[Fic B.A.P] The war of love

ตอนที่ 12 : ★ The war of love :: EP 8★100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ก.ค. 56




 
 

 

 Ne m'oubliez pas "..อย่าลืมฉัน...... 

ที่มาของดอกไม้ที่ชื่อว่า forget me not ดอกไม้แห่งความรัก....ดอกไม้แห่งความทรงจำ......

แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วมันกลับแฝงไปด้วยความสะเทือนใจของทั้งเพ......

ชื่อที่แฝงถึงการบังคับให้จดจำ.....ผูกติดกับเรื่องราวของความรัก

แต่สุดท้ายก็ต้องตายจากกัน.....

เมื่อใดที่ฟอเก็ตมีน็อตเบ่งบานขึ้นในใจอีกครั้ง.....เมื่อนั้นเจ้าดอกคาร์เนชั่นสีแดงสดก็พร้อมที่จะงอกงามตามมา



-When you're caught in a lie and you've got nothing to hide
เมื่อคุณจับได้ในการโกหกและคุณไม่มีอะไรที่ต้องหลบซ่อน
When you've got nowhere to run and you've got nothing inside
เมื่อคุณไม่มีที่ให้หนี และคุณไม่มีอะไรที่อยู่ภายใน
It tears right through me, you thought that you knew me

มันคือน้ำตาที่ไหลผ่านฉัน คุณอาจคิดว่าคุณนั้นรู้จักฉัน
You thought that you knew
คุณคิดว่าคุณรู้จักฉัน-







คืนที่ฟ้าไร้แสงดาวในคืนที่พระจันทร์ยังคงทอแสงอ่อนๆที่พอจะสาดแสงส่องมายังห้องนอนของฮันเตอร์มากฝีมือพอๆกับผู้เป็นบิดา ร่างเล็ก ๆ ที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมผืนหน้านุ่มกำลังเข้าสู้ห้วงของนิทรา โดยที่ในมือยังคงกำกระดาษที่เป็นถึงงานสำคัญของเขาไว้แน่น จงออบอาจจะใช้เวลาในการขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนานพอที่จะคิดหาวิธีหรือหาคำพูดต่างๆ มาไกล่เกลี่ยบิดาของตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าขังตัวเองนานเท่าไหร่จนได้เผลอหลับไปในขณะที่เวลาก็ยังคงไม่ได้ดึกมากนัก สายตาหนึ่งที่จับจ้องจนแน่ใจว่าเจ้าของห้องได้หลงเข้าสู่โลกแห่งความฝันไปแล้วจริงๆจึงค่อยออกมาจากมุมมืดจนปรากฏเป็นชายร่างสูงผมสีบอลทองที่ขับสีผิวของตน อาจจะดูเป็นการเสียมารยาทอย่างสุดขีดที่แวมไพร์อย่างแดฮยอนบุกมาถึงบ้านของฮันเตอร์ชั้นขุนนางระดับสูงอย่างตระกูลมุน แถมยังเป็นห้องนอนของบุตรชายเพียงคนเดียวที่บังเอิญเขาได้ไปเจอในขณะที่คนตัวเล็กกำลังช่วยสัตว์เลี้ยงของเขา

แดฮยอนค่อยนั่งลงบนเตียงอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่หลับรู้สึกตัว เขาใช้มือเกลี่ยปอยผมที่ระลงมาตามหน้าผากมนจนแทบจะทิ่มตาอยู่รมร่อ ก่อนจะค่อยๆไล้นิ้วลงมาตามพวกแก้มสีขาวอมชมพูช้าๆจาเรื้อยมายังริมฝีปากบาง จนคนที่ถูกก่อกวนขยับตัวเล็กน้อยและยกมือขึ้นมาปัดป่ายกลางอากาศจนแดฮยอนหลุดยิ้มออกมา

“ขอบคุณที่ใจดีช่วยสัตว์เลี้ยงของฉันเอาไว้ แต่ก้ต้องขอโทษด้วยที่เผลอให้แกร๊กเล่นแรงไปหน่อยจนนายต้องเป็นแผลลึกขนาดนี้”

“แต่รู้อะไรไหมมุนจงออบ” แดฮยอนจับมือที่เป็นแผลของเด็กขี้เซาขึ้นมาละอยู่บริเวณริมฝีปากของตัวเองแล้วเริ่มเป่าเบาๆจนแผลลึกค่อยๆหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของจงออบ

“เลือดของนายหอมมาก”

เสียงทุ้มของร่างสูงกระซิบข้างหูของฮันเตอร์ที่หลับใหล จมูกโด่งเป็นสันนั้นค่อยๆไล่สูดดมตั้งแต่ใบหูจนมาถึงซอกคอขาวเนียนดุจน้ำนม

“คืนนี้ฉันแค่มาส่งนายเข้านอน”

แดฮยอนมอบจูบเพียงบางเบาให้กับร่างที่เขาครอเครียอยู่ก่อนจะผละออกอย่างอ่อยอิ่งและนึกเสียดาย

“ไม่ต้องกังวลใจ ยังไงเราก็ได้เจอกันอยู่แล้วมุนจงออบ”

“เรายังมีเวลาได้ทำความรู้จักกันอีกนาน”














อากาศในตอนบ่ายๆที่ใกล้เข้าเวลาเย็นไปเรื่อยๆถึงแม้จะร้อนไปสักนิดแต่ก็ยังมีลมคอยพัดผ่านมาตลอดไม่ขาดหาย เสียงของเลโอกับเด็ดหญิงอีกคนที่ชื่อดายองที่ยองแจเพิ่งได้รู้จักในวันนี้เพราะเลโอเป็นคนพามาด้วยกำลังทำปฏิกิริยาด้านเสียงกันอย่างต่อเนื่องจนบางที่เขาอาจจะคิดว่าเด็กทั้งสองนี้ใช้อวัยวะส่วนไหนหายใจ


“ฟอเก็ตมีน็อต ที่นี่มีด้วยหรอ”

ยองแจเดินมาหยุดตรงที่มีดอกไม้พุ่มสีฟ้าอมม่วงกำลังบานสะพรั่งที่อยู่ในความฝันของตัวเองบ่อยจนมือบางกำลังจะคว้าไปเอื้อมจับ


“ฮะ พี่ฮิมชานปลูกเอาไว้”

“ฮิมชาน ปิศาจอย่างฮิมชานเนี่ยนะปลูกเอาไว้”

“ค่ะ ฮิมชานปลูกเอาไว้ตั้งนานแล้ว” กลายเป็นเด็กที่ชื่อดายองที่ตอบคำถามของยองแจอย่างเจื้อยแจ้วแทนแล้วเลโอก็มาเป็นผู้สมทบอีกทีหนึ่ง

“เห็นพี่ฮิมชานเคยเล่าให้ฟังว่า มันเป็นดอกไม้ที่แฟนของพี่ฮิมชานชอบมากที่สุดอ่ะฮะ”

“แฟน..แฟนหรอ?” มือนุ่มชะงักทันทีก่อนที่จะถึงตัวของดอกไม้แสนสวย เกือบจะจับถึงอยู่แล้วถ้าไม่ไปสุดกับประโยคสั้นๆที่เลโอพูดเมื้อครู่ ฮิมชานเคยมีคนรักก็เลยปลูกเอาไว้เพราะว่าคนรักคนนั้นชอบก็เลยปลูกเอาไว้ ยองแจคงจะไม่คิดใส่ใจให้รกสมองถ้าหากว่ามันไม่ทำให้รู้สึกถึงความโหวงเหวงอยู่ข้างใน

ทำไมมันรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก.......



“แล้วเราสองคนรู้ที่มาของมันหรือเปล่า พี่เคยไปเจอความหมายของมันมาแต่ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน” ยองแจถามเด็กสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของตัวเองโดยที่มือทั้งสองข้างก็เริ่มกุมศีรษะของตนเองเพราะเริ่มรู้สึกถึงอากาศปวดหนึบจนเหมือนจะเกิดภาพเก่าๆที่เขาไม่เคยเห็น

เจ้าของดอกไม้ปรากฏตัวเงียบๆแล้วใช้สายตามองไปที่เด็กทั้งสองที่เหมือนจะรู้งานว่าที่ตรงนี้ไม่ควรจะอยู่ และคงจะไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างเลโอและดายองทั้งคู่เลยจำต้องค่อยๆย่องหายไปเล่นบริเวณอื่น

“มันเป็นดอกไม่แห่งความทรงจำ”

ยองแจสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงทุ้มที่เป็นเจ้าของดอกไม้พวกนี้ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมกับเด็กทั้งสองก็ยังหายไปด้วย กระแสความเย็นยะเยือกจากร่างสูงที่กำลังตีแผ่มามันกำลังทำให้เขารู้ปวดหนึบไปที่ศีรษะยิ่งกว่าเดิม

“นายคงจะรู้เรื่องของตำนานในหนังสือที่เคยไปเปิดอ่านในร้านขายหนังสือแล้ว คงไม่ต้องสงสัยอะไร เพราะถ้าฉันจะเล่ามันก็คงเหมือนกับในหนังสือเล่มนั้น” ฮิมชานเด็ดฟอเก็ตมีน็อตออกมาหนึ่งช่อแล้วยื่นให้ยองแจที่ยืนกุมขมับของตัวเองไว้

“อย่าลืมฉัน”  ยองแจเอื้อมมารับดอกไม้นั้นแล้วถือเอาไว้จนเมื่อดอกไม้นั้นมาถึงมือตัวเอง อยู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาโดยที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่ทราบสาเหตุ คงจะมีก็แต่ฮิมชานที่รู้ว่าทำไมยองแจที่ได้ร้องไห้ออกมา




อย่าลืมฉันอีก ในเวลาที่นายไปจากที่นี่........



“ฉันไม่รู้หรอกว่านายออกมาเดินเล่นตรงนี้ได้ยังไง ถ้าจะให้เดาก็คงจะเป็นเพราะเลโอกับดายองที่ซนอีกตามเคย สงสัยคงจะต้องลงโทษสักหน่อยแล้วมั้ง”

“ห้ามนะ! ถ้าคิดจะตีเด็ก ก็มาตีฉันแทน ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ใครก็ห้ามตีเลโอกับดายอง โอ๊ะ!” เหมือนอาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุกำลังรุมทำร้ายยองแจอีกครั้ง ภาพบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังไหลย้อนเข้าสู่สมองอีกครั้งเหมือนกับหนังที่ฉายล่นซ้ำเรื่อยๆ

“โอ๊ย!” ร่างอวบล้มลงไปกับพื้นในขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงทำหน้าที่แบบรับประคองจับศีรษะของตัวเองไว้ จนฮิมชานรีบถลามาประคองแต่ก็โดนอีกคนสะบัดออก

“ปล่อย! ฮึก!

“อยากให้ปล่อยจริงๆหรอยองแจ” น้ำเสียงที่เบาหวิวเกินกว่าใครจะยินส่งออกมาพร้อมกับสายตาที่เหยียดให้กับตัวเองเพราะคำพูดที่ไร้เยื่อใยของคนตัวเล็กที่กำลังปวดหัวแทบระเบิดเพราะความทรงจำเก่าๆกำลังทำหน้าที่คืนสู่เจ้าของที่เขาเป็นคนทำให้มันหายไปกับมือ



“พี่ทำแบบนี้กับผมได้ยังไง คิมฮิมชานพี่ทำมันได้ยังไง”





พี่ทำร้ายผมกับตัวพี่ด้วยวิธีนี้ได้ยังไง.......




















-ที่แห่งนี้ไม่มีพื้นที่ให้คนดียืนอยู่....ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยที่ฉันไม่สามารถให้นายมีชีวิตหายใจได้อีกต่อไป


 

ลาก่อน....ยูยองแจ-

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงกระซิบที่อยู่ในโสตประสาตกับภาพที่เหมือนม้วนฟิล์มเก่าๆกำลังฉายเรื่องราวเก่า ๆ ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับไรแคนท์ตัวน้อย

 

เขาเห็นชายร่างสูงที่มีหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคนตรงหน้าที่พยายามแตะเนื้อต้องตัวร่างกายของเขาตลอด แต่ก็มีแต่เขาเองที่พยามผลักร่างสูงให้ออกห่าง ยองแจเอามือยกขึ้นกุมศีรษะไว้แน่นเหมือนกลัวว่ามันกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ เพราะภาพที่เขากำลังเห็นมันกำลังตีกันจนดูวุ่นวายไปหมด จวบจนฉากสุกท้ายที่ทำให้ยูยองแจร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

 

“ยองแจ” ฮิมชานพยายามจะเข้าใกล้อีกคนเพื่อที่จะดูอาการของร่างที่เล็กกว่าตน แต่ยองแจที่ไม่ต้องการความหวังดีในตอนนี้ได้ตวาดกลับมาแทน

 

“อย่ามาแตะต้อง ฮึก!!








“ยองแจ ยูยองแจ” บาทหลวงจอมปลอมถึงแม้จะได้ยินคำพูดผลักไสไล่ส่งจากเด็กร่างอวบทุกครั้งที่พยายามเขาหา แต่ก็ยังเรียกชื่อของอีกฝ่ายและยังพยายามที่จะเข้าใกล้ทุกครั้ง ถ้าเป็นครั้งก่อน ๆ ที่ได้พามาอยู่ที่นี่ ฮิมชานก็คงจะกระชากเด็กอวดดีให้มาคุยกันให้รู้อย่างเหมือนทุก ๆ ครั้ง แต่ครั้งนี้ ด้วยความที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีจนเริ่มจะตรึงเครียดขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะว่าเรื่องราวต่าง ๆ กำลังย้อนกลับคืนเข้าสู่เจ้าของที่ถูกทำให้ลบลืมด้วยฝีมือของตัวเขาเอง เสียงสะอื้นไห้กับภาพที่ประกอบอยู่ตรงหน้ากำลังชักจูงให้ฮิมชานวกเข้าสู่ความสงสารร่างอวบอย่างห้ามไม่ได้ เขาพยายามจับตัวของไรแคนท์ที่กำลังร้องไห้อย่างเจ็บปวดอีกครั้ง แต่ในท้ายที่สุดก็โดนผลักไสอีกเหมือนเดิม พร้อมกับคำพูดที่เขาเองไม่เคยคิดอยากจะได้ยินมันอีก...

 

“ก็บอกว่าอย่ารมาจับ..ผมเกลียดพี่!!

“!!

 

“พี่หลอกผม...พี่มันจอมโกหก”

 

“นาย...จำได้แล้ว” เสียงเบาหวิวหลุดมาจากปากแวมไพร์หนุ่ม ดวงตานิ่งเฉยกำลังจับจ้องกับดวงตาที่แดงกล่ำจากการร้องไห้อย่างหนักที่กำลังมองกลับมาอย่างเคืองโกรธ....ทั้งโกรธ...ทั้งผิดหวัง...

               

 

 

                คิมฮิมชานคือปิศาจจอมหลกลวงของจริง... ปิศาจตนนี้หลอกลวงเขาทุกอย่าง...โกหกกันมาตั้งแต่แรก..จนถึงปัจจุบันที่เป็นอยู่...

ศัตรู....มันก็ยังเป็นศัตรูอยู่วันยันค่ำ

 

....ยูยองแจก็แค่เครื่องมือของฮิมชานก็เท่านั้น....

 

 

 

วิหารบูคาเรสต์เมื่อครั้งก่อน ๆ ผมเองเคยมาที่แห่งนี้ ครั้งเมื่อยังมีบาทหลวงแก่ ๆ หน้าตารุ่นราวคราวเดียวกับท่านปู่ของผมนั่นแหละ แต่ท่าให้ลองเทียบอายุกันดูแล้ว อย่าว่าแต่อายุจะน้อยกว่าท่านปู่เลยเถอะ เขาก็ยังอายุน้อยกว่าผมอยู่ดี...

 

 

สังขารของมนุษย์ชั่งไม่ยั่งยืนเสียจริง...

 

มันคงเป็นเรื่องน่าตลกที่แวมไพร์ เกิดนึกสนุกอยากจะเข้าไปนั่งเล่นในพระวิหารที่ใหญ่โตและมีเหล่าเมวทูตในรูปแบบของงานปั้นและภาพเขียนตามพนังเพดานของวิหารไว้ให้พวกมนุษย์กราบไหว้หรือแม้ตาการสารภาพบาป  ในความเชื่อของพวกมนุษย์มักจะเข้าใจเหมือนกันว่า พวกแวมไพร์ไม่สามารถเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้ แสงแดดจะแผดเผาให้เป็นจุล และต้องกลัวกระเทียม....  แต่เหมือนว่าพวกนั้นจะไม่ได้เจาะลึกกันมากพอ ว่าของพวกนั้นใช่ไม่ค่อยได้ผลกับพวกเลือดบริสุทธิ์

 

ผมมาที่นี่บ่อย ๆ และทำตัวเหมือนพวกผู้คนทั่วไป เพราะอารมณ์ที่เบื่อหน่ายและอาจจะนึกสนุกที่จะศึกษาความเป็นไปของคนพวกนั้นด้วยไปในตัว...และผมก็ทำแบบนี้จนดูกลมกลืนกับบุคคลทั่วไป...

ก็แค่เบื่อกับโลกของตัวเองที่คิดแต่ยุทศาสตร์ไว้สู้รบกับอีกฝั่งที่เป็นศัตรูกันมันนับพันปี...จะว่าไปเขาก็เหมือนกับพวกชอบฮุ้งานแล้วหนีมาหาความสุขสำราญใจทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ ผมนั่งมองไปรอบ ๆ บริเวณพื้นที่ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว จนสายตาไปหยุดที่รูปปั้นพระผู้เป็นเจ้าที่ถูกตรึงไว้กับไม้กางเขน...เพื่อไถ่บาปให้กับมนุษย์  แต่ก็ต้องหันหลังกลับไปเพราะดันรู้สึกได้กลิ่นที่ผิดแปลกไปจากมนุษย์ธรรมดา ๆ

 

ชายหนุ่มผมยาวละต้นคอกับผมสีบอลทองคำขาว ดวงตากลมกับแก้มป่อง ๆ ยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนจะเดินเลยไปนั่งบนเก้าอี้ยาวตัวที่อยู่ข้างหน้า ดูจากลักษณะท่าทางและใบหน้าแล้วก็คงจะมีอายุน้อยกว่าผมอยู่ดี แต่ว่าที่แน่ ๆ คือ เด็กคนนี้ไม่ใช่มนุษย์...เข้าเป็นไลแคนท์....

 

“คุณมีอะไรกับผมหรือเปล่า? คุณจ้องมองผมนานไปแล้วนะ” แล้วก็กลายเป็นผมเสียเองที่ต้องสะดุ้งเพราะเสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างหน้า

“คุยกับฉันหรอ?” ผมใช้นิ้วชี้มาที่ตัวเองเหมือนหยั่งเชิงว่าเขาคุยกับผมจริง ๆ หรือเปล่า

 

“คุณเป็นคนเดียวนะที่นั่งอยู่ข้างหลังผมน่ะ ผมคงจะคุยอยู่คนเดียวมั้งครับ” ถ้าเดากันไม่ผิดเจ้าเด็กนี่คงจะย้อนผมอยู่ แต่มีใครบอกบ้างหรือเปล่าว่าการหันหลังพูดคุยกันมันดูไม่ค่อยเหมาะ...

 

 

เด็กคนนั้นกำลังประสานมือแล้วสวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าไปเรื่อย ๆ ส่วนผมก็มองเขาทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ...เหมือนมนุษย์โรคจิตชอบกล...จวบจนที่เขาสวดขอพรภาวนาเสร็จ

 

“ฉันไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อน” กลายเป็นตัวผมเองที่เริ่มเปิดประเด็นการสนทนาก่อนเสียเอง

“ใช่ว่าผมจะเคยเห็นหน้าคุณเสียเมื่อไหร่ คนตั้งเป็นร้อยเป็นพัน ก็คงจะไม่แปลกที่เราจะไม่เคยเจอกันมาก่อน”

“อ่า..จริงด้วยแหะ” ผมพยักหน้าแก้เก้อเพราะกำลังโดนยอกย้อนจากคนแปลกหน้าและเป็นคนละเผ่าพันธุ์กับโดนรอยยิ้มน้อย ๆ และการเอียงคอแล้วทำตาปริบ ๆ ใส่ของคู่สนทนาเล่นงานอยู่

“ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่”

“เพิ่งเคยเจอกัน คุณก็พูดเหมือนกับสนิทกับผมอย่างงั้นแหละ คุณรู้ไหมว่าคุณน่ะพูดจาได้ถือตัวและไม่น่ารักเอาซะเลย”

“...”

“คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่เขามาทำอะไรกันล่ะ? สวดมนต์ ขอพร สารบาป?”

“งั้นนายก็คงมาสารภาพบาป”

“ทุกคนเกิดมาก็ล้วนแต่มีบาปติดตัวกันมาทั้งนั้น ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่บังเอิญสร้างบาปและความผิดพลาดในใจเพิ่ม”

“แล้วนายเชื่อด้วยหรอว่า....การสารบาป มันจะช่วยลบล้างความผิดอะไรนั่นลงไปได้?” ผมสังเกตสีหน้าของเด็กคนนั้นที่ได้ยินคำถามที่ดูจะไปขัดสัทธาของคนอื่น ๆ ที่ดันไปถามแบบนั้น แต่ทว่าเขาก็ยังยิ้มออกมาและให้คำตอบกับผมอย่างไม่โกรธเคืองในคำถาม

 

“ถึงมันอาจจะไม่ได้ทำให้บาปเปล่านั้นหายไป แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเบาใจไปในระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อย ๆ เราก็ยังได้สารภาพและยอมรับกับความผิดนั้นแล้ว”

ผมเริ่มจะเข้าใจในตรรกะเล็ก ๆ ของพวกมนุษย์มาอีกนิดหน่อยจากไลแคนท์ที่นั่งสนทนากับผมอย่างไม่นึกระแวงหรือสงสัยในตัวตนของผม หรือบางทีเขาคงจะไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรล่ะมั้ง

“อ่า..ผมคงต้องไปแล้วล่ะ เพราะผมออกมานานมากแล้ว” ร่างเล็กยกแขนมองดูเลวาจากนาฬิกาข้อมือ สีหน้าของเขาเริ่มเหยเกเหมือนกับเด็กน้อยที่ทำผิดแล้วรู้ว่าจะโดนผู้ใหญ่ลงโทษ


“แอบหนีออกมาล่ะสิท่า”

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ เอาเป็นว่าผมคงต้องไปแล้ว” ร่างอวบกำลังลุกจากเก้าอี้อย่างเร่งรีบโดยไม่ลืมที่จะโค้งให้ผมอย่างเป็นมารยาทแล้วจึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินจนไปถึงหน้าประตูโบสถ์ก่อนจะหันมาเพราะผมเรียกเขาไว้อีกครั้ง


“นาย...ไม่คิดจะบอกชื่อหน่อยหรอ?”

“ยองแจครับ...ยูยองแจ”

“คิมฮิมชาน”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...แวมไพร์ฮิมชาน”  รอยยิ้มปรีติของเขาที่เรียกชื่อของผมกำลังทำให้ผมตกใจเล็กน้อย ที่เขารู้ว่าผมเป็นอะไรก่อนจะหันหลังแล้วหายไปจากตรงนั้น

 

อ่า...ผมกำลังคิดว่าเด็กคนนี้น่าสนใจซะแล้วสิ...

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน...ยูยองแจ”







 

“ปล่อย!!!” เสียงตะโกนที่แผดร้องออกมาอย่างสุดเสียงพร้อมท่าทางของมือไม้ของเด็กร่างอวบที่ปัดป่ายไล่นักบุญปิศาจไม่ให้มาเข้าใกล้ตนโดยไม่แม้แต่จะสบตาเลยซักนิด  น้ำตาที่พลั่งพลูออกมาเป็นสายเหมือนกับว่ากักเก็บความเสียใจมาแสนนานพร้อมกับภาพต่างๆนานา

 

“ออกไปจากชีวิตของผม!!!

 

“นายควรจะดีใจนะที่ฉันไม่ฆ่านายให้ตาย ยองแจ!!”  ฮิมชานตะโกนใส่หน้ากลับยองแจทันทีที่ยองแจพูดจบแล้วรีบกระชากเด็กนั่นแล้วเขย่าตัวแรง ๆ ทันทีโดยที่อารมณ์หงุดหงิดเข้ามาแทนที่อารมณ์เก่า

 

“แล้วทำไมพี่ไม่ทำให้ผมตายไปเลยล่ะคิมฮิมชาน!!” แต่ก็คงไม่ต่างกันกับยูยองแจที่ความรู้สึกต่างๆนั้นดูจะมีมากกว่า ทั้งโกรธ เสียใจ และผิดหวัง แต่ก็ทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้เพราะตัวเองก็โดนล็อคตัวด้วยสองมือแกร่งนั้นอยู่และถึงแม้ว่าจะสะบัดออกยังไงก็ยิ่งโดนเหมือนบีบรัดจนเจ็บไปถึงกระดูกจนเจ้าขนฟูยอมหยุดดิ้นแต่ก็ยังถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในสมอง

 

คำถามที่ฟังยังไงก็เหมือนกับว่าตัดพ้อและประชดประชัน

 

 

“....”

 

“ยังจะรออะไรอยู่ล่ะ!! ผมถามว่าพี่ยังจะรออะไร!!!

 

ฮิมชานถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอกับคำถามที่ย้ำกันซ้ำ ๆ ว่าเพราะอะไร เพราะถ้าเขาเป็นเด็กที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายกับอาการณ์ที่บ่งบอกว่ากำลังทรมานอย่างแสนสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจนั้น เขาก็คงจะเอ่ยถามเหมือนกันว่า ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้ว เขายังต้องรออะไรอีก

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้...เขาจะไม่มีวันทำร้ายเขาแบบนั้นเด็ดขาด...

 

เขาจะไม่ยอมเอาคำว่าหน้าที่ที่มันค้ำคออยู่ตอนนั้นมาทำร้ายหัวใจจนถึงทุกวันนี้...

 

ฮิมชานเริ่มสัมผัสได้จากร่างกายที่เริ่มผิดปกติไปของร่างอวบที่อยู่ในการเกาะกุมของเขาว่าเริ่มมีอาการณ์สั่นเทาพร้อมกับอุณหภูมิที่เริ่มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ฮิมชานกัดฟันข่มอารมณ์ขุ่นเคืองของตนแล้วปรับน้ำเสียงเกลี้ยกล่อมยองแจอีกครั้ง

 

เพราะว่าห่วง...

“กลับห้องเถอะยังแจ กลับไปพักผ่อน ร่างกายนายยังม่ะ...”

 

“พี่จะได้ฆ่าผมง่าย ๆ ไง ฮึก!”  ยองแจเริ่มฝืนร่างกายที่แม้แต่ตัวเองก็รู้ได้ว่าเริ่มจะทรงตัวเองไม่ไหวออกแรงผลักชายร่างสูงอีกครั้งแล้วใช้คำพูดที่ออกมาจากความเข้าใจของตัวเองทั้งนั้นกับฮิมชานทันที

 

“ต่อให้ร่างกายของนายสมบูรณ์พร้อมแค่ไหนฉันก็ฆ่านายได้ยูยองแจ!!!

 

!!!

 

“ไม่ต้องให้สังขารนายไม่พร้อมขนาดนี้หรอก แต่ช่วยฟังกันหน่อยได้ไหมวะ!

 

เพราะยองแจพูดขัดออกมาเสียก่อนที่ฮิมชานกำลังจะพูดจบ จนในที่สุดความอดทนที่พยายามจะมีอยู่ก็หมดลงโดยปริยาย ฮิมชานเป็นพวกที่จะหงุดหงิดทุกครั้งถ้าโดนขัดใจและยิ่งจะหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อมีใครมาพูดขัดเขาก่อนที่เขาจะพูดจบ และเด็กคนนี้ก็ทำมัน...

 

ตีความหวังดีของเขาเป็นอย่างอื่นแล้วก็มาประชดประชันใส่...

 

“ไม่ฟัง!! จะให้ฟังคำโกหกอะไรอีกล่ะ ไม่เอา ไม่ฟังทั้งนั้น!! 

 

ไม่ฟังกันใช่ไหมยูยองแจ....งั้นก็พอ!

 

พอกันที่กับความอดทน!!

 

ฮิมชานปล่อยร่างเพียวออกจากการเกาะกุมของตนแล้วไปรั้งข้อมือของเด็กชั่งเอาแต่ใจและทำการกระชากให้ไลแคนท์เดินตามมาตามแรงเดินกึ่งวิ่งของตนแล้วก็ไม่ได้สนใจว่าเจ้าเด็กงี่เง่านั่นจะทุลักทุเลขนาดไหน ตอนแรกก็คิดว่าจะอุ้มพาดบ่าของตนแต่ก็เหมือนว่าเขาจะรู้ว่าผลที่ได้กลับมาคือการดิ้นและทุบตีไม่ต่างอะไรจากก่อน ๆ จึงเปลี่ยนเป็นกึ่งลางกึ่งจูงมันเสียเลยนี่แหละ อยากเข้าใจอะไรก็เรื่องของเด็กนั่นแล้วกันเขาเองก็มีหน้าที่แค่ทำตามเจตนารมณ์ของเด็กนั่นเท่านั้น

 

ฮิมชานชุดกระชากลากถูเจ้าขนปุยในร่างมนุษย์ที่ยังไม่สามารถกลายร่างได้ตามที่ใจนึกเพราะอยู่ในเขตที่โดนเขตที่โดนสะกดไม่ให้แปรงร่างได้มาถึงห้องโถงใหญ่ที่มีเด็กน้อยทั้งสองนั่งเล่นอยู่กับเสือโคร่งสีขาวแต่กลับไร้ซึ่งเจ้าของของมันแต่กลับมีอู๋อี้ฟานมาอยู่เป็นเพื่อนแทน ภาพเหล่านี้ที่เหมือนเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อไม่นานมานี้ทำให้คนที่นั่งดูถึงกับส่ายหัวไปมากับภาพที่เห็นพ่อบาทหลวงจอมปลอมกึ่งลากกึ่งจูงเจ้าหมาขนปุยขึ้นไปบนห้อง ผิดกับเด็กน้อยทั้งสองที่ทำหน้าตาตื่นตกใจกับภาพตรงหน้าโดยเฉพาะเลโอดูจะเป็นมากที่สุดถึงกับลงจากตัวของแกร๊กแล้วทำท่าจะวิ่งไปห้ามแต่ก็โดนสายตาดุของฮิมชานเบรกเอาไว้ก่อน

 

“นี่มันเรื่องของผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เด็กต้องเข้ามายุ่งนะเลโอ” ฮิมชานใช่สายตาดุดันข่มเด็กน้อยที่กำลังทำท่าจะวิ่งมาห้ามเขาไม่ให้ดึงยองแจแบบนั้น จนเลโอทำหน้าตาและแบะปากเหมือนจะร้องไห้ และด้วยคดีเก่าที่ยังไม่ได้ชำระความด้วยแล้วทำให้เลโอรู้ได้เองเลยว่าครั้งนี้ฮิมชานทำโทษเขาจริง ๆ แน่ ๆ

“ฮิมชานจะพาพี่สาวไปไหน” ดายองที่นั่งอยู่บนตักของบุรุตร่างสูงถามขึ้นมาก่อนจะปีนลงจากตักเพื่อเดินไปหาเลโอเพื่อช่วยอีกแรง แต่ฮิมชานก็ไม่ได้ตอบคำถามของเด็กน้อยแต่เป็นไปออกคำสั่งกับร่างที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ที่โซฟาตัวใหญ่แทน

 

“ฝากดูเด็ก ๆ ไว้ให้ด้วย เห็นที่ฉันต้องมีเรื่องคุยกับเจ้าขนปุยนี่อีกยาว”  ได้คำสั่งดังนั้นคริสเองก็พยักหน้าๆตอบรับกลับไปสองสามครั้ง ที่ต้องมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวเมื่อมานั่งเล่นอยู่ที่นี่โดยที่สายตายังมองดูเจ้าของปราสาทที่โรมาเนียลากเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูตั้งแต่พวกเขายังไม่เกิดขึ้นไปชั้นบน ก่อนจะเดินไปยังยอง ๆ ข้าง ๆ เลโอที่ก้มหน้าทำท่าจะร้องอยู่รอมร่อโดยที่มีดายองอยู่เป็นเพื่อน เขาค่อยๆลูบหัวทุยของเด็กน้อยเบา ๆ ก่อนจะอุ้มเด็กชายตัวเล็กนั่นเพื่อเอาไปปลอบกันอีกยาว

 

 

ปึง!!!

 

เสียงประตูถูกแรงเหวี่ยงจนปิดลงอย่างแรง ๆ ทันที่ที่ฮิมชานลากยองแจมาถึงในห้องนอนใหญ่ที่ยกให้ยองแจยึดเป็นเจ้าของห้องเมื่อได้ลักพาตัวมาขังอยู่ที่นี่เขาก็ผลักเจ้าขนปุยลงไปอยู่บนเตียงใหญ่ทันที เด็กตัวน้อยพยุงตัวเองขึ้นมานั่งแล้วใช้มือของตัวเองกอดเข่าเอาไว้แล้วซุกหน้าลงไปเหมือนกับกำลังปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ฮิมชานที่หันหลังให้กำลังเสยผมตัวเองแล้วปล่อยลมหายใจของตัวเองออกมาทางช่องปากอย่างแรง หันกลับไปมองเด็กที่กำลังกอดเข่าร้องไห้อย่างที่เก็บเอาไว้แต่ก็ยังเผลอสะอื้นออกมาให้ยินไปครั้งคราว

 

ฮิมชานเดินมานั่งบนเตียงนุ่มที่มียองแจนั่งกอดเข่าแล้วฟุบหน้าลงไปร้องไห้อยู่  เขานั่งมองเด็กคนนั้นที่ฟุบอยู่กับเข่าของตัวเองแล้วเอาแต่ร้องไห้โดยไม่ยอมเงยหน้ามาพูดคุยหรือกร่นด่าเขาเหมือนครั้งก่อน ๆ

 

หลบหน้า...ทำไมฮิมชานเองจะไม่รู้ว่ายองแจกำลังหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาอยู่

 

“ยูยองแจ...เงยหน้าขึ้นมาคุยกันดี ๆ” ฮิมชานพยายามใช้น้ำเสียงที่ปกติที่สุดเท่าที่เขาทำได้ในตอนนี้ต้องการจะไกล่เกลี่ยกับยองแจให้ดีที่สุด แต่ที่เขาเห็นปฏิกิริยาที่ตอบกับมาคือยองแจส่ายหัวไปมาช้า ๆ เหมือนบอกว่าไม่พร้อมจะรับฟังอะไรทั้งนั้น

“ยองแจ”

“พี่ทำแบบนี้ทำไม ทำร้ายผมแบบนั้นได้ยังไง” ไรแคนท์หนุ่มยอมปริปากพูดกับฮิมชานอีกครั้งทั้งๆที่เสียงยังเจอความเสียใจปนผิดหวังอยู่อย่างเต็มเปรี่ยมโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย

“.......”

“หลอกกันทำไม”

“ยองแจ ฉัน...”  

“พี่หลอกผม พี่ทำร้ายผม และพี่ก็กำลังจะฆ่าผม พี่ทำแบบนี้ได้ยังไงฮิมชาน!” ร่างอวบค่อยระบายคำพูดกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เห็นและจำได้ออกมาเหมือนกับพวกที่สติเริ่มไม่หลงเหลืออยู่แถมด้วยร้องไห้จนตัวโยนราวกับจะขาดใจตายจริง ๆ จนฮิมชานนั้นต้องดึงเข้ามากอดเอาไว้แน่นแต่ก็โดนเด็กคนนั้นกระหน่ำทุบตีอย่างไม่ยั้งแต่เขาเองก็ไม่คิดจะตอบโต้แถมปล่อยให้ยองแจกระทำอย่างนั้นจนกว่าจะพอใจ เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกยินดีเลยสักนิดที่ต้องเห็นเด็กที่เขาเจอที่วิหารเมื่อครั้งก่อนร้องไห้ฟูมฟายอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะเขา ฮิมชานกอดยองแจเอาไว้แน่นโดยใช้ศีรษะเกยกับไหล่มนนั้นเอาไว้ รับฟังคำต่อว่าต่าง ๆ นานาที่ยองแจมอบให้เขา และหันไปจูบและหอมกกหูเบาๆก่อนจะกลับมากอดปลอบอีกครั้ง

 

พี่ขอโทษ ยองแจพี่ขอโทษ...

 

“พี่ทำลาย ฮึก! ความเชื่อใจกับความรักที่ผมมอบให้ได้ยังไง”

“ขอโทษนะคนดี แต่ฟังกันหน่อยได้ไหม?” ไม่ได้เป็นคำบังคับแต่เป้นการร้องขอเสียมากกว่าสำหรับร่างสูงที่นั่งกอดไรแคนท์ที่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอยู่แบบนั้น

 

ร้องไห้บ่อยเกินไปแล้วนะยองแจ...

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นเลยสักนิด ไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ”

“ฮึก”

ฮิมชานกอดเด็กขี้แยอยู่อย่างนั้นจนลืมไปแล้วว่าเวลาผ่านไปนานล่วงเลยเมื่อไหร่แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ายองแจจะหยุดร้องง่ายๆ เขาได้ยินแต่เสียงต่อว่าตัดพ้อใส่เขาอย่างเบา ๆ เป็นระยะๆเท่านั้น จวบจนกระทั้งเขาจับสังเกตุได้ว่าภายในห้องบรรยากาศมันเริ่มเปลี่ยนไป เพราะมันไม่ได้มีแค่เขากับไลแคนท์เท่านั้น และยังไม่ทันได้จับสังเกตอะไรได้มากมายนัก เสียงกระจกหน้าต่างก็แตกลงพร้อมกับปรากฏร่างของไลแคนท์สีเงินตัวใหญ่ที่กำลังตรงมาเพื่อใช่กรงเล็บจะทำร้ายเขา แต่ก็ถือว่าโชคยังเข้าข้างไม่ให้เขาตายลงก่อนจริงๆ เมื่อเขาเบี่ยงลำตัวหลบทั้งๆที่ยังกอดไรแคนท์ในร่างมนุษย์เอาไว้จนลงมองกองอยู่บนพื้นด้วยกัน  แต่เมื่อตัวแตะลงพื้นปุ๊บยองแจก็กระเทิบตัวเองไปอยู่คนละมุมห้องทันที

“เถา!”  ยองแจอุทานออกมาอย่างตกใจพร้อมกับความไม่น่าเชื่อของตัวเองที่เห็นเพื่อนของตัวเองมาปรากฏอยู่ที่ตรงนี้แต่เป็นในร่างของสัตว์ขนปุยตัวใหญ่

“มนต์สะกดคลายแล้วยองแจ รีบออกไปจากที่นี่” จื่อเถาหันมาตอบร่างอวบแล้วรีบใช่กรงเล็บของตัวเองหวดไปที่แขนขวาของบาทหลวงทันที จนฮิมชานร้องลั่นออกมา

“พี่ฮิมชาน!” ยองแจตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ที่เห็นความเจ็บปวดของเผ่าพันธุ์ที่เป็นอริกำลังเอามืออีกข้างกุมบาดแผลอย่างทรมาน โดยที่เถากำลังจะใช้กงเล็บหวดเข้าไปอีกรอบ

“พอแล้วเถา พอแล้ว อย่าทำเขา!” ฮิมชานใช้ความเร็วของตนรีบมารั้งมือของเพื่อนตัวเองไว้ จนเถาหันมามองอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนจะเอ่ยปากถามไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“นี่จำความได้แล้วใช่ไหม”

“รีบไปกันเถอะ” ยองแจพยายามบ่ายเบี่ยงในการตอบคำถามกับเพื่อนของตัวเอง พร้อมกับหันมามองแวมไพร์ที่กำลังนอนเอามือกุมบาดแผลของตัวเองเอาไว้แต่สายตายังมองมาทางเขาอยู่ แล้วยองแจก็ต้องหลบสายตานั่นแล้วรีบบอกให้เถาพาเขาออกไปจากที่นี่

“ฉันไม่ ยอมหรอก” ฮิมชานเรียกดาบประจำตัวของตัวเองมาอยู่มือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บพยายามที่จะฟันไปที่แขนของไรแคนท์อีกตัวที่มาช่วยยองแจ แต่ยองแจที่ไวกว่าเอาตัวเองมาบังไว้จึงทำให้ดาบนั้นเกือบจะฟาดลงไปที่ตัวของร่างเพียว

“อย่าทำอะไรเถานะ!

“ทะ ทำไม” ฮิมชานมองภาพที่ปรากฏอย่างไม่ใจกับการกระทำของยองแจ เขารู้เพียงแต่ว่าเด็กน้อยของเขากำลังจะถูกแย่งไปอย่างต่อหน้าต่อตาแล้วเขาผิดตรงไหนที่จะเอาของ ๆ เขากลับคืน และเมื่อจมอยู่กับความคิดนั่นเถาจึงใช้จังหวะป้องกันตัวเองและยองแจด้วยการถีบไปที่หน้าท้องของบาทหลวงอย่างแรงอีกครั้งจนกระเด็นไปติดกับพนังห้องจนแม่ยองแจเองยังตกใจแตก็ยังกัดฟันพูดกับฮิมชานต่อ

“เราอย่าเจอกันอีกเลยนะ แต่ผมจะไม่มีวันลืมพี่หรอกนะ ขอบคุณมากนะที่พี่ไม่ได้ฆ่าผมแต่กลับทำให้ผมทรมานยิ่งกว่าการที่ผมต้องตาย”

“ยองแจ”

“ผมจะไม่มีวันลืมพี่อย่างที่พี่เคยขอผมเอาไว้ อ่อ ฝากบอกเลโอด้วยว่าผมมีความสุขมากที่ได้เจอเขา” ยองแจฝืนยิ้มทั้งน้ำตาก่อนหันไปหาเถาแล้วใช้สายตาเว้าวอนอย่างที่ตัวเองชอบทำจนไรแคนท์ที่กำลังกลายร่างอยู่ถอนหายใจอย่างหน่าย ๆ ก่อนจะหยิบขวดบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตออกมาแล้วโยนลงบนเตียง ก่อนจะรีบพายองแจออกไปทันทีโดยที่ยองแจยังไม่ลืมหันไปอำลากับนักบวชที่กำลังมองเขาอยู่โดยที่ร่างกายกำลังบาดเจ็บอย่างสาหัส

 

 

“ลาก่อนครับพี่ฮิมชาน”

 




TBC..



เร๊กเก้จะบอกว่า::มาอัพซักทีพร้อมปาดเหงื่อ อัพพร้อมMV เวอร์ชั่นดราม่าของEXOออก พร้อมกับภาพทีเซอร์ของB.A.P พอดิบพอดี พอจะหักล้างกันได้มั้ยอ่ะ พร้อมกับเปลี่ยนซาวเพลงประกอบให้ด้วยเลยนะตัวเอง เอาล่ะ หายไปนาน เพราะมัวแต่ลื้อฟื้นพล็อตเรื่องนี้อยู่ค่ะ แหะๆ ไปล๊ะ พร้อมกับคำหยาบประจำวันนี้คือ To be continued..









ฝากฟิคอีกหนึ่งเรื่อง ถ้าคุณชอบexoและเป็นแม่ยกคู่นี้ AROMA

 
THE★ FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

261 ความคิดเห็น

  1. #261 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 18:55
    อยากให้ไรต์กลับมาต่อเรื่องนี้เร็วๆจัง  คิดถึงเรื่องนี้ อยากอ่านต่อ
    #261
    0
  2. #234 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 15:32
    คู่หลักเรื่องนี้มันฮิมแจชัดๆ อุ้ย เป็นปลื้มมมมมอะ

    แต่แบบ น้ำตาแทบไหล อะไรกันเนี้ยเรื่องในอดีตของสองคนเนี้ยมัน โอ้โหหหหหหห

    เถาแกไม่น่ามาขัดขวางเล้ย โอโฮ มันกำลังเป็นฉากสำคัญ พอถึงตอนสำคัญๆชอบมีตัวมาขัดอยู่เรื่อยเลยแหม่.... แล้วเทามาทั้งทีทำไมคริสไม่โผล่มาล่ะแหม่ อ้อๆ เลี้ยงเด็กอยู่ ฮ่าๆๆๆๆ แล้วมนตร์คลายได้ยังไงเทานี่แม่งเจ๋งอะ แล้วสีมรกตๆคือไรอะ

    แต่เรื่องนี้คือเรื่องของฮิมแจชัดๆอะ ตอนนี้คู่แดออบก็ออกมาสามวิคู่บังโล่ก็ยังไม่ได้ออกมาเลยเป็นเเวลายาวนาน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

    ไรท์มีอะไรจะบอก มาอัพต่อเลยยยยยยยยย ไรท์ มันผ่านมาเป็นเดือนๆแล้วนะทำไมไม่มาต่ออะ ฮื่อๆๆๆๆๆๆ เสียใจอะ

    รักคู่นี้ รักเรื่องนี้ รักไรท์ด้วย ถ้าไม่มาต่องอนเลยอะ เชอะ
    #234
    0
  3. #218 ★The E.L.F.★ (@teukylove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 16:22
    รู้สึกคิดถึงเรื่องนี้มากๆเลย ฮ่าๆๆๆ
    #218
    0
  4. #216 natsu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 23:55


    คู่รักต้องพลัดพลากกันอีกครั้งแล้วสิ



    แต่คราวนี้ ฮิมชานจะทำยังไง



    เมื่อยองแจเอ่ยลากันขนาดนี้



    คงยากที่จะพากลับมาได้ล่ะนะ



    #216
    0
  5. #215 ngampisut (@ngampisut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 16:28
    อ่านทั้งสองเรื่อง

    แต่ก็ยังสงสัย

    เรื่องสงคราม ว่ามันมีที่มายังไง แล้วมันเกิดขึ้นเพื่ออะไร
    #215
    0
  6. #211 kct (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 11:44
    อัพต่อเถิดดดดดดดดด

    สงสารยองแจ อยากรู้ว่าฮิมชานมีเหตุผลอะไรที่ต้องลบความทรงจำแจ

    แล้วต้นเหตุของสงครามข้ามพันธุ์นี่มันคืออะไรกันแน่
    #211
    0
  7. #203 ิb2st (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 14:07
    มาต่อเรวน่า รอๆๆ
    #203
    0
  8. #201 นานะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 14:56
    มาต่อไวๆนะค่ะ ไรเตอร์

    สนุกมากเลย
    #201
    0
  9. #195 Mona Lisa_Melody (@monalisa-melody) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:51
    มาต่อไวไวนะไรท์ ไม่ได้เม้นให้บ่อย แต่ต่อไปจะเม้นทุกตอนเลยยยย! ต้องมาต่อไวไวอย่าทิ้งให้ค้างนานน้าาาาาา
    #195
    0
  10. #194 nanny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:07
    รออออออออออออออ นะะะะะ
    #194
    0
  11. #190 OPIMESS (@p-s-ss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2556 / 20:54
    สงสารแจอ่า คู่ฮิมแจท่าทางจะดราม่าปวดใจมาก T^T
    #190
    0
  12. #189 LuciferSunmin38 (@lucifersunmin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 21:49
    มาเมันให้รอบที่สามสำหรับแชปนี้
    ไรเตอร์อัพต่อเหอะ ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ อย่าพึ่งไปทางเอ็กโซยอะเลยนะ ติดตามเรื่องpainkillerเหมือนกันแต่ก็อยากอ่านเรื่องนี้ด้วย ชอบฮิมแจกับบังโล่มากๆ อยากให้ไรเตอร์รวมเล่มเรื่องนี้นะพูดจริง 
    #189
    0
  13. #188 Yo'Eve Hanami (@papidchaya01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 10:49
    สงสารยองแจมากๆ อ้วนแจเค้า TT

    อยากรู้ว่าสงสครามที่ว่ามันจะเป็นยังไง -,-

    ชอบคู่ฮิมแจจัง 55555555

    น่าติดตามมากๆ เลยไรเตอร์

    สู้น้า เป็นกำลังใจให้

    อย่าลืมมาอัพหละ > #188
    0
  14. #186 natsu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2555 / 18:12


    อ่านรวดเดียวเลยครับ ^^





    ....





    สงสารยองแจกับฮิมชานอ่ะ



    น่าจะเคยรักกันมาก แต่้องพรากจากกัน



    แล้วนี่ถ้าถึงวันพระจันทร์ทรงกรด จะเกิดอะไรขึ้น



    สงครามที่ว่า จะทำให้ทั้งคู่ต้องพรากกันอีกมั๊ย T^T





    .....





    แดฮยอนเท่ห์มากอ่ะ สมเป็นเจ้าชายน้ำแข็ง



    จงออบก็น่ารัก เป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างถึงที่สุดจริงๆ



    ^^





    .....





    ส่วนคู่ยงกุก กับ จุนฮง อันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง



    เพราะท่าทางยงกุกจะโหดพอสมควร



    ยังไงก็เบา ๆ กับน้องเค้าหน่อยละกันนะ ^^!



    #186
    0
  15. #178 OPIMESS (@p-s-ss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 19:22
    เหยไรเตอร์ มันค้างมากอ่ะ
    ฮิมแจมีปมอะไรกันนน อยากรู้มาก
    มาต่อด่วนนนนนน!!!!!
    #178
    0
  16. #175 i2zindiella (@i2zindiella) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 02:11
    ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกก อยากให้มาอัพไวๆน๊า
    #175
    0
  17. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 / 00:18
    ก้มกราบไรเตอร์งามๆ
    กำลังค้างมากค่ะ ช่วยต่อด้วยนะคะ TT
    #158
    0
  18. #155 Prim_Boice (@primbabyboice) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 11:26
    ยองแจฮิมชานTT 
    #155
    0
  19. #154 hellen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 02:00
    มาต่อไวไวนะค่ะ มันเป็นเรื่องที่สนุกมากๆเลย
    #154
    0
  20. #151 Phanphan (@phan96) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 16:17
    รออยู่นะคะ ^^
    #151
    0
  21. #150 TangKwa=_='' (@mattini) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 00:58
    แดออบ เห้ยย >__< แดแกบุกรุกห้องหนูมุนเลยหรอ 
    #150
    0
  22. #149 hibbie (@hibbie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 13:39
    โอ้ สงสารยองแจ คงเจ็บมาซินะ
    #149
    0
  23. #148 4EVER_NOMERCY (@4evergddh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2555 / 01:12
    แดออบ *ชูป้ายไฟ*
    >////<
    #148
    0
  24. #147 LuciferSunmin38 (@lucifersunmin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 22:37
    แด้ออบอย่างฟินอ้ะ กรี๊ดดดด อิแด้มันฉวยโอกาสคนหลับอ่ะ เขินเบาๆครับซีนนั้น ^////^
    ฮิมแจดราม่าเยอะสุดแล้วมั้งเนี่ย ทำไมฮิมต้องลบความทรงจำของยูยองยองด้วยหล่ะ อยากอ่านต่อแล้ว~
    #147
    0