[Fic B.A.P] The war of love

ตอนที่ 17 : ★ SF Love sick Dea+Up ep5.3End★

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.พ. 58


“ขนมเป็นไงบ้างอ่ะจงออบ”  ยองแจยืนมองจงออบชิมขนมที่ตัวเองเพิ่งทำเสร็จอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยสายตาที่จดจ่อ แต่ก็โดนรุ่นน้องแกล้งอีกตามเคย

“ทำไมฮยองไม่ชิมเองล่ะ เป็นคนทำเองก็หน้าจะรู้รสชาตินะ” จงออบที่รู้สึกว่าจะชิมขนมที่คนร่างอวบไปสักสองสามชิ้นได้ก็ยังไม่ตอบว่ารสชาติเป็นยังไง

“ย๊า!! กินไปสองสามชิ้นแล้วยังไม่รู้รสอีกหรือไง”  ยองแจที่เริ่มจะเหวใส่จงออบอีกแล้ว เมื่อรุ่นน้องยังแกล้งอยู่เรื่อยๆ

“ฮยองนี่!! ผมกินไปขนาดนี้ก็หน้าจะรู้นะว่ามันอร่อยอ่ะ”  คนตัวเล็กก็เหวี่ยงกับไม่แพ้กับคนที่เหวมาเหมือนกันขณะในปากก็ยังเคี้ยวขนมอยู่ตุ้ยๆ อะไรกันพี่คนนี้ เด๋วเถอะแล้วได้เห็นฤทธิ์ของอ๊อบ

แต่คนตัวอวบก็ยังไม่เลิกความพยายามที่จะถามถึงรสชาติของเจ้าขนมที่ตัวเองได้ลงมือทำ  ก็แหม.. เค้าเองก็ไม่ค่อยได้ทำบ่อยๆนะ จนจงออบเองก็รู้สึกหมั่นไส้เล็กๆ ถามจังเลยนะ ยงแจฮยองอ่า

“รสชาติแบบนี้หรือเปล่านะ ที่ฮิมชานฮยองชอบกิน อ๋อ! รสชาติอร่อยแบบนี้นี่เองที่ฮิมชานฮยองเคยบ่นให้ฟังบ่อยๆ” ไม่ใช่ว่าจงออบเผลอพูดชื่อที่ยงแจไม่อยากได้ยิน แต่มุนจงออบตั้งใจพูดให้คนขี้บ่นได้ยิน จะหนีความจริง เข้าใจอะไรผิดๆ เพียงเพราะปากพร่อยๆของฮิมชานไม่ได้แล้วนะ

ยูยองแจต้องรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างซักที เพราะจงออบเบื่อแล้ว ที่จะต้องมาเห็น ยองแจนั่งร้องไห้หรือทำอะไรที่ฝืนน้ำตาตัวเองเพื่อที่จะหลอกตัวเองว่าลืมคนรักของตัวเองได้ เบื่อแล้วที่จะต้องมานั่งปลอบใจ เบื่อแล้วที่ต้องมาเห็นสภาพย่ำแย่ของคน2คน  

 

เสียงเสียดสีระหว่างช้อนและจานดังขึ้น พร้อมกับบรรดาขนมที่ถูกเททิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดีของยองแจ ซึ่งมันสร้างความแปลกใจให้กับคนที่เพิ่งชิมไปเมื่อกี้  ซึ่งจะร้องห้ามมันก็ดูจะไม่ทันเสียแล้ว

“ฮยอง! ขนมเพิ่งทำเสร็จเองนะ ผมยังกินไม่หมดเลย ฮยองจะทิ้งทำไม” แค่พูดถึงฮิมชานฮยองถึงกับต้องมาเอาอารมณ์มาลงกับที่เจ้าขนมเลยหรอ คอยดูนะ จงออบจะฟ้องน้าจินกิ!

“ถ้ารสชาติมันเหมือน พี่จะทำรสชาติอื่น หรืออย่างอื่นให้ชิมนะ^^” ยองแจยิ้มให้คนตัวเล็ก ก่อนจะหันไปหยิบจับอุปกรณ์และวัตถุดิบเพื่อปรุงรสชาติขนมขึ้นมาใหม่ แต่ก็ได้แค่หยิบจับ แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ



“อย่าฝืนเลยฮยอง”


“.....”


“ไม่ว่าฮยองจะทำรสชาติแบบไหน มันก็เป็นรสชาติที่ฮิมชานฮยองชอบกินนั่นแหละ เพราะฮยองใช้ใจทำลงไปด้วย”


“ไม่ใช่นะ” ยองแจพยามยามเถียงทุกอย่างที่จงออบพูด


“เหมือนกับที่ฮยองใช้หัวใจจดจำไงฮะ...จดจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับฮิมชานฮยอง..มันเลยลืมไม่ได้”

“....”


“ไม่เห็นต้องฝืนทำอะไรที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกเลยนี่ฮะ”  จงออบลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งจมปรักแล้วพูดคำพูดที่กรีดไปถึงถึงจิตใจของเจ้าของบ้าน เดินไปยังอ่างล้างจานข้างๆยองแจ บรรจงล้างจานที่ยังอยู่ในอ่าง อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดของตัวเอง

 

จงออบไม่จำเป็นต้องรู้สึก ..... แต่ยูยองแจต่างหากที่ต้องรู้สึก

 

“ฮยองรู้มั๊ยว่า ตอนนี้ฮิมชานฮยองเป็นยังไงบ้างหลังจากวันนั้น” จงออบยังคงไม่เลิกสร้างต่อมดราม่าขนาดย่อมให้ร่างอวบ ที่ยังไม่หันมาตอบคำถามของเขาเองซักข้อ จะมีก็แต่การส่ายหัวไปมาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย

 

......มันไม่ใช่ตัวตนของยองแจฮยองเลยนะ......

 

 

 

“ฮิมชานกินเหล้าทุกวันทุกคืน จนไม่กี่วันเพิ่งจะเข้าโรงพยาบาลน่ะฮยอง” จงออบแสร้งทำหน้าเศร้าๆให้ยองแจได้เห็น เพื่อให้ยองแจตกใจ และมันก็ได้ผล


 

....ฮิมชานกินเหล้าทุกวันน่ะใช่ แต่ไอ้ที่บอกว่าเข้าโรงพยาบาลนะ จงออบโกหก....


 

“ทะ ทำไมต้องเข้าโรงพยาบาลล่ะ  แล้วเป็นอะไรมากมั๊ย  แล้ว แล้ว” ขยองแจเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากจงออบที่ตีไข่ใส่สีลงไปนิดหน่อย ก็ถึงกับต้องรนรานเป็นกระต่ายตื่นตูมอย่างเห็นได้ชัด จานชามที่คิดจะล้างต่อก็เลยไม่ต้องเป็นอันทำกันแล้วล่ะ


 

เค้าบอกแล้ว ว่ายองแจฮยองน่ะ ซ่อนความรู้สึกที่มีต่อฮิมชานฮยองได้ไม่นานหรอก...


 

“ฮยองใจเย็นฮะ ค่อยๆพูด ฮิมชานฮยองไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่พักผ่อนไม่พอ หรือคงไม่ได้นอนเลยดีกว่า” จงออบก็ยังไม่เลิกเติมประโยคบอกเล่าที่เค้ากุขึ้นมาให้ยองแจได้ยิน แต่มันก็อาจจะจริง เพราะฮิมชานอาจจะไม่เป็นอันทำอะไรเมื่อยองแจฮยองไม่อยู่


“ฮยอง..” เสียงแผ่วเบาถูกส่งมาจากร่างออวบอย่างยากลำบาก จงออบจะผิดมั๊ยนะที่โกหกยองแจฮยอง  แต่ที่เค้าทำ เค้าหวังดีนะ

 

 

ก็แค่อยากให้ดีกันเร็วๆ....

 


 

จงออบ ใส่สีตีไข่ รวมถึงชักแม่น้ำทั้ง5 กับยองแจเพื่อที่จะให้คนขี้งอแงกลับมาดูสภาพของฮิมชานที่อพาทเม้น ซึ่งมันก็ยากลำบากพอสมควร เพราะกว่าจะยอมออกมาแต่โดยดี ก็เล่นเอาซะ มุนจงออบ แถบจะเป็นลม

 


 

แต่ผลที่ได้กลับมา มันก็สำเร็จ....

 


 

ยูยองแจยอมมาที่อพาทเม้นที่เค้ากับฮิมชานอยู่ด้วยกัน  แต่จงออบไม่ได้ไปปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเผยอหน้าอยู่หน้าห้องของฮิมชานฮยองแต่อย่างใด


จงออบทิ้งให้ร่างอวบอยู่หน้าห้องคนเดียว ที่เหลือมันเป็นแค่หน้าที่ของฮิมชานฮยองแล้วว่าจะทำยังไง เมื่อเปิดประตูมาแล้วเจอคนที่ตัวเอง


โหยหามาตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ตัวเองทำผิดพลาด



ถ้าถามว่าตอนนี้จงออบอยู่ที่ไหน 

 

จงออบหลบอยู่ตรงทางหนีไฟโดยที่มีบังยงกุกและเจ้าหุ่นยนต์แสนรักของลีดเดอร์อย่างจุนฮงอยู่ด้วย โดยที่เค้าเองก็ลุ้นอยู่ไม่น้อยว่าเรื่องมันจะจบยังไงอย่างออกหน้าออกตา จนเผลอให้ร่างของตัวเองเดินออกมายังหน้าห้องของฮิมชานได้ยังไงก็ไม่รู้

 
 

และแน่นอน  เมื่อจงออบเดินออกมา  อีก2คนที่เหลือก็ต้องตามมาเหมือนกัน



 

เพราะว่า ยงกุกและจุนฮงเองก็อยากรู้.....

 

 

 

“แม่งกว่าจะดีกัน เล่นเอากูเกือบตาย โล่พี่ขอน้ำหน่อย” เสียงแหบๆผสมกลมกลืนกับความเถื่อนที่อยู่ภายในนอกห้องพักพูดออกมาเหมือนคนจะตายแหล่ไม่ตายแหล่โดยที่มีหุ่นยนต์แสนรัก? คอยยื่นน้ำให้



“ฮยองจะเหนื่อยอะไร กินเหล้าเป็นเพื่อนเฮียฮิมชานเนี่ยนะเหนื่อย มุนจงออบคนนี้ต่างหากที่เหนื่อย”   นั่นสิบังยงกุกเหนื่อยอะไร  กินเหล้าเป็นเพื่อนฮิมชานฮยองหรอ?ที่เหนื่อยน่ะ เหอะ!



“มึงเหนื่อยตรงไหนอ๊อบ?” พี่ใหญ่สุดถามร่างบางอย่างหาเรื่อง



“ผมต้องไปลาก ยองแจมา ฝ่าด่านกับน้าจินกิ นี่ดีนะที่น้าลีจุนไม่อยู่ ไม่งั้นยากกว่าเดิมอีก แถมกับต้องใช้คำพูดต่างๆนานา เลยนะว่าเฮียฮิมชานเป็นยังไง” จงอ๊อบพยายามเถียงหลีดเดอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย




“พอ อ๊อบมึงหยุดพูด! ทำไมตอนไอ้แดฮยอนอยู่มึงไม่พูด ไม่มองหน้าแบบนี้ล่ะห๊ะ ทำไม? กลัวมันจะทะ” ยงกุกเป็นฝ่ายห้ามจงออบไม่ให้อธิบายอะไรมากไปกว่านี้ แต่ก็ยังไม่วายจะย้อนไปจี้ใจดำคนตัวเล็กๆ แต่ก็โดนจงออบแทรกไปก่อน




“ผะ ผมกลับก่อนแล้วกันนะฮยอง ผมเหนื่อยแล้ว ฝากส่งเจลโล่ให้ถึงมือ ลุงดูจุน!ด้วยนะท่านหลีดเดอร์” จงออบพูดขัดแล้ววางระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ยกกุกก่อนจะเดินออกไปโดยที่ไม่มีใครรู้สีหน้าของคนตัวเล็กเอง



“หึ่ยย ไอ้เด็กเวร”




“ฮยองฮะ ผมว่าจงออบฮยองยังไม่เคลียร์นะ” 



“มันไม่เคลียร์ง่ายๆหรอก ของมันน่ะหนักกว่าใครเลยแหละ”

 

 

“แล้วทำไมเราไม่ทำให้มันง่ายล่ะฮยอง” จุนฮงทำตาบ้องแบ๋วใส่ยงกุกอีกครั้ง แต่ก็ได้สายตาเจ้าเล่ห์กลับมาแทน

“เราไม่ต้องทำให้มันง่ายหรอกน่าจุนฮง  เพราะเดี๋ยวแดฮยอนมันจะจัดการเอง คึคึ” ยงกุกทิ้งระเบิดขนาดหย่อมไว้ให้คนรักของเขามึนงงเล่นก็ก็ทิ้งได้ไม่นานเพราะ สายตาของจุนฮงเริ่มจะเปลี่ยนโหมดเป็นสายตาที่ดื้อรั้นทันทีเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า “ถ้าพี่ไม่บอกผม ผมจะฟ้องป๊ะป๋า” จนยงกุกต้องทำหน้าจ๋อยใส่ เพื่อที่จะให้เจ้าหุ่นยนต์แสนรักของตนเห็นใจ แต่สิ่งที่ได้แทบทำให้ลีดเดอร์ที่ฮาทคอเทียบจะร้องไห้ คือ

เชวจุนฮงเมินใส่เสียดื้อๆ


“จุนฮงอ่า เฮียบอกแล้วก็ได้ อย่าทำแบบนี้เลยนะ นะ น๊า”  ถ้าใครผ่านมาเห็นตอนนี้ ขอบอกได้คำเดียวว่า คุณควรจะหยิบกล้องถ่ายรูปหรือกล้องวีดีโอมาถ่ายอิริยาบถนี้ของบังยงกุกเอาไว้ เพราะยงกุกแทบจะเกาะแข้งเกาะขามักเน่ของวงเพื่อที่จะขอให้หายงอน


แค่ล้อเล่น จุนฮงถึงกลับงัดไม้นี้มาใช้


 

ก็คงต้องปล่อยให้บังยกกุกง้อเชวจุนฮงกันต่อไป

 

 

 

 

 

“ถ้าชั้นกลับมาจากญี่ปุ่นแล้วรู้ว่าจงออบยังอยู่ที่บ้านหรือที่อพาทเม้นอีกล่ะก็ ชั้นจะเอาลูกชั้นคืน” ประโยคนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของคนที่กำลังขับรถกลางสายฝนตลอดเวลา2วันที่ผ่านมา จงฮุนมาหาเค้าที่อพาทเม้นก่อนที่จะไปญี่ปุ่น พร้อมกลับฝากหมักขนาดหนักๆไว้ที่เค้าถึง2-3ครั้ง


แต่นั้นก็เท่าการที่พ่อตา?ของเค้ายื่นกุญแจบ้านของตนเองให้ แถมกับไอ้ประโยคที่แบบว่า คนเป็นพ่อที่หวงลูกมากมักไม่ค่อยพูดกัน


“ถ้าน้องมันคุยไม่รู้เรื่อง ก็ปล้ำไปเลยจะได้หมดเรื่องหมดราว” มีพ่อที่ไหนเค้าพูดกันบ้าง บางทีแดฮยอนเองยังเคยคิดเล่นๆเลยด้วยซ้ำว่า จงออบเป็นลูกของกีกวาง ส่วนตัวเค้าเองเป็นลูกของจงฮุน ก็คิดดูเองแล้วกัน จงฮุนให้ท้ายแดฮยอน ส่วนจงออบก็ถูกแม่ของเค้าให้ท้าย


เป็นใคร ใครก็คิดว่า 2ตระกูลนี้ สลับลูกกับแหงๆ

 

 

ฝนที่กำลังตกมันบดบังทัศนียภาพยามค่ำคืนของกลุงโซลของคนที่กำลังขับรถอยู่ไปเสียหมด  นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แดฮยอนเกลียดฤดูฝน


กว่าจะขับรถรถมาถึงหน้าบ้านของคนที่ตนเองกำลังมาตามกลับให้ไปอยู่ด้วยกัน ก็เล่นเอาซะเหนื่อยในการเดินทางเป็นบ้า


ไม่ใช่ว่า ระยะทางมันไกลถึงกับข้ามจังหวัด แต่ที่ทันเหนื่อยเพราะ รถมันติดและฝนมันก็ตก บอกกับสภาพร่างกายของตัวเองที่ซัดแอลกอฮอล์


มาใช่ว่าจะน้อยซะเมื่อไหร่ ดีเท่าไหร่แล้วที่ขับรถมาถึงที่นี่ก่อนจะไปถึงยมโลก


และตอนนี้ตัวที่เปียกปอนไปด้วนน้ำฝนของแดฮยอนกำลังอยู่หน้าบ้านของมุนจงออบ....

 

 

ถ้าให้ถามว่ามาทำอะไร เค้าก็คงต้องตอบคำถามเดิม


-มาตามเมียกลับบ้าน-


 

ร่างสูงง้างมือกำลังจะเคาะประตูบานใหญ่เพื่อให้คนข้างในเปิดมาตอนรับตนเอง มือไม้ก็ต้องชะงักไว้แค่นั้นก่อนจะนึกอะไรได้


มีกุญแจบ้านแล้วจะเคาะประตูไปทำไมให้เปลืองแรง



 

-แกร๊ก-

 


 

แค่นี้ก็เรียบร้อย




ไฟในบ้านถูกปิดสนิท จะเหลือแสงไฟไว้ก็แต่ชั้นบนของบ้าน นั้นเป็นสัญญาณที่บอกว่า จงออบกลับมาถึงที่บ้านแล้ว


จะบอกว่าเป็นสัญญาณบ้าบออะไรก็คงไม่ถูก  ที่เค้ารู้เพราะเจ้าตัวนั่นแหละที่ขับรถตามมาจนถึงที่นี่ รอจนไว้ซักพักให้จงออบเข้าไปในบ้าน


จองแดฮยอนทำแบบนี้มาตั้งแต่2วันที่แล้ว ร่างสูงแสยะยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ถ้าจงฮุนกับฮงกิไม่บุกไปที่ห้องพัก ป่านนี้เค้าก็ยังคงเมาเหมือนหมาเหมือนเดิม แต่คงจะไม่เท่าคิมฮิมชาน

 

 

ร่างกายที่กำลังนวยนาดไปที่ชั้น2ของบ้าน และเป้าหมายที่จะไปนั้นก็ไม่ต้องบอกว่าจะไปที่ไหน  เพราะแค่เดินไปแค่ไม่กี่ก้าวของบ้านหลังใหญ่แดฮยอนก็มาหยุดหน้าห้องเป้าหมายที่เขามาที่นี่ ไม่ต้องเคาะประตูให้เปลืองแรง เพราะประตูนั้นถูกคนที่อยู่ภายในห้องเปิดออกมาตอนรับเขาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

 

สายตาที่เบิกโพลงของคนในห้องดูจะตกใจไม่น้อยที่แดฮยอนเข้ามาในบ้านของคนตัวเล็กทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่รู้มาก่อน


จงออบที่พยายามจะปิดประตูใส่หน้าโดยที่ไม่ฟังคำพูดใดๆ แต่ก็ถูกผู้มาเยือนใช้แรงที่มากกว่าดันยื้อประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ปิดลง


และแน่นอนว่าคนที่ตัวเล็กกว่าสู้แรงของผู้มาเยือนไม่ไหว ซึ่งเป็นประจวบเหมาะที่แดฮยอนเบียดตัวเองเข้าไปในห้องนอนของจงออบได้สำเร็จ


...ไม่ยอมให้เป็นครั้งที่2แล้ว....

 


 

“พี่เข้ามาบ้านนี้ได้ยังไง”  น้ำเสียงที่ดูไม่เป็นมิตรอีกต่อไปถูกส่งมาให้ร่างสูง โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้า สภาพหน้าตาจะเต็มไปด้วยหนวดเครา และเนื้อตัวจะเปียกไปด้วยน้ำฝนแค่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นเมื่อก่อน เค้าคงจะรีบหาผ้าเช็ดตัวมาให้ร่างสูงไปแล้ว


“......” ร่างสูงไม่ตอบอะไร แต่ก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเนื้อดีของตนเอง แล้วค่อยๆชูกุญแจบ้านที่ได้มาจากจงฮุนให้จงออบเห็น


“พี่เอามาได้ยังไง” สายตาที่บอกว่าตนเองหวาดกลัวคนตรงหน้าเพียงใดถูกส่งไปให้คนที่มีสายตาเรียบเชย ผิดกับร่างสูงที่ค่อยๆเดินตรงมาที่จงออบอย่างไม่รีบร้อน


“ต้องให้บอกหรือเปล่าว่าเอามาได้ยังไง”   ฝ่ามือของร่างสูงบรรจงลูบใบหน้าของเจ้าของบ้าน แต่ก็กลับถูกสะบัดออกไป

 
 

 เอาอีกแล้ว จงออบงอแงอีกแล้ว


“พี่ออกไปนะ!! เราเลิกกันแล้วนะ พี่ลืมแล้วหรือไง!”  จงออบพยายามผลักแดฮยอนให้ออกไปจาดห้องนอนของตัวเองด้วยแรงทั้งหมดที่มี



ทั้งจิก ทั้งทุบตี สารพัดที่จะให้แดฮยอนกลับไป แต่ยิ่งทำแบบนั้นเท่าไหร่มันก็ได้น้ำตามาเป็นของแถมด้วยเท่านั้น เพราะแดฮยอนไม่ตอบโต้อะไรเลยซักนิด เพียงแต่ยืนให้จงออบทุบตีอยู่เฉยๆ

 

...ไม่สงสารกันบ้างหรือไงนะจองแดฮยอน...


“ฮึก ฮึก” จงออบที่ทุบตีหรือผลักดันให้ผู้บุกรุกออกไปจากห้องนอนเท่าไหร่ก็เหมือนคนที่โดนกระทำจะไม่รู้สึกอะไรซึกนิด จนเจ้าของบ้านอย่างเขาเริ่มหมดแรงแล้วปล่อยโฮออกมา

 
 

ไม่อยากร้อง แต่มันก็ต้องร้อง


แต่พอแดฮยอนตะกองกอดเอาไว้จงออบก็เริ่มจะทุบตีอีกครั้ง เหมือนเด็กงอแงที่ไม่ได้อะไรดั่งใจก็เริ่มจะทำลายข้าวของ

 

“เหนื่อยหรือยัง”  แดฮยอนที่กำลังกอดจงออบทั้งๆที่ตนเองยังโดนทุบตีอยู่แบบนั้น เอ่ยคำถามออกมาอีกครั้ง แต่ต่างจากอีกคนที่ได้ยินเสียงของเขามากเข้าไหร่ ก็ยิ่งจะทุบตีและปล่อยโฮออกมามากขึ้นเท่านั้น


“ฮึก..ปล่อยผม”

 

“ถ้าเหนื่อยแล้วก็หยุด แล้วก็ฟัง”

“ฮึก...ฮือ”


จงออบร้องไห้หนักกว่าเก่าและไม่ยอมเลิกราในการทำร้ายร่างกายคนตัวสูง โดยไม่สนว่าตัวเองจะได้รับความชื้นจากเสื้อผ้าของแดฮยอนเลยแม้แต่น้อย อยากจะกอดก็กอดไป แต่เค้าจะตบตีอยู่แบบนี้


“จงออบ มุนจงออบ ฟังชั้นหน่อย”  เหมือนจะเป็นประโยคค้ำสั่งสำหรับมุนจงออบ  แต่ถ้าคนอื่นๆมาได้ยิน จะรู้ได้ว่านั่นคือประโยคอ้อนวอนจากคนที่ทำผิด


“ไม่เอา ไม่ฟัง! ปล่อยผมนะ ออกไป ฮึก จากบ้าน ฮึกของผม ดะ ฮึก เดี๋ยวนี้นะ” คนที่อยู่ในอ้อมกอดร้องไห้ไม่เป็นภาษา แต่ก็ยังไม่เลิกทุบตีเหมือนเด็กๆ จากหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเหนื่อยอ่อน


“กลับบ้านเรากันนะจงออบ”  เจ้าของคำพูดที่กำลังกอดปลอบประโลมคนที่ร้องไห้เหมือนเด็กอีกครั้ง เริ่มจะลูบหลังคนร่างเล็กที่กำลังสะอึกสะอื้นเหมือนไม่เห็นทีท่าว่าจะหยุดโยเยแต่อย่างใด

 

“ฮึก ไม่เอา ฮึก ไม่กลับ ฮึก ไม่อยากทับที่ยัยโซฮยอน”  จงออบยังไม่เลิกร้องไห้กระจองงอแงเหมือนเด็กอีกตามเคย ยิ่งนึกถึงผู้หญิงคนนั้นเจ้าตัวเล็กก็ยังเจ็บใจไม่หาย เค้าไม่ชอบไปทับที่ของใคร แล้วก็ไม่ชอบใครมาทับที่ของตัวเอง


“นายไม่ได้กลับไปทับที่ใครทั้งนั้นแหละ กลับบ้านเรากันนะ” ตอนนี้นายอยากได้อะไรฉันจะหามาประเคนให้ถึงที่เลยจงออบ


ยอมทุกอย่าง...แดฮยอนคนนี้ยอมทุกอย่างแล้ว ขอเพียงแค่มุนจงออบกลับไปกับเค้า



“ไม่จริง!! ผมไม่เชื่อพี่แล้ว ไม่เชื่ออีกแล้ว”  ทุบตีอยู่อย่างนั้น เหมือนจะเหน็ดเหนื่อย แต่ตนเองก็ยังคงทำต่อไป


“อย่าให้ฉันทำตามที่พ่อของนายบอกนะ จงออบ!” เมื่อคนอีกคนก็เริ่มจะหมดความอดทนกับคนที่ไม่ยอมฟังอะไรอีกแล้ว มันเลยจำเป็นต้องงัดเอาคำขู่มาใช่ทันที และมันก็ได้ผล


คนที่กำลังซุกแนบอกคนที่ขู่พร้อมด้วยการทุบตีสารพัดอย่าง ถึงกับหยุดและเงยหน้ามองทันที  ดวงตาสวยที่ระเรื่อไปด้วยน้ำใสๆบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังสงสัยในสิ่งที่แดฮยอนพูด ผิดกับอีกคนที่ใช้สีหน้าเรียบเฉยเข้าข่มอีกทีหนึ่ง

 

“พ่อ? พ่อบอกอะไร ฮึก” คนตัวเล็กที่ยังคงสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กอยู่นิดหน่อย ยิงคำถามไปยังคนที่ตีหน้านิ่งใส่

อ่า ทำไมตัวของจงออบมันชื้นๆนะ อ่อที่แท้ตัวของแดฮยอนฮยองเปียกนี่เอง..

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่ใบหน้าคมของร่างสูงช้าๆ และไอ้สายตาแบบนั้นมันบอกได้ดีว่า มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับจงออบแน่ๆ คนในอ้อมกอดของแดฮยอนเริ่มดิ้นขลุกขลักเพื่อที่จะออกจากพันธนาการที่อีกคนสร้างเอาไว้ แต่เหมือนยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งอึดอัด เพราะอีกคนนั้นกอดไว้แน่นกว่าเดิมแต่ก็ยังไม่เลิกกับไอ้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่จงออบไม่เคยชอบเอาเสียเลย


ยิ้มแบบนี้ทีไร จงออบเสียเปรียบทุกครั้ง...


“อย่ามายิ้มแบบนี้นะ ฮึก ผมถามว่าพ่อบอกว่าอะไร”  ยิ่งห้ามมันก็เหมือนยิ่งยุ เพราะแดฮยอนกลับยิ้มแบบนั้นโดยไม่คิดจะเปลี่ยนอิริยาบถอะไรทั้งสิ้น


“ก็ตีอีกสิจะได้บอก...พร้อมปฏิบัติเลย” สิ้นสุดคำพูดของแดฮยอน จงออบถึงกลับหยุดทุบตีคนเจ้าเล่ห์ แต่ก็ยังไม่เลือกทำเสียงฮึดฮัดใส่ ไม่ใช่ว่าจะฮึดฮัดโวยวาย แต่ที่ฮึดฮัดใส่เพราะมันคัดจมูก


“พ่อบอกว่าอะไร”  ร่างเล็กๆยังไม่เลิกถามคำถามเดิมที่ตนเองต้องการจะรู้ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาค้อนๆไปให้


“ถ้าน้องมันคุยไม่รู้เรื่อง”

“......”



“ก็ปล้ำซะ จะได้หมดเรื่องหมดราว”


แดฮยอนเปลี่ยนจากรอยยิ้มเจ้าเล่ห์หลับมาเป็นใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมเพื่อดูปฏิกิริยาของจงออบเมื่อรู้คำตอบที่ตัวเองอยากจะรู้นักรู้หนา แล้วมันก็เป็นอย่างที่เค้าคิด



จงออบผลักเขาออกไปห่างๆอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับขยับตัวถอยหนีอย่างหวาดๆ พร้อมกับปากก็พล่ามบ่นจงฮุนอยู่อย่างนั้น แต่สายตาของเจ้าตัวเล็กนี่ก็ยังบ่งบอกว่าไม่ค่อยจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองพูด


“ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามดิ ส่วนไอ้กัญแจบ้าน พ่อนายก็ให้ฉันมาเอง” แดฮยอนที่เปลี่ยนทิศทางไปทางตู้เสื้อผ้าของจงออบ หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาเช็ดผมของตัวเองที่เปียกจากน้ำฝน ก่อนจะชูกุญแจบ้านให้จงออบเห็นอีกครั้ง แล้วเดินกลับมาที่เดิม แล้วหยุดลงที่เด็กน้อยตรงหน้าที่กำลังนั่งมึนงงอยู่ที่ปลายเตียง ในใจก็ยังพล่ามบ่นคนเป็นพ่ออยู่แบบนั้น พร้อมทั้งย่อลำตัวให้อยู่ในระดับเดียวกับจงออบที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียง


 

“กลับบ้านเรากันนะ”  สายตาจ้องไปที่ใบหน้าขาวอย่าไม่คิดจะละสายตาไปไหน แต่คนที่นั่งเหนือกว่ากลับก้มหน้าหน้าก้มตาไม่ยอมรับรู้อะไรเลยเอาแต่ส่ายหน้าอย่างเดียว

 

 

อย่ามาดัดนิสัยกันด้วยวิธีนี้นะจงออบ...นายก็รู้ว่ามันไม่ค่อยได้ผล

 


 

“กลับไปเคลียร์กับแฟนคนปัจจุบันของฮยองก่อนเถอะ” จงออบบ่ายเบี่ยงด้วยเสียงอ้อมแอ้ม เหมือนจะบอกว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมกลับไป


“ก็กำลังเคลียร์อยู่” ทันทีที่ได้ยินคำตอบ จงออบก็ส่งสายตาที่แสดงถึงความโมโหร้ายออกมา ซึ่งผิดกับแดฮยอนที่นิ่งเฉย

“ถ้ากำลังเคลียร์อยู่แล้วจะมาหาผมทำไม! ฮยองกลับไปเลยนะ!” จงออบเริ่มโวยวายอีกครั้ง จะมาหาทำไม ต้องการอะไรจากจงออบกันแน่ ถ้าเคลียอยู่แล้วทำไมไม่ทำให้มันจบๆไปล่ะ


“ก็กำลังเคลียร์กับแฟนคนปัจจุบันที่นั่งอยู่บนเตียง” คำพูดนิ่งๆทำให้คนที่โวยวายอยู่ถึงกับมึนงงในคำตอบที่เขาเองไม่เข้าใจ

“ห๊ะ?”


“แล้วถ้าไม่ยอมรู้เรื่อง ฉันก็จะทำให้นอนลงไปที่เตียง” สายตานิ่งๆยังถูกส่งมายังคนที่เลิกโวยวายไปแล้ว แต่กลับมาเป็นสงสัยในคำพูดของคนร่างสูง


“แล้วโซฮยอน?”


“โซฮยอนไม่ได้เป็นแต่นายเป็น” ทำไมต้องสงสัยนะจงออบ ว่านายสำคัญขนาดไหน ถ้านายเป็นคนอื่นหรือแบบผู้หญิงทั่วไปแบบนั้นฉันคงไม่มาหามาตามนายกลับไปหรอก


“ต่ะ แต่...” คนที่อยู่บนเตียงพยายามจะท้วงติง แต่ก็กลับถูกคนที่นั่งอยู่ในระดับตัวเองดึงมากอดเสียก่อน


“พี่ขอโทษ”

“.....”

“กลับไปอยู่ด้วยกันนะ...นายต้องการอะไร”


“.....”


“พี่จะยอมนายทุกอย่าง แค่เพียงกลับไปอยู่ด้วยกัน”   น้ำใสๆไหลออกมาจากตาสวยของคนที่อ้อนวอนคนที่ตัวเองกอด สร้างความชื้นให้บริเวณบ่าของคนที่ตัวเล็กกว่าทันที และก็ไม่ต่างจากจงออบที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นเด็กเจ้าน้ำตาอีกรอบแต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะกอดคนที่ทำผิดตอบ


“พี่พูดเองนะ” จงออบเอ่ยถามคนที่กอดเค้าไม่ยอมปล่อยแต่อย่างใด แต่ก็ได้คำตอบจากร่างสูงด้วยการพยักหน้าตอบรับมาแทน


“ถ้าพี่ทำให้ผมเจ็บอีกเป็นครั้งที่สอง”



“...” ไม่ทำแล้ว แดฮยอนจะไม่ทำมันอีกแล้ว มันอยากเจ็บเพราะการกระทำของตัวเองอีกแล้ว


“ผมจะบอกพ่อให้ไปกระทืบพี่ แล้วผมก็จะเลิกกับพี่จริงๆด้วย”  เด็กเจ้าน้ำตาเอ่ยขู่คนที่กอดตัวเองไว้อย่างไม่คิดจะปล่อยให้ไปไหน


ไม่มีแล้ว... จองแดฮยอนจะไม่ยอมให้มันเกิดอีกเป็นครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม  เพราะมันไม่ใช่แค่เค้าที่เจ็บ แต่มันเจ็บกันหมดทุกฝ่าย โดยเฉพาะ


มุนจงออบ  แดฮยอนไม่อยากจะทำร้ายหัวใจตัวเองอีกแล้ว เพราะหัวใจของแดฮยอนคือมุนจงออบ เพราะถ้าหัวใจของเขา ตัวเขาเองก็จะเจ็บยิ่งกว่า

 

 

 

-2วันต่อมา-

 

เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นในห้องรับแขกในห้องพักของแดฮยอนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน เพราะแขกที่ไม่ค่อยได้รับเชิญในช่วงนี้มาป้วนเปี้ยนห้องของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน เสียงเอะอะโวยวายที่ว่านี่มันไม่ใช่สงครามขนาดหย่อมอะไรนัก แต่มันก็สามารถทำลายสมาธิในการหลับกลางวันของเด็กขี้เซาได้เหมือนกัน


จงออบเดินไปเปิดประตูหน้าห้องนอนของตัวเองเพื่อสังเกตการณ์ว่าอะไรทำให้เด็กอย่างเขาต้องตื่นจากการผักผ่อน แล้วสายตาก็เกิดอาการเหนื่อยหน่ายอีกครั้ง เมื่อลีดเดอร์ของวง ตะโกนซะลั่นห้องเมื่อเห็นจงออบ

 

 

“เห้ย! ไอ้ออบ มานี่ๆ มาหาเฮียหน่อย มาให้กอดรับขวัญต้อนรับกลับห้องหน่อยเร๊ว”  บังยงกุกผายมือสุดวงแขนเหมือนจะให้จงออบเดินเข้ามากอด แต่....


“โอ๊บ เจ็บ! โล่อย่าบิดหู เจลโล่เฮียเจ็บTOT” แรงบิดของจุนฮงพร้อมกับสายตาอัมหิตที่ส่งไปให้คนรักของตัวเองที่เล่นไม่ดูเวลา หรือจะดูเวลาแล้วก็เถอะ แต่มันก็อดหมั่นไส้ไม่ได้


“ก็บิดให้เจ็บไงฮยอง มาถึงก็เสียงดัง แล้วอะไร! มาก่งมากอด คนเค้ามีเจ้าของนะ”


“เด็กมันหึงน่ะไอ้แก่” ฮิมชานที่ตอนนี้หน้าตาสะอาดสะอ้านไร้หนวดเครายิ้มอย่างใช้ชนะที่เห็นลีดเดอร์หงอเพราะกลัวเมีย


“แล้วแดฮยอนฮยองไปไหนหรอฮะ” จงออบกับท่าทางที่เพิ่งจะหายเมาขี้ตาจากกการกลับกลางวันเอ่ยถามหาเจ้าของห้องทันที



“ไปหากิ๊ก!” ฮิมชานตอบให้อย่างเสร็จสรรพพร้อมกับดูอากับกิริยาของจงออบที่กำลังกวาดสายตาหาแดฮยอนอย่างเหลอหรา


“ปากแบบนี้ มันหน้าจะเลิกให้รู้แล้วรู้รอดอย่างที่คุณอายงฮวาบอกไว้จริงด้วย” เด็กร่างอวบที่เดินที่จานใส่แอปเปิ้ลที่ปลอกมาซะเรียบร้อยออกมาจากในครัวพร้อมกับสายตาที่มันอดจะเหวี่ยงไม่ได้ ปากดีจริงๆ คิมฮิมชาน


“ถ้าเลิกกันไป เชื่อเถอะว่าจะมีเด็กตัวอวบๆใกล้จะอ้วนร้องไห้งอแง”


“แล้วฮยองก็เชื่อเถอะ ว่าถ้าผมเลิกกับฮยองไป ก็จะมีคนกินเหล้าเมาเหมือนหมาหนวดเคราไม่ยอมโกน” ยูยองแจวางจานแอปเปิ้ลลงที่โต๊ะรับแขกแล้วค่อยนั่งลงกับโซฟาเพื่อประชันฝีปากกับคนรักของตัวเอง


จงออบยืนมองพวกพี่ๆและมักเน่ของเขาแขวะกันอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย  อย่างเช่นยงกุกฮยองที่ตอนนี้อยู่ในโหมดง้อเมียตัวเองที่เผลอเล่นอะไรไม่ดูเวลาและอารมณ์ ส่วนอีกคู่น่ะหรอ ฮิมชานก็ยังคงต่อปากต่อคำกับยองแจอย่างไม่ทางเหน็ดเหนื่อย แล้วเมื่อยองแจงอน ฮิมชานฮยองก็ต้องมานั่งชักแม่น้ำทั้ง5เพื่อจะง้ออีกตามเคย

 

“กลับมาแล้ว!” เสียงดังมาจากหน้าประตูห้อง ที่บอกถึงคนที่ออกไปข้างนอกนั้นกลับมาแล้ว พร้อมกับถือของพะรุงพะรัง จึงอดไม่ได้ที่จงอ อบจะไปช่วยถือ แต่พอไปเห็นของที่อยู่ในถุงแล้ว ถึงกับต้องทำตาเขม็งทันที และไอ้การกระทำเหล่านั้นทำให้สมาชิคอีก4คนที่เหลือถึงกับหยุดดูสงครามเย็นครั้งที่2


“ฮยองซื้อมาทำไมอีก ในตู้เย็นก็มีออกจะเย๊อะ” จงออบยื่นหน้ามองภายในถุงที่บรรจุขวดโซจูแล้วเหล้าอีกหลายยี่ห้ออีกครั้ง เพื่อรอคำตอบจากร่างสูง


“ก็เผื่อมันจะไม่พอ” น้ำเสียงเย็นชาก็ตอบมาซะง่ายดายเสียเหลือเกิน จนทำให้จงออบแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา  ซื้อมาเผื่อไม่พอ! ทั้งๆที่มันเต็มตู่เย็น เย๊อะซะยิ่งกว่าน้ำผลไม้ และของอื่นๆภายในตู้เย็นเนี่ยนะ ยังจะซื้อมาเผื่อไว้อีก!!


“ใครให้ไปซื้อ?” จงออบเอ่ยถามอีกครั้งแต่ก็ได้ยินแต่เสียงทีวี เพราะทุกคนในห้องเงียบกันหมด รวมไปถึงเจ้าของห้องที่เพิ่งกับเข้ามาจากมินิมาท


“ผมถามว่าใครให้ไปซื้อ!” เสียงที่เริ่มจะออกมาจากอารมณ์ล้วนๆดังขึ้น ถึงกับทำให้คนทั้ง4คนสะดุ้ง  สงครามเย็นของครอบครัวนี้มาอีกแล้ว


“ฉันเองแหละ  แกจะโวยวายอะไรเนี่ยจงออบ เม็นไม่มาหรือไง” ยงกุกที่พยายามห้ามศึกระหว่างครอบครัวที่เพิ่งจะดีกันได้ไม่กี่วัน แต่กลับถูกได้รับสายตาอัมหิตมาแทน ซึ่งแม้แต่จุนฮงก็ยังไม่สามารถคุ้มกะลาหัวท่านลีดได้แต่อย่างใด


“แล้วทำไมไม่ไปเปิดดูในตู้เย็นว่ามันมีอยู่เท่าไหร่ จะกินอะไรนักหนาห๊ะ!” แรงเหวี่ยงจากน้ำเสียงและสายตาของจงออบทำให้ทุกคนในห้องถึงกลับทำตาปริบๆไม่กล้าโวยวายอะไรเลยแต่น้อย โดยเฉพาะบังยงกุก ก่อนที่จะหันไปส่งถุงที่บรรจุโซจูให้กับคนที่อยู่ข้างหลังอย่างเคืองหน่อยๆ โดยที่แดฮยอนก็รับมาอย่างว่าง่าย

 

ตื่นมาก็ไม่เจอ...แล้วยังจะมาทำหน้ามึนอย่างนี้ใส่อีกนะ จองแดฮยอน!


 

“ฮยองเอาไปเก็บเองเลย” สิ้นสุดคำสั่ง แดฮยอนก็เดินไปเก็บเองอย่างว่าง่ายอีกเหมือนเคย ซึ่งมันสร้างความแปลกตาให้กับคนมาเยือนทั้ง4คน


 

“เด๋ว! รอยที่ปกเสื้อนั่นมันรอยอะไร” จงออบเบรกแดฮยอนเอาไว้แล้วจับไปที่ปกเสื้อสีดำของคนรัก


“เอ่อ..คือว่า”



“แล้วกลิ่นน้ำหอมนี่ เด๋วนี้ใช้กลิ่นที่ผู้หญิงใช้แล้วหรอฮะ” น้ำเสียงที่โหดร้ายกลับเปลี่ยนมาเป็นน้ำเสียงที่หวานซะจนหน้ากลัวพร้อมกับรอยยิ้มที่หลายๆคนไม่เคยได้เห็นจากเด็กคนนี้ เพราะไอ้รอยยิ้มแบบนั้น มีแต่แดฮยอนที่ทำได้คนเดียว


“สงสัยจงออบคงจะอยู่กับแดฮยอนมากไป” ยองแจที่นั่งเคี้ยวแอปเปิ้ลพรางกับวิจารการกระทำของคู่ของแดออบ เหมือนว่ามันเป็ยมวยคู่เอก ดดยที่อีก3คนที่เหลือก็พยักหน้าเอออาตามไปด้วย


“ฮยองจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมอีกแล้วสินะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกส่งมายังแดฮยอน ซึ่งต่างจากแดฮยอนที่ทำได้แต่เพียงยิ้มแหยๆเท่านั้น


“จงออบ....มันไม่ใช่แบบนั้นนะ” แดฮยอนพยายามจะอธิบาย หรือจะไหลไปเรื่อยก็ไม่รู้


“หาคำอธิบายดีๆมาให้ผมได้เลยนะแดฮยอนฮยอง!”  ร่างเล็กหันหลังแล้วเดินลิ่วไปที่ห้องนอนอีกครั้ง พร้อมกับเสียงประตูที่ดันสนั่นลั่นห้องจนทำให้ 5 คนที่เหลืออยู่ถึงกับสะดุ้ง


“มุนจงออบเปลี่ยนไป” พี่รองของวงที่นั่งดูสถานการณ์ทั้งหมดถึงกลับต้องพูดการเปลี่ยนไปของจงออบทันที


“เห้ย! จงออบฟังพี่ก่อนสิ จงออบ มุนจงอ๊อบ!!” แดฮยอนเดินตามไปยังประตูห้องนอนก่อนจะเคาะประตูเพื่อให้อีกคนเปิด



“แต่แดฮยอนเปลี่ยนไปมากกว่า” บังยงกุกที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างเมื่อเห็นนิสัยที่เปลี่ยนไปของแดฮยอน ผิดกับอีก2คนที่เหลือ จุนฮงและยองแจที่ตอนนี้นี้หัวเราะคิดคักอย่างชอบใจเมื่อเห็นผลงานของตัวเองและอาการณ์ที่เปลี่ยนไปของแดฮยอน


จะบอกยังไงถึงจงออบจะเชื่อล่ะ ก็ไอ้ลอยลิปสติกกับไอ้กลิ่นน้ำหอมนี่มันฝีมือของจุงฮงและยองแจทั้งนั้น ที่เห็นแดฮยอนเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะกลัวเมียอะไรหรอกนะ แต่มันต้องยอมจงออบแล้วจริงๆ ก็บอกแล้วว่าไม่ยอมทำร้ายหัวใจตัวเองแล้ว ท้ายจิตใจจงออบเท่าไหร่ แดฮยอนก็เจ็บไปด้วยเท่านั่น  



END....

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

261 ความคิดเห็น

  1. #259 fantarxoxo (@fantar1996) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:51
    เย้ๆๆ มาอัพแล้วว คิคิ ดีใจอะ รอตอนต่อไปน่าา
    #259
    0