจ จะไปไหนก็ไปไป เฮ้อ~ ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่จะทำอะไรอยู่นะ จะรู้บ้างหรือเปล่าว่าลูกสาวแสนสวยคนนี้เหงาจะแย่อยู่แล้ว ถึงฉันจะรออวยรวยสออวยสวยมีเพียบพร้อมซะทุกอย่างแต่ฉันก็รู้สึกว่าในชีวิตนี้ฉันขาดอยู่สิ่งหนึ่งนั่นก็คือ ความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่ของฉัน ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกเค้าจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้ฉันเสียที >_<

หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วฉันก็ลงมาทานอาหารเช้าที่แม่บ้านเตรียมไว้

ป้า! อะไรเนี่ยป้าเอาอะไรมาให้หนูกินเนี่ย! ฉันตะโกนเรียกป้าสมรมาดูผลงานที่อยู่ต่อหน้าฉันอย่างอารมณ์เสีย ป้าทำอะไรให้หนูกิน! ฉันถามป้าอย่างอารมณ์เสียอีกครั้ง

ก็ เค๊กช็อกโกแลตกับนมร้อนๆของโปรดคุณหนูไงค่ะ ป้าสมรตอบฉันอย่างหวาดๆ

นี่ ฉันขอถามอะไรหน่อยนะ ถ้าป้าต้องกินอาหารแบบเดิมๆทุกเช้าเนี่ย ป้าจะรู้สึกยังไง หา!

ก็ ก็เบื่อ อะค่ะ ป้าสมรตอบพลางก้มน้ามองเท้าตัวเอง สงสัยจะมองหาเล็บขบ

ใช่ เบื่อและตอนนี้ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าป้าไม่ยกมันออกไปภายใน 1 นาทีฉันหักคอป้าตายแน่!  ฉันพูดพร้อมกับจ้องป้าสมรยังกะจะฆ่าให้ตายตรงหน้า

แล้วคุณหนูจะกินอะไรล่ะค่ะ ป้าจะได้ทำให้ใหม่

ไม่กงไม่กินมันแล้ว ฉันจะไปโรงเรียน

แต่ว่าไม่ทานอาหารจะทำให้เป็นโรคกระเพาะนะค่ะคุณหนู

ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่าไม่กินอาหารเช้าแค่มื้อเดียวมันจะทำให้เป็นโรคกระเพาะตาย ฉันพูดพลางเดินออกมานอกบ้าน เพื่อรอลุงเชื่อมเอารถมารับ แล้วลุงเชื่อมก็ลงมาเปิดประตูรถด้านหลังให้ฉัน

ลุงวันนี้ฉันขอขับเองนะ ลุงไปนั่งสบายตูดอยู่ข้างหลังไป ฉันพูดพร้อมกับเดินอ้อมมาด้านคนขับ

แต่ว่าคุณหนูพึ่งจะหัดขับได้ไม่กี่สัปดาห์เองนะครับ ลุงเชื่อมพูดพร้อมกับทำสีหน้าวิตก

ฉันบอกให้ลุงไปนั่งอยู่ข้างหลัง นี่คือคำสั่ง! สิ้นเสียงคำสั่งประกาศิตของฉันลุงเชื่อมก็หอบหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามานั่งในรถ

คุณหนูครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาผมไม่ผิดนะครับ ลุงเชื่อมเอ่ยปากพูดออกมาหลังจากที่นั่งอมขี้ฟันอยู่ตั้งนานสองนาน หนอย กลัวว่าฉันจะยกความผิดให้หรือไง คนอย่างฉันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนหรอกถ้าไม่จำเป็น

เออน่า ฉันไม่โทษลุงหรอกถ้ามันเกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างเก่งก็ไล่ออกเท่านั้นเอง ฉันพูดแล้วก็ทำหน้าตาเฉยชาไร้ความรู้สึกหรือสะทกสะท้านใดๆกับสีหน้าของลุงเชื่อมที่ทำหน้าพะอือพะอมเหมือนคนไม่ได้อึมาหลายวัน

โธ่ คุณหนูครับ O.O!

ฉันพูดเล่นน่า จริงจังไปได้ นอกจากพ่อแม่แล้วก็มีลุงเชื่อมนี่แหละที่ฉันพูดคุยหยอกล้อด้วยอย่างเป็นมิตรเพราะลุงเชื่อมเป็นคนขับรถของครอบครัวฉันมาตั้งนานหลายปีแล้ว เมื่อฉันจำความได้ฉันก็เห็นลุงเชื่อมทำงานอยู่กับพ่อแล้วฉันจึงเคารพลุงเชื่อมเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

คุณหนูขับรถดีขึ้นเยอะเลยนะครับ เรียนรู้เร็วดีจังเลย

อ่ะ ฉันเก่ง Õ.Ö ฉันพูดพร้อมกับหันมายิ้มให้ลุงเชื่อมอย่างอารมณ์ดี โดยลืมนึกไปว่าตอนนี้ฉันกำลังขับรถอยู่!

คุณหนูครับระวังครับ!!

กรี๊ดดดดด!!!

โครม!!!~ เคร้ง!!! ~

ด้วยความที่ขับรถยังไม่ค่อยชำนาญ รถคู่ชีพของฉันจึงเซเข้าข้างถนน เป็นเหตุทำให้ฉันเฉี่ยวใครคนหนึ่งที่เดินอยู่ข้างถนน ดีนะที่อยู่ในเขตนอกเมืองรถไม่ค่อยเยอะไม่งั้นล่ะก็ ฉันคงได้ไปนอนร้องไห้ในห้องเย็นๆแน่ๆ แต่ว่าคนที่ฉันขับเฉี่ยวจะเป็นยังไงบ้างนะ O.O!

ขอโทษนะ นายเป็นยังไงบ้าง ฉันเข้าไปถามคนที่ฉันขับรถชนทันทีหลังจากที่ลงรถมาจากรถเรียบร้อยแล้ว

ก็เจ็บน่ะสิ ถามได้!!!... ผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนโดยมีลุงเชื่อมเป็นคนพยุง

ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ...

ขอโทษแล้วมันหายไหม!! ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็ก้มลงไปหยิบกระถางดอกไม้ขึ้นมา

ขอโทษ แล้วเธอทำให้กระถางดอกไม้ฉันกลับคืนสภาพเดิมได้ไหม!!... ผู้ชายคนนั้นจ้องฉันตาเขม็ง

แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ!!!...นายจะเอายังไงกันแน่!!! เอาล่ะฉันเริ่มจะโมโหแล้วนะ

ทำให้กระถางของฉันกลับเป็นเหมือนเดิมได้ไหมล่ะ!!...

นายจะบ้าเหรอ กระถางของนายมันแตกละเอียดขนาดนั้นแล้วจะกลับเป็นเหมือนเดิมได้ยังไงล่ะ!!!

หึ ไม่รู้ล่ะ เธอต้องทำให้กระถางของฉันคืนสภาพเดิมให้ได้!!...

นี่นาย พูดไม่รู้เรื่องหรือไงนะ!!!... งั้นกระถางของนายราคาเท่าไหร่ เอาเงินไป แล้วไปซื้อเอาเอง...

ไม่!!!...ฉันอยากได้กระถางใบนี้เท่านั้น

ก็ได้!! อยากได้ใบนี้ใช่ไหม งั้นสัปดาห์หน้านายมารอเอากระถางใบนี้ที่นี่ ตอนเช้าฉันจะให้คนเอามาให้ ตกลงไหม!!...

ไม่ ฉันอยากได้พรุ่งนี้เช้า หวังว่าเธอคงทำได้

ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็เดินหนีไปทันที กระเป๋าที่เค้าถือบ่งบอกว่าเรียนอยู่ที่เดียวกันกับฉัน แต่ทำไมหน้าตาถึงไม่คุ้นเลยล่ะ ไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ช่างเหอะ จะเป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่า ฉันจะทำยังไงกระถางถึงจะกลับคืนสภาพเดิมได้

คุณหนูครับ ผมว่ารีบไปโรงเรียนเถอะครับสายแล้ว เรื่องกระถางดอกไม้ เดี๋ยวผมจะจัดการให้

แล้วลุงเชื่อมก็พูดขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของฉันที่กำลังวุ่นวายอยู่ ให้ยุติลง

แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังเดินไปยังห้องเรียนที่แสนจะน่าเบื่อ เมื่อฉันเดินเข้ามาในห้องแล้วฉันก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของฉัน

นี่เธอเป็นใครเนี่ยมานั่งที่เก้าอี้ฉันได้ยังไงหา!!?... ฉันจำได้ว่าฉันฉี่ใส่ไว้แล้วนี่น่าบังอาจนักมาทับรอยฉันอย่างงี้มันต้องด่าซะให้เข็ด

ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง!! แล้วเธอผู้หญิงคนที่นั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของฉันก็หันมาสบตากับฉันพร้อมกับเอ่ยคำพูดอะไรบ้างอย่างออกมาซึ่งฉันได้ยินไม่ค่อยถนัด

นี่! พูดให้มันดังๆกว่านี่หน่อยได้ไหมฉันไม่ได้ยิน!! ฉันตวาดออกไปเสียงดังแล้วคนในห้องก็เริ่มหันมามองฉันที่ยืนค้ำหัวเธอผู้หญิงคนนั้นอยู่เหมือนเสือที่กำลังจะขย้ำหนูน้อยยังไงยังงั้น แล้วเธอผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มตาแดงก่ำ พร้อมกับมีหยดน้ำใสๆไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

เฮ้ย เธอร้องไห้ทำไมเนี่ยฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ อะไรเนี่ยฉันยังไม่ได้ทำอะไรเค้าซักนิดอยู่ดีๆก็ร้องไห้ออกมา แม่คุณเอ๊ยอะไรจะขวัญอ่อนขนาดนั้น ทำยังไงดีล่ะทีนี้

หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกไม่ได้ยินหรือไง!!! เอาล่ะฉันเริ่มจะโมโหแล้วนะ

ปัง!!!~

หลังจากที่คิดอยู่ซักพักว่าจะทำยังไงฉันก็ตัดสินใจทุบโต๊ะเผื่อว่าเธอผู้หญิงคนนั้นจะตกใจแล้วหยุดร้อง แต่ที่ไหนได้เธอกับร้องแรงกว่าเดิมอีก ซวยแล้วยัยพลอยเอ๊ย

นี่เธอหยุดร้องซักทีได้ไหม!! ถ้าเธอไม่หยุดฉันหักคอเธอแน่!! สิ้นเสียงลั่นวาจาของฉันเธอผู้หญิงคนนั้นก็หยุดร้องไห้แต่ยังมีเสียงสะอื้นเบาๆเล็ดลอดออกมาจากลำคอเรียวงาม

ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ฉันพูดพร้อมกับจ้องหน้าของเธออย่างไม่ลดละ

ฉะ ฉะฉันฮึกๆๆพึ่งจะฮึกๆๆย้ายมาค่ะฮึกๆๆ

เธอพูดอะไร! ไหนพูดอีกทีซิ ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันถามผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

ที่แท้ก็พวกชอบใช้กำลัง...

เสียงของบุคคลที่สามดังแว่วมาจากด้านหลังฉัน

แล้วมาเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบ!!... ฉันหันไปว่าคนที่สาระแนเข้ามายุ่งเรื่องของฉันโดยไม่ได้รับเชิญ แต่บุคคลที่ยืนพิงประตูด้านหลังอยู่ก็คือ ผู้ชายคนที่ฉันขับรถเฉี่ยวเมื่อตะกี้นี่เอง

นาย!!...

ริน ไปนั่งที่อื่นเถอะ ถ้าเค้าไม่เต็มใจให้นั่ง ก็อย่าไปนั่งเลย...

ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็เดินเข้ามาหาคนที่เค้าเรียกว่า ริน

ขอโทษนะที่นั่งแทนที่เธอ ฉันคืนให้แล้ว ฉันไปนั่งที่อื่นก็ได้...ฮึกๆ

ผู้หญิงคนนั้นพูดแล้วก็ลุกออกไปนั่งแถวๆหน้าต่างโดยมีผู้ชายคนนั้นถือกระเป๋าให้ สองคนนี้เป็นอะไรกันนะ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงดูเอาใจใส่จังเลย แต่ก็ช่างเหอะไม่ใช่เรื่องของฉัน

วันนี้ก็อีกวันที่ฉันมีบอดี้การ์ดมายืนเฝ้าที่หน้าห้อง ดีนะที่วันนี้มันมาแค่หนึ่งคน ถ้ามันมาทั้งสองคนมีหวังฉันเครียดตายแน่ๆ ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนาพ่อนะพ่อรู้ว่าปล่อยให้ลูกสาวอยู่ที่นี่คนเดียวมันอันตรายแล้วยังปล่อยให้อยู่คนเดียวอีก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบอดี้การ์ดคนสนิทของพ่อก็ถูกฆ่าตายไปหนึ่งคน ไม่รู้ว่าวันไหนฉันจะตายให้มันจบๆไปซะที จะทำอะไรก็มีคนคอยเฝ้า น่าเบื่อ น่าเบื่อจริงๆ วันนี้มันเป็นวันโลกาวินาศหรือไงนะทำไมฉันถึงได้ซวยอย่างนี้ พอมาถึงโรงเรียนก็มาเจอใครหน้าไหนก็ไม่รู้แย่งที่นั่ง แล้วตอนเย็นฉันจะเจออะไรอีกเนี่ย

ให้ฉันช่วยอะไรไหม ดูเธอเครียดๆ แล้วผู้หญิงที่ชื่อรินก็พูดออกมาสยบความคิดของฉันที่มันกำลังเดือดเป็นไฟ แล้วยัยนี่เดินมาตอนไหนเนี่ย

ไม่ต้องมายุ่ง!! ฉันหันกลับไปตอบรินที่ยื่นหน้าเข้ามาแสดงความช่วยเหลือฉัน เฮ้อ ทำไมนะฉันพยายามจะพูดดีๆกับเค้าแล้วแต่ทำไมน้ำเสียงฉันมันถึงได้ร้ายแบบนี้ มันคงกลายเป็นสันดานจนแก้ไม่หายแล้วสินะ

อือ ไม่ยุ่งก็ได้ถ้าเธอมีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ยัยรินพูดเสียงค่อยๆ คงตกใจที่ฉันว่าให้เมื่อกี้

พักเที่ยง ~

ตามฉันมาทำไม

ฉันหันกลับไปถามรินที่เดินตามก้นฉันมาตั้งแต่ออกจากห้องเรียนมา

ฉันไปกินข้าวด้วยคนนะ

ก็ไปกับเพื่อนเธอสิ

ฉันพูดแล้วก็เดินต่อไปอย่างไม่สนใจริน

นี่เธอ เดินตามฉันทำไมเนี่ย

ฉันหันกลับไปถามรินอีกครั้งเมื่อหันกลับไปมอง แล้วพบว่า เธอยังคงเดินตามฉันอยู่

ยัยรินไม่ตอบได้แต่ก้มหน้างุดๆ

ไม่มีเพื่อนหรือไง...

ฉันพูดแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ

อือ

เสียงที่เล็ดรอดออกมาทำให้ฉันหยุดเดิน ทำให้รินที่เดินตามฉันมาติดๆชนเข้ากับแผ่นหลังของฉัน คนอะไรเตี๊ยเตี้ย ขาดฮอร์โมนโกรทหรือเปล่าเนี่ย

อุ๊ย ขอโทษ...

รินเอ่ยขอโทษฉันออกมาแววตาเธอดูหวาดกลัวฉัน

เดินดีๆหน่อยสิ หัดระมัดระวังบ้าง...

ฉันหันกลับไปว่าริน ทั้งที่ความจริงแล้วฉันผิดเต็มๆ

กินอะไร...

ฉันเอ่ยถามรินหลังจากที่เดินมาหยุอยู่ที่หน้าร้านขายอาหารฟาสด์ฟู้ด

ไม่มีข้าวราดแกงเหรอ...

มี...

ยัยนี่อยากกินข้าวราดแกงก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ฉันจึงเดินนำรินมาที่ร้านอาหารตามสั่ง

สั่งเอาก็แล้วกันนะ ฉันจะไปรอที่ซุ้มไผ่หลังโรงเรียน

ซุ้มไผ่หลังโรงเรียนคือ สถานที่ที่ฉันมาเป็นประจำ ที่ซุ้มไผ่มีสระน้ำอยู่ตรงกลาง แถวนี้เงียบสงบ ฉันมักจะแอบหนีเรียนมาที่นี่เป็นประจำ

เออ เดี๋ยวสิ ซุ้มไผ่มันอยู่ตรงไหนเหรอ

ก็บอกว่าหลังโรงเรียนไงเล่า

ฉันพูดแล้วก็ออกมาจากโรงอาหารทันที เฮ้อ นึกว่าจะขาดใจตายในนั้นซะแล้ว โรงอาหารคือ ที่ที่ฉันเบื่อและไม่ชอบที่สุด ทำไมน่ะเหรอ แออัด ผู้คนเยอะแยะ เสียงดังโหวกเหวก น่ารำคาญ เสียสุขภาพหูชะมัด แต่ที่รำคาญมากกว่านั้นคือ บอดี้การ์ดที่เดินตามฉันอยู่ห่างๆต่างหากล่ะไม่ไปกินข้าวกินน้ำหรือไงนะ

ฉันมานั่งที่ม้านั่งตัวประจำที่ใครๆหลายคนไม่กล้านั่ง ไม่รู้ทำไม ฉันหยิบMP4 รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาเปิดเพลงฟัง เสียงของนักร้องสาวนามว่าปาล์มมี่กระซิบอยู่ที่ข้างหูของฉัน

หาอยู่ตั้งนาน

ยัยรินเดินมานั่งตรงข้ามกับฉัน

ไม่กินข้าวเที่ยงเหรอ

เห็นฉันกินไหมล่ะ คำตอบที่ฉันตอบกลับไปทำเอารินก้มหน้านิ่งกินข้าวต่อ

พูดดีๆกับฉันบ้างไม่ได้เหรอ!!...

ยัยรินพูดพร้อมกับใช้มือปาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตา

ดีๆ ความจริงแล้วมันก็จริงอย่างที่รินพูดล่ะนะ ทำไมฉันถึงไม่พูดดีๆกับเธอบ้าง ทำไมต้องใส่อารมณ์กับเธอด้วย

เธอรังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฮือๆ บอกฉันดีๆก็ได้!! ฉันขอโทษที่รบกวนเธอ ฉันก็แค่ไม่มีเพื่อน ฉันคงไม่พึ่งเธอหรอก ถ้าฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ!!!...

รินพูดแล้วก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไป แววตาและน้ำเสียงของเธอดูเศร้า ฉันผิดเองใช่ไหม แล้วฉันควรจะทำยังไงดี

สัญญาณบอกเวลาเข้าเรียนดังแล้ว ฉันเดินเข้ามาในห้องพอมองไปที่โต๊ะที่รินนั่งก็ไม่เห็นเธอนั่งอยู่

อย่าลืมกระถางดอกไม้ฉันล่ะ พรุ่งนี้เอามาคืนด้วยนะ

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังฉัน พอฉันหันไปมองก็พบว่า เค้าคือ ผู้ชายคนเมื่อเช้านี้

                รู้แล้ว ไม่ต้องมาย้ำ

                ฉันตอบผู้ชายคนนั้นด้วยเสียงที่ไม่ค่อยชอบใจ

เออ เอามาที่โรงเรียนเลยนะ ฉันขี้เกียจไปรอเอาตอนเช้า

เออ... สั่งอยู่ได้

2

เวลา 16: 00น. เลิกเรียน~

รินไม่เข้าเรียนในคาบบ่ายจนกระทั่งเลิกเรียน ขณะที่ฉันเดินออกมาจากห้องกำลังจะไปขึ้นรถ ลูกสมุนของพวกยัยชะนีก็รีบวิ่งเข้ามาตัดหน้าฉัน พร้อมกับเสียงที่แสบแก้วหูของยัยชะนีก็แว่วๆมาตามลม

จะรีบไปไหนเหรอจ๊ะ พลอยเพทายคู่อริสุดที่รัก

วันนี้ฉันไม่ว่างไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับเธอหรอก ฉันพูดแล้วก็เดินหลีกไปอีกทาง แต่โดนลูกสมุนของยัยชะนีดึงแขนไว้ก่อน ปล่อย!! ฉันหันไปตวาดคนที่ดึงแขนฉันไว้อย่างอารมณ์เสีย แล้วผู้หญิงคนนั้นก็รีบปล่อยแขนฉันทันที

จะรีบไปไหนล่ะพลอย มาเถียงกันซักเรื่องสองเรื่องให้ฉันได้นอนหลับอย่างสบายหน่อยสิ

นี่ยัยชะนี ฉันบอกว่าฉันไม่ว่างไม่ได้ยินหรือไง! ชักจะอารมณ์เสียแล้วนะ

หยาบคาย ฉันบอกว่าฉันชื่อ ชิชานีไม่ใช่ชะนี

โอเค ชะนีก็ชะนี

นี่เธอ หึ เธอจะรีบไปตายที่ไหนมาเถียงกับฉันซักยกก่อนสิ

ฉันจะรีบไปไหนมันก็เรื่องของฉัน ฉันพูดแล้วก็รีบเดินออกมาทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้

แล้วคืนนี้ฉันจะนอนหลับเหรอย่ะ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ

เสียงของยัยชะนียังคงดังแว่วๆมาตามลมแต่ฉันไม่มีอารมณ์จะเถียงกับเค้าจริงๆ จึงได้เดินหนีออกมาทั้งๆที่ฉันไม่เคยยอมใคร สิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้ก็คือ ตามหารินว่าเธอไปอยู่ที่ไหน ฉันเดินมายังรถส่วนตัวที่จอดรออยู่หลังอาคารที่ฉันเรียน

ลุง ก่อนกลับขับรถเวียนดูรอบโรงเรียนซักรอบซิ มีคนมาเข้าใหม่น่ะ คาบบ่ายไม่เข้าเรียนไม่รู้ไปอยู่ไหน ฉันสั่งให้ลุงเชื่อมขับรถหารินเพราะในใจก็กลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับเธอ

ครับ

ลุงเชื่อมขับรถมาจนถึงซุ้มไผ่ ที่ฉันมาเป็นประจำ

 เฮ้อ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้มันวัยไฟกว่าที่ผมคิดอีกนะเนี่ย

มีอะไรเหรอลุง ฉันถามพลางชะโงกหน้าออกไปมองนอกรถ แล้วก็เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังดึงแขนผู้หญิงคนหนึ่งไว้ ดูท่าผู้หญิงคนนั้นจะกลัวมากเลย เอ๊ะนั่นมันยัยรินนี่น่า

ลุง จอดรถ คนนี้แหละ ฉันเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินมาที่กลุ่มพวกผู้ชายพวกนั้นที่กำลังดึงแขนและฉุดกระชากยัยรินอยู่

หยุดทำนิสัยหยาบคายแบบนี้กับเพื่อนของฉันได้แล้ว!!!... สิ้นเสียงของฉันพวกนั้นก็พากันหันมามองที่ฉัน

คุณหนู!! เอ๊ย เธอ...

ผู้หญิงคนนี้ของฉัน ฉันขอคืนด้วย...

ขอรหัสรักษาความปลอดภัย

ไอ้คนที่ตัวใหญ่ที่สุด ดูเหมือนจะเป็นลูกพี่เอ่ยถามรหัสจากฉัน

19111991

ฉันเอ่ยรหัสลับที่จะเปลี่ยนทุกเดือนออกไป

ครับ ครับเอาไปได้เลยครับ ผู้ชายคนนั้นรีบปล่อยแขนของริน แล้วก็ถอยออกไปอยู่ข้างหลังฉันเดินไปคว้าแขนของรินให้เดินตามฉันมาที่รถ

เอ่อ เธอขอบใจนะ ฉันนึกว่าฉันจะไม่รอดซะแล้ว รินพูดพลางยกมือขึ้นไหว้ฉันพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฉันและลุงเชื่อม

ไม่เป็นไรเธอไม่ต้องมาไหว้ฉันหรอก ฉันยังไม่อยากแก่ ฉันพูดแล้วก็หันไปมองทางอื่น บ้านเธออยู่ไหนฉันจะได้ไปส่ง ฉันหันไปถามรินหลังจากที่เราเข้ามานั่งในรถแล้ว

อยู่ซอยอภิบาลภักติบุรีบรมศรีสุริยธนาวงศ์กุล น่ะ

ซอยเดียวกันกับบ้านฉันเลย

งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง

ขอบใจนะ

 รินพูดแล้วก็หันมามองหน้าฉันแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ยิ้มอะไร หน้าฉันมันเหมือนมัมมี่เหลาหรือไง

เปล่าหรอก ฉันแค่คิดว่าความจริงเธอก็เป็นคนดีมีน้ำใจนี่น่า แล้วทำไมเธอถึงได้ชอบทำหน้าบึงตึงไม่พูดคุยสุงสิงกับใครแถมยังทำเหมือนรังเกียจฉันด้วยล่ะ

เรื่องของฉัน ฉันพูดแล้วก็หันไปมองทางอื่น

เรามาเป็นเพื่อนกันนะ

เอ๊ะ!

น่านะฉันเองก็ยังไม่มีเพื่อนเธอเองก็คงไม่มีเพื่อน เพราะฉะนั้นเรามาเป็นเพื่อนกันนะ

ไม่! ฉันไม่อยากมีเพื่อน ฉันไม่อยากมีเพื่อนเป็นผู้หญิงเพราะพวกผู้หญิงมันชอบตอแหล

คบเค้าไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับคุณหนู

ลุงเชื่อมที่ขับรถอยู่เอ่ยขึ้นมาบ้าง

เงียบไปเลยลุง

น่านะเรามาเป็นเพื่อนกันนะ โอเค เธอเป็นเพื่อนฉันแล้ว อยู่ที่เธอแล้วแหละว่าจะให้ฉันเป็นเพื่อนเธอหรือเปล่า

                รินยังคงคะยั้นคะยอขอเป็นเพื่อนกับฉัน ความจริงฉันเองก็อยากมีเพื่อนอยู่บ้างจึงไม่ปฏิเสธออกไป

แล้วบ้านเธออยู่หลังไหน

หลังข้างหน้าตรงมุมนั้นน่ะค่ะ นารินหันไปบอกลุงแล้วหันมายิ้มให้ฉัน

ฉันไปนะ ขอบใจมากเอ่อ เธอชื่ออะไรเหรอ

พลอยเพทาย เรียกว่าพลอยก็แล้วกัน

เราชื่อริน ขอบใจมากนะพลอย ไปนะค่ะลุงขอบคุณมากค่ะ

คฤหาสน์ ภักติบุรีบรมศรีสุริยธนาวงศ์กุล ~

ฉันลงมาจากรถแล้วรีบเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนทันที หัวสมองของฉันมันหนักอึ้งขาแต่ละข้างก้าวแทบไม่ออกแล้วฉันก็รู้สึกเหมือนตัวมันเบาหวิวล่องลอยไปอย่างไร้ทิศทาง ใช่ไร้ทิศทางชีวิตของฉันมันไร้ทิศทางไม่มีจุดหมายอย่างแน่นอน

คุณหนู!!! ฉันได้ยินเสียงเรียกของป้าสมรและเสียงคนวิ่งมาดูแต่ฉันไม่สามารถลืมตาได้ แล้วสติของฉันมันก็ดับวูบลงแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้ว

ฉันรู้สึกเหมือนมีคนมาเขย่าแขนฉันแล้วฉันก็ได้ยินเสียงของป้าสมรเรียกฉัน ไม่ ฉันไม่ต้องการป้าสมรฉันต้องการแม่ ฉันอยากได้ยินเสียงของแม่ ฉันอยากได้คำพูดปลอบใจของแม่ฉันคิดถึงแม่ แล้วน้ำตาของฉันมันก็ไหลรินลงมาอาบแก้มจนหมอนที่ฉันหนุนอยู่เปียกชื้นเป็นรอยคราบน้ำตา

คุณหนู คุณหนูร้องไห้ทำไมเหรอค่ะ บอกป้ามาสิค่ะป้าจะจัดการให้

เอ่อ ไม่มีอะไรทั้งนั้นล่ะป้าฉันแค่...เปล่าหรอกไม่มีอะไร ป้าออกไปเถอะฉันอยากอยู่คนเดียว

แต่...

ป้าสมรยังไม่ยอมทำตามที่ฉันสั่งแต่พอเห็นสายตาของฉันก็รีบออกไปทันที

คุณหนูอย่าลืมทานข้าวต้มที่อยู่บนโต๊ะแล้วก็อย่าลืมทานยานะค่ะ

ป้าสมรสั่งฉันไว้ก่อนจะออกไปจากห้อง

ทำไมฉันถึงไม่ตายล่ะ ฉันนึกว่าฉันตายไปแล้วเสียอีก ฉันนี่มันอ่อนแอจริงๆเลยนะ ทั้งที่ฉันพยายามเข้มแข็งพยายามไม่ร้องไห้แต่สุดท้ายก็มีคนเห็นน้ำตาของฉันจนได้ เฮ้อ ฉันต้องเข้มแข็งกว่านี้สินะฉันตองปกครองคนอีกหลายคนฉันต้องเข้มแข็งกว่านี้ เธอต้องเข้มแข็งนะพลอยสู้ๆ

 

 

Alexy garden international school ~

พอมาถึงโรงเรียนฉันก็รีบขึ้นห้องเรียนทันที โดยไม่ลืมที่จะหยิบกระถางดอกไม้ของผู้ชายคนนั้นมาด้วย

ของนาย เอาไป ฉันยื่นกระถางดอกไม้ในมือให้ผู้ชายคนนั้นที่กำลังจะเดินผ่านโต๊ะของฉันไป

อือ เธอนี่เก่งเนอะ ทำได้มีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมมากเลย

 ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็ก้มลงมองสำรวจกระถางดอกไม้ในมือ

แต่มันไม่มีความหมายสำหรับฉันแล้วล่ะ

 ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็โยนกระถางดอกไม้ลงถังขยะ

นี่นาย นายแกล้งฉันใช่ไหมเนี่ย!!... ฉันถามผู้ชายคนนั้นออกไปอย่างอารมณ์เสีย

เปล่านี่...

ผู้ชายคนนั้นพูดแล้วก็เดินไปนั่งที่ของเค้า ฉันจึงเดินตามไป

กล้าดียังไงให้ฉันทำให้กระถางของนายกลับเป็นเหมือนเดิม แล้วก็มาโยนทิ้งแบบนี้ ฉันถามผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างอารมณ์เสียและโกรธสุดๆ

ทำไม ก็มันกระถางของผม ผมมีสิทธิ์จะทำยังไงก็ได้ไม่เห็นต้องขออนุญาตคุณเลย

ผู้ชายคนนั้นตอบฉันแบบหน้าตาเฉย

นาย!!...

อะไร...

ฉันจะสั่งคนมาฆ่านาย คอยดู!!!... ฉันพูดออกไปด้วยอารมณ์ที่โกรธสุดขีด แต่อย่าคิดนะว่าฉันจะกล้าสั่งคนมาฆ่า

หึๆ ฉันจะคอยดู...

ผู้ชายคนนั้นเอ่ยออกมาพร้อมกับทำหน้าตาท้าสุดๆ

ชิ... ในเมื่อเถียงไม่สู้ ฉันจึงเดินออกมาจากโต๊ะของอีตาบ้านั่นด้วยอารมณ์ที่โกรธสุดๆ

คอยดูนะฉันจะแกล้งนายซะให้เข็ดไปเลย ฮึ่ม รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว...

 

3

เช้าวันเสาร์ ~

ก๊อกๆๆๆ

คุณหนูครับ ได้เวลาไปซ้อมยิงปืนแล้วนะครับคุณหนู      

เสียงของลุงเชื่อมดังแว่วๆอยู่หน้าประตูเพื่อเรียกให้ฉันลงไปซ้อมยิงปืน

เออ เดี๋ยวฉันลงไป ฉันตะโกนออกไปทั้งที่ตอนนี้ฉันยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง เฮ้อ เกิดมารวยก็อยากนี้แหละวุ่นวายจะทำอะไรก็มีคนคอยมองคอยดูและคอยสั่ง แต่อันสุดท้ายคงไม่ใช่เพราะฉันสั่งพวกเค้ามากกว่า ฉันรีบทำธุระส่วนตัวแล้วก็ลงมาซ้อมยิงปืนที่สนามข้างบ้านซึ่งเป็นสนามที่ฉันสั่งคนทำไว้เองแหละเพราะฉันขี้เกียจออกไปซ้อมที่อื่น สนามที่นี่เป็นสนามที่มีระบบเก็บเสียงแบบพิเศษเพื่อป้องกันประชาชนที่อาศัยอยู่ข้างๆหนวกหู

ลุงวันนี้จะให้ฉันซ้อมขนาดเท่าไหร่

วันนี้ซ้อม sig Sauer P 229 ขนาด 9 ม.ม ครับ

ฉันหยิบปืนขึ้นมาแล้วเล็งไปยังลุงเชื่อมที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วลุงเชื่อมก็ทำหน้าตกใจทันที

คุณหนู อย่า อย่าเล่นแบบนี้สิครับผมกลัว

อีบุ๊กในซีรีย์เดียวกัน ดูทั้งหมด

loading
กำลังโหลด...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น