บันทึกยุทธการสงครามต่างโลก

ตอนที่ 45 : เสือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    20 ม.ค. 58

ตอนที่ 44 วิกฤติ!!




กีเก้ ฟูเอนเตส แม่ทัพแห่งกองทัพหมาป่าดำของกองทัพศาสนจักรเคยเป็นโจรมาก่อน


ไม่ใช่เป็นโจรธรรมดา แต่เขาเป็นถึงมหาโจรที่เคยอาละวาดอยู่ทางภาคใต้ของประเทศแบร์การ่ากับเขตแนวชายแดนของประเทศโรฟ ชาวบ้านแถวนั้นพอได้ยินชื่อมหาโจรกีเก้ก็พากันกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ


กีเก้เคยมีลูกสมุนหลายพันคนและอาละวาดปล้นฆ่าไปทั่ว แต่หลังจากที่โรคระบาดเล่นงานทวีปไอโอเนีย กีเก้กลับนำลูกน้องมาเข้าร่วมกองทัพศาสนจักรท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่รู้ข่าว


บ้างก็ว่ากันว่ากีเก้หมดทางไปจึงยอมมาสวามิภักดิ์ บ้างก็ว่าเขาเบื่อหน่ายการฆ่าฟัน บ้างก็ว่ามหาโจรแบบเขาเกิดศรัทธาในพระเจ้าขึ้นมา แต่ไม่ว่ากีเก้จะมีเหตุผลอะไร เขาก็กลายเป็นแม่ทัพของกองทัพศาสนจักรแล้วและทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ แต่เขาก็ยังไม่วายถูกตราหน้าว่าเป็นโจรอยู่ดี


กีเก้เบื่อหน่ายในชีวิตที่ไร้รากฐานมนการเป็นโจรอย่างยิ่ง และเข้าร่วมกับกองทัพเพื่อสร้างจุดยืนของตนเองให้พ้นจากคำว่าโจร นั่นคือเหตุผลที่เขาพร่ำบอกผู้ที่สงสัยในเหตุผลในการกลับใจของเขา


แต่ที่จริงแล้ว กีเก้ไม่ได้หวังพึ่งใบบุญของศาสนจักรเลยแม้แต่น้อย แต่เขากำลังแสวงหาบางสิ่งและรอโอกาศอยู่



……………………………………………………………………..


ในตอนนี้ กีเก้ ฟูเอนเตสแม่ทัพแห่งกองทัพศาสนจักรกำลังเดินเข้าสู่เมืองฟิฟโทสเพื่อเจรจากับกองโจรที่ยึดครองเมืองอยู่ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เข้าร่วมกับกองทัพศาสนจักรหลังจากที่ควบม้ามา5ชั่วโมงเต็มจากค่ายทหารศาสนจักรที่เมืองริว่า


เมืองฟิฟโทสเป็นเมืองขนาดกลางที่ถูกกองโจรยึดครองเอาไว้ได้2เดือนแล้ว หัวหน้าโจรคือ เมาริซิโอ ไดโน่ จอมโจรผู้เหี้ยมโหด เมื่อตอนที่เขายึดเมืองเขาสังหารขุนนางของแบร์การ่าเสียหมดและปกครองแทนด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต ว่ากันว่าใครมองหน้าเขาต้องถูกควักลูกตาเลยทีเดียว


หลังจากมาเยือนเมืองฟิฟโทสไม่นาน เมาริซิโอก็มาพบกีเก้ที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูเมือง


“โฮ่ๆๆๆ ดูสิๆ เจ้าอ้วนขึ้นนะเมาริซิโอ”


“หัวหน้า……”


กีเก้ที่สวมชุดแม่ทัพศาสนจักรสวมกอดเมาริซิโอท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของชาวบ้าน เพราะพวกเขาอุตส่าห์ดีใจกับการมาของแม่ทัพศาสนจักรที่น่าจะมาช่วยพวกเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของโจรร้าย แต่แม่ทัพคนนั้นกลับสวมกอดกันกับมหาโจรเมาริซิโอปานญาติมิตรที่ไม่เจอหน้ากันมานาน


“ทำได้ดีมากเมาริซิโอ คงลำบากมากเลยสินะ”


“ลำบากอะไรกันหัวหน้า ดูสิข้าอ้วนลงพุงแล้วเพราะอยู่ว่างมาตั้ง4เดือนเต็มๆ คันไม้คันมืออยากออกแรงจะแย่อยู่แล้ว”


เมาริซิโอที่อยู่ในชุดหรูหราราคาแพงตบพุงของตัวเองแล้วหัวเราะชอบใจ


“ตอนนี้เจ้ามีกำลังเท่าไหร่”


“ ถ้ารวมถึงชาวเมืองฟิฟโทสที่ข้าจะเกณท์มาเข้าร่วม ก็20000คนเห็นจะได้”


“ดีมากเมาริซิโอ เจ้านี่ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”


กีเก้กอดคอลูบหัวเมาริซิโอด้วยความพอใจ


“หึๆๆๆ เอาล่ะ เมาริซิโอ ส่งคนไปแจ้ง จิโน่ อาเรียล บาต้า กับ ซอเรน ด้วย ว่าให้พวกมันทุกคนยกทัพมาที่นี่ เอาเสบียงกับอาวุธหนักมาด้วยโดยเฉพาะอุปกรณ์ตีเมือง”


“ได้เลยครับหัวหน้า”


“หึๆๆ ต้องทนอ้อล้อไอ้พวกพระนั้นมานานหลายเดือนจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว เจ้ามีผู้หญิงดีๆบ้างรึเปล่าเมาริซิโอ ข้าอดอยากมานานแล้วว่ะ”


“เดี๋ยวจัดให้ครับหัวหน้า ไปแก้ผ้ารอในคฤหาสข้าได้เลย เดี๋ยวข้าจะจัดนางงามไปให้ซักโหล”


“ฮ่าๆๆๆ มันต้องแบบนี้สิวะ”


กีเก้เดินเคียงคู่กับเมาริซิโอลูกน้องของเขา เขามีแผนการอยู่ และอีกไม่นานก็จะสัมฤทธิ์ผลแล้ว


“ข้าเกลือกกลั้วโคลนเลนดื่มน้ำครำมานานหลายปี แต่อีกไม่นาน ข้าจะชิงทุกสิ่งเป็นของข้าแล้ว!!”



……………………………………………………………..




“ว่ายังไงท่าน จะเอาหรือไม่เอา”


“.......................................”


รุดที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะถามชายวัยกลางคนที่ผมเผ้าหงอกขาวท่ามกลางทหารของแบร์การ่าและของโรฮานที่ล้อมอยู่แน่นขนัด ทหารโรฮานต่างก็แยกเขี้ยวขู่ทหารแบร์การ่าที่หงอเหมือนแมวและจับที่ด้ามดาบเพื่อข่มขวัญตลอดเวลา


ในตอนนี้รุดอยู่ที่หน้าเมืองท่า โรวาร่า ที่อยู่ถัดขึ้นมาทางเหนือจากเมืองท่าเดอินที่เขายึดไปเมื่อวานนี้ขึ้นมาทางเหนืออีก40กิโลเมตร และกำลังเจรจากับเจ้าเมืองอยู่


“นิ่งเงียบแบบนี้ก็หมายความว่าปฏิเสธสินะ ท่านแน่ใจว่าทหารแค่1000คนของท่านจะรับมือเจ้าพวกนี้อยู่ใช่ไหม”


รุดชี้มือไปข้างหลังซึ่งมีทหารโรฮานยืนแยกเขี้ยวออกอาการฮึดฮัดเหมือนอยากมีเรื่องอยู่


“ชะ...ช้าก่อนท่านแม่ทัพ...ข้าลำบากใจนะ”


“ลำบากใจ!! โอ…...แสดงว่าท่านอยากจะปล่อยให้ประชาชนอดอยากต่อไป และพร้อมที่จะถูกบดขยี้สินะ”


“ไม่ใช่ๆๆๆๆ โธ่ท่านแม่ทัพ ข้าน่ะเป็นขุนนางแบร์การ่านะ จะให้แปรพักต์ง่ายๆน่ะมัน…”


“ข้าขอถามซักนิ๊สสสสส ทางการแบร์การ่าได้ยื่นมือมาช่วยเหลืออะไรบ้างตั้งแต่ไข้ดำระบาดน่ะท่านเจ้าเมือง”


“....ไม่มี เพราะ….เพราะว่า ที่เมืองหลวงคงจะลำบากอยู่ก็เป็นได้…..ละมั้ง”


รุดเคาะโต๊ะเสียงดังกึกๆตลอดเวลาเพื่อกดดันเจ้าเมืองโรวาร่า เขาเลือกเจรจาแทนที่จะตีหักเอาเมืองเพราะว่าเมืองโรวาร่ามีประชาชนอยู่เยอะถึง75000คน และแทบจะไม่ถูกโรคระบาดเล่นงาน แต่ในตอนนี้ขาดแคลนเสบียงอย่างหนักและกำลังรอความช่วยเหลืออยู่


“ลำบาก…ถ้างั้นทำไมถึงยังมีเสบียงเลี้ยงกองทัพนับแสนหมายจะเข้าตีโรฮานกันครับ หา!!”


“อึก….มันก็จริง”


“ฟังนะท่านเจ้าเมือง ท่านผู้นำสุดหล่อของพวกเราน่ะต้องการช่วยเหลือพวกท่านจริงๆ ท่านผู้เปี่ยมเมตตาน่ะบอกว่าจะเอาข้าวสาลีกับเสบียงอาหารมาขายให้ในราคาถูก เพื่อช่วยเหลือพวกท่าน ขอเพียงท่านยอมเข้าร่วมกับโรฮานเท่านั้นเอง แล้วลืมๆไอ้พวกแบร์การ่ากับศาสนจักรที่ไม่เคยดูดำดูดีประชาชนไปซะแค่นั้นเอง”


“เสบียง!!..ราคาถูกรึ!!”


เจ้าเมืองโรวาร่าตาลุกวาวทันทีที่ได้ยินคำว่าเสบียงราคาถูก


“ถูกเหมือนให้เปล่าเลย ข้าวสาลี1กิโลกรัม 5เหรียญเงิน!!”


รุดชูมือขึ้นมากางนิ้วทั้ง5ออก แล้วเสนอราคาข้าวสาลีที่แพงกว่าราคาขายที่โรฮานถึง10เท่า แต่ถ้าเป็นที่ทวีปไอโอเนียแล้วนับว่าเป็นราคาที่ถูกมาก


“โอว…..ยอมแพ้แล้ว!! โรวาร่าจะเข้าร่วมกับโรฮาน!! ไหน….หนังสือสัญญาอยู่ไหน!! ว่าแต่เสบียงจะมาเมื่อไหร่กัน!! แล้วมีมากขนาดไหน!!”


-........เสร็จโจร…….-


รุดยิ้มออกมา แล้วเมืองโรวาร่าก็กลายเป็นของโรฮานโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ซะอย่างนั้น………..



…………………………………………………………………………….



ทางด้านไอแซ๊ค หลังจากที่เขาขับไล่กองทัพศาสนจักรออกไปจากที่ตั้งเดิม เขาก็ควบม้าออกจากปราสาทพร้อมด้วยกำลังอีก200คน เพื่อไปกวาดต้อนชาวบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านรอบๆเมืองริว่าให้เข้ามาในเมืองริว่าเพื่อความปลอดภัย


สำหรับไอแซ๊คแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่พื้นที่ ไม่ใช่ดินแดน ไม่ใช่เงิน แต่เป็นทรัพยากรบุคคลต่างหาก ที่เหลือนับเป็นเรื่องรองลงไปเท่านั้น เขาจึงต้องออกมาเจรจากับหมู่บ้านรอบๆด้วยตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฎกรรมเหมือนหมู่บ้านโกม่าอีก


ไอแซ๊คควบม้านำหน้ากองทหารม้าโรฮาน ข้างตัวเขามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังควบม้าประกบอยู่ เธอคือหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้เมื่อคืนนี้นามว่าเจมิน่า เธออาสามาเป็นคนนำทางให้กับกองทัพโรฮานในภารกิจช่วยเหลือในครั้งนี้


“ทางนั้นค่ะฝ่าบาท นั่นคือหมู่บ้านบาโลนเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในระแวกนี้ค่ะ”


เจมิน่าชี้มือไปทางซ้ายมือของถนนที่มีหมู่บ้านตั้งอยู่ไกลๆ แล้วไอแซ๊คก็มุ่งหน้าไปตามด้วยกองทหารทุกคน


“ขอบคุณมากนะที่มาช่วยนำทาง ทุ่นเวลาไปได้เยอะเลย”


“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”


เจมิน่าที่อาสามาก็เพื่อที่จะดูว่านอสเฟอราตูจะเป็นคนอย่างไรกันแน่ เพราะเมื่อคืนนี้เธอคาใจไม่น้อยกับการกระทำของไอแซ๊ค เพราะถึงแม้จะพูดข่มขู่อย่างโหดร้าย แต่เขากลับช่วยทุกๆคนที่รอดชีวิตจากหมู่บ้านโกม่า แถมยังช่วยฝังศพของผู้เสียชีวิตอีกด้วย เจมิน่าต้องการดูให้เห็นกับตาว่าไอแซ๊คเป็นปีศาจร้ายหรือนักบุญในคราบปีศาจกันแน่


“ควันไฟ….ไม่ดีแล้ว….โรฮาน เร็วเข้า!!”


ไอแซ๊คกระตุกสายบังเหียนเร่งความเร็วทันทีเมื่อเห็นควันไฟฟุ้งออกมาจากหมู่บ้านบาโลน และยิ่งไกล้เข้าไปก็ได้เห็นว่ามีทหารศาสนจักรจำนวนหนึ่งกำลังยิงธนูเพลิงใส่หมู่บ้านอยู่


“เจมิน่าถอยไปแล้วหยุดรอที่นี่”


“ค่ะ”


เจมิน่าควบม้าออกไปทางซ้ายแล้วหยุดม้าลง ส่วนกองทหารม้าโรฮานได้พุ่งเข้าจู่โจมทหารศาสนจักรทันที


“เฮ้ย!! พวกโรฮานมา...ถอยเร็ว!!”


เสียงร้องเตือนของทหารศาสนจักรที่สังเกตุเห็นการมาของทหารม้าโรฮานได้ร้องตะโกนขึ้นมา แต่สายไปแล้ว เพราะกองทัพม้าของโรฮานมาถึงตัวแล้ว และเปิดฉากฆ่าฟันอย่างเหี้ยมโหดทันที


ไม่นานนักที่หน้าหมู่บ้านบาโลนก็มีซากศพของทหารศาสนจักรนอนตายเกลื่อนไปหมด


“ท่านผู้นำครับ ไอ้นี่ยังไม่ตาย”


มิลานลากตัวคนๆหนึ่งที่แขนถูกฟันขาดไปมานั่งลงตรงหน้าไอแซ๊คที่ลงจากหลังม้าแล้ว


“แกชื่ออะไร”


“..........”


ไอแซ๊คยืนมองทหารศาสนจักรที่บาดเจ็บอยู่ แล้วสังเกตุเห็นว่าทั้งอาวุธและชุดเกราะดูแปลกไปจากปรกติ จึงรู้สึกแปลกๆ


“คนไม่พูดก็คือคนตาย ฆ่าซะ!!”


“ฮี่ๆๆๆ ฆ่าเลย พวกข้าไม่ตาย...อ๊อก...ไม่ตายเพียงลำพัง”


เชลยที่จับมาได้นอกจากแขนขาดแล้วยังมีรอยถูกฟันเป็นแผลฉกรรย์ที่หน้าอก เห็นได้ชัดว่าใกล้ตายเต็มทีแล้ว


“หมายความว่ายังไง”


“ท่านแม่ทัพกีเก้….ฉลาดล้ำนัก เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าเล่นงานหมู่บ้าน พวกแกจะออกมา…..”


เหงื่อเย็นเยียบไหลลงมาจากใบหน้าของไอแซ๊ค เพราะในที่สุดเขาก็รู้ตัว ว่าการเคลื่อนไหวของเขาถูกศัตรูอ่านออกเสียแล้ว และกำลังถูกล่อให้มาติดกับ ซึ่งอาจจะเป็นที่ๆวางกำลังเอาไว้รอซุ่มโจมตีก็เป็นได้


-บ้าที่สุด!! ประมาทไปซะแล้ว พวกมันคงจะรู้การเคลื่อนไหวของฉันตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เลยเล็งเล่นงานหมู่บ้านเพื่อล่อให้ฉันไปหาสินะ-


“กลับไปที่เมืองริว่า เดี๋ยวนี้!!”


ไอแซ๊คตะโกนสั่งการ แต่ในตอนนั้นก็มีฝุ่นควันคลุ้งมาจากทางซ้ายมือ และเสียงม้าศึกที่กำลังเคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก


“กลับไม่ทันแล้ว ตั้งกระบวนรบ!!”


“ฮี่ๆๆๆฮ่าๆๆๆ!! ไม่คิดว่าจะตกใด้เหยื่อตัวใหญ่แบบแกนอสเฟอราตู!! ฮ่าๆๆๆ อ๊ากกกก!!”


“ปากดีนัก”


ไอแซ๊คใช้ดาบยาวแทงสงเคราะห์ไปที่หน้าอกของเชลย แล้วกระโดดขึ้นหลังม้าทันที


“หนีไม่พ้นแน่ ตั้งขบวนตั้งรับแนวหน้ากระดาน2แถว ซาอิดคุมแถวแรก”


“รับทราบครับ!!”


ทหารม้าโรฮานจำนวน200คนได้แบ่งเป็น2แถวอย่างรวดเร็ว ซึ่งไอแซ๊คไว้ใจซาอิดที่มีประสบการณ์รบบนหลังม้าอย่างโชกโชนให้เป็นผู้นำแถวแรก ส่วนแถวที่2เขาเป็นผู้สั่งการเอง


“หืม…..นั่นมัน”


ไอแซ๊คที่รู้สึกตึงเครียดเพราะถูกลอบโจมตี เขาตัดสินใจไม่หนีเพราะการหนีนั้นจะทำให้ทหารที่รั้งท้ายได้รับความสูญเสียอย่างหนัก เขาจึงเลือกที่จะเข้าประทะแล้วค่อยถอนกำลังทีหลัง แต่เมื่อหยีตามองกองทหารศาสนจักรที่กำลังควบม้าเคลื่อนที่เข้ามาหาความตึงเครียดของไอแซ๊คก็หายไปทันที


“ฮ่าๆๆๆ!! ซาอิด!! ที่ข้างหลังของศัตรูมีกำลังเสริมหรือไม่”


“.......ไม่มีครับ ไม่พบฝุ่นควันจากม้า มีแค่กลุ่มที่กำลังมาครับ!!”


ซาอิดเองก็ยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน แล้วมองไปข้างหลังของกองทหารม้าศาสนจักรที่พุ่งตัวลงมาจากเนินจนสามารถเห็นจำนวนได้อย่างชัดเจน ซึ่งเขาก็ไม่พบอะไร นอกจากทหารม้าจำนวนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาทั้ง200คนเท่านั้น


“พวกมันมีทหารม้ามาแค่ประมาณ300คน!! คิดว่าทหารม้าแค่300คนจะเอาชนะกองทหารม้าโรฮาน200ได้เรอะ ดูถูกกันไปแล้วโว้ย!! แปลงรูปขบวน เราจะเข้าโจมตี!! แถวแรกยิงธนู แถวที่2ถือดาบยาว พอแถวแรกยิงเสร็จให้ลดความเร็วถอยไปที่แนวหลังแล้วเปลี่ยนไปใช้ดาบยาว เราจะเข้าประทะมันตรงๆ!!”


“รับทราบ!!”


“จงประกาศนามของพวกท่านให้ดังก้องไปทั่วหล้า!! พวกท่านมาจากไหน!!”


ไอแซ๊คชี้ดาบยาวไปข้างหน้าแล้วตะโกนเสียงก้อง


“ข้าคือ ซาอิด จาริล แห่งโรฮาน!!”


ซาอิดที่นั่งอยู่บนหลังม้าแถวหน้าสุดชักดาบออกมาแล้วตอบรับด้วยเสียงอันดัง


“ข้าคือ โยเซฟ ซิมเมอร์ แห่งโรฮาน!!”


“ข้าคือ อุสการ์ ออสกาเรียส แห่งโรฮาน!!”


“ข้าคือ โมฮาเหม็ด ซิบาคาล่า แห่งโรฮาน!!”


เสียงร้องตะโกนประกาศตัวตนของลูกผู้ชายอันเข้มแข็งชาติโรฮานดังกระหึ่มขึ้นมา แม้จะมาจากต่างที่ต่างถิ่น แต่ในตอนนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นโรฮานด้วยกันทั้งนั้น และโรฮานเมื่อรวมกันเป็นหนึ่งจะแข็งแกร่งถึงขีดสุดไร้ผู้ต่อต้าน


“ข้าคือ ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น แห่งโรฮาน!! ข้ามาจากโรฮานเช่นเดียวกับพวกท่าน จงตามข้ามาพี่น้องชาวโรฮาน พวกเราจะเข่นฆ่าศัตรูด้วยกัน!! ไปเลยซาอิด!!”


“โอ้ว!!”


ซาอิดเป็นคนแรกที่กระตุกสายบังเหียนม้าให้ออกตัว จากนั้นทหารม้าโรฮานที่ผ่านศึกมานักต่อนักก็พุ่งทะยานตามออกไปในท้องทุ่งที่ไร้ซึ่งต้นไม้ใบหญ้าอย่างทรนง


“เตรียมยิงธนู!! ขึ้นสาย!!.......”


“ซาอิดสั่งการทหารม้าแถวแรกให้ขึ้นสายพาดลูกธนู ในตอนนี้กองทัพม้าของโรฮานและของศาสนจักรอยู่ห่างกันประมาณ200เมตรเท่านั้น ซึ่งซาอิดมองดูก็รู้ว่าศัตรูรู้สึกตกใจไม่น้อยที่กองทัพโรฮานไม่หนี แต่กลับพุ่งเข้าหาแทน”


“180-150-120-100-80 ยิง!!”


ซาอิดนับระยะห่าง จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งยิงแก่กองทหารม้าแถวหน้า100คน แล้วลูกธนูทดแรงที่รุนแรงไม่แพ้composite bow ก็ถูกยิงออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่กองทหารศาสนจักรล้มลงเป็นทิวแถว ทหารม้าศาสนจักรที่ถูกยิงตกลงจากหลังม้าถูกม้าที่ควบขับตามมาเหยียบซ้ำจนแหลกเละ ทหารม้าศาสนจักรที่ถูกทั้งม้าทั้งคนที่ถูกลูกธนูเล่นงานจึงลดความเร็วลงเพราะไม่อยากเหยียบย่ำสังหารพวกเดียวกันเอง และยิ่งไม่อยากพลัดตกจากหลังม้าเพราะสิ่งกีดขวาง


ความเร็วและแรงส่งคือหัวใจสำคัญของกองทัพม้า หากลดความเร็วนั่นหมายถึงความตาย


กองทหารม้าโรฮานแถวแรกเมื่อยิงธนูเสร็จก็ลดความเร็วลงเล็กน้อยปล่อยให้แถวหลังที่ชักดาบเตรียมพร้อมและเร่งความเร็วเต็มที่เข้าประทะกับกองทหารม้าศาสนจักรทันที


“อรุณสวัสดิ์คร้าบบบบบบ ตายซะ!!”


มิลาน วูโคเยวิช ทหารองครักษ์ของไอแซ๊คเป็นผู้เปิดประเดิมโจมตีเป็นคนแรก เขาหวดหอกยาวจากแดนตะวันออกที่เป็นอาวุธคู่ใจเข้าใส่ทหารม้าศาสนจักรคนหนึ่งจนพลัดตกลงจากหลังม้า เจ้าชายแห่งมาชานผู้นี้หนีมาอยู่โรฮานและเข้าร่วมกองทัพเพื่อสั่งสมวิชา และเขาเองก็ทำได้เป็นอย่างดี


“อะไรกัน!!....อ๊าก!!”


“โอ๊ยยยยย!!”


“อย่า….ไม่...อ๊าาาาา!!”


เสียงร้องโหยหวนของทหารม้าศาสนจักรดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ทหารม้าศาสนจักรที่ได้รับคำสั่งลอบโจมตีนี้จากกีเก้นี้ล้วนแล้วแต่เป็นโจรที่รู้จักแต่ปล้นชิงสังหารชาวบ้าน แต่เมื่อมาเจอกองทัพปีศาจจากโรฮานกลับกลายเป็นเป็ดไก่ที่ทำได้เพียงแต่รอรับการเชือดเฉือนเท่านั้น


ทหารม้าโรฮานที่มีความเร็วส่งเล่นงานกองทหารม้าศาสนจักรจนย่ำแย่ ทหารโรฮานเพียงฟันใส่ดาบหนึ่งแล้วพุ่งต่อไปโดยไม่ลดความเร็วลง ไม่แม้แต่จะมองดูผลงานด้วยซ้ำ ส่วนกองทหารม้าศาสนจักรที่จัดขบวนรบสะเปะสะปะไม่มีใครเล่นงานทหารม้าโรฮานจนตกม้าได้แม้แต่คนเดียว เพราะความเร็วและอาวุธที่

คมกล้ากว่าและชุดเกราะที่แข็งแรงกว่า ถึงแม้จะถูกฟันใส่ที่ชุดเกราะสักดาบทหารม้าโรฮานก็ยังแสยะยิ้มแล้วพุ่งต่อไปแบบไม่ยี่หระ


ทหารม้าโรฮานชุดแรกพุ่งผ่านกองทัพศาสนจักรไปแล้ว และทิ้งซากศพที่ล้มตายเอาไว้ข้างหลัง ซึ่งไม่มีศพของทหารโรฮานแม้แต่คนเดียว


ไอแซ๊คที่มีเลือดกระเซ็นติดใบหน้าชี้ดาบไปทางซ้ายมือ จากนั้นกองทหารม้าโรฮาน100คนก็อ้อมไปทางซ้าย ซึ่งทุกการกระทำของเขาสร้างความอกสั่นขวัญแขวนแก่ศัตรูที่หมายจะบุกมาเข่นฆ่าทหารโรฮานแต่กลับตกเป็นเหยื่อเสียเอง


“อ้อมไปทางซ้าย!! เตรียมยิงธนู!!”


“เหวอ...พวกมันจะยิงธนูแล้ว หลบเร็ว!!”


ไอแซ๊คจงใจตะโกนเสียงดังเพื่อข่มขวัญศัตรูและเรียกร้องความานใจ จนศัตรูลืมสังเกตุไปว่าภายใต้ฝุ่นที่คลุ้งกระจายนั้นยังคงมีภัยซ่อนเร้นอยู่ นั่นคือทหารม้าโรฮานอีกครึ่งหนึ่งที่นำโดยซาอิดนั่นเอง


“สับให้เละ!! ให้มารดาพวกมันจำสารรูปไม่ได้!!”


“โอ้ววววววว!!”


ซาอิดนำกำลังทหารม้าระลอก2พุ่งเข้าใส่กองทหารม้าศาสนจักรที่ตอนนี้หยุดฝีเท้าลงโดยสมบูรณ์แล้ว พายุหศาตราอันคมกล้าที่สร้างขึ้นโดยวิทยาการล้ำสมัยของโรฮานจึงชำแรกร่างชิงชีวิตบัดซบของทหารโจรศาสนจักรไปอย่างรวดเร็วปานใบไม้ร่วง


“มันยังมีอีก!!”


“หลบเร็ว!!”


“หนีเร็ว!! พวกมันเป็นปีศาจ!!”


ทหารม้าศาสนจักรถูกกองทหารม้าของซาอิดเล่นงานจนขวัญหนีดีฝ่อและเริ่มแตกทัพ แต่ซาอิดยังคงสั่งการให้ทหารมุ่งหน้าต่อไปโดยที่ไม่สนใจทหารโจรที่แตกทัพหนีไปทางซ้ายขวา เพราะไอแซ๊คที่คุมปีกซ้ายอยู่คอยจัดการให้อยู่แล้ว


“ยิงพวกที่แตกทัพ!! ระวังถูกพวกเดียวกัน!! ยิงได้เลย!!”


เสียงลูกธนูหวีดหวิวดังขึ้นแล้วทหารม้าที่แตกกลุ่มก็ถูกยิงล้มลงคนแล้วคนเล่า


การลอบโจมตีที่น่าจะเล่นงานศัตรูได้กลับกลายมาเป็นการถูกไล่ล่าสังหารอยู่ฝ่ายเดียวทำให้ทหารโจรที่ไร้ระเบียบวินัยและไร้อุดมการณ์เริ่มยอมแพ้


“พวกเรายอมแพ้แล้ว!! อย่าฆ่าข้าเลย!!”


“ได้โปรดหยุดเถิด!! เรายอมจำนนแล้ว!!”


“พอได้แล้ว!! พอที!!”


ทหารม้าศาสนจักรต่างก็ทิ้งอาวุธและกระโดดลงจากหลังม้าเพื่อยอมแพ้ เพราะถึงสู้ไปก็ตายเปล่า ต่อหน้ากำลังรบที่เหนือกว่าและยุทธวิธีที่เหนือชั้นของทหารม้าโรฮานทำให้กองทหารม้าซึ่งเป็นอดีตโจรเหล่านี้รู้ซึ้งถึงคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า


“ไม่ปราณี!! ไม่จับเป็น!!”


“รับทราบ!!”


ไอแซ๊คตะโกนบอกทหารม้ากลุ่มของตน แล้วพุ่งเข้าใส่กองทหารม้าศาสนจักรที่เหลือประมาณ50กว่าคนอีกรอบ เพราะกลุ่มของซาอิดพุ่งผ่านไปเรียบร้อยแล้ว


“เปล่าประโยชน์!!”


ไอแซ๊คปัดดาบที่ฟันสะเปะสะปะเพราะความกลัวของทหารโจรคนหนึ่ง แล้วหวดดาบยาวตัดลำคอของทหารคนนั้นจนเลือดไหลเป็นน้ำพุแทนคำตอบของการขอยอมจำนน


“พวกข้ายอมแพ้….อ๊าก!!”


“ทำไมพวกมันถึงไม่หยุด!!”


“ไม่นะ ไม่นะ อ๊าาาาาาาก!!”


กองทหารม้ากลุ่มของไอแซ๊คยังคงใช้กลยุทธเดิม และการโจมตีระลอกนี้ทำให้ทหารม้าศาสนจักรทอดร่างกลายเป็นซากศพทั้งหมด มีที่หนีรอดไปได้ไม่กี่คนเท่านั้น


“จะตามไหมครับ ท่านผู้นำ”


มิลานไสม้าเข้ามาใกล้ๆไอแซ๊คแล้วเอ่ยถามเขา


“ไม่จำเป็น พวกมันรู้ตำแหน่งเราแล้ว เปล่าประโยชน์ที่จะตามไป”


ไอแซ๊คเช็ดคราบเลือดของศัตรูที่เปรอะเปื้อนใบหน้าออกทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้น


“กลับริว่าเลยไหมครับ”


“ยัง….เจมิน่า!!”


“ค่ะ!!”


ไอแซ๊คตะโกนเรียกเจมิน่าที่ตัวสั่นเหมือนลูกนกเพราะความหวาดกลัว เธอเคยเห็นการสังหารหมู่มาแล้วที่หมู่บ้านของเธอ แต่กับผู้หญิงตัวเล็กๆแล้วสงครามอันโหดร้ายเป็นเรื่องที่น่ากลัวเกินกว่าที่จะรับไหว


“ไปแจ้งหมู่บ้านบาโลนให้อพยพไปริว่าซะ ให้บอกว่าตอนนี้โรฮานไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือในการอพยพได้แล้ว ถ้าอยากรอดให้ไปที่เมืองริว่า”


“ได้ค่ะ”


เจมิน่าควบม้าไปทางหมู่บ้านบาโลนเพื่อเจรจา เธอเป็นลูกสาวของนายพรานจึงสามารถขี่ม้าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ไม่นานนักก็ไปถึงหน้าหมู่บ้านบาโลนที่อยู่ไม่ไกล


“รวมกลุ่มและตรวจสอบความเสียหาย ซาอิดมีใครตายไหม”


“ไม่มีครับท่านผู้นำ มีบาดเจ็บอยู่12คนแต่แค่เล็กน้อยไม่เป็นอุปสรรค์ในการเคลื่อนทัพกลับครับ”


“ดี รอเจมีน่ากลับมาก่อน แล้วพวกเราจะเดินทางกลับเมืองริว่าทันที”


“รับทราบ”


ไอแซ๊คขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ เพราะล่อให้ทหารโรฮานออกมากีเก้ถึงกับเข่นฆ่าคนบริสุทธิ ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก และหากไม่ใช่เพราะกีเก้ติดประมาทสั่งให้ทหารม้าเพียง300คนมาโจมตีแต่เพิ่มอีกสักเท่าตัว เขาคงไม่รอดกลับไปแล้ว


แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาอยู่ ไม่ใช่กีเก้ ไม่ใช่ประมุขเตโก้ แต่มันคืออีกอยากหนึ่ง…….


“หึ...หึหึ….หึ ฮ่าๆๆๆๆ!!”


ไอแซ๊คใช้มือเปื้อนเลือดจับใบหน้าของตนเองแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


“ทะ...ท่านผู้นำ...เป็นอะไรไปครับ”


มิลานตกใจกับอารมณ์ที่แปรปรวนของไอแซ๊ค เพราะเท่าที่เขาเคยเห็น ไอแซ๊คจะเป็นคนที่เงียบและสุขุม แต่ในตอนนี้ไอแซ๊คหัวเราะออกมาเหมือนกับคนบ้า


“เปล่าประโยชน์…...เปล่าประโยชน์ ฮ่าๆๆๆๆ!!”


เสียงหัวเราะของไอแซ๊คทำให้ลูกน้องของเขาทุกคนถึงกับเสียวสันหลัง เพราะในเสียงที่บ้าคลั่งนั้นแฝงเอาไว้ด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว


“ช่างเปล่าประโยชน์จริงๆที่คิดว่าพวกมันเป็นมนุษย์ ขนาดคนในดินแดนของมันเองยังฆ่าทิ้งได้ลงคอ และหากให้พวกมันบุกไปโรฮานได้จะเกิดอะไรขึ้น…..”


ทหารม้าโรฮานต่างก็รู้สึกเสียวใส้เมื่อคิดตามไอแซ๊ค หากปล่อยให้กองทัพศาสนจักรบุกไปถึงที่โรฮาน เชื่อได้เลยว่าต้องมีคนตายเกลื่อน เพราะขนาดหมู่บ้านรอบๆเมืองริว่าที่เป็นเขตแดนประเทศแบร์การ่าที่ตั้งของศาสนจักรแท้ๆยังถูกปล้นสะดมฆ่าล้างหมู่บ้านได้ นับประสาอะไรกับโรฮานที่เป็นศัตรู



……………………………………………………………………..


ไอแซ๊คกลับมาที่เมืองริว่าในสภาพเลือดท่วมตัว เขาได้รับบาดแผลเล็กน้อยที่แขนขวาเท่านั้นซึ่งเลือดออกไม่มากแต่ก็ลึกจนน่าจะต้องเย็บแผล ส่วนที่เหลือคือเลือดของศัตรูที่เขาสังหารเองกับมือ ซึ่งทหารโรฮานคนอื่นๆเองที่ออกไปกับเขาก็มีสภาพเดียวกัน


“ท่านผู้นำ ท่านมีบาดแผล”


ซาอิดบอกไอแซ๊คด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาคิดว่าไอแซ๊คได้รับความเครียดมากเกินไปจนอาจจะขาดสติได้ และไม่สนใจอาหารบาดเจ็บของตนเอง


“ไม่ต้องบอกก็รู้ เจ็บจะตายชักอยู่แล้ว อยากกลับไปให้มาเยด้าพยาบาลให้จะแย่อยู่แล้วเนี่ย”


ไอแซ๊คพูดแล้วยิ้มให้กับซาอิด ซึ่งซาอิดถึงกับถอนหายใจโล่งอกเพราะไอแซ๊คดูสบายดี


“ท่านแม่ทัพมาเยด้าเป็นแม่คนแล้วสินะครับ”


ซาอิดที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของมาเยด้าภรรยาของไอแซ๊คถามด้วยความสนใจ


“อา….เพิ่งจะได้ลูกชายคนแรกน่ะนะ ชื่อ อาสลาน”


“ราชสีห์…...อืม…...น่ากลัว...เอ๊ย...น่าเกรงขามดีนะครับ”


“หืม….น่ากลัวเรอะ”


“ขออภัยอย่างยิ่งที่ปากพล่อยครับ!!”


ซาอิดโค้งคำนับขอขมาไอแซ๊คที่เขาเผลอปากพล่อยไปบอกว่าชื่อลูกชายท่านผู้นำว่าน่ากลัว


“ไม่เป็นไร ฉันไปทำแผลก่อนล่ะ นายเองก็ไปพักซะ อ้อ..แล้วเรียกแม่ทัพดาวิดให้มาพบฉันด้วยล่ะ”


“ดาวิด!! เสือน่ะหรือครับ!!”


“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย ไปเรียกมาเถอะ บอกไปว่าฉันจะรออยู่ที่จวนผู้ว่า”


“รับทราบครับ”


ไอแซ๊คเดินกลับไปยังจวนผู้ว่าที่เป็นที่พักของเขา เขาเรียกแม่ทัพดาวิด กองเดล่า ผู้ซึ่งได้รับชื่อเล่นว่าเสือให้ให้มาพบ


ไอแซ๊ครู้สึกหนักใจเกี่ยวกับสถานะการณ์ของหมู่บ้านรอบๆเมืองริว่านี้ แต่การให้ความช่วยเหลือโดยการส่งกองทัพออกไปนั้นเขาไม่คิดจะทำอีก เพราเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตีเหมือนวันนี้


แต่ไอแซ๊คใช่ว่าจะปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญชะตากรรมสุดสยองโดยไม่ทำอะไร เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการเท่านั้น ซึ่งเขาได้สั่งให้ม้าเร็วไปแจ้งข่าวแทน แล้วให้ชาวบ้านอพยพมาเอง ซึ่งปลอดภัยต่อกองทัพของเขามากกว่า


และเขาก็งานล้นมือจนไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวจึงต้องหาตัวช่วย ซึ่งดาวิดจะแบ่งเบาภาระของไอแซ๊คได้มากทีเดียว


“เลือดไหลไม่หยุด แผลลึกหรือนี่….โอ๊ย...เจ็บโว้ย”


ไอแซ๊คใช้นิ้วเขี่ยแผลที่ต้นแขนเพื่อสำรวจดู แต่กลับเจ็บปวดจนหยีฟัน เพราะอดรีนาลีนที่พรุ่งพล่านในตอนสู้รบหมดฤทธิ์ไปเสียแล้ว


ไอแซ๊คเดินกลับมายังจวนผู้ว่าซึ่งมีหญิงรับใช้จำนวนหนึ่งรอต้อนรับอยู่


“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ...นายท่าน”


ลิซ่าและหญิงรับใช้อีก2คนยืนรอต้อนรับไอแซ๊คอยู่ข้างหน้าจวน แล้วลิซ่าก็ยื่นผ้าสะอาดให้ไอแซ๊คเช็ดคราบเลือดบนหน้าซึ่งหญิงรับใช้คนอื่นต่างก็ตกใจไปกับสภาพโชกเลือดของไอแซ๊ค จนอ้าปากค้างไปตามๆกัน


“ลิซ่า”


“ค่ะนายท่าน”


ลิซ่าก้มหัวให้ไอแซ๊คจนผมสีน้ำตาลนั้นสยายออก เธอไม่กลัวไอแซ๊คเพราะคำล่ำลืออีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าไอแซ๊คเป็นคนใจดีที่ออกจะเข้มงวดเท่านั้นเอง ถึงแม้จะอยู่ในสภาพโชกเลือดเธอก็ไม่กลัว ต่างกับหญิงรับใช้คนอื่นๆที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น


“ไปเตรียมน้ำอุ่นให้ฉันที แล้วก็ไปเรียกหมอมาด้วย”


“นายท่านบาดเจ็บหรือเจ้าคะ


“อื้ม…..สงสัยต้องเย็บแผล นี่ไง”


“หวา...น่าหวาดเสียวจังค่ะ”


ไอแซ๊คโชว์แผลที่ต้นแขนซึ่งยาวราวๆ10เซนติเมตรให้ลิซ่าดู แล้วลิซ่าก็ทำหน้าเหยเกเพราะเสียวใส้


“รอสักครู่นะคะ เซลาน เธอไปเตรียมน้ำร้อนนะ ฉันจะไปเรียกหมอ”


“เอ๋!!...อ๊ะ...ลิซ่า!!”


หญิงรับใช้ที่ชื่อว่าเซลานถึงกับทำสีหน้าลนลานในตอนที่ลิซ่าบอกให่เธอไปเตรียมน้ำร้อนในขณะที่เธอออกวิ่งไปตามหมอโดยไม่ได้ฟังเสียงของเซลาน


“การเตรียมน้ำร้อนนี่มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึไง ทำไมต้องกลัวด้วย”


ไอแซ๊คยืนมองเซลานที่อ้าปากค้างเพราะลิซ่าฝากให้เตรียมน้ำร้อน นั่นเท่ากับว่าเธอต้องเป็นคนคอยปรนิบัติไอแซ๊คด้วย


“ไม่ค่ะ เพียงแค่…..”


“เอ้านี่”


“กรี๊ดดดดดดดด!!”


เซลานกรีดร้องออกมาเพราะไอแซ๊คยื่นผ้าที่เขาเพิ่งจะใช้เช็ดเลือดจนเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีแดงหม่นๆทั่วทั้งผืนแล้วก็วิ่งหนีไปทันที


“ฉันมันน่ากลัวตรงไหน ก็ไม่ได้มีเขาซักหน่อย เขี้ยวก็ไม่...มีแฮะ ไม่ใช่ปีศาจซักหน่อยจะกลัวไปทำไมกัน”


“นาย...นายท่านคะ คือว่า ดิฉันมีเรื่องอยากจะเรียนถาม”


หญิงรับใช้อีกคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยถามไอแซ๊ค เธอชื่อ มิเรียน มาเรสก้า เป็นหญิงรับใช้ที่จวนผู้ว่ามานานหลายปีและเธอก็อายุ30ปีแล้ว


“ว่าไงมิเรียน มีอะไรอยากจะถามหรือ”


ไอแซ๊คทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้วพูดกับมิเรียน


“กองทัพศาสนจักรฆ่าคนและปล้นสะดมหมู่บ้านจริงๆหรือคะ”


“ใช่...ไม่ผิดแน่ แล้วเธอรู้เรื่องการปล้นสะดมได้อย่างไรกัน”


ไอแซ๊คมองมิเรียนด้วยความสงสัย เพราะข่าวการปล้นสะดมนั้นเกิดขึ้นที่นอกเมืองริว่าซึ่งมิเรียนที่เป็นหญิงรับใช้ไม่น่าที่จะรู้ได้


“จากผู้หญิงที่รอดมาจากหมู่บ้านโกม่าค่ะ นายท่านคะครอบครัวดิฉันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านบาโลน ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วยเถอะค่ะ….จะให้ทำอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนดิฉันยอมทำทุกอย่างเลย”


มิเลียนคุกเข่าขอร้องไอแซ๊ค เธอมีแม่และน้องชายอยู่ที่หมู่บ้านบาโลน เธอซึ่งเป็นสาวทึนทึกไม่แต่งงานทั้ง2คนนั้นคือครอบครัวทั้งหมดที่เธอเหลืออยู่ หากช่วยพวกเขาได้ต่อให้ต้องเลียรองเท้าของไอแซ๊คเธอก็ยินดีที่จะกระทำ


“ทำทุกอย่าง….ถ้าอย่างนั้น….”


ไอแซ๊คลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหามิเลียน ซึ่งมิเลียนเตรียมใจที่จะกลายเป็นของเล่นของผู้นำแห่งโรฮานที่ว่ากันว่าเป็นปีศาจกระหายเลือดคนนี้แล้ว


“เธอต้องไปเตรียมตัวรอต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ไปพบทั้งน้ำตาแบบนี้”


“เอ๋…”


“พวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่ อีกไม่นานก็น่าจะถึงแล้ว”


“จะ..จริงหรือคะ!!”


“ฉันจะโกหกไปทำไมกัน ตอนที่ฉันมาพวกเขาก็ออกมาจากหน้าหมู่บ้านแล้ว ที่ต้นเมเปิ้ลต้นใหญ่ๆนั่นน่ะ”


“ต้นเมเปิ้ล...ที่ทางเข้าหมู่บ้านบาโลนมีต้นเมเปิ้ลอยู่จริงๆ….ขอบพระคุณมากค่ะ!!”


ด้วยความดีใจมิเลียนลุกขึ้นมาแล้วโผเข้าไปกอดไอแซ๊คอย่างลืมตัว


“โอ๊ย...แผล….เจ็บแผลลลลล!!”


“ว้าย...ขออภัยค่ะนายท่าน!!”


มิเลียนที่ดีใจจนลืมตัวไปกอดไอแซ๊คและเอามือไปจับแผลของเขาที่ท่อนแขนก้มหัวขออภัยเพราะไปทำให้ไอแซ๊คเจ็บจนร้องเสียงหลง


ในตอนนั้นเอง ชายรูปร่างสันทัดก็เดินขึ้นมาในจวนอย่างเงียบงัน


“ท่านผู้นำครับ ดาวิด กองเดอล่า มารายงานตัวตามที่สั่งแล้วครับ”


ดาวิดเป็นชายหนุ่มรูปงามอายุ28ปี เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาคมเข้มและรูปร่างที่สมส่วน และมีหนวดเจ้าเสน่ห์บางๆเหนือริมฝีปากด้วย ดูเหมือนพวกขุนนางเจ้าชู้ไม่มีผิด


“มาเร็วดีนะดาวิด”


“ความเร็วสร้างความประทับใจครับ แต่ผมก็ไม่ได้เร็วไปซะทุกอย่างหรอกนะ หึๆๆๆ”


“ฮะๆๆๆ ถ้าท่านพ่อได้ยินเข้าคงจะต้องพูดว่า “น้อยๆหน่อยดาวิด นายนี่มันเสือผู้หญิงจริงๆ” ละมั้ง”


ดาวิดส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่เคยหายไปจากใบหน้าของเขาหม่นหมองลงเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มอยู่ดี


“หากท่านบารอนเอมิลยังอยู่ คงจะภูมิใจในตัวท่านมากเลยครับ นายน้อย”


“ไม่มีใครเรียกฉันว่านายน้อยนานแล้วนะเนี่ย”


ดาวิดเคยเป็นทหารคนสนิทของบารอน เอมิล อาร์เนเซ่น พ่อบุญธรรมผู้วายชนต์ของไอแซ๊ค และยังคงจงรักภักดีต่อไอแซ๊คดุจดั่งบารอนเอมิลผู้เป็นนายเก่า


“แล้วที่เรียกผมมาพบนี่...คงมีเรื่องหนักอกหนักใจใช่ไหมครับ”


“ปิดนายไม่ได้จริงๆแฮะ ใช่...ฉันกำลังหนักใจ และมีงานที่อยากให้นายทำ”


“งานที่ว่าคืออะไรหรือครับ”


“ฉันคนเดียวทำงานทั้งหมดไม่ไหว ทั้งเรื่องการจัดการและการบริหาร ฉันเลยจะยกกองทัพโรฮานให้นายบังคับบัญชาแทน”


ไอแซ๊คยื่นมือไปจับไหล่ของดาวิดที่ตอนนี้รอยยิ้มมลายหายไปจากใบหน้าแล้ว


“นายน้อยแน่ใจนะครับ”


“เล่นงานพวกมันให้แหลกเลยดาวิด ฉันอนุญาติเต็มที่”


“รับทราบครับ ดาวิดคนนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง”


ดาวิดโค้งทำความเคารพอย่างสง่างามและกลับมายิ้มอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นไอแซ๊คก็ยื่นดาบให้แก่ดาวิด ซึ่งทำให้ดาวิดถึงกับตกใจเล็กน้อย


“นี่คือดาบที่ถูกจัดทำมาเป็นพิเศษ ทั้งแกร่งและคมกล้ากว่าดาบทั่วไปหลายเท่า จงใช้มันตัดหัวของกีเก้ ฟูเอนเตสมาให้ฉัน”


“รับบัญชา”


ดาวิดยื่นมือไปรับดาบยาวของไอแซ๊คมาอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็นำมาเสียบเอาไว้ที่เข็มขัดข้างเอว


“ไปซะดาวิด อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”


“แน่นอนครับนายน้อย ดาวิดขอลา”


ดาวิดเดินออกไปจากจวนผู้ว่าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มที่เขาไม่เคยหุบกลับกว้างขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด


“กับพวกที่โหดเกินมนุษย์ ก็ต้องเจอกับเสือร้ายแห่งโวฟกราฟ กีเก้ แกเตรียมตัวตายได้เลย”


ไอแซ๊คยืนส่งดาวิดเข้าสู่สมรภูมิ เสือร้ายตนนี้ถูกโซ่ล่ามเอาไว้มานาน และในที่สุดไอแซ๊คก็ปลดปล่อยเขาเป็นอิสระแล้ว




จบตอนที่ 44


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

3,297 ความคิดเห็น

  1. #1691 Rinray (@rinray0) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 16:09
    โดนสหายร่วมสายทางลากมาให้อ่าน ติดจนได้ เฮ้อ รอต่อไปสินะ - -
    ปล.ขายเป็นหนังสือเมื่อไหร่บอก - -
    #1691
    0
  2. #1659 Rikuoi (@brigh_lawyer) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 20:12
    โอวววว เสือร้ายแห่งโวฟกราฟ VS มหาโจรกีเก้!! งานนี้ฝ่ายศาสนจักรฝันร้ายแน่ 555

    มาอัพต่อไวๆนะครับ ^^
    #1659
    0
  3. วันที่ 22 มกราคม 2558 / 16:51
    สนุกมากกกกกครับ  อัพต่อไวๆนะ
    #1658
    0
  4. #1657 bunrikung (@bunrikung) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 18:46
    สนุกมากเลยขอบคุณนะครับ
    #1657
    0
  5. #1656 เงาตามหลอน (@oymfoyp00) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 17:32
    เสือที่มีอาวุธ มาดู ม(ตัดม.ม้าออก)ปะทะ อมหิต กันดีกว่า
    #1656
    0
  6. #1655 miss Iu (@zxto2500) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 13:47
    หนุกอ่ะ ขอเบิ้ลได้ไม๊คะ อิอิ
    #1655
    0
  7. #1654 นะบันเรอ (@going31) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 13:07
    เสือเคยโผล่มาตอนไหนครับ ลืม
    #1654
    1
    • #1654-1 mamuza (@memuza) (จากตอนที่ 45)
      5 มิถุนายน 2558 / 19:26
      ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนแรกเลยนะ ก็คนที่ช่วยไอแซคขึ้นรถม้าหนีสงคามไปเมืองโวกราฟไง
      #1654-1
  8. #1653 ฟากห้ส (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 12:25
    เสือร้ายหลุดจากตรวนแล้วสินะ พวกโจรเจอกับฝัยร้ายแน่ 555 สนุกครับมาอัพต่อไวๆนะ
    #1653
    0
  9. วันที่ 21 มกราคม 2558 / 11:40
    ขออ่านทุกวันเถอะค่ะ >{+++}<
    #1651
    0
  10. #1650 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 10:50
    สนุกมากค่ะ แต่ว่างๆๆๆๆๆ (เน้น) ช่วยทำสรุปตัวละครให้ที บางชื่อต้องเปิดไประลึกตอนเก่าๆ หานาน พวกนายทหารนี่แหละ
    #1650
    0
  11. #1649 Oberste Ms Alto Top (@toptbcc) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 10:39
    เหยดเป็ดดดด อ้าาาาาาาา นี่แหละคือตำนาน แต่อยากเห็นไอแซ็คลงสนามจริงๆ 5555555
    #1649
    0
  12. #1648 cussendo (@cussendo) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 09:00
    จำชื่อล฿กน้องพระเอกไม่ได้เลย คนเก่าๆนี่ใช้แล้ว หายไปไหนหมดอะ
    #1648
    0
  13. วันที่ 21 มกราคม 2558 / 08:39
    ปล่อยเสือเข้าป่าไปล่าโจรแล้วซินะ
    #1647
    0
  14. #1646 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 08:35
    ขอบคุณครับ
    #1646
    0
  15. #1645 EDZero (@deadspawn05) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 06:07
    สนุก+ฮ่านิดหน่อย เอามาอีกเยอะๆน่ะครับ
    #1645
    0
  16. #1643 The Memorial (@golflovenaru) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 00:47
    เอาละเว้ย พวกนี้งานเข้าแน่ๆ 555
    #1643
    0
  17. #1642 -secret- (@prasongruy) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 00:21
    เดวิดนี่ใครหว่า ใช่คนที่แอบซาดิส ดีใจที่ได้ไปวางยาที่ค่ายศาสนจักรที่ทวีปโรฮานปะครับ
    #1642
    0
  18. #1636 Configuleto (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 22:53
    เอาอีก! เอาอีก! เอาอีก!



    อัพทุกวันเถอะครับ สุขภาพจะได้แข็งแรง
    #1636
    0
  19. #1633 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 22:07
    เจ้ากีเก้จะสิ้นชื่อไหม ลุ้น ๆ โจรปะทะเสือ ฮิฮิ
    #1633
    0
  20. #1629 pkingdom (@mcpkingdom) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 21:47
    ต่อไวๆนะครับ
    #1629
    0
  21. #1627 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 21:33
    เสือแห่งโรฮานไปล่าเสือโจร รอดูความอนาถของกองโจร
    #1627
    0
  22. #1626 Nong'Pleum (@babygang02) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 20:53
    ขอบคุณครับบบ
    #1626
    0
  23. #1625 Siambikza (@siambikza) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 19:14
    มันๆๆๆๆๆ ปล่อยเสือออกมาจะเปนไงบิางแล้ว
    #1625
    0
  24. #1624 LilyTheGlass (@dawan400) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 18:35
    ว่าแต่ตอนพระเอกเรียกสาวเหนือมาช่วยรบ รู้ป่ะว่ามีลูกอีกคนน่ะไหงไม่รับข้าวังหว่าหรือสาวเจ้าไม่ยอมเขารู้ทั้งกองทัพเระมั้งเนี้ย
    #1624
    0
  25. #1623 mirasugi (@mirasugi) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 18:28
    กีเก้นายนี่ทำงานเป็นกระบวนการเลยเนอะ นายอ่ะฉลาดเเต่ยูนิตนายเเต่ล่ะตัวค่าสเตตัส+ค่าขวัญกำลังใจอย่างต่ำ....
    #1623
    0