สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    13 ก.ย. 63

 

แผนพัฒนาเมื่อถูกส่งขึ้นทูลเกล้าให้ฮ่องเต้ ฮ่องเต้ฉินกู๋พอใจอย่างยิ่งถึงกับประทานรางวัลมากมายแก่ขุนนางอีกทั้งยังประทานงานเลี้ยงฉลองในวังเพื่อตอบแทนเหล่าขุนนาง

“คุณหนูเจ้าค่ะอย่าเช็ดออกซิเจ้าค่ะ” ไป๋หลานคว้าดินสอเขียนคิ้วลงมือวาดเขียนใหม่ให้เจ้านายที่นั่งหน้าหงิก

“ข้าเหนื่อยแล้ว แต่งแค่นี้ได้ไหม” เย่หนิงทำเสียงอ้อนวอน 

“วันนี้คุณหนูต้องงามที่สุดนะเจ้าค่ะ ไป๋หลานไม่ยอมให้คุณหนูไปทั้งๆ ไม่ได้แต่งหน้าแน่!” ไป๋หลานพยายามทาชาดสีแดงเพลิงที่ริมฝีปากน้อยของเจ้านาย

เย่หนิงถอนหายใจ เมื่อไม่สามารถขัดขืนได้ก็มีแต่จำยอม ไม่ช้าสตรีในชุดสีกลีบบัวดูงามพิสุทธิ์บอบบางก็ก้าวเท้าเดินออกจากประตูเรือนมาหยุดอยู่หน้าขุนพลหนุ่มที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

ขนตางอนยาวกระพือ เส้นผมเล็กยาวถูกหมุนม้วนเป็นทรงสูงปักด้วยปิ่นดอกพญาหงส์ หางตาถูกถ่านขีดเขียนแต้มด้วยผงไข่มุกทำให้ดวงตาดูหวาน ริมฝีปากแต่งแต้มชาดแดงเปลี่ยนสตรีซุกซนเป็นสาวงามล่มเมือง 

แม่ทัพเย่และเย่หานเห็นแล้วคิดว่านางช่างเหมือนมารดานัก งามเหมือนเทพธิดาจากสวรรค์ เมื่อถึงเวลาเดินทางเข้าวังก็ให้สัญญาณทหารติดตามทั้งหลายเตรียมเคลื่อนขบวน

จิ่วเฟินเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขาเรียกสติก่อนกระโดดขึ้นหลังม้าควบเคียงข้างรถม้าของคุณหนูเย่

ภายในวังหลวงงานเลี้ยงถูกจัดไว้กลางแจ้ง อ๋องฉินหลิงและฉินเซียวได้ที่นั่งถัดจากฮ่องเต้ผู้เป็นประธานของงาน กลางลานปูผ้าสีแดงมีนักแสดงร่ายรำเอวอ่อนชวนลุ่มหลง โคมไฟมากมายถูกนำมาประดับสร้างความสว่างแก่งาน เหล่าขันทีและนางกำนัลคอยดูแลแขกไม่ให้สุราอาหารขาด นับเป็นผลงานของฮองเฮาผู้เป็นแม่งานครั้งนี้

ฮ่องเต้ฉินกู๋กล่าวชื่นชมฮองเฮาต่อหน้าขุนนางน้อยใหญ่ก่อนจะเชิญให้ทุกคนทำตัวตามสบายสนุกสนานไปกับงานเลี้ยง

ภายในงานสุรามากมายถูกจัดเตรียมและแน่นอนเพื่อป้องกันคนเมาสลบกลางงานทางฮองเฮาให้เตรียมห้องพักให้ผู้ต้องการพักผ่อนให้สร่างเมาได้พักชั่วคราวด้วย

งานครั้งนี้นอกจากเป็นงานเลี้ยงฉลองยังคล้ายเป็นงานจับคู่ของหนุ่มสาว บุตรีขุนนางไม่น้อยพยายามให้บิดาพาเข้ามาในงานเพื่อมองหาบุรุษลูกขุนนาง หากโชคดีอาจเข้าตาได้ถวายตัวเป็นพระชายาเชื้อพระวงศ์หรือพระสนมฮ่องเต้ 

ยามตระกูลเย่ก้าวเข้าสู่งานเลี้ยง ด้วยความองอาจของบุรุษตระกูลเย่ทำให้มีสตรีมากมายพยายามเข้าไปรายล้อม บ้านใดที่มีบุตรีถึงวัยออกเรือนก็พยายามเข้าไปตีสนิทกับคุณชายเย่หาน แม้กระทั่งแม่ทัพเย่ผู้ยังคงครองตัวไม่รับสตรีใดเข้าจวนหลังจากฮูหยินหมดลมหายใจก็ยังมีสตรีมาพัวพันห้อมหน้าห้อมหลังให้เหนื่อยใจ

“ท่านพ่อ พวกเรารีบเข้าไปด้านในกันเถอะ” เมื่อเสียงใสเอ่ยขึ้น เหล่าสตรีที่ห้อมล้อมบุรุษตระกูลเย่ก็หันมามองสตรีที่เดินตามหลังบุรุษทั้งสองทันที

ทันทีที่เห็นรูปโฉมของคุณหนูเย่ สตรีที่รายล้อมถึงกับถอยหลังก้าวหนึ่ง มิใช่เพราะสวยจนทุกคนตกตะลึงถอยให้กับความงาม แต่เป็นเพราะชื่อเสียงมือตบอันดับหนึ่งจอมไล่ล่าผู้วุ่นวายกับอ๋องฉินหลิง

เมื่อสตรีที่รายล้อมทยอยถอยกลับไปที่นั่งของตนเองก็มีขันทีผู้หนึ่งเดินมาเชิญครอบครัวตระกูลเย่ไปยังที่นั่งด้านใน แม้แม่ทัพเย่จะมิใช่ขุนนางใหญ่แต่ก็ได้รับเกียรติได้ที่นั่งใกล้ด้านหน้าฝ่าพระบาทมากที่สุด

ทุกกริยาท่าทางของคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ล้วนอยู่ในสายตาของสองบุรุษที่นั่งดื่มสุรา

อ๋องฉินหลิงสังเกตเห็นเย่หนิงตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามา เขาจ้องมองปิ่นที่ถูกประดับบนศีรษะของนางอยู่เงียบๆ ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม ส่วนอ๋องฉินเซียวเมื่อเห็นสตรีที่ตัวเองหมายตาก็มิอาจละสายตาจากจุดที่นางยืนอยู่ได้

อ๋องฉินเซียวรู้สึกว่าวันนี้นางช่างงามจนทำให้มวลดอกไม้ทั้งหลายที่รายล้อมดูสีจืดไปถนัดตา ไม่ว่าอย่างไรเขาต้องได้เป็นเจ้าของเทพีดอกไม้ดอกนี้

เย่หนิงหันไปเห็นสายตาของอ๋องฉินหลิงพอดีก็แลบลิ้นใส่ อ๋องฉินเซียวที่นั่งข้างอ๋องฉินหลิงถึงกับหลุดขำออกมา

“พี่รองดูท่าคุณหนูเย่ยังคงไม่พอใจพวกเรา หากไม่รีบแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ดูท่านางจะไม่ยอมให้อภัย”

อ๋องฉินหลิงมองหน้าน้องชายครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเรื่องของคู่หมั้นอย่างเนิบๆ

“ดูท่าน้องสามจะสนใจคู่หมั้นข้าอยู่ไม่น้อย”

“หากพี่รองมิได้เป็นคู่หมั้นของนางข้าก็ยิ่งสนใจ”    อ๋องฉินเซียวยกสุราขึ้นดื่ม

“เช่นนั้นก็น่าเสียดาย นางกำลังจะเข้าพิธีเป็นพระชายาข้าในเดือนข้างหน้า เจ้าควรรีบตัดใจ”

“ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น” อ๋องฉินเซียวยิ้ม

งานเลี้ยงยังคงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน สุราและอาหารถูกยกมาไม่ขาดสาย เย่หนิงดื่มสุราหมักสำหรับสตรีไปไม่น้อยรู้สึกใบหน้าเริ่มแดงจึงขอตัวพี่ชายและบิดาเดินออกไปรับลมด้านนอก

เย่หนิงเดินเล่นห่างออกจากงานเลี้ยงมาทางสวนที่ถูกจัดไว้ ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าทำให้เย่หนิงรู้สึกสบายจนตัดสินใจนั่งพักที่ริมน้ำ 

เธอหันไปเห็นนางกำนัลน้อยที่ดูแลแขกในสวนยืนเป็นห่วงจึงให้ไปเรียกไป๋หลานมา

“ดูท่าร่างนี้จะคออ่อนกว่าที่คิด” เย่หนิงรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ไม่ช้าดวงตาก็เริ่มพร่าเลือน ผิวหนังรับความรู้สึกไวจนขนลุกทั่วร่าง

นี่มันผิดปกติเกินไป?

แม้ว่าหญิงสาวจะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เริ่มก่อตัวแต่ก็สายเกินไป ร่างกายเริ่มร้อนผ่าวลำคอแห้งผากเหมือนบางสิ่งกำลังผุดขึ้นมา ความต้องการบางอย่างทำให้เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้

ขณะที่สติของหญิงสาวกำลังเลือนหายเหมือนมีบางคนเข้ามาประคองร่างกายที่เริ่มไม่สามารถควบคุมได้

“ไป๋หลานหรือ?”

“เย่หนิง…” เสียงทุ้มเรียกชื่อข้างหูก่อนสติจะขาดหายทำให้เธอรู้ว่าคนที่มาพยุงตัวรู้จักเธอ แต่ใครกัน?

ไม่ช้าสติของหญิงสาวก็หายไปพร้อมกับถูกพยุงตัวไปทางเรือนพักพิเศษเฉพาะเชื้อพระวงศ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #81 Namwan_1909 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 04:39
    ใครมาอุ้มน้องงง
    #81
    0
  2. #79 Sureepond9585 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:52
    ค้างงงงงง!!! ใครล่ะ???
    #79
    0
  3. #78 0895003543 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:14
    อ่า ค้างๆค่ะต่อทีนร้า
    #78
    0
  4. #77 แอม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 20:57

    โอ๊ะ ... อิพี่คู่หมั้นรีบมาช่วยน้องเร็วๆ

    #77
    0