Daddyism: ในจักรวาลที่เราจะรู้จักกัน

ตอนที่ 15 : (14) D. Doppelgänger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,360 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

D. Doppelgänger
n. an apparition or double of a living person;
คนที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับใครคนใดคนหนึ่งมาก




ความเชื่องช้าของกาลเวลาทำเขาใจไหวสั่น


เพียงสิบห้านาทีรู้สึกราวเนิ่นนานแทบขาดใจ ทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าใกล้จุล หมายถึงคณะที่จุลเรียนอยู่มีความหมายสำหรับเขามาก


มากจนเกินไป


อาจจะเป็นความคาดหวังที่การเจอกันในห้วงสติครบถ้วนจะนำพาบางอย่างให้เกิดขึ้น


คงเป็นบางอย่างที่พอจะรดรินความชุ่มชื่นให้หัวใจจิรธัชได้บ้าง


เห็นแล้ว


แม้จะไม่เคยเห็นแผ่นหลังของตัวเองนอกจากในรูปถ่าย จิรธัชก็สามารถระลึกได้แม่นยำว่าคนที่ยืนหันหลังอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้คือใคร


มือหนาผิวกรำแดดโอบกอดเอวบางของสาวน้อยหน้าหมวยที่มีรอยยิ้มสดใสจนเหมือนไม่เคยรู้จักรสชาติของความทุกข์


“ชะนี! กูสวยกว่าตั้งเยอะ! จุล look at me now ค่ะ!” 


จิรธัชคลี่ยิ้มมองคนเด็กกว่าที่กำลังเบะปากดูแคลน 'ชะนี’ ที่ตัวเองกำลังพูดถึง รู้เต็มอกว่าน้องวี่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายใดๆ ตามวาจาที่เอื้อนเอ่ย


“สวยทั้งคู่แหละ เชื่อผมนะ” 


จิววี่หันมามองคนตัวเล็กที่มองเขานิ่งราวอยากจะบอกว่าหมายความตามสิ่งที่เพิ่งกล่าวทุกคำ


แสงแดดในยามเที่ยงกระทบเสี้ยวหน้าคนตัวนุ่มจนจิรธัชต้องหยีตาลง ทว่ารอยยิ้มชโลมใจคนมองของเขาไม่แปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย จิววี่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง รู้เพียงแต่ว่าต้องนึกถึงหน้าพี่บูม นักบอลกล้ามแน่นดาวเด่นประจำงานบอลซ้ำๆ จินตนาการว่าถ้าได้อยู่กันสองต่อสองจิววี่จะทำให้พี่เขาลืมคนทั้งโลกอย่างไรบ้าง ก่อนจะหันไปมองดวงหน้าหวานหยดย้อยอีกครั้งและพบว่าไม่สามารถจินตนาการสิ่งเดียวกันได้


จิววี่ถอนหายใจโล่งอก สงสัยยาคุมตัวใหม่ที่กินจะเขย่าสารเคมีในหัวสมองเขาจนแปร่งรวน และเมื่อกี้อาจจะเพราะหิวข้าวกลางวัน เลยได้ยินคำว่า 'ผม’ ผนวกท่าทางการพูดราวผู้ใหญ่เอ่ยเอาใจเด็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น


คนตัวกลมพยักหน้ากับตัวเองหนักๆ เมื่อได้ข้อสรุปว่าเขาไม่ควร 'จับเพื่อนตัวเท่าลูกหมาทำผัว' จิรธัชตีความว่าเพื่อนคนเดียวของตัวเองในตอนนี้เชื่อคำพูดเขา คนนุ่มนิ่มจึงยิ้มบางเบาพอใจ


“ไปหาจุลกันเนอะ” 


จิรธัชจูงมือจิววี่ให้ออกก้าวเดินไปพร้อมกันในทันที






“ฮายยยย จุลลลล คนสวยสองคนมาแล้วจ้าาา” 


จิรธัชมองเพื่อนที่เลือกใช้เสียงแยกจุลและน้องน้อยผมยาวสลวยออกจากกันในพริบตา


เขาเห็นชัดเจนว่าเจ้าของชื่อที่ถูกขานชะงักงัน มือหนาที่โอบรัดเอวบางปล่อยออกแทบทันควัน ราวกับเจ้าเด็กนั่นจะใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะยอมหันหน้ามาทางจิววี่และเขา


“ไว้เจอกันนะ” เสียงทุ้มเอ่ยลาผู้หญิงหน้าหมวยสั้นๆ ได้ใจความ จิรธัชได้แต่มองตามอย่างเสียดายเล็กน้อย ยังไม่ได้โอกาสทักทายแฟนของจุลเลย


จะให้อยู่ต่ออีกสักหน่อยก็ไม่ได้


จุลใช้เวลาอีกชั่วอึดใจกว่าจะยอมสบตาเขา


“ไงเมียม ไม่คิดว่าจะอยากเจอจุลอีก” 


วาจาคล้ายจะตัดพ้อนั่นทำให้จิรธัชปากสั่นหัวใจเต้นระรัว เขาไม่แน่ใจว่าควรจะตอบว่าอะไร จิววี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องเมียมกับจุลทะเลาะอะไรกัน


แปลว่าตอนนี้ก็มีแต่จุลที่รู้เรื่องทั้งหมดอยู่ฝ่ายเดียว แถมที่แย่ไปกว่านั้นคือดูท่าจะรู้จักเมียมดีกว่าใครทั้งนั้น


ขนาดคนที่รู้จักน้องเมียมแค่ปีเดียวยังดูออกว่าเขาเป็นเพียง 'ขโมย’ แอบอ้าง


เพื่อนสมัยมัธยมคงจะจับโป๊ะเขาได้ตั้งแต่วินาทีแรกเลยล่ะมั้ง


ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงรู้สึกกดดันขนาดนี้ กับคุณเศรษฐ์เขาไม่ลังเลที่จะเลือกเปิดเผยตัวตนในท้ายที่สุด ทว่ากับจุล...จิรธัชยอมทำอะไรก็ได้ ถ้าจะไม่ทำให้เด็กคนนั้นรู้สึกกลัวจนไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ตัวเองอีก…


คล้ายคำถามนั้นจะรอคำตอบจากริมฝีปากสีกุหลาบนานจนเกินไป จนใจคนนอกอดรนทนไม่ไหว


“อีเมียมมันจะเอาเงินห้าหมื่นมาคืนจุลน่ะ ผัวเก่ามันก็คืนนะ มันโง่” 


ประโยคบอกกล่าวของจิววี่เมื่อครู่จางสีในใบหน้าของจุลจนสิ้น จิรธัชเห็นตัวเขาในวัยสิบแปดสั่นระริก แววตาที่มองกลับมาที่เขามีแต่ความกลัวจนจับขั้วดวงใจ


รองเท้าหนังสีดำเงาวับของคนหน้าเหมือนเขาขยับเข้ามาใกล้กันกะทันหัน จนจิรธัชผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ


“อย่าเพิ่งโมโหได้ไหม ไม่ได้จะดูถูกเมียมเหมือนครั้งนั้นเลย จำจนขึ้นใจแล้วว่าจะไม่ทำเชี่ยๆ แบบนั้นกับเมียมอีก แต่จุลได้ยินมาจากจิววี่ว่าเมียมกำลังลำบาก เพิ่งเลิกกับแฟน ถ้าเงินเก็บของจุลจะช่วยให้ชีวิตเมียมช่วงนี้สบายขึ้นหน่อย จุลก็ต้องเสี่ยงให้ลับหลัง” 


“...” 


“กลัว...กลัวมากว่าจะทำให้เมียมโมโหมากกว่าเดิม ใช่ ครั้งนั้นจุลดูถูกเมียมเต็มๆ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ ทำลงไปด้วยเจตนาที่ดี จุลแม่งยอมอ่ะถ้าจะต้องโดนโกรธหนักกว่าเดิม ยังไงก็ต้องช่วยให้ได้” 


คนร่างนุ่มพยายามทำความเข้าใจและจดจำคำพูดเมื่อครู่ของจุลให้มากที่สุด ทว่าสีหน้าไม่สู้ดีกับมือไม้ที่ยังสั่นไม่เลิกของคนหน้าเหมือนเขาไม่ใช่สิ่งที่อยากมองเห็นเสียเท่าไหร่


ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก


จริงๆ คือไม่รู้จักจุลแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณลึกๆ คือความรู้สึกอยากปกป้องบุคคลหน้าเหมือนเขาคนนี้


จำได้ว่าที่ห้องเรียกตัวที่ห้าง วันนั้นจิรธัชเอื้อนเอ่ยออกไปกับคุณเศรษฐ์ว่า


และถ้าต้องเลือกปกป้องใครสักคนที่นี่...คนแรก คำตอบของผมก็จะเป็นคุณเสมอ


สิ่งที่พูดออกไปนั้นมีเหตุผลรองรับอยู่บางประการ


หนึ่ง คือ คุณคนนั้นเป็นผู้มีบุญคุณที่ให้ที่พักและเงินทองไว้ใช้สอยในยามที่ลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกที่ไม่คุ้นเคย เขาจึงพร้อมจะปกป้อง และอยากจะทำด้วยความเต็มใจ


สอง เขาขี้โกงเล็กน้อยที่พูดจาสวยหรูอย่างนั้นออกไป เพื่อจะบีบให้คนใจร้ายรู้สึกผิดหรือแย่บ้างที่ทำแบบนั้นกับเขา


และ สาม ที่สำคัญที่สุดคือ...


ในตอนนั้นเขายังไม่รู้จักจุล คนที่คล้ายเขาทุกมุมราวโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันแบบนี้


จิรธัชเกลียดการจัดลำดับความสำคัญ แต่ก็หลีกเลี่ยงมันไปไม่ได้ มนุษย์เรียนรู้ว่าจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น และในหลายๆ ครั้งก็ต้องทำร้ายใจใครมากมายเมื่อคะแนนความสำคัญระหว่างกันไม่สอดคล้อง


ในตอนนี้คงมีแต่จุลกับจิววี่ที่เขาจะมอบความใส่ใจให้


โดยเฉพาะกับจุลที่เขาอยากทำดีด้วยที่สุด คงเป็นเรื่องธรรมชาติที่เขาจะรักและอยากปกป้องตัวเอง เพราะจิรธัชเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าจุลก็คือตัวเขาในอีกโลกหนึ่ง


มือเรียวขาวยื่นออกไปแตะหลังมือของคนสูงกว่าก่อนจะกล่าวสั้นๆ โดยปราศจากการไตร่ตรอง


“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัวแล้วนะ” 


จุลมองมือของเขาที่แตะลงบนหลังมือตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา


“เมียม ไม่โกรธจุลเหรอ” 


เมียมนี้น่ะไม่ ทว่าเมียมนั้นไม่รู้เหมือนกัน


“เอ่อ” เขามีสิทธิ์ปลอบประโลมใจจุลหรือเปล่า ใจอยากจะตอบว่าไม่โกรธแล้ว ทว่ามันจะขัดใจเจ้าของร่างตัวจริงไหมนะ เขารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะเข้าไปยุ่มย่ามในรอยร้าวของคนสองคนที่น่าจะยังไม่สบโอกาสได้ประสาน


เพราะหัวขโมยไม่ได้รับเชิญดันเข้ามาในร่างน้อยนุ่มนิ่มนี้เสียก่อน


“จุลเข้าใจนะว่าเมียมยังโกรธ เอาจริงแค่มาหาก็ดีใจแล้ว” 


จิรธัชได้แต่ยิ้มจางๆ กลับไป ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอำนาจตัดสินใจจะพูดหรือทำอะไรต่อได้ ในตอนนั้นเขาจึงเลือกจะเปลี่ยนหัวข้อแทน


“เอ่อ แฟนจุลน่ารักดีนะ” 


และภายในชั่วพริบตาแววตาประหลาดใจของคนเด็กกว่าเป็นเครื่องยืนยันว่า เขาไม่ควรพูดมากเกินควรเลย


เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรก็จะชี้ชัดว่า…เขาไม่ใช่เมียม


ทว่าแววตาฉุกสงสัยนั่นก็จางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว


“ตั้งแต่จบมอหกจุลก็ไม่เคยมีแฟนอีกนะ มีแต่เมียมหรือเปล่าที่มีแฟนหลังจุลอาทิตย์หนึ่ง แล้วก็คบคนเดิมมาตลอดจน...เอ่อ” เด็กหน้าเหมือนจิรธัชชะงักปากไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดคำว่า 'เลิก’ ซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพราะกลัวเพื่อนของเขาจะสะเทือนใจ


คล้ายจุลจะเห็นเขานิ่งงันไปนานจนต้องหัวเราะเพื่อสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครงขึ้น


“จุลเจ็บครั้งเดียวก็พอแล้ว ไม่อยากผูกมัดกับใครอีกต่อไปแล้ว” 


ร่องรอยความเศร้าหม่นยังสะท้อนให้เห็นในดวงตาของคนเยาว์วัยที่ยังไม่หยุดพูดกลั้วหัวเราะ อายุเท่านี้เก็บกักความทุกข์อะไรไว้นักนะ ทั้งที่ดูจะมีพร้อมทุกอย่างเมื่อเทียบกับจิรธัชในโลกของตัวเองตั้งเยอะ


จิววี่เบะปากใส่จริตกระเง้ากระงอดแล้วหันไปมองจุล


“มีเมียเป็นร้อยน่ะค่ะคนนี้ ชิ!” 


ที่น้องวี่บอกว่าจุลมีเมียแล้ว


คือมีเมียมากกว่าโหลหนึ่งงั้นหรอกเหรอ


เป็นนักกีฬา


เป็นเพลย์บอย


เป็นคนที่ให้เงินเพื่อนวัยเด็กได้ทีเดียวคราวล่ะห้าหมื่น


แถมยังเป็นคนที่ดูเหมือนจะไม่ลืมความรักสมัยก่อนเข้ามหาวิทยาลัยอีก


จุลยังมีอะไรที่เขาควรจะรู้อีกไหม


จิรธัชควรจะรู้จักจุลมากไปกว่านี้อีกไหมนะ


“พี่ เอ่อ เรา...” 


จิรธัชไม่แน่ใจว่าควรจะใช้สรรพนามอะไร สำหรับจิววี่มันง่ายดายเพราะมีประวัติแชทให้ย้อนมองหา ทว่าโชคร้ายไปหน่อยที่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นให้ดูระหว่างน้องเมียมกับจุล การทะเลาะกันก่อนน้องเมียมเสียนำพาไปสู่การบล็อกคอนแท็ก จนเขาอับจนหนทางจะรวบรวมข้อมูลมีประโยชน์ได้


“เรา เอ่อ…เราให้วี่โอนเงินกลับให้จุลตอนนี้เลยนะ ที่ช่วยเหลือก็ดีใจมาก แต่รับไว้ไม่ได้..."


ความแปลกใจเข้าถมพื้นที่ดวงตาของคนเด็กกว่าจนถ้วนเต็ม เขาเกร็งกลัวในการสร้างบทสนทนากับจุลขึ้นมาในทันที ระแวงไหวว่าแม้กระทั่งคำเดียวที่ผิดแปลกไปจากความเป็นน้องเมียม นั่นอาจจะเป็นจุดจบระหว่างเขากับจุลก็เป็นได้


จุดจบของความสัมพันธ์ที่ยังไม่แม้แต่เริ่ม...ระหว่างเขาและคุณกาญจนากับคุณสรพงษ์ด้วย


นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการแน่...


“'เรา' เหรอ จริงๆ ก็ตงิดตั้งแต่ในแชทแล้ว เดี๋ยวน้ีเมียมเป็น 'เรา’ กับจุลแล้วหรอ” 


ในใจของคนตัวนุ่มดิ้นพล่านพ่นคำสบถต่อเนื่องไม่หยุด เดี๋ยวจะเบิ้ดกะโหลกให้ สงสัยเก่งและไวกว่าคนแก่บางคนอีก! 


กลายเป็นจิววี่ที่ร้อง 'เออ’ แล้วตบอกตัวเองเสียงดังลั่น


“จริงด้วย! นี่ก็ว่าอะไรมันแปลกๆ ไปวะ กับกูอ่ะ 'เรา' แต่กับจุลมึงไม่เคยเรียกตัวเองแบบนั้นซะหน่อย"


จิรธัชหันไปมองเพื่อนยากที่ร่วมกินนอนหายใจแทบรดกันทุกวี่ทุกวันอย่างตัดพ้อเบาๆ 


ไม่ใช่เวลามาเห็นด้วยกับจุลสักหน่อยน้องวี่


“อะ เอ่อ คณะนี้มีป้อมเซเว่นป่ะ ชักจะหิว...” 


“นี่เมียมกำลังเปลี่ยนเรื่องเหรอ"


ป๊าด! เขาชักจะโมโหไอ้เด็กนี่เสียแล้ว


“มาสงสัยอะไรนักล่ะ” ริมฝีปากสีสดพูดไปพลางก้าวถอยหลังให้ห่างออกจากทั้งจุลและจิววี่ สายตาสองคู่จดๆ จ้องๆ การกระทำพิลึกของเขาไม่หยุดหย่อน


"เมียมค่ะ...เรียกตัวเองว่าเมียม"


น้ำเสียงหวานใสกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูเขา ความหอมละมุนนวลที่ไม่ได้กลิ่นมานานนมโอบล้อมเรือนกายเขาแนบชิด จนเส้นขนพากันลุกถ้วนทั่ว


ไม่นานปรากฏดวงวิญญาณโปร่งแสงที่บรรจงคลึงปลายคางมนลงบนหัวไหล่ของเขาเบาๆ 


บอกว่าคิดถึงหนูมากๆ ก่อนค่ะ แล้วจะช่วยต่อน้า” 


พูดเร็วๆ สิคะหนูรอไม่ไหวแล้วนะ!” 


ริมฝีปากสีหวานของดวงจิตเอาแต่ใจงับเข้าที่ติ่งหูเขาจนต้องสะดุ้งและเผลอร้องออกมาลั่น


พี่จิหน้าแดงเหมือนทุกทีเลยนะคะ คิกๆ” 


ถ้อยคำกล่าวสรุปนั่นมาพร้อมกับความนุ่มหยุ่นที่จรดลงข้างแก้มเขาแผ่วเบา มันใช่เรื่องไหมล่ะ…


“เฮ้ยอีเมียม หน้ามึงแดงมากตัวก็โงนเงน เป็นลมแดดแล้วมั้งเนี่ย” 


จิรธัชพยายามส่ายหน้าปฏิเสธอย่างยากเย็น ทว่าก็รู้สึกว่าร่างกายน้อยนิดนี่กำลังสั่นไหวรุนแรง อาจเป็นเพราะอากาศ


ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะเจ้าเด็กตัวน้อยที่ยังไม่ละริมฝีปากจากแก้มเขาเสียทีต่างหาก


ถ้าหัวใจยังเต้นแรงขนาดนี้ จะถือว่านี่คือคำคิดถึงละกันนะคะ” 


ว่างๆ ก็ไปทักผัวหนูอย่างนี้บ้างเถอะ พี่ไหว้ล่ะ


จิรธัชได้แต่คิดก่อนตัดสินใจเอียงคอมองวิญญาณที่ยังไม่ผละห่างไปไหน พยายามทำทีเป็นเกาต้นคอเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติในสายตามนุษย์สองคนที่มองไม่เห็นสิ่งลี้ลับ


หนูหายไปไหนมาครับ พี่คิดถึงเรามากนะ' 


ไม่แน่ใจว่าเขามาถึงขั้นตั้งใจสื่อสารผ่านกระแสจิตกับวิญญาณน้องน้อยได้อย่างไร ทว่าดูจะได้ผลดี เพราะผิวแก้มโปร่งแสงคล้ายจะขึ้นสีเป็นครั้งแรกให้เห็น


“เมียมไปนั่งพักก่อน เหงื่อแตกหมดแล้ว"


รูปประโยคนั่นมาพร้อมกับความห่วงใยในรูปแบบของมือหนาที่โอบประคองบั้นเอว และนิ้วโป้งที่เอื้อมเช็ดเหงื่อออกให้อย่างอ่อนโยน


และเมื่อเขาหันกลับมามองหัวไหล่ตัวเองอีกครั้งก็พบว่าดวงจิตของเจ้าของร่างหายวับไปเสียแล้ว


เมียมไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงนะจุล” จิรธัชจงใจเน้นเสียงตรงชื่อ 'เมียม’ ก่อนจะพูดต่อ "น่าจะแค่หิวข้าวนิดหน่อยน่ะ” 

แตะขมับของตัวเองเล็กน้อยก่อนทำท่าอ่อนเปลี้ยให้สมบทบาท


“วี่ก็หิ๊วหิวข้าวเหมือนกันนะคะะะ โอ๊ยๆ จะเป็นลมค่ะจุลลล” น้องวี่หมุนตัวหนึ่งรอบก่อนจะโผซบลงที่กล้ามแขนขวาของจุล แล้วยกนิ้วแตะขมับเลียนแบบสิ่งที่เขาเพิ่งทำลง


“จุลต้องเลี้ยงข้าวเราสองสาวแล้วล่ะค่ะ” จิววี่กรีดยิ้มหวานพูดด้วยเสียงสองจนเขาอดนึกเอ็นดูไม่ได้


“เมียมจะว่าอะไรไหม ถ้าจุลจะไปกินข้าวด้วยคน” กลายเป็นจุลที่หันหน้ามามองเขา ต้องการขออนุญาตอย่างตรงไปตรงมา


“ได้ซิคะ พวกเราไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่ไม่ไปเอ็กซ์ตรอนะคะ อีเมียมมันเบื่อ” น้องวี่จัดการแจกแจงความต้องการของเขาเสร็จสรรพ มีเพื่อนดีนี่ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ


จิรธัชพยักหน้ายืนยันตามสิ่งที่จิววี่พูดไปเมื่อครู่


“งั้นไป Jsquare แทนดีไหม แต่เราต้องข้ามฟากกลับไปที่แถวคณะบัญชีก่อนเนอะ” จุลหันมามองเขาและจิววี่เพื่อถามความคิดเห็น


“ได้สิคะคนหล่อ” จิววี่แนบใบหน้าลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของจุลที่บัดนี้เปรอะสีน้ำตาลเล็กน้อยจากรองพื้นของน้อง


“โอเคครับ ให้เกียรติจุลเลี้ยงข้าวสาวๆ หน่อยนะครับกลางวันนี้” 


จุลยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบ แววตากรุ้มกริ่มปริ่มเสน่ห์


โลกใบนี้เขานี่แม่งเท่ระเบิดรวยระห่ำสำหรับวัยมหาลัยดีจริงๆ 


จิรธัชอดภาคภูมิใจแทนต้นตระกูลไม่ได้อีกแล้ว


ถล่มจุลให้ยับไปเลยค่ะ อวดรวยดีนัก!’ 


เสียงเล็กๆ กระซิบข้างหูเขาทั้งที่ยังไม่ยอมปรากฏตัว จิรธัชพยายามกวาดตามองหาเท่าไรก็พบเจอแต่ความว่างเปล่า


พวกหนูโกรธอะไรกันครับ พอจะบอกพี่ได้ไหม’ 


ในขณะที่สองขายังก้าวเดินตามจิววี่กับจุลไปขึ้นรถราง จิรธัชก็สนทนาภาษาจิตไปกับเจ้าของน้ำเสียงหวานใสที่จู่ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง


คราวนี้น้องเมียมกลับนิ่งไปไม่ยอมพูดอะไรต่ออีก ทว่าเขาไม่ยอมแพ้หรอก


ถ้าหนูบอกพี่เรื่องมันจะง่ายขึ้นนะ ถ้าจุลทำไม่ดีกับหนูไว้ พี่จะสั่งสอนมันเอง ต่อให้หน้าเหมือนกันก็ไม่เข้าข้างกันหรอก’ 


ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ พี่จิไม่ต้องกังวล’ 


แต่หนูบล็อกไลน์จุลเลยนะ’ ไม่ เขาจะไม่เลิกถามในสิ่งที่สงสัย


เวลาหนูน้อยใจใคร หนูก็บล็อกง่ายๆ แบบนั้นแหละค่ะ ไม่ต้องทำอะไรร้ายแรงหรอก ไม่พอใจก็จะบล็อก ไม่อยากคุย’ 


หืม งั้นบอกพี่หน่อยได้ไหมว่าจุลทำอะไรหนู แค่น้อยใจเฉยๆ ก็อยากรู้ ได้ไหมครับ...นะ’ 


“เฮ้ย! เมียมระวังดิ เดินดูทางด้วย!” คนกล้ามแน่นโผล่เข้ามาดึงเขาให้เข้าไปใกล้ เพื่อหลบพื้นผิวแหว่งเป็นรูของถนนที่ยังไม่ได้รับการซ่อม


รถรางมาแล้วจิรธัชนึกเสียดายเล็กน้อย จะไปหาโอกาสซักไซ้น้องเมียมได้อีกเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย


ในตอนนี้จิรธัชแน่ใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาเดินทางมาอยู่ในโลกนี้ เข้ามาอยู่ในร่างนุ่มนิ่มที่รู้จักจุล...ตัวเขาในโลกนี้...เป็นอย่างดี


มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างสิที่ก่อให้เกิดสิ่งนี้ แล้วทำไมถึงไขข้อข้องใจนี้ให้เขารู้ไปเลยไม่ได้นะ


ในจังหวะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถเสียงเล็กๆ กระซิบข้างใบหูเขาแผ่วเบา


วันที่ข่าวลือแพร่ทั่วคณะ หนูไม่รู้ว่าจุลเห็นรูปได้ยังไง แต่จุลโมโหมากและมาหาหนู ไม่ถามอะไรสักคำว่าเรื่องมันจริงหรือไม่จริง...’ 


พูดใส่หน้าหนูว่า...’ 


ถ้าอยากได้เงินขนาดนั้น มาขอจุลดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องไปขายตัวด้วย’ 


ก็รู้อยู่ว่าหนูเป็นเด็กใคร ทำไมจะไม่มีเงินใช้ ที่มันเจ็บคือหนูกับจุลคบกันมานานอ่ะพี่ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม แต่ทำไมถึงเลือกเชื่อคนอื่นก่อนมาถามหนู ทำไมต้องทำเหมือนความรู้สึกหนูไม่สำคัญทุก...’ 


“เมียมมีไรเปล่า ทำไมหยุดเดินล่ะ ไม่รีบเดินเข้าไปข้างในรถหรอ” คนตัวสูงกว่าถามพลางยิ้มให้ แววตางุนงงกับท่าทีหยุดชะงักไปเฉยๆ ของคนตัวเล็ก


จิรธัชรีบส่ายหน้าก่อนเดินต่อเข้าไปนั่งข้างจิววี่ ถึงจะอดโมโหแทนน้องเมียมไม่ได้ ทว่าก็เบาใจเล็กน้อยที่จุลไม่ได้ทำอะไรรุนแรงอย่างที่เคยจินตนาการไว้มากมายในหัว


เขาถอนหายใจ ลึกๆ รู้สึกเหมือนมีจิ๊กซอว์บางตัวที่ยังต่อไม่สมบูรณ์ ถ้าเมื่อกี้จุลไม่เข้ามาขัดจังหวะการเล่า อาจจะได้ยินเรื่องราวที่มีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์จนจบไปแล้ว


หรือจริงๆ ไม่ได้มีเรื่องราวซับซ้อนซ่อนอยู่ใดๆ ทั้งนั้น เป็นเพียงแค่ความบังเอิญของมิติจักรวาลที่เปิดให้เขาเดินทางมาเจอตัวเองในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเพียงเท่านั้น


ง่ายๆ แค่นั้นจริงๆ ใช่ไหม


กลิ่นหอมละมุนพลันจางหายไปเมื่อคนขับรถออกสตาร์ทพาหนะตามตารางเวลา จิรธัชได้แต่ภาวนาว่าดวงวิญญาณของร่างที่เขาเข้ามาพำนักชั่วคราวจะกลับมาเยือนกันอีกครั้งในเร็ววัน







หลังจากลงจากรถรางพวกเขาสามคนพากันเดินมุ่งหน้าไปทางคณะบัญชี เพื่อจะได้เดินออกทางประตูคณะซึ่งจะเชื่อมไปสู่ห้าง Jsquare ภายในไม่กี่นาที


“อีเมียม มึงอยากกินไรวะ” 


จิววี่ที่เดินคล้องแขนจุลไม่ห่างหันมาถามเขาเสียงแหลม จิรธัชที่ยังเดินครุ่นคิดรวบรวมข้อมูลที่รับรู้มาทั้งหมดในหัวเงียบๆ พ่นคำตอบออกไปแผ่วเบาอย่างไม่ใส่ใจนัก


“อะไรก็ได้วี่” เขาพึมพำ


“อีเมียม! มื้อเดียว มึงเลือกมาสักอย่างสิวะ!” 


จิววี่จิ๊ปากแสร้งไม่สบอารมณ์ ก่อนหันไปมองเจ้าของอ้อมแขนที่ตัวเองควงอยู่


“อีเมียมมันเลือกมากค่ะ เหมือนชะนีทั้งโลก เรื่องข้าวง่ายๆ ก็เลือกไม่ได้ แต่วี่ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ วี่สวยก็จริง แต่วี่ตัดสินใจไวนะคะ ไม่ชักช้าลำไย อ๊องยาคุมแบบอีเมียมหรอกค่ะ!” 


จิรธัชขำพรืด หลุดออกจากภวังค์ในทันที น้องวี่นี่ 'แอ๊ว’ หนุ่มเก่งจริงๆ เลยนะ ดูท่าจะชื่นชอบจุลเป็นพิเศษเสียด้วย หรือจริงๆ ก็นิยมชมชอบผู้ชายกล้ามโตทุกคนหรือเปล่า


“เมียมไม่อยากกินอะไรเป็นพิเศษเหรอ จุลเลี้ยงได้หมดเลยนะ เต็มที่เลย” 


จิรธัชส่ายหน้าก่อนพูด "เอาตามใจวี่อ่ะ อยากกินไรก็ได้หมดเลย” 


จิววี่ยิ้มหน้าบานก่อนร่ายเมนูอาหารที่คิดไว้ จุลหัวเราะเบาๆ กับความช่างเจรจาของจิววี่


“ผู้ชายหัวเราะให้แปลว่าผู้ชายรักนะคะ ไม่เอาสิคะ ไม่หัวเราะแบบหลงเสน่ห์วี่อย่างนั้นนะ วี่เขินนะจุลลล” น้องวี่ห่อลิ้นทำเสียงตัวแอลต่อท้ายชื่อจุล แล้วหัวเราะต่อกระซิกอย่างอารมณ์ดีมากกว่าอยู่กับเขาเยอะ


“งั้นเอ็มเคเนอะวี่ โอเคไหมเมียม” ไอ้เด็กตัวต้นเรื่องหันมาถามเขาอีกแล้ว จิรธัชพยักหน้ารับ ไม่ได้คิดจะเลือกมากอะไร


“ได้หมดอ่ะ ไปกินสุกี้กันเนอะวี่” เขาหันไปพูดกับเพื่อนตัวกลมที่ยังเดินซบแขนจุลไม่หยุด จิววี่ไม่ยอมตอบกลับเขามาสักคำ แต่หันไปพูดกับจุลอีกแล้ว


“ถ้าจุลว่าดี วี่ก็ดีใจเคอะ” 


หมาหัวเน่าเป็นยังไงเขาเพิ่งรู้ซึ้งในวันนี้


จิรธัชนึกสนุกเลยเดินเข้าไปเกาะแขนข้างซ้ายที่ยังว่างของเด็กหน้าตาเหมือนเขาบ้าง


“เมียมอยากกินเป็ดย่างจังค่ะ ราดน้ำเยอะๆ หมี่หยกสองก้อนด้วยอ่ะจุลลล!” เขาเลียนเสียงสองของน้องวี่ พลางซบหน้านวลลงกับต้นแขนของคนเด็กกว่าเบาๆ 


“อีเมียมมมม! ออกไป๊! อย่ามาแตะตัวผู้กูค่ะ!!!” น้องวี่ถือวิสาสะครอบครองจุลแต่เพียงผู้เดียว โดยการเอื้อมมือป้อมๆ มาผลักตัวเขาให้ออกห่างจุลในทันที


จิรธัชหัวเราะมากกว่าในทุกวันที่ตื่นขึ้นมา อาจเป็นครั้งแรกที่รู้สึกสบายใจ ว่าอย่างน้อยมีปริศนาบางอย่างถูกคลี่คลายลงไปหนึ่งเรื่อง


“จุลจะเลี้ยงเมียมใช่ไหมคะ ไม่เอาสิ! ไม่ยิ้มให้แบบนั้นนะ ผู้ชายยิ้มให้แปลว่าผู้ชายรักนะคะ!” จิรธัชพูดเลียนแบบจิววี่ทุกอย่าง คาดหวังจะได้ยินเสียงหวีดแหลมของจิววี่อีกครั้ง


ทว่าน่าแปลกที่จิววี่นิ่งเงียบไป คนตัวกลมสะดุดกึกกับอะไรบางอย่างแล้วรั้งให้อีกสองคนที่เหลือหยุดยืนอยู่กับที่ตามไปด้วย


จิรธัชเบี่ยงสายตาขึ้นไปมองภาพตรงหน้าตามความสงสัยในทันที มือที่เกาะแขนจุลพลันร่วงลงข้างตัวอย่างตกใจ มีใครบางคนเดินสวนออกมาจากหน้าคณะบัญชีที่พวกเขากำลังเดินผ่าน


ผู้ชายตัวโตใส่เชิ้ตสีน้ำเงินเข้มผูกไทด์ถือกระเป๋าเอกสารชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นพวกเขา ที่น่าแปลกใจคือคนๆ นั้นสวมแว่นตาด้วย จิรธัชกะพริบตาพลางกลืนน้ำลายหนักหน่วง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณคนนั้นต้องใช้แว่นสายตาด้วย


ที่ผ่านมาใช้คอนแทกเลนส์งั้นหรอกเหรอ


แต่อายุก็เริ่มเยอะแล้วจะใช้แว่นคงไม่แปลก


“อีเมียม เอาไงวะ” 


จิววี่เขยิบมาเกาะแขนเขาแทนก่อนกระซิบถาม ยังไม่ทันที่จิรธัชจะได้เอื้อนประโยคตอบ มีกลุ่มนักศึกษาทั้งหญิงและชายวิ่งกรูตามมาหาผู้ชายคนนั้น


“อาจารย์เศรษฐ์คะ ถ้าคิดหัวข้อเปเปอร์ได้แล้วให้อีเมลไปบอกอาจารย์ได้เลยใช่ไหมคะ” 


อาจารย์งั้นหรอกเหรอ ธุรกิจที่ทำอยู่ยังไม่ยุ่งพออีกหรือไง ทำไมถึงต้องมีอาชีพเสริมด้วยนะ คนไร้งานทำอย่างเขาอิจฉาจนเนื้อเต้นไปหมดแล้ว โลกนี้มันยุติธรรมเสียที่ไหน บางคนงานล้นมือจนไม่มีเวลาหายใจ ทว่ามนุษย์ประเภทเขากลับว่างงานจนเบื่อจะหายใจทิ้งไปวันๆ 


คนหน้าดุพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ จิรธัชคิดว่ากำลังจะหันไปกระซิบให้เพื่อนสองคนที่เหลือเตรียมตัวออกวิ่ง มันไม่มีเหตุผลที่ต้องหยุดพูดคุยกัน


เป็นคนแปลกหน้าของกันและกันดีที่สุดแล้ว


“อาจารย์คนอื่นเค้าบอกว่าไม่ค่อยมีเวลาเช็กอีเมลค่ะเลยให้นักศึกษาติดต่อทางไลน์ได้ อาจารย์พอจะให้ไลน์ส่วนตัวพวกหนูได้ไหมคะ” 


สมัยนี้เขาใช้ไลน์ติดต่อกันหมดทุกสาขาอาชีพแล้วหรือยังไง คำจำกัดความของคำว่าพื้นที่ส่วนตัวมันมลายหายไปจนหมดเสียแล้ว


“อีเมียม! มีคนขอไลน์ผัว… เอ่อผัวเก่ามึงนะ ยอมเหรอ เสียศักดิ์ศรีอีเมียมสวยละมุนนีกว่าชะนีเจ็ดย่านนำ้อย่างมึงนะคะ! ตบสอนงานหน่อยมั้ยคะ เดี๋ยวกูช่วยเอง ร่างกายต้องการการปะทะโว้ยยย!” 


จิววี่ทำท่าถกผ้าถุงล่องหนแล้วหายใจเสียงดังฟึดฟัดไม่พอใจ ในขณะที่จุลมีสีหน้าเรียบเฉยก่อนหันมาถามเขาเบาๆ 


“เมียม จะอยู่คุยกับเขาไหม เดี๋ยวจุลกับวี่ไปนั่งรอที่ร้านก่อนก็ได้” 


“ไม่” จิรธัชส่ายหน้าก่อนยิ้มจางๆ แล้วคว้าแขนทั้งของจุลและจิววี่ให้ก้าวเดินต่อไปพลางพูดเร่งเพื่อน


“รีบไปกินข้าวกันดีกว่าเดี๋ยวคิวเยอะนะ ไปๆ เมียมหิวจะแย่แล้ว” 


เมียมเรียกตัวเองว่าเมียมงั้นหรอกเหรอ” น้ำเสียงห้วนดุดันสาดความเย็นยะเยือกทั่วผิวกายสีน้ำนมจนกระตุกสั่น ทั้งที่พระอาทิตย์ยังคงส่องแสงอยู่เหนือศีรษะเขาไม่เปลี่ยน


“อยากเป็นเมียมขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่” 


ไม่อยากเชื่อว่าคุณคนนั้นจะกล้าตะเบ็งถามเขาในพื้นที่สาธารณะ ทั้งที่อยู่ในฐานะอาจารย์อยู่ไม่ใช่เหรอ แถมนักศึกษาที่ตัวเองเป็นคนสอนน่าจะยังยืนอยู่ไม่ห่างอีกด้วย


ไม่กลัวเสียภาพลักษณ์หรือยังไง


จิรธัชแสร้งไม่ได้ยินเสียงถามไล่หลัง เขาไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไป จับได้ถึงความสะดุดสงสัยจากเพื่อนทั้งสองคน ทว่านี่ไม่ใช่เวลาพิรี้พิไร เขาจึงรีบดุนหลังเพื่อนให้ก้าวเดินต่อ


“กับฉันเธอจะเป็นตัวเอง แต่กับบางคนจะสวมรอยต่องั้นใช่ไหม” 


ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและเสียงจอแจจ้อกแจ้กวุ่นวาย ทว่าจิรธัชกลับรู้สึกเสมือนภาพทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวกะทันหัน คำถามบาดหูเมื่อครู่เสียดใจเขาจนจุกยอก


ไม่ว่าจะพยายามอุดรอยรั่วของปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างไรก็ไม่สำเร็จ คล้ายกับตั้งใจจะดับไฟกองนั้น ทว่าดันไปกระพือไฟอีกกองให้ลุกโชติขึ้นแทน


ต้องพยายามขนาดไหนถึงจะดีพอและพอดีสำหรับทุกคนในชีวิตของน้องเมียม


“จุลพาวี่ไปรอเรา เอ่อ…” จิรธัชไม่อยากเรียกตัวเองว่าเมียมให้คนๆ นั้นหาเรื่องตำหนิอีก ทว่าก็จนใจ รู้ว่าอยู่ต่อหน้าจุลก็ไม่มีทางเลือกมากนอกจากทำตามความเคยชินของสิ่งที่เคยเป็นมา


“จุลพาวี่ไปร้านสุกี้ก่อนนะ เดี๋ยว...เมียมตามไป” 


เลือกแล้วว่าใครที่สำคัญ


ตัดสินใจไปแล้วว่าจะสร้างความสัมพันธ์กับจุลผ่านการสวมบทบาทเป็นเมียมต่อไป


เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องราวใดๆ จะตามมาหลังจากนี้คงต้องหาทางรับมือให้ดีที่สุด





TBC.

ใครถามหาพ่อ พ่อมาแล้วจ้า 555 ยังไม่ได้เล่ามาก แต่ขอเกริ่นก่อนตรงนี้ แด๊ดเป็นอาจารย์พิเศษของ BBA เป็นโปรแกรมอินเตอร์ในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (เรียกย่อๆ ว่าคณะบัญชี) ของมหาลัยในเรื่องนี้น้า 


เม้นต์หรือติด #เมียแด๊ดดี้ ให้โหน่ยยย :D ขอบคุณมากๆ เลยที่เข้ามาอ่าน เราขยันมั้ยล่ะ อวดๆๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.36K ครั้ง

12,604 ความคิดเห็น

  1. #12392 OPJ_EXO_L (@OPJ_EXO_L) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 22:11
    อกหักแค่ครั้งเดียวของจุลนี่ใครเป็นคำทำกันนะ?
    #12392
    0
  2. #12346 meconnize (@meconnize) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 12:38

    ผีน้องเมียมอย่างร้าย5 ส่วนเจ้าธีก็ต้องเหนื่อยมากๆได้เจอจุลแล้ว เพราะจุลพูดไม่ดีนี่เอง

    น้องเมียมเลยไม่อยากคุยด้วย ได้เจอตัวเองที่เปนเพื่อนกับน้องเมียมคงแปลกใจน่าดู

    แต่ที่สำคัญคือคิดถึงพ่อแม่ตัวเองใจจะขาด...มามอก็ต้องมาเจอคนใจร้ายอีกรึค่ะ

    ว่าน้องแทงใจทุกคนไม่ใช่น้องเมียมแล้วยังไงก็ในเมื่อภายนอกคือเมียมทั้งหมด

    อยากเปนเมียมให้กับคนที่สำคัญของเมียม ก็เท่านั้น

    #12346
    1
    • #12346-1 cat_whisperer (@letmetellyou) (จากตอนที่ 15)
      8 ธันวาคม 2562 / 15:36
      ใช่เลยยยย อยากเป็นเมียมให้กับคนที่สำคัญของเมียมก็เท่านั้นนนน ขอบคุณที่เข้าใจน้องนะคะ :)
      #12346-1
  3. #11025 likewhatread (@likewhatread) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:18
    เจ็บอะㅠㅡㅠ
    #11025
    0
  4. #10444 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:26
    ปวดหัวแทนน้องจิ
    #10444
    0
  5. #9951 blabbering (@blabbering) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:03
    แด๊ดแม่งลาออกจากเรื่องนี้ไปเลยนะ!
    #9951
    0
  6. #9950 blabbering (@blabbering) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:02
    ซับซ้อนชห
    #9950
    0
  7. #9949 blabbering (@blabbering) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:02
    แล้วโดนจุลตกเลยค่ะ พี่จิหล่อแน่นอนในโลกของตัวเอง
    #9949
    0
  8. #9948 blabbering (@blabbering) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 15:01
    ชอบศัพท์ชื่อเรื่องมากเลยค่ะ ชอบจริงๆ ไฮโซมาก เรียนคณะภาษามาแน่ๆ
    #9948
    0
  9. #9515 chimmyging (@chimmyging) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:50
    เอาหัวใจไปเล้ยยยย
    #9515
    0
  10. #7891 alittletigerp (@firstlylifu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:47
    งง5555555555
    #7891
    0
  11. #7826 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 18:22
    แงงงงง
    #7826
    0
  12. #7015 Mhhope_LB (@Bird--gg) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 06:16
    เรื่องเดินข้าจนงง พระเอกหายเข้ากองไฟไปแล้วว
    #7015
    0
  13. #6974 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:20
    เอาใตช่วยน้องตลอด
    #6974
    0
  14. #6899 Namoya (@plxjy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 15:22
    แก อิพ่อ ใจร้ายมากนะ ฮืออออ ขอหยิกสักที
    #6899
    0
  15. #5833 Fueled me (@JINWOOBIN) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 18:24
    อิพ่อ!!!! หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันจะชงให้พี่จิคู่กับตัวเองในโลกคู่ขนานแล้ว จะกลับมาทำไม ฮึ่ยๆๆๆ
    #5833
    0
  16. #5779 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 22:40
    รำคานเว้ยย เปลี่ยนพระเอก
    #5779
    0
  17. #5742 meen9394 (@meen9394) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 17:14
    เเด๊ดมาที....จุกๆเลยน๊าา เอาใหญ่เลยน๊าาา ทำร้ายจิใหญ่เลยน๊าาาา เเต่เเด๊ดเซ่บเเด๊ดเป็นอาจารย์ ยังรวยไม่พอหรออออออ ยิ่งอ่านยิ่งรส.ซับซ้อนชั้นว่าเเด๊ดต้องมีเรื่องอะไรกับจุลมาก่อนอ่ะ เดาๆเอาเเต่..จิวี่นี่...อะไรยังไงชิปได้ป่าวววว555555555 โว้ยยยยสติ
    #5742
    0
  18. #5560 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 02:22
    อืเวน รำแด๊ดแล้วนะ
    #5560
    0
  19. #5151 12341234T (@12341234T) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:43
    หึงมั้ยบอกมาา
    #5151
    0
  20. #5138 Overwhelm (@supichaya-nut) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:53
    ปากร้ายมากจริงๆนะ เป็นเราคือเลิกยุ่งพร้อมสาปแช่งแล้วอ่ะ
    #5138
    0
  21. #5049 แมวดมกาว'วว (@kookiooo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:37
    ไบโพล่าสิงร่างพระเอก
    #5049
    0
  22. #4780 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 07:22
    หวงน้องเมียม
    #4780
    0
  23. #4730 aondaehyun (@aondaehyun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 02:22
    พ่อดุเว่อร์
    #4730
    0
  24. #4720 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:54
    เห้ยยยยยยยยย
    #4720
    0
  25. #4570 phesatchapud (@phesatchapud) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 21:57
    อ๊ากกก พ่อมาจ้าาาา
    #4570
    0