บันทึกยุทธการสงครามต่างโลก

ตอนที่ 66 : เร่งรีบรุกไล่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    1 มิ.ย. 58

ตอนที่ 63 เร่งรีบรุกไล่



ทะเลสงบในยามเช้าที่แสนสดใส ลมทะเลพัดเอื่อยหอบเอากลิ่นเกลือขึ้นบนบก นี่เป็นบรรยากาศยามเช้าที่ปรกติของเมืองท่าไซเซียง ประเทศต้าหยางที่พบเห็นจนคุ้นชิน


แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้บรรดาชาวเมืองท่าแห่งนี้ต้องแตกตื่นโกลาหลกันตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องมาจากเงาดำจำนวนมากปรากฏขึ้นในทะเลตะวันออกขวางทางอาทิตย์อุทัยที่กำลังฉายแสงอ่อนจาง


มันคือเรือรบ เรือรบจำนวนมาก กองเรือที่กางใบเรือสีดำสนิทแล่นผ่านท้องทะเล พวกมันกำลังกางใบเต็มที่และแล่นเข้าหาเมืองท่าไซเซียงอย่างรวดเร็ว


……………………………………………………………………….


“เห็นแล้ว นั่นหรือเมืองไซเซียง”


ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น ผู้นำแห่งโรฮานยืนบนเรือรบพลางกวาดสายตามองดูเมืองไซเซียงที่อยู่ริมฝั่งทะเล


“ยึดเลยไหม”


รุด คอเนเรียส แม่ทัพใหญ่แห่งโรฮานผู้เป็นเพื่อนสนิทของไอแซ๊คแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เขาอัดอั้นบนเรือรบมานานนับเดือนจนเริ่มอยากออกแรงแล้ว


“บ้ารึไง เมืองไซเซียงยังคงเป็นเมืองของต้าหยาง ของพันธมิตร นี่พวกเรามาช่วยพันธมิตรรบนะเฟ้ย ไม่ใช่มาหักหลังเขา”


“รู้น่า ก็แค่อยากออกแรงเท่านั้นเอง”


“เดี๋ยวได้ออกแน่”


ไอแซ๊คมองเมืองไซเซียงที่ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาทุกขณะ


“น่าสงสัย”


จู่ๆรุดก็เอามือจับคางแล้วหันหน้ามาพูดไอแซ๊คด้วยคำพูดกำกวม


“อะไรที่น่าสงสัย”


รุดไม่ได้พูดอะไร แต่กลับก้มร่างที่ใหญ่โตลงมามองไอแซ๊คซ้ายทีขวาทีอย่างน่ารำคาญ


“นายนี่แหละที่น่าสงสัย ไม่บุก ไม่ยึด ถ้าแค่นั้นก็พาทหารเรากลับไปก็จบ ไม่เห็นต้องยกทัพใหญ่มาช่วยต้าหยางเลยนี่นา ถึงจะเป็นมิตรประเทศแต่ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนออกหน้ายอมทำสงครามใหญ่ๆ ปรกติเห็นนายพูดแต่เรื่องคุ้มทุน ขาดทุนอยู่ทุกที แต่คราวนี้ไม่บ่นซักแอะ”

“….มันคุ้มที่จะยกทัพมาก็แล้วกัน”


“บอกมาเถอะน่า ไม่บอกฉันงอนจริงๆนะ”


“........จบสงครามด้วยชื่อของโรฮาน วิธีนั้นจะเป็นการสร้างชื่อของโรฮานให้ดูน่าเกรงขามในทวีปเคแรกซ์ หลังจากนี้ไป เราจะไม่มีศัตรูที่ทวีปนี้อีกต่อไป ทำสงครามเพื่อจบสงครามตลอดกาล นายคิดว่าไงล่ะ”


รุดถึงกับถลึงตาใส่ไอแซ๊ค เพราะนโยบายทำสงครามเพื่อจบสงครามนั้นเขารู้ดี แต่นั่นไม่ได้ตอบคำถามที่เขาถามไอแซ๊คไปเลย สิ่งที่เขาอยากรู้คือเพราะอะไรไอแซ๊คถึงลงทุนลงแรงยกทัพมาด้วยตนเองต่างหาก


“ก็ตามนั้น แต่นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลย”


“หลังจากจบสงครามลง การค้าระหว่างโรฮานกับเยกูร์และต้าหยางก็จะเริ่มขึ้น สินค้าต่างๆของเราจะทำเงินมหาศาลจากคู่ค้า และเพิ่มอำนาจของโรฮานในพื้นทวีปนี้โดยไม่ต้องทำสงครามหรือดำเนินการทางการเมือง มันคือการรุกรานทางเศษฐกิจไงล่ะ แต่ก็เพื่อความสงบสุขของโรฮานนั่นแหละ”


ไอแซ๊คยิ้มพลางมองไปยังเมืองไซเซียงอย่างมีนัยยะ เขาทำสงครามเพื่อปกป้องในคราวแรก แต่ในตอนนี้เขาคิดหาทางสร้างความแข็งแกร่งให้แก่โรฮานทุกวิธีทาง หลังจากที่ทำสงครามเพื่อยุติสงครามจนหมดสิ้นแล้ว เขาก็จะดำเนินการขั้นต่อไป นั่นคือการสร้างความแข็งแก่งด้วยสงครามเศษฐกิจนั่นเอง


โรฮานมีขีดความสามารถในการประดิษฐ์ สินค้าจากโรฮานนั้นล้วนแล้วแต่ล้ำสมัย ลำพังเหล็กจากโรฮานที่ถูกฉาบกันสนิม กับตะเกียงน้ำมันก็ผลิตจนขายไม่ทันแล้ว นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือเครื่องใช้ สินค้าฟุ่มเฟือย อุปกรณ์ทางการเกษตร อาวุธ เรียกได้ว่าผลิตเท่าไหร่ก็ไม่พอ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงสร้างรายได้อย่างมหาศาลแก่โรฮาน


หากประเทศใดค้าขายกับโรฮานก็จะเจริญรุดหน้า หาไม่ก็จะต้องล้าหลังต่อไป นี่คือกุศโลบายของไอแซ๊คอย่างหนึ่งที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ทั้งใบด้วยเศษฐกิจ


โดยที่มีโรฮานเป็นศูนย์กลาง


รุดเองก็เข้าใจในที่สุด เขาถึงแม้จะไม่ฉลาดเท่าไอแซ๊คแต่ก็หลักแหลมผิดหน้าตา


“สงครามเศษฐกิจ…….ใครหือก็แค่ตัดความสัมพันธ์งดค้าขายซะ ร้ายว่ะ”


“แต่เพื่อการนั้นเราต้องจบสงครามโง่ๆทั้งหมดเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางการค้าเสียก่อน ฝั่งทวีปไอโอเนียอยู่ตัวแล้วหากไม่นับประเทศเฟเรียของกีเก้ที่ยังทำสงครามย่อยๆกับแบร์การ่าอยู่ กับประเทศโรฟที่มีสงครามกลางเมือง ส่วนที่นี่เยกูร์ของอาเจไกก็ดูจะไม่อยากเป็นศัตรูกับโรฮาน เหลือแต่ต้าหยาง……”


“เข้าใจล่ะ จบสงครามที่ต้าหยางเครือข่ายการค้าก็จะสมบูรณ์ เป็นการลงทุนที่นับว่าสมน้ำสมเนื้อ”


“แต่เราต้องชนะสงครามก่อน และฉันไม่นิยมความเสี่ยงต่อการสูญเสีย จึงต้องชนะอย่างหมดจดด้วย”


ไอแซ๊คตบบ่าของรุด จากนั้นเขาก็ไปสั่งการเพื่อเตรียมการยกพลขึ้นบกเพราะใกล้จะถึงที่หมายแล้ว


“ทำสงครามเพื่อจบสงคราม การกดดันทางเศษฐกิจนี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุดในการกำจัดสงคราม เตรียมตัวไว้ซะ พอยกพลขึ้นบกนายอาจจะต้องเคลื่อนไหวทันที”


“ทันที!! เฮ้ย!! ยังไม่ทันได้พักเลยหนา!!”


ไอแซ๊คยืนยิ้มกว้างแฝงด้วยเลศนัยและกลิ่นอายของความชั่วร้าย เขาคิดล่วงหน้าตลอดเกี่ยวกับกลศึก และครั้งนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้จะยังไม่รู้ถึงความเคลื่อนไหวที่แน่นอนของกองทัพกบฐ แต่เขาก็วางหมากเอาไว้แล้ว


“พวกมันถอยทัพกลับไปแดนตะวันตกแล้วแน่นอน เพราะอาเจไกรอขย้ำคอหอยอยู่ ถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิด นายต้องตามตูดพวกมันไปติดๆแล้วเล่นงานที่มั่นของพวกมันซักรอบ”


“เพื่อ!!”


รุดตะโกนอย่างหัวเสีย เพราะเขาไม่คิดว่าต้องทำงานเร็วขนาดนี้


“ประกาศต่อกองทัพกบฐ ว่าพวกเรามาแล้ว และพวกมันถูกล้อมโดยกองทัพเยกูร์และกองทัพโรฮาน คอยดูซิว่ากองทัพกบฐนั่นจะยังรักษาสภาพกองทัพเอาไว้ได้หรือเปล่า หึๆๆๆๆ”


ไอแซ๊คหัวเราะเหมือนตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า แล้วหันหลังไปมองเมืองท่าไซเซียงอีกครา


……………………………………………………………………………








“โอย…..เสร็จสิ้นเสียที”


ผู้เฒ่าซื่อฟางในวัย60นั่งลงกับกองฟางที่เขาเพิ่งจะเอาคราดกวาดมารวมกัน ฟางข้าวสีเหลืองซีดนี้เป็นอาหารแก่ปศุสัตว์ในยามหน้าหนาวมาเยือน เขาจึงต้องตั้งใจเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี


เฒ่าซื่อฟางอาศัยอยู่เพียงลำพังในไร่นาขนาดย่อมไกล้เมืองท่าไซเซียง ภรรยารักตายจากไปหลายปีแล้ว ลูกชายทั้ง3คนก็โยกย้ายไปทำมาหากินในเมืองหยางเสียน ปล่อยผู้เฒ่าให้อาศัยอยู่ตามลำพังปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ไปตามประสา


ไม่ใช่ว่าลูกหลานทอดทิ้ง แต่เฒ่าซื่อฟางไม่ยอมทิ้งไร่ที่เขารับมรดกมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดไป ซึ่งความจริงไร่ที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงนับ100ลี้ไร้ซึ่งราคาค่างวดอันใด แต่มันคือความภูมิใจของชายชราผู้นี้ เขาจึงไม่ยอมย้ายไปไหนแม้สังขารจะเริ่มไม่อำนวยก็ตาม


ในยามเย็นตะวันลอยต่ำ เฒ่าซื่อฟางยกป้านน้ำชาทองเหลืองที่บรรจุน้ำชาที่ต้มจากชาหยาบมาเทลงในแก้วทองเหลืองแล้วดื่มลงคอไป มันเย็นชืดไปนานแล้วแต่นับว่าดื่มดับกระหายได้ดียิ่ง


น้ำชาสีจางถูกรินลงในแก้วอีกครา แต่เสียงฝีเท้าม้าที่ดังขึ้นนั้นเขย่าขวัญของผู้เฒ่าจนป้านน้ำชาหล่นลงกับพื้น


“อะไร….คราวที่แล้วก็กองทัพกบฐ คราวนี้จะอะไรอีก”


เมื่อหลายชั่วโมงก่อน กองทัพกบฐได้เดินทัพผ่านไปกลับไปยังทิศตะวันตก ซึ่งนั่นสร้างความแตกตื่นแก่เฒ่าซื่อฟางยิ่งนัก เขาไม่คิดว่าจะได้เจอะได้เจอกับการเดินทัพของทหารอีก


-หากถูกปล้นชิงเสบียงอาหารไปข้าก็จะต้องอดตายตอนฤดูหนาว เมื่อคราวกองทัพกบฐยกทัพไปล้อมหยางเสียนข้าก็ถูกแย่งชิงเสบียงไปครึ่งหนึ่งแล้ว หากถูกปล้นชิงอีกก็ไม่รอดแล้ว ข้าขอสู้ตาย-


เฒ่าซื่อฟางลุกขึ้นยืนอย่างยากเย็น แล้วกระชับคราดในมือเอาไว้มั่น วันนี้เป็นไงเป็นกันเขาขอสู้จนตายดีกว่านั่งรอความตาย


กลุ่มฝุ่นละอองลอยคลุ้งมาจากทางตะวันออก ไม่นานนักกองทัพขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวต่อสายตาของเฒ่าซื่อฟาง ความคิดที่จะสู้ของผู้เฒ่าไม่จางหายไป ถึงแม้จะกลัวแสนกลัวแต่ความคับแค้นใจที่ถูกปล้นชิงมาหลายครั้งสุมรวมในใจจนความโกรธเอาชนะความกลัวได้


กองทัพนับหมื่นหยุดทัพลงเมื่อได้เห็นไร่ของเฒ่าซื่อฟาง จากนั้นทหารม้า3คนก็ผละออกจากขบวนตรงมาหาเขา มือที่ถือคราดสั่นเป็นเจ้าเข้า ถึงแม้จะเตรียมตัวตายแล้วแต่เฒ่าซื่อฟางเป็นชาวไร่หาใช่ทหารไม่ เขาจึงกลัวจับใจแต่ก็ไม่ยอมปล่อยคราดในมือ


ทหารม้าที่มีอาวุธครบมือ3คนหยุดลงตรงหน้าของเฒ่าซื่อฟาง จากนั้นเฒ่าซื่อฟางก็ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว


“หากพวกเจ้าต้องการปล้นชิงอีกก็ข้ามศพของข้าไป!! บิดาไม่ยอมให้พวกเจ้าข่มเหงอีกต่อไปแล้ว!!”


ทหารม้าทั้ง3คนหยุดยั้งรออยู่กับที่มองดูเฒ่าซื่อฟางที่ชี้คราดมายังพวกเขา เฒ่าซื่อฟางเตรียมใจที่จะถูกทหารม้าทั้ง3นี้ฆ่าตายแล้ว แต่ทหารม้าทั้ง3คนนั้นกลับไม่มอบสิ่งที่เฒ่าซื่อฟางรอคอย พวกเขากลับกระโดดลงจากหลังม้าแล้วถอดหมวกเกราะออก


“ขออภัยท่านผู้เฒ่าที่ทำให้แตกตื่นตกใจ พวกเราหาใช่โจรที่มาปล้นชิงไม่ พวกเราเพียงอยากถามทางไปเมืองหล่งโย่วเท่านั้น”


ทหารม้าผู้หนึ่งเดินมาประสานมือแก่เฒ่าซื่อฟางอย่างนอบน้อม ซึ่งใบหน้าหลังถอดหน้ากากของเขานั้นไม่ว่าดูอย่างไรก็แลดูไม่คลับคล้ายชาวต้าหยาง แต่กลับเหมือนชาวตะวันตกเสียมากกว่า


“หนิงหยง…..พวกเจ้าเป็นใครมาจากไหนจึงมุ่งสู่หนิงหยง ไม่รู้หรือไรว่าที่นั้น….”


“พวกเราคือกองทัพโรฮานเดินทางมาเพื่อช่วยปราบปรามกบฐ หากผู้เฒ่าทราบหนทางไปยังหนิงหยงก็ช่วยบอกทางทีเถิด พวกเราไม่คุ้นชินพื้นที่เดินทัพได้ยากนัก”


ทหารโรฮานที่รูปกายสูงใหญ่ร้องขอให้ผู้เฒ่าซื่อฟางบอกทางไปยังเมืองหล่งโย่ว เมืองขนาดกลางที่เป็นเมืองที่อยู่ในอำนาจของกองทัพกบฐ


“พวกท่านเดินทางไปตามทางหลวงนับว่าเสียเวลามากหลายเพราะมันแทบจะเป็นเลนโคลนใช่หรือไม่”


ทหารโรฮานพยักหน้าตอบรับ เมื่อวานนี้มีฝนตกหนักทำให้ทางหลวงแทบจะกลายเป็นทะเลโคลน ทำให้การเดินทัพของพวกเขานั้นแทบจะช้าเหมือนคลานไป


“ท่านเห็นทุ่งหญ้านั่นหรือไม่”


เฒ่าซื่อฟางชี้มือไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่อยู่ทางทิศตะวันตก แล้วทหารม้าคนนั้นก็มองตามไปพบทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา


“เพียงท่านหันหัวม้าไปยังทุ่งหญ้านั่น จับทิศไปทางตะวันตกเรื่อยๆก็จะถึงเมืองหล่งโย่วในครึ่งวันเท่านั้น”


“ขอบพระคุณผู้เฒ่าที่ชี้แนะ ผู้เยาว์ขออำลา ขอให้ผู้เฒ่าโปรดรักษาตัว”


ทหารม้าทั้ง3ประสานมือของคุณผู้เฒ่าซื่อฟาง จากนั้นก็ควบม้ากลับไปยังกองทหารที่รออยู่ ไม่นานนัก กองทัพโรฮานก็หันหัวม้ามุ่งสู่ทุ่งหญ้าตามคำแนะนำของเฒ่าซื่อฟาง


“นับว่าสวรรค์ยังมีตา ฟ้ายังคงปราณี ต้าหยางยังคงมีมิตรมาช่วยเหลือในยามยาก ขอสวรรค์คุ้มครองพวกท่าน”


เฒ่าซื่อฟางประสานมือไปยังฟากฟ้าเพื่อวิงวอนต่อเทพยดาให้ช่วยคุ้มครองทหารโรฮานกลุ่มนี้ ต้าหยางที่เคยรุ่งเรืองกลับเหลวแหลกลงทำให้ผู้คนหมดหวัง แต่กองทัพกบฐที่ชูธงธรรมกลับเหลวแหลกยิ่งกว่า เฒ่าซื่อฟางไม่อินังขังขอบว่าใครจะครองฟ้า ของเพียงบ้านเมืองสงบสุขเขาก็พอใจแล้ว


………………………………………………………..


พอยกพลขึ้นบกได้ กองทัพโรฮานก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที โดยที่ไอแซ๊คสั่งการให้กองทัพหน้าของโรฮานนั้นเคลื่อนพลอ้อมเมืองหยางเสียนไปยึดเมืองหล่งโหย่วที่ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของกองทัพกบฐ


ไอแซ๊ควางตัวสายลบเอาไว้2คนที่ต้าหยาง และข้อมูลจากสายลับทำให้เขารู้ถึงสภาพและความเคลื่อนไหวของกองทัพกบฐ เขาจึงตัดสินใจเลือกที่จะเปิดฉากจู่โจมก่อน


เมืองหล่งโย่วเป็นเมืองขนาดกลางที่เดิมทีไม่มีความสลักสำคัญอะไร กำแพงเมืองก็ไม่สูง แต่ในตอนนี้มันเป็นเมืองที่กองทัพกบฐใช้ในการสะสมเสบียงทัพเพื่อบุกยึดเมืองหลวงหยางเสียน เสบียงทัพและอาวุธจำนวนมหาศาลจึงถูกนำมากองรวมกันเอาไว้ที่นี่






ด้วยเหตุนี้ไอแซ๊คจึงฉวยโอกาศสั่งการให้กองทัพหน้าบุกตามหลังกองทัพกบฐที่รีบแจ้นกลับแดนตะวันตกเพื่อรับมืออาเจไก ให้ฉวยโอกาศโจมตียึดเมืองหย่งโล่วซะ ส่วนตนเองนำทัพใหญ่เดินทางไปยังเมืองหยางเสียนเพื่อเครียมตัวเปิดฉากบุกในขั้นต่อไป


กองทัพทหารกองหน้าของโรฮานจำนวน10,000คนที่เป็นทหารม้าทั้งหมดได้เดินทางออกจากเมืองท่าไซเซียงเพื่อไปยึดเมืองหล่งโย่ว หรืออีกนัยหนึ่งคือการฉวยโอกาศยึดเสบียงอาวุธของกองทัพกบฐนั่นเอง


แต่นั่นหาใช่เป้าหมายที่แท้จริงไม่ เป้าหมายที่แท้จริงของไอแซ๊คคือการข่มขวัญ


กองทัพกบฐคือการรวมตัวของแม่ทัพนายกองที่หันไปสวามิภักดิ์ต่อตระกูลหวัง หากตระกูลหวังอ่อนแอลงกองทัพกบฐจะระส่ำระสาย ซึ่งไอแซ๊คต้องการพิสูจน์ดูสักคราว


หลังจากที่เดินทางเข้าไปยังทุ่งหญ้าตาคำแนะนำของผู้เฒ่าซื่อฟาง ตะวันก็ลาลับฟ้า กองทหารม้าโรฮานก็พากันหยุดพักตั้งค่ายกันกลางทุ่งหญ้ารกร้าง ไม่นานนักค่ายกระโจมก็ถูกตั้งแล้วเสร็จ


“วันพรุ่งนี้พวกเราจะไปถึงเมืองหย่งโล่ว แต่ยังไม่เปิดฉากโจมตี ต้องแน่ใจก่อนว่ากองทัพกบฐถอนกำลังจากไปแล้วจึงจะยึดเมือง”


ผู้นำกองทัพหน้าของโรฮานพูดกับบรรดานายกองที่อยู่ในกระโจมกลาง เดิมทีแม่ทัพทหารกองหน้าคือดาวิด กองเดอล่าแต่เขาติดภารกิจทูต ทำให้ต้องแต่งตั้งแม่ทัพคนอื่นมาทำหน้าที่แทนชั่วคราวในการคุมกองทัพที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งและดุดันที่สุดของกองทัพโรฮานกองนี้


“เพียงตั้งทัพอยู่ห่างๆแล้วส่งทหารสอดแนมไปดูที่หย่งโล่วก็เพียงพอ เสียดายที่ท่านผู้นำมีสายลับเพียงแค่2คนที่ต้่าหยาง ไม่อย่างนั้นคงประหยัดเวลาสอดแนมไปได้เยอะ”


“ไม่มีก็คือไม่มี อย่าบ่นมากน่าซลัทโก้”


“ผมเปล่าบ่นสักหน่อย”


บรรดานายกองต่างก็หัวเราะกันดังหึๆ


“มีใครอยากเพิ่มเติมหรือเสนอแนะอะไรไหม”


แม่ทัพทหารกองหน้ามองไปยังบรรดานายกองที่เข้าร่วมประชุมที่กระโจมกลาง ในตอนนั้นเองก็มีทหารผู้หนึ่งยกมือขึ้นมา


“.....ไซเลนท์”


บรรดานายกองต่างมองไปยังนายทหารที่ยกมือขึ้นขอเสนอความเห็นเป็นสายตาเดียว เนื่องจากเขาคือ ลอเรนซ์ “ไซเลนท์” ริกเคิทร์ ผู้ซึ่งวันๆพูดอยู่ไม่เกิน10คำ


ไซเลนท์เป็นชายรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวซีด เขาเป็นคนพูดน้อยสมฉายา แต่สาเหตุที่เขาแทบจะไม่พูดก็เนื่องมาจากว่าเขาเคยถูกฟันเป็นแผลฉกรรย์ที่คอหอย ถึงแม้จะรอดตายมาได้แต่คมดาบได้ตัดเส้นเสียงของเขาไปส่วนหนึ่งทำให้เสียงของเขาแหบพร่าและเบาหวิว และยังฝากแผลเป็นยาวพาดผ่านลำคอของเขาอีกด้วย


ไซเลนท์เดินไปข้างๆแม่ทัพทหารกองหน้า จากนั้นก็พูดกระซิบเบาๆไม่กี่คำ แล้วก็ชี้มือไปยังแผนที่ๆกางอยู่บนโต๊ะ


“เฮ้ย!! ทำได้เหรอ!!”


แม่ทัพตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ส่วนไซเลนท์ก็พยักหน้าหงึกๆ


“จะทำ….ทำได้….จะทำให้ดู”


เสียงแหบพร่ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของไซเลนท์ มันเป็นรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าแผนการที่เขาคิดมานั้นได้ผลแน่ๆ


“ก็ได้!! ถ้าอย่างนั้นก็เอาเลย ถ้าเรียบร้อยแล้วก็ส่งพลนำสารมาแจ้งด้วย”


ไซเลนท์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ทำความเคารพแม่ทัพแล้วเดินออกจากกระโจมไปอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาที่งุนงงของบรรดานายกอง


“เขาคุยอะไรกันวะ”


“ไม่รู้ว่ะ สงสัยคุยภาษาหมีมั้ง”


“ว่าใครคุยภาษาหมีวะมาเล็ก!!”


แม่ทัพส่งเสียงดุทหารที่กำลังกระซิบนินทากัน เขาคือรุด คอเนเรียส แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพโรฮานนั่นเอง


“ไซเลนท์...ไอ้หัวเสพูดน้อยนั่นมันขอไปที่นี่”


รุดชี้ลงไปในแผนที่ พอบรรดานายกองมองตามไปก็พากันทำตาโตด้วยความแปลกใจ


“ร้ายฉิบ….แบบนี้ทหารในเมืองหล่งโย่วอยู่ไม่สุขแน่”


“เผลอๆจะยกกำลังออกมาจากเมืองมาฆ่าไซเลนท์เลยด้วยซ้ำ”


“ไม่นะ...ถ้าพวกกบฐยกทัพออกจากเมืองหล่งโย่งจริง หากเดินทัพตามหลังไซเลนท์ไปแล้วคำนวนเวลาดีๆ พวกเราก็จะได้เปิดศึกบนที่ราบแทนการตีเมือง ลดความเสียหายไปได้เยอะ”


นายกองทั้งหลายต่างพากันวิจารณ์ นิ้วมือของรุดชี้ไปบนแผนที่ ที่นั่นมีวงกลมเล็กๆวาดอยู่และระบุว่านั่นคือหมู่บ้านที่ชื่อว่าหนิงหยง


“ไซเลนท์เสนอจะยึดหมู่บ้านนี้ล่อทหารกบฐในเมืองหล่งโย่วออกมา ส่วนพวกเราก็ซุ่มรอ จากนั้น!!........”


รุดฟันมือลงในอากาศพร้อมกับแยกเขี้ยวอย่างสะใจ


“รุกฆาต”



……………………………………………………………………


ลอเรนซ์ “ไซเลนท์” ริกเคิทร์ นายทหารผู้คุมกำลัง1,000คน พาทหารม้าของเขาเดินทางไปในยามวิกาล เขาหวังจะยึดหมู่บ้านเล็กๆใกล้เมืองหล่งโย่วเพื่อล่อกองทัพกบฐในเมืองหล่งโย่วออกมา เพื่อให้ทำสงครามในที่โล่ง


หากทำสงครามในที่โล่ง กองทัพแนวหน้าของโรฮานก็จะเสียหายน้อยกว่าการบุกตีเมือง เขาจึงอาสาทำหน้าที่เสี่ยงอันตรายนี้เอง


ไซเลนท์เป็นชายหนุ่มวัย28ที่ดูสุขุม เขาเป็นคนร่างสูงโปร่ง ผิวของเขาขาวซีดจนน่ากลัวพอบวกกับผมสีเงินยาวถึงกลางหลังและตาสีฟ้า ทำให้ไซเลนซ์ดูคล้ายภูติผีที่ควบม้าไปในทุ่งหญ้าในยามราตรี


-แค่บุกยึดหมู่บ้าน รอให้ศัตรูออกจากรัง แล้วหนีออกมาล่อให้มาถึงพื้นที่สังหารที่มีกองทัพหน้ารออยู่ เรื่องง่ายๆ ง่ายกว่างานสกปรกที่เราทำเป็นประจำด้วยซ้ำไป-


สายลมประทะใบหน้า ส่งผมสีเงินของไซเลนท์ให้สยายไปตามสายลมยามราตรี คนคล้ายภูติผีที่มีทหารปีศาจนับพันควบม้าฝ่าทุ่งหญ้าที่กระทบแสงจันทร์สาดส่องจนดูน่าขนลุก


ไซเลนท์และหน่วยของเขาคือหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีชื่อเสียงที่สุดของกองทัพโรฮาน ไร้ซึ่งความผิดพลาดใดๆ และทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอมา จึงทำให้หน่วยนี้มีชื่อเรียกขานกันอีกชื่อว่า “หน่วยสายฟ้าสีเงิน” แห่งกองทัพหน้าโรฮาน


หน่วยสายฟ้าสีเงินของไซเลนท์คือหน่วยรบแห่งความตาย งานประจำของพวกเขาคือการลาดตระเวนลึกเข้าไปในดินอดนศัตรูและไล่ล่าสังหาร ทหารทุกคนในหน่วยไม่มีมือใหม่ ทุกคนคือทหารเจนศึกที่มีอาวุธยุทธปกรณ์อันยอดเยี่ยม


ทหาร1000คนของหน่วยรบที่ถูกเรียกขานว่า หน่วยสายฟ้าสีเงินนี้ หากจะนับว่าเป็น1ในหน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดของโรฮานก็ไม่ผิดนัก


“ท่านนายกองครับ ยังไม่เห็นหมู่บ้านที่อยู่ในแผนที่นั่นเลยครับ”


รองนายกองแห่งหน่วยสายฟ้าสีเงิน เอคโค เคียสเท่น เอ่ยถามไซเลนท์ที่กำลังควบม้าผ่านทุ่งหญ้าในค่ำคืนที่เงียบสงัดไร้แสงจันทร์สาดส่อง เอคโคเป็นรองนายกองผู้มุทะลุดุดัน ซึ่งเขาทำหน้าที่เหมือนกับโทรโข่งของไซเลนท์ที่พูดน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยได้อย่างลงตัว


“...................”


ไซเลนท์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยกนิ้วชี้ขึ้นมาป้องปากแล้วชี้มือไปข้างหน้า


“หุบปากแล้วควบม้าต่อไปสินะครับ!! รับทราบ!!”


เอคโคควบม้าตามไซเลนท์ต่อไปตามมาด้วยทหารม้านับพัน ทุ่งหญ้าที่ราบเรียบสีเขียวที่มืดสนิท เสียงกีบเท้าม้าดังประปรายตัดกับเสียงลมที่พัดแรงบนทุ่งหญ้า หากนับจากการคำนวนแล้วกองทัพม้าเคลื่อนที่เร็วหน่วยสายฟ้าสีเงินน่าจะเดินทางถึงหมู่บ้านหนิงหยง หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างจากเมืองหล่งโย่วที่เป็นเหมือนคลังเสบียงของกองทัพกบฐไปไม่ไกลก่อนรุ่งสาง


“ราตรีกาล วิมารเมฆ เมฆาไหว สายลมเอื่อย เมื่อไหร่จะถึงวะเนี่ย!!”


“...........................”


เอคโค่ที่มีความอดทนต่ำกว่าจุดเดือดของไนโตรเจนตะโกนออกมา แล้วไซเลนท์ก็หันหลังกลับมามองด้วยสายตาเย็นชาสุดขีด


“เงียบไปซะ ไม่งั้นฉันจะปาดคอเอ็งแล้วเอาไปทำอาหารหมาสินะครับ รับทราบครับ!!”


ไซเลนท์พยักหน้าหงึกๆ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรเอคโค่ถึงดูเหมือนจะรู้ใจเขาไปทุกเรื่อง ถึงไม่ต้องพูดแค่มองตาก็รู้ แต่เอคโคก็ชอบตะโกนเสียงดังหนวกหูทำให้ไซเลนท์อารมณ์เสียอยู่บ่อยครั้ง


กองทัพม้าหน่วยสายฟ้าสีเงินเดินทางต่อเนื่องไปบนทุ่งหญ้า พวกเขานำม้ามาคนละสองตัวเพื่อผลัดเปลี่ยนวิ่ง ทำให้สามารถเดินทางต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงได้


ในที่สุดก่อนรุ่งสาง กองทัพม้าก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านหนิงหยงในที่สุด


หมู่บ้านหนิงหยงเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีบ้านเรือนอยู่ราวๆ30-40หลังเท่านั้น และตัวหมู่บ้านเองก็ไม่มีกำแพงป้องกันอะไร


มีเวรยามอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก แถมดูหย่อนยานอย่างหนัก หลายคนกำลังงีบหลับอย่างสบายใจ


“นั่นเอง ในที่สุดก็มาถึง เฮ้ย!! ทุกคนเตรียมพร้อมบุก!!”


พลั่ก!!


“อุ๊บ!!”


เอคโคหันไปตะโกนบอกทหารให้เตรียมบุก แต่เขากลับถูกไซเลนท์ตบจนหัวทิ่ม


“ใจเย็น….เงียบ ส่งคนไปดูก่อน”


เสียงเบาๆแหบๆของไซเลนท์ลอยเข้าหูของเอคโคที่กำลังลูบหัวบรรเทาความเจ็บปวด


“ครับ เฮ้ย!! พวกแก3คน!!....”


“พลั่ก!!”


“......อูย ซี๊ด……ให้เงียบเข้าไว้ใช่ไหมครับ”


“ถ้าเสียงดัง….ฉัน….จะจับแกฝังไว้ตรงนี้ละ……”


“อี๋...ครับ”


………………………………………………..



“กลับมาแล้ว”


เอคโคมองดูทหาร3นายที่ถูกส่งไปซุ่มดูหมู่บ้านหย่งโล่วกำลังวิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังที่ซุ่ม


“ว่าไง หมู่บ้านนั่นมีกำลังทหารอยู่เท่าไหร่”


ทหารทั้ง3คนต่างหอบหายใจจนตัวโยนอย่างเหน็ดเหนื่อย


“มี...มีทหารกบฐอยู่50บวกเศษ แฮ่กๆๆๆ…...แต่ชาวบ้าน….ไม่เห็นครับ คาดว่าน่าจะอยู่ในบ้าน”


“นี่ก็ใกล้รุ่งสางจะนอนอยู่ในบ้านก็ไม่แปลก ท่านนายกอง”


เอคโคหันไปหาไซเลนท์ที่ใช้มือจับคางพลางครุ่นคิดอยู่ หลังจากนั้นไซเลนท์ก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วเตรียมออกคำสั่ง


“.....ปิดล้อมหมู่บ้าน จับเป็น...ห้ามทำร้ายชาวบ้าน ขัดขืน….ฆ่า”


เนื่องจากมีกำลังมากกว่ามาก ไซเลนท์จึงเลือกที่จะทำการปิดล้อม แบบนั้นจะเสี่ยงต่อการสูญเสียทหารน้อยกว่า ถึงจะกินเวลาไปบ้างแต่ก็นับว่าคุ้ม


“รับทราบ!!”


ทหารหน่วยรบสายฟ้าสีเงินต่างก็เตรียมพร้อมรบกันอย่างรวดเร็ว ภาระกิจปิดล้อมนั้นไม่เหลือบ่ากว่าแรงหากศัตรูมีเพียงหยิบมือ และทหารทุกๆคนก็รู้งานเป็นอย่างดีจึงเตรียมการณ์เตรียมพร้อมได้อย่างรวดเร็ว


ไซเลนท์มองดูทหารม้าของตนที่เตรียมตัวพร้อมสรรพ จากนั้นเขาก็ยกมือขวาขึ้นมา


“บุก”


หลังจากที่มือขวาของไซเลนท์ถูกฟันลงในอากาศ ทหารม้า1000นายก็พุ่งออกจากที่ซุ่มอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด


………………………………………………………………..


คำถาม…..จะเกิดอะไรขึ้น หากท่านและเพื่อนๆอีก50กว่าคนถูกล้อมโดยกลุ่มคนจำนวนนับพัน โดยที่ฝ่ายตรงข้ามมีท่าทีเป็นศัตรูอย่างชัดเจน และบังคับให้ท่านและเพื่อนๆยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข


1.ไม่ยอมจำนน ขอสู้ตาย

2.หนีสิครับอยู่ทำไม

3.ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข ชีวิตสำคัญที่สุด


แน่นอนว่าข้อ1 คือคำตอบที่อุดมไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีที่สุด


แน่นอนว่าชายชาติอาชานัยมีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นที่ตั้งเหนือชีวิต แต่นั่นเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรู เบื้องหลังของชายใจเ(ห)ล็กทุกคนต่างก็มีนสิ่งที่พึงปกป้องด้วยกันทั้งนั้น


บ้าน ครอบครัว คนรัก ลูก เงินทอง ทรัพย์สมบัติ


ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะฉุดดึงจิตใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกรุกรบให้กลับมารู้สึกกลัวตายได้อย่างง่ายดาย


ที่หมู่บ้านหย่งโล่วมีทหารของกองทัพกบฐอยู่53คน และในตอนนี้ทั้ง53คนนั้นก็กำลังยืนอยู่หน้าหมู่บ้านหย่งโล่วพลางสั่นสะท้านไปทั้งร่างกันทุกคน ทั้งหมดคือทหารของกองทัพกบฐที่ได้รับคำสั่งให้มาเฝ้าหมู่บ้านหนิงหยงเอาไว้


“ทะ..ทะ...ทะ ทำอย่างไรดี ศัตรูมีมากเหลือเกิน”


“ไม่มี...ไม่มีทางหนี ถูกปิดล้อมทุกทางเลย”


“เอาไงดีขอรับท่านนายกอง”


ทหารกบฐ53คนมองนายกองที่ดูไร้น้ำยากันเลิ่กลั่ก แต่ก่อนที่นายกองร่างอ้วนฉุจะได้พูดอะไร เสียงจากกองทหารโรฮานที่ล้อมอยู่ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน


“จะยอมจำนน หรือยอมตายเลือกเอา!!”


เอคโคยังคงทำหน้าที่โทรโข่งของไซเลนท์ได้อย่างดีเยี่ยม น้ำเสียงที่ดุดันของเขาทรงพลังอย่างน่าทึ่ง ซึ่งมันสะกดขวัญของทหารกบฐจนตกวูบลงไป


“ขะ….ข้ายอมจำนน”


ทหารกบฐคนหนึ่งโยนดาบทิ้งลงบนพื้น


“เจ้า!!....นี่เจ้ากล้า!!....”


นายกองของทหารกบฐถลึงตาหมายจะด่าทหารที่ทิ้งดาบยอมแพ้ แต่ในตอนนั้นเสียงดาบตกพื้นก็ดังไม่ขาดสาย


“ข้าไม่อยากตาย…”


“ลูกกับเมียข้ายังรอข้าอยู่”


“ข้ามีมารดาชราต้องดูแล……..”


ความกลัวเข้าครอบงำ ทหารกบฐทุกคนต่างก็พากันทิ้งอาวุธยอมจำนน นายกองอ้วนฉุพอเห็นเช่นนั้นก็กลัวจับจิต เขานั้นมีบ้านช่องที่ประกอบธุรกิจค้าขายมั่งมีเงินทอง แต่ตนเองเป็นลูกคนรองจึงหวังจะก่อร่างสร้างตัวด้วยการสร้างชื่อเสียงกับกองทัพกบฐต้าหวัง แต่ในตอนนี้เขาเห็นว่าชีวิตตนมีค่ามากกว่าทองคำ10ตำลึงที่จ่ายเป็นค่ายศนายกองมากนัก จึงพลางโยนดาบลงกับพื้นยอมจำนนต่อกองทหารโรฮาน


“ชื่อเสียงเงินทอง….เทียบกับชีวิตแล้วเบาบางนัก”


…………………………………………………………………………


หลังจากที่ปลดอาวุธทหารกบฐเสร็จเรียบร้อย กองทหารโรฮานหน่วยสายฟ้าสีเงินก็ทำการสำรวจหมู่บ้านหย่งโล่ว ซึ่งพอดีกับดวงตะวันที่ฉายแสงรับอรุณพอดิบพอดี


-เช้าแล้วงั้นหรือ ไม่ได้หลับได้นอนมา1คืนเต็มๆ แต่ดูเหมือนทหารจะยังคึกคักดีอยู่-


ไซเลนท์นั่งลงบนลังไม้ในใจกลางหมู่บ้านหนิงหยงพลางล้วงเอาขนมปังที่ถูกอบจนแห้งมากัดกิน ขนมปังแห้งกรอบสากลิ้นไร้ซึ่งรสชาติใดๆคือเสบียงทัพของโรฮาน แม้ไม่อร่อยแต่ก็ดีกว่าหิวตาย


-หมู่บ้านนี้มันแปลก….แปลกมาก ไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตเลย มีคนอาศัยอยู่ที่นี่จริงหรือ-


ไซเลนท์มองดูบ้านเรือนของหมู่บ้านหนิงหยงด้วยความแปลกใจ หมู่บ้านแห่งนี้ผิดปรกติไปแล้ว บ้านแต่ละหลังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ดูจากสภาพบ้านที่ฝุ่นจับหนาก็รู้ได้ทันที หมู่บ้านนี้ดูเหมือนหมู่บ้านร้างไร้ผู้คน


“ท่านนายกองครับ!! เจอชาวบ้านแล้วครับ!!”


ทหารนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกไซเลนท์ที่กำลังดื่มน้ำส่งขนมปังกรอบลงคอ เขาจึงลุกขึ้นใช้มือปาดเช็ดน้ำที่ติดตามริมฝีปาก


“....อยู่ไหน”


-ชาวบ้านอยู่ที่ไหนกัน บ้านช่องรกร้างจนนึกว่าเป็นหมู่บ้านร้างเสียอีก-


“พวกเขา…..พวกเขาถูกจับให้พักรวมกันที่บ้านใหญ่ทางทิศตะวันตกครับ แต่…….”


“อะไร…..”


“ทาส….ชาวบ้านทั้งหมดถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนักเหมือนทาสติดที่ดินครับ แต่ละคนสภาพแย่มาก ท่านนายกองโปรดมาดูด้วยตาตนเองเถอะครับ”


ทหารคนนั้นกำมือแน่นด้วยความโกรธ จากนั้นเขาก็นำทางไซเลนท์ไปยังที่ๆชาวบ้านอยู่


ไม่นานนัก ไซเลนท์ก็เดินมาถึงบ้านหลังใหญ่3หลังที่ตั้งอยู่ติดกัน ซึ่งบนถนนหน้าบ้านนั้นมีชาวบ้านมายืนอยู่นับร้อยคน


“สาร…..เลว”


ไซเลนท์โกรธจัดเมื่อได้เห็นสภาพของชาวบ้านหนิงหยง ทั้งหมดใส่เสื้อผ้าปอนๆสกปรก ทั้งยังซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นยังมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างชัดเจน


“ทั้งหมดถูกบังคับให้เป็นทาสเพาะปลูกตั้งแต่เมื่อ2เดือนก่อนครับ บ้าน3หลังนี้เป็นที่คุมขังทั้งหมดให้อยู่รวมกันจะได้ง่ายต่อการควบคุม โดยแยกผู้ชาย ผู้หญิง เด็กออกจากกัน ทั้งหมดต้องทำงานตั้งแต่ตะวันขึ้นถึงตะวันตกดิน ได้กินวะละมื้อเดียวตอนเที่ยงวัน…..ใครขัดขืนมีโทษ…….”


ทหารคนนั้นชี้ไปที่ข้างๆบ้าน ที่นั่นมีกองดินหลายกองกระจายตัวกันอยู่ และมีแผ่นไม้เล็กๆปักไว้ข้างบน มันคือหลุมศพอย่างไม่ต้องสงสัย


“ไม่มีคนแก่ หรือคนป่วยที่นี่ เพราะทั้งหมด…...อยู่ในหลุมนั่นครับ”


ไซเลนท์มองดูชาวบ้านหนิงหยงที่กลายเป็นเหมือนตุ๊กตาไร้จิตใจ ทั้งหมดมีสายตาที่หวาดกลัวและมองมาที่ทหารโรฮานอย่างหวาดหวั่น


“แจ้ง….ส่งม้าเร็วไปที่กองทัพหน้า…..บอกไปว่าแผน…...ล่อเสือ…...ใช้ไม่ได้…….ให้มาที่นี่…..เร็วที่สุด”


“รับทราบครับ”


ไซเลนท์มองส่งทหารที่รีบไปส่งข่าวแก่กองทัพหน้า ในตอนแรกเขากะจะเผาหมู่บ้านให้ราบ ควันจากการเผาทำลายหมู่บ้านจะเป็นตัวเรียกทหารกบฐออกมาจากเมืองหล่งโย่ว จากนั้นพวกเขาก็จะถอนทัพให้ทหารกบฐไล่กวดมาเจอกับกองทัพแนวหน้าที่รออยู่แล้ว


แต่แผนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะหากใช้ ชาวบ้านทั้งหมด100กว่าชีวิตนี้ต้องตายอย่างแน่นอน


-หากเป็นหมู่บ้านปรกติ ขอเพียงหอบข้าวของหนีไปก็รอดชีวิต แต่คนพวกนี้หนีไปไหนได้ ไม่มีทางหนี ไม่มีเรี่ยวแรงหนีแน่นอน หากเราเผาหมู่บ้านคนทั้งหมดต้องตาย พวกเขาทำผิดอะไรจึงต้องตาย ถูกทารุณใช้แรงงานเป็นวัวควายไม่พอ ยังต้องตายเพราะเราอย่างนั้นรึไง โลกนี้ยังไม่โหดร้ายปานนั้น-


“ท่านนายกอง”


“.......อะไร”


ไซเลนท์ตื่นจากภวังค์เพราะเอคโค่เอ่ยคำพุดเรียกสติของเขากลับมา


“ถ้าแผนล่อมาชำแหละใช้ไม่ได้ แล้วเราจะใช้แผนอะไรครับ”


ไซเลนท์ยิ้มน้อยๆ แล้วแบมือไปข้างหน้า จากนั้นก็รวบหมัดเป็นกำปั้น ซึ่งนั่นทำเอาเอคโคตาเบิกโพลง


“แบบนี้ก็สนุกสิครับ!!”




จบตอนที่ 63



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

3,297 ความคิดเห็น

  1. #2777 Baby (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 08:38
    กลับมาอ่านอีกครั้งยังสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ เหมือนเดิม แต่ไรเตอร์หายอีกแล้ววว
    #2777
    0
  2. #2769 ร่ำสุรา (@som722) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 20:56
    ในที่สุดก้กับมา คงดีขึ้นเหรือไม่ก็หายดีแล้ว ได้เวลาบู้แล้วสินะหึๆๆๆๆ
    #2769
    0
  3. #2766 ไร้เงา (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 18:08
    สู้ๆๆๆเว้ยไรเตอร์มันมากๆๆๆๆๆๆๆๆกำลังลุ้นเลยมาต่อนะ ( เราจะเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์เสมอนะ )
    #2766
    0
  4. #2761 หนูน้อย (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 09:37
    ยินดีต้อนรับกลับมารักษาสุขภาพให้แข็งแรงจะได้มีแรงมาเขียนนิยายสนุกๆให้พวกเราได้อ่านนานๆน่ะค่ะสู้ๆ
    #2761
    0
  5. #2760 ฟากฟ้า (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 02:09
    ในที่สุดก็มาแล้ว ยินดีต้อนรับกลับครับ ^^
    #2760
    0
  6. #2759 TiThaWaN (@ingza2020) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 01:06
    สนุกมากเลย อยากให้มีต่อไป อีกหลายๆตอนเลยนะ จะรออ่านเลย เรื่องนี้
    #2759
    0
  7. #2758 Katteni (@katteni) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 00:46
    น้ำตาจะไหล ผมนี้เปิดแอฟเด็กดีทุกวันเลย ดูว่าในรายชื่อนิยายอัพเดทมีเรื่องนี้เด้งขึ้นมาไหม
    #2758
    0
  8. วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 23:02
    ปลื้มใจสุดๆ รักษาสุขภาพดีๆนะครับ
    #2757
    0
  9. #2756 น้องดาีม ผู้น่ารัก (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 22:58
    2 เรื่อง เทพบุตร กะ เทพมาร ฉาก พระเอกบุกตี เมือง กับ เจอคนฝั้งเป้นปุ๋ย
    #2756
    0
  10. #2755 papapok (@papapokpok) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 21:50


    เนื้อเรื่องสนุกมากครับ แต่อยากให้แก้คำผิดนิดนึงครับขัดใจมากเลย    กบฏ สะกดแบบนี้ครับ ไม่ใช่ กบฐ









    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มิถุนายน 2558 / 21:52
    #2755
    0
  11. #2754 นะบันเรอ (@going31) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 20:51
    แผนซุ่มโป่งสินะครับ รักษาสุขภาพครับไรต์
    #2754
    0
  12. #2753 DarKAEgiS (@DarKAEgiS) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 19:48
    ขอบคุณมากครับ เย้ๆๆๆไรท์กลับมาแล้ว
    #2753
    0
  13. #2751 CodeNamE (@codename-alpha) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 18:10
    thank you
    #2751
    0
  14. #2750 NK142544 (@non_wufan) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 17:36
    กลับมาแล้ว. หายไปนานเหมือนกันนะคร้า ขออีกสักตอนได้ไหมอ่า มันค้างงงงง
    #2750
    0
  15. #2749 bloodyNigth (@gift_y) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 15:54
    ดีใจที่กลับมาต่อแล้ว แต่หายป่วยรึยังเนี่ย
    #2749
    0
  16. #2747 mylove (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 14:39
    แผนกำขี้ดีกว่ากำตดสินะ -*-
    #2747
    0
  17. #2746 เงา (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 14:18
    T_Tขออีก
    #2746
    0
  18. #2745 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 13:50
    ขอบคุณค่ะ 

    สนุกมาก งานนี้ลุยแหลกสินะ ทำกับคนชาติเดียวกันแบบนี้
    #2745
    0
  19. #2744 Nong'Pleum (@babygang02) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 13:42
    แบมือและรวบมือ...มันคืออัลไลล
    #2744
    0
  20. #2743 Heaw KA (@ghot42) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 13:20
    มารายงานตัวแล้วครับผม
    #2743
    0
  21. #2742 Haseowar (@haseo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 12:00
    เย้ๆ มาต่อแล้วยังหนุกหนานเหมือนเดิม
    #2742
    0
  22. วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 11:29
    กลับมาแล้วมาต่อกันเลยค่ะ รอผลงานสองเรื่องที่ค้าง
    #2741
    0
  23. #2740 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 10:57
    ขอบคุณครับ
    #2740
    0
  24. #2739 มังกรมารทมิน (@deadspawn05) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 10:40
    ตายตา(ไม่)หลับ รอตอนต่อไป!!
    #2739
    0
  25. #2737 Love_sosi (@mosnasa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 09:32
    กลับมาแล้วสินะ ดีจริวๆครับ
    #2737
    0