[Fic B.A.P] The war of love

ตอนที่ 7 : ★ The war of love :: EP 5★

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ส.ค. 55

สบตาฉัน....มองตาฉัน

 

 

 

 

แล้วจำไว้ให้ดีๆ.....

 

 

 

 

 

ว่าเมื่อถึงคืนพระจันทร์ทรงกรด....

 

 

 

 

 

ฉันจะเป็นเจ้าของชีวิตของนาย............

 

 

 

 

 

 

เชวจุนฮง

 

 

 

 

ในความมืดที่ก่อตัวมาเป็นมโนภาพ ที่เห็นได้ไม่ชัดเจน เสียงที่เบาหวิวแต่ทรงพลังที่เหมือนกำลังกระซิบที่ข้างหูราวกับว่ามันคือเรื่องจริง

 

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเป็นปม ใบหน้าสวยหน้าส่ายไปมาเหมือนกำลังวิ่งหนีบางอย่าง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามบริเวณไรผมสีบลอนจวบจนใบหน้า มันเป็นสัญญาณที่บอกว่า เชวจุนกำลังฝันร้าย

 

 

ฝัน.....

 

จุนฮงกำลังฝัน....

 

ฝันที่ติดต่อยาวนานมาถึง 11 ปี.....

 

หนีไปให้ไกลจุนฮง....วิ่งหนีไปให้ไกล......แต่จงจำเอาไว้....

 

ต่อให้ไกลแค่ไหน.....ฉันก็ตามหานายจนเจอ

 

 

“ไม่!!!” ร่างเพียวสะดุ้งตื่นจากห้วงแห่งฝันที่คอยตามหลอกหลอนเหมือนเงาตามตัวในยามหลับใหล เม็ดเหงื่อไหลท่วมตามร่างกายราวกับตัวเองได้ผ่านการออาบน้ำมาหมาดๆ

 

ฝันอีกแล้ว  เขาฝันแบบนี้อีกแล้ว เรื่องราวซ้ำๆและน้ำเสียงเดียวกันที่เหมือนมากระซิบข้างหูตอนที่หลับ ฝันแบบนี้ทุกครั้งจนบ้างครั้งจุนฮงเองยังเคยระเมอออกไปนอกรั้วบ้านของตัวเอง แต่คราวนั้นถือว่าตัวเองโชคดีที่พ่อบุญธรรมของตัวเองมาเห็นซะก่อน

 

“ฝันแบบนั้นอีกแล้ว” จุนฮงลูบหน้าตาตัวเองเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแล้วค่อยสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความฝันเหล่านั้นที่ตามหลอกหลอนตัวเองทุกครั้ง ฝันที่เห็นใบหน้าคนที่อยู่ในความฝันของเค้าไม่เคยชัดซักครั้งรวมไปถึงไอ้ประโยคเหล่านั้น

 

รอยเลือดพวกนั้นยังอยู่เต็มพื้นห้อง กลิ่นคาวเหล่านั้นยังคงคลุ้งติดจมูกเค้าอยู่ไม่จางหาย จากที่แทบอาเจียนกลายเป็นความเคยชิน ชินจมูกจนกระทั่งเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้  จนเจ้าตัวเองยังต้องคิดตามว่า ตัวเองคงเข้าข่ายพวกโรคจิตไปแล้วหรือเปล่าที่ทนกลิ่นสาปและกลิ่นคาวเลือดที่อยู่ภายในห้องของตัวเองได้  ตอนนี้เค้าคงจะนอนไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะ ขืนนอนหลับอีกคงได้ฝันถึงเรื่องเดิมๆ

เมื่อถึงคืนพระจันทร์ทรงกรด.....ฉันจะเป็นเจ้าของชีวิตของนาย  

 

 “ทำไมต้องเป็นพระจันทร์ทรงกรด?”  คำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในสมองถูกสั่งการให้กลั่นกรองมาเป็นคำพูดของจุนฮงทันทีที่นึกถึงคำพูดปริศนาในความฝันของเขาเอง  จุนฮงรีบหยิบหนังสือที่เพิ่งได้มามาโผล่ในห้องนอนของตนเองที่อยู่บนหัวเตียง และเปิดไปยังหน้าที่ตัวเองอ่านค้างเอาไว้อย่างเร่งรีบ นิ้วเรียวเริ่มไล่หาข้อความในบรรทัดที่ตัวเองได้อ่านค้างเอาไว้

 

เมื่อถึงคราวพระจันทร์ทรงกรด ดวงชะตาได้ขีดเขียนให้เกิดความรักที่เติมแต่งไปด้วยกลิ่นคาวของเลือดและสงครามและความเจ็บปวด ของ 3เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์นักล่าที่เต็มไปดวงความเกลียดชังจะออกตามล่าผู้ที่จะดับความเป็นอมตะ บุตรชายทั้ง2ของพระผู้เป็นเจ้า ที่เปรียบดั่งดวงตาและดวงใจจะถูกพรากจากกัน เมื่อดวงใจของพระผู้เป็นเจ้าออกเดินทาง และดวงตาจะถูกจองจำ

 

“ทำไมต้องเป็นพระจันทร์ทรงกรด”  พึมพำกับตัวเองซ้ำๆเหมือนอยู่ในห้วงแห่งความคิด จนเจ้าตัวเองหันไปมองข้อความที่อยู่ตรงระเบียงห้องนอนของตัวเองที่เกิดจากรอยขีดข่วน

 

ตามหาฉันให้เจอสิทำไมต้องตามหา ไหนจะรอยเลือดนั่นอีก แล้วมันเกี่ยวกับไอ้หนังสือเล่มนี้ ไหนจะความฝันของเขาอีก มันคงไม่ได้เกี่ยวโยงกันจริงหรอกใช่มั๊ย สมองของเขาเองมีแต่คำถามเหล่านี้เต็มไปหมด จนเจ้าตัวเองเหมือนจะนึกถึงใครคนหนึ่งออก ซึ่งอาจจะช่วยเจ้าตัวได้บ้างไม่มากกว่าน้อย

 

“พ่อบุญธรรม!!” อย่างน้อยถ้าจุนฮงไปถามดูจุนพร้อมแบบไอ้หนังสือเจ้าคุณปู่นี้ไปด้วย ดูจุนต้องตอบเค้าได้ไม่มากก็น้อย

อย่างน้อยพ่อบุญธรรมของเขาเองก็หน้าจะรู้เรื่องราวอะไรพวกนี้บ้าง  ต้องรู้อะไรบ้าง......

 

 

 

 

 

เลือดสีสดไหลหยดลงตามทางเดินของปราสาทของตนเองที่เจ้าของหยดเลือดนั้นได้ฝากรอยเอาไว้โดยที่ลืมถึงความแสบของผิวหนังไปซะแล้ว

 

“พี่โรคจิตหรือเปล่าเนี่ยบังยงกุกปล่อยให้เลือดไหลอยู่ได้เดี๋ยวเลือดก็หมดตัวตายหรอก” เด็กหน้าเหวี่ยงที่อุ้มลูกแมวสีดำบ่นอุบที่เห็นหยดเลือดที่กำลังจะแข็งตัวเป็นลิ่มๆอยู่ตามพื้นห้องโถงใหญ่ ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้เด็กหน้าเหวี่ยงจริงๆ เคยรับรู้บ้างไหมว่ามันทำความสะอาดยาก ถ้ายองแจอยู่ป่านนี้ยงกุกคงได้โดนบ่นไป3วัน7วัน เพราะทำให้พื้นบ้านสกปรก

“อ้าวหรอ ลืมไปเลยว่าที่แขนเป็นแผล”  จริงๆนะยงกุกลืมไปเลยว่าแขนตัวเองมีรอยเล็บจิกจนเป็นบาดแผล ร่างสูงยกแขนแกร่งของตัวเองขึ้นมาสำรวจแผลเพียงเล็กน้อย

เมี้ยววว

ยงกุกละสายตาที่มัวแต่สนใจแผลของตนเองไปมองลูกแมวสีดำที่เจ้าตัวเล็กอุ้มมาด้วยที่ตอนนี้เดินมาพันแข้งพันขาของยงกุกแล้วใช้ปากงับขากางเกง

 

“กาลิคมันบอกว่า พี่ควรจะทำแผลน่ะ”

ยงกุกผยักหน้าอย่างเข้าใจเมื่อเถาอธิบายให้รู้ว่าเจ้าลูกแมวที่เด็กนั้นเลี้ยงเอาไว้พยายามจะสื่ออะไร

 

 

 

“ว่าแต่พี่ไปไหนมา?” เถาเดินกลับมาพร้อมกับกล่องพยาบาลอีกครั้ง

“ไปอ่อยเหยื่อ” ยงกุกตอบคำถามของเถาที่อยู่ดีๆก็ยิงคำถามทั้งที่เจ้าเด็กนั่นก็หน้าจะรู้อยู่แล้วพร้อมกับยื่นแขนที่เป็นแผลให้ถเถาได้ทำแผลให้ ที่จริงแล้วยงกุกไม่มีความจำเป็นจะต้องทำแผลเพียงเล็กน้อยแค่นี้เท่าไหร่นัก เพราะว่าเดี๋ยวมันก็กลับมาปกติเอง

“อ่อยเหยื่อ? ทำไมต้องอ่อยเหยื่อ ปกติเห็นแต่ไปล่าเหยื่อ สงสัยเหยื่อคงจะเป็นฮันเตอร์”

“รู้อยู่แล้วยังจะถามอีกทำไม”

“เปล่าผมก็แค่สงสัย”

“....”

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงคืนพระจันทร์ทรงกรด ทำไมพี่ต้องออกไปอ่อย?”

“ก็อยากเลื่อนเวลาให้มันเร็วขึ้น นี่!นายเอาอะไรมันทาที่แผลเนี่ยเถา” รางสูงเริ่มที่จะรู้สึกแสบๆเหมือนถูกไฟครอกบริเวณแผลของตนเอง และเมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าตัวเล็ก ยงกุกก็ถึงกับแทบจะฉีกร่างของคนที่ทำแผลให้ทันที

“ผงโลหะเงินน่ะ โรยไปนิดเดียวเอง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกฮยอง แขนไม่ขาดหรอก ผมแค่ทำให้ฮยองจำ แล้วจะได้ไม่ต้องไปลงทุนทำตัวซาดิส จิกแขนตัวเองจนเป็นแผลลึกจนเลือดไหล เพราะผมขี้เกียจให้ใครมาทำความสะอาดคราบเลือด”

มีใครบอกเถาบ้างหรือเปล่าว่าไรแคนท์ไม่ถูกกับของจำพวกโลหะเงิน ไม่ต้องบอกอย่างน้อยสัญชาติยานของเด็กนี่ก็ต้องบอกอยู่แล้วว่าโดนโลหะเงินไม่ได้ แต่เพราะว่ารู้และต้องการให้ยงกุกเข็ดหลาบกับได้นิสัยบ้าเลือดซาดิสเกินตัวของเขา ก็เลยต้องเล่นเอาผงโลหะเงินมาโรยใส่แผลซะบ้างจะได้จำว่าห้ามทำแบบนี้อีก!

 

“อ้อ! อีกอย่าง เจ็บนานๆ จะได้ไม่ต้องโดนใครกล่าวหาว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกฮันเตอร์อายุแค่16ปี”

เถาจัดแจงเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่ลงไปในกล่องพยาบาลแล้วเดินเอาไปเก็บไว้ในที่ที่มันได้จากมาเมื่อสักครู่แล้วจึงค่อยเดินมานั่งข้างๆยงกุกเพื่อจะเอาผงโลหะเงินออกจากรอยแผลของยงกุก ขณะที่เอาผงโลหะเงินออก เจ้าตัวก็บ่นงึมงัมๆไปด้วยจนยงกุกเริ่มจะรำคาญ

“ติดนิสัยขี้บ่นมาจากยองแจหรือไงเถา” คำบ่นของยงกุกไม่ได้เป็นที่สนใจของคนที่นั่งเอาอะไรบางอย่างมาเขี่ยผงโลหะออกจากแขนของตนเองสักเท่าไหร่ แต่หน้าเหวี่ยงๆกับส่งสายตาดุๆไปยังพี่ชายคนโตร่วมเผ่าพันธุ์ของตนเอง  นอกจากเผ่าพันธุ์ของพวกเขาจะเป็นนักล่าแล้ว พวกเขายังชอบใช้สายตาเข่นฆ่ากันเองให้บางครั้ง และเหมือนเด็กหน้าเหวี่ยงจะใช้สายตาบ่งบอกกับอีกคนว่า ถ้าไม่อยู่เฉยๆเขาจะเอาผงโลหะสีเงินมาโรยใส่แผลอีก

“คีมภีร์หายไป”  เถาเริ่มเปิดประโยคสนทนาอีกรอบเมื่อทำแผลให้ยุงกุกเสร็จอย่างจริงจัง

“อยู่ที่เด็กนั่น”

 

เถาร้องอ๋อในใจพร้อมกับพยักหน้าว่าเป็นเชิงเข้าใจ สรุปง่ายแบบสั้นๆและได้ใจความก็คือ คัมภีร์ของพวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่ไปอยู่ในมือของหนูน้อยฮันเตอร์โดยที่เจ้าของนั้นเอาไปให้เอากับมือ แถมอ่อยด้วยการฝากเลือดเอาไว้เพื่อให้ออกมาตามหา และที่ต้องสรุปให้ง่ายกว่านั้นคือ พวกเขาคงจะต้องเตรียมตัวเปิดบ้านรับแขกของพี่ใหญ่ของปราสาทหลังนี้ในอีกไม่นาน

 

 

 

 

 

 

 

 

“จองแดฮยอน!!!”  น้ำเสียงแสดงความเกรี้ยวกราดอย่างเต็มที่ของบาทหลวงจอมปลอมที่เห็นเจ้าของชื่อที่กำลังเดินเข้ามาในปราสาทใหญ่โตพร้อมกับสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่อย่างอารมณ์ดี  ดวงตาคมต้องหันไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ไกว่ห้างอยู่ข้างๆแทนที่จะให้ความสนใจเจ้าของน้ำเสียงกังวานนั่น เพราะจองแดฮยอนรู้ว่า....คิมฮิมชานกำลังอารมณ์เสีย

 

โมโหแล้วมาพาลใส่น้องใส่นุ่ง......นิสัยเสียจริงๆ

 

“อย่ามาพาลใส่น้อง ถ้าเจ้าขนปุยนั่นทำให้อารมณ์เสีย” น้ำเสียงที่ยังคงเจอจางความอารมณ์ดีอยู่ตั้งแต่ตอนค่ำที่เห็นฮิมชานกำลังอารมณ์เสียพูดดักคอเจ้าของปราสาทหลังใหญ่ทันที ที่นานๆครั้งจะเห็นฮิมชานโมโหสักครั้งก็คงไม่ผิดอะไรที่แดฮยอนจะทำให้ฮิมชานโมโหอีกสักนิด

 

“ฮิมชานนิสัยไม่ดีเลยใช่ไหมแกร๊ก”  แดฮยอนย่อตัวลูบหัวเจ้าเสือขาวเบงกอลอย่างรักใคร่ปากก็แขวะคนที่นั่งกระฝัดกระเฟียดเป็นเด็กๆให้โมโหเล่นๆ ก็บอกแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็นฮิมชานโมโหเหมือนหมาบ้าแบบนี้ มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ทำให้ผู้นำแวมไพร์โมโหได้เป็นบ้าเป็นหลังแบบนั้น

 

“ใครจะไปเหมือนจองแดฮยอนที่อารมณ์ดีมาจากข้างนอก ทำไม?เจอตัวแล้วล่ะสิ”  

“อื้ม...เจอแล้ว....เจอตัวลูกแล้ว” น้ำเสียงอารมณ์ดีแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเย็นเฉียบที่เจ้าตัวเองคิดว่ามันปกติไปซะแล้วเมื่อตนเองมโนภาพถึงคนที่เพิ่งช่วยสัตว์เลี้ยงของตัวเองไว้  จริงอยู่ที่แดฮยอนอาจจะซาบซึ้งไม่น้อยที่เห็นมนุษย์หน้าหวานราวผู้หญิงนั่นเป็นผู้ทำแผลให้กับแกร๊ก แต่มันก็คงจะดีไม่น้อยถ้าจะได้อะไรที่มากกว่านี้ไม่ใช่หรือ

 

เขาสองคนได้ยินเสียงคึคึออกมาจากร่างของลูกพี่ลูกน้องที่นั่งก้มหน้าก้มตาเล่นกับแกร๊กอยู่ ไหล่ของหมอนั่นสั่นเหมือนกับเด็กที่นั่งจินตนาการว่าถ้าได้เจอกับเด็กหน้าหวานนั่นอีกครั้ง แดฮยอนจะทำยังไงกับเด็กนั่น

 

“เห้อ!” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคนที่พูดน้อยที่สุดในบ้านอย่างคริสดังขึ้นทำให้คนที่นั่งสนทนากันนั้นหันมามอง

“เป็นอะไรไป...พี่ก็รู้แล้วนี่ว่าอาซ้ออยู่ที่ไหน” แดฮยอนตั้งคำถามเป็นคนแรกแทนที่จะเป็นฮิมชานที่ถามพร้อมใช้สรรพนามของบุคคลที่สามให้เสร็จสรรพ คริสเคร่นรอยยิ้มน้อยๆของตัวและพร้อมด้วยยืนเต็มความสูงของใครทั้งหมด พากายของตนเองออกไปให้ไกลจากพื้นที่บริเวณห้องโถงใหญ่

“แล้วนั่นจะไปไหน” เสียงของฮิมชานพยามยามรั้งคนตัวสูงกว่าเอาไว้

“ไปทักทายคนรู้จัก”

“มันดูไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือไงอู๋ฟานที่จะไปยังรังของไรแคนท์” แดฮยอนเอ่ยถามอีกแรงแต่ตนเองก็ยังคงเล่นกับสัตว์เลี้ยงของตนเองต่อไป

“แล้วใครบอกว่าจะถึงรังใหญ่?” คริสหยุดเดินและหันหลังมาตอบประโยคให้กับ2พี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ เขาเองไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะไปหาถึงที่  เก็บแรงไว้เจอของจริงที่กำลังจะเกิดในอีกไม่นานจะไม่ดีกว่าหรอ? เพราะถ้าสิ่งใดที่เป็นพันธะสัญญาต่อกัน จะเป็นมิตรหรือฉันศัตรู มันต้องตายจากกันเท่านั้นแหละถึงจะไม่ได้พบกัน

ฮิมชานกับคริสเหมือนกันแทบทุกอย่าง......

แต่ที่เหมือนกันที่สุดคือ.......

อะไรที่มันเป็นของตัวเอง มันจะไม่มีคำว่าเคยเป็น.......

ต่อให้แถบพลิกแผ่นดินหา ยังไงของสิ่งนั้นก็คือของๆเขา......

TBC...




THE★ FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

261 ความคิดเห็น

  1. #231 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 13:50
    อะไรเนี่ยๆ ใกล้ถึงเวลาแล้วอะไรกานนนนนนนน ว้าย กรี้ด นะระอะ รอไม่ไหวแล้วจริงๆเล้ยยยยยยย
    #231
    0
  2. #141 ปาจิงโก๊ะ ' (@vipzz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 20:12
    คริสกับฮิมชานเหมือนกันตรงที่ อะไรที่เป็นของตัวเอง จะไม่มีคำว่าเคยเป็น -[]-
    โอมายก็อด ดูดุดุโฮกกกก
    #141
    0
  3. #93 January13 (@jan-ryeotwins) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 17:18
    แดฮยอนเหมือนคนเลื่อนลอยเลย
    คิดถึงจงออบอ่ะดิ
    เฮียคริสจะไปหาเถาๆใช่ไหมอ่ะ
    #93
    0
  4. #52 "힘재...100%!!" (@hajiho) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 08:01
    วู้วววๆๆๆ

    เฮียบังอ่อยเหยื่อ !!
    55555

    เอ้าๆๆ  แจไปทำอะไรฮิมอีกละนั่น!
    คึๆๆ
    แด้เพ้อใหญ่แล้ววววว ><
    คริสไปหาเถา?  กี้สๆๆ

    เฮ้ออออ  เค้าอยากให้ถึง วันพระจันทร์ทรงกลด จริงจิ๊งงงง >O
    #52
    0
  5. #50 #RUNNNNG' (@rung2127) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 10:47
    บังมันซาดิสท์มาก 5555555555555
    ทำให้ตัวเองเป็นแผลแต่กลับลืม ไอ่บ้า 55555

    ชอบประโยคสุดท้ายมากเลย แบบ ฟิน!
    #50
    0
  6. #45 Prim_Boice (@primbabyboice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 00:07
    มันค้างคาแทบขาดใจTT
    #45
    0
  7. #39 PreeyaBeam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 19:43
    แอร๊กกกกก พี่บังดูโหดดิบเถือ่นดีแท้ สรุปแล้วเมะเรื่องนี้เท่ทุกคน อร๊ากกกก



    อยากได้โมเมนท์แดออบเยอะๆอ่ะ -..- อวยเมนเต็มที่



    รอติดตามค่า ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ >.
    #39
    0
  8. #38 ϟ Baby' Midnight Sun ϟ (@kosorina) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 08:37
    อ๊ากกกก เมื่อไหร่บังโล่ แด้อ๊อบ จะเจอกัน ><
    #38
    0
  9. #36 so_x (@society-x) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2555 / 11:39
    -////- อาซ้อ อิอิอิ (ชอบอ่ะอ่านแล้วเขิลแทนเทาเทา)

    น้องโล่กะพี่บังก็ยังคงไม่ได้เจอกัน T_T ไม่เปงไรๆ

    สนุกมากเลยอ่า TT.TT มาต่อเร็วๆนะคะ

    รู้สึกว่าจะชอบทุกคู่จริงๆแล้วล่ะ ทั้งบัพทั้งเอ็กโซ่ TT_TT

    ไรเตอร์เมพมากเลย ไม่น่าเบื่อเลยซักตอน ชอบมากค่ะ
    #36
    0