YAOI : OVER THE EDGE (Mpreg) #เด็กเสี่ยอิทธิพล

ตอนที่ 25 : 23 + แจ้งเรื่องรวมเล่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,966 ครั้ง
    27 พ.ย. 61


23




                ร่างของนักแสดงหนุ่มนั่งกระสับกระส่ายไปมาบนโซฟาตัวหนาในห้อง เจ้าตัวยกมือขึ้นมากัดเล็บด้วยความเครียด ออกัสพยายามทำใจให้สบายเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ แต่พอใกล้จะถึงเวลาจริงที่เขานัดกับอิทธิพล ความรู้สึกเลวร้ายบางอย่างก็เกิดขึ้นตามสัญชาติญาณจนไม่สามารถวางใจได้


                ยิ่งเข้าใกล้เวลาเข้ามาเท่าไหร่ หัวใจของออกัสก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเท่านั้น


                ดิ่ง ดองงง


                ออกัสสะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วยืนขึ้นเดินออกไปเปิดประตูต้อนรับแขกคนสำคัญในค่ำคืนนี้พลางจัดระเบียบชุดคลุมอาบน้ำที่ใส่อยู่ให้เรียบร้อย


                อ้อ...


                เรียบร้อยของเขาหมายถึงปลดสายให้คลายลง จัดคอให้เปิดออกเผยให้เห็นผิวบริเวณช่วงอก แล้วทำสีหน้าน่าสงสารปนออดอ้อนเอาไว้


                  เสี่ย... ใบหน้าหวานของคนที่ปั้นแต่งมาเป็นอย่างดีเกือบหลุดรอยยิ้มเจื่อนออกไปเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เสี่ยแต่กลับเป็นมือซ้ายที่น่ารำคาญของอีกฝ่ายแทน แต่ถึงอย่างนั้น ออกัสก็ยังพยายามส่งยิ้มต่อเพราะคนที่เขาต้องการพบกำลังยืนอยู่ด้านหลังของอี้


                เขาเปิดประตูให้กว้างขึ้นแล้วก้าวเท้าหลบเป็นเชิงให้อีกฝ่ายเข้าห้อง แต่กลับพบว่าคราวนี้ไม่ได้มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่ก้าวเข้ามา


                  หากเป็นเวลาปกติ ออกัสก็คงจะกล้าเอ่ยปากถามเหตุผลที่ทำไมอี้ถึงต้องเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขากับเสี่ยด้วย แต่พอเห็นใบหน้าของอิทธิพลที่แสดงออกถึงความเคร่งขรึม เขาก็ต้องจำยอมเก็บเสียงลงแล้วปล่อยให้ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเดินเข้ามา


                  ไปแต่งตัวใหม่ไป เสียงเข้มของเสี่ยร้องบอกเจ้าของห้องที่เดินตามหลังมาด้วยสภาพวับแวมก่อนชายหนุ่มจะนั่งลงบนโซฟาโดยมีพ่อบ้านอี้ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลัง


                ออกัสที่ได้ยินคำพูดเชิงคำสั่งนั้นแทบพูดไม่ออก เขาจ้องมองท่าทางของเสี่ยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นเสมองไปอีกทางแทนที่จะมองร่างกายหรือใบหน้าของตนเอง สีหน้าของดาราหนุ่มก็ยิ่งย่ำแย่ลง


                 ครับ


                แม้อิทธิพลจะไม่ได้มอง แต่หูก็ยังได้ยินน้ำเสียงที่เจือความไม่พอใจของคนที่เขาใช้เงินเลี้ยงจนกลายเป็นดาราหน้าใหม่ดาวรุ่งได้อย่างชัดเจน


                และยังรู้ไปอีกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจตั้งแต่ที่เขาให้อี้เดินนำเข้ามาแล้ว


                  ให้ผมออกไปก่อนดีไหมครับ” คนสนิทที่โดนสายตาไม่พอใจจากเด็กของเสี่ยตวัดหางตาใส่ก่อนเดินหายเข้าไปในห้องนอนเอ่ยถามเจ้านายออกมาเสียงเบา อี้ไม่รู้ว่าทำไมคนเป็นนายถึงให้เขาตามเข้ามาด้วย ทั้งๆ ที่คุณออกัสก็ขอร้องให้เป็นการพูดคุยกันสองต่อสอง


                อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เคยเป็นถึงคนโปรดแถมยังอยู่ข้างกายมานาน คำขอของดาราหนุ่มน่าจะมีผลอะไรบ้างในความรู้สึกของเจ้านาย


                  ไม่ต้อง อยู่ด้วยกันนี่แหละ


                  ครับ?


                  .... เสียงร้องสงสัยของอี้ไม่ได้ทำให้อิทธิพลยอมเฉลย ก็เรื่องอะไรที่เขาต้องพูดออกไปว่าให้อีกฝ่ายคอยเป็นพยานเผื่อว่าใครบางคนที่พึ่งได้เบอร์ส่วนตัวเขาไปจะเข้าใจผิด หรือได้รับข่าวสารแบบใส่สีตีไข่อีก


                ดวงตาเรียวรีของมือซ้ายแอบเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นได้ยินอะไรออกมาจากปากเจ้านายสักที แล้วอี้จะทำอะไรได้นอกจากปล่อยเลยตามเลย ยอมเป็นส่วนเกินในห้องที่ไม่รู้ว่าเรื่องจะจบหรือเรื่องจะระเบิดระหว่างเสี่ยกับดาราหน้าหวาน


                สองนายลูกน้องใช้เวลารอเกือบสิบนาที ร่างของออกัสก็เดินออกมาด้วยชุดที่เรียบร้อยขึ้น แต่ก็ยังไม่วายใส่กางเกงขาสั้นจนเห็นไปถึงโคนขาขาวๆ ของเจ้าตัว


                 เสี่ย....” อี้ยืนฟังเสียงเรียกหวานๆ ของคุณดาราด้วยความรู้สึกกึ่งทึ่งกึ่งชม


                ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ออกจะตีสองหน้าเก่งอยู่แท้ๆ แต่ทำไมการแสดงถึงไม่ได้เรื่องจนเป็นที่เลื่องลือในวงการกันนะ


                  ไปนั่งตรงนั้น” อิทธิพลส่งสายตาไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม เขาไม่อยากจะเสียเวลามากนักกับลีลาของออกัสที่รู้จักดี ยิ่งคิดถึงใบหน้าหวานๆ ของเด็กนักศึกษาที่รออยู่ เขาก็ยิ่งอยากที่จะพูดข้อตกลงต่างๆ ที่คิดไว้กับคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตเด็กของเสี่ยเร็วๆ


                ด้านออกัสที่เกือบจะได้ยื่นมือไปแตะแขนอีกฝ่ายก็รู้สึกเสียหน้าจนคล้ายจะโกรธ หากไม่มีอี้อยู่ด้วย เขาคงไม่รู้สึกหน้าแตกขนาดนี้ที่โดนเจ้านายของอีกฝ่ายปฏิเสธ ออกัสได้แต่ฝืนยิ้มแล้วยอมเดินไปนั่งโซฟาตำแหน่งที่เสี่ยระบุให้แต่โดยดี


                ดาราหนุ่มพยายามสะกดกลั้นความไม่พอใจต่างๆ ลง แล้วทำตัวว่าง่าย เผื่อว่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นจะได้เบาลงหรือไม่แย่เท่ากับตอนที่คนสนิทของอีกฝ่ายเข้ามาบอกข้อเสนอ


                แต่ออกัสคิดผิด


                  หาทางแก้ข่าวของฉันกับนายซะ แล้วฉันจะให้เงินก้อนสุดท้าย ทันทีที่นั่งลงเรียบร้อย เสียงเรียบนิ่งของอิทธิพลก็ดังขึ้นพร้อมกับดวงตาคู่คมที่จ้องมองใบหน้าของออกัสอย่างไม่ปรากฏอารมณ์จนคนถูกมองรู้สึกกลัวขึ้นมา


                ดาราหนุ่มที่ได้ยินประโยคกดดันที่แฝงความหมายของการตัดขาดความสัมพันธ์รีบส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอม “ให้ออกัสแก้ข่าวได้ แต่ออกัสไม่เลิกกับเสี่ยนะครับ


                 “….”


                  เสี่ย...ทำไมครับ โกรธกัสมากเลยเหรอ กัสขอโทษ ต่อไปนี้จะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว แต่เสี่ยอย่าเลิกกับกัสเลยนะครับ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยพร้อมใบหน้าที่ใกล้จะร้องไห้ไม่ได้ทำให้หัวใจของเสี่ยหนุ่มรู้สึกอ่อนไหวเลยแม้แต่น้อย ยิ่งฟังคำพูดของออกัสที่พ่นออกมามากมาย ทั้งรักเขาอย่างนั้น ขอโทษเขาอย่างนี้ อิทธิพลก็ยิ่งรู้สึกรำคาญอย่างบอกไม่ถูก


                รักงั้นเหรอ?


                รักเขาหรือรักที่เงินของเขากันแน่


                อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเอาเงินที่ได้ไปทำเรื่องไร้สาระอะไรบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อให้ไปแล้ว ชายหนุ่มก็แฟร์พอที่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการใช้เงินเพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ที่เจ้าตัวจะเอาไปทำอะไรก็ได้ แต่สิ่งที่ออกัสกำลังพร่ำพูดตัดพ้อน้อยใจอยู่ตอนนี้นี่แหละ ที่จะทำให้เขาใกล้หมดความอดทน


                  ทำไมครับ เสี่ยไม่รักไม่เอ็นดูออกัสแล้วเหรอ ที่ผ่านมากัสยอมทำตามใจเสี่ยทุกอย่าง กัสแค่อยากจะให้คนอื่นรู้ว่าเสี่ยเป็นของออกัส


                  ฉันไม่ใช่ของนาย ทันทีที่เอ่ยประโยคสั้นๆ นี้ ใบหน้าของคุณดาราก็ชะงักค้างไป ออกัสแทบจะร้องโวยวายออกมาเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดเรื่องที่ไม่เข้าหูอีกฝ่ายอย่างแรงออกไป


                เสี่ยเกลียดการแสดงความเป็นเจ้าของ


                แต่เขาก็ยังโง่เผลอตัวพูดออกไปเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกสงสาร


                  ผ ผม...คือ ออกัส..”


                       ยอมไปทำตามที่ฉันสั่งแล้วรับเงินก้อนสุดท้ายดีๆ หรือจะเป็นศัตรูกัน คิดดูให้ดีๆ” อิทธิพลพูดออกมาด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองใบหน้าของออกัสที่เริ่มซีดเผือดลงไปทุกทีด้วยความพอใจกับผลลัพธ์


                มันก็แค่คำขู่ที่ทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจนต้องยอมแพ้เท่านั้น อย่างไรเสียก็เคยเป็นคนที่เขารู้สึกดีด้วย แถมยังอยู่ข้างกายกันมานาน


                แต่ถ้าหากไม่ยอมง่ายๆ เขาก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าถ้อยคำข่มขู่เล่นๆ นี้จะกลายเป็นจริงขึ้นมาเมื่อไหร่


                บางทีคนที่นิสัยดื้อด้านอย่างออกัส ก็ต้องเจออะไรแบบนี้ซะบ้าง


                 จำได้ว่านายร้องเพลงเพราะ


                  “….”


                  ถ้าทำตามที่ฉันเสนอไปดีๆ บางทีอาจจะลองหางานที่น่าจะเหมาะกับความสามารถให้ เลือกเอาแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

                ร่างบอบบางของนักศึกษาทุนนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างคนนอนไม่หลับ พอวาพยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ได้กำลังรอใครบางคนที่คืนนี้บอกว่าจะกลับช้า แต่ดูเหมือนว่าร่างกายและสมองจะไม่ยอมเชื่อฟัง ถึงได้ยังไม่สามารถหลับลงได้แม้จะปิดไฟในห้องมาเกือบชั่วโมงแล้วก็ตาม


                เพราะนอกจากจะแอบรอแล้ว พอวายังสงสัยด้วยว่าธุระอะไรที่อีกฝ่ายออกไปทำ


                เด็กหนุ่มนอนตะแคงตัวในท่าที่สบายแล้วปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่จะหลับตาได้นานดี เสียงไขกุญแจห้องก็ดังขึ้นแล้วตามมาด้วยเสียงเปิดประตูแผ่วเบาราวกับคนเปิดกำลังกลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของคนด้านใน


                สภาพห้องที่มืดเกือบสนิทเพราะยังมีแสงจากระเบียงสาดส่องผ่านม่านพอให้ความสว่างเล็กน้อยทำให้อิทธิพลต้องเบาเสียงฝีเท้าลงเพราะเกรงว่าร่างคนที่นอนหันหลังให้อยู่จะตื่นขึ้นมา


                หลังจากที่ยื่นข้อเสนอปนข่มขู่กับออกัสไป ทุกอย่างก็เรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงดี อีกฝ่ายไม่ได้ร้องไห้โวยวายฟูมฟายเหมือนกับเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจแบบปกติ แต่ดวงตาที่แดงก่ำก็บ่งบอกได้อย่างดีว่าดาราหนุ่มรู้สึกอย่างไรกับการกดดันในครั้งนี้


                ออกัสไม่ได้รักเขาหรอก


                พวกเขาไม่ได้รักกัน


                มันก็แค่ความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างพอใจกับผลประโยชน์ที่ได้รับ


                เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการความสุขทางกายจากใครก็ได้อีกต่อไป


                  อืออ เสี่ย” พอวาที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ส่งเสียงหรือทำอะไรสักทีแกล้งทำเป็นเหมือนคนพึ่งตื่น ก่อนเด็กหน้าหวานจะพลิกตัวกลับมานอนหงายแล้วใช้ดวงตากลมโตมองใบหน้าของคนแก่กว่าเงียบๆ


                  ทำให้ตื่นเหรอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามโดยที่มุมปากแอบยกยิ้มอย่างที่พอวาไม่เห็น


                เด็กน้อยของเสี่ยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นยันตัวลุกขึ้นนั่ง ส่วนอิทธิพลเองก็นั่งลงบนขอบเตียงด้านเดียวกับพอวาเช่นกันเพื่อพิจารณามองใบหน้าหวานท่ามกลางแสงสลัว


                เด็กของเขาขี้เซาจะตาย ขนาดเขาลุกขึ้นตอนเช้าๆ ไปอาบน้ำแต่งตัวอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น แล้วกับแค่เสียงไขกุญแจและเปิดเบาๆ แค่นี้น่ะหรือ ที่จะทำให้เจ้าตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้


                นอกจากดื้อแล้วยังจะหัดโกหกอีก


                  รอนานไหม


                  ไม่รู้สิครับ ผมไม่ได้รอ” ตอบเสร็จก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองแรงๆ สักที ไม่ได้รอบ้าบออะไร เขากินข้าวอาบน้ำเสร็จตั้งแต่ยังไม่หนึ่งทุ่ม พอสี่ทุ่มกว่าก็ปิดไฟเตรียมนอน แต่ผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังนอนไม่หลับ เผลอๆ ตอนนี้อาจจะใกล้เที่ยงคืนแล้วด้วยซ้ำ


                หากนับตั้งแต่ที่อีกฝ่ายโทรหา ก็คงเกือบ 7ชั่งโมงได้


                  อืม งั้นนอนต่อเถอะ” คนเป็นเสี่ยว่าพลางลุกขึ้นยืนเตรียมไปอาบน้ำบ้าง เขาอยากจะหยิกแก้มนิ่มๆ นั่นให้ช้ำเหลือเกินที่กล้าโกหกทั้งที่ตาใสแจ๋วแบบนั้น แต่แรงดึงที่แถวชายเสื้อก็ทำให้คิ้วเข้มต้องเลิกขึ้นเป็นเชิงสงสัย


                  มีอะไร


                  จะไปไหนครับ


                  อาบน้ำ” พอฟังคำตอบแล้วมือที่กำเสื้อของชายหนุ่มอยู่ก็คลายออก ก่อนร่างของเด็กหน้าหวานจะเอนตัวลงนอนเหมือนปกติ


                การกระทำเล็กๆ นั้นอาจจะไม่ได้ทำให้พอวารู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่กลับสั่นไหวความรู้สึกของใครอีกคน ราวกับเป็นคนสำคัญของคนเด็กกว่า


                เสี่ยหนุ่มแอบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจับผ้าห่มคลุมเหนือขึ้นมาบนช่วงท้องของพอวาแล้วค่อยเดินหายไปในห้องน้ำ


                โดยที่ไม่รู้เลยว่าใบหน้าของคนที่นอนอยู่เองก็กำลังอมยิ้มออกมาน้อยๆ เช่นกัน






                    ผ่านไปเกือบสัปดาห์แล้ว แต่พอวาก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากร้านอาหารหรือคาเฟ่ใดสักแห่ง


                วงจรชีวิตของเขาเริ่มกลับมาน่าเบื่ออีกครั้งเมื่อวันทั้งวันกลับว่างจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี หากเป็นสถานการณ์ปกติ ป่านนี้พอวาก็คงจะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวที่ทางเหนือแล้ว จะให้บอกแม่ว่าเปลี่ยนใจจะกลับบ้านก็คงถูกซักจนความแตกแน่ๆ


                ส่วนเสี่ยก็ยังคงสามารถอดทนอยู่กับเขาภายในห้องพักขนาดเล็กๆ นี้ได้โดยที่ไม่ปริปากบ่นอะไรออกมา พอวาเลยเริ่มตื่นเช้าขึ้นมาอีกหน่อยเพื่อเตรียมของง่ายๆ ให้อีกฝ่ายทานรองท้องเพราะระยะทางที่ไกลขึ้นจากหอพักเขากับตึกทำงานของอีกฝ่ายทำให้คุณอี้แอบมากระซิบว่าเจ้านายของตนเองจะไม่ได้ทานอะไรเลยจนกระทั่งบ่าย


                    แซนด์วิชครับ


                    กาแฟล่ะ?”


                    ไม่มีครับ มีแต่น้ำเปล่า” พอวาไม่ได้หันหน้ามามองคนถามหาเครื่องดื่มประจำเลยสักนิดว่ากำลังขมวดคิ้วด้วยความขัดใจอยู่แค่ไหน ก่อนหน้านี้ก็ยังพอมีกาแฟเหลืออยู่บ้างจากการที่เด็กนักศึกษาเคยซื้อมาดื่มในช่วงที่ต้องอ่านหนังสือหนักๆ แต่มันก็เหลือเพียงแค่สี่ห้าซองเท่านั้น แถมเขายังไม่คิดที่จะซื้อมาเพิ่มอีกด้วยจึงทำให้ห้องทั้งห้องมีเครื่องดื่มเพียงแค่น้ำเปล่ากับนมเปรี้ยวเท่านั้น


                และคนอย่างเสี่ยคงไม่ดื่มนมเปรี้ยวแน่ๆ


                    งั้นวันนี้ไปซื้อกาแฟมาแล้วกัน เอาแบบซองสำเร็จรูปก็ได้


                    .....


                    วา...” อิทธิพลร้องเรียกคนที่กำลังจัดการทำแซนด์วิชชิ้นที่สามอยู่โดยไม่สนใจคำสั่งของเขาเบาๆ ก่อนจะถูกคนอ่อนกว่าตอกกลับมาจนได้แต่เงียบ เพราะเถียงไม่ออก “บอกแล้วไงครับว่าอย่าดื่มมาก พอไปถึงที่ทำงานเสี่ยก็สั่งให้คนชงกาแฟอีกอยู่ดี


                    ....” เพราะเห็นชายหนุ่มเงียบไป ใบหน้าหวานจึงหันมามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนขนาบข้างกัน ถึงได้เห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังมองมาที่เขาอยู่ก่อนหน้าแล้ว


                    เป็นอะไรไปครับ?” ถามออกไปทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าไปขัดใจอีกฝ่ายเข้า แต่พอวาก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์และบรรยากาศในช่วงหลายวันที่ผ่านมาดูจะพัฒนาไปมากกว่าตอนที่อยู่คอนโดของอีกฝ่ายเสียอีก


                    หงุดหงิด” ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มออกมาทันทีที่เสียงทุ้มต่ำเอ่ย คนตัวเล็กกว่าวางมือจากแผ่นขนมปังแล้วก้าวเท้าไปชิดกับร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายจนใบหน้าคมของคนเป็นเสี่ยต้องเบี่ยงหน้าหนี แต่พอวาก็ยังใจกล้าส่งมือทั้งของข้างไปประกบแก้มกร้านของอีกฝ่ายให้หันกลับมามองหน้ากันเหมือนเดิม


                    ผมเป็นห่วงเลยไม่อยากให้ดื่มเยอะ” เสียงนุ่มเงียบไปหลังว่าจบ ดวงตากลมโตจ้องสบกับดวงตาของคนแก่กว่านิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย “หายหงุดหงิดนะครับ


                แล้วคนถูกอ้อนจะทำอะไรได้นอกจากส่งเสียงตอบรับในลำคออย่างจำยอมแล้วคว้าเอวบางของเด็กหนุ่มเข้ามากอดไว้หลวมๆ


                ทำยังไงได้


                เป็นเขาเองที่ยอมให้อีกฝ่ายชักจะเอาใหญ่แบบนี้เอง

 

 

 




 

                หลังจากส่งเสี่ยไปทำงาน ก็ถึงคราวพอวาที่เตรียมออกไปหาเพื่อนสนิทบ้าง


                ภูผาพึ่งกลับมาจากการเที่ยวหลังสอบเสร็จ อีกฝ่ายมักจะส่งรูปภาพมาอวดเป็นระยะพร้อมกับข้อความนัดพบเมื่อสองวันก่อน แน่นอนว่าเด็กหนุ่มตอบตกลงทันทีเพราะรู้สึกเหงาและอุดอู้อยู่ไม่น้อยกับการใช้เวลาเกือบ 24ชั่วโมงภายในห้องโดยไม่ออกไปไหน


                พอวาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเสี่ยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว อีกอย่าง งานที่เขาไปสมัครเอาไว้ก็แทบจะไม่มีร้านไหนโทรมาแจ้งข่าวเลย พอจะไปติดต่อที่ร้านอีกที ป้ายประกาศรับสมัครพนักงานก็ถูกปลดออกหมด ทำให้เข้าใจได้ว่าทางร้านคงจะมีพนักงานครบอัตราแล้ว


                “ให้ผมรอรับกลับเลยไหมครับ” พี่เลี้ยงผิวเข้มเอ่ยถามคนของเจ้านายหลังจากขับรถมาจอดหน้าร้านคาเฟ่แถวมหาวิทยาลัยของเจ้าตัว


                “ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าน่าจะคุยนาน พี่อินกลับไปทำงานต่อก่อนก็ได้


                “เอางั้นเหรอครับ” สีหน้าของอินทัชบ่งบอกถึงความไม่แน่ใจ ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มเล็กน้อย


                เอาเข้าจริงก็ไม่อยากจะกลับไปเท่าไหร่เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะแอบหนีไปหางานทำอีก คราวนี้แหละ อินทัชคงได้โดนเสี่ยยำเละแน่ แต่พอเห็นท่าทางของคุณพอวาที่ดูปกติเหมือนกับตั้งใจจะมาหาเพื่อนเพียงอย่างเดียวจริงๆ เขาก็ต้องจำใจตอบตกลงไปก่อนแล้วกะว่าค่อยสั่งลูกน้องที่คุณพอวาไม่เคยเห็นหน้ามาคอยสังเกตการณ์แทนอีกที


                “ก็ได้ครับ ถ้าจะให้มารับหรือมีเรื่องอะไรอย่าลืมโทรหาผมนะครับ


                “ครับ

 

 

 



 

 

                ทันทีก้าวเท้าเข้ามาภายในร้าน ใบหน้าของภูผาก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นส่งสัญญาณน้อยๆ ให้พอวาเห็น


                สีหน้าของภูผาดูมีความสุขกว่าตอนเรียนลิบลับ เจ้าตัวแต่งตัวเรียบๆ แถมยังคีบรองเท้าแตะสีซีดนั่งกระดิกเท้าเป็นจังหวะอย่างอารมณ์ดี


                “ไง” ภูผาเอ่ยทักสั้นๆ พลางยักคิ้วขึ้นลง แล้วส่งสายตาให้พอวานั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม


                “ใช่คนที่มาส่งหรือเปล่า


                “หือ?”


                “ก็คนที่นายชอบไง


                “อ๋อ ไม่ใช่หรอก


                “แล้วใครนายไม่มีทางนั่งรถราคาขนาดนั้นมาแน่ๆ” เขาไม่ได้ดูถูกอีกฝ่ายหรอกนะ แต่แค่พูดตามความจริงว่าฐานะของพอวาคงไม่มีทางจะนั่งรถหรูสัญชาติยุโรปแบบนั้นมาได้แน่ๆ และคำตอบที่ได้ยินถัดมาก็ทำให้ภูผาต้องร้องครางในลำคอด้วยความตื่นเต้น


                “ลูกน้องเขาน่ะ


                “โอ้โห นี่คนที่เลี้ยงนายอยู่เป็นใครกันแน่เนี่ยวา” ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นพวกหนุ่มใหญ่ที่เงินเหลือแล้วอยากส่งเสียเลี้ยงดูกิ๊กเด็กๆ ไว้ให้ชุ่มชื่นหัวใจ แต่ไม่คิดว่าคนที่เพื่อนเขาเล่นอยู่ด้วยจะมีฐานะขนาดนี้


                คราวก่อนที่เขาเคยเห็นพอวาเดินลงมาจากรถไม่ใช่คันนี้แน่ๆ แต่ผ่านไปไม่ถึง 5เดือนอีกฝ่ายกลับมีรถคันใหม่ขับมาส่งพร้อมด้วยคนขับรถอีก


                “แก่หรือยัง” พอวาเงียบลงไปกับคำถามพุ่งประเด็นของเพื่อนสนิท แก่ยังงั้นหรือไม่แก่แต่ก็ไม่ได้หนุ่มขนาดรุ่นเดียวกันแน่ๆ ขนาดพี่อินทัชกับพวกคุณอี้-แจ๊คสันยังเกือบจะสามสิบ แล้วเสี่ยที่อายุมากกว่าคนพวกนี้จะอายุเท่าไหร่กัน


                พอมาคิดดูแล้ว เอาเข้าจริงแล้วพอวาก็ไม่รู้เรื่องอายุกับวันเกิดของอีกฝ่ายเลยนี่นา


                “ก็...น่าจะเป็นผู้ใหญ่พอสมควรแล้วแหละ” คงสักสามสิบกว่าๆ ได้ ถึงแม้ในใจพอวาจะแอบเข้าข้างเสี่ยอยู่ว่าอีกฝ่ายยังดูหนุ่มเหมือนคนอายุยี่สิบปลายๆ เท่านั้นเองก็เถอะ


                “คงไม่ใช่พวกตาแก่หนังเหนียวใช่ไหม


                “ไม่ใช่!” ภูผาจะบ้าหรือถึงได้ถามคำถามนี้ออกมา


                “อะไร นี่ไม่รู้แม้กระทั่งอายุเนี่ยนะ


                “อืม ก็เราไม่เคยถามนี่


                “แล้วถ้าเกิดใกล้วันเกิดเขาขึ้นมาจะไม่แย่เหรอที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้เนี่ย


                “ก็...


                เถียงไม่ออก


                พอวาได้แต่เม้มปากแล้วมองดวงตาคู่โตของเพื่อนที่มองมาอย่างดุๆ


                นี่สรุปเป็นเขาหรือภูผากันแน่ที่เป็นคนของเสี่ย


                “เอาเถอะ ถ้าดูแลดีขนาดนี้ก็รีบตักตวงเอาไว้เยอะๆ แล้วกัน ต้องเอาให้คุ้ม เข้าใจไหม


                “ผา!” พอวาแทบจะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเสียงดัง แถมเจ้าตัวยังไม่ได้รู้สึกอะไรอีกที่เอ่ยปากยุเพื่อนให้กอบโกยผลประโยชน์ไว้มากๆ


                พอวาอาจไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เพราะให้ใจกับฝั่งนั้นไป สิ่งที่เพื่อนหน้าหวานเขาต้องการคงเป็นเรื่องทางความรู้สึกมากกว่า แต่มันไม่ใช่กับเขาซึ่งเป็นคนนอก ยังไงภูผาก็คิดว่าพอวาควรเก็บเกี่ยวเงินทองหรือข้าวของเอาไว้กับตัวเองให้มากที่สุด ต่อให้จะรู้สึกรักหรือชอบคนๆ นั้นก็เถอะ แต่ยังไงทุกอย่างมันก็ไม่มีคำว่ามั่นคงหรือแน่นอนอยู่แล้ว


                “เชื่อเหอะ ว่าแต่หางานทำได้หรือยัง” พอโดนเปลี่ยนมาเรื่องงานพาร์ทไทม์ที่เคยส่งข้อความไปปรึกษา พอวาก็ต้องส่ายหัวออกมาแล้วถอนหายใจ อยู่ดีๆ ร้านทุกร้านที่เคยรับประกาศหาพนักงานก็คล้ายกับจะเลิกหาพร้อมๆ กันซะอย่างนั้น


                “ยังเลย เขาคงรับคนเต็มหมดแล้ว


                “ลองให้ช่วยหาให้ไหมละ เพื่อนตัวเล็กถามอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ภูผาเคยยื่นมือช่วยเหลือเรื่องหางานให้ แต่พอวาไม่อยากจะรบกวนอีกฝ่ายในขณะกำลังเที่ยวต่างประเทศอย่างมีความสุข แถมตอนนั้นยังคิดว่ายังไงก็ต้องได้งานสักที่แน่ๆ เขาจึงบอกปฏิเสธไป


                จริงเหรอ เอาสิ


                “แลกด้วยการลงวิชาด้วยกันเทอมหน้า


                ได้เลย ขอบใจนะ

 

 

 

 

 

 


...


ฝากนิยายเรื่อง เป็นที่รัก ด้วยนะคะ

ย้ายมาอยู่ด้วยกันใน account นี้แล้ว

ตามไปอ่านกันได้ที่นี่น้าา  (คลิ๊ก)


อัปครบแล้ว ช่วงนี้คงจะไม่ได้มาถี่ได้เหมือนช่วงแรกๆ แล้วเพราะมีหลายสิ่งที่ต้องจัดการเกี่ยวกับหนังสือ

แต่ยังไงก็ตาม เราจะพยายามมาให้ได้บ่อยมากที่สุดเท่าที่ทำได้นะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม คอมเมนต์ให้กัน คอมเมนต์จะสั้นหรือยาวก็เป็นกำลังใจให้กันหมด

รวมถึงคนที่อาจจะไม่ถนัดคอมเมนต์แต่สกรีมในแท็ก #เด็กเสี่ยอิทธิพล นะคะ

เรื่องรายละเอียดหนังสือตามด้านล่างเลยน้า


about book



ยังจำที่เราแจ้งว่าหนังสือจะถูกตีพิมพ์กับสนพ.หนึ่งได้ไหมคะ?

วันนี้เราจะมาบอกว่า เรื่อง 'Over The Edge' จะไม่มีการตีพิมพ์กับสนพ.แล้วนะคะ

แต่จะเป็นการรวมเล่มโดยเราเอง จากการที่ได้รับฟังและพูดคุย/ปรึกษาหลายๆ คนถึงปัญหาต่างๆ จนได้สรุปสุดท้ายแบบนี้ เราขอเลือกความสบายใจของเราเอง และไม่ขอลงรายละเอียดต่างๆ ว่าทำไมบ้างนะคะ เอาเป็นว่าพูดคุยทำความเข้าใจกับทางพี่บก.ด้วยดี ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ ยังคงคล้ายเดิมนะคะ

1. มีหนังสือ (เตรียมเปิด Pre-order เร็วๆ นี้)

2. มี ebook แต่คงเหลือแค่ช่องทาง Meb

3. ebook จะออกหลังหนังสือจัดส่งเรียบร้อยแล้วประมาณ 1-2 เดือน แต่จะพยายามมาให้รวดเร็วค่ะ เราต้องไปศึกษาขั้นตอนตรงนี้เหมือนกันเพราะไม่เคยขายหนังสือในรูปแบบ ebook มาก่อน

4. ปกเป็นแบบที่เราเคยแจ้ง คือคงไม่ใช่รูปคน หรือรูปที่สื่อว่าเป็น ช-ช อย่างโจ่งแจ้ง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะคะ ลายเส้นรูปคนสวยๆ เราก็ชอบ แต่ว่าอยากให้หนังสือเรื่องนี้ทุกคนสามารถพกพาไปไหนหรือนั่งอ่านที่ไหนก็ได้โดยไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน 

5. ลงเนื้อหาจนจบในเว็บและอาจแอบเอาตอนพิเศษมาลงให้อ่านด้วย แน่นอนว่าเนื้อหาในเล่มจะไม่มีการตัด/หั่นฉากไหนทิ้ง แต่อาจมีเสริมเพิ่มเข้ามาเพื่อความไหลลื่นมากขึ้น 

6. เรารู้ว่ามีหลายคนที่ค่อนข้างกังวลเรื่องการห่อหนังสือ เรารับรองว่าจะตั้งใจตรงจุดนี้ให้มากค่ะ เพราะเราเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ และถ้าสมมติว่ามียอดจองเข้ามาเยอะกว่าที่เราจะรับมือคนเดียวไหว เราคงต้องจ้างคนมาช่วยแพคนะคะ ซึ่งตรงจุดนี้จะพยายามกำชับให้ดี ปกติที่ผ่านมาเราทำเองหมดทุกขั้นตอนเพราะจำนวนไม่ได้เยอะถึงหลักร้อยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้อาจจะไม่ใช่แบบที่ผ่านๆ มา

7. กำหนดเปิดจองคร่าวๆ ประมาณสิ้นเดือนนี้-ต้นเดือนหน้า (กำลังรอคนวาดปกอยู่ว่าจะสามารถเร่งมือร่างได้แค่ไหน) 

8. มี special พิเศษสำหรับคนที่โอนภายในระยะวันเวลาที่กำหนด 

9. ระยะเวลาเปิด Pre-order ประมาณ 3 เดือน


หวังว่าทุกคนจะโอเคกับรายละเอียดคร่าวๆ ด้านบนนะคะ


อ่านทั้งเนื้อหานิยายแล้ว และข่าวเรื่องรวมเล่มแล้ว อย่าลืมคอมเมนต์หรือสกรีม #เด็กเสี่ยอิทธิพล กันให้ด้วยน้าาา

แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆ สำหรับความห่วงใยเรื่องที่เราล้มมากค่ะ ไม่คิดว่าความซุ่มซ่ามจะนำพาคอมเมนต์ขอให้หายไวๆ และให้ไปหาหมอมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้ T_T แล้วแบบนี้จะไม่ให้เราเลือกทุกคนก่อนได้ยังไง ถึงขั้นมีคน DM ไปให้กำลังใจ+ขอให้หายเร็วๆ ด้วยอีก น่ารักกันมากเลย ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ตอนนี้ยังไม่หายดี มันยังปวดๆ อยู่บ้าง แต่ทายา+กินยาแล้ว แล้วเจอกันครึ่งหลังน้า


ปล. มีคนบอกน้องวาอารมณ์แปรปรวนจะมีเบบี๋แล้วใช่ไหม ยังค่าา น้องยังเด็กแถมยังเรียนอยู่เลย 5555

เวลาเค้าร้อนแรงกันมีการป้องกันน้า แต่ในฉาก nc เราไม่ได้บรรยายหรือใส่รายละเอียดขั้นตอนนี้ไว้ T_T เดี๋ยวจะไปเพิ่มนะคะ จะได้ชัดขึ้นแต่คงไม่ขอลงลึกถึงขั้นการเตรียมตัวก่อนโดนกินตับน้า


สุดท้าย ขอบคุณทุกคนอีกรอบค่ะ ขอบคุณจริงๆ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.966K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21,681 ความคิดเห็น

  1. #21615 lek0868909108 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 17:07
    เลิกดื้อละกลับคอนโดด/แต่ชอบที่น้องมีบอกห่วง
    #21,615
    0
  2. #21567 YungYing0711 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 21:18
    ถึงคราวซวยแล้วววพี่อิน ผาจะช่วยหางานน
    #21,567
    0
  3. #21495 GFMB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 17:38
    ตายเลี้ยววววว อินทัชชชช //ยืนไว้อาลัย
    #21,495
    0
  4. #21412 Aueakan2546 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 11:50
    ชห.ละอินทัช อวสานแน่ๆ
    #21,412
    0
  5. #21397 Spices_smile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:11
    พอวาน่ารัก
    #21,397
    0
  6. #21347 97line (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 21:03
    ภูผาไม่ได้ชอบวาใช่มั้ย
    #21,347
    0
  7. #21289 premmiii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:20
    ฮื่ออออน่ารักกกกกกกกก
    #21,289
    0
  8. #21218 Biekps99 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 17:50
    เอาแล้วไงละที่นี้
    #21,218
    0
  9. #21187 phiangoe (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 20:10
    พอผาว่ามางี้ พี่ก็อยากให้ผาได้รองมีเสี่ยสักคน 55555 อยากเห็นเด็กรีบโกย
    #21,187
    0
  10. #21158 PNKSSPDS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 18:28
    สงสัยว่า ภูผาจะถูกคุณมือขวาและมือซ้าย พร้อมด้วยคุณพี่เลี้ยงทุบแล้วล่ะ
    #21,158
    0
  11. #21121 คิดดี (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 15:34

    ภูผา : เดี๋ยวเราช่วยหางานให้ดีไหม

    พี่อี้ พี่แจ๊คสัน พี่อิน : คิ้วขวากระตุกเป็นจังหวะสามช่า

    #21,121
    0
  12. #21067 SweetMw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 18:20
    ถึงในใจน้องจะแอบจิกกัดความแก่ของเสี่ยแต่น้องก็จิกได้คนเดียวนะ คนอื่นห้ามว่า555555555
    #21,067
    0
  13. #20696 BaiTong23 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 13:29
    อินทัชซวยแน่
    #20,696
    0
  14. #20654 Fueled me (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 01:07
    ถ้าน้องได้งานจริงๆ ใครจะซวยบ้างเอางี้555555555555555
    #20,654
    1
    • #20654-1 Aueakan2546(จากตอนที่ 25)
      9 มีนาคม 2563 / 11:53
      พี่อินหนึ่งเลยแล้วมันน่าจะลามไปพี่อี้กับแจ็คสัน เอาง่ายๆน่าจะโดนทั้งแก๊ง55555
      #20654-1
  15. #20617 fluorite (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 15:07
    ชอบความใส่ใจของคุณไรท์จัง
    #20,617
    0
  16. #20469 pommys (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 08:28
    การกระทำเล็กๆทำให้คนแก่(กว่า)ยิ้มได้
    #20,469
    0
  17. #20378 S.Map (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 23:08
    แอบหางานอีกแล้ววววว พี่อินจะโดนไหม๊เนี่ยยย
    #20,378
    0
  18. #20267 View_Aranya (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 06:05
    สงสารออกัสจัง ไม่ควรมายุ้งกับคนแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ดูจากคำพูดก็รู้ว่ารักแต่ตัวเอง คนแบบนี้ไม่ควรเจอรักดีๆ เห็นคนอื่นเป็นของเล่น มันควรโดนเล่นบ้างจะได้รู้
    #20,267
    0
  19. #20257 Nuthathai Por (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:51

    วาจะดีเหรอ เดี๋ยวเสี่ยก็งอนหรอกขัดคำสั่งแบบนี้

    #20,257
    0
  20. #20152 wonnybum (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 19:51
    สงสารออกัสเหมือนกันนะ ที่ต้องโดนบอกเลิกทั้งที่ตนก็ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ให้ใจเสี่ยไป แค่หวังผลประโยชน์แค่นั้น แต่คนเคยพัวพันกันมานานก็คงมีใจแป้วบ้างแหละ นี่แหละชีวิตเด็กเสี่ย ได้ใหม่ลืมเก่า แต่ก็ถือว่าทุกคนที่มาอยู่ ณจุดนี้รับรู้กฎและเงื่อนไขของสถานะดีอยู่แล้ว แค่ต้องรีบโกยตอนกำลังหอมหวานไว้ให้มากก็แค่นั้น แล้วพอวาเองก็ใช่ว่าจะมั่นคง เพราะว่าถ้าอิเสี่ยเจอของถูกใจใหม่ ก็ต้องโดนเหมือนรุ่นพี่ที่ตกไปเหมือนกัน สถานะตรงนี้ ใครที่เข้ามาแล้วหวังสูง ก็คงเจ็บหนักอ่ะ แต่ถ้าลูกเรารอดก็ถือว่าโชคดีไป
    #20,152
    0
  21. #20002 My Little G. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:55
    พี่อินจะซวยแล้ววววว
    #20,002
    0
  22. #19759 FDB88 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 00:33

    ไม่บอกเสี่ยกอนด้วย ภูผาจะช่วยหางานด้วย พี่อินเตรียมตัวได้เลย ระเบิดลงแน่ๆ 5555555 *แอบหวั่นๆภูผาอยู่นิดๆ จะมาดีหรือมาร้าย

    #19,759
    0
  23. #19701 napa_toey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:41

    อ๊ากกกกก เสี่ยยยยย อย่าตีพี่อิน อย่าตี้~~~

    #19,701
    0
  24. #19387 chootikarn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 20:29
    งานเข้าอินทัชอีกเเล้ว555
    #19,387
    0
  25. #19385 MManatsawan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:08
    โดนแน่ๆพี่อิน 5555
    #19,385
    0