[Fic EXO] Painkiller (KRISTAO,CHANBEAK,KAIDO)

ตอนที่ 5 : ✖ EP.3✖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ส.ค. 55

“หวางจื่อเถา!!

 

 

 

เสียงนั้นกำลังดังก้องไปทั่วโสตประสาตของการรับรู้ที่อยู่ในตัวของร่างที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงนอนสีดำขนาดใหญ่ที่ตัดกับสีผิวอันขาวสะอาดพร้อมกับใบหน้าที่ถูกออกมาแบบมาให้ผสมสนานในความหล่อและความสวยอย่างลงตัว  โสตประสาตการรับสูงสั่งงานไปยังม่านตาให้เปิดขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีเหลืองนวลที่ชวนหลงใหลก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นสีนิล กลิ่นของดอกกุหลาบและไอเย็นตลบอบอวลอยู่โดยรอบของห้องนอนขนาดใหญ่ในประสาตที่ตั้งอยู่ในป่าลึกของ เมืองทรานซิลวาเนียร์

มืออันแข็งแกร่งของร่างสูงยันพื้นที่นอนเพื่อให้ตนเองได้ลุกขึ้นมาพิงกับหัวเตียง สายตาคมไล่มองไปยังบริเวณห้องของตนเองที่ถูกตกแต่งไว้เพียงแค่สีขาวและดำจะมีก็แค่ดอกกุหลาบสีแดงเท่านั้นที่ถูกตกแต่งอยู่ให้ห้องนี้ ถึงแม้มันจะแห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลาจนไม่เหลือความสดของสีแดงแล้วก็เถอะ  เพราะตั้งแต่ที่คนทรยศคนนั้นหนีไปได้...ดอกไม้ที่ถูกปักลงแจกันสีดำก็ไม่เคยถูกเปลี่ยนอีกเลย...  





นายจะไม่มีวันหนีไปจากฉันได้
ลองหนีดูสิ ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน
ฉันก็จะหานายเจอ

ปากที่สวยได้รูปบ่นพึมพำราวคล้ายบริกรรมคาถาอย่างไงอย่างงั้นกับตัวเองเพียงลำพังพร้อมกับแสยะยิ้มสะใจราวกับได้รับชัยชนะ

“หนีต่อไปสิ...หนีไปเลย..ต่อให้หนีให้ตายยังไงเราก็จะได้เจอกัน หวางจื่อเถา”

เคยบอกไปแล้วนี่ ว่าถ้าใครเรียกชื่อจริงของเด็กนั่นเมื่อไหร่ ตัวเขาก็จะหาเจ้าเด็กหน้าเหวี่ยงนั่นจนเจอ ต้องขอบคุณจริงๆกับผู้ที่เผลอเรียกชื่อจริงๆของสัตว์ขนปุยที่หน้าตาเหวี่ยงๆนั่น คงไม่ต้องตามหาจนแทบพลิกแผ่นดินหา เพราะตอนนี้เขาเองก็พอจะรู้แล้วว่าสมบัติของเขาอยู่ที่ไหน

“มันไม่หายกันหรอกกับสิ่งที่นายทำเอาไว้ คนดีของฉัน

ต่อให้นายตายไปแล้ว ฉันก็จะทำให้นายฟื้นขึ้นมา แล้วก็ตายไปอีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

 

ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นเย็นของห้องก่อนจะยืนเต็มความสูง ท่อนบนของร่างกายที่เปล่าเปลือยของร่างสูงเผยให้เห็นกล้ามบริเวณหน้าท้องได้อย่างชัดเจนจวบจนรอยสักที่ไหล่ข้างซ้ายของเขา  พร้อมกับขยี้ผมสีบลอนอมน้ำตาลเพื่อสลัดความขี้เกียจและบิดตัวไปมาเล็กน้อยให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่ตนเองนอนหลับมาเป็นเวลานาน จนตนเองเดินมาหยุดที่บริเวณระเบียงขนาดใหญ่ แสงแดดตอนใกล้จะพบค่ำที่วาดมากระทบดวงตาทำให้เขาต้องหรี่ตาเล็กน้อยและปรับให้คุ้นชินกับความสว่าง จริงอยู่ที่สายเลือดบริสุทธิ์อย่างเขาจะไม่สะทกสะท้านกับแสงแดดหรือไม้กางเขน แต่แสงแดดมันก็เป็นสิ่งที่ชายผู้นี้ก็ไม่ค่อยจะปรารถนาเช่นกัน

เพราะมันทำให้การจู่โจมเป้าหมายของเขาค่อนข้างลำบากและดูเอิกเกริก..........

“โลกถึงคราววินาศแน่ๆ อู๋ฟานตื่นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน”   เสียงที่แอบจิกกัดของผู้ที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาให้ห้องนอนโดยไม่ได้ขออนุญาตพลันกับที่เจ้าของห้องใส่สายตาเหล่มาทางด้านหลังเท่านั้น

“ฉันได้ยินเสียงสัตว์เลี้ยงของนายร้อง ก็เลยจะมาดูว่าเจ้านายของมันลดโทษให้หรือยัง เพราะคุกใต้ดินไม่ได้เหมาะที่จะเอาไว้ขังมังกรพ่นไฟตัวใหญ่หรอกนะเจ้าโย่ง” ร่างที่ตัวเล็กกว่ายังคงพูดออกไปโดยตัวเองก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าเจ้าของห้องนี้จะตอบหรือไม่ เพราะว่าจะตอบหรือไม่ตอบมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเขา เพราะเขาไม่ใช่ผู้รับใช้หรือผู้ที่จะต้องเกรงกลัวอู๋ฟาน

“บ่นเป็นยายป้าแก่ๆทุก3เวลาเลยหรือเปล่าคุณหมอยี่ซิง แพนท่อมมันจะออกมาจากที่นั่นมันก็ทำได้” เจ้าของสัตว์เลี้ยงตัวจริงยังไม่หันมาคุยกับนายแพทย์จอมเหวี่ยงและยังคงให้ความสนใจบริเวณรอบนอกของประสาทที่ตนเองยืนดูจากตรงระเบียงราวกับว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจไปมากกว่ามังกรตัวใหญ่ที่เขาสั่งขังอยู่ในคุกใต้ดิน.....ทำผิดมันก็ต้องได้รับโทษ

“โอ๊ย! แกก็รู้ว่ามันจะยอมออกมาก็ต่อเมื่อแกสั่ง มันไม่ออกมาหรอกถ้าแกไม่เรียกมันน่ะไอ้ส่วนสูงเกินมาตรฐาน แล้วนี่!ไม่มีใครสอนแกหรอห๊ะ ว่าอย่าหันหลังคุยกับคนอื่น ให้ตายเหอะ!ทั้งพี่ทั้งน้องเลยจริงๆ!

เรย์เดินดุ่มๆไปหยิบดอกไม้แห้งๆในแจกันสีดำอย่าพินิจดูถึงความแห้งเหี่ยวตามระยะเวลาแล้วปาใส่แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าเจ้าของห้องด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะไม่พึงประสงค์  ไม่ได้หงุดหงิดเพราะคำตอบตายด้านหรอกแต่หงุดหงิดเพราะไอ้เจ้าของปราสาทนี่มันหันหลังคุยกับเขาเนี่ยแหละ นิสัยเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ ทั้งคริสทั้งชานยอล นี่ยังไม่รวมไอ้ฝั่งที่อยู่โรมาเนียนะ มันจะมีอยู่ตนหนึ่งนิสัยพอๆกับไอ้สองโย่งนี่เดะๆ นิสัยตายด้านแต่กวนอวัยวะเบื้องล่าง

“แล้วชานยอลไปไหน?”  เมื่อได้ยินคำว่าเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง เจ้าตัวก็หันหันหลังไปถามคนที่ปาดอกไม้เหี่ยวมาให้

ปลายเท้าเหยียบย่ำดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาอย่างไม่ใส่ใจพลางหยิบเสื้อเชิตแขนยาวสีดำมาห่อหุ้มส่วนบนของตนเอง

“ไปหาญาติผู้พี่ของพวกนายที่โรมาเนียโน่น เจ้าเด็กบ้านั่นมันบอกว่าอยากไปเยี่ยมนักบุญปิศาจ”

“ช่วงนี้โรมาเนียมันมีอะไรน่าสนใจ”  คนตัวสูงก้มหยิบซากดอกกุหลาบที่เหลือไว้เพียงแค่กิ่งก้านอย่างพินิจพิจารณา  ตอนนี้โรมาเนียมันกำลังเป็นที่น่าสนใจ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาตามหามันกำลังอยู่ที่นั่น นักโทษประหารของเขาอยู่ที่นั่นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

“สงสัยคงต้องไปบ้างซะแล้ว” รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏสู่ใบหน้าหล่อเหลาของชายร่างสูง นิ้วเรียวกวัดแกว่งไปมาบนอากาศผสมกับปากเรียวที่กำลังท่องอะไรซักอย่างก่อนที่มังกรสีดำตัวใหญ่มหึมาจะประกฎอยู่ตรงระเบียงห้อง

“ไม่ต้องทำสายตาดีใจ โทษที่แกสงสารแล้วปล่อยให้เจ้านั่นหนีไปมันยังไม่หมด” น้ำเสียงนิ่งๆที่หน้าเกรงขามของคริสทำให้สัตว์ในตำนานของตนเองหลุบสายตาให้ต่ำลงราวกับสำนึกผิด

“ฉันจะไปโรมาเนีย หน้าที่ของแกคือเฝ้าที่นี่เอาไว้จนกว่าฉันจะสั่งให้แกไปที่นั่น” จมูกที่มีไอร้อนระอุอยู่ถูกพ่นออกมาจนเกิดเปลวเพลิงขนาดเล็กกลางอากาศ แพนท่อมผงกหัวของมันราวกับได้รับคำสั่งของเจ้านายก่อนจะบินทะยานไปรอบปราสาทก่อนจะหายไปในอากาศ

“จะไปด้วยกันไหมคุณหมอ?” คริสเบนหน้ามาถามคุณหมอที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนเตียงนอนของเขา แต่คำตอบที่ได้กลับมาเป็นการส่ายหัวอย่างเอือมๆของเรย์

“เหอะ! ไม่ล่ะฉันต้องทำการวิจัยและหาสิ่งที่จะเอามาแทนเลือด เดี๋ยวจะช่วยเจ้าแพนท่อมเฝ้าปราสาทกับห้องแห่งอดีตของนายไว้ให้ แบบว่าจะดูแลอย่างดีเลยแหละ”

ร่างสูงยิ้มและพยักหน้าให้กับคำตอบและฝีปากที่แอบจิกกัดของเรย์ก่อนจะหันหลังให้กับระเบียง ไม่นานนักร่างทั้งร่างของอู๋ฟานก็ดิ่งลงสู่อากาศชั้นร่างแล้วทะยานขึ้นไปบนอากาศก่อนจะหายไปอย่างรวดเรียว

 

เพราะเสียงเรียกของหวางจื่อเถาอยู่ที่นั่น.........

เขาเองก็ต้องไปที่นั่น......

ไปทักทายสมบัติของตนเอง.....คงจะไม่ผิด




Painkiller….

 

 

 

 

 

ผมรู้สึกเกลียดบรรยากาศแบบนี้ที่สุด การเดินทางมายังวิหารบริเวณเกือบใจกลางของโรมาเนีย ถึงแม้มันจะเป็นเวลาพลบค่ำแล้วก็เถอะ แต่สำหรับผมแล้วมันก็เหมือนช่วงเวลาหนึ่งที่แสนสะอิดสะเอียน

 

ผมไม่ชอบเวลาแบบนี้...เวลาพลบค่ำที่ย่างเข้ายามราตรีแบบนี้

 

ตลอดเวลาที่เดินทางมาที่นี่ผมไม่ยอมปริปากพูดอะไรซักคำ ซึ่งผิดกับอีกคนที่เอาแต่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง บ่นอุบอิบอยู่เรื่องเดียวก็คือไอ้ตำนานดอกฟอเก็ตมีนอตอะไรนั่น เพราะตอนนี้สมองผมไม่ค่อยอยากจะรับรู้อะไรทั้งสิ้น ในนั้นมันเหมือนว่างเปล่าไปหมดจะเหลือก็เพียงความคิดที่ทำให้ตัวเองหวาดระแวง

 

“ว่าแต่..ที่นายบอกว่า ขออย่าให้เจอพวกของคิมฮิมชานก็พอ คิมฮิมชานเป็นใคร?”  เดินมาตั้งนานอยู่ดีๆเจ้านั่นก็เกิดอยากรู้ขึ้นมาเมื่อเดินเข้ามายังวิหารศักดิ์สิทธิ์ จริงอยู่ที่ยองแจเป็นคนพื้นที่ของที่นี่แต่ก็ใช่ว่าเด็กตัวอวบๆอย่างเจ้านั่นจะรู้จักใครมากมาย ผิดกลับตัวผมเองที่ไม่ใช่คนพื้นที่แต่กลับรู้ราวกลับเกิดและโตที่นี่  มันดูจะแปลกไปไม่น้อยที่คนอย่างยองแจจะไม่รู้จักชื่อของฝั่งตรงข้ามโดยเฉพาะเจ้าของชื่อนั่นที่ตัวเองเป็นคนถาม ส่วนผมเองก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยว่าทำไม่อยู่ดีๆถึงถามขึ้นมาเพราะเห็นว่าปกติแล้ววันๆจะเอาแต่ทำตัวพองลมแล้วก็เหวี่ยงใส่พี่ยงกุก แต่อย่างที่บอกผมเลือกที่จะไม่ตอบแต่กลับไปให้ความสนใจตรงส่วนของแท่นบูชาที่มีนักบวชกำลังสวดภาวนาอยู่ ซึ่งน่าแปลกตรงที่ว่าทำไมนักบวชผู้นี่ลักษณะไม่ค่อยเหมือนกับพวกบาทหลวงแก่ๆทั่วไป

 

“ว่าไงนักบวช” ยองแจกล่าวทักทายผู้ที่เป็นตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าที่ยังยืนหันหลังให้กับผมทั้ง2คนอยู่อย่างนั้น ส่วนผมเองก็แค่มองอยู่อย่างเงียบๆ  มีบางอย่างมันบอกผมว่าบาทหลวงผู้นี้มีอะไรบางอย่างแปลกๆและไหนจะกลิ่นอายที่ไม่มีความเป็นบาทหลวงเอาเสียเลย

“สวัสดีเหล่าสัมพเวสี”  แล้วมันก็เป็นไปอย่างที่คิดไม่มีผิดเพี้ยน ผมจำเสียงนั้นได้ น้ำเสียงที่เย็นเฉียบไปถึงแนวกระดูกสันหลังนั่น มือของผมจับมือของยองแจไว้แน่นเมื่อบาทหลวงผู้นั้นหันมาประจันหน้ากับเราสองคน รอยยิ้มและสายตาที่เย็นชาและเดาได้ยากนั้นถูกส่งมาทางผมที่กำลังยืนตกใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ข้างหน้า แล้วเขาผู้นั้นก็เบนสายตานั้นไปที่อีกคนที่ติดสอยห้อยตามมากับผม....ยูยองแจ

“แกเรียกใครว่าสัมพเวสีห๊ะ!! แกไม่รู้เหรอว่าพวกเราเป็นใคร!?” ยองแจตวาดใส่บาทหลวงผู้แสนจะมารยาทเสียที่สุดเท่าที่เคยจะเห็นมา แววตาที่บ่งบอกว่าเจ้านั่นกำลังฉุนกึกเพราะโดนคำพูดสบประมาทว่าพวกเราเป็นเพียงแค่สัมพเวสี

“โอะโอ! ขนาดท่านยังไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นเป็นใคร แล้วเราซึ่งเป็นเพียงแค่นักบวชธรรมดาจะรู้ได้ยังไง”

“เลิกเสแสร้งได้แล้วฮิมชาน! นายเอาบาทหลวงคนเก่าไปไว้ที่ไหน” การกระทำที่แสนเสแสร้งนั้นมันสามารถทำให้ใครต่อใครถึงกับฉุนขาดได้และคนที่เพิ่งจะหายตกใจกับสิ่งที่กำลังเห็นอยู่ตรงหน้าอย่างผมก็คือหนึ่งในนั้น สายตารนรานของผมกำลังทำให้บาทหลวงจอมปลอมผู้นี้ชอบใจไม่น้อย ส่วนยองแจน่ะหรอ? เชื่อเถอะว่ากำลังมึนงงกับกิริยาท่าทางของผมที่ทำเหมือนว่ารู้จักบาทหลวงผู้นี้เป็นอย่างดี

“ฮิมชาน? ใครคือฮิมชานหรือเด็กน้อย?” ในใจตอนนี้ผมนึกอยากจะใช้กงเล็บตะปบหน้าของฮิมชานจริงๆเพราะหมอนั่นยังไม่เลิกที่จะโกหกและยังไม่เลิกจ้องคนที่อยู่ข้างกายผมแม้แต่นิดเดียว

“นักบวชคนนี้ท่าทางแปลกๆนะเถา ไม่เหมือนมนุษย์เลย” ยองแจ่หันหน้าตัวเองเพื่อมากระซิบบอกกกับผมในขณะที่สายตาก็ยังมองไปที่นักบวชจอมลวงโลกผู้นั้นอยู่ และนั่นแหละที่ทำให้ผมถึงกับยิ้มแบบเหยียดๆออกมา

“ก็ไม่ใช่มนุษย์น่ะสิ...ยูยองแจ...นี่แหละคิมฮิมชาน” คนที่นายน่าจะรู้จักดีกว่าใครเลยนะเจ้าอ้วน

และจากร่างของชายหนุ่มรูปงามก็กลายเป็นหมาป่าสีเงินตัวใหญ่โตแยกเขี้ยวคำรามเสียงต่ำและกระโจนใส่ผู้ที่ได้ตำแหน่งถึงผู้นำแวมไพร์

“พูดดีๆไม่รู้เรื่องเหมือนที่เจ้านั่นบอกไว้จริงๆด้วย” ฮิมชานแสยะยิ้มให้ยองแจและก็หุบรอยยิ้มนั้นทันที่เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดาบเงินวาววับถูกดึงออกมาจากเสื้อคลุมพร้อมกับปีกสีดำมหึมานั้นออกมาจากแผ่นหลัง ดวงตาสีดำได้แปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมด้วยเขี้ยวที่แหลมคมบ่งบอกได้เลยว่าเป็นปิศาจกระหายเลือด

 

ประโยคล่าสุดที่ฮิมชานพูดออกมานั้นมันทำให้สมาธิของผมแทบจะหายไปทันที เขากำลังทำให้ผมนึกถึงปิศาจอีกตนที่เป็นเช่นเดียวกันกับเขา สิ่งที่กำลังตามหาผมอยู่ ฮิมชานกำลังพูดถึงสิ่งที่ผมกำลังหนีมาตลอด

 

ผมหลบดาบสีเงินนั่นอย่างหวุดหวิดเพราะเสียงตะโกนของขยองแจที่บอกให้ผมระวังกับสิ่งที่กำลังพุ่งมาหา การต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีใครยอมใคร กงเล็บของผมมุ่งเข้าใส่ผู้ที่สวมรอยเปฌ็นบาทหลวงแต่ด้วยปีกกว้างหลายเมาตรนั้นโฉบเฉี่ยวอยู่กลางอากาศ และด้วยวัตถุสีเงินที่ไลแคนท์นั้นจับต้องไม่ได้ เลยทำให้หมอนั่นหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ เมื่อยองแจกลายร่างเป็นหมาป่าเหมือนกับผม และกระโจนข่วนแข่นขวาของเจ้านั่นอย่างแรงจนเกิดแผลลึกและเป็นทางยาวซึ่งมันทำให้เลือดสีเข้มไหลเต็มพื้นวิหารอันศักดิ์สิทธิ์

 

 

โครม!!  ฟึบ!!

เก้าอี้นั่งทั้งด้านหน้าและหลังล้มระเนระนาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมด และก็ดูเหมือนว่าร่างอวบที่ทำร้ายแวมไพร์อย่างฮิมชานนั้นกำลังสร้างความโมโหให้กับผู้ดูแลวิหารนี้เสียแล้ว สายตาเลือดเย็นกำลังเปลี่ยนป้าหมายจากที่เป็นผมไปเป็นอีกคนแทน ฮิมชานถ่มน้ำลายที่เปื้อนเลือดลงบนพื้นหินอ่อน เหยียดยิ้มน่ากลัวโดยที่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเขาจะทำอะไร

และด้วยสัญชาตญาณ....ฮว๋างจื่อเถาต้องปกป้องยูยองแจ

เมื่อผมและยองแจกำลังจะเข้าไปจัดการบาทหลวงจอมปลอมนั่นให้สิ้นซากก็เหมือนว่ามันจะยากขึ้นกว่าเดิม  ได้เกิดมีลมแรงขึ้นมาพร้อมกับบุคคลที่บอกได้เลยว่ามาช่วยคนที่กำลังเหมือนถูกพวกเรารุมอยู่ และดูเหมือนว่าผมและเด็กช่างดื้อจะออกไปจากที่นี่ยากเสียแล้ว

“ช้าจริงๆเลยพ่อคุณ”

“ก็ยังดีกว่าไม่มาแล้วปล่อยให้เจ้าหมาพวกนี้รุมกัดตายนะ” จองแดฮยอนเริ่มกวาดสายตามองไปรอบวิหารและมาหยุดสายตาไว้ที่ผมที่ยืนขวางทางเข้าของวิหารอยู่

“สวัสดีไลแคนท์” รอยยิ้มเย็นถูกส่งมาให้ผมแล้วเจ้านั่นที่มาเป็นตัวช่วยของฮิมชานต่อสู้กับผมอีกครั้ง แดฮยอนไล่ต้อนให้ผมออกมาด้านนอกและมันให้ผมห่างจากยองแจเรื่อยๆ แล้วถ้ายองแจอยู่ในนั้นกับฮิมชานแล้วล่ะก็.....ยองแจกำลังตกอยู่ในอันตราย!!

 

“จะหนีไปก็ได้นะยังไม่สายเท่าไหร่...เพราะคนที่นายขยาดนักหนายังอยู่ที่ทรานซิลวาเนียอยู่เลย”

น้ำเสียงที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน ทั้งสายตาที่จดจ้องให้ความสนใจกับมือที่โชว์เล็บยาวๆของตัวเองแล้วจึงเปรยสายตามาให้ความสนใจกับผมที่พยายามเข้าไปหายองแจให้ได้แต่ก็เหมือนยิ่งพยายามก็ยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ

จะให้หนีไปทั้งๆที่เพื่อนของเขาตกอยู่ในอันตรายน่ะหรอ? ฝันไปเถอะ...ยังไงยองแจก็ต้องกลับไปกับเขา

“พี่ชายของฉันไม่ฆ่ายองแจให้ตายหรอกฮว๋างจื่อเถา....นายควรจะปล่อยให้สองคนนั้นได้เจอกันบ้างนะ”

“ไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่ทำให้เจ็บปวดหรอก!” บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกชื่อจริงของเขา จะเรียกทำไม พวกนี้ต้องการอะไรจากเขา ไม่มีให้หรอกนะ.... ยิ่งเรียกชื่อจริงเท่าไหร่มันก็เหมือนว่าสิ่งนั้นกำลังใกล้เข้ามาๆทุกที มันเหมือนว่าตอนนี้เขากลังจ้องมองผมอยู่จขากที่ไหนซักแห่ง....

“ไม่มีใครอยากทนอยู่กับคนที่สร้างความทรงจำแย่ๆ รวมถึงนายด้วยหรือเปล่า?”

!!!

“ไม่อย่างนั้นจะหนีมาจากที่นั่นได้ยังไง”

เหมือนกับโดนคมของมีดบรรจงกรีดลงมาจากผิวหนังให้ลึกลงมาถึงหลอดเลือดหัวใจยังไงยังงั้น ไอ้บ้านี่มันถนัดจริงๆกับการพูดจี้ใจดำคนอื่นหรือไง ทำไมไม่ลองมาตกอยู่ในความรู้สึกที่ไม่เหลือใครแล้วดูสิ....ลองมาเห็นภาพที่พี่น้องของตัวเองโดนฆ่าต่อหน้าต่อตาไหมล่ะ ลองมาเห็นกรรมวิธีการฆ่าแบบที่เขาเห็นไหมล่ะ? ว่ามันรู้สึกยังไง...ลองให้พี่น้องของแกโดนหมุดทิ่มลงที่ขั้วหัวใจแล้วแยกชิ้นส่วนโยนลงกองไฟดูหรือเปล่าว่ามันจะรู้สึกยังไง

“มันก็ดูคุ้มค่ากับสิ่งที่นายทำไม่ใช่หรออาซ้อ? ได้รับคืนมันก็สมน้ำสมเนื้อกันอยู่”

“......”

“อาซ้อก็คิดซะว่าส่วนที่ดูมากไปก็เป็นของแถมที่ลูกพี่ลูกน้องของผมให้คุณไปก็แล้วกัน”


TBC..
รับแลกแบรนเนอร์นะคะ^^

ฝากกระจายกันหน่อยนะคะว่า อ่านเรื่องนี้หน่อยเถ๊อะ ไรเตอร์มันเหงา

เร๊กเก้ฝากฟิคอีกเรื่องที่เป็นเรื่องหลักของเรื่องนี้ด้วยนะเอ้อ




จะอัพตอนต่อไปเมื่อมันประมาณ60เม้นอัพนะ
THE★ FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,934 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #1606 ศะนะคะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 00:35
    ใจนึ่งอยากให้เจอ อีกใจนึ่งก็ไม่อยากให้เจอ
    #1,606
    0
  3. #1540 H.S.E. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 19:25
    เทาจะเจอเฮียไหมอ่าา T-T
    #1,540
    0
  4. #999 bnrz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 09:07
    อย่าเรียกชื่อจริงเซ่ ไม่อยากให้คริสเจอเลย
    #999
    0
  5. #815 'A+' &' S (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 15:32
    คริสเจอแล้ววววTT
    #815
    0
  6. #796 ✖AB_SOLUT_VODKA✖ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 13:02
    เทาเทา.. เฮียคริสตามตัวเองแล้วน้า.. ระวังด้วยย ยยย TT
    #796
    0
  7. #790 Tarzaria (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 14:27
    ตื่นเต้น น่าติดตาม



    ชอบมาก เมะเลวหันหมดเลย อรั๊งส์
    #790
    0
  8. #715 TTOoM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 14:53
    พี่คริสโหดไปแล้วววววว TTTT

    กักขังเทาไว้เพื่ออะไร? เราไม่คิดว่ามันจะเป็นความรัก

    เนื่องจากเราไม่ได้อ่านเรื่องโน้น มันก้เลยงงงงอยู่นะถึงความสัมพันธืของยองแจแล้วก็ฮิมชาน

    แต่เราก้ไม่มีปัญหาในการอ่านเรื่องนี้ อิอิ

    ชอบการบรรยายของไรท์มากตามติดอ่านต่อไปนะคะ

    #715
    0
  9. #677 tHeSP (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2555 / 21:06
    อุ๊ย อาเล่ยก็เป็นหมอ ><



    ลองนึกภาพตามนะ อิพี่คริสอย่างหล่ออย่างเท่ ><



    เทาเทาอ่า า าาา ระวังตัวไว้ให้ดี อิพี่คริสมันมาแล้ว



    อินู๋ยองแจหลุดไปอยู่กับฮิมชานแล้วจะเป็นไงละเนี่ย -0-
    #677
    0
  10. #635 i2zindiella (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 02:49
    มันช่างซับซ้อนและสับสน
    #635
    0
  11. #615 sora (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2555 / 17:59
    โอ๊ย หนุกมาก น่าตื่นเต้น น่าติดตามสุดๆ
    #615
    0
  12. #584 myumbella (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 / 07:56
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกก ^^
    #584
    0
  13. #515 PEAR (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 01:39
    เนื้อเรื่องสนุกมาก ชวนติดตาม>O<

    แต่จะให้ดีกว่านี้แก้คำผิดหน่อยน๊าาาา เพราะบางครั้งเหมือนกำลังอ่านๆไปแล้วอารมณ์มันสะดุดเพราะเจอคำผิดเนี่ยแหล่ะ

    ทำได้ดีมากเลย ฮือออออ พี่คริสมาแล้ววว เย้! 
    #515
    0
  14. #464 dre_am_182769 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 22:41
    หืมมันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆอ่ะ!!!
    #464
    0
  15. #389 ปาจิงโก๊ะ ' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 21:09
    หืมเค้ามีอะไรกัน มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรกันน้อ -..-
    #เริ่มงงลิ่ว 5555+ 
    #389
    0
  16. #304 LuciferSunmin38 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 01:56
    เมะแต่ละคนร้ายกาจมากมาย มาอ่านเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงฟิคบัพ อัพซักทีเหอะไรเตอร์
    #304
    0
  17. #172 Gunner (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 22:39
    คริสดร์ากเถสหยี T^T
    #172
    0
  18. #141 Mayl3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 18:29
    มันช่างเป็นเบื้องหลังที่ดูลึกลับซับซ้อนดีแฮะ
    #141
    0
  19. #103 ' แม่นางจันอับ ♥ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2555 / 18:05
    บอกได้แค่ว่า แดแด้นางต้องอะไรจากอาเถา? -0-
    พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้เดี๋ยวนิคก็จับปล้ำซะหรอก 555555555
    #103
    0
  20. #82 so_x (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2555 / 00:30
    ฮ่วยย อาเทาไปทรยศอะไรเฮียล่ะเนี่ย -"-

    แต่ที่เฮียทำคืนมาเนี่ย โหดมมากอ่ะ T_T
    #82
    0
  21. #71 STcurrent (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2555 / 19:19
    ขุดคุ้ยได้เก่งมากเลยยย=__= สงสางแพนด้าาาT^T
    #71
    0
  22. #50 pp-129 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 22:58
    น่ากลัวอ่ะ
    #50
    0
  23. #46 ai_Tua's-Ai- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 19:45
    คริสมีเบื้องหลังกับเทาเทาน้อยยย

    ติดตามๆๆๆๆ
    #46
    0
  24. #45 warnprae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 17:48
    โหดมาก อ่านไปแล้วร฿้สึกว่าคริสต้องทำอะไรไว้ไม่ดีมากๆๆๆแน่เลย อาเทาถึงเกลียดได้ขนาดนี้ >O<
    #45
    0
  25. #41 ต้นกวนอิม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 13:40
    ช่างโหดมอำมหิตกันจิงจังงงงงงงงงง
    #41
    0