โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 23 : โหดที่ #22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    27 พ.ค. 63

โหดที่ #22



27/01/63✔️


27/05/63☑️



(Gun Talk)


ความสัมพันธ์ของผมกับแสนดี ยังคงดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ใกล้ชิดกันจนอึดอัด และก็ไม่ได้ห่างกันจนโหยหา เราจะอยู่ในระยะที่พอดี เมื่ออีกคนต้องการกัน ผมยังไปรับแสนดีที่โรงเรียนเช้าเย็น นอกจากวันไหนที่ไม่ว่างจริงๆก็จะปล่อยให้แสนดีได้กลับเอง หรือไม่ก็แสนดีเองที่อยากอยู่กับเพื่อนที่ชื่อคูณ และผมได้รู้จักแล้วหลังจากไปรับส่งแสนดีได้อาทิตย์หนึ่ง ผมเรียนรู้ในความเป็นแสนดี และแสนดีเองก็เรียนรู้ในความเป็นผม มีทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็นแสนดีที่งอนผม และก็หายเองโดยที่ผมยังไม่ทันได้ง้อ แสนดีดื้อและแสบแบบที่ผมคิดไม่ถึงเลยล่ะ ยิ่งเข้าคู่กับไอ้กล้วยแล้ว พอกันทั้งคู่ไม่มีใครห้ามใครเลย เล่นเอาผมปวดหัวจนต้องดุบ่อยๆ ผมไปเจอยินดีพี่สาวของแสนดีแล้ว เธอไม่ได้ว่าอะไรที่ผมจะมาคอยรับส่งแสนดี เธอขอแค่ให้ดูแลแสนดีให้ดีเท่านั้น ถึงเธอไม่ขอผมก็ทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของนิออน เธอกลับต่างประเทศไปพร้อมอีธานแล้ว และมีความสุขดีโดยที่ผมไม่ต้องห่วงเธออีกต่อไป


ร้านเหล้านวลจันทร์


แสงไฟที่เปิดยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วร้าน เสียงเพลงที่เปิดภายในเป็นจังหวะของเพลงรักที่เบาสบาย แต่เพลงมีความหมายดี วันนี้ผมมีนัดกินข้าวกับเด็กดื้อของผมที่ร้าน แสนดีกำลังมากับพี่กรตัวแถมที่ผมไม่ได้รับเชิญ และอาสาที่จะไปรับแสนดีแทนผม ทั้งที่ไม่ได้อยากให้ไปรับให้สักหน่อย ผมดูความเรียบร้อยของร้านตามปกติ ไม่ลืมสั่งไอ้โก้ทำอาหารของโปรดของแสนดีและของพี่กร ให้ไอ้กล้วยจองโต๊ะด้านหน้าเวทีโต๊ะประจำของพี่กรเอาไว้ให้ วงดนตรีของรุ่นน้องจะมาเล่นวันนี้ตามปกติ และนี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่พี่กรมา ผมไม่รู้พี่กรกับเด็กนั้นไปถึงขั้นไหนกันแล้ว แค่พี่กรไม่มาวุ่นวายกับผมก็พอ และดูเหมือนพักนี้จะมีคนรับหน้าที่นี้แทนผมไปแล้ว แต่ใช่ว่าผมจะไม่ห่วงพี่กร ก็ยังมีบ้างที่แอบส่งคนไปตามดูอยู่ห่างๆ ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพี่กรเท่าไร โตๆ กันแล้วน่าจะรู้อะไรเป็นอะไร ลูกค้าเริ่มคึกคัก พอผมสั่งงานทุกอย่างเรียบร้อยก็ขึ้นไปทำงานต่ออีกนิดหน่อย จะได้ลงมาข้างล่าง เพื่อกินข้าวและนั่งเป็นเพื่อนแสนดีได้นานๆ


เฮ้อ!


เอกสารตรงหน้าทำให้ผมถอดหายใจออกมา งานเกี่ยวกับบริษัทพี่กรทั้งนั้น ขนาดไม่ได้เข้าไปทำงานอย่างเต็มตัวยังเยอะขนาดนี้ ลุงคอยจ่ายเงินเดือนผมแทบทุกเดือน ทั้งๆ ที่ผมบอกว่าไม่ต้องแต่ก็ยังโอนมาให้ตลอด ไม่รู้ชาตินี้จะตอบแทนบุญคุณลุงยังไงแล้ว ผมลงมือเปิดเอกสารตรงหน้าทำมันไปเรื่อยๆ จนผ่านไปสักพักผมได้ยินเสียงวิ่งและเสียงเคาะประตูด้านหน้าห้อง


ก๊อกก๊อกก๊อก


ผมเคยหน้าไปมองประตูที่ถูกเปิดออก แสนดีที่วิ่งเข้ามาหาผมทันที แล้วกระโดดขึ้นมานั่งตักแล้วกอดคอ ผมรับแทบไม่ทัน ผมโอบกอดรอบเอวแสนดี เราสบตากันและแสนดีก็เอียงหัวซบบนไหล่ผม

“เป็นอะไร”

“คิดถึง”

ผมยิ้มที่มุมปากเอ็นดูแสนดีที่ชอบแสดงออกมาตรงๆ แบบนี้

“พี่ปืน!”

“หึม!”

“ไม่คิดถึงแสนหรอ”

ถ้าผมจำไม่ผิดเราไม่เจอกันแค่วันเดียวเอง แต่ในเมื่อแสนดีต้องการคำตอบ ผมก็จะตอบให้

“อืม คิดถึงเหมือนกัน”

เป็นแสนดีที่ดูชะงัก แสนดีเคยบอกผมว่าชอบคำว่า ‘เหมือนกัน’ มันเป็นอะไรที่ดีและแสดงความหมายถึงความรู้สึกที่สื่อออกมาเหมือนกัน ผมกระชับกอดที่เอวให้เราเข้าใกล้กันเข้าอีกให้แสนดีซึมซับความอบอุ่นที่ผมส่งผ่านไปให้ ก่อนจะกดจมูกลงบนกลุ่มผมหอมๆ ของแสนดีที่ก้มหน้าไปกับไหล่ผมแล้วตอนนี้ ก่อนจะไปกระซิบข้างๆ หู

“เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อนแสน”

กว่าที่แสนดีจะเงยหน้าจากไหล่ มามองผมได้ก็ใช้เวลาอีกเป็นพักด้วยสีหน้าที่ขึ้นสี

“หิวยัง”

“ยัง”

“วันนี้เป็นไงบ้าง”

“วันนี้หรอ”

ผมมองแสนดีที่ทำหน้านึก ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนเจอเรื่องสนุกที่จะมาเล่าให้ผมฟัง ผมชอบช่วงเวลาที่เราแบ่งปันเรื่องราวช่วงดีๆในแต่ละวันของกันและกัน เล่าเรื่องที่เจอมาให้อีกคนฟังแบบนี้

“วันนี้ลูกค้าเยอะมาก มาดูสีผมพี่แจงอีกตามเคย พี่แจงสอนแสนชงโกโก้ด้วยทั้งร้อนเย็นเลย ไว้วันไหนแสนชงมาให้พี่ปืนกินนะ”

“ไม่เอาหวาน”

“ไม่หวานหรอก แสนถามสูตรหวานน้อยจากพี่แจงมาแล้ว”

“อืม จะรอกินโกโก้ฝีมือแสนดี”

“อีกนานไหม งานที่ทำ”

“อีกแป๊บ”

“งั้นแสนขอนั่งแบบนี้อีกแป๊บนะ”

“อืม”

แล้วหัวกลมของแสนดีก็ซบลงมาบนไหล่ของผมอีกที ผมปล่อยมือจากเอวแสนดีแค่ข้างเดียวเพื่อทำงาน สงสัยคงคิดถึงผมมากจริงๆ ถึงอ้อนกันเป็นพิเศษแบบนี้ ไม่นานผมก็วางปากกา แล้วก้มไปหอมแก้มแสนดีที่ไม่ไกลจากปากผมเท่าไร มันกวนใจตั้งแต่แสนดีมานั่งบนตักผมตอนทำงานแล้ว

“พี่ปืน!”

“ว่า”

“อย่าแกล้ง”

“ไม่ได้แกล้ง ทำจริง”

“ไม่คุยกับพี่ปืนแล้ว ไปกินข้าวได้แล้ว พี่กรคงบ่นแย่แล้ว”

ผมปล่อยมือจากเอวแสนดี แล้วจับให้อีกคนลุกไปยืนดีๆ ก่อนผมจะขยับเก้าอี้แล้วลุกตาม ก่อนผมจะจับมือแสนดีสอดประสานมือกันเอาไว้ แล้วออกแรงจุงมือแสนดีให้เดินตามออกมาจากห้องทำงาน เพื่อลงไปข้างล่างด้วยกัน

สองทุ่มลูกค้าเยอะกว่าตอนแรกที่ผมขึ้นไปทำงาน โต๊ะเต็มเกือบทุกโต๊ะ คงเพราะวงดนตรีอีกตามเคย ยังไม่ถึงเวลาแสดงบนเวที แต่ลูกค้าก็เต็มหมดแล้ว ผมลงมาด้านล่างโดยมีแสนดีตามมาติดๆ ก่อนจะเดินเข้าไปที่เคาร์เตอร์ที่ไอ้กล้วยมันยืนเฝ้าอยู่

“เป็นไง”

“เรื่อยๆ พี่ แต่ทำไมต้องจับมือกันด้วย กลัวไอ้แสนมันหายหรือไง”

“อืม กลัวหาย”

ผมตอบตามตรงก็กลัวหายจริงๆ

“โห่! ลูกพี่ยอมรับง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่สนุกอ่ะดิ แล้วผมจะไปต่อยังไง”

“พี่กรล่ะ”

“ที่เดิมเลย บ่นใหญ่แล้วหายไปทั้งพี่และไอ้แสนเลย”

ผมเปลี่ยนเรื่องรำคาญไอ้กล้วยมันคร่ำครวญ และไม่ได้อยู่รอฟังไอ้กล้วยบ่นต่อ ดึงแสนดีที่มองนั้นนี่ไปเรื่อย จะรู้ตัวบ้างไหมว่ามีคนมองแสนดีกันทั้งร้านแล้ว วันนี้แสนดีแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งๆ แบบเดิมที่ชอบใส่ แต่วันนี้ใส่สีชมพูอ่อนและตรงด้านสกรีนด้วยภาษาอังกฤษตัวใหญ่ว่า Sweet Love มันน่ารักจนผมอยากจับขังไว้ในห้องไม่ให้ออกไปให้คนอื่นได้เห็น พอเดินมาถึงโต๊ะ ผมก็ปล่อยมือแสนดี แล้วดันให้เข้าไปนั่งข้างในตรงข้ามพี่กรและมีผมนั่งตามมา โดยมีสายตาพี่กรจ้องมองอย่างจับผิด

“นึกว่าไม่กินแล้ว ข้าวเนี่ย”

“ใครจะยอมให้พี่กรกินของอร่อยคนเดียว”

“หรอ! ก็เห็นหายไปนานนึกว่าไปกินกันเอง อิ่มไปแล้ว”

“พี่กร!”

แล้วผมก็ได้เห็นเด็กดื้อของผมที่เถียงพี่กรไม่ได้หน้าตาแดงไปแล้ว ผมเอามือไปลูบหัวแสนดีแล้วโยกเบาๆ ก่อนจะหันไปหาพี่กร

“พี่กรจะแกล้งทำไม”

“เดี๋ยวนี้มีปกป้องกันด้วย งอนได้ไหมเนี่ย”

“ไม่ง้อ”

“ใช่! ซิ เรามันไม่ใช่เด็กดื้อของกันหนิ”

“เลิกแกล้งได้แล้ว กินข้าว”

และเป็นผมที่ยุติบทสนทนาที่ดูจะยาวแล้ว ลงมือกินข้าว แสนดีมองอาหารตรงหน้าตาโต ก็ทั้งหมดนี้เป็นของโปรดของแสนดีทั้งนั้น ผมตักอาหารให้แสนดี และแสนดีเองก็ตักให้ผม จนมีเสียงพี่กรแทรกเข้ามา จนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

“โอ๊ย! จะเป็นเบาหวานไหมเนี่ย”

“ขอให้เป็นจริงๆ”

แล้วก็เป็นแสนดีที่ตอบกลับพี่กรทำท่าล้อเลียน และเหมือนจะตีกันอีกรอบ แต่ทุกอย่างก็หยุดลง เมื่อบนเวทีมีการเคลื่อนไหว เพราะพี่กรไม่ได้สนใจทั้งผมและแสนดีอีกแล้ว มองคนบนเวทีไม่วางตา จนผมต้องหันไปมองบ้าง ไอ้เด็กนั้นก็แต่งตัวแบบเดิม แต่ดูดี เสื้อกล้ามที่โชว์กล้ามเนื้อที่ออกกำลังกายมาอย่างดี กับกางเกงยีนขาดเข่า สาวๆ หนุ่มๆภายในร้านมองมันเป็นตาเดียว เสน่ห์ที่เหลือล้นของมันบนเวทีทำให้สะกดสายตาลูกค้าให้มอง แค่มันได้ไม่ยาก แค่ยกยิ้มที่มุมปาก ก็คงยิ้มตามแล้ว แต่ดูพี่กรจะเป็นหนักกว่าคนอื่น หลงเสน่ห์มันเข้าให้ และผมก็เห็นไอ้เด็กนั้นมันหันมาสบตาพี่กรเหมือนกัน ก็ไม่แปลก เพราะพี่กรก็มีเสน่ห์เหลือล้นไม่แพ้คนบนเวที แต่ที่ไม่มีใครเข้ามา อาจจะเป็นเพราะผมเองก็ได้

“พี่กรกินให้อิ่มก่อนค่อยมอง”

“รู้แล้วหน่า”

ผมยิ้ม ตอนที่แสนดีแอบดุพี่กรที่เอาแต่มองบนเวที ไม่ยอมตักอาหารเข้าปากตัวเอง พอเรากินอิ่มผมก็สั่งลูกน้องให้มาเก็บ และสั่งเครื่องดื่มมาที่โต๊ะแทน ผมกับพี่กรเลือกจะกินเบียร์ ส่วนแสนดีผมให้ดื่มแค่น้ำผลไม้ ยังไม่อยากถูกคนเมาอ้อนแบบงวดที่แล้ว นั่งฟังเพลงที่ไอ้เด็กนั้นมันร้องไปเรื่อยๆ ร้องเพลงเร็วสลับกลับเพลงช้า ก่อนจะหันไปมองพี่กรที่มองบนเวที

“ยังไงกับไอ้เด็กนั้น”

พี่กรหันมามองผมแล้วยักไหล่

“ไม่ยังไง”

“แน่ใจ ผมว่าไม่ใช่นะจากที่ผมได้ยินมา”

ดูเหมือนที่ผมได้ยินมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูจะก้าวกระโดดไปไกลด้วยซิ

“กันทำไมไม่เชื่อพี่ ไม่มีอะไรจริงๆ”

“อืม จะพยายามเชื่อแล้วกัน”

ผมหันไปสนใจคนข้างๆ แทน ที่ดูสนุกกับดนตรี มีบ้างจังหวะก็ร้องตามและหันมามองผมในช่วงที่เนื้อเพลงมีความหมายดีๆ จนผมต้องยิ้มตาม ผมเอาแขนพลาดบนเก้าอี้ของแสนดี และแสนดีเองก็ขยับเข้ามาใกล้ออ่อมกอดผม แล้วเอาหัวมาซบไหล่ผมบ้างในบางจังหวะ รอบข้างกลับไม่มีผลกับเราสองคน เพียงเพราะเราสบตากัน และสื่อความหมายมาให้กัน ในจังหวะนั้นเองที่บนเวทีเปลี่ยนจังหวะเป็นเพลงสากลเก่าๆเมื่อ10ปีที่แล้ว เพลงหนึ่งก็ดังขึ้นมา


“Well you done done me and you bet I felt it

คุณทำให้ผมรัก และผมก็รักคุณเข้าอย่างจัง

I tried to be chill but you’re so hot that I melted

ผมพยายามจะเมินเฉยกับคุณ แต่คุณช่างเสน่ห์จนผมใจละลาย

I fell right through the cracks

ผมรู้สึกราวกับตกหลุม

and now I’m trying to get back”

และตอนนี้ผมพยายามปีนกลับขึ้นมา



“Before the cool done run out I’ll be giving it my bestest

ก่อนที่สิ่งดีๆ จะจางหายไป ผมจะทำมันให้ดีที่สุด

Nothing’s going to stop me but divine intervention

ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดผมได้ นอกจากพระเจ้าเท่านั้น

I reckon it’s again my turn to win some or learn some”

ผมหวังว่านี่จะเป็นโอกาสอีกครั้ง ให้ผมได้ชนะหรือไม่ก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง



ผมเคาะนิ้วตามจังหวะเพลงบนโต๊ะ เรียกว่ามันเป็นเพลงรักที่ดีได้ไหม ผมก็ไม่รู้ แต่ผมคิดว่าความหมายของเพลงมันดี และในก่อนท่อนฮุกผมหันไปมองแสนดีที่สนใจบนเวที ก่อนจะหันมามองผมเหมือนกัน แล้วขยับปากถามผมแบบไม่มีเสียงว่า ‘มองแสนทำไม’ แต่ผมไม่ตอบ ไล่มองแสนดีตั้งแต่ผมที่ตกลงมาปิดที่หน้าผา มองคิ้วเข้มที่เรียงตัวสวย มองดวงตากลมโตที่ฉายแววตาสงสัยมองผมกลับ มองจมูกรั้นที่ผมอยากจับมันบีบเบาๆ และมองปากที่ขยับร้องเพลงนี้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ ผมเอานิ้วไปเกลี่ยแก้มใสของแสนดีเบาๆ มันเป็นไปตามเพลงที่กำลังเล่นในท่อนนี้พอดี


** So I won’t hesitate no more, no more

ดังนั้นผมจะไม่รีรออีกต่อไปแล้ว ไม่อีกแล้ว

It cannot wait, I’m sure

ผมไม่สามารถทนรอได้อีกแล้ว ผมแน่ใจ

There’s no need to complicate,

มันไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเลยนะ

Our time is short

เวลาของคนเรานั้นแสนสั้น

This is our fate, I’m yours

นี่คือโชคชะตาของเรา และผมเป็นของคุณ



และมันเหมือนกันตรงที่ผมเป็นของแสนดี ในจังหวะที่ไอ้เด็กนั้นใช้เสียงของตัวเองร้องเพลงนี้ต่อไป ผมขยับเข้าไปใกล้แสนดีแล้วกระซิบที่ข้างหู


“เป็นแฟนกันนะ”


“>_<”


เพลงยังคงร้องต่อไป แต่มันกับหยุดในความรู้สึกของผม ผมผละออกมาดูหน้าแสนดีที่ช็อกไปแล้ว ทำตาโตเหมือนตกใจกับประโยคที่ได้ยิน ผมมองแสนดีสื่อความหมายทุกอย่างที่รู้สึกให้แสนดีได้รับรู้ มันอาจจะไม่ถึงครึ่งที่ผมรู้สึกเลยด้วยซ้ำ และดูเหมือนผมจะยังไม่ได้คำตอบ จึงเอียงตัวเข้าไปใกล้แสนดีอีกครั้ง เพราะกลัวว่าแสนดีไม่ได้ยินประโยคที่ผมพูดออกไป


“เป็นแฟนกับพี่ปืนนะครับ แสนดี”


แล้วก็เป็นแสนดีที่โผล่เข้ามาใกล้ผมยกมือขึ้นมากอดคอแน่น เอาหน้ามาซบไหล่ และพยักหน้ารับกับคำถามของผม ผมไม่รู้ว่าแสนดีแสดงสีหน้าแบบไหน จะดีใจหรือเปล่าที่กำลังเป็นแฟนผม ผมจึงค่อยๆ จับมือแสนดีออกจากคอผมให้ผละออก และดูหน้าแสนดีได้อย่างถนัด ก่อนจับมือแสนดีเอาไว้ ก่อนที่แสนดีจะตอบรับด้วยความเขินอาย

“เป็นครับ”

“เป็นอะไร”

ผมมองแสนดีที่เม้มปากกลั้นยิ้มที่ปิดไว้ไม่มิด แก้มที่ขึ้นสีบ่งบอกว่าแสนดีกำลังเขินอย่างหนัก


“เป็นแฟนพี่ปืนครับ”


แสนดีตะโกนออกมาดังลั่น มันไม่ได้ดังจนคนอื่นหันมามอง เพราะจังหวะของเล่นเพลงอื่นไปแล้ว กับจังหวะที่เร็วกว่าเดิม จึงไม่มีใครหันสนใจเรา แต่มันดังพอที่จะทำให้ผมได้ยินอย่างชัดเจน และยิ้มกว้างที่สุดในชีวิตออกมาในที่สุด



ผมไม่รู้ว่านี้จะเรียกว่าโอกาสหรือช่วงจังหวะที่ดีได้ไหม?



แต่สำหรับผม....



นี่คือช่วงจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับผมที่จะ...



ขอแสนดีเป็นแฟน



มันถึงเวลาแล้วที่เราสองคนจะเป็นแฟนกัน ไม่ต้องอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไม่ได้มีอะไรพิเศษให้กัน แต่ความรู้สึกในตอนนี้กลับพิเศษกว่าตอนไหนๆ



และที่สำคัญ....



ผมมีก็เด็กดื้อคนหนึ่งที่ต้องดูแลไปตลอด



และสุดท้าย...



ผมเป็นแฟนแสนดีแล้วเท่านั้นเอง



tbc


#แสนดีของพี่ปืน



เขาเป็นแฟนกันแล้ว และที่สำคัญพี่ปืนขอ ปลื้มมากประหนึ่งส่งลูกตัวเองถึงฝั่งฝัน ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องเพลงนี้ มีรุ่นพี่บอกว่ามีชายหนุ่มรุ่นน้องมาร้องและเล่นกีตาร์ให้ แต่พึ่งเข้าใจความหมายตอนที่บอกเรานี่เอง อยากรู้ว่าคนร้องหายไปไหนแล้ว ทำไมโรแมนติกแบบนี้ ขอบคุณที่ทำให้เราเจอเพลงนี้นะ ขอบคุณที่ทำให้การขอแสนดีเป็นแฟนของพี่ปืนสมบูรณ์

ขอบคุณ

เพลงนี้เลยจ้า ที่ฮิวร้อง I’ m yours - jason mraz ลองไปฟังดูนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น