คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฤดูที่ลุงเหงา



                                     


                                                    "ในชีวิตจะมีหนึ่งฤดูที่ทำให้รู้สึกคิดถึงใครหนึ่ง"


 [Sejeong X Chaeyeon]







#ฤดูที่ลุงเหงา

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 2 ก.ค. 59 / 05:59

บันทึกเป็น Favorite


ฤดูที่ลุงเหงา

Sejeong // Chaeyeon



หากว่ามีฤดูหนึ่งที่ทำให้คิมเซจองคิดถึงช่วงรักแรกที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้น คงจะหนีไม่พ้นฤดูฝนนี่แหละ  คิมเซจองในวัยยี่สิบห้า กำลังวิ่งตรงเข้ามาหลบฝนในป้ายรถเมล์ทันที เมื่อฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ในช่วงแรกนั้นเริ่มจะค่อยๆ ตกเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะยืนหยุดควานหาร่มในกระเป๋าสะพายของตัวเองแต่กลับไม่พบ สงสัยคงเป็นอีกครั้งที่คิมเซจองคนนี้ลืมหยิบร่มมาอีกแล้วแน่ๆ

เฮ้อออ ร่างเล็กถอนหายใจอย่างช้าๆ เหนื่อยหน่ายกับความขี้ลืมของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองสายฝนที่ตกลงมาในตอนนี้ เสียงของฝนที่ตกกระทบลงพื้นที่เซจองยืนมองอยู่นั้น กลับทำให้ความทรงจำในอดีตค่อยๆ เริ่มหวนเข้ามาในใจ และนั่นกำลังทำให้คิมเซจองกำลังเริ่มจะคิดถึงใครบางคน

 

เธอคนนั้น 

 

จองแชยอน







สายฝนที่ตกลงโปรยปรายดังกระทบหลังคาเสียงดังเปาะแปะ ณ ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง  มีหญิงสาวร่างเล็กสะพายกระเป๋ากำลังยืนเตะเขี่ยพื้นอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะมองสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและดูไม่มีทีท่าว่าหยุดแต่อย่างไร เธอค่อยๆ ยกนาฬิกาสีดำบนข้อมือขึ้นมาดู ที่ตอนนี้บ่งบอกเวลาห้าโมงเย็นแล้ว หลังจากที่เธอออกจากโรงเรียนตอนประมาณสี่โมงกว่าๆ เท่ากับว่า คิมเซจอง คนนี้ ยืนรอป้ายรถเมล์ตรงนี้ เกือบกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

 

คิมเซจองมองร่มคันเล็กอันใสๆ ของตัวเอง ก่อนจะยัดกระเป๋าลงในเป้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใครหนึ่งคนที่กำลังวิ่งตรงหลบฝนมาที่นี่ก่อนจะยืนหยุดอยู่ชายคาเดียวกับเธอ คิมเซจองเหลือบมองหญิงสาวร่างบางที่สูงกว่าเธอเล็กน้อย ปล่อยผมยาวสลวย ใบหน้ามีน้ำฝนเกาะอยู่สองสามเม็ด  หญิงสาวร่างบางคนนั้นใส่ชุดยูนิฟอร์มที่แตกต่างกับเธอ ผูกโบว์สีชมพู เสื้อขาวบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยฝนเป็นจุดด่างๆ ไม่เด่นชัดเท่าไร  แต่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นรอยเสื้อชุดในบางๆ  ที่แนบเนื้อ  

 

คิมเซจองที่แอบยืมมองได้สักพักก็ต้องสะดุ้งขึ้นทันที เมื่อร่างบางที่ยืนจัดแจงตัวเองอยู่นั้น หันมาจ้องมองเธอพร้อมกับส่งรอยยิ้มเล็กน้อย นั่นทำให้เซจองต้องรีบเบือนหน้าหนีหันไปอีกทาง  ก่อนจะค่อยๆ แอบ เบือนหน้ากลับมามองอีกครั้ง ไม่นานนักเสียงหวานใสๆ ของคนที่ยืนอยู่ ก็เอ่ยถามขึ้น

 

เจอกันอีกแล้วนะคะ คิมเซจอง”    

 

เธอรู้จักชื่อฉันได้ไง” เซจองเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอในตอนนี้ จะรู้จักและเรียกชื่อเธอได้อย่างถูกต้อง ร่างบางยืนมองท่าทีของเซจองที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือตัวเองชี้ไปที่ป้ายเล็กๆ ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อของเขา บอกเป็นนัยๆ ว่าที่เธอรู้จักก็เพราะป้ายชื่อที่ติดอยู่นั่นเอง

 

ฉันชื่อแชยอนนะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก

แล้วไม่กลับบ้านเหรอคะ

  “ห่ะ ยังนะ ติดฝนไม่มีร่ม” เซจองเอ่ยหันไปตอบสั้นๆ ไม่นานความเงียบระหว่างสองคนก็เริ่มเข้ามาปกคลุมขึ้น เซจองมองแชยอนที่กำลังยีนมองดูสายฝนที่ตกลงมา จึงค่อยๆ เริ่มบทสนทนาทำลายความเงียบนั้นอีกครั้ง

แล้วเธอละไม่ได้พกร่มมาเหรอ

ฉันไม่ได้เอาร่มมานะคะ” แชยอนหันตอบกลับไปก่อนจะส่งรอยยิ้มบางๆ ให้เซจอง ที่ตอนนี้เหมือนรู้สึกอุณหภูมิในตัวเริ่มสูงขึ้นอย่างไรก็ไม่รู้เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสอันนั้น

 

น่าแปลกนะคะ ที่เราสองคนไม่เคยพกร่มเลย

 

 เลยติดฝนด้วยกันตลอด

 

แชยอนเอ่ยขึ้นมาแบบนั้นทำให้เซจองเริ่มทำตัวไม่ถูกกับคำพูดของแชยอน เพราะความจริงตัวเธอเองที่มายืนอยู่ในตอนนี้ขณะนี้ ไม่ใช่เพราะติดฝนอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าร่างบางคนนี้นั่นแหละ ที่ทำให้เธอต้องคอยมายืนที่นี่ เพราะคิมเซจองคนนี้กำลังแอบรักร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ นี้ไงละ

 

แต่นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ที่ฉันได้ติดฝนตรงนี้

 

เพราะมะรืนนี้ ฉันจะย้ายบ้านแล้ว

 

คำพูดของแชยอนเรียกความสั่นไหวของคิมเซจองได้ทันที เมื่อได้ยินว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เซจองอาจจะได้เห็นร่างบาง เซจองยืนมองแชยอนที่ตอนนี้หันมามองหน้าเธอ ก่อนจะเริ่มเขยิบตัวเข้าใกล้ชิดเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จริงๆ ฉันมีเรื่องจะสารภาพ

 

ฉันชอบเซจองนะ

 

ถ้าเซจองชอบฉัน พรุ่งนี้เจอกันที่นี่ ห้าโมงเย็นนะคะ ฉันจะรออยู่ตรงนี้” 


แชยอนพูดเสร็จสรรพ ก็วิ่งฝ่าฝนออกไปทันที ทิ้งให้คิมเซจองที่ยืนฟังอยู่นั้น ตะลึงงงไม่ทันได้เอ่ยปากตอบตกลงอะไรออกไป ก่อนที่ร่างบางคนนั้นจะหันกลับมาโบกมืออีกครั้ง

 

และนั่นทำให้

 

คิมเซจองคนนี้ ยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจโดยไม่รู้ตัว

 

 

.
.
.
.
.
.

วิชาเรียนที่คุณครูกำลังสอนบนกระดานอยู่นั้น ไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากเซจองมีต่อนาฬิกาได้เลย   ก่อนจะค่อยๆ ยกข้อมือของตัวเองขึ้นมามองอีกครั้งหลังเพิ่งผ่านพ้นไปได้เพียงห้านาที  นี่คงเป็นเวลาที่คิมเซจองรู้สึกว่านาฬิกาเดินช้ามากที่สุดในชีวิต  เพียงเพราะแค่อยากรีบไปหาใครคนนั้น

 

คนที่บอกชอบเธอ

 

กริ๊ง!!!!!

เสียงอ๊อดดังบ่งบอกเวลาเลิกเรียนสามโมงพอดี ในที่สุดเวลาที่เซจองรอคอยก็มาถึง  เซจองรีบคว้าสมุดที่อยู่บนโต๊ะยัดลงใส่กระเป๋าทันที ก่อนจะลุกขึ้นออกไปจากประตูห้องนั้น

 

แต่กลับถูกมือใครบางคนรั้งไว้

 

คิมชองฮา

 

หัวหน้าห้องของเธอ

 

จะรีบไปไหนเซจอง

 

วันนี้เธอต้องไปพบอาจารย์กับฉันนะ

 

 

 

 เซจองกำลังนั่งคัดสารภาพความผิดของตัวเองที่หนีเรียนคาบวิชาคณิตศาสตร์เมื่อช่วงอาทิตย์ก่อนอย่างรีบร้อน โดยมีคิมชองฮาที่กำลังยืนมองคอยคุมอยู่ด้วยความสงสัย เพราะปกติคิมเซจองคนนี้มักจะชอบเขียนช้าๆ แกล้งถ่วงเวลาให้เธอที่ต้องมานั่งเฝ้าตามคำสั่งอาจารย์ เลยมักทำให้เธอต้องกลับบ้านดึกดื่น คอยให้แฟนหน้านิ่งอย่างอิมนายองรอนานเสมอ แต่ดูท่าวันนี้คนร่างเล็กที่ดูคุ้นเคยจะไม่เป็นอย่างนั้น

ทำไมวันนี้ถึงรีบคัดจังเลย

ฉันมีนัดนะ” เซจองตอบโดยไม่หันมามองชองฮาเลยแม้แต่เล็กน้อย แต่กลับตั้งใจลงมือคัดสารภาพความผิดด้วยความรวดเร็ว ให้ตายเถอะ นี่เป็นเวรเป็นกรรมอะไรในตอนนี้ด้วยวะ ที่ต้องมาคัด

 

โธ่!!! คนกำลังรีบๆ

 

เสร็จแล้ว” คิมเซจองเขียนใบสุดท้ายใช้เวลาอันรวดเร็วก่อนจะค่อยๆ รวบรวมปึกยัดมือให้ชองฮาทันที

 

ฉันไปละ

 

 

คิมเซจองสะพายกระเป๋าออกจากห้องทันที ก่อนจะวิ่งลงไป มองดูนาฬิกาตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงแล้ว เอ้าน้าเวลายังเหลือเฟือ คิมเซจองเผลออมยิ้มขึ้นมาไม่ได้เมื่อกำลังคิดถึงใครคนนั้น ที่เจอกันตอนฝนตกเมื่อวาน

 

และนั่นทำให้เซจองเริ่มหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย                                             

 

เมื่อคิดถึงคำสารภาพของจองแชยอน

 

ทำไมอยู่ๆ ก็เขินไม่รู้  บ้า

 

เซจองเดินบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย เหลือบมองกระถางต้นกุหลาบแดงของโรงเรียน ก่อนเลี้ยวเดินกลับมามองกระถางใบนั้นอีกครั้ง เซจองค่อยๆ ล้วงกระเป๋าของตัวเองหยิบคัตเตอร์เล็กๆ ที่มักจะพกติดตัวประจำไว้เวลาไปโรงเรียน มองซ้ายมองขวา  เห็นทางโล่งสะดวกปลอดภัย จึงค่อยๆ ใช้คัดเตอร์ที่ลับมาอย่างดีตัดดอกกุหลาบแดงที่กำลังบานดอกนั้นออกเพียงฉับเดียว

 

แค่นี้ก็มีดอกกุหลาบสีแดง

 

ให้จองแชยอนแล้ว


เซจองยืนถือดอกกุหลาบแดงนั้นขึ้นมาดมหนึ่งทีอย่างภูมิใจก่อนจะยัดลงใส่กระเป๋า เดินออกจากตรงนั้นเพื่อตรงไปหาแชยอนอย่างที่ตั้งใจไว้

 

แต่กลับถูกมือใครบางคนรั้งไว้อีกครั้ง

 

ฉันเห็นนะ พิเซจอง

 

โดยอน!!

 

 



 เซจองกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ โดยอน  ที่ตอนนี้ทั้งคู่กำลังแอบลอบมอง ชเว ยูจอง ผ่านทางหน้าต่าง ที่ซ้อมเต้นอย่างขะมักเขม้นอยู่ในห้องชมรมเชียร์ลีดเดอร์ ที่คิมเซจองต้องมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้นั้น ก็เพราะคิมโดยอนรุ่นน้องที่รู้จัก ขอร้องให้ช่วยเธอเพื่อแลกกับการไม่ฟ้องอาจารย์

 

 เรื่องขโมยกุหลาบของโรงเรียน


นี่อาจจะเริ่มเป็นความซวยขึ้นทีละนิดที่เซจองเริ่มรู้สึกสัมผัสได้ เซจองเอ่ยถามคิมโดยอนที่กำลังยืนมองร่างเล็กรุ่นน้อง อย่าง ชเว ยูจองอย่างไม่ละสายตา

นี่แกจะให้ฉันทำแบบนี้จริงๆ เหรอ” เซจองหยิบหน้ากากผีที่รุ่นน้องตัวโย่งยัดใส่มือมาให้ ชูขึ้นให้ดู นี่มันเป็นหน้าผีที่ใบหน้าเละเฟะคล้ายๆ กลับเรื่องเล่าของโรงเรียนเมื่อสองสามวันก่อนที่โด่งดังเป็นที่พูดถึงไปทั่วโรงเรียนว่าที่ห้องชมรมเชียร์ลีดเดอร์มีผีลุงรถชนตายอาศัยอยู่

 ฉันวางแผนไว้หมดละ มีพี่คนเดียวที่จะช่วยฉันได้ เพราะพี่ชั่วที่สุดในโรงเรียนแล้ว” คิมโดยอนพูดขึ้นก่อนที่หยิบหัวผีนั้นใส่หัวรุ่นพี่เซจองแต่กลับถูกเซจองจับมือชะงักให้หยุดไว้

งั้นแปลว่าเรื่องผีในห้องซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ ที่ดังขึ้นเมื่อสองสามวันก่อน แกเป็นคนสร้างเรื่อง

อ่ะห่ะ

“’งั้นที่แกให้ชเวยูจองมาซ้อมเต้นที่ห้องนี้ตอนนี้ ก็แผนแก

อ่ะห่ะ จะถามไรมากเนี่ยพี่ !! จะให้ฉันฟ้องอาจารย์มะ”   คิมโดยอนผลักคิมเซจองออกไปทันทีก่อนที่จะถามไรมากขึ้นด้วยความสอดรู้สอดเห็นมากกว่าเดิม คิมเซจองที่ยืนมองดูรุ่นน้องที่กำลังไล่ตัวเองอย่างรีบร้อน ให้ไปทำตามแผนที่ตัวเองวางไว้ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ แล้วค่อยๆ เริ่มใส่หน้ากากผีลุงนั้น ตามบังคับของรุ่นน้อง

 

นี่ต้องมาทำไรบ้าๆ แบบนี้ด้วยเหรอ

 

พอฉันเปิดเพลงบิ้วพี่ก็ยืนหลอกเลยนะ” คิมโดยอนกระซิบขึ้น ก่อนจะชี้ให้ไปยืนตรงนั้น คิมเซจองถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเริ่มทำตามแผน เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น

 

นั่นใครอ่ะ!!!!” เสียงสั่นกลัวของร่างเล็กชเว ยูจองที่ซ้อมอยู่นั้นตะโกนขึ้น เมื่อได้ยินเสียงเพลงประหลาดๆ

โดยอนเหรอ”  ยูจองเอ่ยเรียกไปทั่วห้องอีกครั้ง เเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่นัดกันไว้แต่กลับไม่มีเสียงไรตอบกลับมาเลย ยิ่งทำให้ชเวยูจองเริ่มกลัวมากขึ้นตามข่าวของโรงเรียนเมื่อสองสามวันก่อนว่ามีผีลุงอยู่ในห้องเชียร์ลีดเดอร์ห้องนี้ ไม่นานนักยูจองก็ได้กลิ่นควันธูปพัดเขามาในห้อง นั่นทำให้ยูจองรู้สึกกลัวมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเริ่มละถอยกลับไปยืนอยู่ที่เดิม 


 

นี่ต้องจุดธูปขนาดนี้เลยเหรอ” คิมเซจองถามคิมโดยอนที่กำลังพัดธูปที่ตัวเองจุดอย่างขะมักเขม้น

 

เออน่าทำตามแผนไปเถอะ โดยอนส่งเสียงกลับอย่างเบาๆ ก่อนจะพัดธูปนั้นแรงขึ้น

 

นี่มันต้องทำขนาดนี้เลยเหรอวะ

 

คิมเซจองส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเริ่มตามแผนที่วางไว้เมื่อเห็นยูจองมีอาการกลัวกับบรรยากาศที่คิมโดยอนสร้างขึ้น เซจองค่อยๆ เดินไปตรงหน้าต่างช้าๆ ไม่นานที่ยูจองเริ่มถอยออกมาจนชิดติดกำแพงนั้น ก็เริ่มค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปทันที ชเวยูจองที่ถือไม้กวาดมาไว้ข้างกายเมื่อสักครู่นั้นตกใจอย่างแรง ก่อนจะเขวี้ยงออกไป โดนหัวเซจองเข้าอย่างจัง


 "กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!"


เกิดอะไรขึ้น!! ยูจอง!!”  คิมโดยอนวิ่งเข้าไปทันทีอย่างที่นัดกันไว้ ก่อนจะโผกอดร่างเล็กที่กำลังยืนร้องไห้ร้องสั่นด้วยความกลัว ดึงเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง

 

ฉันโดนผีหลอก ฮือๆ โดยอน

 

ไม่เป็นไรนะ ยูจอง ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องร้องนะ” โดยอนยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาช้าๆ ให้กับคนขี้กลัวร่างเล็กอย่างชเวยูจองก่อนจะลูบหัวเบาๆ หนึ่งทีปลอบขวัญ

 

และทั้งหมดนั่นก็อยู่ในสายตา คิมเซจองที่กำลังยืนมองด้วยหัวปูดอยู่นั้นๆ ก่อนที่โดยอนที่ยืนกอดร่างเล็กอยู่จะโบกมือไล่ให้เธออกไปได้

 

เออแผนลวงโลก ที่หนึ่งเลยยกให้



 

เซจองมองนาฬิกาอีกครั้งตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่โมงเกือบจะครึ่งแล้ว เหลืออีกครึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัด คิมเซจองจับหัวตัวเองก่อนจะพบรอยแดงช้ำที่ได้เมื่อสักครู่ รู้สึกเจ็บเล็กน้อย  ก่อนจะเดินลงออกมาจากตึก ไม่นานท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็โปรยฝนห่าใหญ่ลงมาอีกครั้ง

 

นี่ใช่ไหมที่ใครเคยบอก วันอะไรดีๆ มักจะเป็นมีอะไรซวยๆ มาเยือนเสมอ

 

คิมเซจองมองสายฝนที่ตกลงมา ก่อนจะตัดสินใจฝ่าฝนไปอีกครั้ง แต่กลับมีเสียงเรียกขึ้นทำให้คิมเซจองต้องหยุดมอง ก่อนจะพบกับ กีฮีฮยอน พร้อมกับพรรคพวกสองคน เจี๊ย หญิงสาวชาวจีนที่พูดภาษาเกาหลีชัดกว่าภาษาบ้านตัวเองซะอีก กับ โซมี ลูกครึ่งฝรั่ง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นคู่อริเธอทั้งนั้น


ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแกวะ กีฮีฮยอน” คิมเซจองเอ่ยตอบไปด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย แต่กลับทำให้กีฮีฮยอนที่ยืนมองอยู่เริ่มมีน้ำโหก่อนจะพยักหน้าให้พรรคพวกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เข้ามาล็อคตัวคิมเซจองไว้


ฉันก็ไม่มีเวลามาเล่นกับแกเหมือนกัน คิมเซจอง ครั้งก่อนแกทำไรฉันไว้ เอาหมากฝรั่งมาแปะที่นั่ง ทำให้ฉันต้องอับอายเยบินแค่ไหน แกรู้ใช่ไหม” กีฮีฮยอนเดินเข้ามาใกล้ก่อนพูดในสิ่งที่คับแค้นใจ เมื่อร่างเล็กได้เคยทำไรกับเธอเอาไว้อย่างเจ็บแสบ


แหม แกล้งเล่นเอง เพื่อนรัก ไม่งั้นแกจะรู้เหรอเยบินห่วงแกมากแค่ไหน เนอะๆ ” คิมเซจองเอ่ยขึ้นหว่านล้อม ถึงแม้จะเผลอแกล้งกีฮีฮยอนไปจริงๆ ตามที่บอก แต่นั่นก็ส่งผลดีที่ให้กีฮีฮยอนรับรู้ว่าเยบินห่วงใยแค่ไหนถึงขั้นจะช่วยซักรีดเสื้อผ้าให้กีฮีฮยอน

 

นี่ไม่ใช่เพราะคิมเซจองคนนี้เหรอ

 

เออวะ เฮ้ยแต่ยังไงก็แกล้งฉันอยู่ดี” กีฮีฮยอนเอ่ยกลับ


แถมแกยังไปใส่ความให้อึนอูเข้าใจผิดเจี๊ยะ และแกล้งใส่พริกลงไปในจานของโซมี ทั้งที่รุ้ว่าน้องกินเผ็ดไม่ได้


เออ นี่ฉันแกล้งเยอะขนาดนั้นเลยเหรอวะ” 

เซจองเริ่มรู้สึกผิดมากขึ้นอย่างไรก็ไม่รู้ ที่เริ่มรู้วีรกรรมตัวเองที่ตไปก่อไว้   แต่ให้ตายเถอะทำไมต้องมาเอาคืนกันวันนี้


 

วันอื่นก็มีค่อยเอาคืนก็ได้!!

 


เฮ้ยอาจารย์มา ”

 คิมเซจองตะโกนเรียกเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะสะบัดตัวเองหลุดออกจากการรุ่นน้องที่ล็อคตัวไว้ วิ่งฝ่าฝนออกไปทันทีก่อนที่คู่อริสามคนจะวิ่งตามมา เซจองกระโดดข้ามรั้ว  วิ่งเข้าไปซอยขวาสุด ก่อนจะหลบไปซอกตึกที่อยู่ด้านซ้ายย พบว่าเป็นทางตัน เซจองมองซ้ายมองขวา เห็นท่อน้ำปูนที่ใหญ่พอจะยัดตัวเข้าไว้ได้

 

ไปไหนฟ่ะ


ในที่สุด กีฮีฮยอน เจี๊ย และโซมี ก็วิ่งมาถึงตรงที่เซจองซ่อนอยู่ หันซ้ายหันขวาไม่พบ จึงตัดใจเดินออกจากไปตรงนั้น คิมเซจองถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ตัวเองหลบพ้นได้แล้ว ก่อนจะค่อยๆ เอาตัวเองคลานออกจากท่อน้ำนั้น


จะไปไหนคิมเซจอง 

เซจองที่คิดว่าตัวเองรอดแล้วกลับถูกสามคนที่ยืนหลบล้อมหลังไว้ทันที ทำให้คิมคนเซจองคนนี้ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป ก่อนที่ทั้งสามคนนั้นจะรุมต่อยหมัดสองสองหมัดใส่เซจองทันที

โอ้ย!! เดี๋ยวก่อน” เซจองร้องหยุดห้ามสามคนนั้นไว้ที่กำลังยืนรุมตื๊บอยู่ หยุดมองงงด้วยความแปลกใจ

วันหลังได้ไหมไอ้กี วันนี้ฉันมีธุระจริงๆ” เซจองจับข้อมือกีฮียอนพยักหน้าเชิงเห็นใจ นี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เซจองจะได้เจอกับแชยอน คนที่เซจองแอบชอบมาตลอด

 

สองปีเต็ม

 

ที่ทำได้แค่ยืนรออยู่ป้ายรถเมล์เดียวกับเขา

 

ธุระไรของแก” กีฮีฮยอนเอ่ยมองด้วยความสงสัย คนอย่างคิมเซจองจะมีธุระอะไรนอกจากวันๆจะกลั่นแกล้งชาวบ้านเค้าไปทั่ว

ฉันต้องบอกชอบใครคนหนึ่ง ถ้าไม่บอกวันนี้ ฉันจะไม่เจอเค้าอีกแล้ว” เซจองเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง นั่นทำให้เจี๊ย และโซมียืนอยู่ มองด้วยความแปลกใจที่ไม่เคยเห็นโหมดนี้ของเซจอง

“เอ้า แล้วทำไมเพิ่งมาบอกละ รีบไปเซ่!!” กีฮียอนบอกเซจองก่อนจะหยิบกระเป๋าของร่างเล็กที่ร่วงลงข้างๆ พื้นยัดใส่มือเซจอง เซจองพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณก่อนที่จะวิ่งไปพร้อมสายฝนที่ตกลงมากระหน่ำ

 


คิมเซจองวิ่งสุดชีวิตเท่าที่จะไวได้ในขณะที่สายฝนก็ตกลงมาไม่หยุดหย่อน คิมเซจองยกมือนาฬิกาขึ้นมาดูก่อน ในตอนนี้ห้าโมงครึ่งแล้ว จึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่านั่นเกือบจะทำให้โดนรถชนก็ตาม ในที่สุดคิมเซจองก็ยืนหยุดที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น

 

แต่กลับพบความว่างเปล่า

 

ไม่มีใครคนนั้นที่เซจองคาดหวังว่าจะเจอ

 

แชยอน

 

เซจองปล่อยโอกาสสุดท้ายนั้นหลุดมือไปแล้ว

 

...........................................................................................................


 

คิมเซจองในวัยยี่สิบห้ากำลังยืนติดฝนอยู่นั้นสะดุ้งตัวออกจากความคิดของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มองข้อความที่เด้งเข้ามา ไม่ใช่ใครอื่น คู่อริในสมัยมัธยมที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเพื่อนรักของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

กีฮีฮยอนกินเหล้ากัน มีโซมีกับเจี๊ยด้วยนะเว้ย พรุ่งนี้

เซจองเออ พรุ่งนี้ใช่ม่ะ

กีฮีฮยอน เออ ออกมาให้ได้เถอะแกอะ

เซจองเออรู้แล้วน่ะ

คิมเซจองส่ายหัวช้าๆ ยัดมือถือลงในกระเป๋าลง

 

ก่อนจะเริ่มกลับไปคิดถึงอดีตในวันนั้นอีกครั้ง

 

ถ้าเราไปทันป่านนี้จะเป็นอย่างไรนะ


 

......................................................................................................................................................


 


คิมเซจองยืนมองความว่างเปล่าที่ป้ายรถเมล์นั้น โดยที่ฝนยังคงตกหนักกระหน่ำก่อนที่จะก้มลงคุกเข้ากับพื้น

 

ไม่ทัน

 

คิมเซจองวิ่งมาไม่ทัน

 

 

ทำไมมายืนตากฝนตรงนี้ละคะ” คิมเซจองที่เริ่มมีน้ำตาคลอเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะพบใครบางคนที่เซจองเพลียหามาตลอด

 

แชยอน!!!”

 

เซจองลุกขึ้นโอบกอดแชยอนไว้ทันทีทำให้แชยอนที่ถือร่มมายืนกางให้คนร่างเล็กกลับพลันทำหลุดมือด้วยความแรงที่เซจองโหมเข้ามากอดกระหน่ำ ทำให้ตอนนี้สองร่างกำลังยืนเปียกปอนเต็มไปด้วยฝนที่ตกลงมา แต่นั่นไม่สามารถทำให้เซจองผละออกจากแชยอนได้เลย

 

ฉันก็ชอบเธอแชยอน

 

ฉันชอบเธอได้ยินไหม!!”


เซจองผละออกก่อนจะค่อยๆ เอามือประคองหน้าสวยๆ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดฝนบนหน้า เซจองยิ้มให้กับร่างบางก่อนจะโน้มตัวลงไปบรรจงจูบริมฝีปากที่ตอนนี้ฝนตกลงอย่างหนักเท่าไร ก็ยังต้องแพ้จูบกลางสายฝนยาวนานของทั้งคู่ได้เลย

 



 ..................................................................................


หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแชยอนต้องย้ายไปเรียนต่างประเทศเป็นเวลาสามปีเต็ม และทุกๆ ครั้งที่ฝนตกทีไร เซจองมักจะคิดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับร่างบางคนนั้นเสมอ 


ทำไมไม่พกร่มมาด้วยทีหลัง จะได้ไม่ยืนติดฝนอยู่ตรงนี้


คิมเซจองที่กำลังหวนนึกถึงความหลังค่อยๆ หันมามองตามเสียงเรียกใครบางคนที่ตอนนี้ยืนถือร่มกลางสายฝนมองตรงมาอย่างเธอที่หลบฝนอยู่ป้ายรถเมล์แห่งนี้

 

ร่างบางที่คุ้นเคยนั้น

 

ใบหน้าสวยๆ คนนั้น

 

 รอยยิ้มที่แสนน่ารัก

 

ที่่มักทำให้คิมเซจองคิดถึงเสมอ 


จองแชยอน

 

คิมเซจองยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคนรักของตัวเองยืนรออยู่ จึงวิ่งเข้าฝ่าฝนตรงเข้าไปหาคนที่อยู่ในร่มทันที ก่อนที่จะเอื้อมมือตัวเองไปถือร่มนั้นมาถือไว้ แล้วใช้มือที่ว่างอยู่ข้างๆ โอบกอดร่างบางนั้นเข้ามาชิดใกล้มากพอที่จะให้แชยอนรู้สึกอบอุ่นไปกับร่างเล็ก

 

ก็เพราะรู้

 

ว่าแชยอนยังไงก็ต้องมารับไง

 

เซจองพูดเสร็จก่อนจะค่อยโน้มตัวลงไปบรรจงจูบริมฝีปากร่างบางท่ามกลายสายฝน

 



อีกครั้ง



เพียงแต่ครั้งนี้ มีร่มด้วยก็แค่นั้น 

 

 

 

FIN



.......................................................................................................................................................................................



เป็นฟิคที่คิดว่าจบไม่ค้างสุดละ 5555555555555 ไร้สาระหาความมิได้  เห็นอย่างไรเม้นกันได้นะคะ ฝาก 


                                                                                                                                               #ฤดูที่ลุงเหงา 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ letterinlove จากทั้งหมด 15 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 23:07
    โอ้ยน่ารักจังเลยค่ะ
    #3
    0
  2. #2 กานต์
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 21:13
    แวะมาเม้นให้แก่ชื่อเรื่อง 555 ฤดูที่ลุงเหงา เดี๋ยวตามอ่านนะ
    #2
    0
  3. #1 P18
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 08:37
    โรแมนติกมากเลยอะ แอบมองกันไปมา ภายใต้สายฝน. พอตอนจะตอบรับรัก อุปสรรคเยอะละเกิน เกือบไม่ได้บอกซะแล้ว แชยอนก็รออยู่แหละ ตอนแรกที่อ่านเรื่องนี้คิดว่าต้องเป็นแค่เซจองคนเดียวที่คิดถึง ... เหมือนทุกๆเรื่องที่ไรท์เขียน. แต่พออ่านจบผิดคาด แฮปปี้จ้า. ห่างกันไปหลายปีแต่ก็ยังรักกันอยู่มันดีตรงนี้แหละ ส่วนใหญ่พอห่างกันก็ลืมกันไปเลย. ขอบคุณไรท์มาก ที่เขียนเรื่องนี้มาให้อ่านกันนะคะ. น่ารักเหมาะกับฤดูฝนนี้จริงๆ
    #1
    0