บันทึกยุทธการสงครามต่างโลก

ตอนที่ 8 : ลอบสังหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    27 ก.ย. 57

ตอนที่ 8 ทรยศ


เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากพิธีการแต่งงานอันลือลั่นไปทั่วเมืองหลวงเครอส ราชาอูริชก็ตื่นนอนแต่เช้าตรู่

พระองค์มีสินัยนอนดึกแต่ตื่นเช้ามาแต่ไหนแต่ไร เวลาที่แสงเงินแสงทองแตะปลายขอบฟ้า นั่นหมายถึงเวลาที่ราชาอูริชจะต้องตื่น


ในวันนี้ก็เช่นกัน ทั้งๆที่เมื่อคืนกว่าจะเสร็จพิธีแต่งงานที่พระองค์ทรงวางแผนรวบหัวรวบหางไอแซ๊ค

ให้กลายเป็นเชื้อพระวงศ์ และขอร้องแกมบังคับรุดให้รับเผือกร้อนเพื่อชาตินั้น ก็เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้ว กว่าที่พระองค์จะได้พักผ่อน


แต่นิสัยที่ว่ามานั้นก็ทำให้พระองค์ถึงแม้จะอ่อนเพลีย แต่กลับตื่นขึ้นมาในเวลาตื่นนอนปรกติ ทั้งๆที่ร่างกายนั้นเรียกร้องให้พักผ่อนต่อไปอีกซักนิด


พระองค์นั้นทรงเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อรับอาศาศที่สดชื่นในตอนเช้า ซึ่งพระองค์นั้นทำอย่างนี้ในทุกๆวันหลังตื่นนอนไม่ว่าอากาศจะเป็นเช่นไรก็ตาม ในวันที่ราชาอูริชนั้นจะไม่ออกมาที่ระเบียงเพื่อสูดอากาศในตอนเช้านั้นคือวันที่ฝนตกเท่านั้น


เช้านี้มีอากาศค่อนข้างเย็นเพราะใกล้ฤดูหนาวมาทุกขณะแล้ว ราชาอูริชจึงนำเสื้อคลุมขนสัตว์มาสวมใส่

แล้วเปิดประตูห้องนอนออกไปยืนรับบรรยากาศในยามเช้าเหมือนทุกวัน


ราชาอูริชนั้นพอใจกับผลลัพย์ในแผนการของตนมาก ที่จำเป็นต้องรวบรัดให้ไอแซ๊คกับรุดนั้นต้องแต่งงานอย่างเร่งด่วนก็เพราะองค์หญิง แองเจริก้า ฟาลม่า แห่งราชวงศ์ไอบีเรียน


เธอนั้นยื่นคำขาดให้กับราชาอูริชให้หาคู่ครองที่เหมะสมให้กับเธอภายในเมื่อวาน เพราะเธอนั้นมาถึงเมืองหลวงเครอสตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ก็ยังหาคู่ครองที่เหมาะสมไม่ได้


เป็นเรื่องที่หนักหนาจริงๆ ที่จะหาคู่ครองให้องค์หญิงที่จะมากระชับความสัมพันธ์ด้วยการแต่งงาน โดยที่เธอนั้นไม่ยอมแต่งให้กับคนที่พ่ายแพ้เธอในการดวลดาบเด็ดขาด


คนที่เหมาะสมโดยตำแหน่งหรือสายเลือดโดนเธอส่งไปรักษาตัวกันจนเรียบวุธ เล่นเอาราชาอูริชนั้นเครียดจนนอนไม่หลับ แต่พอราชาอูริชลองคิดดูดีๆแล้วก็พบว่ามีอยู่สองคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะปราบพยศองค์หญิงมาทาดอรายนี้ได้อยู่หมัด


หนึ่งนั้นคือว่าที่ลูกเขย ดยุกไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น สองคือ เจ้าหมีจำศีล รุด คอเนเรียส

แต่ว่าถ้าจะให้เจ้าลูกเขยรับแม่หญิงมาทาดอเป็นเจ้าสาวอีกคนก็สงสารบรรดาเจ้าหญิงที่ต้องมีคนเคราะห็ร้ายต้องไปรับมือกับองค์หญิงที่สามารถล้มผู้ชายได้สบายๆ ไม่ไหวๆๆๆ


ส่วนรุดนั้นเหมาะที่สุด ถึงจะแต่งงานกับลูกสาวอดีตเจ้าเมืองเดเนรอทแล้วก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อชาติก็ต้องมีการเสียสละกันบ้าง ถ้าไม่เสียสละ ชัยชนะก็ไม่เกิด


ราชาอูริชนั้นต้องการที่จะฝากฝังอนาคตของประเทศให้กับคนหนุ่ม พระองค์นั้นหวังไว้อย้่งยิ่งว่าไอแซ๊ค

กับรุดนั้นจะเป็นเสาหลักของประเทศเครอชต่อไปอีกยาวนาน


ไอแซ๊คนั้นเหมาะอย่างยิ่งที่จะรับหน้าที่อุปราชที่กุมอำนาจในสภา

ที่ให้แต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ก็เพื่อเพิ่มฐานอำนาจ ส่วนรุดนั้นก็จะเป็นแม่ทัพใหญ่ที่น่าเกรงขามต่อศัตรูทุกๆรายที่ต้องการรุกรานเครอสโดยที่สามารถตัดไอบีเรียนที่มีสายสัมพันธ์กับรุดโดยตรง


ราชาอูริชนั้นกำลังฝันเห็นอนาคตอันเรืองรองของเครอสหลังจากนี้ โดยที่พระองค์หวังว่าจะได้อยู่ดูช่วงเวลานั้นด้วยสายตาตนเอง


พระองค์นั้นต้องการที่จะสละอำนาจให้แก่มงกุฎราชกุมาลเฟลโก้ในเร็ววันนี้อยู่แล้ว แต่ต้องวางรากฐานแผนการในอนาคตให้กับ เจ้าชายเฟลโก้ ไอแซ๊ค และรุดเสียก่อน


แต่ความฝันของพระองค์ก็ไม่มีวันเป็นจริง เมื่อมีลูกธนูที่ถูกยิงมาจากภายในอุทยานหลวง3ดอกปักเข้าไปที่หน้าอก


ราชาอูริชสิ้นพระชนด้วยพระชนมายุ68พรรษา ด้วยการลอบสังหาร


…………………………………………………..


เมืองหลวงเครอสนั้นตกอยู่ในสภาพโกลาหลต่อข่าวการลอบสังหารราชาอูริช

ทหารนั้นวิ่งไปมาทั่วทั้งเมือง เพื่อตามหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมทั้งประตูเมืองก็ถูกปิด


ไอแซ๊คนั้นรู้สึกถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้ก่อนใคร จึงเตรียมพร้อมเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


ไอแซ๊คถือสารฉบับเล็กๆแล้วใส่เข้าไปในกระบอกเล็กๆที่ติดอยู่ที่ขาของนกพิราบ พอปล่อยมือออก นกพิราบก็โผบินออกไปอย่างรวดเร็ว


ไอแซ๊คนั้นอยู่ภายในห้องของตนกับชาล็อต โดยที่มีรุดและอาเรนั่งปรึกษาหารืออยู่ด้วย


“นายคิดว่ายังไงไอแซ๊ค”

รุดที่อยู่ในสภาพตื่นตัวเต็มที่ถามไอแซ๊คที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียด


“การลอบสังหารในเขตพระราชวัง ต้องมีคนในรู้เห็นแน่”

ไอแซ๊คเอามือจับที่ปอยผมพลางใช้ความคิดออกมา


“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีไอแซ๊ค”

“นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว เตรียมทางหนีถ้าจำเป็น”


“...........เสด็จพ่อ ทำไม ทำไม…..”

ชาล็อตที่กำลังร้องให้เสียใจต่อข่่าวการจากไปอย่างกระทันหันของราชาอูริช


ไอแซ๊คที่เห็นชาล็อตกำลังร้องให้จึงเดินเข้าปลอบ


“หนี…..เมื่อกี๊นายพูดว่าหนีอย่างนั้นเหรอ

อาเรถามไอแซ๊คด้วยความสงสัย


“อา แค่เผื่อไว้ก่อนน่ะ ถ้าลางสังหรณ์ของฉันผิดก็ดีไป”

“แล้วอะไรที่ทำให้นายกังวลใจกัน”

“เมื่อมีการลอบสังหาร ก็ต้องมีผู้บงการ และก็ผู้รับผิดชอบ กับคนที่ได้รับโทษ รวมถึงผู้ที่ได้ผลประโยชน์ไงล่ะ ถ้าสามารถจับตัวคนร้ายได้ก็ดีไป แต่ถ้าจับไม่ได้ก็จะต้องทำการสืบสวนยืดเยื้อ อาจจะเป็นไปได้ที่จะได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”


อาเรนั้นทำตาโตด้วยตวามรู้สึกทึ่งในการวิเคราะห์ของไอแซ๊ค


ทันไดนั้นที่หน้าประตูห้องก็มีเสียงเคาะประตูดัง4คร้้ง

ซึ่งนั่นเป็นรหัสลับที่ไอแซ๊คที่ไอแซ๊คให้ไว้กับคนผู้หนึ่ง


ไอแซ๊คนั้นไม่แม้แต่จะเปิดประตู แต่ใช้เท้ากระทืบที่พื้นเบาๆสองครั้ง ซึ่งนี่ก็เป็นรหัสลับเช่นกัน

“รายงานครับท่านดยุก”

ลุดวิกคือคนที่อยู่หน้าประตูตอนนี้ ซึ่งเขานั้นใส่ชุดของอัศวินรักษาการอยู่

“ว่ามา”

“ไม่สามารถจับคนร้ายได้แต่พบศพผู้ต้องสงสัย3คนในอุทยานหลวงขอรับ”

“มีเบาะแสไหม”

“ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมีรอยสักเฉพาะของชาวไอบีเรียน และนอกจากนั้น หัวธนูที่ใช้ยิงฝ่าบาทนั้น

ก็เป็นหัวธนูสามแฉกที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกธนูไอบีเรียนขอรับ”


ไอแซ๊คตกตะลึงอย่างมากกับรายงานของลุดวิกที่เขาสั่งให้แฝงตัวเข้ามาในพระราชวัง

สิ่งที่เขากังววลในที่สุดก็กลายเป็นจริงขึ้นมา


“ได้ข่าวมานานรึยัง”

“5นาที หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรรายงานผลต่อเจ้าชายเฟลโก้ขอรับ”


“ชาล็อต!! รุด!! อาเร!! วิ่งลงไปข้างล่าง ลุดวิกไปปลุกทีน่าถ้าไม่ตื่นให้หิ้วมาได้เลย!!

ไอแซ๊คหันมาตะโกนสั่งการทันทีที่ได้ข้อมูลมา


“ไอแซ๊ค นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเพื่อน อธิบายซิ”

รุดที่เห็นเพื่อนรักของเขาร้อนรนอย่างน้อยครั้งที่จะเป็นอย่างนี้ จึงตกใจเป็นอย่างมาก


ไอแซ๊คนั้นเดินเข้าไปหาอาเร แล้วจับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้าง

“เธอรู้เรื่องนี้….ไม่สิ เธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า!!”

“ระ เรื่องอะไรกัน”

“เรื่องการลอบสังหารราชาอูริช เธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า”

“ถ้าฉันจะมีเอี่ยวด้วยฉันคงไม่ยอมแต่งงานกับรุดหรอก!!”


ไอแซ๊คนั้นสามารถจำแนกคนที่โกหกออกได้ด้วยการมองตา แต่อาเรไม่มีแววตาของคนโกหกเลย


“อย่างที่ฉันบอกไปเมื่อกี๊ ลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้!!”

ไอแซ๊คคว้าเสื้อโค้ทมาใส่ และสวมเสื้อโค้ทให้กับชาล็อตที่กำลังมึนงง

และหันมามองที่รุดกับทีน่า ที่กำลังสงสัยเช่นกัน


“พวกเราต้องไปที่โวฟกราฟ ด่วนที่สุด ไม่อย่างนั้นพวกเราทุกคนแย่แน่!!”



ไอแซ๊คนั้นไม่อธิบายอะไรให้กับรุดและอาเรทั้งสิ้นและรีบพาชาล็อตวิ่งลงมาที่ชั้นล่างทันที

รุดก็อุ้มอาเรที่มีท่าทีไม่พอใจต่อไอแซ๊ควิ่งตามลงมาเช่นกัน


“ไปที่คอกม้า นำม้ามา2ตัวต่อ1คนแล้วไปที่ประตูเมืองฝั่งตะวันออกทันที”

ไอแซ๊คนั้นไม่แม้แต่จะหยุดมองรุดและอาเรด้วยซ้ำ แต่มุ่งหน้าไปที่คอกม้าทันที


ที่คอกม้านั้นลุดวิกกับทีน่านั้นรออยู่ก่อนแล้ว เพราะห้องที่ทีน่าพักอยู่นั้นอยู่ใกล้กว่า

ทีน่าอยู่ในสภาพงัวเงียและสวมใส่ชุดนอนอยู่ แต่ก็มีเสื้อขนสัตว์ทับอยู่อีกชั้นหนึ่ง


“นี่...มันเกิดอะไรขึ้น…..ฮ้าวววว”

ทีน่าที่ยังไมหายงัวเงีย ถามไอแซ๊คแบบงงๆ


ไอแซ๊คนั้นไม่ได้ตอบทีน่าแต่อุ้มทีน่าขึ้นบนหลังม้าทันที


“เอ๋!! อะไร ทำอะไรน่ะท่านไอแซ๊ค”

ทีน่าที่หายงัวเงียทันทีที่ไอแซ๊คอุ้ม ถามด้วยใบหน้าที่แดงทั้งหน้า


“พวกเราต้องกลับไปที่โวฟกราฟโดยด่วน ด่วนที่สุด”

“มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“ผมจะอธิบายให้ฟังระหว่างทางนะ ตอนนี้รีบเข้าเถอะ”


ไอแซ๊คกระโดดขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว รุดและอาเรก็พร้อมออกเดินทางเช่นกัน


“ชาล็อต ทำไมยังไม่ขึ้นม้าละครับ”

ไอแซ๊คที่กำลังร้อนลนจนผิดสังเกตุ กำลังมองดูชาล็อตที่ยืนจับสายบังเหียนม้าอยู่เฉยๆ


“ฉันไม่เคยขี่ม้าเลยค่ะ”

“ชาล็อต มาหาผมเร็วเข้า พวกมันมาแล้ว!!”


มีทหารอาวุธครมมือจำนวนประมาณ10คนกำลังขี่ม้าเข้ามาทางพวกเขา


ไอแซ๊คไม่รอช้ารีบคว้าชาล็อตขึ้นม้าทันที แล้วกระตุกสายบังเหียนเพื่อให้ม้าออกวิ่ง


ทิศทางที่ม้าของไอแซ๊คนั้นหันหัวไป คือทางออกจากพระราชฐานส่วนตะวันออก

ซึ่งจากตึกในถึงทางออกประตูเมืองเครอสนั้น เป็นระยะทางประมาณ3กิโลเมตร


พวกทหารที่กำลังขี่ม้ามา พอเห็นพวกไอแซ๊คควบม้าออกไป ก็รีบเร่งความเร็วติดตามไปทันที


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่ ไอแซ๊ค!!บอกฉันมานะเดี๋ยวนี้นะว้อย”

รุดที่ไมาสามารถรอคอยคำตอบจากไอแซ๊คได้อีกต่อไป จึงตะโกนถาม


“อาเร!! อาเรเป็นผู้ต้องสงสัยในการลอบสังหารฝ่าบาท!!”

ไอแซ๊คที่กำลังขี่ม้าไปใส่ถุงมือหนังไปตอบกลับรุดทันที


“ว่ายังไงนะ!!”

รุดตะโกนออกมาด้วยความตกใจ


“เป็นการจัดฉากที่ไม่แนบเนียนเลยละ อาเรถูกใส่ร้าย ถ้าเธอเป็นคนร้ายจริง เธอนั้นคงไม่ใช้

วิธีที่มันจะสามารถมัดตัวเธอให้ดิ้นไม่หลุดแบบนี้หรอก”


อาเรนั้นหน้าถอดสีเมื่อเธอได้รู้ในที่สุดว่าคนร้ายนั้นมีเจตนาให้เธอเป็นแพะรับบาป


“ซึ่งนั่นก็หมายความว่ารุด นายก็อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย”

“อะไรนะ!!ฉันเนี่ยนะ!!”

“สามีขององค์หญิงที่อยู่เบื้องหลังการสังหารฝ่าบาทน่ะ ก็ต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยอยู่แล้ว”

“แล้วใครกัน ที่มันจัดฉากให้อาเรเป็นคนร้ายเนี่ย”

“คนที่ได้ประโยชน์จาการตายของฝ่าบาทไงล่ะ”

“แล้วมันใครกัน”

“ยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้หนีก่อน พวกมันไม่จับเป็นพวกเราแน่ เพราะถ้าพวกเราตายที่นี่ทั้งหมด พวกเราก็จะตายในฐานะผู้ร้ายหลบหนี แต่ถึงพวกเรายอมให้จับ อาเรตายแน่!! นายยอมเหรอ”

“ไม่ยอม!!”

“ดี งั้นก็รีบหนีไปทางประตูตะวันออก ทหารของพวกเรารออยู่ที่นั่น”

“ไปรอตั้งแต่ตอนไหนกัน”

“ตั้งแต่ที่ฉันส่งพิราบสื่อสารไปนั่นแหละ”


ไอแซ๊คมองกลับไปข้างหลัง แล้วก็พบว่าทหารเครอสนั้นยังล้าหลังพวกเขาอยู่ประมาณ300เมตร

แต่พวกเขานั้นไม่มีอาวุธที่จะสามารถต่อกรกับทหารเครอสได้เลย แม้แต่ชิ้นเดียว

และการควบม้าในเขตเมืองนั้นก็เร่งความเร็วได้ยากเพราะมีประชาชนขวางทางอยู่

พวกทหารเครอสที่ตามหลังมาสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเพราะพวกไอแซ๊คนั้นเหมือนกับคอยเบิกทางให้

และกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ จะถึงระยะโจมตีเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


หลังจากการหลบหนีผ่านไปได้สักพัก ระยะห่างของทั้งสองกลุ่มก็ย่นเข้ามาเรื่อยๆ

จาก300เมตร ตอนนี้เหลือระยะห่างเพียง100เมตรเท่านั้น


ไอแซ๊คนั้นมองกลับไปทางทหารเครอสที่กำลังติดตามมาอย่างร้อนใจ


รู้อย่างนี้น่าจะเอาอาวุธมาด้วย ไม่น่าฝากอลันไว้เลย ไอแซ๊คร้องโอดโอยอยู่ในใจ

แล้วจะมีวิธีอะไรที่จะสามารถเอาตัวรอดจากสถานะการคับขันนี้ได้บ้างนะ

อาวุธไม่มี แถมกว่าจะไปถึงประตูเมืองที่มีอลันกับพวกอีก50คนรออยู่ก็อีกไกล ซักอีก 1 กิโลเมตรได้ละมั้ง

สารที่ส่งไปหาอลันให้เตรียมพร้อมเต็มพิกัด โดยที่อ้างว่ากำลังจะออกไปซ้อมข้างนอกเมืองนี้น น่าจะถึงมืออลันแล้ว แล้วอลันน่ะผ่านการฝึกจากรุดมาเป็นอย่างดีและก็ฉลาดเป็นกรด น่าจะรู้ถึงสถานการเป็นอย่างดี ตอนนี้คงจะรออยู่นอกกำแพงเมืองแล้ว และเรื่องประกาศการจับกุมพวกเรา

คงยังมาไม่ถึงประตูเมือง เพราะพวกเรานั้นชิงหนีออกมาได้เร็วมาก เหลือแต่แค่ไปให้ถึงอลันให้ทันก่อนที่จะโดนจับตายจะดีกว่า


ในตอนที่ไอแซ๊คกำลังวิเคระห์หาทางออกนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนโลหะตกกระทบพื้นดังกริ๊งๆ

แล้วเขาก็มองไปยังต้นเสียงก็ได้เห็นอาเรนั้นกำลังโปรยเหรียญทองลงบนถนน

ชาวบ้านที่วิ่งมาเก็บเหรียญทองด้วยความดีใจนั้น ก็ขวางทางทหารเครอสที่กำลังควบม้าตามมาจนต้องหยุดม้าลงอย่างกระทันหัน จนพวกไอแซ๊คนั้นหนีรอดไปได้สำเร็จ


“ฉลาดมากอาเร ยอดเยี่ยมจริงๆ!!”

รุดกล่าวชมภรรยาหมาดๆของเขาอย่างภูมิใจ


“เพื่อที่รักแล้วแค่นี้สบายมากค่ะ!!”

อาเรยิ้มให้กับรุดแล้วพูดกลับมาอย่างภูมิใจ


ในที่สุดขบวนม้าของไอแซ๊คก็สามารถผ่านประตูเมืองออกมาได้โดยที่ไม่ถูกขัดขวางแต่อย่างใด


คำสั่งปิดประตูเมืองเพื่อกันไม่ให้คนร้ายลอบปรงพระชนน์หนีไปยังส่งมาไม่ถึงประตูเมืองสินะ ไอแซ๊คคิด


ทันทีที่ออกจากประตูเมืองมา ก็ได้พบกับอลันและทหารม้าอีก50นายกำลังตั้งแถวรออยู่พอดี

ไอแซ๊คนั้นควบม้าผ่านขบวนของอลันไปโดยที่ลดความเร็วลง แล้วส่งสัณญาญให้อลันและทหารม้าตามมา


“อลันแจกจ่ายอาวุธให้ทุกๆคนด้วย แล้วรีบเผ่นกลับโวฟกราฟกัน”

รุดออกคำสั่งกับอลันที่รออยู่ในเขตเมืองมาตลอด


ไอแซ๊คนั้นก็รับดาบคู่ใจของเขากลับคืนมา รุดนั้นก็ได้ดาบยาวคมเดียวที่เขาตั้งชื่ออย่างน่ารักให้ว่าคิตตี้ มาสะพายไว้ข้างหลัง ทีน่ากับอาเรนั้นได้รับดาบยาวมาทั้งคู่ แต่ดูเหมือนอาเรจะไม่ถูกใจเท่าไหร่

นอกจากนั้นแล้วทุกๆคนรวมทั้งชาล็อตด้วย ก็รับคันศรกับลูกธนูมาจากอลันด้วย ยกเว้นรุดคนเดียวที่ไม่พกธนู เพราะมีแต่รุดคนเดียวที่ยิงธนูไม่เป็น


“ถ้าตรงไปตามทางหลวงนี้ไปเรื่อยๆ จะหนีรอดไหมไอแซ๊ค”

รุดที่กำลังจัดดาบคิตตี้ของเขาให้เข้าที่เอ่ยถามเพื่อนรักของเขา


“ไม่รอด”

“แล้วนายมีแผนยังไง”

“ถ้าไปตามทางหลวงต้องอ้อมแนวเทือกเขาลงใต้ แล้วตรงไปทางตะวันออก แต่ถ้าไปทางนั้นพวกเราจะไม่มีใครรอดกลับไปถึงโวฟกราฟสักคน ทางเดียวคือฝ่าแนวหุบเขาเขตวินด้าเข้าไปที่ป่าดำ”


“ป่าดำ!!ก็จริงอยู่ที่ว่าป่าดำน่ะ ทอดยาวตั้งแต่วินด้าผ่านโวฟกราฟไปจนถึงเดเนรอททำให้น่าจะซ่อนตัว

ได้ก็เถอะ แต่นี่มันใกล้ถึงฤดูหนาวเต็มที ถ้าอยู่ป่าดำท่ามกลางพายุหิมะนานๆล่ะก็ไม่รอดแน่ๆ”

รุดที่ชำนาญพื้นที่ป่าดำเตือนไอแซ๊คที่ไม่เคยไปป่าดำมาก่อน


“ต้องรอหิมะตกนานขนาดไหน ทะเลสาบลาฟก้าถึงจะกลายเป็นน้ำแข็ง”

“สองถึงสามวันติดต่อกันละมั้ง”

“ซ่อนตัวในป่าดำ รอให้หิมะตก เราจะวิ่งผ่านทะเลสาบลาฟก้ากัน”

“แล้วเมื่อไหร่หิมะจะตกให้นายฟะไอแซ๊ค นายพูดอย่างกับหิมะมันจะตกวันนี้อย่างนั้นแหละ”


ทันใดนั้นรุดก็รู้สึกเย็นๆที่ปลายจมูก เมื่อเขาปล่อยมือจากสายบังเหียนม้ามาแตะดู ก็พบว่าสิ่งที่เขา

กำลังจับอยู่นั้นคือเกล็ดหิมะ แล้วรุดก็ได้เห็นหิมะร่วงหล่นลงจากท้องฟ้ามากมาย


รุดนั้นหันมามองหน้าไอแซ๊คแล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมๆกัน


…………………………………………..



“ว่ายังไงนะ!! รอดไปได้ เจ้าปล่อยให้พวกมันรอดไปได้อย่างนั้นหรือ!!”

เจ้าชายเฟลโก้ที่ทำพิธีสวมมงกุฎให้แก่ตนเองกลายเป็นราชาเฟลโก้ กำลังตำหนิบุตรชายของเขา

ซึ่งก็คือเจ้าชายฟิลิปอย่างรุนแรง


“เสด็จพ่อคือว่า พวกมันหนีไปเร็วมาก เร็วจนคำสั่งปิดประตูเมืองยังไปไม่ถึงด้วยซ้ำ”

เจ้าชายฟิลิปที่ขึ้นเป็นเจ้าชายหมายเลขหนึ่งกำลังอธิบายต่อราชาเฟลโก้


ราชาเฟลโก้ที่เพิ่งเสร็จจากพิธีสวมมงกุฏนั้นกำลังคิดอย่างร้อนรน


ไม่คิดว่าพวกมันจะหนีรอดไปได้ บ้าที่สุด ผิดแผนหมด

อุตส่าห์วางแผนไว้ซะดิบดี แต่พวกมันหนีไปได้อย่างไรกัน

ท่านพ่อนะท่านพ่อ ตาแก่งี่เง่า!! แก่จะตายอยู่แล้วทำไมไม่รีบสละอำนาจมาให้ข้า!!

แถมยังวางแผนที่จะริดรอนอำนาจที่ข้าจะได้รับอีก

ให้ดยุกอาร์เนเซ่นเป็นมหาอุปราช ให้มาควิสคอเนเรียสเป็นแม่ทัพใหญ่ บ้ารึไง

ทำไมข้าต้องยอมให้ไอ้2ตัวนั่นมาชิงอำนาจบริหารกับการทหารไปจากข้ากัน

ที่ท่านต้องมาตายอย่างนี้เป็นความผิดท่านเองนะท่านพ่อข้าไม่ผิด!!

แถมยังสัณญาเป็นพันธมิตรกับเครเทีย เพื่อที่จะบุกโจมตีไอบีเรียนพร้อมๆกันแล้วด้วย

แต่ถ้านังเจ้าหญิงนั่นยังไม่ตาย ก็หาเหตุผลที่จะเคลื่อนทัพไม่ได้น่ะสิ


แต่ข้าคือราชา ราชานั้นทำได้ทุกสิ่ง

ข้าจะประกาศว่านังองค์หญิงนั่นเป็นผู้วางแผน และรุด คอเนเรียสเป็นผู้สมคบคิด ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น

กับ ทีน่า ดีเมนเทียน่า ก็เช่นกัน

ข้าจะบอกต่อสภาว่าข้ามีหลักฐานที่จะมัดตัวพวกมันทุกคน หลักฐานจากไหนหรือ ข้าก็ทำขึ้นเองสิ!!

แค่กระดาษใบเดียวที่ระบุว่าพวกมันทั้งสามคนจะบุกโจมตีเมืองหลวงพร้อมกับไอบีเรียน ซึ่งเป็นหนังสือสัณญาพร้อมกับลายเซ็นปลอมของพวกมันทั้งสามคน แค่นี้ก็เรียบร้อย

แล้วไหนจะการแต่งงานขององค์หญิงที่ไม่แต่งให้กับเจ้าชายจากเครอส แต่ยอมแต่งงาน

กับรุด คอเนเรียสที่เป็นแค่มาควิสอีกล่ะ ยิ่งสมจริงเข้าไปใหญ่

ข้าเองก็อยากได้โวฟกราฟที่เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม กับเดเนรอทที่เป็นเมืองแห่งการเกษตร

มาไว้ในกำมืออยู่แล้ว นี่ถือเป็นโอกาศอันดี และเต็มไปด้วยความชอบธรรม!!

ถึงพวกมันจะเคยใช้ทหารแค่นิดเดียว เอาชนะทัพเครเทียกว่าแสนคนก็เถอะแต่ก็เสียหายหนัก แค่3-4เดือนน่ะไม่มีทางฟื้นตัวทันแน่นอน

หลังจากถล่มพวกมันจนพินาจแล้ว ค่อยเปิดศึกกับไอบีเรียนก็ยังไม่สาย


“ฟิลิปเจ้าไปเตรียมกองทัพให้พร้อม ใช้กองทัพใหญ่จำนวน100000คน”

“ท่านพ่อจะเคลื่อนทัพไปไหนอย่างนั้นหรือ”

“ข้าจะใช้กองทัพ100000คนนี้บุกโวฟกราฟ เดเนรอท และอาเลซุนด์ เจ้าต้องเป็นผู้นำทัพฟิลิป!!”

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ”

ฟิลิปที่ยิ้มอย่างยินดีนั้น ก็คิดแค่ว่า มีโอกาศที่จะชิงเอาคาเรนกับมาเยด้ามาเป็นของตนแล้ว แค่นั้น


………………………………………………………




ทางด้านไอแซ๊คและกลุ่มของเขานั้นตอนนี้อยู่ที่ริมทะเลสาบลาฟก้า


ทะเลสาบลาฟก้านั้นเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่อยู่ในสองเขตปกครอง

ซึ่งโดยปรกตินั้นในฤดูหนาวทะเลสาบลาสก้าจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด

ปีนี้นั้นหิมะแรกของปีมาเร็ว และตกต่อเนื่องมาสองวันแล้ว ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้เริ่มแข็งตัวแล้ว

ซึ่งถ้าหิมะยังคงตกต่อไป วันพรุ่งนี้แผ่นน้ำแข็งก็คงจะแข็งพอให้ม้าวิ่งผ่านได้แล้ว


ไอแซ๊คนั้นกำลังนั่งผิงไฟกับชาล็อตในป่าดำของเขตวินด้าที่หนาวเหน็บ


“หนาวไหมชาล็อต”

ไอแซ๊คนั้นถามพลางยื่นแขนไปโอบไหล่ของชาล็อต


“ไม่หนาวหรอกค่ะ แค่นี้เอง”

ชาล็อตที่ปลายจมูกแดงไปหมดแถมสั่นไปทั้งตัวตอบกลับมา


“อีกนิดเดียวชาล็อต ใกล้จะถึงโวฟกราฟแล้ว แค่ข้ามทะเลสาบนี่ไปก็ถึง”

“ค่ะชาล็อตเองก็อยากเห็นโวฟกราฟเร็วๆจัง”

“ชาล็อตผมขอโทษนะ”

“ขอโทษเรื่องอะไรคะ”

“ผมทำให้คุณต้องมาลำบากไปด้วย ทั้งๆที่ถึงให้คุณอยู่ที่เมืองหลวงก็ไม่เป็นอะไรแท้ๆ”

“ยังไงๆชาล็อตก็จะตามไอแซ๊คไปค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

แล้วชาล็อตก็ยื่นมือมากอดรอบเอวของไอแซ๊คอย่างนุ่มนวล


“หนาว…...หนาวววววว สุดที่รักอยู่ไหนค้าาาา ที่นี่มันหนาวเกินไปแล้ว”

อาเรที่ห่มเสื้อขนสัตว์ผิงไฟอยู่ฝั่งตรงข้ามของไอแซ๊คก็ร้องหาความรักเพราะหนาวใจ


“อยู่นี่คร้าบ ได้อาหารมาแล้วน้า”

รุดที่ไปล่าสัตว์เพื่อเติมเสบียงกลับมาพร้อมกับแบกอะไรบางอย่างมาด้วย


“นี่ นาย ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย”

ทีน่าที่นั่งผิงไฟอยู่เช่นกันตกใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่รุดแบกมา


“เจ้านี่น่ะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ กว่าจะจัดการมันได้เล่นเอาเหนื่อยเลย”

รุดพูดพลางวางเหยื่อที่เขาล่ามาได้ลงกับพื้น


“แค่เหนื่อยแต่ไม่ตายก็บุญแล้ว นี่มันหมียักษ์นะยะไม่ใช่แมว!!”

ทีน่าค้อนรุดแบบเหลืออด


“แหมก็เจ้าหมีนี่น่ะโผล่มาจากไหนไม่รู้ แล้วก็ตบดาบชั้นซะกระเด็น ฉันเลยต้องปล้ำกับมันตั้งนาน

กว่าจะหักคอมันได้นี่เหนื่อยแทบแย่แน่ะ  เฮ้ย!!พวกแกเอาไอ้นี่ไปชำแหละทีซิ ถลกหนังดีๆอย่าให้ขาดนะเฟ้ย”

รุดร้องไปทางลูกน้องของเขาให้มาชันสูตร และบังสุกุล ให้กับเจ้าหมียักษ์ผู้โชคร้าย


อาเรพอเห็นรุดมาก็พุ่งเข้ามากอดทันที

“ที่รักคะเก่งที่สุดเลยค่ะ ขนาดหมีตัวใหญ่ขนาดนี้ยังไม่ใช่คู่มือเลย”

“ขอบคุณนะอาเร เมื่อกี๊บอกว่าหนาวเหรอ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมกอดให้ความอบอุ่นเอง”


“.........................”

อาเรนั้นหายหนาวแต่ในใจของทีน่านั้นหนาวเป็นสองเท่า


รุดที่ถูกอาเรเห็นเป็นเท็ดดี้แบร์แล้วกอดอย่างเมามันส์นั้นก็นั่งลงข้างๆไอแซ๊ค


“นี่ ไม่มีใครตามมาเลยว่าไหม”

“ใช่เงียบจนน่าตกใจเลยล่ะ”

ไอแซ๊คกำลังลูบหัวของชาล็อตตอบกลับมา


“ทำไมพวกมันไม่ตามมา”

“ก็เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องตามน่ะสิ”

“นายหมายความว่ายังไง”

“ฟังนะรุด พวกมันรู้ดีว่ายังไงพวกเราก็ต้องกลับไปที่โวฟกราฟ แทนที่จะมาตามหาพวกเรา

พวกมันไม่สู้ไปรอพวกเราที่โวฟกราฟไม่ดีกว่าเหรือ”

“ไปรอที่โวฟกราฟเหรอ แค่เข้าไปในเขตโวฟกราฟพวกมันก็โดนตอนเป็นขันทีแล้ว”

“อะไรคือขันที”อาเรเงยหน้าถามรุดด้วยความสงสัย

“เด็กเงียบไปเถอะน่าผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”รุดบีบจมูกของอาเรอย่างหมั่นเขี้ยว


“ฉันน่ะส่งพิราบสื่อสารไปที่โวฟกราฟตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว ตอนนี้คงมีคนของฉันมารอที่

อีกฝั่งของทะเลสาบแล้วล่ะ เรื่องทหารติดตามคงไม่ต้องกังวล พวกมันจะยกทัพใหญ่มาที่โวฟกราฟ”

“อะไรนะทัพใหญ่เหรอ!!”รุดอุทานออกมา

“ในตอนนี้ฉันค่อนข้างมั่นใจแล้วล่ะ ว่าคนร้ายที่สังหารราชาอูริชคือเจ้าชายเฟลโก้”

“ ทำไมนายถึงคิดอย่างนั้นไอแซ๊ค”

“การตายของราชาอูริชไม่ได้ให้ประโยชน์ใดๆกับไอบีเรียนเลยซักนิด จึงตัดไอบีเรียนออกจากข่ายต้องสงสัยไปได้เลย แล้วในทางกลับกันคนที่ได้ประโยชน์ในการตายของฝ่าบาท คือรัชทายาท

ที่กำลังกังวลเรื่องอำนาจหลังครองราชไงล่ะ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะเนี่ย”รุดยิ่งรู้สึกได้ว่าเรื่องราวมันซับซ้อนกว่าที่คิดไว้

“เพราะฝ่าบาทวางแผนที่จะใช้พวกเราสองคนคานอำนาจของรัชทายาทน่ะสิ รัชทายาทจึงไม่พอใจ

และทำการสังหารฝ่าบาทเสียก่อนที่พวกเราสองคนจะมีอำนาจพอที่จะคานอำนาจของเขายังไงล่ะ”

“ก็เลยจะอาศัยโอกาศนี้……..”รุดเข้าใจในที่สุด จนรู้สึกตกใจ

                                  

“ใช่พวกมันคงจะป้ายความผิดให้พวกเรา แล้วหาความชอบธรรมในการยกทัพมาแล้วล่ะ เพราะพวกมันเล็งเขตปกครองของพวกเรากะจะยึดให้เรียบเพราะฉะนั้นพวกมันจึงไม่ยอมมาเสียเวลา

ในการตามหาพวกเราแต่พวกมันขนทัพใหญ่มาแทน อีกอย่างถ้าชนะพวกเราได้ก็จะเป็นการประกาศ

ศักดาไปในตัว เพราะพวกเราเอาชนะทัพเครเทียถึง150000คนได้ยังไงล่ะ”


“ไอแซ๊คนายมีทหารเท่าไหร่ในโวฟกราฟ”รุดเอ่ยถาม

“ทหารราบเกราะหนัก2000(หน่วยสับหมูปะช่อ) ทหารม้าเกราะหนัก500 ทหารม้าเกราะเบา2000 พลธนูยาว1000 พลหอกฟาแล็งซ์ 1000 พลทหารราบ 4000 ธนูยิงไกล 8 หน่วย รวม 10580 คน


“ของฉันมีพลทหารราบ 5000 พลธนู 1000 ทหารม้าเรนเจอร์ 3000 หน่วยรบกินิวอีก500 รวม 9500คน”รุดนับนิ้วไปด้วยตอบไปด้วย


“อะไรของนายวะไอ้หน่วยรบกินิวเนี่ย!!”

“ก็หน่วยรบพิเศษนั่นแหละแทรกซึม ลอบโจมตี ทำสงครามกองโจร ก่อการร้าย ฝึกมากับมือ”

“ฉันหมายถึงชื่อ!!”

“ก็นั่นแหละ ไอ้นั่นแหละ ไอ้นั่นไง ฮ่าๆๆๆๆๆ!!

”รุดหัวเราะกลบเกลื่อนเรื่องรสนิยมส่วนตัว     ตอนแรกว่าจะตั้งชื่อว่าหน่วยตาลีบัน

“ช่างเถอะ…..แล้วเธอล่ะทีน่า”

ไอแซ๊คเอ่ยถามทีน่าที่กำลังนั่งกอดเข่าบ่นพึมพัมอยู่คนเดียว

“ฉันมี ทหารม้าที่ถูกล้างสมองโดยรุด 3000 ทหารราบที่ถูกล้างสมองแล้ว 5000 พลธนูที่ถูกล้างสมองไปเรียบร้อย2000 นอกนั้นถูกส่งไปเฝ้าแดนเหนืออีก5000 ทั้งหมดถูกล้างสมองกลายเป็นเครื่องจักรสังหารทั้งหมดเลย นี่นายทำอะไรกับทหารที่ฉันส่งไปฝึกที่เดเนรอทกันแน่รุด!!

  

ทีน่าเหลืออดที่ทหารกับมาจากฝึดกับรุด แล้วก็พากันตะเบ๊ะ พอถามอะไรก็ตอบว่าครับผม ทำอะไรผิดทีก็จะวิดพื้น น่าจะมาจากการผึกพิเศษโดยไอ้บ้าเรนเจอร์คนหนึ่ง


“รวมแล้วก็38080นายสินะ…..อุ๊บ!!”รุดโดนไอแซ๊คตบหัวอย่างจัง

“30080นายครับ ไปเรียนใหม่ซะไป!!”

“.........โทดก๊าบ”


“ครั้งที่แล้วเราใช้กองกำลังผสมจากทั้งทหารและพลเรือนจำนวน25000ในการรบกับเครเทียโดยที่ฝั่งเราเสียหายหนักพอสมควรแต่ในครั้งนี้เรามีทหารพอๆกับครั้งที่แล้วแต่เป็นทหารที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีด้วยหลักสูตรเรนเจอร์ แถมอาวุธยุทธโทปกรณ์ของเราก็เหนือกว่า พวกนายคิดว่ายังไง”

ไอแซ๊คนั้นแสยะยิ้มไปให้กับทีน่าและรุด


“เหอะๆๆๆ ศัตรูของบ้านเราต้องสับเป็นชิ้นๆ

รุดกับทีน่าตอบออกมาพร้อมกัน


……………………………………………………………………….


ที่เมืองหลวงเครอสนั้นกองทัพขนาด100000คน ก็เตรียมพร้อมเสร็จเรียบร้อย

ซึ่งนำทัพโดยเจ้าชายฟิลิปบุตรคนโตของราชาฟาลโก้ และมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาทด้วย


เจ้าชายฟิลิปกำลังกอดอกด้วยความหนาวเหน็บท่ามกลางหิมะที่ตกโปรยปลายลงมาตั้งแต่เมื่อวันก่อน

ถึงอยากจะหนีหนาวไปนั่งในรถม้าที่อบอุ่นกว่าแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะราชาเฟลโก้พ่อของเขานั้นกำลังเฝ้าดูอยู่ และรอบๆตัวเขาก็มีนายทหารระดับผู้บังคับบัณชาอยู่เต็มไปหมด เขาจึงอู้ไม่ได้


ฟิลิปนั้นไม่ชอบความลำบากเลยแม้แต่น้อย ถึงเขาจะมีผลการเรียนในโรงเรียนทหารในระดับดีเยี่ยม

แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำสงครามจริง และก็ยังเป็นผู้นำทัพอีกด้วย


ราชาเฟลโก้นั้นได้ฝากฝังให้เหล่าแม่ทัพคอยดูแลฟิลิป แต่ฟิลิปนั้นไม่ชอบใจในคำสั่งนี้เลย


หนาวแฮะ….ฟิลิปที่ไม่สามารถบ่นอะไรได้จึงบ่นในใจแทน


ถ้าเคลื่อนทัพออกจากเมืองหลวงเมื่อไหร่ ข้าจะไปนั่งในรถม้า ไม่มาตากหิมะให้หนาวเล่นหรอก

อูย….หนาวชะมัด ก็รู้อยู่ว่าอยากจะสร้างความดีความชอบให้ข้า แต่เสด็จพ่อก็ไม่เห็นต้องรีบขนาดนี่เลยนี่นา พวกมันก็คงยังไม่ฟื้นจากสงครามครั้งที่แล้วกับเครเทียหรอก อูย…..หนาว พอเจอทหาร100000คน

นี่ไปประชิดเมือง ก็คงจะเปิดประตูเมืองโวฟกราฟยอมแพ้ทันที แล้วข้าก็จะคุมตัวไอ้เจ้าไอแซ๊คกลับเมืองหลวง พร้อมกับได้มาเยด้ามาช่วยแก้หนาวให้ อูย….หนาวว้อย….!! แล้วก็ยกทัพไปต่อที่เดเนรอท

สอยไอ้เจ้ามาควิสหมีกรีชรี่ย์นั่นให้ม่อง แล้วเอาคาเรนมาเพิ่มความอบอุ่นอีกคน หนาว……..

แล้วก็ต่อไปที่อาเลซุนด์ ทีน่าเองก็น่าจะอุ่นไม่น้อย อาาาแค่คิดก็หนาวแล้ว……….อูยยยยย

ฟิลิปนั้นเก็บอาการจูโด้ที่มีสาเหตุจากการจินตนาการเกินควรไว้ แล้วหันมองกลับไปข้างหลัง

มองไปที่ราชาเฟลโก้พ่อของตน


คอยดูเถอะตาแก่ บัลลังค์เนี่ยมันของฉันต่างหาก ฝากไว้ซักพักเถอะ ฉันกลับมาพร้อมชัยชนะเมื่อไหร่

จะเขี่ยแกให้พ้นทางเลยคอยดู


ฟิลิปโค้งหัวลงอย่างสุภาพเป็นการทำความเคารพจากบนหลังม้าไปที่ราชาเฟลโก้ด้วยรอยยิ้ม

และออกคำสั่งเคลื่อนทัพในทันที


……………………………………………………..


วันรุ่งขึ้นไอแซ๊คและพวกก็ตัดสินใจข้ามทะเลสาบลาสก้าที่กลายเป็นน้ำแข็ง

ในตอนนี้นั้นดวงอาทิตย์ยังโผล่ขึ้นขอบฟ้าไม่เต็มดวง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการมองเห็น

ที่ไอแซ๊คตัดสินใจที่จะข้ามทะเลสาบในเวลานี้นั้น ก็เพราะว่าเป็นเวลาทีชั้นน้ำแข็งนั้น

แข็งตัวมากที่สุด

“ควบไปข้างหน้า อย่าหยุด คอยสอดส่องดูรอบข้างไว้ด้วย!!”

ไอแซ๊คตะโกนบอกทุกๆคนให้เพิ่มความเร็วของม้า เพราะไม่จำเป็นต้องห่วงพื้นน้ำแข็ง

เพราะว่าหนากว่าที่คิดไว้ และต้องรีบไปให้เร็วที่สุดเพราะบนทะเลสาบน้ำแข็งนั้นไม่มีที่กำบัง


ทันใดนั้นรุดที่มีสายตาดีที่สุดก็พบอะไรบางอย่าง


“ชิ อีกนิดเดียวก็จะถึงโวฟกราฟอยู่แล้วเชียว”

รุดพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์


มีกลุ่มทหารม้าขนาดใหญ่ ประมาณ200นายกำลังควบม้ามาทางพวกไอแซ๊คจากทางทิศตะวันตก


“รอมานานแล้ว ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา ข้า อาด์ชดยุก มาคัส โคล แห่งวินด้า จะจักการพวกเจ้าเอง”

ผู้ที่นำหน้ากองทัพม้านั้นตะโกนแจ้งชื่อเสียงเรียงนามออกมา


“ทั้งหมดเร่งความเร็ว พวกมันควบม้ามาไกล ตามไปเรื่อยๆ เดี๋ยวม้าของพวกมันก็หมดแรงเอง”

มาคัส โคล ที่นำกำลังมาซุ่มอยู่1วันเต็มๆสั่งการทหารม้าของเขา


“ทั้งหมดหยุดม้า แบ่งเป็นสองกลุ่มตามแผน พวกมันมีแค่200คน”

ไอแซ๊คที่เห็นจำนวนของฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจนสั่งการออกมา


ทันใดนั้นกลุ่มของไอแซ๊คที่มีแค่50คนก็หยุดม้าลงเตรียมเข้าโจมตีทหารม้าที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาถึง4เท่า เล่นเอาอาด์ชดยุก มาคัส โคลถึงกับแปลกใจ


พวกมันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากใหนถึงได้กล้าขนาดนี้กัน แต่ก็ดีข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลา


พวกไอแซ๊คนั้นหลังจากหยุดม้าลงก็แบ่งขวบนเป็นหน้ากระดานเรียงเดี่ยว แต่แบ่งเป็น2ตอน

ทุกๆคนนั้นถือธนูยาวที่พาดคันศรอยู่ในมือ แม้แต่ชาล็อตนั้นก็กำลังง้าวคันศรอยู่


“รอคำสั่ง ยิงพร้อมกัน แล้วบรรจุลูกใหม่ทันที”

ไอแซ๊คนั้นยกมือขึ้นในท่าเตรียมพร้อม


ทหารม้าของวินด้านั้น ก็เข้าใกล้มาเรื่อยๆ เป็นขบวนรูปตัววี(V)สองขบวน


“ขี้นสาย เตรียมพร้อม…….”

“ยิง!!”

ไอแซ๊คฟันมือลงไปในอากาศเป็นสัณญาญโจมตี


แล้วลูกธนูก็ปลิวว่อนเข้าใส่ทหารม้าของวินด้าที่ทุกนายยกโล่ขึ้นป้องกัน


ซึ่งปรกติแล้ว โล่ที่ทำจากไม้ยาแนวด้วยยางสนเหล่านี้ ลูกธนูธรรมดานั้นไม่สามารถยิง

ให้ทะลุได้แม้แต่ในระยะใกล้ๆก็ตาม


แต่ว่าลูกธนูที่ยิงจากธนูยาวที่มีรอกทดกำลัง สายธนูทำจากเหล็ก และลูกธนูที่หัวธนูเป็นเหล็กกล้านั้น

กลับทะลุทั้งโล่ทั้งทหารม้า จนทหารม้าที่โชคร้ายเป็นเป้าหมายของลูกธนูนั้นกระเด็นตกจากหลังม้าทันที


อาด์ชดยุก มาคัส โคล ยกโล่ของตนขึ้มาดูรอยทะลุของลูกศร ซึ่งเฉียดหัวของเขาไปนิดเดียว

แล้วหันไปมองทหารของเขาที่ตามหลังมาก็พบว่าหายไปเกือบหนึ่งในสี่ ซึ่งถือว่าเป็นความแม่นยำ

ที่หน้ากลัว


“ระลอกที่สองจะมาแล้ว ก้มหัวลง!!” อาด์ชดยุก มาคัส โคล สั่งการทหารของเขา ด้วยความหวาดกลัว


ทหารม้าวินด้านั้นก้มหัวลงจนชิดกับแผงคอม้าทุกคน

แต่คราวนี้เป้าหมายนั้นกลับไม่ใช่ทหารม้าแต่เป็นตัวม้าเอง


เสียงม้าแผดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วบริเวณ ม้าศึกที่ล้มลงด้วยความเจ็บปวดนั้นก็

ทำให้ทหารเหล่านั้นล้มลงด้วย ซึ่งคนที่โชคร้าย ก็ถูกม้าทับจนนอนแน่นิ่ง


“กระจายกำลังออก เตรียมเข้าประทะ พวกมันมีแต่พลธนู”

อาด์ชดยุก มาคัส โคล ที่ตอนนี้เสียลูกน้องไปเกือบครึ่งหนึ่ง ตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงโกรธจัด


แต่อาด์ชดยุก มาคัส โคล นั้นก็คิดผิดไปถนัด เมื่อเห็นทหารม้ายิงธนูเหล่านั้น สะพายคันธนูเก็บที่กลางหลัง

แล้วชักดาบยาวออกมาจากข้างลำตัวแทน


“กลุ่มของรุดไปทางซ้าย ส่วนที่เหลือตามฉันมา อาเรกับชาล็อตอยู่ที่นี่คอยยิงธนูใส่พวกที่หลุดมาได้


“ฉันจะไปด้วย” อาเรที่ต้องการจะตามรุกไปร้องขอต่อไอแซ๊ค

“ถ้าเธอไปแล้วใครจะดูแลชาล็อตล่ะ อยู่ที่นี่เดี๋ยวเดียวก็จบแล้ว”

รุดตอบอาเรแทนไอแซ๊ค พลางชักดาบ”คิตตี้”ของเขาออกมาจากกลางหลัง


รุดนั้นมองไปที่ทหารม้าวินด้าด้วยแววตาของสัตว์ร้ายที่จ้องมองเหยื่อ ไอแซ๊คก็เช่นกัน

เขาไขว้มือไปข้างหน้าเป็นรูปกากบาทแล้วจับที่ด้ามดาบทั้งสองเล่ม แล้วดาบคู่ก็ถูกชักออกจากฝัก


“ไปเลย!!ให้พวกมันได้จำความร้ายกาจของพวกเราเอาไปไว้เล่าที่วาลฮาลา”

ไอแซ๊คแสยะเขี้ยวทั้ง4ของเขาแล้วพุ่งนำหน้าไปทันที โดยที่รุดก็นำหน้าอีกกลุ่มมาเช่นกัน


“โอ้วววว แต่อย่าไปวาลฮาลาซะเองล่ะ”

รุดที่เอาดาบคิตตี้พาดใหล่กะโกนออกมา


แค่พริบตาเดียว ทั้งสองฝ่ายที่พุ่งเข้าใส่กัน ก็เหลือระยะห่างเพียง20เมตรเท่านั้น

ในเวลาอีกอึดใจเดียวที่ทหารทั้งสองฝ่ายกำลังเงื้อดาบจะฟันอีกฝ่าย

“เฟริสสสส บลัด” รุดตะโกนพร้อมหวดดาบ คิดตี้ เต็มแรง ฟันทั้งคอม้าและตัวคนขี่ขาด2ท่อนและลอยสูงกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม


อาเรนั้นแม้จะอยู่ไกลแต่ก็เห็นปรากฏการเหนือธรรมชาตินี้อย่างชัดเจน จนต้องอ้าปากค้าง


ไอแซ๊คเองที่กำลังจะประทะกับศัตรูก็กดกลไกบนด้ามดาบคู่ของเขาด้วยนิ้วโป้ง แล้วสะบัดดาบออก

ดาบสั้นคู่ของเขาก็ยาวขึ้นอีกเท่าตัว


ทหารม้าวินด้าที่พุ่งเข้าหาเขานั้น เงื้อดาบเต็มที่เพื่อจะฟันเขาที่ไม่มีโล่ป้องกัน

แต่ตอนที่หมายจะฟันลงไปดาบทรานสฟอร์มเมชั่นของไอแซ๊คก็ฟันเข้าที่คอของทหารคนนั้นแล้ว

ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน


ไอแซ๊คกับรุดนั้นฟันเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะพลาดหรือไม่ก็ตามก็ไม่หันหลังกลับมาซ้ำแม้แต่ครั้งเดียว

ทหารของพวกเขาก็ทำแบบเดียวกัน โดยที่ไม่ลดความเร็วลงแต่อย่างใด หนึ่งคนหนึ่งดาบฟันเสร็จก็พุ่งผ่านไป ปล่อยให้คนที่ตามหลังมาเก็บกวาดให้


ทหารของวินด้าคนไหนที่สามารถรับดาบเหล็กกล้าที่ผิตจากโวฟกราฟได้นั้น ก็จะเจอกับดาบที่สอง

และถ้ายังไม่ล้มลงก็จะเจอกับดาบที่สามทันที


หลังจากที่ทหารของไอแซ๊คพุ่งผ่านไปจนหมดนั้น ทหารม้าวินด้าก็นอนกองกับพื้นน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอีก20กว่าคน ส่วนคนที่รอดมาได้ก็ฟันกระทบกันดังกึกๆๆด้วยความกลัว


ไอแซ๊คนั้นโบกมือให้รุดที่แบ่งทหารเป็นแถว3ชั้นวกกลับไปโจมดีก่อน แล้วจึงนำทหารม้าที่จัดเป็นแถวสามชั้นเช่นกับ ตามหลังของรุดมาเป็นขบวนที่สอง


ม้าของรุดนั้นเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง แล้วพุ่งเข้าใส่ทหารม้าของวินด้าที่เพิ่งจะหันหัวม้ากลับมา

ทหารม้าที่เร่งความเร็วเต็มที่ของพวกรุด กับทหารม้าของวินด้าที่แทบจะอยู่กับที่นั้นประทะกันในที่สุด

แต่คราวนี้สภาพนั้นน่าสยดสยองกว่าระลอกแรกมากนัก


“แมซคิล!!”รุดที่เหวี่ยงดาบส่งทหารม้าวินด้าลอยไปวาลฮาลาดาบเดียวสามคนตะโกนออกมา

ส่วนไอแซ๊คนั้นก็หวดดาบคู่อย่างบ้าคลั่ง ด้วยความแม่นยำและรวดเร็ว ดังพายุ  จนไม่มีผู้ไดรรอดชีวิตไปจากคมดาบเขาได้

              

ทหารม้าของวินด้านั้นทำอะไรกับกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญนี้ไม่ได้เลย ได้แต่ยืนดูเพื่อนล้มลงทีละคน

แล้วก็ตนเองเป็นรายถัดไป โดยเฉพาะตรงกลางของทัพม้าฝั่งตรงข้าม ที่ไม่ว่าจะมีทหารม้าวินด้า

ขวางอยู่กี่คนก็ตาม ก็จะมีสภาพที่ตายอย่างสยดสยอง เพราะดาบคมเดียวเล่มยักษ์

คนที่กลัวจะถูกแยกร่างเป็นสองส่วนก็พยายามที่จะหนีออกมาด้านข้าง แต่ก็ต้องเจอกับ

พายุดาบจากทหารม้าคนอื่นๆแทน


และแล้วการโจมตีรอบที่สองก็ผ่านไป โดยที่บนพื้นน้ำแข็งนั้นเต็มไปด้วยซากศพของทหารวินด้านอนเกลื่อนกลาด และเลือดของพวกเขาก็ย้อมพื้นน้ำแข็งจนกลายเป็นสีแดงไปทั่วทั้งบริเวณ


“ระลอกที่สาม……”

ไอแซ๊คนั้นโบกมือหยุดรุดที่กำลังจะสั่งให้โจมตีอีกระลอก


แต่ทหารม้าวินด้านั้นเหลืออยู่แค่3คน รวมทั้งอาด์ชดยุก มาคัส โคล ที่เหลือแต่ลมหายใจรวยริน

เพราะมีแผลใหญ่พาดตั้งแต่ที่แขนถึงลำตัว และยังมีทหารอีก20กว่าคนที่รอดจากธนูระลอกที่สอง

ซึ่งไม่กลับเข้ามารวมกลุ่ม แต่กำลังวิ่งหนีเพื่อจะกลับเข้าไปในเขตุป่า


“ไม่มีความจำเป็นต้องไล่ตาม เปลี่ยนมาใช้ธนู”

ไอแซ๊คสั่งออกคำสั่งที่เหมือนกับคำสั่งประหารไปยังทหารม้าวินด้าที่ยังเหลือรอดอยู่”


“จะให้พวกมันรู้ตำแหน่งของเราไม่ได้ ยิง!!”


แล้วอาด์ชดยุก มาคัส โคล ที่หวังอยากได้ผลงานก็ตายไปพร้อมกับลูกน้องอีก200คน ไม่มีผู้รอดชีวิต


…………………………………………



หลังจากย่อยสลายทหารม้าวิด้าจนหมดโดยที่ฝั่งตนไม่มีผู้เสียชีวิตแล้วนั้น ไอแซ๊คก็ไม่รอช้า

เดินทางต่อไป เพราะเห็นเขตโวฟกราฟอยู่ตรงหน้าแล้ว


หลังจากที่เริ่มเดินทางออกจากเมืองหลวงมา3วัน และอีก4ชั่วโมงในการข้ามทะเลสาบ ในที่่สุด

ทุกคนก็กลับมาถึงโวฟกราฟโดยสวัสดิภาพ


มาเยด้าที่ทราบข่าวการกลับมาของไอแซ๊คและพวกจึงนำทหารมารอรับที่ริมทะเลสาบลาฟก้าอยู่ก่อนแล้ว

พอเห็นไอแซ๊คกลับมาโดยปลอดภัย ก็ดีใจจนร้องให้


“ผมกลับมาแล้ว มาเยด้า”

“ยินดีต้อนรับกลับค่ะท่านไอแซ๊ค

มาเยด้ายิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ


“เอ่อ….มาเยด้า นี่คือองค์หญิงชาล็อต ชาล็อตนี่คือมาเยด้าภรรยาอีกคนของผม”

ไอแซ๊คแนะนำภรรยาทั้งสองคนของเขาให้ได้รู้จักกัน


“สวัสดีค่ะคุณมาเยด้า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อชาล็อต เครอส อาร์เนเซ่น เรียกว่าชาล็อตก็ได้ค่ะ”

ชาล็อตที่ได้ยินเรื่องของมาเยด้าจากไอแซ๊คแล้ว ก็ทำความรู้จักกับมาเยด้าอย่างสนิทสนม


“มะ ไม่ได้หรอกค่ะองค์หญิงชาล็อต หม่อมฉัน มาเยด้า ฟาริด เอ่อ...อาร์เนเซ่นค่ะ”

“เรียกว่าชาล็อตเถอะค่ะ คุณมาเยด้า ยังไงพวกเราก็เป็น อาร์เนเซ่นเหมือนกัน”

ชาล็อตนั้นยิ้มให้กับมาเยด้าที่กำลังอาย เพราะพ่วงนามสกุลอาร์เนเซ่นเข้าไปหลังชื่อตัวเองด้วย

“ค่ะคุณชาล็อต ขอฝากตัวด้วยนะคะ”

มาเยด้าก้มหัวให้กับชาล็อตอย่างสุภาพ

“ขอฝากตัวด้วยเช่นกันค่ะ คุณมาเยด้า”


ในขณะที่ไอแซ๊คโอบชาล็อตกับมาเยด้ามากอดอย่างมีความสุขนั้น รุดก็กำลังเจอบรรยากาศมาคุ


คาเรนนั้นได้รับจดหมายด่วนจากมาเยด้า และนำทหารทั้งหมดของเดเนรอท มาสมทบที่โวฟกราฟ

พร้อมกับทหารอาเลซุนด์นั้น กำลังทำหน้าปั้นยากใส่รุดอยู่

 

“....รู้เรื่องทั้งหมดจากจดหมายแล้วล่ะค่ะ”

คาเรนที่มองรุดด้วยสายตาที่เย็นเฉียบเหมือนทะเลสาบน้ำแข็งตรงเบื้องหน้ากล่าวออกมา


“คาเรน ฟังผมก่อน…..”

“ไม่ฟังทั้งนั้นละค่ะ!!”

“คาเรนคือว่า……….”

“ถ้าจะส่งองค์หญิงแองเจริก้ากลับไปไอบีเรียนล่ะก็ไม่ต้องมาคุยกันเลยค่ะ!!”

“เห…..”

รุดที่กำลังตกใจนั้น หันไปมองที่ไอแซ๊คที่แลบลิ้นกลับมาให้


“จดหมายจากคุณไอแซ๊คอธิบายมาหมดทุกอย่างแล้วล่ะค่ะ น่าสงสารองค์หญิงแองเจริก้าออก!!

ทั้งที่ถูกบังคับให้มาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนมา ในที่สุดก็ได้เจอกับรุดแล้วทั้งที แต่ยังถูกใส่ร้ายจนต้องหนีมาที่นี่ รุดคนใจร้าย!! จะส่งเธอกลับไปไอบีเรียนอีก!!”

คาเรนวีนใส่รุดเพราะข้อความที่เหมือนนิยายรักซึ่งไอแซ๊คเป็นคนส่งมาให้ และมองไปที่อาเรด้วยแววตาสงสาร


“ผมไม่ส่งอาเรกลับไปไอบีเรียนหรอกนะ”

รุดที่ยังปลับอารมณ์ไม่ทันบอกกับคาเรน


“จริงนะคะ!!”

“จริงจ๊ะ”

“ไม่ส่งกลับแน่นะคะ!!”

“ไม่ท้าม ไม่ทำ อย่างนั้นแน่ๆจ๊ะ”


คาเรนนั้นหันไปมองที่อาเรที่กำลังทำหน้าเหมือนกับจะร้องให้ก็เลยเข้าไปปลอบ

“ไม่เป็นไรแล้วนะคะองค์หญิงแองเจริก้าที่นี่ปลอดภัยแน่นอนค่ะ”

“ขอบคุณนะ คุณคาเรนนี่เป็นคนดีจริงๆ….”

อาเรก็ร้องให้ออกมาด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างรวมกัน


“รุดน่ะเล่าเรื่องของคุณคาเรนให้ฉันฟังแล้วล่ะค่ะ คุณคาเรนนี่เข้มแข็งจริงๆ”

“พวกเรานี่โชคร้ายจริงๆนะคะองค์หญิงแองเจริก้า เรื่องเดียวที่โชคดี คือได้เจอรุดนี่ละค่ะ”


“ใช่ค่ะ ถ้าไม่้ได้เจอรุดนี่ก็คงจะแย่มากๆเลย ป่านนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้”

อาเรนั้นมองคาเรนด้วยความเข้าใจ

“เอ่อ ฉัน แองเจริก้า ฟาลม่า คอเนเรียส เรียกฉันว่า อาเรก็ได้ค่ะคุณคาเรน”

“ค่ะ คาเรน เดเนรอท คอเนเรียส เรียกว่าคาเรนเฉยๆก็ได้นะอาเร”

แล้วคาเรนกับอาเรก็กอดคอกันร้องให้ พอรุดจะเข้ามาปลอบ คาเรนก็ทำท่าชิ่วๆใส่รุดซะอย่างนั้น


และแล้วเรื่องก็จบลงด้วยดีโดยที่รุดยังมีชีวิตรอดอยู่

รุดนั้นอยู่ในอาการเดียวกันกับไอแซ๊ค คือถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ให้ไปสู้กับพวกวิด้าด้วยมือปล่าวยังดีกว่าต้องมาสู้กับภรรยาอีก ทั้งคู่คิดตรงกันแบบเป๊ะๆ


“ไอแซ๊ค นายมีแผนรับมือกองทัพใหญ่เครอสยังไง”

รุดที่ดูผ่อนคลายลงมากถามไอแซ๊คกำลังอมยิ้มอยู่


“เราจะบุก”

“บุกเหรอ เราคนน้อยกว่า4เท่าเลยนา”

“นั่นแหละเราถึงต้องบุก”

“งงว่ะครับ อธิบายซิ”

“เพราะศัตรูรู้ว่าพวกเรามีน้อยกว่ายังไงก็ต้องตั้งรับ ฉันเลยจะฉวยโอกาศบุก”

ไอแซ๊คนั้นกลับมาสู่สภาพเดิมและวิเคราะให้รุดฟัง


“ริคูม!!มานี่หน่อยซิ!!”

รุดตะโกนเรียกรองหัวหน้าหน่วยรบกินิวของเขา


“ครับท่านมาควิส”

ริคูมที่เป็นชายร่างใหญ่พอๆกับรุดวิ่งมาหารุดทันที


“ได้ข่าวอะไรมาบ้าง”

“กองทัพที่ยกมาจากเมืองหลวงมีจำนวน100000คน นำทัพโดยเจ้าชายฟิลิป

ซึ่งเป็นรัชทายาท เดินทัพแบบเชื่องช้า ถ้าด้วยความเร็วระดับนี้ คงอีก5-6วันนั่นละครับ

ถึงจะมาถึงโวฟกราฟ”

“แล้วเซาเซอร์ล่ะอยู่ที่ไหน”

“หัวหน้าตอนนี้อยู่ที่ป่าดำเพราะพวกคนเถื่อนบุกเข้ามาตอนหิมะเริ่มตกพอดีครับ”

เซาเซอร์นั้นเป็นหัวหน้าหน่วยรบกินิว แต่ติดภาระกิจอยู่จึงให้ริคูมที่คล่องตัวกว่ามาทำงานแทน

“สถานะการที่ป่าดำเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่หนักหนาครับ แต่ตอนหน้าหนาวพวกมันมักจะมากันเป็นกลุ่มย่อยๆ หัวหน้าเซาเซอร์

กับทหารอาสาอีก1000คนเอาอยู่ครับ แต่ว่าถอนกำลังออกมาไม่ได้”


ไอแซ๊คนั้นหันไปมองรุดด้วยรอยยิ้มเหมือนพวกตัวร้าย

“เข้าทางเลยล่ะ”

“คิดเหมือนกันเลยเพื่อน แล้วจะบุกเมื่อใหร่”

“ทันทีที่พวกมันประชิดโวฟกราฟ คิดว่าพวกมันน่าจะตั้งค่ายพักกันก่อนที่จะเข้ามาในเขตโวฟกราฟน่ะ”

“งานนี้ใช้มนุษย์หมาป่าไหม”

รุดยิ้มยิงฟันให้ไอแซ๊คเพราะอยากลุยเต็มแก่


“ไม่ เราจะบุกพวกมันตอนฟ้าสาง”

“งั้นก็เสี่ยงน่ะสิ”

“ไม่เลยรุด ไม่เลย”

ไอแซ๊คส่ายหัว

“งานนี้จะเป็นการไล่ฆ่าอยู่ฝั่งเดียว คอยดูให้ดี”


รุดนั้นถึงกับซีดเมื่อเห็นแววตาของไอแซ๊คที่ประกาศเทศกาลประหารหมู่


“ทำไมนายถึงเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้ฟะ”

รุดอดถามจุดประสงค์ที่แท้จริงของไอแซ๊คไม่ได้


“เพราะต้องการประกาศศักดาให้พวกมันรู้ว่า อย่ามาสะเออะยุ่งกับพวกเรา และก็จะเป็น

การยับยั้งสงครามอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะถ้าพวกเราเข้มแข็ง ก็จะไม่มีใครกล้ามาโจมตี

นอกจากนั้นก็เป็นโอกาศอันดี ที่พวกเราจะประกาศอิสระภาพไม่ขึ้นกับเครอสอีกต่อไป”


“ประกาศอิสระภาพ!! นี่นายจะก่อตั้งประเทศใหม่เรอะ”

“หรือจะยอมเป็นเขตปกครองของเครอสต่อไปในฐานะกบฐล่ะ”

“งั้นก็ตั้งประเทศใหม่เลยฉันสนับสนุน”

รุดยกมือขึ้นทำท่าเห็นด้วย


“ก่อนอื่นก็ต้องเอาชนะกองทัพเครอสให้ได้ก่อน และต้องชนะอย่างงดงามด้วย”

ไอแซ๊คมองไปทางทิศตะวันตกที่กองทัพเครอสจะบุกเข้ามา


“นายเอะใจอะไรไหมไอแซ๊ค”

“อะไร”

“ แม่ทัพใหญ่ของศัตรูคือเจ้าชายฟิลิป”

“แน่นอน ฉันรู้อยู่แล้ว เลยเลือกใช้แผนที่จะทำลายกองทัพของหมอนั่นให้ย่อยยับยังไงล่ะ”

ไอแซ๊คกำมือแน่นเหมือนบีบอะไรสักอย่างในมือ


“แต่จับเป็นหมอนั่นให้ได้ล่ะ ห้ามฆ่าเด็ดขาด”

ไอแซ๊คปล่อยมือที่กำออก แล้วไปจับใหล่ของรุด


“.....อุตสาห์รอที่จะได้……..….”

“จับเป็นมาใช้ต่อรอง และก็ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยนี่ ว่าห้ามทำอะไรมันน่ะ”

“อย่างนั้นหรือ”

รุดทำหน้าเซ็งๆ

“ฉันมีวิธีที่จะทำให้มันทรมารยิ่งกว่าตายอีกหึๆๆๆๆ”

ไอแซ๊คนั้นหัวเราเหมือนตัวร้ายไปซะแล้ว

“ฉันก็เพิ่งจะคิดออกเหมือนกัน เหอๆๆๆๆ”

รุดก็เป็นไปด้วยอีกคน     

“เพราะบังอาจมาเจ๊าะแจ๊ะกับคาเรน” รุดพูดขึ้น

“เพราะบังอาจมายุ่มย่ามกับมาเยด้า” ไอแซ๊คขานรับ

“ได้เวลาละเลงเลือดแล้ว”ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมๆกัน  

มีเงาสีดำๆเหมือนวิญญาญร้ายลอยขึ้นมาที่ด้านหลังของทั้งคู่



จบตอนที่8   























       


                                              









 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3,297 ความคิดเห็น

  1. #3079 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 15:11
    พ่อบ้านกลัวเมีย + หวงเมีย
    #3079
    0
  2. #2767 Cocoz (@aniroot1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 20:33
    ขอบคุณครับ
    #2767
    0
  3. #2295 MaouKirito (@arthur1973) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:16
    เมียข้า! ใครแตะ! เหอะเหอะๆๆๆ!
    #2295
    0
  4. #2131 Zekavarov (@Zekarov) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 22:24
    ฆ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    มานนนนนนนนนนนนนนนนนน



    #2131
    0
  5. #1854 Freezing-Trap (@kingnoname) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 00:58
    เอาเลยๆ ทรมานนายฟิลิป ดับเบิ้ลคิลพ่อฟิลิป จากนั้นตั้งประเทศใหม่ หาสาวเข้าฮาเร็ม แล้วก็บวกกับประเทศอื่นต่อ เพอร์เฟค
    #1854
    0
  6. #1687 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 14:47
    ไอ2ตัวนี้นี่มัน ปีศาจชัดๆ
    #1687
    0
  7. #1611 dowdow1994 (@dowdow1994) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 23:29
    กรี๊ดดดดด เรื่องนี้ฉันพลาดอ่านได้ยังไง เริดคร้า 


    ขอเป็นแฟนอ่านเลยคร้า หนุกมากๆ
    #1611
    0
  8. #1589 ~{nop}~ (@jarandon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 00:45
    5 5 5 สนุกแท้เรื่องนี้ มันหลุดหูหลุดตาผมไปได้ไง น่าจะมาอ่านตั้งนานแล้ว
    #1589
    0
  9. #1435 1Bishop1 (@vbfip6db2010) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 01:28
    ทะเลสาบไม่ได้แข็งในวันเดียวนะครับ ขนาดทะเลสาบเล็กๆที่ญี่ปุ่นหลายวันแล้วบางทีโดดๆมันยังพังเลย
    แต่นี่ม้าข้ามเลยหนิครับ (ผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยนะครับ อ่านเพลินไปนิดนึง รายละเอียดอาจจะตก)
    #1435
    0
  10. #1386 Fimeza (@flimekungza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 19:48
    สนุกมากครับแต่ได้ดีมากเลยอ่านแล้วไม่เครียดเลยทั้งๆที่เป็นนิยายสงคราม+การเมือง
    #1386
    0
  11. #1378 Kwin Teerat (@fetalstate) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 21:34
    เขียนได้ดีครับ อัพบ่อยๆไม่ทิ้งไปไหนแน่นอน
    #1378
    0
  12. #1067 Mr.Bermuda (@pakxza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 22:19
    ฟิลิป งานงอกแล้ว
    #1067
    0
  13. #586 pleza009 (@pleza009) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 08:27
    ผู้หญิงข้าไครอย่าแตะ 555
    #586
    0
  14. #262 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 18:42
    สั้นๆ มันส์ จบข่าวสะใจด้วย
    #262
    0
  15. #225 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 04:26
    ไว้อาลัยแด่ฟิลิป ที่ไปปลุกผีบ้าสองตัวมาจากหลุม
    #225
    0
  16. #97 Jeronemo (@lengust) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 20:58
    หน่วยรบกินิว...

    ดาบชื่อคิตตี้... 
    #97
    0
  17. #86 black22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 13:45
    ฆ่ามันให้เรียบจะได้รู้ใครเป็นใคร น่าสงสานราชาอูริชที่อุตสาห์วางรากฐานที่มั้นคงให้ลูกแต่ลุกกลับไม่เข้าใจซะงั้น
    #86
    0
  18. #77 Form Ivan (@one-more1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 18:46
    ตัวร้ายชัดๆ
    #77
    0
  19. วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 14:48
    ฆ่าให้เละเลยยยยยยย
    #58
    0
  20. #30 เงาตามหลอน (@oymfoyp00) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 12:54
    เมียสุดที่รักนี่แตะไม่ได้ใช้มะ
    #30
    0
  21. #13 olbuslo (@olbuslo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 14:33
    ฆ่ามันให้หมด



    #13
    0