โหด!นักมารักกันเลย (END)

ตอนที่ 14 : โหดที่ #13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

โหดที่ #13


04/01/63✔️

26/04/63☑️


(Gun Talk)


หงุดหงิด!!

คือความรู้สึกของผมในตอนนี้ ผมมองภาพที่ไอ้กล้วยมันส่งมาให้ผมดูเมื่อประมาณสิบนาทีก่อนอย่างไม่ชอบใจเท่าไร แสนดีอัพรูปตัวเองกับผู้ชายที่ผมจำได้ดีว่าเป็นคนๆ เดียวกับคนที่มามีเรื่องในร้านผมวันนั้นและเป็นเพื่อนกับไอ้นัทอีกด้วย

ดูจากรูปก็รู้ว่าสนิทสนมกัน ผมไม่รู้ว่าไอ้กล้วยต้องการอะไรถึงส่งรูปแสนดีกับไอ้ผู้ชายคนนั้นมาให้ผมดู

แต่จะเป็นเพราะอะไรก็ตาม...

ไอ้กล้วยมันทำสำเร็จ...

มันเป็นลูกน้องดีเด่น ที่ผมควรทำโล่ให้

ผมกำลังจะขับรถผ่านห้างดังที่แสนดีเช็คอิน จึงค่อยๆ ขับ แล้วมองหาเผื่อที่จะเจอแสนดียืนรอรถเมล์ ถ้าผมไม่โชคร้ายจนเกินไป หรือใครอีกคนจะไม่ไปส่งแสนดี และผมคาดหวังแบบนั้น

และดูเหมือนสรรค์จะเข้าข้างผม ก็ได้เห็นเด็กดื้อของผมที่ชอบใส่เสื้อยืดตัวโคร่งๆ กับกางเกงขาสั้นอยู่เป็นประจำ ยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้าย แถมไม่กลัวร้อนไปยืนรอรถนอกป้ายรถเมล์แบบนั้นอีก แสนดีดูโดนเด่นกว่าใคร เจ้าตัวคงไม่ได้สังเกตว่ามาคนมองตัวเองเยอะขนาดไหน ขนาดผมจอดรถตรงหน้าแสนดีตั้งนาน แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหันมามองจะให้ผมบีบแตรก็กลัวจะตกใจ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันมีอะไรดีในมือถือของแสนดี หรือว่าแสนดีกำลังคุยกับใครอยู่ แต่ผมไม่มีสิทธิ์อะไรเลยในตัวแสนดีสักอย่าง จะไปหึงไปหวงก็คงทำไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เลยยิ่งทำได้แค่หงุดหงิดตัวเองเข้าไปใหญ่ ผมค่อยๆ ลดกระจกลง พอดีกับที่แสนดีหันมามองมาทางผมพอดี

“ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้ แสนดี”

“พี่ปืน!!!”

แสนดีเรียกชื่อผมเสียงหลง แล้วรีบวิ่งมาที่รถ เปิดประตูก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างกัน ผมออกรถด้วยอารมณ์ที่โคตรจะหงุดหงิด แต่พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ไปลงกับแสนดี ในเมื่อหงุดหงิดเองก็ต้องหายเอง ตอนนี้แสนดีนั่งตัวรีบอยู่ข้างๆ แถมไม่ยอมส่งเสียงพูดอะไรสักอย่าง คงกลัวว่าผมจะดุเอา

ผมดูเป็นคนโหดร้าย...

ในสายตาแสนดีไปแล้วแน่นอน

เฮ้อ!

ผมถอดหายใจออกมา ก่อนลดความเร็วลงเมื่อขับไปได้สักพัก แล้วขับเรื่อยๆ แทน บนรถไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างผมกับแสนดี เราเงียบกันทั้งคู่ กว่าที่ผมจะปรับอารมณ์ได้ก็นานพอดู นานจนทำให้แสนดีคดตัวหลับบนเบาะรถไปแล้ว ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอทำให้ผมนึกเอ็นดูแสนดีที่หลับแบบนี้ จะพาไปไหนก็ยังไม่รู้ แถมยังไม่ถามผมสักคำ มันน่าตีจริงๆ ไม่ระวังตัวเองเลย ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผมจะเป็นยังไง

หรือคิดในอีกมุมหนึ่งคือแสนดีไว้ใจผมนั่นเอง ถึงได้ไม่ถามอะไรเลยสักอย่าง

ผมขับรถมาถึงจุดหมายที่ตั้งใจจะไปตั้งแต่แรก ฟ้าจากที่สว่างก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ผมคิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าถ้าเจอแสนดียังไงก็คงต้องพามาด้วยกันอยู่แล้ว แค่ต้องทนสายตาล้อเลียนของพี่กรก็เท่านั้นเอง แต่แค่นี้ผมทนได้อยู่แล้ว

“แสน”

ผมเขย่าตัวเด็กดื้อที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง เจ้าตัวขยับตัวแต่ยังคงไม่ยอมลืมตาขึ้นมาจนผมต้องเรียกอีกรอบ

“แสนดี”

แสนดีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะเอามือไปขยี้ตาจนผมต้องจับมือเอาไว้

“อย่าขยี้ เดี๋ยวตาแดง”

“พี่ปืน ถึงแล้วหรอ”

“อืม ถึงแล้ว”

“อ่าว!! ...ที่ไหนเนี่ย”

ผมมองเด็กดื้อที่มองไปรอบๆ ตัวอย่างงง ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ตอนนี้ผมจอดรถหน้าบ้านหลังใหญ่ที่อยู่กลางใจเมือง เรียกบ้านน่าจะไม่ถูกเท่าไร คฤหาสน์น่าจะดีกว่า ใหญ่โตจนผมเองยังเดินไม่ทั่วเลย ขนาดอยู่มาตั้งแต่เด็กๆ

ใช่! ...ผมพาแสนดีมาบ้าน

บ้านลุงวราพงษ์ ตั้งวิริยะ

นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ที่มีธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาเกือบทุกชนิด ลุงที่เป็นคนเลี้ยงผมมา จะเรียกลุงอีกอย่างก็คือพ่อเลี้ยงของผมนั้นเอง แม่ผมได้กับลุงตอนผมยังเด็ก แม่พาผมมาอยู่ด้วย และแม่ก็อยู่กับลุงได้ไม่นานก็หนีตามชายอื่นไป ทิ้งผมไว้ให้เป็นภาระของลุง ลุงเลี้ยงผมมาอย่างดี อย่างกับลูกของตัวเองอีกคน ให้ข้าว ให้น้ำ ให้การศึกษา ให้ทุกอย่างที่เด็กคนหนึ่งจะมีได้ แม้แต่ความรัก...

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ลุงให้ผมไม่ได้

คือความรักจากแม่...

แม่ที่ทิ้งลูกตัวเองไปอย่างไม่ไยดี

“บ้าน”

“บ้าน...พี่ปืนหรอ”

“อืม”

แสนดีทำตาโตมองสำรวจบ้านอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะลงจากรถเดินมาหยุดตรงฝั่งที่แสนดีนั่ง แล้วเปิดประตูออกให้ ดูเหมือนแสนดียังไม่หายงง ผมจึงดึงมือแสนดีให้ลงมาจากรถ ก่อนจะจูงมือให้เดินตามผมเข้ามาในบ้าน ที่ตอนนี้มีพี่กรกับลุงรออยู่ก่อนแล้ว

พี่กรเป็นคนนัดให้มากินข้าวกัน อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะลุงบ่นคิดถึง และนั้นคือสาเหตุที่ผมต้องมาที่นี่ตอนนี้ แล้วก็มีเด็กดื้อตามมาด้วยอีกคน จะเรียกว่าตามก็ไม่ถูกเท่าไร ผมเป็นคนพามาเองโดยที่แสนดีไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

แสนดีเดินตามมาอย่างว่าง่ายตามติดชนิดที่ถ้าผมหยุดเดินแสนดีจะต้องเดินชนหลังผมแน่นอน แสนดีเดินหลบสายตาของพวกลูกน้องลุงที่ยืนกันอยู่เต็มบ้าน แต่ละคนหน้ายังกับโจรไม่ต่างจากที่ร้านผมเท่าไร

“สวัสดีครับ คุณกัน”

“อืมลุงล่ะ”

“อยู่ในห้องรับแขกครับ”

“ขอบใจ”

ลูกน้องลุงคนหนึ่งเดินเข้ามาหา แล้วเอ่ยทักทายผมพร้อมทั้งก้มหัวอย่างนอบน้อม และมองมาทางด้านหลังของผมราวกับสำรวจความเรียบร้อย จนทำให้แสนดีขยับมาชิดหลบหลังผม จับชายเสื้อไว้แน่น คงกลัวว่าผมจะปล่อยทิ้งเอาไว้ ผมก้าวเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่ แล้วเดินไปในทิศทางของห้องรับแขก ระหว่างทางผมกระชับมือที่จับกันไว้ให้แน่นขึ้น สัมผัสได้ถึงเหงื่อที่ออกมือของแสนดี จนผมต้องหยุดเดินแล้วหันไปมองแสนดีที่ทำหน้างงว่าผมหยุดเดินทำไม

“เป็นไร?”

“...”

“กลัว?”

แสนดีเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับกับสิ่งที่ผมพูด ขยับมือที่เราจับกันไว้ให้แน่นขึ้น ส่วนจับชายเสื้อผมไม่ยอมปล่อย เรียกได้ว่าตอนนี้เราสองคนใกล้กันมากกว่าเดิม แทบจะสิงห์ร่างกันอยู่แล้ว

“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้”

“...”

ผมกระชับมืออีกครั้ง เพื่อสร้างความมันใจให้แสนดี ก่อนจะเดินนำไปยังห้องรับแขกขนาดใหญ่ทางซ้ายมือของบ้านที่มีการ์ดยืนเฝ้าอยู่ ก็ชอบทำกันแบบนี้ จะไม่ให้แสนดีกลัวได้ยังไง ยังกับในหนังอะไรทำนองนั้น มีคนยืนเฝ้ากันเต็มบ้านไปหมด ยังกับบ้านมาเฟีย ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยสักนิด เพราะลุงทำธุรกิจแบบนี้ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะไปขัดแข่งขัดขาใคร เลยทำให้ต้องมาคนค่อยติดตามเท่านั้นเอง

ประตูห้องรับแขกเปิดออกก่อนที่ผมจะเห็นประมุขของบ้าน กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์มือเดียวบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง โดยมีพี่กรนอนหนุนตัก คงจะอ้อนเอาอะไรอีกแล้วรายนั้น มีมือของลุงคอยลูบหัวอยู่เบาๆ ส่วนพี่กรก็กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ พอประตูถูกเปิดก็เรียกสายตาของทั้งคู่ให้หันมามองผมกับแสนดีที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเป็นตาเดียว ผมปล่อยมือแสนดีตั้งแต่ประตูยังไม่เปิด ไม่อยากให้แสนดีดูไม่ดี ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ ทั้งสองคนในห้อง โดยไม่ลืมที่จะรอแสนดีด้วย

“มาแล้ว”

เสียงพี่กรดูดีใจที่เห็นผมลุกขึ้นมานั่ง แต่สายตากลับมองไปข้างหลังผมแทนอย่างสนใจ ว่าผมพาใครมาด้วย มันคงเป็นเรื่องแปลก ที่อยู่ๆ ผมก็พาใครมาด้วย ทั้งที่ปกติจะชอบมาคนเดียวตลอด

“นั่งซิ”

และเป็นลุงที่เรียกให้ผมเข้ามานั่งใกล้ๆ ตรงโซฟาซ้ายมือของท่าน ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ไว้บนโต๊ะกระจกด้านหน้า แล้วมองไปทางแสนดีที่ตามมานั่งข้างๆ ไม่ยอมห่าง

“สวัสดีครับ”

“พาใครมาด้วย”

ผมยกมือไหว้ ก่อนที่เสียงเงียบขรึมตามแบบฉบับของลุงที่เอ่ยถาม ผมชะงักเหมือนกัน ไม่รู้จะแนะนำแสนดีว่าอะไรดี ลูกน้องก็ไม่ใช่ด้วย รุ่นน้องก็อายุห่างเกินไปเลยเลือกแนะนำแค่ชื่อแทน

“แสนดีครับ”

“ใครอ่ะ! กัน พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย”

พี่กรผละจากลุง แล้วลุกขึ้นมานั่งเบียดกับผมและแสนดีบนโซฟาตัวเดียวกัน กอดแขนผมเอียงหน้ามามองแสนดี โดยที่เอาหน้ามาใกล้ผมจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่เจ้าชอบใช้ ทำท่าทางที่ผมรู้ทันทีว่าพี่กรกำลังเจอเรื่องสนุกเข้าให้แล้ว ส่วนแสนดีที่นั่งข้างๆ ทำตัวรีบหนักกว่าเก่า แอบมองมือพี่กรที่กอดแขนผมเอาไว้

“รุ่นน้อง”

“รุ่นน้องอะไร ทำไมต้องพามาด้วย”

“...”

“ทำไมกันเป็นคนแบบนี้ นอกใจพี่หรอ”

นั่น! ไงผมว่าแล้ว พี่กรไม่พูดเปล่า หันกลับมามองหน้าทำน้ำตาคลอก่อนจะเอาหัวมาซบไหล่ ออดอ้อนผมอยู่แบบนี้ มุกเก่าที่ชอบใช้ประจำถูกงัดออกมาใช้ ผมได้แต่กลอกตา แล้วหันไปมองแสนดีที่ทำตาโตกับภาพที่เห็น คงตกใจไปแล้ว เป็นใครก็ตกใจทั้งนั้นที่พี่กรเห็นแบบนี้

“หึหึ...กรอย่าไปแกล้งน้อง มาหาป๋ามา”

“ป๋าอ่ะ กรไม่ได้แกล้งสักหน่อย ดูกันซิ พาใครมาบ้านก็ไม่รู้”

พี่กรปล่อยแขนผม ก่อนจะเดินไปทำหน้าง้อใส่ลุงแทน ที่หัวเราะชอบใจ ขยี้ผมลูกชายตัวเองด้วยความเอ็นดู

“ชื่อแสนดีหรอเรา”

“เออ สวัสดีครับ แสนดีครับ”

“หึหึ..”

แสนดีตอบรับแบบกล้าๆ กลัวๆ เรียกเสียงหัวเราะจากลุงได้ พี่กรเองก็หันมาหาแสนดีแล้วตอนนี้ ลุงเป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่อายุราวห้าสิบต้นๆ แต่ยังดูดีถึงจะมีริ้วรอยจากกาลเวลา รูปลักษณ์ที่สุขุมเรียบนิ่ง และมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากยิ่งทำให้ลุงดูน่ากลัว แต่ดูแววตาเถอะ เอ็นดูแสนดีจะตาย

“อายุเท่าไรแล้วเรา”

“17 ครับ”

ลุงหันมามองผมทันที พี่กรทำตาโตตกใจกับอายุของแสนดี ส่วนผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และไม่สนใจสายตาของที่คู่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมมองผมแบบนี้กัน

“กัน คุกนะ”

“ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“ให้มันจริง”

“แสนดีไปกินข้าวกับพี่ดีกว่า พี่หิวแล้ว อย่าไปสนคนแถวนี้ มีแต่พวกผู้ใหญ่หลอกเด็กทั้งนั้น”

แล้วพี่กรก็เดินมาหยุดตรงหน้าแสนดีพร้อมจับมือแสนดีให้ลุกขึ้น แล้วพากันเดินออกจากห้องไป แสนดีได้แต่ทำหน้างง แต่ก็ยอมเดินตามพี่กรไปแต่โดยดี

“ยังไง กันเด็กคนนี้”

“...”

“จริงจังใช่ไหม ถึงพามาบ้าน”

“...”

“จะทำอะไร ก็ให้มันชัดเจน มีประสบการณ์แล้วใช่ไหม ที่ผ่านมาว่ามันเป็นยังไง”

นั่นแหละ สมกับพ่อลูกกันจริงๆ ทั้งลุง ทั้งพี่กรที่ชอบตอกย้ำเรื่องราวในอดีตของผมจริงๆ แต่ผมรู้ว่าลุงเป็นห่วงถึงได้พูดแบบนั้นออกมา

ผมเดินตามลุงเงียบๆ ไปยังห้องอาหาร ที่มีเสียงพูดคุยกันของสองคนนั้น ไม่อยากจะคิดถ้าสองคนนี้สนิทกันจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ

ผมคงไม่ปวดหัวใช่ไหม

แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

มื้ออาหารมื้อนี้ดูจะอร่อยมากขึ้น เมื่อมีแสนดีอยู่ด้วย เพราะใครๆ ก็ต่างพากันเอาใจแสนดี โดยการตักอาหารบนโต๊ะใส่จานจนล้น ผมคิดว่าแสนดีพึ่งไปกินชาบูคงกินได้ไม่เท่าไร แต่ตัดภาพมาตอนนี้คือแสนดีผู้เจริญอาหารกินอะไรก็อร่อยไปหมด ใครตักอะไรให้ก็ยิ้มรับ และจัดการมันหมดทุกอย่างที่อยู่ในจานของตัวเอง

“อร่อย พี่กรลองชิม”

แสนดีตักปลาราดพริกขึ้นมาแล้วป้อนพี่กรอีกต่างหาก พี่กรอ้าปากรับ คนโดยป้อนก็ดูจะชอบใจที่มีคนป้อนแบบนี้

“อ่ะ แสนนี่ก็อร่อย”

ทำไมเหมือนผมกำลังดูลูกแมวสองตัว กำลังเล่นกันอยู่ ป้อนข้าวกันไปป้อนข้าวกันมา ลุงเองก็ดูจะเอ็นดูนั่งมองทั้งพี่กรและแสนดีตักนั้นตักนี้ป้อนกันอยู่แบบนั้น แล้วยิ้มออกมามีความสุข จะว่าไปมันก็เป็นภาพที่น่ารักดีเหมือนกัน

“อิ่มมากกกก”

“แสนก็อิ่ม อร่อยทุกอย่างเลย”

ขนาดที่กินอิ่มแล้วลุกจากโต๊ะ กลับไปนั่งที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ก็ยังคุยกันไม่ยอมหยุดเลย ทำเหมือนสนิทกันมานาน

พี่กรยังไม่ยอมให้แสนดีกลับ รู้สึกจะคุยกันถูกคอ ผมเลยปล่อยให้แสนดีอยู่กับพี่กร ส่วนตัวเองแยกออกไปคุยกับลุงเกี่ยวกับโปรเจคใหญ่ที่ผมไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมบ้างแล้ว ผมคุยกับลุงนานพอดู พอคุยเสร็จก็เดินกลับมาหาแสนดี แต่ดูเหมือนสองคนนั้นจะคุยกันยังไม่เสร็จสักที จนผมต้องบอกจะพาแสนดีกลับแล้ว เพราะมันดึกแล้วกว่าจะถึงบ้านของแสนดีอีก บ้านลุงไกลจากร้านผมพอดู กลัวว่าที่บ้านของแสนดีจะเป็นห่วง เพราะตั้งแต่มาถึง ผมยังไม่เห็นแสนดีหยิบมือถือโทรบอกใครสักคน เหมือนแสนดีไม่ได้ใส่ใจมันเลยด้วยซ้ำ

“กลับได้แล้ว”

พี่กรหน้าหงิกตอนผมบอกแบบนั้น เหมือนเด็กโดนขัดใจ

“จะรีบไปไหน ถ้ารีบกลับไปก่อนเลยกัน เดี๋ยวพี่ไปส่งแสนเองก็ได้”

“มันดึกแล้ว”

“เออ รีบกลับไปเลย”

ผมมองพี่กรที่งอนหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่พอผมกับแสนดีลุกก็ลุกตาม แล้วเดินตามมาส่งผมที่หน้าบ้าน

“เจอกันใหม่นะ พี่กร”

“ไว้มาเที่ยวอีกนะแสน”

“คร้าบบบ พี่กร”

“ถ้ากันไม่พามา โทรมาบอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปรับเอง”

“บายๆ แสน”

ผมขมวดคิ้วกับบทสนทนาตรงหน้า มีเบอร์ติดต่อกันแล้ว นี่แค่รู้จักกันไม่นานเอง แสนดียิ้มให้พี่กรพยักหน้ารับคำ ผมได้แต่ส่ายหัว พี่กรเหมือนเด็กๆ แต่แสนดีเด็กกว่า เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

ผมก้าวขึ้นรถ ก่อนที่แสนดีจะรีบตามขึ้นมาไม่วายหันไปโบกไม้โบกมือกับพี่กรที่ยิ้มจนปากจะฉีก ผมขับออกรถบ้านลุงไปยังทิศทางของบ้านของแสนดีทันที ตอนกลับแสนดีไม่ได้หลับมองวิวด้านนอกคงเป็นเพราะตอนมาหลับไปแล้ว เลยมองนั่นนี้ไปเรื่อย แล้วหันมามองผมเป็นพักๆ

“พ่อแม่ไม่ว่าใช่ไหม กลับบ้านดึกแบบนี้”

“ไม่ว่ามั้ง”

“ทำไม”

“ไม่รู้ไม่เคยถาม เพราะพวกท่านไม่อยู่แล้ว ไปอยู่บนนั้นกันหมด”

ผมหันไปมองแสนดีตอนที่รถติดไฟแดงพอดี แสนดีที่ชี้นิ้วไปบนฟ้า

“ขอโทษ พี่ไม่รู้”

“ไม่เป็นไร พี่ปืนไม่รู้ย่อมไม่ผิด”

แสนดียักไหล่แบบไม่สนใจ ผมขมวดคิ้วไม่ค่อยเข้าใจแสนดีเท่าไร

“แล้วอยู่กับใครตอนนี้”

“พี่ยินดี...พี่สาวแสนเอง”

“อืม แล้วเขาไม่เป็นห่วงหรือไง ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้บ่อยๆ”

“ไม่สนมั้ง แสนไม่ค่อยสนใจเท่าไร”

น้ำเสียงของแสนดีดูจะติดน้อยใจจนผมจับสังเกตได้ แต่ท่าทีกับปกติเหมือนไม่มีอะไร

“พี่ยินดีเขากำลังเตรียมงานแต่งอยู่ คงไม่มีเวลาสนใจแสนหรอก ไม่กลับบ้านเขาก็ไม่ว่าเลย”

“น้อยใจ”

“ใครน้อยใจ แสนเปล่า”

“อืม ไม่น้อยใจก็ไม่น้อยใจ”

ผมหันกลับไปขับรถต่อเพราะไฟเขียว ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ กว่าจะถึงบ้านของแสนดีก็นานพอดู แสนดีนั่งเป็นเพื่อนผมมาตลอดทาง พร้อมทั้งเปิดเพลงฟังแล้วโยกตามเบาๆ จนผมเกือบหลุดหัวเราะในบางครั้งที่หันไปเห็นแสนดีกำลังเต้นอยู่พอดี

ผมมาจอดรถหน้าร้านกาแฟ qahwa ที่ปิดไฟมืดสนิท หันไปมองแสนดีที่ก้มมองมือของตัวเองก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามามองผม

“พี่ปืน”

“มีอะไร”

“เออ...”

ผมมองแสนดีที่ไม่รู้ว่าวันนี้จะมาไม้ไหนอีก คงจะไม่หลอกหอมแก้มผมอีกหรอกนะ ผมเดาทางไม่ถูกจริงๆ

“แสนดีมันดึกแล้ว มีอะไรก็ว่ามา”

“เออ...ฝันดีพี่ปืน”

“...”

"แสนดีไปก่อน”

"อืม ฝันดี"

ผมยิ้มมุมปาก เด็กดื้อที่แก้มแดงไม่กล้าสบตาผม คงจะเขิน แสนดีไม่ได้วิ่งหนีลงจากรถเหมือนครั้งก่อน แสนดีค่อยเปิดประตูรถโดยที่ไม่ยอมหันมามอง ผมจึงเอามือไปขยี้ผมแสนดีอย่างมันเขี้ยว

อย่าน่ารักไปมากกว่านี้ได้ไหม...แสนดี

แค่นี้ผมก็จะแย่แล้ว

เรียกสายตาให้แสนดีหันกลับมาสบตากัน แล้วยิ้มกว้างจนตาหยีส่งมาให้ ผมที่ใจกระตุกไปกับรอยยิ้มนั้นไปแล้ว ก่อนจะลงจากรถไปยืนโบกมือให้กัน

เด็กมันน่ารัก....

ก็ไม่รู้ว่าผมจนทนได้นานแค่ไหนเท่านั้นเอง

tbc

#แสนดีของพี่ปืน

ก็เด็กน่ารักใช่ไหมพี่ปืน สงสัยพี่ปืนจะตกหลุมแสนดีไปแล้ว

สปอยล์....ตอนหน้าว่า...จะเขินกว่านี้อีก ขนาดเรายังเขินแล้วเขินอีก เขินแล้วเขินอีก.....เลย555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น