YAOI : OVER THE EDGE (Mpreg) #เด็กเสี่ยอิทธิพล

ตอนที่ 24 : 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6914 ครั้ง
    23 พ.ย. 61


22



                คนที่ได้แต่ออกคำสั่งมาตลอดกำลังรู้สึกทำตัวไม่ถูก


                พอวาไม่ได้สนใจคนแก่กว่าที่เดินออกมาจากห้องน้ำสักเท่าไหร่ เด็กหน้าหวานของเสี่ยทำแค่ปรายตามองเป็นเชิงรับรู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายก่อนจะก้มหน้าก้มตาหาข้อมูลเรื่องงานพิเศษต่อ ทิ้งให้อิทธิพลยืนเก้ออยู่แบบนั้น จนในที่สุดก็เป็นชายหนุ่มที่ต้องเดินเข้าไปนั่งบนเตียงแทน แต่ยังไม่ทันที่จะได้นั่งดี เสียงที่เคยอ่อนนุ่มเสมอก็ร้องดังขึ้นอย่างแข็งๆ


                ห้ามนั่งครับ” พอวาว่าพลางบุ้ยปากไปอีกฝั่งข้างเตียง “ผมปูที่นอนไว้ให้เสี่ยแล้ว


                ตลกแล้ว


                พูดจริงครับ” ริมฝีปากอิ่มพยายามกลั้นยิ้มบริเวณมุมปากที่เห็นสีหน้าเหวอๆ ของอีกฝ่าย เขาจัดการปูที่นอนไว้ให้จริงตามที่พูด แต่ก็ไม่ได้คิดจริงจังหรอกว่าชายหนุ่มจะยอมนอนบนพื้นแข็งๆ ที่มีเพียงแค่ผ้านวมผืนบางปูไว้เพียงชั้นเดียวเท่านั้น


                แค่คนอย่างเสี่ยยอมย้ายที่นอนมาอยู่กับเขาในห้องเช่าเล็กๆ แค่นี้ก็ถือว่าเกินคาดแล้ว


                แต่พอวาคิดผิด


                เพราะร่างสูงใหญ่ของอิทธิพลกลับลุกขึ้นเดินไปนั่งลงบนพื้นที่ที่เขาจัดสรรไว้ให้อย่างว่าง่ายผิดจากที่คาดไว้ไปอย่างไม่น่าเชื่อ


                คราวนี้เป็นคนอ่อนกว่าบ้างที่ต้องนิ่งอึ้งไป พอวาปิดปากเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้วใช้สายตาสำรวจมองสีหน้าของอีกฝ่ายอย่างพิจารณาแต่ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร แต่หารู้ไม่ว่าในใจของอิทธิพลกำลังเข่นเขี้ยวเรื่องที่เกิดขึ้นไว้แค่ไหน


                ให้ตายเถอะ เกิดมาเขาไม่เคยต้องง้อหรือยอมใครขนาดนี้มาก่อน


                ทีนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม


                ครับ งั้นผมไปอาบน้ำบ้างดีกว่า” คนที่รับมือกับสถานการณ์เหนือความคาดหมายไม่ถูกรีบออกปากหนีเข้าห้องน้ำไปพร้อมชุดนอนบ้าง พอเสียงปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น คนเป็นเสี่ยที่ก่อนหน้ายังทำหน้าน่าสงสารอยู่ก็เปลี่ยนมาเป็นกัดฟันถอนหายใจออกมาเสียงดัง


                อิทธิพลคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดหามือซ้ายทันทีระหว่างรอให้พอวาอาบน้ำเสร็จ รอเพียงไม่นานเสียงจากปลายสายก็ร้องทักขึ้นราวกับเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว


                เฉิน-อี้” เสียงเข้มที่เรียกชื่อพ่อบ้านอี้ซะเต็มยศทำเอาอีกฝ่ายแอบสูดลมหายใจลึกก่อนขานรับ “ครับ


                ไปจัดการเรื่องออกัสซะ


                ได้ครับ


                เอาให้เร็วที่สุดล่ะ ฉันไม่อยากจะอยู่ในห้องแคบๆ แบบนี้นานหรอกนะ” ไม่ลืมกำชับมือซ้ายให้รีบจัดการดาราหนุ่มต้นเรื่อง จนปลายสายคันปากอยากจะแย้งออกไปเหลือเกินว่าไม่อยากอยู่หอเล็กๆ ของคุณพอวานานๆ หรือไม่อยากจะให้เรื่องของคุณออกัสคาราคาซังจนคุณพอวาไม่ทนกันแน่


                ผมให้เด็กๆ เอารถเสี่ยไปจอดไว้ที่ใต้หอคุณพอวา ส่วนกุญแจอยู่ในกระเป๋าเดินทางนะครับ อี้บอก เผื่อเจ้านายทนไม่ไหวจะได้ขับรถกลับได้


                รีบไปจัดการเรื่องที่ฉันสั่งก็พอ เสียงทุ้มต่ำเอ่ย ก่อนจะแอบชำเหลืองสายตาไปมองประตูห้องน้ำเป็นระยะว่าสถานการณ์ยังปกติดี


                ครับเสี่ย” อี้ชิงรับคำอย่างแข็งขัน เขาคิดว่าเจ้านายของตนเองคงรู้ตัวขึ้นมาได้แล้วว่าในเวลานี้ใครที่มีความสำคัญกับอีกฝ่ายมากที่สุด ดูจากการที่ยอมโอนอ่อนเห็นด้วยกับข้อเสนอเล่นๆ ที่เขาคิดขึ้นมาอย่างการย้ายไปอยู่กับคุณพอวา


                คนที่ร่ำรวยทั้งอำนาจและเงินทองขนาดนั้น กลับยอมทนเฝ้าง้อเด็กคนหนึ่งขนาดนี้


                ถ้าไม่รักไม่ชอบ แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก


                อืม ฝากด้วย

 




 

 

 

 

                ดวงตากลมโตของพอวามองร่างของคนที่นอนกระสับกระส่ายไปมาอย่างไม่สบายตัวอยู่เกือบชั่วโมงที่แผ่นฟูกบางๆ ด้านล่างข้างเตียง สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงไฟจากระเบียงด้านนอกลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา


                เสี่ยครับ


                หืม มีอะไร ฉันเสียงดังจนนอนไม่หลับเหรอ” ยิ่งฟังอีกฝ่ายถาม พอวาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ


                นี่เขาทำเกินไปหรือเปล่านะ แค่ชายหนุ่มยอมย้ายมาอยู่ในห้องพักที่ใหญ่ได้ไม่ถึงครึ่งของห้องนอนที่คอนโดก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่เขากลับยังแกล้งให้เจ้าตัวไปนอนกับพื้นแข็งๆ แบบนั้นอีก ทั้งที่ก่อนหน้าก็พึ่งแย่งกินมาม่าไปจนเกือบหมด


                เปล่าครับ


                งั้นทำไมหรือ?”


                ขึ้นมานอนบนเตียงไหมครับ” ยังไงเตียงขนาด 5ฟุตก็ไม่ได้เล็กมากจนนอนสองคนไม่ได้ อาจจะแค่เบียดกันนิดหน่อยเพราะพวกเขาต่างก็ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่พอวาก็คิดว่าคงดีกว่าการนอนพื้นอย่างแน่นอน


                ได้เหรอ” อิทธิพลถามเสียงหงอยเพิ่มความน่าเห็นใจให้กับคนที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนเจ้าเล่ห์ไปอีก แน่นอนว่าพอวาต้องพยักหน้ารับ ก่อนเด็กน้อยของเสี่ยจะหยิบหมอนและเขยิบตัวไปอีกด้านของเตียงเพื่อให้พื้นที่กับชายหนุ่ม


                ขึ้นมาสิครับ” ไม่เพียงแต่ส่งเสียงเรียกเท่านั้น คนของเสี่ยยังตบที่นอนปุๆ อย่างน่ารักน่าชังในความรู้สึกจนอิทธิพลเกือบจะรีบลุกขึ้นไปนอนกอดร่างนุ่มนิ่มนั้นบนเตียงให้สมกับที่ยอมอดทนมาหลายชั่วโมง แต่เขาก็รีบบังคับตัวเองให้ใจเย็นแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นไปบนเตียงโดยมีดวงตากลมโตของเด็กหน้าหวานคอยมองอยู่


                เอ่อ...ไม่ใส่เสื้อเหรอครับ” พอเห็นชัดๆ ว่าคนแก่กว่าถอดเสื้อทิ้งไปแล้ว แก้มสองข้างของเด็กน้อยก็แอบเห่อร้อนขึ้นมานิดหน่อย ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัส แต่ด้วยบรรยากาศห้องที่แปลกไปเลยทำให้พอวารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


                ยิ่งมีแสงสลัวที่สะท้อนเงารูปร่างของอีกฝ่ายให้เห็นชัดเต็มตาด้วยแบบนี้...


                ไม่ล่ะ


                งั้นก็ตามใจครับ” ว่าจบก็หันตัวพลิกไปอีกด้านหลีกเลี่ยงการมองรูปร่างของอีกฝ่ายแทน เด็กหน้าหวานพยายามข่มตานอนแต่ทำอย่างไรก็ไม่รู้สึกว่าจะสามารถหลับลงได้


                กอดหน่อย


                อ๊ะ


                ร่างของพอวาสะดุ้งขึ้นเมื่อเสียงทุ้มแหบพร่าของคนเป็นเสี่ยร้องกระซิบเข้าที่ซอกคอพร้อมกับวงแขนแกร่งที่ตวัดรัดลำตัวของเขาเข้าไปแนบชิดกับแผงอกของอีกฝ่ายจนรู้สึกสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อ


                เสี่ย..


                ถึงจะไม่ได้โกรธ แต่เขาก็ยังอยู่ในช่วงน้อยใจอยู่นะ


                หอมจัง” ริมฝีปากหยักของอิทธิพลว่าพลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากครีมอาบน้ำบริเวณแถวลำคอของเด็กน้อย แล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นโดยไม่สนใจว่าเวลานี้พอวาจะรู้สึกอย่างไร


                เสียงหัวใจของพอวาเต้นดังเป็นจังหวะจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกได้ ทั้งลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวของเขาจนจั๊กจี้ ทั้งคำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำของชายหนุ่มก็ทำให้คนอ่อนกว่ารู้สึกทำอะไรไม่ถูก และยิ่งรู้สึกนิ่งอึ้งจนหัวใจเต้นรัวเร็วขึ้นไปอีกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของเสี่ยชะโงกมาขโมยจุ๊บที่ริมฝีปากเร็วๆ หนึ่งที

 

 

 





 

                บรรยากาศห้องแต่งตัวหลังเวทีของงานเดินแบบการกุศลเต็มไปด้วยเหล่านางแบบมากมาย รวมไปถึงดาราหนุ่มหน้าหวานอย่างออกัสที่ถูกจ้างมาในงานด้วย


                หลังจากออกข่าวเรื่องการถอนตัวจากซีรีส์ของผู้กำกับคนดังตามใบสั่งของเสี่ย ออกัสก็ต้องวิ่งเต้นหางานเองกับผู้จัดการส่วนตัวจนหัวหมุน ซึ่งส่วนมากแล้วงานที่ได้ก็มักจะเป็นงานเดินแบบหรือโชว์ตัวที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะหากไม่รับ ก็หมายความว่าเขาจะไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าที่ช่วงนี้รู้สึกว่าใกล้จะเข้าขั้นวิกฤตเต็มที


                ออกัสพึ่งรู้ตัวว่าเงินที่ได้จากการเลี้ยงดูไม่มากพอสำหรับเขาเลยสักนิด ส่วนเงินจากร้านอาหารก็ต้องคอยหมุนอยู่เรื่อยๆ


                ในหนึ่งเดือน เขามีค่าใช้จ่ายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และอย่างอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องซื้อเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงฐานะแก่เพื่อนในวงการ


                เขาจะไม่ใส่ชุดซ้ำออกงาน ดังนั้นเสื้อผ้าเกือบทุกชุดจึงถูกใช้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากเป็นเมื่อก่อน ดาราหนุ่มคงไม่รู้สึกอะไรเพราะเขายังอยู่ในตำแหน่งคนโปรดของเสี่ยอยู่ ไม่ว่าจะขอหรืออ้อนเอาอะไร สิ่งๆ นั้นก็จะมากองให้ถึงที่อย่างรวดเร็วทันใจ แต่ในช่วงสองสามเดือนหลังมานี้ ออกัสก็รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะตกกระป๋อง


                ซึ่งคนที่เขาหมายหัวเอาไว้ก็ไม่ใช่ใคร หากไม่ใช่เด็กเจียจิ้งนั่น


                ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายอยากเป็นมากกว่าน้องกับเสี่ยมากแค่ไหน ออกัสเลยจัดการจ้างวานให้ปาปารัสซี่มาถ่ายรูปหลุดของเสี่ยในคืนนั้นออกไปเพื่อทำให้สังคมรับรู้และเข้าใจถึงสถานะที่เขามีต่อชายหนุ่ม


                แต่ข้อความที่เด้งขึ้นมาจากลูกน้องคนสนิทของเสี่ยกลับทำให้เขารู้สึกสังหรณ์ขึ้นมาว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น


                เลิกงานแล้วติดต่อมาด้วยนะครับ เสี่ยมีเรื่องอยากคุยกับคุณ


                ดาราหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอเชื่องช้าแล้วอ่านทวนประโยคของอี้ใหม่แล้วขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้รับข้อความประเภทนี้มาก่อน


                ข้อความที่เป็นเหมือนสัญญาณเตือนก่อนเรื่องร้ายๆ จะเกิดขึ้น








                ร่างของคุณชายตระกูลเฉินเดินเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมตัวเองพลางสอดส่องสายตามองหาร่างของญาติผู้น้องที่โทรมานัดเจอเขาตั้งแต่เมื่อคืนไปด้วย ก่อนจะเห็นใบหน้าน่ารักของเจียจิ้งกำลังหันมาส่งยิ้มแล้วยกมือขึ้นน้อยๆ โบกเป็นสัญญาณให้เขาเดินเข้าไปหา


                “ว่าไงเรา พึ่งกลับมาจากมาเก๊าไม่ใช่เหรอ


                “อืม ก๊อรู้ไหมว่าผมไปเจอใครมา” คิ้วของกวานซีขมวดเข้าหากันน้อยๆ แล้วพยายามจ้องมองดวงตากลมโตของน้องชายเพื่อมองหาคำตอบ แต่สุดท้ายเขาก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าอีกฝ่ายไปเจอใครมา


                “ใครล่ะ


                “เพื่อนก๊อไงครับ เฮียอิทธิพล” คราวนี้กลับเป็นเจียจิ้งบ้างที่เริ่มคิ้วกระตุก เขาคิดว่าพี่ชายของตัวเองจะสนิทสนมกับเฮียอิทธิพลมากกว่านี้ซะอีก อย่างน้อยถ้าคนเป็นเพื่อนสนิทกันก็น่าจะคุยเรื่องส่วนตัวหรือบอกความเคลื่อนไหวกันบ้างแบบที่เขามักจะคุยกับเพื่อนในกลุ่มไม่ใช่รึไง แต่ทำไมก๊อถึงได้ทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้


                “อ่าว แล้วเป็นยังไง ได้ทักไหม


                “ทักสิ รู้ไหมว่าเฮียเขาพาแฟนมาด้วย” มือที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มของคุณชายเฉินแอบชะงักไปก่อนจะใช้สายตาลอบมองใบหน้าของญาติผู้น้องที่เหมือนกับกำลังไม่พอใจแต่ยังคงปั้นรอยยิ้มส่งให้เขาได้เหมือนปกติ แล้วถึงค่อยครางรับในลำคอกับเรื่องที่อีกฝ่ายเล่า


                แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าอิทธิพลอู๋มีแฟนแล้วหรือไม่ ที่ผ่านมาเขารับรู้แค่ว่าเพื่อนคนนี้มักจะเลี้ยงบรรดาหญิงสาวหน้าสวยหรือเด็กหนุ่มหน้าตาดีเอาไว้ใช้รองรับเรื่องบนเตียงแลกเปลี่ยนกับข้าวของเงินทอง ส่วนเรื่องที่มากกว่านั้นกวานซีไม่ค่อยรู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเท่าไหร่เพราะความสนิทที่ห่างกันไปไม่เหมือนกับสมัยเรียน


                ส่วนเรื่องที่เขาพาเจียจิ้งไปรู้จักกับอีกฝ่าย ก็เผื่อว่าจะได้ใช้สอยผลประโยชน์จากญาติผู้น้อง หน้าตาของอาจิ้งเองก็ใช่ว่าจะธรรมดาซะเมื่อไหร่ หากทั้งคู่สามารถเข้ากันได้ดี แผนธุรกิจที่เขาเคยเสนอไปก็อาจจะสำเร็จได้ง่ายกว่าเดิมด้วยเงินทุนจากตระกูลอู๋


                “อาจจะไม่ใช่แฟนก็ได้นี่ ไม่เห็นเคยได้ยินว่ามีแฟน


                “เหรอฮะ


                “อืม ถ้าเป็นพวกเด็กที่เลี้ยงดูก็ว่าไปอย่าง ดูอย่างดารานั่นที่เราไปเจอมาสิ” จบประโยคของกวานซี ใบหน้าของเจียจิ้งก็แอบพยักหน้ารับ


                ก็จริง



                พอวาอะไรนั่นอาจจะเป็นเหมือนกับออกัสก็ได้ แต่ทำยังไงภาพความห่วงใยและสายตาที่เคลือบไปด้วยความรู้สึกของเพื่อนพี่ชายยามมองที่คนๆ นั้นก็ทำให้เจียจิ้งรู้สึกไว้วางใจไม่ได้อยู่ดี

                “ว่าแต่ถามเรื่องอิทธิพลทำไมชอบมันเหรอ


                “เปล่าสักหน่อย แค่เห็นว่าอีกหน่อยต้องไปไทยแล้วเลยอยากรู้เรื่องเพื่อนก๊อเอาไว้” เจียจิ้งเอ่ยปฏิเสธออกมาเหมือนเป็นแค่เรื่องธรรมดา หากแต่ในสายตาของคนเป็นพี่ชายกลับมองอาการของคนที่โตมาด้วยกันอย่างทะลุปรุโปร่ง


                ซึ่งคุณชายเจียจิ้งคงไม่รู้ว่าปฏิกิริยาของตัวเองนั้นเข้าทางญาติผู้พี่มากแค่ไหน กวานซีแสร้งพยักหน้าเชื่อแล้วเปลี่ยนหัวข้อไปคุยเรื่องอื่นแทนอย่างการเตรียมตัวไปไทยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมไปถึงแผนอนาคตที่อีกฝ่ายวางไว้

 

 




 

 

 

                พอวาไม่ได้ฟังคำห้ามปรามเรื่องการทำงานพิเศษที่คนแก่กว่าว่าเอาไว้สักเท่าไหร่ เด็กหน้าหวานยังคงตั้งหน้าตั้งตาส่งใบสมัครงานไปร้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยที่คราวนี้เขาเลือกเป็นพวกร้านอาหารหรือร้านคาเฟ่ที่ทำเฉพาะช่วงตอนกลางวันเท่านั้น และตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะทำแค่ในช่วงปิดเทอม เพราะสถานะทางการเงินของเขาในตอนนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร เพียงแค่อยากมีเงินเก็บสำรองเผื่อฉุกเฉินเท่านั้น


                ขัดคำสั่งเสี่ยแบบนี้จะดีเหรอครับคุณวา” เสียงของพี่เลี้ยงผิวเข้มเอ่ยถามออกมาอย่างกังวลกับสิ่งที่พอวาทำ


                นี่เจ้านายเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกน้องที่ถูกฝากฝังให้คอยดูแลเด็กหน้าหวานจะเป็นคนขับรถมาส่งอีกฝ่ายถึงร้านเพื่อสมัครงานขนาดนี้


                คำสั่งของเจ้านายก็ขัดไม่ได้ แต่ใบหน้าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อของเด็กหนุ่มก็ทำให้อินทัชขัดใจไม่ลงเหมือนกัน ดังนั้นเขาเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้รับคำสั่งของเด็กหนุ่มมาส่งยังจุดต่างๆ แต่พอเห็นคุณพอวาของเสี่ยเดินเข้าออกไปติดต่อหลายร้านเข้าก็ชักจะรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาบ้างว่าในที่สุดอีกฝ่ายอาจจะได้งานทำ


                “วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน พี่อินเริ่มหิวหรือยังครับ” เด็กดื้อเงียบไม่ยอมตอบแต่กลับเปลี่ยนเรื่องไปยังปากท้องของพี่เลี้ยงแทน


                “โถ่ คุณวา” อินทัชคนนี้จะหิวก็เพราะถูกไล่ออกจากงานโทษฐานฝ่าฝืนเจ้านายแบบนี้นี่แหละ


                แวะห้างกันดีไหมครับ เอ๊ะ แต่ข้างหน้ามีร้านไก่นี่นา แวะข้างหน้านี่ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมลงไปซื้อเอง” แน่นอนว่าพอวารู้ดีว่าอีกฝ่ายชื่นชอบไก่ทอดแค่ไหน ดังนั้นเขาเลยเลือกอาหารกลางวันเป็นร้านไก่ทอดชื่อดังที่มีหลายสาขาเพื่อใช้ปิดปากพี่เลี้ยงคนดีเรื่องที่พาเขาตระเวนส่งใบสมัครงานพิเศษกับเจ้านายของอีกฝ่าย


                เพราะยังไงพี่อินทัชก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับไก่ทอดอยู่ดี


                “งั้นซื้อส่วนปีกกับน่องให้ผมด้วยนะครับ

 

 

 




 

 

                ออกัสไม่เคยคิดว่าธนูที่ยิงออกไป สุดท้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองแบบนี้


                ข่าวซุบซิบที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเพื่อปล่อยออกไปทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจถึงขั้นต้องส่งลูกน้องมาพูดเรื่องบ้าๆ อย่างให้เขาหยุดสร้างข่าว และจบความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายซะดีๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ


                เขาผิดอะไร?


                ในเมื่อก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยพูดหรือแสดงบางอย่างออกไปเพื่อให้คนรับรู้ความเกี่ยวข้องของเขากับนักธุรกิจหนุ่มอิทธิพล แต่ทำไมคราวนี้อีกฝ่ายโกรธแล้วพาลจะตัดเขาทิ้งแบบนี้


                ใบหน้าหวานของดาราหนุ่มซีดลงเมื่อรับฟังคำพูดจากลูกน้องคนสนิทของคนเป็นเสี่ยที่นัดคุยหลังจากจบงานเดินแฟชั่นโชว์เมื่อคืนอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน


                “ยังไงก็รีบตัดสินใจเข้านะครับคุณออกัส เสี่ยไม่อยากรอนาน


                “ไม่จริง นายโกหกฉันใช่ไหม?” ออกัสส่ายหน้าไปมาพลางขบริมฝีปากจ้องมองใบหน้าของอี้อย่างไม่เชื่อ เขาพยายามกวาดหาร่องรอยการโกหกแต่ก็ไม่พบกับสิ่งผิดปกติใดๆ


                “ผมไม่กล้าแอบอ้างคำสั่งเจ้านายแน่นอน


                ไม่จริง เสี่ยไม่มีทางพูดเรื่องบ้าๆ นี่ขึ้นมาแน่นอน เสี่ยอยู่ไหน ฉันต้องการพบเจ้านายของแก” จบประโยคคำสั่งนั้น อี้ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ คุณออกัสที่พวกเขาเห็นกับออกัสที่เสี่ยเห็นนั้นแตกต่างกันมากจริงๆ


                หากไม่ติดว่าอย่างน้อยก็อยู่มานาน แถมยังเคยครองตำแหน่งคนโปรดของเจ้านายมาเป็นปีๆ เขาคงจะใช้วิธีอื่นจัดการกับอีกฝ่ายไปแล้ว


                “แน่ใจนะครับว่าอยากเจอเสี่ย?” ทันทีที่มือซ้ายพูดออกไป สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลปนไม่พอใจกับเรื่องที่ได้ยินของคุณดาราหน้าหวานก็ดูจะลังเลไปนิดหน่อย


                แต่ออกัสก็ยังเป็นออกัสยังวันค่ำที่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถจัดการกับอารมณ์ของคนเป็นเสี่ยได้เหมือนที่แล้วมา


                ยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้วนี่


                ก็แค่พยายามทำตัวว่าง่ายแล้วบีบน้ำตาออดอ้อนให้อีกฝ่ายใจอ่อน เสี่ยก็คงไม่ใจร้ายตัดใจทิ้งเขาได้ลงอยู่แล้ว


                “แน่ บอกเสี่ยว่าคืนนี้ฉันจะรอที่ห้องแล้วกัน

 

 



 

 

 

                ในขณะที่พ่อบ้านคนเก่งกำลังจัดการกับเด็กของเสี่ยที่กำลังจะกลายเป็นอดีตในไม่ช้าอยู่นั้น แจ๊คสันก็กำลังคิดไม่ตกกับเรื่องที่อินทัชแอบมากระซิบปรึกษาเกี่ยวกับคุณพอวาที่ขัดคำสั่งของเสี่ยไปร่อนใบสมัครงานไว้ทั่ว


                แล้วคนอย่างเขาจะคิดอะไรได้นอกจากสั่งให้คนไปบอกร้านต่างๆ ว่าห้ามรับพนักงานที่ชื่อพอวาเข้าทำงานเด็ดขาด


                แน่นอนว่าหากทั้งอิทธิพลและอี้มาได้ยินความคิดแบบนี้ของมือขวาคงได้ยกมือชื่นชมกับสุดยอดไอเดียในการแก้ปัญหาของหนุ่มลูกครึ่งไปแล้ว เว้นแต่ว่าเจ้าตัวกลับกำลังนั่งคิดไม่ตกอยู่หน้าห้องทำงานของเจ้านาย เพราะไม่รู้ว่าหากสั่งการตามสิ่งที่คิดออกไปจะส่งผลดีแน่หรือเปล่า


                และเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคุ้มครองแจ๊คสันอยู่บ้าง ร่างของอี้ที่หายไปตั้งแต่เช้าถึงได้เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ให้เขาได้ปรึกษา


                “อี้!”


                “อะไร?” น้ำเสียงของคนถูกเรียกตวัดถามอย่างเบื่อหน่าย แค่เห็นหน้าของเพื่อนร่วมงาน เขาก็พอเดาได้แล้วว่ามาอีหรอบนี้คงมีเรื่องให้เขาปวดหัวอีกแน่นอน


                “มานี่หน่อย” แจ๊คสันคงคิดว่าท่าทางของตัวเองน่ารักน่าเอ็นดูมากถึงได้ยกมือขึ้นน้อยๆ แล้วกวักเรียกมือซ้ายของเสี่ยให้เข้าไปใกล้แล้วกระซิบเข้ากับใบหูจนอี้ขนลุก “คุณพอวาแอบไปสมัครงาน


                “ก็ดีแล้วนี่ ทำงานเก็บประสบ...อะไรนะ?”


                “คุณพอวาแอบเสี่ยไปสมัครงาน อินทัชพึ่งมาบอก


                “ฉิบ..แล้วทำไง?”


                “ว่าจะส่งคนให้ไปปิดปากร้านพวกนั้นว่าห้ามรับคนชื่อพอวาเข้าทำงาน” ยังไม่ทันที่แจ๊คสันจะพูดจบดีว่าจะบอกให้ทางร้านแจ้งว่าพนักงานเต็ม ยังไม่มีแผนที่จะรับสมัครเพิ่ม แรงตบหนักๆ ของฝ่ามือคนมีตำแหน่งพิเศษเป็นพ่อบ้านด้วยก็ฟาดมาลงที่บริเวณไหล่กับหลังเขาเต็มรัก พร้อมกับคำชมไม่หยุดปาก


                “ดีดีมากเลย รีบสั่งเด็กให้ไปทำด่วนเลย


                “วิธีนี้ดีจริงดิ” คนที่แทบจะไม่เคยประสบผลสำเร็จในการแก้ปัญหาเรื่องแบบนี้ของเจ้านายแทบจะฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจแล้วร้องถามอี้ซ้ำด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่คิดว่าจะถูกชมเปราะแบบนี้


                “เออสิวะ ไม่ทำแบบนี้จะทำแบบไหนล่ะ


                ในเมื่อห้ามคุณพอวาไม่ได้ก็ต้องห้ามร้านนี่แหละ


                ในที่สุดมือขวาของเจ้านายเขาก็ดูจะพัฒนาการจัดการเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาบ้าง


                แต่จะมาพัฒนาบ้าอะไรตอนที่เด็กของเสี่ยแทบจะไม่เหลือให้จัดการแบบนี้!

 

 

 



 

                พอวาจัดการเก็บทำความสะอาดพื้นที่ที่พึ่งใช้นั่งทานอาหารกับพี่เลี้ยงผิวเข้มอย่างขะมักเขม้น


                เด็กหน้าหวานยื่นถุงที่ข้างในเป็นกล่องร้านไก่ทอดและเศษขยะส่งให้อินทัชที่อาสาจะเป็นฝ่ายลงไปทิ้งขยะให้พร้อมกับลางานกลับ เนื่องจากวันนี้เขาคงไม่ได้ออกไปไหนอีกแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาผ้ามาเช็ดพื้นให้สะอาดอีกรอบโดยไม่ลืมโบกมือบ๊ายบายให้อีกฝ่าย


                คล้อยหลังจากที่คนของเสี่ยกลับไปแล้ว พอวาก็มานั่งเลื่อนโทรศัพท์เล่นต่อบนเตียงในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอน ความจริงแล้วเขาก็แอบง่วงขึ้นมาหน่อยๆ เพราะอ้อมกอดที่รัดจนรู้สึกได้ถึงไอร้อนของผิวกายที่เปลือยเปล่านั้นทำเอาเขานอนไม่ค่อยหลับตั้งแต่เมื่อคืน กว่าจะข่มตาลงได้ก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง


                แถมยังเพราะจุ๊บบ้าๆ นั่นอีก


                ดวงตากลมโตมองรอบห้องเงียบๆ ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับกระเป๋าเดินทางของคนแก่กว่าที่ตั้งอยู่ตำแหน่งข้างเตียงเหมือนเดิม


                เอาไงดี


                เขาควรลุกขึ้นไปเปิดมันแล้วคว้าเอาข้าวของของอีกฝ่ายขึ้นมาจัดให้เรียบร้อย หรือปล่อยเอาไว้แบบนั้นดี


                แต่ถ้าหากจัด ก็เหมือนกับกำลังเต็มใจให้อีกฝ่ายอยู่ด้วยน่ะสิ เพราะฉะนั้น แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแล้วปล่อยให้มันตั้งคาเอาไว้แบบนั้นแล้วกัน เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของมันจะทนอยู่ในห้องเล็กๆ ที่แสนจะไม่สะดวกสบายแบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่


                Rrrrrr Rrrrrr


                เสียงร้องกับแรงสั่นของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำเอาใบหน้าหวานสะดุ้งตกใจไปนิดหน่อย พอวาเอื้อมมือไปคว้าเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู แต่กลับพบเป็นเบอร์แปลกที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้


                บางทีอาจจะเป็นร้านสักร้านที่โทรมาบอกข่าวดีที่จะรับเขาทำงาน เพราะมีอยู่เกือบสองสามร้านที่แจ้งว่าจะรีบติดต่อกลับ แต่พอวาก็ไม่คิดว่าจะได้รับการติดต่อรวดเร็วขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะกดรับมันแล้วกรอกเสียงนุ่มๆ ทักทายเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่อีกฝ่าย


                “ฮัลโหลครับ


                “คืนนี้กลับดึกนะ” ใบหน้าของคนที่คาดคิดว่าจะเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่สักร้านโทรมาบอกข่าวเรื่องงานตกใจไปเมื่อเสียงจากปลายสายกลับเป็นใครบางคนที่แสนคุ้นเคย


                เสี่ย..


                “…”


                “วา ได้ยินฉันหรือเปล่า


                “...ครับ


                “คืนนี้กลับดึกนะ มีเรื่องต้องไปจัดการ


                “ครับ


                “เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมตอบแค่ครับ


                “เปล่าครับ” แค่เขากำลังตกใจที่อีกฝ่ายโทรมาหาโดยตรงแบบที่ไม่ผ่านคนกลางอย่างลูกน้องแบบนี้


                “อืม ดีแล้ว มีอะไรโทรหาฉันเบอร์นี้นะ” อิทธิพลว่าออกไปพลางรอเสียงตอบรับของเด็กน้อย แต่ถ้อยคำที่ได้ยินกลับเป็นการถามเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ของเขาแทน


                “นี่เบอร์เสี่ยเองเหรอครับ” น้ำเสียงของพอวาแฝงเอาไว้ด้วยความไม่แน่ใจ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีข้อมูลการติดต่อกับคนเป็นเสี่ยโดยตรงเลย ยกเว้นเพียงแค่วีดิโอคอลครั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนละหมายเลขกัน


                “ใช่ เบอร์ส่วนตัวฉันเอง เมมเอาไว้ด้วยล่ะ เข้าใจไหม” คนปลายสายเองก็กำลังเอ่ยออกไปด้วยท่าทางขัดเขินแบบที่เด็กหน้าหวานไม่มีทางเห็น คนที่มีเบอร์ส่วนตัวของเขามีแทบนับหัวได้ แล้วพอวาก็กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น


                “ครับ” พอวาขานรับพลางกลั้นยิ้มไม่ให้ตัวเองหลุดออกมา แต่พอวางสายปุ๊บ เด็กหนุ่มก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกเอาไว้ได้


                แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนอื่นรู้ได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เสี่ยกับเด็กเสี่ยเท่านั้น

 







...


จะบอกว่าช่วงนี้อาจอัปช้าลงนะคะ(ไม่เกี่ยวกับช่วงที่จะไม่ว่าง) วันนี้พึ่งเกิดเหตุลื่นล้มหน้าห้องน้ำไปค่ะ

เป็นการเจ็บตัวที่โง่มาก รู้ตัวว่าเท้าลื่นพวกครีมที่ทาเอาไว้ก็ไม่เจียมรีบเดินออกปรากฏลื่นตัวกระแทกพื้นเต็มๆ

ตอนล้มใหม่ๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ชาๆ จุกๆ แต่ตอนนี้อาการปวดมันเริ่มมาแล้ว

ยิ่งเอาแขนข้างขวาลงรับน้ำหนักด้วยยิ่งพิมพ์ลำบาก เลยอาจจะไม่ได้มาถี่นะคะ ;w;



ปล. เด็กดีแจ้งเตือนกันไหมคะทุกคน

ปล2. มีใครตามไปตำเรื่องอื่นที่เราแต่งบ้างไหมคะ

แอบเอ็นดูคนหนึ่งที่ตามไปอ่าน #เป็นที่รักมาเฟีย มาระหว่างรอเสี่ยอัปแล้วค้างหนักกว่าเดิม

ถ้าใครชอบแนวเสี่ยก็ตามไปอ่านกันได้ที่เรื่องนี้เลย เป็นที่รัก (กดคลิ๊กตรงนี้ได้เลยค่ะ)

หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนแนวอ่านอะไรบันเทิงๆ เพี้ยนๆ ก็มาที่  Adore you (กดคลิ๊กตรงนี้ได้เลยค่ะ)


เจอกันใหม่ตอนครึ่งหลังนะคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ แล้วจะมารออ่านคอมเมนต์จากทุกๆ คนน้า



ขอบคุณที่ติดตาม และคอมเมนต์ให้มากๆ เลยนะคะ รวมไปถึงคนที่สกรีมในแท็ก #เด็กเสี่ยอิทธิพล ด้วย

เรื่องหนังสือใจเย็นๆ กันก่อนน้าา เปิดไปอ่านตอนต่อไปได้เผื่อใครมีข้อสงสัยอไรเราจะได้คุย-ตกลงหาข้อสรุป




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.914K ครั้ง

20,943 ความคิดเห็น

  1. #20653 Fueled me (@JINWOOBIN) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 00:53
    จะไม่ให้เขินได้ไงอะถามจริง;_____;
    #20653
    0
  2. #20616 fluorite (@zonyahh) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:59
    ฮั่นแน่
    #20616
    0
  3. #20522 J-preem (@J-preem) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:50
    ชอบพี่ๆลูกน้องเสี่ยอะทุกคนเลยมีความน่ารักน่าเอ็นดูทุกคนอะ><
    #20522
    0
  4. #20521 J-preem (@J-preem) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:49
    เบอร์ส่วนตัวววแบบนี้ก็ใจอ่อนได้แล้วน้าา~~~
    #20521
    0
  5. #20466 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:07
    เบอร์ส่วนตัว
    #20466
    0
  6. #20377 S.Map (@mapiiky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:56
    มาไม้นี้มีหรอน้องจะไม่ใจอ่อนเนี่ยยย
    #20377
    0
  7. #20313 makeky~ (@kewmake) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 09:57
    คนพิเศษรึป่าว
    #20313
    0
  8. #20256 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:29

    เสี่ยอย่ามาทำให้น้องเขินแบบนี้นะเดี๋ยวน้องใจอ่อน

    #20256
    0
  9. #20158 Kun Kuna (@firstsineun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 08:50
    เสี่ยยยยย อย่างกับหนุ่มน้อยแรกรัก55
    #20158
    0
  10. #20151 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 19:06
    บางทีคนแก่ก็ทำอะไรเปิ่นๆเป็นเหมือนกันนะ5555
    #20151
    0
  11. #20001 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:33
    คสพ.เริ่มเขยิบมาอีกขั้นแล้ว
    #20001
    0
  12. #19921 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:02
    เสี่ยน่าร้ากกกกกก
    #19921
    0
  13. #19880 HHO~ (@exo-tine) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    อย่าลืมเมมไว้นะ
    #19880
    0
  14. #19815 ChanDiola (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 17:19

    ง่อวววววใจใจไปเลยค่ะเสี่ย

    #19815
    0
  15. #19801 CKsosiE (@CKsosiE) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:50
    น่ารักมากๆ
    #19801
    0
  16. #19758 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 00:17

    น่ารักกกกกก

    #19758
    0
  17. #19658 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 17:10
    รักลูกน้องเสี่ย555
    #19658
    0
  18. #19647 mchjnt (@mintkimme) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 03:52
    แจ๊คอี้แน่ๆค่ะจังหวะนี้
    #19647
    0
  19. #19511 SUNelf213 (@kc-thesun213) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:57
    ลูกน้องเสี่ยนี่มันอะไรกันวะเนี่ยย55555555
    #19511
    0
  20. #19383 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:45
    หืออออ สักที 555555
    #19383
    0
  21. #19185 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:26
    แน๊ๆๆๆๆ มีเบอร์ส่วนตัวสักที ยินดีกับแจ็คด้วย 5555555555
    #19185
    0
  22. #19007 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:54
    ถ้าพี่อินห่วงกินไก่ทอดมากพี่อาจซวยได้นะ เห็นงี้พี่แจ็คเขาก็พัฒนาแล้วนะ5555555555
    #19007
    0
  23. #18939 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:12
    แจ๊ค!!!!5555555 //กี้ดดดด เสี่ยให้เบอร์น้องแล้งวงววววว!
    #18939
    0
  24. #18870 leew123 (@leew123) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:57
    เป็นไรมากป่าวกินยายัง
    #18870
    0
  25. #18705 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:07
    โอ้ยยย มันตะมุตะมิ จุบุ จิบิ เหลือเกินนน
    ลูกน้องเสี่ยบันเทิงมาก 5555
    #18705
    0