โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 15 : โหดที่ #14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

โหดที่ #14




07/01/63✔️

29/04/63☑️



(San-D Talk)



“จะรีบไปไหนวะ แสน”

เสียงไอ้คูณที่ดังไล่หลังผมมาติดๆ ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ตอนที่กำลังเดินออกจากโรงเรียนในช่วงเย็นของวันศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้

“ร้านพี่ปืน”

“อะไร นี่! มึงยังจะไปร้านพี่เขาอีกแล้วหรอวะ”

“ทำไมจะไปไม่ได้ พี่ปืนไม่เคยห้าม ไม่ให้กูไปร้านพี่เขาเลยสักครั้ง”

“โอ๊ย!! กูละเบื่อมึงพูดถึงแต่ชื่อพี่เขาให้กูฟังอยู่ได้ นี่! มึงเอาจริงใช่ไหม แสน”

“กูเอาจริง ไม่เคยเล่นๆคูณ”

คงเป็นเพราะทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเอาแต่พูดถึงพี่ปืนจนไอ้คูณมันเกิดความรำคาญขึ้นมา พูดเช้า พูดกลางวัน นี่ท่าตอนเย็นไอ้คูณมันอยู่ด้วยก็พูดให้มันฟังอีกรอบแล้ว

“ทีมึงพูดถึงพี่เกว กูยังไม่พู....ด”

แล้วไอ้คูณมันก็เอามือมาปิดปากผมเรียบร้อย แล้วหันมองไปรอบๆ เพื่อดูว่ามีใครได้ยินบ้าง เพราะตอนนี้นักเรียนกำลังทยอยออกมาจากโรงเรียนกันเต็มไปหมด พอไม่มีใครสนใจ มันก็ยอมปล่อยมือจากปากผม

โคตรเค็มเลย

“ไอ้แสน มึงจะพูดชื่อพี่เกวเสียงดังทำไมวะ”

“มึงกลัวอะไรไอ้คูณ ไม่มีใครสนใจมึงกับกูหรอก”

“ถึงจะเป็นอย่างงั้น มึงก็ต้องระวัง เดี๋ยวพี่เขาเสียหาย”

ผมเบะปาก เป็นคนดีจริงๆ เอาโล่ไหม เดี๋ยว!ผมทำให้มันเลย แค่พูดชื่อยังไม่ได้เลย ไอ้คูณมันมีท่าทีแปลกๆ ช่วงนี้ และพี่เกวเองก็มองมาทางพวกผมมากกว่าปกติที่เคยเป็น มันมีอะไรดีๆ ที่ไอ้คูณไม่ยอมบอกผมแน่ๆ เลย

“ไอ้คูณมึงมีอะไรจะบอกกูไหม”

“อะไร ไม่มี”

“เออ!ๆ ไม่มีก็ไม่มี กูไปล่ะ วันจันทร์เจอกัน”

เสียงสูงมาเลย พิรุธมาเต็มแบบนี้ แต่วันนี้ผมขี้เกียจสอบสวนไอ้คูณ เลยปล่อยผ่านไปก่อน แต่ไม่ต้องกลัวผมสอบสวนมันแน่นอน

แสนดีต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้

ผมโบกมือให้เพื่อนตัวดี ก่อนที่ไอ้คูณจะเดินไปยังรถที่มารับมัน บ้านไอ้คูณมันรวย เรียนโรงเรียนดีๆ ดังๆ ก็ได้ แต่ไม่เสือกเรียน ผมก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกันทำไมถึงได้เลือกเรียนที่นี่ คงเป็นเพราะโรงเรียนดีๆดังๆไม่มีพี่เกวล่ะมั่ง ผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นมากกว่า

ผมเดินมาจนถึงป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนที่มีนักเรียนยืนรออยู่เต็มไปหมด ผมหยุดยืนไม่ได้สนใจใคร จนกระทั่งรถเมล์สายประจำที่ผมจะขึ้นมาถึง รีบก้าวขึ้นรถไปนั่งที่ว่างทันที ตอนนี้สี่โมงครึ่ง กว่าจะถึงบ้านอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวไปร้านพี่ปืนอีกคงเกือบหกโมงเย็นพอดี

วันนี้ผมมีนัดกับคนสำคัญ

และคนสำคัญคนนั้นคือ....

พี่กร

ผมนัดกับพี่กรเอาไว้ที่ร้านพี่ปืน วันนี้เราจะมากินข้าวด้วยกัน แค่คิดก็สนุกแล้ว ผมชอบพี่กรมาก พี่กรคุยสนุกและยิ้มกว้างแทบจะตลอดเวลา พอเห็นพี่กรยิ้มทีก็ทำให้คนอื่นยิ้มตามไปด้วยแล้ว ต่างกับพี่ปืนคนละขั้วเลย จะหน้านิ่งไปไหน ไม่รู้เป็นพี่น้องกันแบบไหน

ผมมาถึงร้านกาแฟในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ดีนะ! ที่ขึ้นรถเร็ว ถ้าช้ากว่านี้รถคงติดน่าดู ผมลงจากรถเมล์อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินตรงไปเปิดประตูร้าน เสียงกระดิ่งดังยังคงขึ้นเหมือนเดิม เสียงของมันทำให้คนภายในร้านหันมามองผมที่กำลังเดิมเข้ามา เด็กนักเรียนมอปลายผู้ชายที่หน้าตาจัดว่าดีมั้ง ผมก็คิดว่าตัวเองดูดีในระดับเลยทีเดียว นี่! ถ้าไอ้คูณมันมาได้ยินความคิดแบบนี้ คงเบะปากใส่ผมแน่นอน

ผมเดินเข้ามาเรียกสายตาจากลูกค้าให้หันมามองได้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นลูกค้าประจำคงจำผมได้ดี แต่ถ้าเป็นลูกค้าใหม่ก็คงไม่รู้ว่าผมคือใคร ผมส่งยิ้มให้ลูกค้าสองถึงสามโต๊ะที่เป็นผู้หญิงมัธยมเสียส่วนใหญ่ที่ยิ้มมาให้ แล้วหันไปส่งเสียงกริ๊ดกันเบาๆ พี่แจงกำลังบริการลูกค้าอยู่ ผมเดินผ่านเข้าไปยังเคาน์เตอร์ก่อนที่พี่แจงจะเดินตามมา

“หวัดดี พี่แจง”

“กลับมาแล้วหรอ แสน”

“คร้าบบบบ”

พี่แจงมองผมยิ้มๆ ก่อนจะเอามือมาขยี้ผมให้ยุ่งกว่าเดิม แค่นั่งรถเมล์มาก็ยุ่งอยู่แล้ว เจอพี่แจงเข้าไปอีกยุ่งหนักกว่าเก่า ไม่รู้ทำไมชอบขยี้ผมกันจัง พี่ปืนก็อีกคน

“หิวไหมแสน กินอะไรเปล่า เดี๋ยวพี่ทำให้กิน”

“ไม่เอาพี่แจง แสนมีนัดแล้ว”

“นัด?”

“ใช่! แสนดีคนนี้มีนัดสำคัญแล้ว แสนขึ้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”

ผมรีบเดินออกจากเคาน์เตอร์ทันที โดยมีสายตาของพี่แจงที่กำลังสงสัยมองตามมา แต่ผมกลับเดินอย่างสบายอกสบายใจไปชั้นบน แล้วผมก็เจอเข้ากับพี่ทิมที่กำลังเดินออกมาจากห้องพี่ยินดีพอดี

จังหวะนรกสำหรับผมมาอีกแล้ว

พี่ทิมดูชะงักที่เจอผม และผมเองก็เช่นกัน ผมยกมือไหว้พี่ทิมช้า แล้วหยุดเดิน

“หวัดดี พี่ทิม”

“อ่าว! แสนกลับมาแล้วหรอ”

“อืม”

“เออ!..พี่กำลังคิดอยู่เลย ว่าทำไมพักนี้พี่ไม่ค่อยเจอแสนเลย ทั้งที่มาร้านแทบทุกวัน”

“พี่ทิมคงมาตอนที่แสนไม่อยู่มั้ง”

“ท่าจะจริง”

พี่ทิมทำท่าคิดและเออออตามผม จริงๆ แล้วผมหลบหน้าพี่ทิมต่างหาก ก็ในเมื่อจะตัดใจแล้ว ก็ควรตัดให้ขาดไปเลยไม่ให้มีเยื่อใยอีกต่อไป และมันเป็นสิ่งที่ผมควรทำต้องนานแล้วด้วย

“เย็นนี้ว่างไหมไปกินข้าวกัน เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ”

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงยิ้มกว้าง แล้วตอบตกลงทันที แต่ตอนนี้ผมเลือกที่จะปฏิเสธทันทีเหมือนกัน

“แสนไม่ว่าง มีนัดแล้ว”

“อ่าว! แสนมีนัดแล้วหรอ?”

“อืม”

“เสียดายจัง พี่อยากไปกินข้าวกับแสน”

“แล้วพี่ยินดีล่ะ”

“งอน! พี่อีกแล้ว ตกลงกันเรื่องงานแต่งไม่ได้ สงสัยวันนี้พี่คงต้องกินข้าวคนเดียว”

ก็เหมือนเดิมเป็นได้แค่คนที่คั่นเวลาที่พี่ยินดีงอน ไม่ว่างเท่านั้นเอง

หึหึ...

น่าตลกตัวเองสิ้นดีเป็นได้แค่นี้แหละ

แสนดีเอ๊ย!!

“งั้นแสนขอตัวเข้าห้องไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวสาย”

“โอเคๆ”

ผมเดินผ่านพี่ทิมที่ทำตาละห้อยมองมา ผมเลือกที่จะไม่สนใจ แล้วเปิดประตูเข้าห้องตัวเองทันที เดินเข้าไปโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอนมองเพดานห้องสีขาว

เฮ้ย!

แล้วก็ถอดหายใจออกมา ก็สงสารพี่ทิมนะ แต่สงสารตัวเองมากกว่าไง อย่ากลับไปเจ็บอีกเลยนะแสนดี ร้องเตือนตัวเองอยู่ในใจ แต่พักนี้ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องพี่ทิมเลยนะ ไม่มีสักนิดเลย มีแต่เรื่องของพี่เจ้าของร้านเหล้านวลจันทร์ทั้งนั้นที่วนเวียนอยู่ในหัวผมตอนนี้ ผมปล่อยให้ตัวเองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ปล่อยให้เวลามันผ่านไปอย่างช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำ ถ้าช้ากว่านี้ผมจะสายแล้ว ผมรีบอาบน้ำแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งๆ แบบเดิมๆ แต่วันนี้เลือกใส่สีฟ้าอ่อนสดใสแทนที่จะเลือกใส่สีที่มันมืดมนแบบทุกที ใส่กางเกงขาสั้นแบบเดิมที่ชอบใส่เลือกสีที่เข้ากับเสื้อ และผมก็เลือกสีน้ำเงินผมว่ามันเข้ากับเสื้อดี หมุนอยู่หน้ากระจก จะว่าไปผมเองก็หล่อเหมือนกัน

ชมเองเขินเองนักเลงพอ...

มีใครเป็นแบบผมบ้างไหม...

ถามจริง...

ถ้าไอ้คูณมันอยู่ด้วยมันคงหาว่าผมบ้า เดินหมุนอยู่ในห้องอีกเป็นพัก ก่อนจะคว้ามือถือกับกระเป๋าตังใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินออกจากห้อง พี่ทิมไม่ได้ยืนตรงหน้าห้องพี่ยินดีแล้ว ผมก้าวออกไปจากห้อง ก่อนจะลงบันไดมาด้านล่าง

ผมว่าวันนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติ พี่แจงกำลังยุ่งอยู่กับการชงกาแฟ และมีพี่ทิมคอยเสิร์ฟบริการลูกค้าอีกแรง สาวๆ คงจะยิ้มไม่หุบที่มีพี่ทิมคอยบริการแบบนี้ ผมเดินไปจนเกือบถึงเคาน์เตอร์ก็ต้องชะงักเห็นคนที่คุ้นตาผมที่สุด คนที่พักนี้ผมเอาแต่นึกถึง กำลังนั่งตรงหน้าเคาร์เตอร์ของร้านพร้อมด้วยกาแฟแก้วหนึ่ง ผมอมยิ้มเม้มปากตัวเอง ไม่ให้มันยิ้มออกมาว่าดีใจแค่ไหนที่พี่เขามาอยู่ตรงนี้

พี่ปืนของผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง...

วันนี้พี่ปืนของผมหล่อเป็นพิเศษทั้งที่ทุกวันก็หล่ออยู่แล้ว เชิ้ตสีฟ้าน้ำทะเลดูเข้ากันกับพี่ปืนจนผมต้องกลั้นยิ้มกว่าเดิม เหมือนผมได้ใส่เสื้อคู่กับพี่ปืนเลย พี่ปืนปล่อยผมไม่ได้มัดแบบทุกที ผมสีดำที่ยาวประบ่าทำให้พี่ปืนดูเซอร์กว่าปกติ และที่สำคัญดูเหมือนพี่ปืนจะยังไม่เห็นผม ผมจึงค่อยๆ เดินไปยืนด้านหลังคนที่ยังไม่รู้ตัว โดยยกนิ้วชี้ปิดปากตอนที่พี่แจงหันมาเห็นผม และกำลังจะเรียก พี่แจงทำหน้างงๆ ที่ผมทำแบบนั้น แต่เธอก็ไม่ได้เรียกชื่อผมขึ้นมา แต่ยืนมองว่าผมกำลังจะทำอะไรกันแน่ ผมขยับเข้าไปใกล้พี่ปืนอีกนิดมองแผ่นหลังกว้างที่มีกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกาย

ถ้าผมซบลงไปกับแผ่นหลังกว้างนั้นคงจะอบอุ่นน่าดู....

แต่เดี๋ยว!..ก่อนนะ

ผมจะคิดอะไรแบบนี้ไม่ได้ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่อนาคตไม่แน่ใช่ไหม ก่อนที่ผมจะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ผมจึงตัดสินใจสะกิดหลังให้พี่ปืนหันมาหา

“พี่ปืนมาได้ไง”

พี่ปืนหันเก้าอี้ขมวดคิ้วตอนผมสะกิด พอหันมาเห็นว่าเป็นผมแล้วยิ้มที่มุมปาก แล้วทำหน้าขรึมเหมือนเดิม จะดุไปไหน ยิ้มให้กันแบบเต็มใจให้กันหน่อยก็ไม่ได้ ที่ผมยังยิ้มกว้างให้เลย

“พี่กรให้มารับ”

“โห่! แสนอุส่าดีใจคิดว่าคิดถึง ที่แท้พี่กรให้มารับ”

ผมเบะปากกับคำตอบของพี่ปืน ถ้าพี่กรไม่ใช่ให้มารับจะไม่มารับใช่ไหม

งอนได้ไหมเนี่ย

ผมเลิกสนใจพี่ปืน ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูว่าพี่ปืนกินกาแฟอะไร เพื่อที่จะจำไว้แล้วให้พี่แจงสอนวิธีชง จะได้เอาไว้ชงให้พี่ปืนของผมกินบ้าง

เอสเพรสโซ่

ไม่ชมหรือไง

แค่เห็นก็ขมแทนแล้ว แต่พี่ปืนกินกาแฟตอนนี้จะนอนตอนไหนมันเย็นแล้วด้วย

“เสร็จยัง จะได้ไปกันเลย”

“เสร็จแล้วคร้าบบบ พี่ปืน

“..”

“แต่แป๊บนะ เดี๋ยวแสนไปบอกพี่แจงก่อน”

“อืม”

พี่ปืนมองผมที่เดินเข้าไปในเคาร์เตอร์โดยมีพี่แจงยืนรอจ้องมองผมเขม็ง จนผมหลุดขำ คงสงสัยว่าพี่ปืนคือใคร ทำไมผมถึงได้พูดคุยด้วยอย่างสนิทสนม โดยมีพี่ทิมยืนอยู่ข้างๆ แถมจ้องมองพี่ปืนไม่วางตา จริงๆ แล้วผมก็แทบจะไม่เคยพาใครมาร้านนอกจากไอ้คูณ จึงให้ทั้งพี่แจงและพี่ทิมสงสัย และอยากรู้ว่าพี่ปืนเป็นใคร ทำไมผมถึงดูสนิทด้วย

“พี่แจงแสนไปก่อนนะ พี่ปืนมารับแล้ว”

“ใคร? แสน”

ไม่ใช่พี่แจงเป็นคนถาม แต่กับเป็นพี่ทิมเองที่ถามผม ด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าปกติ พร้อมทั้งส่งสายตาเป็นห่วงมาให้

“พี่ที่รู้จัก”

“ไว้ใจได้หรอ? แสน”

“อืม ไว้ใจได้”

“แสนไปก่อนนะ พี่แจง”

พี่ทิมทำท่าจะพูดอะไรต่ออีก แต่ผมไม่รอฟังตัดบททันที พี่แจงก็ได้แต่พยักหน้าไม่ได้พูดอะไรออกมา พี่แจงรู้ถ้าพี่ปืนไว้ใจไม่ได้ ผมไม่มีทางไปด้วยเด็ดขาด

ถึงผมจะใจง่าย...

แต่ไม่ได้ง่ายขนาดที่จะไปกับใครไปทั่ว ผมรู้ว่าพี่ปืนไว้ใจได้แบบสุดๆ ผมไม่ใช่เด็กแล้วที่จะดูใครไม่ออก ผมเดินไปหาพี่ปืนที่ลุกขึ้นยืนรอผมตรงหน้าเคาร์เตอร์พร้อมกับหน้าเรียบนิ่ง แต่ผมรู้ภายใต้หน้าเรียบนิ่งนั้น

โคตรจะใจดี...

ผมรู้แล้ว ว่าทำไมวันนี้ลูกค้าเยอะกว่าปกติ ก็มีคนหล่อตั้งสองคนมาอยู่ในร้านแบบนี้ ผมสังเกตลูกค้าภายในร้านมองพี่ปืนกันเป็นตาเดียวเลย

ขออนุญาตหวงได้ไหมเนี่ย...

ผมก้าวออกไปหน้าร้าน โดยมีพี่ปืนเดินนำออกมาแล้วเปิดประตูร้านให้ผมออกไปก่อน เล่นเอาผมเขินไปไม่เป็นเลย ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยสักหน่อย แค่เปิดประตูแค่นี้ผมทำได้สบายมาก แต่พอเป็นพี่ปืนที่ทำให้กันแบบนี้แล้ว

มันก็...โคตรดีเลย

ผมเดินตามพี่ปืนไปยังรถที่จอดห่างจากร้านกาแฟไปอีกนิดหน่อย พี่ปืนเปิดประตูรถให้ ทำเอาผมเขินอีกแล้ว ทำไมวันนี้มาแปลก ดูแลผมดีจัง ผมก้าวเข้าไปนั่งในรถก่อนที่พี่ปืนจะปิดประตู แล้วเดินไปยังฝั่งคนขับแล้วเข้ามานั่งประจำที่ ผมก้มมองมือที่ประสานกันไว้บนตัก ก็ไม่รู้จะมองไปทางไหน จะมองพี่ปืนก็เขิน แต่จนแล้วจนรอดพี่ปืนก็ไม่ยอมออกรถสักที จนผมต้องหันไปมอง แล้วก็เจอสายตาที่พี่ปืนมองผมอยู่ก่อนแล้ว

“มีอะไรหรือเปล่า พี่ปืน”

“คิดถึง”

“พี่ปืนว่าอะไรนะ”

นี่!ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ที่พี่ปืนบอกคิดถึงกัน ผมได้ยินนะ แต่อยากได้ยินอีกครั้งแบบชัดๆ

“พี่ปืน”

“ทำไม”

เสียงพี่ปืนที่ขานรับออกจะรำคาญ แต่ผมรู้พี่เขาไม่ได้รำคาญผมหรอก

“คิดถึง”

“รู้แล้ว”

ผมบอกพี่ปืนบ้างว่าคิดถึง แต่ดูพี่ปืนตอบดิ ผมเบะปากเตรียมร้อง พี่ปืนทำเสียงดุถามก็ไม่ยอมตอบผมด้วย ร้องไห้ได้ไหม

“อืม”

เบะหนักกว่าจะเก่า แค่พูดว่าคิดถึงอีกรอบมันจะตายใช่ไหม แสนดีจะงอนแล้วนะ แต่ผมจะให้โอกาสพี่ปืนอีกนิดก็ได้

“อืม...”

“คิดถึงเหมือนกัน”

พอได้ยินแบบนั้นผมขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ พี่ปืนทันที แล้วมอบรางวัลเป็นจูบแบบเด็กอนุบาลที่โคตรจะไม่คุ้มสำหรับพี่ปืนเลยในความคิด

แต่ผมได้กำไรที่สุด

พี่ปืนชะงักก่อนจะยิ้มที่มุมปาก เล่นทำเอาผมเสียอาการ

ผมจูบพี่ปืน

ผมจูบพี่ปืน

แสนดีจูบพี่ปืน

เหมือนสติจะหลุดลอยออกจากร่าง ไม่คิดว่าตัวเองจะทำแบบนี้ สัมผัสอุ่นที่ยังติดอยู่ที่ปากทำเอาผมต้องเอามือไปเตะมัน ถึงจะจูบแบบเด็กอนุบาล แต่มันก็ทำเอาผมใจเต้นแรง พี่ปืนขำแล้วหันไปขับรถออกจากตรงนั้นอย่างอารมณ์ดี แต่ผมกลับนั่งก้มหน้ามองมือของตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองพี่ปืนที่ขับรถอยู่ข้างๆ และดูเหมือนพี่ปืนจะปล่อยให้ผมได้อยู่กับตัวเองที่...

โคตรจะเขิน

ผมลุกหนักขนาดนี้ไม่รู้ว่าพี่ปืนจะใจเต้นแรงกับผมบ้างหรือยัง แต่ตอนนี้ผมนะหัวใจจะหลุดออกจากอกแล้ว

ผมจะไม่เป็นโรคหัวใจตาย ก่อนที่พี่ปืนจะแฟนผมใช่ไหม...

ทุกคน

tbc

#แสนดีของพี่ปืน

ไม่มีอะไรจะพูดเลย บอกได้คำเดียว “เขิน” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #8 Yเล็กเล็ก (@lek9445) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 08:20
    อย่าตีแสนดีเลย555
    #8
    0
  2. #7 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 08:20
    อยากตีมาก
    #7
    0