สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 17 ตอนปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    11 ก.ย. 63

หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอเสียงดังกังวานจนคนทั้งสำนักศึกษาไม่คิดว่าจะออกมาจากปากของสตรี

“ในความคิดของเย่หนิงคิดว่าความจนเกิดจากการไม่สามารถใช้สิ่งที่ถูกจัดสรรไปปลดข้อจำกัดได้ ความเหลื่อมล้ำคือการที่แต่ละคนได้สิ่งที่ควรถูกจัดสรรขั้นพื้นฐานไม่เท่ากัน ขอถามท่านอาจารย์ก่อนว่าทางการได้มีการจัดสรรขั้นพื้นฐานเช่นใดเย่หนิงถึงตอบได้ว่ามันเหลื่อมล้ำหรือไม่เหลื่อมล้ำ” เมื่อฮัวซีถูกหญิงสาวถามกลับก็ถึงขนาดลืมมารยาทลุกขึ้นมอง

นึกไม่ถึงจะพบคำตอบที่ฉลาดเกินกว่าจะออกจากปากสตรีที่มีชื่อเรื่องไม่สนใจสิ่งใดนอกจากอ๋องฉินหลิง!

เสียงฮือฮาดังทั่วห้องทันที

อ๋องฉินหลิงและอ๋องฉินเซียวหรี่ตามองสตรีหนึ่งเดียวที่ยังคงนิ่งเฉยแย้มยิ้มปกติ

“เช่นนั้นควรจะแก้อย่างไร?” เป็นอ๋องฉินเซียวที่เริ่มถามต่อ

“จากที่เห็นก็ต้องลดความเหลื่อมล้ำโดยการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาและส่งเสริมให้คนในพื้นที่นำทรัพยากรที่มีเปลี่ยนให้เป็นรายได้” เย่หนิงตอบ

“ไร้สาระ การศึกษาควรเฉพาะกับลูกขุนนางและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น จะให้คนทั่วไปมาเรียนรวมได้เช่นไร” คราวนี้เป็นอาจารย์หญิงที่นั่งร่วมในการคุมสอบด้วยเป็นผู้แทรกขึ้น

อ๋องฉินหลิงส่งสายตาเยือกเย็นไปทางอาจารย์ปากมากที่แทรกกลาง

“พูดต่อ” อ๋องฉินหลิงให้เย่หนิงกล่าวต่อ

อาจารย์ที่ถูกขัดกัดริมฝีปากมองอ๋องหนุ่มน้ำตาคลอ

ดอกไม้มีใจแต่สายน้ำไร้ใจ เสียดายอาจารย์คนสวยตรงหน้าเหลือเกิน เย่หนิงถอนหายใจกับรักข้างเดียวของสตรีตรงหน้า

“ปัญหาหลักของแคว้นฉินขณะนี้คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คนยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ เมื่อคนส่วนใหญ่ไร้การศึกษาแคว้นจะพัฒนาไปได้อย่างไร ที่จริงแคว้นฉินมีทรัพยากรมากมายหากแต่ขาดคนแปลงทรัพยากรเหล่านั้นเป็นรายได้ หากเราสร้างคนให้สามารถนำพาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นรายได้ เช่นนี้คนจนย่อมลดลง”

อ๋องฉินหลิงนึกไม่ถึงจะมีคนตอบคำถามได้ตรงใจเขาเช่นนี้ การสอบครั้งก่อนเหล่าลูกขุนนางมากมายตอบเพียงแค่เมื่อคนยากจนเราก็แค่ส่งเงินและของไปช่วยเหลือ บัดซบมากเช่นนี้เมื่อไหร่แคว้นจะยั่งยืนคนจะมั่นคั่งได้ ปีนี้ก็ส่งปีหน้าก็ส่งเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปทีน่าไล่กลับไปเรียนใหม่ให้หมด

ส่วนคนเข้าสอบที่เป็นพวกบัณฑิตทั่วไปก็ตอบมาเพียงคนจนเพราะมีขุนนางยักยอกทรัพย์ก่อนส่งคลังหลวง ควรปลดคนเหล่านี้ไปความยากจนก็จะหมดไป แต่ยักยอกเช่นนี้มันคือความยากจนของคลังหลวง! ที่ข้าถามคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนกินดีอยู่ดี อีกทั้งให้ไล่พวกมันออกตอนนี้แล้วจะหาใครมาจัดการงานแทน พวกขุนนางหน้าใหม่ยังไม่โตพอ สงสารแต่เสด็จพี่ที่ต้องมาคอยประคองเรื่องเหล่านี้ให้ผ่านพ้น

“ไหนบอกซิ หากเราต้องการเพิ่มการเข้าถึงการศึกษาในปีนี้ด้วยข้อจำกัดที่ยังไม่สามารถจัดตั้งสำนักการศึกษาเพื่อประชาชนได้ควรทำเช่นไร” อ๋องฉินเซียวถามอีกฝ่าย เรื่องสำนักการศึกษาเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบภายใต้การดูแลของเขา ที่ผ่านมาไม่เคยนึกถึงจุดนี้เมื่อได้ยินจึงสนใจอย่างยิ่ง

“เรามีวัดที่อยู่ทุกเมืองมิใช่หรือเจ้าคะ หลวงจีนทุกท่านล้วนอ่านออกเขียนได้ เช่นนั้นมิสู้ให้ท่านเหล่านั้นสอนหนังสือให้คนอ่านออกเขียนได้ก่อน ส่วนแผนระยะยาวก็ทยอยพัฒนาและสร้างสถานศึกษา โดยเร่งสร้างในส่วนของเหมืองหลวงและเมืองโดยรอบก่อนเพื่อให้การขยายตัวออกไปรวดเร็ว คิดว่าไม่เกิน 10 ปี แคว้นฉินจะไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ ความยากจนก็น่าจะลดลง” 

แต่จะเกิดปัญหาใหม่มาแทนอันนี้เย่หนิงแอบตอบในใจ มนุษย์เป็นสิ่งที่มีความต้องการไม่สิ้นสุด แล้วก็ก่อปัญหาไม่จบสิ้น แก้สิ่งหนึ่งก็ต้องมีอีกสิ่งมาแทนเสมอ

 

“เจ้ากล่าวมาโดยไม่มีหลักฐานเช่นนี้ควรให้เจ้าหาหลักฐานมาเพื่อเพิ่มน้ำหนักของคำพูดเมื่อครู่ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าลองทำแผนการพัฒนาแล้วส่งมาให้ข้าทั้งระยะสั้นและยาว เพื่อไม่ให้ล่าช้าควรส่งสิ่งที่สั่งวันนี้ภายในสิบวัน คู่หมั้นเห็นว่าเช่นนี้ดีหรือไม่” อ๋องฉินหลิงกดยิ้มมองไปทางสตรีที่ทำตาเขียวใส่ตนเอง

นี่มันหลอกใช้แรงงานฟรีชัดๆ เย่หนิงอยากร้องประท้วง สิบวันให้ทนายอย่างเธอเขียนแผนปฏิรูปการศึกษาและเศรษฐกิจ! 

“ท่านอ๋องมีพระปรีชาสามารถอีกทั้งมีคนข้างกายเก่งกาจหลายคนน่าจะทำได้ดีกว่าสตรีไร้การศึกษาเช่นหม่อมฉัน” 

“แต่เราขี้เกียจ” อ๋องฉินหลิงยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ไปทางสตรีที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ

มองกันไปกันมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอย่างไรก็จะโยนงานชิ้นนี้มาให้จงได้ก็คงมีแต่ก้มหน้ายอมรับ

“เช่นนั้นหากหม่อมฉันจะขอยืมตัวคนของท่าน ก็คงมิขัดใช่ไหมเจ้าคะ”

อ๋องฉินหลิงดูแลฝ่ายกรมคลัง เธอจึงคิดหยิบยืมคนที่มีความเก๋าทางคลังแผ่นดินเหล่านั้น แม้จะโกงกินแต่ก็ยังเป็นพวกเก๋าของจริงมีความสามารถจริง ดังนั้นเพื่อไม่ให้สิ่งที่พวกตาแก่เหล่านั้นกินไปเสียเปล่าๆ ก็ควรจับมาใช้งานบ้าง

“ข้าก็อยากเห็นสิ่งที่คุณหนูกล่าวเป็นรูปร่าง เช่นนั้นระหว่างนี้ข้าจะให้ยืมคนใต้บังคับบัญชา เช่นนี้เป็นอย่างไรพี่รอง” อ๋องฉินเซียวกล่าวอย่างใจกว้าง

เย่หนิงถึงกับตาโตผงกหัวเป็นลูกไก่ อ๋องฉินเซียวดูแลฝ่ายสำนักการศึกษา ขอเพียงแค่ได้ตาแก่สำนักการศึกษามารีดสมองช่วยคิดมีหรือจะไม่สำเร็จ

เช่นนี้ยิ่งดี เธอได้อำนาจมาสั่งการขุนนางแก่ที่ควรรีดสมองมาคิดเรื่องพวกนี้มีหรือไม่ยินดีรับไว้จึงได้แต่ยิ้มกว้างผงกหัวหงึกๆ

“คิดว่าแค่คนของข้าก็เพียงพอ ไม่ต้องลำบากถึงขนาดไปยืมคนของน้องรองหรอก” อ๋องฉินหลิงยกน้ำชาอุ่นขึ้นดื่ม

“พี่รองไม่คิดว่าใจดำไปหรือ หากเรื่องนี้เป็นรูปเป็นร่างพี่รองคิดจะรับชอบเป็นของตนเองเพียงคนเดียวไม่แบ่งผลงานกันบ้างหรอกหรือ” อ๋องฉินเซียวใช้นิ้วปาดขอบถ้วยชาของตนเองไปมา

รังสีปะทะกันระหว่างสองโอรสมังกรทำเอาคนทั้งสำนักการศึกษาร้อนหนาวสลับกันไปมา

ตกลงความเห็นของเธอผ่านแล้วใช่ไหม ตกลงเธอสอบผ่านแล้วหรือเปล่านะ? เย่หนิงผู้ไม่สนใจการปะทะกันของสองพี่น้องหันไปกระพริบตาปริบๆ กับอาจารย์ผู้สอบ

ฮัวซีมองไปทางสองกรรมการเพื่อขอความเห็น

สองอ๋องกระแอมไอเล็กน้อยก่อนลงมติความเห็นการสอบครั้งนี้ว่า

“ให้ผ่าน!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #52 ปลาทอง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 22:56

    เฮ้ออยากถีบท่านอ่องทั้งสองคนเกียจมากๆ

    #52
    0
  2. #51 Erng'Erng Thanpitcha (@princesserng) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:56
    ขอผู้ใหม่ด่วนค่าา ไม่โออย่างเเรงง
    #51
    0
  3. #50 ae15051973 (@ae15051973) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:13

    น้องเก่งมากจ้าปรบมือรัวๆๆ
    #50
    0
  4. #49 เหอะ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:02

    เหอะ นี่พระเอกหรอ....เอาตรี-ลูบหน้า ยังไม่อยากได้เลย ผช. เชี่ย ๆ แบบนี้.......ขอให้นางได้ผู้ใหม่ดีกว่า.....

    #49
    0