[Fic B.A.P] The war of love

ตอนที่ 5 : ★ The war of love :: EP 4★

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 มิ.ย. 58

“อยู่คนเดียวได้จริงๆนะ?”

“อื้อ”  เด็กวัย16ปีหันกลับมายิ้มตาหยีให้เพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กที่ไม่ได้เข้ามาในเขตรั้วบ้านของเขา ไม่ใช่ว่าอยู่ได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่แค่ไม่อยากให้ใครมาห่วงมากมาย ยิ่งตัวเองตกอยู่ในสภาพที่สูญสิ้นความเป็นครอบครัวไปแล้วก็ตามที

แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่เชื่อในคำพูดของจุนฮงซักเท่าไหร่

“อยู่ได้จริงน่าจงออบ...... นายรีบกลับเถอะ มีเรื่องต้องคุยกับท่านน้าจองฮยอกไม่ใช่หรอ?”  สายตาที่ทำท่าว่าเป็นห่วงซะเหมือนจุนฮงเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ มันทำให้เจ้าตัวหมั่นไส้เล็กๆ แต่เจ้าตัวที่เอ่ยปากจงออบเล็กๆก็กลายเป็นเกาหัวแล้วหัวเราะแหะๆแทน เมื่อจงออบทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้เมื่อเจ้าตัวนึกได้ว่าจะต้องรีบกลับบ้าน  ถ้ากลับช้ากว่านี้อีกซักครึ่งชั่วโมง ไม่สิไม่ต้องถึงครึ่งชั่วโมงหรอก  เอาแค่ ถ้าช้าอีก 15 นาที ผู้เป็นบิดาจะใช้สายตานิ่งๆ แทนคำพูดและดุด่าว่ากล่าวต่างๆ แต่ตัวเองก็เข้าใจผู้เป็นพ่อว่า ที่ดุเพราะเป็นห่วง ถึงแม้เจ้าตัวจะโตแล้วก็ตาม แต่ไม่เป็นไรหรอก

 

มุนจงออบมีรอยยิ้มเป็นอาวุธ 

ยังไงซะมุนจองฮยอกก็แพ้สิโรราบเพราะรอยยิ้มของลูกตัวเองอยู่ดี ฮ่าฮ่า

 

“งั้นดูแลตัวเองล่ะ”  จงออบโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันเมื่อนึกได้ว่าต้องรีบกลับบ้าน!! ถึงแม้ว่าจะมีรอยยิ้มเป็นอาวุธเข้าข่มบิดาหรือทุกคนก็เถอะ แต่มันก็ใช้ไม่ได้เสมอไปหรอกนะ

 

 

 

 

 

 

เชวจุนฮงโกหก......

อยู่ไม่ได้หรอก ใครบอกว่าเชวจุนฮงอยู่คนเดียวได้....ทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหก...

ถึงเมื่อก่อนจะอยู่ได้เมื่อตอนที่พ่อกับแม่ไม่อยู่เพราะนั่นมันคือตอนที่พวกท่านยังมีลมหายใจอยู่ต่างหาก แต่ตอนนี้เขาอยู่คนเดียวไม่ได้ บ้านหลังนี้มันกว้างเกินไปที่จะให้เด็กเพียง 16 ปี อยู่แต่เพียงลำพัง ถึงแม้จะมีพ่อหรือแม่บุญธรรมอย่าดูจุนและโยซอบมาเยี่ยมรวมไปถึงใครต่อใครก็เถอะ

แต่เข้าใจมั๊ยว่ามันไม่เหมือนกัน.....

ไม่เหมือนตอนที่ มีกัน3คน พ่อ แม่ ลูก

 

ประตูบานใหญ่ถูกปิดอย่างแน่นหนาจากคนที่เข้ามาในบ้านแน่นอนว่าต่อไปนี้ เขาเป็นเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว รูปเจ้าของบ้านคนเก่าทั้ง2คนที่ถูกแขวนอยู่พนังทางขึ้นบันไดชั้นสอง รอยยิ้มที่ปลื้มปิติเหล่านั้นสร้างรอยยิ้มจางๆให้แก่เด็กตัวสูงเมื่อได้มองรูปนั้น

 

“อยู่บนนั้นสบายดีมั๊ยครับ”  จุนฮงเริ่มเดินสำรวจรอบบ้านเมื่อตนเองทักทายรูปภาพนั้นราวกับว่ามันจะทำให้เค้าชินไปเองเมื่อไม่มีใครซักคนอยู่กับเค้าภายในบ้านนี้แล้ว ข้าวของทุกอย่างถึงแม้ว่ามันจะแตกร้าวหรือเสียหายไปแล้วแต่มันก็ยังอยู่ที่เดิมไม่แปรเปลี่ยนไปไหน ทุกอย่างมันยังอยู่ที่เดิม รวมไปถึงภาพเหล่านั้น...ก็ยังติดตาของจุนฮงอยู่ไม่ห่างหายไปไหน

กลิ่นคาวเลือดและเสียงกรี๊ดร้องของผู้คนที่หนีตายที่ดังก้องในคืนนั้นยังติดอยู่ในหัวสมองของเขา จำได้ทุกอย่างจนถึงวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ เพราะนั่นมันเป็นวันเกิดของจุนฮง

 

วันเกิดที่เต็มไปด้วยเลือด.....

วันเกิดที่พรากพ่อกับแม่ของเขาไป...และไม่มีวันกลับมา

“พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะฮะ...ผมจะตามล่าปิศาจเหล่านั้น”

“ถึงแม้พ่อกับแม่จะไม่อยู่เคียงผมแล้วก็ตาม” น้ำใสๆเอ่อออกมาจากดวงตาคู่สวยครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อในสมองนั้นประมวนเหตุการณ์ที่แล้วราวในวันนั้น

 

เพราะใครกัน  เพราะตัวของเค้าหรือว่าไลแคนท์?

 

ด้วยตามสัญชาติญาณของมนุษย์แล้วล้วนแต่จะเข้าข้างตนเองทั้งนั้น งั้นเค้าเองก็จะโทษอย่างที่2ก็แล้วกัน

 

 

เพล้ง!!!!

 

เสียงของแตกจากชั้นบนของตัวบ้านทำเด็กที่เหม่อลอยกลับต้องตะดุ้งออกจากภวังค์ ด้วยสันชาติยานสายตาต้องจับจ้องไปที่ต้นเสียงและวิ่งตามไปที่เกิดเหตุเป็นธรรมดา โดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วว่าเสียงมันมากที่ห้องนอนของตัวเจ้าของบ้านเอง

แต่เมื่อมาถึงห้องนอนของตัวเองก็พบแต่ความว่างเปล่า จะเหลือทิ้งไว้ก็แต่ความเสียหายของประตูกระจกใส่ที่แตกร้าว

“ใครมันว่างถึงขนาดทำร้ายข้าวของของคนอื่นแบบนี้ห๊ะ” เสียงบ่นอู้อี้ที่ไม่สบอารมณ์ดังไปทั่วห้องนอน คนมันยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่อยู่แล้วก็มาเจอความเสียหายของห้องนอนตัวเองอีก ใครมันว่างขนาดมาปาอะไรใส่ประตูหน้าต่างของห้องนอนชาวบ้านขนาดนี้กันวะ  ถ้ารู้พ่อจะเอากระสุนเงินส่งไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าเลยคอยดู!

 

จุนฮงกวาดสายตาไปทั่วรอบห้องครั้งแล้วครั้งเล่าแต่มันก็ไม่มีใครเหมือนเดิม อย่างน้อยมันก็หน้าจะมีอะไรที่ผิดปกติมากกว่าไอ้ก้อนหินก้อนไม่เท่ากำปั้นที่ถูกส่งตรงมาจากด้านนอกสิ นอกจากจะใช้สายตาสำรวจอย่างเดียวก็คงไม่ผลเท่าไหร่จึงเริ่มที่จะเดินไปที่ระเบียงห้องนอน เพราะอย่างน้อยไอ้ที่ตรงนั้นมันก็เป็นสาเหตุแรกที่ก้อนหินมันถูกส่งเข้ามาโดนประตูกระจกจนแตก

 

ฟึ่บ!

 

“ใครน่ะ!” จุนฮงเบี่ยงเบนความสนใจจากระเบียงและไปมองทางตู้เสื้อผ้าทันทีเพราะมันมีอะไรบางอย่างตกลงมา สองเท้าก้าวไปอย่างความสงสัย เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุก็พบเพียงแค่หนังสือเก่าคร่ำครึ

“หนังสืออะไรเนี่ย” พึมพำกับตัวเองเบาๆเพราะตั้งแต่เกิดมาจุนฮงไม่เคยเอาหนังสือหน้าปกเก่าที่มีฝุ่นเกาะที่ดูอายุของมันคงจะเทียบเท่าคุณปู่มาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง

“THE CURSE OF DESCENT” จุนฮงพึมพำกับตัวเองเบาๆอีกครั้งเมื่อเอามือสวยปัดฝุ่นที่เกาหนังสือเล่มตัว ก่อนจะเห็นตัวอักษรสีทองซึ่งปรากฏถึงชื่อหนังสืออายุอานามคราวคุณปู่

 

ภายในข้างในบ่งบอกถึงเรื่องราวความเป็นมาของตระกูลนักล่าปิศาจในยามราตรีและผู้ต้องถูกสาป  รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆที่เคยผ่านมา......ราวกับว่าชีวิตจริงที่เป็นอยู่ถูกเขียนลงไปในหนังสือเล่มนี้

 

เมื่อถึงคราวพระจันทร์ทรงกรด ดวงชะตาได้ขีดเขียนให้เกิดความรักที่เติมแต่งไปด้วยกลิ่นคาวของเลือดและสงครามและความเจ็บปวด ของ 3เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์นักล่าที่เต็มไปดวงความเกลียดชังจะออกตามล่าผู้ที่จะดับความเป็นอมตะ บุตรชายทั้ง2ของพระผู้เป็นเจ้า ที่เปรียบดั่งดวงตาและดวงใจจะถูกพรากจากกัน เมื่อดวงใจของพระผู้เป็นเจ้าออกเดินทาง และดวงตาจะถูกจองจำ

 

“ไร้สาระ” จุนฮงปิดหนังสืออย่างแรงอย่างหัวเสีย อะไรมันจะเป็นไปได้ขนาดนั้น อยู่ดีๆหนังสือปกหนาเก่าคร่ำครึก็มาหล่อนอยู่ในห้องนอนตัวเอง ทั้งๆที่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยเห็น เกิดทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ จุนฮงเอาหนังสือเล่มหนาที่สามารถหนุนนอนแทนหมอนได้โยนลงไปที่เตียงนอน ถึงแม้มันจะดูไร้สาระที่บรรยายเหมือนว่าอยู่ในเหตุการณ์ปัจจุบันด้วยก็เถอะ แต่เอาคำบัญญัติในหน้ากลางๆมันก็ทำให้หน้าสงสัยอยู่หรอก โดยเฉพาะบทความหรือประโยคบอกเล่าอะไรเทือกๆนั้นในหนังสือที่ชื่อมันก็บอกว่า ‘คำสาปของสายเลือด

“ยังมีเวลาให้อ่านถึงเช้า” เหล่ตามองหนังสือที่กองอยู่บนเตียงนุ่ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะชำระล้างกายเพราะแน่นอนว่าวันนี้มันเป็นวันที่เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวัน

 

 

“เด็กก็คือเด็กนั่นแหละ” ร่างสูงออกมาจากมุมมืดของห้องนอนของจุนฮงที่เข้าไปอาบน้ำนั้นได้ยินทุกประโยคที่เด็กคนนั้นพูดทุกอย่าง เจ้าของผมสีบลอนที่ถูกปิดด้วยฮูทตัวใหญ่จ้องมองไปยังหนังสือโบราณที่บอกทั้งอดีตและอนาคตของ3เผ่าพันธุ์รวมไปถึงความเป็นไปของ ดวงตาและดวงใจของพระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่วางตา

“เรื่องไร้สาระ?....” ตาสีแดงสาดส่องไปทางประตูห้องน้ำที่ภายหลังประตูบานนั้นมีเจ้าของห้องอยู่ในนั้น เจ้าของเสียงแหบพร่าแสยะยิ้มอย่างไม่คิดจะปกปิดเอาไว้พรางเดินสำรวจรอบห้องของจุนฮง  เลือดเอาไว้

“ถึงแม้จะเห็นหน้าไม่ชัดก็เถอะนะ....แต่ก็จะทิ้งร่องรอยไว้ให้ตามหา” เล็บยาวและแหลมคมบรรจงจิกแขนตัวเองจนเลือดสีสดไหลออกมาจากลำแขนแข็งแรงไหลหยดลงไปในหน้าหนังสือที่จุนฮงเหวี่ยงโยนไปบนเตียง ร่างสูงเดินไปรอบห้องให้เลือดนั้นหยดตามพื้นห้อง จนมาหยุดตรงริมระเบียงห้องนอน กงเล็บเริ่มขีดข่วนเป็นข้อความสั้นๆพร้อมทิ้งหยดเลือดกองโตเอาไว้ตรงนั้น

 

“แล้วเจอกันนะบุตรคนเดียวของฮันเตอร์ตระกูลเชว”  ร่างสูงยกยิ้มอย่างพอใจกับผลงานของตนเองแล้วกระโดดลงจากระเบียงของบ้านหลังใหญ่ แล้วหายไปในความมืด

 

ตามหาฉันให้เจอสิ

 

 

 

“กลับมาแล้วครับ!” เสียงตะโกนของเด็กตาตี่ดังลั่นบ้านหลังใหญ่ของตาระกูลมุนที่เป็นฮันเตอร์มากฝีมืออีกตระกูลหนึ่งในสมาพันธ์ BEAST HUNTER เด็กตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบบ้านแต่ก็ไม่พบใครที่คิดว่าตัวเองจะต้องหาคำตอบว่าทำไมถึงกลับบ้านได้มืดค่ำได้ขนาดนี้ ในเมื่อไม่เจอกับเจ้าของบ้านหลังใหญ่ตัวจริงก็เปรียบโอกาสทองของจงออบ ร่างบางจึงเดินขึ้นไปชั้นสองที่มีห้องนอนห้องใหญ่ของตัวเองสบายอกสบายใจ แต่ก็ยิ้มตาหยีได้ไม่นาน เพราะเมื่อเดินพ้นจากบันไดขั้นสุดท้ายได้แปบเดียว ก็เจอกับสายตาเจ้าระเบียบมารออยู่หน้าห้องของตนซะแล้ว

“รอฟังอยู่ว่าทำไมกลับได้ดึกขนาดนี้”  หัวหน้าครอบครัวของตระกูลยืนกอดอกพิงกับประตูห้องของลูกชายตนเอง ยืนรอฟังคำตอบของจงออบ

“ก็ไปส่งจุนฮงกลับบ้านมาฮะ แล้วคือแบบว่าคุยเพลินไปหน่อยก็เลยช้ากว่าทุกที” จงออบอธิบายพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆที่ส่งไปให้บิดาบังเกิดเกล้า ก็เค้าพูดจริงๆนะ คุยกับจุนฮงนานไปหน่อยจริงๆถ้าไม่นับว่าเจอเสือเบงกอลนั่นด้วย

จองฮยอกพยักหน้าเชิงรับรู้พร้อมบิดประตูห้องนอนของเจ้าของห้องโดยที่ไม่ต้องขออนุญาต และเดินเข้าไปโดยไม่สนใจแววตาของจงออบเพราะยังไงก็ต้องเดินตามเข้าไป

 

เข้าไปในห้องของตนเองแบบนี้  คุยยาวแหงๆเลยมุนจงออบ

 

“วันนี้ทำแสบนะเรา”

“พ่อรู้หรอ?” ดวงตาเบิกโพลงเพราะความตกใจบวกด้วยเสียงหลงแบบนั้น ทำให้ผู้เป็นพ่อที่ตั้งหน้าขรึมถึงกับหัวเราะออกมา

“ระเบิดอารมณ์กลางห้องประชุมของสมาพันธ์แบบนั้น”

“แต่พ่อก็ไม่ได้ไปนี้นา”

“แล้วคิดว่าพ่อแกจะไม่รู้งั้นสิจงออบ?”

“ก็มันไม่ยุติธรรมสำหรับจุนฮงนี่” จงออบหลุบสายตาต่ำลงแถมทำเสียงอ่อยอิ่งใส่บิดา  มันไม่ยุติธรรมจริงๆนั่นแหละ เอะอ่ะก็โยนความผิดให้เด็ก ไม่เห็นหรือไงว่าจุนฮงเสียใจขนาดไหน พ่อแม่ตายแล้วนยังจะจับส่งไปไหนก็ไม่รู้

“มันเหมือนกับลูกตอนเสียแม่ไปใหม่ๆใช่หรือเปล่า ถึงได้ตวาดออกมาแบบนั้น?”  จงออบที่ยังยืนพิงประตูห้องอยู่แถมกับก้มหน้าเอาไว้นั้นก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับมาเท่านั้น ไม่อยากตอบอะไรมากกว่านี้เดี๋ยวมันจะเรียกต่อมน้ำตาเพราะความคิดถึงขึ้นมาอีก

 “คิดถึงแม่แล้วทำไมไม่ไปเยี่ยมล่ะ”

“ไม่เอาหรอก...ไปหาที่ไรผมจะร้องไห้ทุกที” จงออบทำเสียงอุบอิบใส่ผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้เหมือนจะจับผิดและเหมือนจะอ่านความคิดของตนเองอยู่ สู้ตอบความจริงไปซะ จะได้ไม่ต้องเสียฟรอมซะตอนหลัง ซึ่งมันก็สร้างรอยยิ้มให้กับผู้เป็นบิดาได้จริงๆ........ จองฮยอกไม่เคยยิ้มอีกเลยเมื่อเฮซองตายไป

 

เฮซองตายเมื่อจงออบมีอายุเพียงแค่ 5ขวบเท่านั้น  เพราะแบบนั้นทำให้จงออบเลยไม่ค่อยอยากจะพูดถึงแม่ของตนเองให้เกิดการคิดถึงขึ้นมา เพราะเขาเชื่อว่า ถ้ามัวแต่คิดถึงแล้วร้องไห้ วิญญาณของแม่จะเป็นทุกข์ เช่นเดียวกับมุนจองฮยอก ถึงแม้จะคิดถึงทุกครั้ง แต่ก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกโศกเศร้านั้นไว้ เพราะไม่อยากให้วิญญาณของเฮซองต้องเป็นทุกข์ รวมไปถึงพยายามไม่นึกถึงโศกอนาถกรรมสีเลือดครั้งนั้นที่เกิดขึ้นกับแม่ของจงออบ

 

“ทางสมาพันธ์ส่งจดหมายด่วนมาให้ลูก” จองฮยอกยื่นจดหมายสำคัญให้กับบุตรชาย โดยที่เจ้าตัวก็รับมาไว้ในมือพร้อมกับคำถาม

“แล้วทำไมไม่ให้ตอนอยู่ที่สมาพันธ์ล่ะ คนแก่นี่ประสาต” จงออบรีบแกะจดหมายสำคัญออกมาอ่าน แต่ก่อนที่จะอ่านออกเสียงก็ถูกเบรคด้วยประโยคของบิดาซะก่อน

“ถ้าไม่ไปจะดีที่สุดจงออบ”  สายตาที่ได้จดจ้องลูกชายของตัวเองแต่กลับมองไปนอกหน้าต่างแทน

“ทำไมฮะ นี่มันก็งานธรรมดาๆเองนะ ที่เราต้องล่าแวมไพร์น่ะ”

“ถ้ามันสำคัญจริงๆ มันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาหรอกจงออบ” ผู้เป็นบิดาหันมาสบสายตาที่มีแต่คำถามของลูกชายของตนเองด้วยสีหน้าที่จริงจังและเรียบเฉย

“มันใหญ่เกินกว่าที่ลูกจะแบกรับไหว ดูจุนก็ช่วยอะไรไม่ได้”

 

 

....สงครามมันกำลังจะเริ่ม.......

 

 

อีกด้านของประสาทแวมไพร์

 

เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆ แสงสว่างจ้านั้นทำให้ต้องปิดตาลงอีกครั้ง และเมื่อสามารถปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงได้แล้ว ก็เริ่มจะกวาดสายตาไปทั่วห้องที่ใหญ่โตที่ตัวเองไม่ค่อยจะคุ้นเคย

 

“ที่นี่ที่ไหน?” ยองแจค่อยๆยันตัวเองให้ลุกจากที่นอน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเจ็บหนักขนาดไหน จึงทำให้ต้องล้มลงไปนอนที่เดิมอีกครั้ง

 

“โอ๊ย!!” ความรู้สึกว่าเหมือนกระดูกตามร่างกายจะแตกร้าวออกไปเป็นเสี่ยงๆโดยเฉพาะที่แขนที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้อยู่และนอกจากจะไม่ได้มีแค่แขนเท่านั้น แต่กลับมาที่ลำคอสวยด้วยเช่นกัน

 

“ไอ้นักบวชเวรนั่น!

ยองแจพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง เขากัดฟันด้วยความเจ็บเหมือนกับว่าตัวเองจะแหลกสลายยังไงก็ไม่ทราบ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเริ่มฉายเข้ามาให้สมองจนกลับมาได้ทั้งหมด ทำให้เขาเองก็พอจะเดาได้ว่าที่นี่มันที่ไหน

 

“ปราสาทของพวกแกสินะ?”

 

“ใช่”

ยองแจหันไปมองประตูห้องที่เปิดออก และเจ้าตัวเองก็ได้พบกับเจ้าของเสียงที่ตอบคำถามเมื่อกี้

“ยินดีต้อนรับ”

ยองแจจ้องมองร่างสูงที่ใส่เสื้อกล้ามสีดำยืนกอดออกพิงประตูห้องอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร

“ต้องการอะไร?” ยองแจถามเสียงแข็ง

“ฟิ้นตัวไวใช้ได้เลยนี่” ฮิมชานมองสำรวจสภาพร่างกายของยองแจตั้งแต่ศรีษะจรดเท้าก่อนจะเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น

“ฉันถามว่าต้องการอะไรไง! อยากจะเอาชนะพวกฉันด้วยวิธีสกปรกถึงกับต้องจับฉันมาเลยหรือไง?”  

“สกปรก? มันก็สกปรกกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรอไง”

“ห๊ะ?” ร่างที่อยู่บนเตียงงุนงงกับคำพูดของฮิมชาน สกปรกตั้งแต่แรก..อะไรกัน?

“เผ่าพันธุ์ของฉันกับของนายมันก็ใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรอไง” รอยยิ้มเย็นยะเยือกถูกส่งมาให้ร่างอวบที่ทำตาเลิกลักใส่พร้อมกับหาทางหนีในเวลาเดียวกัน

“แล้วเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ใครจับนายมา?..นายต่างหากที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็ออกมาให้จับไม่ใช่หรอไง”

“ออกมาให้จับ? แกพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ!” ยองแจถดตัวหนีบุคคลที่เป็นเจ้าของห้องนี้พร้อมกับใช้แขนข้างที่ปกติคลำไปตรงเอวที่ซึ่งเคยมีกริชเงินเหน็บเอาไว้เพื่อป้องกันตัว แต่ตอนนี้มันหายไป

 

“ไม่เข้าใจน่ะดีแล้ว...ว่าแต่นายหาไอ้นี่อยู่หรือเปล่า?”

 

ฮิมชานชูกริชเงินเล่มหนึ่งให้ยองแจอยู่ โดยที่ยองแจก็เริ่มจะออกฤทธิ์ด้วยการใช้แขนข้างที่ไม่ได้เจ็บจะยื้อแย่งกริชเงินกลับคืนมา แต่มันไม่เป็นผล เพราะฮิมชานชูเอาไว้เหนือหัวของตนเอง ก่อนจะผลักให้ยองแจล้มลงไปที่เตียงอีกครั้ง

“โอ๊ย! ไอ้ปิศาจบ้า” นอกจากคำกล่นด่าของยองแจไม่ได้เข้าหูของฮิมชานเลยซักนิด แถมฮิมชานยังยิ้มเยาะใส่กับคนที่บาดเจ็บอยู่ไม่ได้คิดจะสงสารหรือรู้สึกผิดอะไรเลยที่ทำร้ายคนบาดเจ็บซ้ำ

 

“ที่นี่มีกฎห้ามพกอาวุธและถ้าอยากจะกลายร่างล่ะก็ ฉันก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเพราะว่าที่นี่ฉันใช่เวทมนต์ควบคุมพวกไลแคนท์” คนที่ถือไพ่เหนือกว่าหัวเราะในรำคอ มือหยาบเอื้อมมือไปจับแขนที่บาดเจ็บอยู่ของอีกฝ่ายเผื่อที่จะดูผลงานของตนเองที่ได้สร้างบาดแผลเอาไว้

 

“เพลี้ย!

ยองแจปัดมือของฮิมชานออกไปให้ห่างจากตัว ความกลัวเริ่มจะเข้ามาแทนที่เมื่อเห็นสายตาที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดรวมไปถึงรอยยิ้มที่ทำให้ใครต่อใครไม่กล้าที่จะสบตาตอบ

 

...อยากกลับบ้าน...

“ขอโทษทีที่ยอมให้กลับบ้านไม่ได้” ฮิมชานกระชากคนที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงโดยไม่ต้องออกแรงอะไร ฝ่ามือกำแน่นตรงแขนที่มีรอยแผลลึกของยองแจที่ตัวเองก็เป็นคนสร้างไว้ ไม่มีเสียงกรีดร้องว่าเจ็บปวดมีแต่เพียงน้ำใสๆที่เริ่มเค้าครออยู่บริเวณดวงตาคู่สวย  ตอนแรกก็ก่ะว่าจะแค่ดูแผลแล้วะรักษาให้หายซะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้เห็นทีว่าคงไม่ต้องแล้วล่ะมั๊ง

 

ทั้งๆที่รู้ดีว่าคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงใหญ่จะเกลียดและกลัวตัวเองแน่ๆ คิมฮิมชานก็ยังเลือกที่จะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกแบบนั้นอยู่ดี...เพราะอะไรกันนะ

 

“มองฉันแบบนั้นทำไม” ฮิมชานปล่อยมือข้างหนึ่งของยองแจออก แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นแก้มนวลแทน

แรงบีบรุนแรงจนเจ็บปวดไปถึงกรามด้านใน...เจ็บจนตอนนี้น้ำตาที่คลอเบ้าอยู่นั้นไหลออกมาจริงๆ

 

“เจ็บหรอ?”

“.........”

“ทำไมไม่พูดล่ะ”

“อึก” ฮิมชานออกแรงบีบลงบนแก้มสีช้ำของร่างเล็กให้แรงเข้าไปอีก เขาไม่อยากแสดงอาการว่าเจ็บออกมาทั้งๆที่ตอนนี้กำลังเจ็บมากจริงๆ ถ้าตายได้ตอนนี้ เลือกตายยังจะดีกว่า ในหัวสมองของยองแจมีแต่ใบหน้าของสองคนวนเวียนอยู่เต็มไปหมด ในใจของเค้าตอนนี้กำลังเรียกหา ยงกุกกับเถาเท่านั้น

 

พี่ยงกุก พี่อยู่ไหน....

เถานายอยู่ไหนกันนะ....

เค้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ช่วยเค้าด้วย....

 

“.......”

“ร้องหามันให้ตายมันก็ยังไม่มาหรอกยองแจ” มือหนาที่ยังคงจับแขนที่มีรอยแผลอยู่และตอนนี้เลือดก็เริ่มซึมออกมาจากผ้าพันแผลอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงอีกมือหนึ่งที่ยังคงล็อคแก้มนวลที่เริ่มช้ำเอาไว้ กลิ่นเลือดลอยแตะเข้ามาให้จมูกของร่างสูงที่นั่งจ้องเขม็งคู่กรณีที่ตื่นมาก็ดื้อด้านใส่

“ไม่ต้องคิดที่จะหนีไปไหนเลยนะ เพราะฉันรู้ความคิดทุกอย่างของนาย”

“โอ้ย!!

“หึ!!” รอยยิ้มร้ายหยักขึ้นบนใบหน้า ควงตาละเลียดมองอาการอ่อนแรงเหมือนคนใกล้ตายอย่างไม่พอใจก่อนมือหนาคลายออก และนั่นทำให้ยองแจถึงกับร่วงล้มลงสู่เตียงนอนอีกครั้ง

 

“ท่านบาทหลวงใจร้ายอีกแล้ว”  เสียงปริศนาดังขัดจังหวะของสงครามขนาดย่อมภายในห้องนอนของเจ้าของปราสาทสายตาเย็นชาที่เข้ากับใบหน้าคมสอดส่องมายังคนที่นอนเจ็บอยู่บนเตียง

“เหอะ!” ฮิมชานเบนสายตาหนีคนที่นอนเอามือกุมแขนขวาที่มือเลือดเต็มไปหมด ถ้าเข้ามาช้ากว่านี้เชื่อเถอะว่าเจ้าขนปุยตัวนี้ได้เจ็บมากกว่านี้แน่ๆ

ร่างสูงเดินเข้าในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องอย่างไม่รีบร้อนและไม่สนใจสายตาของฮิมชานเลยแต่น้อย  ยองแจเหลืบมองคนมาใหม่พร้อมกับในสมองเริ่มประมวลคำถามมากมายที่เข้ามา....

 

คุ้นหน้า....แต่จำไม่ได้....

 

“เราเคยเจอกันมาก่อนยูยองแจ” ร่างสูงระบายรอยยิ้มน้อยๆที่นานๆใครต่อใครจะได้เห็นออกมาให้คนที่นอนเจ็บปางตายอยู่บนเตียงก่อนจะเหล่ไปมองเจ้าของห้องที่ตอนนี้เหมือนจะอารมณ์เสียยกใหญ่

“นาย...”

“อย่าพูดอะไรมากมาย ไม่งั้นนายจะเจ็บหนัก..ฮิมชานอาจจะฆ่านายจริงๆ”

“หยุดพูดแล้วออกไปเถอะน่าเจ้าเด็กหน้านิ่ง” ฮิมชานเริ่มสบถใส่คนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อีกคนก็เหมือนไม่ได้สนใจ

“หวงล่ะสิท่านผู้บัญชาการ”

 

ฮิมชานหันกลับไปมองคนนอนมองเขาสองคนคุยกันอย่างในหัวก็ยังมีคำถามแต่สายตาที่มองเหมือนจะโกรธเคืองเขาอยู่ไม่น้อย ฮิมชานเริ่มจะแตะเนื้อต้องตัวคนที่ตัวเล็กกว่าอีกครั้ง แต่ก็โดนยองแจสะบัดออกอีกครั้งแต่แรงก็ใช่ว่าจะมาก

“จะตายอยู่แล้วยังจะฤทธิ์มากอีก!”  ฮิมชานเริ่มจะหัวเสียอีกครั้ง ส่งสายตาดุดันไปให้ร่างอวบแต่ก็เหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อตัวประกันเริ่มจะดื้ออีกครั้ง

“จะทำอะไร ปล่อยนะมันเจ็บ!

“มองตาฉัน” ร่างสูงออกคำสั่งคำที่ถูกดึงขึ้นมาจากเตียงอีกครั้ง แต่มีหรือที่คนอย่างยองแจจะฟัง แถมยังหันหน้าหนีและหลับตาสนิทไม่ยอมทำตามคำสั่งฮิมชาน  จนฮิมชานเริ่มใช้แรงบีบแขนยองแจอีกครั้งและเหมือนว่ามันจะได้ผลอย่างดีเมื่อยองแจหันมองมอง พร้อมกับคำกร่นด่าในใจ “ไอ้ผีซาดิส..มีความสุขหรอไงว๊ะที่รังแกคนเจ็บ!

“ถ้าฉันซาดิสนายก็คงจะเป็นมาโซคิส..ชอบความเจ็บปวดนักหรือไง?ดื้อด้านอยู่ได้”

ยองแจถลึงตาใส่ฮิมชานที่กำลังพูดสวนความคิดของเขา

“เอาล่ะมองตาซะยูยองแจ..อย่าดื้อ!!

“........” ยองแจเผลอมองตาของฮิมชานที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล ดวงตาค่อยๆจะพร่าเลือนแล้วค่อยๆหลับสนิทไปในที่สุด

“หลับซะยองแจ..เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันจะเป็นดั่งความฝัน”

“นายจะจดจำว่านั่นคือความฝัน”  ฮิมชานประคองเด็กที่อายุน้อยกว่าที่หลับเพราะฝีมือตัวเองค่อยๆวางลงยังที่นอนนุ่มๆอย่างเบามือที่สุด สายตาปกติกลับมาแทนสายตาที่แข็งกร้าวเมื่อจัดแจงท่านอนให้ยองแจได้หลับได้สบายขึ้น

 

“ไม่ลบความทรงจำก็สะกดจิตให้หลับ” ร่างสูงที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อแต่ครู่เริ่มแขวะฮิมชานอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายองแจได้หลับไปแล้วจริงๆ

“มันก็ยังดีกว่าจำบางอย่างเรื่องที่ไม่อยากให้จำไม่ใช่หรอไง”

“นายก็หน้าจะลบความทรงจำตัวเองด้วยในตอนนั้น”

“นายพูดมากขึ้นตั้งแต่กลับมาจากทรานซิลวาเนียร์หรือเปล่า?”   ฮิมชานเรื่องถากถางคนที่เริ่มจะพูดมากขึ้นทุกทีๆ

คนพูดน้อยๆเวลาจะพูดขึ้นมาเมื่อไหร่ มักจะจิกกัดแบบนี้เสมอทุกคนเลยจริงๆด้วย ยกตัวอย่างเช่นจองแดฮยอนเป็นต้น

 

“อ้อ!..ฉันลืมบอกนายน่ะ..เผื่อว่าแดฮยอนมันจะลืมบอก”  ฮิมชานเหมือนจะนึกบางอย่างได้โดยที่สายตาก็ยังจ้องไปที่คนที่หลับอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

“เราเจออาหมวยหน้าเหวี่ยงที่นายตามล่าแบบแทบพลิกทรานซินวาเนียร์หาด้วยแหละ”

“มาอยู่ที่นี่จริงๆด้วย” น้ำเสียงเรียบเฉยจนเริ่มผิดปกติเริ่มพูดขึ้นเมื่อได้ยินข่าวดีที่ฮิมชานเก็บมาฝาก

“นี่คือสาเหตุหลักที่นายกลับมาอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”  ฮิมชานเหลือบสายตาไปมองคู่สนทนาอย่างเอาจริงเอาจังกับคำถามของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของตนเองที่เห็นอีกคนที่มีรอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏอยู่บนใบหน้า

“......”

“นายหน้าจะหาเวลาไปทักทายซักหน่อยแล้วมั๊งวู่ฟาน” ฮิมชานมองไล่หลังคนที่กำลังหันหลังเดินออกไปจากห้องนอนของตนเองโดยเจ้าตัวก็ยังหันมายิ้มตอบ

“ไม่ปฏิเสธ”

“อย่ายิ้มแบบนั้นเชียว ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่” ฮิมชานส่ายหัวไปมาเมื่อเริ่มอ่านความคิดของน้องชายร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเองอีกคน

“แล้วพี่คิดว่าผมกำลังจะทำอะไร เห็นอะไรในอนาคต?”

“ถ้าฉันบอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง นายก็เลือกจะเปลี่ยนมันอยู่ดี”

“.........”

“ผีเสื้อแสนสวยจะโบยบินหนีดอกไม้สวยเคลือบยาพิษ”

“งั้นผมก็เด็กปีกแสนสวยของผีเสื้อตัวนั้นทิ้ง ผีเสื้อจะได้บินไปไหนไม่ได้”

TBC....
นึกนึงตอนน้องยองแจไว้ผมทรงเห็ดไว้นะลีดเดอร์ 
เพราะตอนนั้ อ้วนแจแบบ โมเอ้ ชวิ๊งๆ





และตัวระครเสริมที่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมา






ติดตามอีกเรื่องของคู่นี้ได้ที่

THE★ FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

261 ความคิดเห็น

  1. #230 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 13:35
    ใช่ๆๆๆๆๆยองแจทรงเห็ดโคตรน่าฮักอะ
    แล้วอยู่ดีๆฟานก็โผล่มา
    #230
    0
  2. #173 i2zindiella (@i2zindiella) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 00:23
    ทำไมฮิมชานต้องร้ายใส่ยองแจล่ะ อดีตที่ลืมไปคืออะไรกันแน่ งงมาก
    #173
    0
  3. #163 PEAR (@nupearzheza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 / 16:41
    ทำไมผบ.ถึงต้องโหดร้ายกับหมูน้อยด้วย หมูน้อยทำอะไรผิดดดดดด
    #163
    0
  4. #132 เบบี้บี yes sir (@babybee123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 09:58
    สงสารหมูอ้วนจังอิเหยินแมร่งโหดร่าย T^T
    #132
    0
  5. #110 LuciferSunmin38 (@lucifersunmin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 00:20
    เราก็จินตนาการว่ายูยองยองทำผมทรงนั้นพอดีเลยอ่ะไรเตอร์เพราะตอนนั้นยูยองยองโมเอะมากผิดจากตอนนี้มากเช่นกัน ฮือ ;0;
    กรี๊ดดดดดคริสเทา ชอบคู่นี้ที่สุดในเอ็กโซแล้ว55555 
    #110
    0
  6. #92 January13 (@jan-ryeotwins) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 17:03
    มีคริสเถาด้วยอ่ะ

    ฮิมชานรุนแรงอ่ะ

    สงสารยองแจ T0T
    #92
    0
  7. #67 Gunner (@urngforever) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 18:51
    กุ้กกิ้กดราม่า ;__;
    เฮ้ยยย อีพี่คริสตี้าอะไรเนี่ย
    #67
    0
  8. #49 #RUNNNNG' (@rung2127) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 10:30
    เกิดไรขึ้น กับยองและฮิม หื้อ ?
    ทำไมลบความทรงจำของยองล้ะ ?

    ยงกุกใช่ไหม ?ที่มาหาโล่นะ 5555555
    #49
    0
  9. #43 Prim_Boice (@primbabyboice) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 23:43
    ฮิมทำไมต้องรุนแรงTT ความรู้่ความหลังจัง><
    #43
    0
  10. #35 so_x (@society-x) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2555 / 11:26
    แอร่กกก พวกเข้ามีความสัมพันธ์กันไงเนี่ย T_T ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้

    ฮี่ๆๆ เฮียคริสมาแล้ว ><

    ชอบอ่า ไรเตอร์ขรา หนูชอบทุกคู่เลย >< หนุกมากๆอ่ะ
    #35
    0
  11. #27 ϟ Baby' Midnight Sun ϟ (@kosorina) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 18:50
    เหยินซาดิสไปล่ะ =..=
    แอร๊ยยยยย ท่านคริสสสสสสสสส >////< 
    #27
    0
  12. #25 tonao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 19:09
    รูปเทาตอนท้ายแบบแอร๊ยยยย เซะซี่ๆๆ ชอบอ่ะๆ คึคึ

    แลดูเมะๆจะโหดกันน่ะ อย่าทำร้ายเหล่าเคะน้อยกันมากน่ะ แค่นี้เค้าก้สงสารแล้วอ่า TT
    #25
    0
  13. #21 PreeyaBeam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 12:16
    พี่เหยินซาดิสอ่ะ -..- คือคลั่งกับประโยค มองตาฉัน แอร๊ย ละลาย

    ขอบคุณสำหรับฟิคหนุกๆค่ะ
    #21
    0
  14. #16 prawababies.- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 20:48
    เรื่องทำร้ายเคะสุดยอดดดดดดด 555555555

    ฮิมชาน ;__; แจเค้าเจ็บแล้วปล่อยๆเค้าไปบ้างก็ได้

    แล้วจุนฮงก็อาบน้ำเพลินจนจมูกไม่ได้กลิ่นเลือดเล้ยย

    เฮียกุก(หรือป่าว)อุตส่าห์ออกมาเยี่ยมเยียนนนน
    #16
    0
  15. #15 noname (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 23:07
    ฮิมรุนแรงตลอดอ่ะชอบทำร้ายแจที่ไม่มีทางสู้ -[]- นิสัยมาก ทำไมเคะเรื่องนี้ถึงได้ถูกเมะทั้งหลายจ้องจะฆ่าอยุ่หมดเลยเนี้ยโธ่ สนุกๆค่ะ ติดตามตอนต่อไป ~~
    #15
    0