คัดลอกลิงก์เเล้ว

LAST ROMEO

ฉันไม่สนใจ ถ้าหากว่ามันเป็นยาพิษ ฉันจะรับมันมาด้วยความยินดี ไม่มีความเย้ายวนอะไรที่แสนหวานและมีพลังมากกว่าเธอ

ยอดวิวรวม

145

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


145

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  9 มิ.ย. 61 / 17:20 น.
นิยาย LAST ROMEO LAST ROMEO | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 มิ.ย. 61 / 17:20


ฉันไม่สนใจ ถ้าหากว่ามันเป็นยาพิษ ฉันจะรับมันมาด้วยความยินดี

ไม่มีความเย้ายวนอะไรที่แสนหวานและมีพลังมากกว่าเธอ

เธอที่สว่างจ้าได้ดูดกลืนความมืดมิดทั้งหมดของโลกนี้ และแสงนั้นก็ทำให้ตาของฉันได้บอดไป

ไม่ว่าความมืดมิดใดใดก็ไม่ต้านทานเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ฉันต้องการเพียงแค่เธอเท่านั้น

.....................................................

 

   เมื่อใดที่ผมได้ยินบทเพลงนี้บรรเลงขึ้นด้วยเสียงเปียโนปลายนิ้วที่ไหวพริ้วบรรเลงอันแสนหวานนี้เมื่อนั้นทุกสิ่งทุกอย่างราวกับกำลังต้องมนต์สะกด ผมต้องหยุดฟังเพื่อซึมซับความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงนี้ได้  ผมอยากรู้จังว่าใครกันนะ ที่เป็นคนบรรเลงบทเพลงนี้แต่ ไม่มีโอกาสเลยสักครั้ง

“เอาอีกแล้วนะนาย ยืนทำหน้าเคลิ้มยังกับคนเมากัญชาเชียว”

“ฉันก็แค่ชอบเพลงนี้ เหมือนเคยได้ยินมาแสนนาน “

“นายจะไปได้ยินมาจากไหนได้ยังไง ซองกยูเป็นคนแต่งเพลงนี้กับน้องชายของเขา “ ซองยอลมองหน้าผมด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วก็เดินออกไปช่วยงานคนข้างนอก มันก็แน่ล่ะ ที่ผมจะเคยได้ยินเพลงนี้ได้ยังไง  ผมเป็นคนลูกจ้างในร้านของเพื่อนสนิทของเขา แถมคนที่เป็นเล่นเพลงนี้เป็นคนรักของเจ้าของร้านด้วย ผมคงจะเพ้อฝันจริงๆ

“แอล  !!  ฉันมีข่าวดีมาบอก วันนี้เงินเดือนขึ้น  เย้ !!   เจ้าตัวสูงนี้มันดีใจโอเวอร์อีกแล้ว มันกระโดดทีหัวแทบจะชนกับเพดาน หัวแตกขึ้นมาก็โวยวายให้รำคาญหู หัวแตกจริงก็ไม่ว่าหรอก แต่ถ้าความจำเสื่อมเหมือนผมคงจะแย่เลย

“ทำงานมาเกือบ  3  ปีเพิ่งจะได้ขึ้นเงินเดือน จากนายจ้างโหด “  พูดไม่ทันขาดคำ นัมอูฮยอนก็เดินมาพอดี

“นายว่าใคร นายจ้างโหดนะ ซองยอล เดี๋ยวเปลี่ยนใจหักเงินเดือนซ่ะเลย “

“หักเงินของซองยอลแล้วเอาให้ผมก็ได้นะครับ  ฮ่า ๆๆๆ “

“ว่าแต่... นายยังอยากจะกลับบ้าน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อละ  ไม่เห็นนายออกไปตามหาคนของบ้านนายเลย”

อูฮยอนถาม  ผมเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง บางทีผมไม่ต้องรู้อดีตก็ได้ ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดี  แต่ผมก็ยังอยากรู้ว่าผมเป็นใคร ครอบครัวผมอยู่ไหน  ถ้าไม่ได้ซองยอลช่วยชีวิตผม ป่านนี้ผมคงตายเป็นผีเฝ้าป่าไปนานแล้ว

“บางทีไม่รู้อดีตที่มันอาจจะเลวร้าย คงจะดีนะครับ”

“แล้วทำไมนายไม่คิดว่า บางทีอดีตของนาย มันอาจจะดีก็ได้นะ  นายอาจจะเป็น ทายาทมหาเศรษฐีที่ไหนก็ได้”

“ผมอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ ถ้าครอบครัวของผมมีจริง ป่านนี้คงจะตามหาผมเจอแล้ว มันก็ผ่านมาตั้ง  3  ปี ผมยังไม่เห็นมีใครออกตามหาผมเลย จนผมเองก็ท้อใจแล้วล่ะ 

“ถ้านายคิดแบบนั้นก็.. เอ่อ..  เดี๋ยวฉันจะไปซ้อมร้องเพลงกับซองกยูนะ ยังไงก็ฝากปิดร้านด้วยล่ะกัน “

“นายแน่ใจแล้วหรอ ที่ไม่ออกตามหาครอบครัวของนาย” ซองยอลเป็นคนรับกุญแจร้านจากนัมอูฮยอนมา

“ฉันรู้สึกว่า  อยู่กับนายก็มีความสุขดีแล้วล่ะ “ 

“อื่มม งั้นหรอ ? ”  แล้วแก้มของซองยอลก็แก้มระเรื่อ เขาก็รีบเดินเลี่ยงหนีไปเมื่อผมกำลังจะจ้องมอง

 

ลานจอดรถริมแม่น้ำฮัน

 

 “วันนี้ลูกค้าแน่นร้านเลยนะ ที่รัก”

“คงเป็นเพราะพี่มาช่วยมั่งฮะ ถ้าว่าง ๆก็มาหาผมหน่อยสิ รู้ไหมว่าคิดถึงจะแย่อยู่แล้ว “

“ช่วงนี้พี่ยุ่งมาก เพราะหลังจากน้องชายจากไป ทุกอย่างพี่ต้องรับภาระทั้งหมด ขอโทษด้วยนะครับที่รัก”

“เรียกที่รัก ที่รัก แล้วรักผมจริงไหมอ่ะ “

“พี่สามารถทำทุกอย่างเพื่อนายนะ ขอแค่นายรักพี่เพียงคนเดียวเท่านั้น “

“ พูดยังกับผมแอบไปมีชู้แน๊ะ “ อูฮยอนทุบไหล่ซองกยูเบา ๆ ด้วยความหมั้นเขี้ยว

“พี่ต้องการเพียงแค่นายเท่านั้นนะ นัมอูฮยอน “ ร่างเล็กถูกโน้มเข้าหาด้วยอ้อมแขนเพื่อมาอยู่ในอ้อมอกอุ่นของอีกคนที่กำลังโหยหาความรัก

“พี่แต่งเพลงใหม่ให้ที่รักด้วยนะ “

“ผมอยากฟังจัง ร้องให้ฟังเลย “  อูฮยอนทำหน้าอ้อนสุด ๆ

“ไฟล์เพลงอยู่ที่ห้อง ไม่ได้เอามาด้วย ขอโทษด้วยนะ “

“จะบอกให้ผมรอใช่ไหม รอทีไรพี่ก็ลืมทุกทีเลย “

“งั้นไปเอาแผ่นที่บ้านพี่มาฟังก็ได้นะ เข้าออกห้องพี่ได้ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่ “

“ถ้าพี่ยุ่งมากขนาดนี้  ก็ไม่ต้องหามาผมก็ได้นะ  ผมจะได้คบกับคนอื่นที่มีเวลามากกว่า “

“ไม่ได้นะ!!  อย่าพูดแบบนี้นะ ถ้านายคบกับใคร  พี่จะตามไปฆ่าคนนั้นเลย “ ซองกยูตะคอกใส่จนร่างเล็กสะดุ้ง

“โถ่.... ผมแค่ล้อเล่นน๊า อย่าพูดอะไรน่ากลัวแบบนี้สิฮะ ผมกลัวนะ “

 

เที่ยงคืนกว่า  นัมอูฮยอนค่อยเปิดประตูเข้ามาในบ้านเบา ๆ เพราะอีกคนกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา เสียงอู้อี้ของคนขี้เซาก่อนลืมตาขึ้น

“กลับมาดึกจัง กับข้าวอยู่ในตู้นะ ถ้าหิวนายก็อุ่นกินได้เลย “ แอลพุดจบก็คลุมโปงหลับต่อ

“ก็ยังอุตส่าห์ ตื่นมาบอกนะ ขอโทษด้วยนะแอล จนป่านนี้ยังไม่มีเงินเก็บมาพอที่จะย้ายบ้านใหม่  เปิดร้านมา  3  ปีแล้ว ก็ยังไม่พอจะซื้อบ้านหลังใหญ่กว่านี้เลย 

 

      ผมยังไม่ได้หลับ แต่ได้ยินคำพูดนี้จากปากของอูฮยอน รู้สึกเสียใจไม่น้อยเลย  ผมคงจะทำให้เขาลำบากใจมากเลย  ถึงผมจะพยายามช่วยเขาเต็มที่แล้วแต่ผมก็ทำได้เท่านี้ บางทีผมอาจจะต้องออกไปตามหาครอบครัวของผมแล้วละ เพราะผมยังอาศัยบ้านของคนอื่นอยู่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้  สักวันเขาต้องมีคนรัก ผมไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้อีก ผมรู้สึกเศร้าจัง..

....................................................................................

 

ช่วยส่องแสงสว่างให้หนทางของฉัน ไม่ว่าฉันจะต้องการหรือไม่ ฉันตัดสินใจแล้ว

ฉันจะมอบทุกอย่างให้กับความเสี่ยงนี้ ฉันจะปกป้องเธอไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม

ฉัมองไม่เห็นอะไรนอกจากเธอ

.................................................................................................................................................................................

  ด้วยความตื่นเต้นที่รู้ว่า คิมซองกยูได้แต่งเพลงใหม่ให้ตัวเอง นัมอูฮยอนจึงรีบไปเอาไฟล์เพลงที่คอนโดในวันรุ่งเช้า

“ไม่รู้เก็บแผ่นไว้ตรงไหนนะ  “ อูฮยอนเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วเห็นแผ่นซีดี เยอะแยะมากมาย มีเพียง 2  แผ่นที่ไม่ได้เขียนชื่อไว้ อาจจะเป็นสักแผ่น  1  ใน 2   เขาจึงหยิบไปพร้อมกันเลย แล้วรีบกลับไปฟังที่ห้อง

“แอล วันนี้ฝากร้านด้วยนะ 

“ทำไมล่ะ  จะไม่แวะเข้าร้านเลยหรอ “

“คิดถึงหรือไง  ฮ่า ๆๆ 

“บ้า  พูดเป็นเล่นไป “

“ เฮ้ย  !   อะไรกัน  อยู่ด้วยกันแอบมีซัมติงกันหรอสองคนนี้  “ ซองยอลมารับแอลไปทำงานพอดี

“เราสองคนมีซัมติงกันมานานแล้วล่ะ “ แอลแกล้งอำ

“ระวังเถอะ แฟนเจ้านี่ ขี้หึงได้ยิงนายไส้แตกแน่  ไม่เคยได้ข่าวหรอ ว่า เขาอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่า.. เอ่ออ..“

ซองยอลเป็นคนปากไวมาก เขาเกือบจะพูดอะไรมากสักอย่างแต่ก็เงียบไปทันทีที่เห็นสีหน้าของเพื่อน

“เมื่อกี้นายพูดอะไรนะซองยอล แฟนฉันอะไร “

“ไม่มีอะไร ....เอ่อ... แค่จะบอกว่า เขาขี้หึง ไม่มีอะไร  ป่ะ ๆๆ แอลเราไปกันเถอะ 

ผมรีบลุกออกจากโซฟาอย่างไว ดูเหมือนมันมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ แต่ซองยอลพูดไม่ได้  หรือเขาไม่อยากทำให้เพื่อนของเขาเสียใจ  ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน

“นายพุดต่อสิ เรื่องนั้น 

“ เปล๊า   ไม่มีอะไร  แฟนอูฮยอนมันขี้หึงจริง ๆ  ฉับเกือบหัวแตกมาแล้ว เพราะเข้าใจผิด “

“ ไม่มีอะไรจริง ๆนะ “

“บอกว่า ไม่มีก็ไม่มีสิ  ถามอยู่ได้ “

 ซองยอลไม่ยอมบอกผมจริง ๆ   ผมทำงานที่ร้านอาหารของนัมอูฮยอนมาเกือบ 2 ปีแล้ว จนป่านนี้ยังไม่เคยเห็นหน้าแฟนขี้หึงของเขาเลย  อาจจะเป็นเพราะ เขาไม่ค่อยมาที่ร้าน ส่วนมากจะนัดกันข้างนอกมากกว่า  เวลาเขามาที่ร้านทีไรเขามักจะบรรเลงบทเพลงนั้นทุกครั้ง ซึ่งผมก็ชอบ และอยากได้ฟังและได้แต่แอบฟังอยู่หลังร้านเสมอ

 

“นายเคยมีความรักไหมแอล “

“ถามอะไรบ้า ๆ  ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ขนาดชื่อตัวเองฉันยังไม่รู้เลย “

“มันก็แค่ความทรงจำบางอย่างของนายหายไป แต่ทักษะด้านอื่นๆนายก็เก่ง  บางทีนายอาจจะจำคนรักนายได้นะ”

“ฉันไม่รู้ อย่าถามได้ไหม “

“หรือว่า ความทรงจำนายกลับคืนมาแล้ว  แอ๊บความจำเสื่อมใช่ไหม “

“ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม ถ้าความทรงจำฉันคืนมา ฉันคงจะต้องไปจากพวกนาย ไม่อยู่สร้างความลำบาก เป็นภาระให้กับพวกนายหรอก” 

“อย่าพูดแบบนั้นสิ  ฉันขอโทษนะ  นายไม่ใช้ภาระของฉัน และฉันก็เต็มใจที่ช่วยนาย “ ซองยอลกุมมือผมไว้แน่น

“แต่ฉันกำลังเป็นภาระให้กับอูฮยอนนะ “

“นายย้ายมาอยู่กับฉันสิ แต่...ครอบครัวฉัน...เอ่อ... เอางี้เราไปเช่าห้องอยู่ด้วยกันก็ได้ “

“ถึงเวลาที่ฉันต้องไป  ฉันก็ควรจะไป ขอบคุณมากนะซองยอล “

 

    นัมอูฮยอนพอที่จะได้ยินเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับซองกยูมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาเป็นนักเลงใจเด็ดเดี่ยว มีน้องชายต่างมารดา ชื่อว่า  คิมมยองซู ที่ได้ประสบอุบติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อ  3  ปีก่อนที่จะคบกัน  ภายใต้ก้นบึ้งของจิตใจของซองกยู อูอยอนรู้ดีที่สุดที่จริงซองกยูเป็นคนที่อ่อนไหวมาก เวลาที่เขาอ่อนแอเมื่อไหร่จะมาขอความรักจากคนที่รักเสมอ

“อยากรู้จังแต่งเพลงอะไรให้เรานะ  คึคึคึ”

     ทันที่ที่ไฟล์ในแผ่นถูกเปิดขึ้นมา แทนที่จะเป็นไฟล์เพลงรัก แต่เป็น คลิปวีดีโอ นัมอูฮยอนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น สองมือกุมใบหน้าปิดตาตัวเองเอาไว้ น้ำตาก้เริ่มไหล่เอ่อล้นออกมาอาบสองแก้ม มันคือคลิป..

“มยองซู แกดูนี่สิ แฟนแก ก็น่ารักดีนะ “  มืออีกข้างถือกล้องวีดีโอไว้ พร้อมกับบรรยายด้วยเสียงตัวเอง

“พี่ฮะ  อย่าทำผม  “ เสียงใสของเด็กหนุ่มอายุยังน้อยอ้อนวอนด้วยน้ำตา แต่ซองกยูก็ไม่ได้สนใจสักนิด

“แกดูให้เต็มตาเลยนะ  น้องชายของพี่    ซองกยูวางกล้องไว้บนโต๊ะหันมาทางเตียงนอนให้ได้ภาพและเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เสียงกรีดร้อง คร่ำครวญ ไม่เป็นผล ร่างบางถูกกระแทกลงไปที่เตียงอย่างแรง มือทั้งสองของร่างหนากระชากเสื้อร่างบางออกอย่างบ้าครั่ง 

“แรงดีจริง ๆ นะ ตัวแค่นี้ 

 นัมอูฮยอนไม่สามารถดูวีดีโอจบได้ เขาเอาจับโน๊ตบุคขึ้นมาจะทุบทิ้ง แต่สายตาไปสะดุดเจอ กรอบรูปที่อยู่ในห้องของเด็กหนุ่มน้อยคนนั้น เป็นรูปถ่ายคู่กับคนที่เขารู้จัก อาจจะเป็นรุปไม่ชัดมาก  เขาจึงเอาโน๊ตบุคลง แล้วขยายภาพให้ใหญ่และให้ชัดขึ้น น้ำตาที่ไหลออกมามากมายอาจจะทำให้เขา เห็นอะไรผิดเพี้ยนก็ได้

“ เป็นไปไม่ได้ 

ความรู้สึกของเขาตอนนี้  ไม่รู้คืออะไร ทั้งเจ็บปวดไปทั้งหัวใจที่คนรักที่สุดทำเรื่องเลวร้ายเกินที่จะให้อภัยได้ และเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว  ตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียว และร้องไห้ให้พอ...


ตกดึก  สองคนเพื่อนรักก็เดินทางกลับมา เห็นห้องมืดสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ นัมอุฮยอนอาจจะออกไปเที่ยวกับแฟนอีกแล้ว แต่ทำไมเขาไม่ล๊อกห้อง แอลก็สงสัยจึงเดินไปดูที่ห้องนอน เห็นสภาพนัมอูฮยอน นอนหมดแรงอยู่กับพื้นและสภาพข้าวของในห้องกระจัดกระจาย ไม่เป็นชิ้นดี

“อูฮยอนเกิดอะไรขึ้น 

“ฉันอยากอยู่คนเดียว  อยากอยู่คนเดียว  ออกไป !!   อุฮยอนลืมตาขึ้นมาก็อ้าปากไล่

“เกิดอะไรขึ้น บอกฉันได้ไหม 

“ออกไป๊ !!ได้ยินไหม “ เสียงเกรี๊ยวกราดตะวาดใส่ผมอาการน่าเป็นห่วงมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงดี จึงรีบโทรหาซองยอลทันที 

“ฉันแค่อยากอยู่คนเดียวจริง ๆ ขอร้องเถอะ อย่าบอกซองยอลนะ  “ อูฮยอนเปลี่ยนน้ำเสียงเบาลง

“งั้นก็ได้ แต่นายอย่าทำร้ายตัวเองนะ  ฉันจะให้นายอยู่คนเดียวสักพัก “

 

       แต่ไม่น่าเชื่อ นัมอูฮยอนจะเปลี่ยนอารมณ์ได้ไวมาก เพราะตอนเช้ามาเขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และซองยอลก็ไม่ได้ผิดสังเกตุว่า  เพื่อนสนิทของตัวเอง ฟุ้งซ่านทำร้ายข้าวของแล้ว นอนร้องไห้ฟูมฟายอย่างคนบ้า  ถ้าผมเล่าให้ซองยอลฟังคงจะหาว่าผม ใส่ร้ายเพื่อนเขาแน่ ๆ  วันนี้อูฮยอนกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมจริง  ผมควรจะโล่งใจแล้วใช่ไหม

“แอล  ถ้าฉันทำให้นายกลับไปหาครอบครัวนายได้ละ “

  อยู่ ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว  ผมอาจจะเป็นภาระให้เขาจริง ๆ  บางทีที่เขาร้องไห้เมื่อคืนอาจจะทะเลาะกับแฟนที่เข้าใจผิดว่าผมเป็นกิ๊กก็ได้  ลึก ๆ  ผมก็อยากกลับบ้านที่แท้จริงนะ แต่ไม่รู้สิ ตอนนี้ผมกลัวอะไร..

“แกก็ ไล่เพื่อนฉันทางอ้อมอีกแล้วใช่ไหม อูฮยอน เอ่อ.. ให้ฉันเก็บตังหาค่าเช่าอีกสักเดือนสองเดือนก่อนได้ไหม จะได้ย้ายออกไปอยู่ด้วยกัน ใจเย็นหน่อยดิเพื่อน 

“อ่าว ... พวกนายตกลงคบกันแล้วหรอ  ? “ อูฮยอนหันมาถามผม

“ ห๊า !!! 

“เฮ่ยย  ซองยอล จนป่านนี้ยังปากแข็งอีกหรอ “  ซองยอลหน้าแดง แล้วก็ลุกเดินหนีไปที่ระเบียง

“ซองยอล มันชอบนายมาตั้งนานแล้ว “

“เฮ้ยยย ล้อเล้นอีกแล้ว “

“หรือว่า  นายเองก็มีแฟนอยู่แล้ว “

“เปล่า ........ ความทรงจำฉันยังไม่กลับมาเลย จะไปรู้ได้ยังไง ว่า ใครคือแฟน”

“แล้ว นาย รักซองยอลไหม “

“เรื่องแบบนั้น มันพูดออกมาได้ยังไง  ฉันกับซองยอลเป็นเพื่อนกันนะ ถ้าเกิดความทรงจำฉันคืนมา แล้วฉันก็มีแฟนขึ้นมาจริง ๆ  แล้วซองยอลจะทำยังไง “

“นายไม่ปฏิเสธเพื่อนฉัน  แต่ก็ไม่กล้ารับปากใช่ไหม  แต่ถ้านายเลิกกับแฟนนายแล้ว ถ้าจะคบกับซองยอลได้ไหมละ “

“ มันเป็นเรื่องของอนาคต ฉันรับปากไม่ได้หรอก  ถ้าเกิดฉันรักแฟนคนนั้นมากกว่า ซองยอล ละ  ฉันไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะฉัน 

“ นายกลัว หมอนั่นเจ็บ แสดงว่า นายก็มีใจให้เขาใช่ไหม”

     เจ้านัมอูฮยอนยิงคำถามมารัว ๆ  ผมแทบจะตอบไม่ทัน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ถ้าผมรักแฟนคนนั้นมากกว่าซองยอล คนที่เจ็บมากก็คือ ซองยอล ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจของเขา  ถ้าเราเป็นเพื่อนกันแบบนี้ก็ดีแล้ว  ความทรงจำของผมอย่ากลับมาเลยดีกว่า

“พักนี้ฉันไม่อยู่นะ ไปทำธุระต่างจังหวัด ถ้ามีคนมาหาหรือติดต่อก็บอกเขาไปตามนี้”

“ถ้าแฟนนายมาละ “  ผมถาม แต่เขาก็ตอบด้วยคำตอบเย็นชา

“ก็บอกเขาตามนี้แหละ “

 

    และเขาก็หายไปหลายวัน แต่ซองกยุก็ไม่ได้มาหา สงสัยไปเที่ยวด้วยกัน เพราะสองคนนี้รักกันมาก  ในอดีตของผมเคยมีความรักหวานแหววแบบนี้ไหมน่ะ

“ฉันกลับมาแล้ว  แอล... มีคนอยากพบนายด้วย “

    คน ๆหนึ่งที่กำลังเดินลงรถมาทำให้หัวใจของผมชาไปหมด เขาเรียกผมว่า “ พี่มยองซู”   แล้ววิ่งมากอดผม ท่ามกลางสายตาของทุกคน และต่อหน้าซองยอลที่อยู่อยู่ข้าง ๆผม เขาค่อยๆ ก้าวขาเดินออกห่างผมไปอย่างช้า ๆ

“ ผมคิดถึงพี่จัง  ผมเชื่อเสมอว่า พี่ยังไม่ตาย  “ ร่างบางกอดผมแน่นพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนน้ำตา

“ มยองซู คือใคร 

“มยองซู ก็คือ พี่ไงฮะ  คนรักของผม  “ นัมอูฮยอนวิ่งตามหาซองยอลที่เดินหายไปที่หลังร้านอย่างเงียบ ๆ  ผมอยากคุยกับเขาแต่ผมไปไม่ได้ 

“นาย อย่าร้องไห้  ก็ร้องให้เต็มที่นะ  และฉันขอโทษนายจริงๆ ที่พาแฟนตัวจริงของเขามา”

“ ไม่เป็นไรหรอก  ไม่เป็นไร นายทำถูกแล้ว สักวันแอลก็ต้องไปจากฉัน “อูฮยอนตบบ่าเพื่อนเบา ๆ เพื่อปลอบใจ

“จะมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นหลังจากนี้  นายต้องอยู่เคียงข้างคนที่นายรักรู้ไหม 

“ทำไมละ  เขาได้กลับไปอยู่ที่ ๆ ของเขา ควรจะมีแต่ความสุขสิ  จะเกิดเรื่องยุ่งยากอะไรอีก “

“ เพราะ  มยองซู ก็คือ คิมมยองซู น้องชายของแฟนฉันนะสิ  ข่าวลือนั้น อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ “

“ เป็นไปไม่ได้ยังไง “

 

      ถึงผมจะรู้ว่า  ผมชื่ออะไร   แต่ซองจงไม่เคยบอกว่า  บ้านผมอยู่ไหน ครอบครัว หรืออดีตต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเองเลย และที่สำคัญ ผมไม่ได้รู้สึกผูกพันความรู้สึกว่าเป็นคนรักของซองจงเลย  ผมไม่อยากทำให้เขารู้ว่า  ผมไม่ได้รู้สึกว่ารักเขาเหมือนเก่า  หรือเพราะ หัวใจของผมมันเปลี่ยนไปแล้ว

“ทำไมไม่ยอมบอกผมสักทีว่า บ้านผมอยู่ไหน ครอบครัวผมคือใคร “

“ผมอยากให้พี่ค่อยนึกเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยตัวเองนะ “

“มันแตกต่างกันยังไง ถ้าความจำคืนมาด้วยตัวเอง กับที่มีคนบอก หรือพวกนายมีความลับอะไรกันแน่ “

“บางทีนายกลับไปบ้านช้ามันอาจจะดีสำหรับตัวนายนะ  ตอนนี้ฉันหาที่อยู่ใหม่ได้แล้ว “

“ฉันเองก็ ทำให้อูฮยอนเดือดร้อนมานานแล้ว สมควรจะย้ายออกไปได้แล้ว “

“แล้วพี่จะย้ายไปไหนละ ทำไมไม่มาอยู่กับผม บ้านผมกว้างมาก ๆเลย  ทำไมต้องไปอยู่กับพี่ซองยอลกัน สองคน 

“งั้น... นายก็ไปอยู่กับซองจงละกัน แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่ร้านนี้อีก “ ซองยอลพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

“ทำไมฉันต้องไปจากพวกนายด้วยละ เราก็เป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิมนี่น่า “

“แอล.. ถ้านายอยู่กับพวกเรา ชีวิตนายอาจจะมีอันตรายนะ คราวนี้อาจจะไม่ใช่แค่ความจำเสื่อม”

“พูดยังกับจะมีคนมาฆ่าฉัน  ทำไมหรอ  การที่ฉันความจำเสื่อมเพราะ มีคนคิดจะฆ่าฉันหรอ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุใช่ไหม  พวกนายรู้อะไรกันมา ทำไมไม่บอกฉัน  ยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ไหม “

“พวกเราก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอก ก็แค่เป็นห่วงนาย ”  ซองยอลพูดด้วยเสียงสั่น

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ นัมอูฮยอนรีบรับสายทันใด

“พี่ซองกยู โทรมา  ขอตัวไปคุยนะ “

“พี่กำลังจะเข้าไปแล้วละ “ ซองกยูนั้นได้มายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว  เป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกของสองพี่น้องต่างสายเลือดที่ไม่ได้เจอกันหลังจากอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนั้น

“ม..มยองซู  นะ..นายยังไม่ตาย “ทันทีที่ได้เห็นหน้าน้องชาย ซองกยูรีบวิ่งไปกอดแน่น

“พี่คิดแล้วว่า  นายยังไม่ตาย  แล้วไปอยู่ที่ไหนมา พี่คิดถึงแกมากเลย “

“มยองซู ทำงานอยู่หลังร้านผมเกือบ  3 ปีแล้วครับ เพียงแต่เขาไม่เคยออกมาให้พี่ได้เห็น  ที่สำคัญ มยองซู ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลย  แม้กระทั่ง แฟนของตัวเอง  หรือ ครอบครัวของเขา”

“ ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือน้องชายของพี่  มยองซูเรากลับบ้านกันนะ  ตะกูลเราไม่มีใครอีกแล้ว นอกจาก เราสองคนพี่น้อง”

     ตอนนี้ผมดีใจมาก ที่ได้รับข่าวดีที่มีพี่ชายที่เป็นคนรักของเพื่อนด้วย  ไม่มีอะไรที่เป็นข่าวดีกว่านี้อีกแล้ว ผมกอดพี่ชายด้วยความรู้สึกมึน ๆ  ผมดีใจมาก ๆ แต่สายตาของซองจงกับ นัมอูฮยอน ทำไมไม่เหมือนแสดงความยินดีกับผมเลย

“พี่มยองซู อย่าไปกับเขานะ  อย่าไป  ขอร้องนะ อยู่กับผมเถอะ อย่าไปกับเขา “ ซองจงกอดแขนผมไว้แน่น

“มยองซูจะได้กลับบ้านที่แท้จริง ทำไมต้องห้ามกันด้วย พี่น้องอยู่ด้วยกันมันไม่ดีตรงไหน “

“เอ่อ... ผมยังไม่เก็บของเลย ยังไงขออยู่กับเพื่อนสักคืนได้ไหมครับพี่ “

“ พี่ก็อยากอยู่กับ แฟนพี่เหมือนกัน คิดถึงจะแย่แล้ว  ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน “  แต่นัมอูฮยอนดูเมินเฉยต่อพี่ชายผมมาก พวกเขาคงจะยังไม่ดีกัน คงต้องให้เวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันบ้าง เพื่อปรับความเข้าใจกันสักหน่อย

“แล้ว น้องชายพี่เขาพักอยู่ที่ไหนละครับที่รัก “

“แอล เขานอนอยู่บ้านผมนี่แหละ  เราอยู่ด้วยกันสองคนตั้งแต่วันที่เข้ามาทำงาน “

“เอ่อ.. พี่ครับ  ผมนอนโซฟานะ  ส่วนอูฮยอนอยู่ในห้อง เขาเป็นนายจ้างผม “

“พี่มีเรื่องอยากคุยกับที่รัก “

“แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยครับ อย่าเรียกผม ว่า ที่รักสักพักได้ไหม รู้สึกใจดีไม่ดี “

“ โกรธอะไรพี่หรอ บอกพี่มาสิ พี่จะได้ง้อ “   ผมยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินก็รู้สึกเลี่ยนและอยากอาเจียนมาก  เพื่อนก็ช่างแกล้งพี่ชายผมจริง ๆ ทำเป็นงอน งุ้งงิ้ง ให้ง้อ

“ไปสวีทกันก่อนก็ได้ครับ  “ ซองยอลรีบตัดบท  แล้วอูฮยอนกับพี่ชายผมก็ออกไปคุยข้างนอกบ้าน  ส่วนซองยอลก็ซึม ๆ เดินเล่นอยู่นอกบ้าน มีเพียงผมกับซองจงขี้อ้อนยังคุยกันอยู่ในตัวบ้าน  สักพักใหญ่ ๆ เพื่อนตัวสูงก็วิ่งตาตื่นมา

“ เมื่อตะกี้ เห็น พี่ชายนายลาก อูฮยอนขึ้นรถ ออกไปแล้ว “

“เฮ้ยยย  เขาทะเลาะกันขนาดนั้นเลยหรอ  น่าจะเคลียร์กันได้น่ะ “  ผมเป็นห่วงเพื่อนจัง

“ตามไปดูที่บ้านสิ “

 

      ซองยอลรีบออกรถตามไปที่บ้านของผม ที่ไม่เคยคิดว่า จะหลังใหญ่โตอลังการขนาดนี้ นี่ผมคือ ทายาทเศรษฐีอย่างที่ นัมอูฮยอนเคยแซวผมเล่น ๆ   พวกเราไม่สามารถนำรถเข้าไปในบ้านได้ เพราะ เป็นคำสั่งของเจ้าของ แต่..ผมก็คือ เจ้าของบ้านนะ ทำไมถึงเข้าไม่ได้  ยังไงก็ค้องลองดู  ทันทีที่ผมโผล่หน้าออกไป ยามที่อยู่หน้าประตูพากันวิ่งกระเจิงอย่างไว  พวกเขาคงคิดว่า ผมตายไปแล้ว   เป็นโอกาสดีล่ะ  ผมรีบวิ่งลงจากรถ แล้วเข้าไปในตัวบ้าน

“ผมอยากรู้ว่า  อะไรที่ทำให้พี่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต “

“ความเจ็บปวดของพี่คือ การสูญเสียคนรักไป “

“สุญเสียยังไงครับ “

“การที่ถูกคนรักเมินเฉย การที่ถูกคนอื่นช่วงชิงคนรักไป “

“แค่นี้เองหรอครับ  ถ้าผมตกเป็นของคนอื่น พี่จะเสียใจขนาดไหน “

“ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายได้   พี่อยากกอดจัง ขอกอดได้ไหม”

      นัมอูฮยอนอ้าแขนออกรับอ้อมกอดจากซองกยูผู้โหยหาความรัก ช่างเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ เขาเคยบอกว่า เขาไม่เคยได้ความรักจากใคร  แม้กระทั่งคนในครอบครัว  เขาไม่เคยมีความรักกับใคร จนวันที่ได้รู้จักกัน


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ทึกกี้ จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 แมวน้อยของแฮมกยู
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:26

    เดี๋ยวพี่น้องจะต้องมาตีกันเองเพื่อแก้แค้นใช่มั้ย ฮือออ เจ็บกันทุกคนแน่ๆเยย

    #2
    0
  2. #1 S_IFNT
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 19:39

    พี่กยูนี่ต้องร้ายแน่ๆเลยอ่ะ ต้องมาตีกะมยองแน่นอน!!

    #1
    0