สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 15 ตอนปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    10 ก.ย. 63

เรือนบุหงาเป็นสำนักโคมแดงที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวง รับแต่ลูกผู้ดีมิรับคนธรรมดาเรื่องนี้เป็นที่รู้กันในแวดวงบุรุษผู้ชื่นชอบดมดอมดอกไม้ เมื่อคัดคุณภาพแขกสินค้าด้านในย่อมชั้นหนึ่งเช่นกัน 

สตรีที่อยู่ในเรือนบุหงามีทั้งขายแต่ศิลป์ไม่ขายตัวและขายทั้งตัวและหัวใจ แม้จะเป็นเพียงสตรีในหอโคมแดงแต่ก็มิได้มีชีวิตเช่นหอโคมแดงอื่น ปลายทางสตรีเหล่านี้หากไม่ถูกไถ่ถอนเป็นอนุขุนนางใหญ่คุณชายน้อยหากโชคดีก็สามารถเข้าเป็นอนุจวนอ๋องได้เช่นกัน

เย่หนิงสวมชุดแดงโบกพัดไปมาเมื่อถึงหน้าประตูเรือนบุหงาก็ถึงกับอ้าปาก

ซ่องหรือสถานที่เก็บตัวประกวดนางงามนิ!

หลังประตูไม้ด้านหน้าเป็นสวนดอกไม้งดงาม มีทั้งสตรีนั่งวาดภาพแต่งกลอนประชันความสามารถ บุรุษที่ยืนมองก็นั่งชมมิได้ทำตัวรุ่มร่าม ดูแล้วไม่เหมือนคนมาเที่ยวผู้หญิงแม้แต่น้อย

ผู้ดูแลเรือนบุหงาเห็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีเหมือนเข้ามาเป็นครั้งแรกจึงรีบเข้าไปต้อนรับ

“ไม่ทราบว่าคุณชายทราบกฎของเรือนบุหงาแล้วใช่หรือไม่”     ผู้ดูแลแม้เริ่มสูงวัยแต่ก็ยังคงความงามหากเย่หนิงเดาไม่ผิดสตรีผู้นี้เมื่อก่อนคงเป็นเบอร์หนึ่งของที่นี่แน่

จิ่วเฟินเห็นผู้ดูแลก็เผยยิ้มก่อนหยิบตราหยกชิ้นหนึ่งขึ้นแสดงตัว

เมื่อผู้ดูแลเห็นตราหยกก็รีบโค้งส่งยิ้มกว้าง

“ที่แท้ก็คุณชายน้อยจิ่วนี่เอง วันนี้นับเป็นเกียรติเรือนบุหงาเราแล้ว แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ขอให้คุณชายจำไว้ว่าเรือนเราไม่ต้อนรับผู้ละเมิด กฎข้อหนึ่งท่านสามารถเรียกสตรีทุกนางได้แต่นางจะยอมร่วมราตรีด้วยหรือไม่ขึ้นกับฝีมือห้ามมิให้ใช้อำนาจบังคับ ข้อสองเรือนเรารับเงินสดไม่รับเซ็นค้างหากมิพกเงินมาพอก็ขอให้กลับไป”

เย่หนิงฟังแล้วพยักหน้าหยิบตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ออกมาแต่ละใบมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันตำลึง ผู้ดูแลเห็นคุณชายน้อยมือเติบดวงตาลุกวาวรีบต้อนอีกฝ่ายเข้าไปทันที

เมื่อเดินก้าวเข้าไปด้านในเรือนบุหงาเย่หนิงนึกสงสัยตราหยกที่จิ่วเฟินแสดง ไหนใครบอกว่าที่นี่รับแต่แขกประจำแขกวีไอพีแล้วทำไมขุนพลจิ่วถึงเดินเข้าง่ายดายนัก

“ที่นี่ดูแพงไม่นึกว่าเจ้าจะกล้าเที่ยว นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” จิ่วเฟินเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูดก็หันมาค้อนหน้าเขียวใส่

 “บ้านข้าเป็นขุนนางสี่สมัย แม้ข้าจะเป็นบุตรชายคนที่สามแต่ก็เป็นคุณชาย ส่วนเรื่องเที่ยวนั้นข้าชายอกสามศอกยอดขุนพลจำต้องมาเยือนสถานที่แบบนี้หรือ แค่มีตราตระกูลใครก็เดินเข้ามาได้” 

ไม่ทันที่จิ่วเฟินจะกล่าวจบก็มีสตรีเอวอ่อนผิวบางดวงหน้าดุจจันทราเดินเข้ามากอดแขนขุนพลน้อย

“ช่วงนี้คุณชายไม่มาหาฮวาบ้างเลยนึกว่าท่านลืมเลือนดอกฮวาน้อยนี้ไปเสียแล้ว”

....

“ดูท่าเจ้าจะเป็นขาประจำ” เย่หนิงอดขำอีกฝ่ายจนไหล่ไหวไม่ได้

จิ่วเฟินยิ้มแห้งๆ ก่อนทำท่าเอาใจดอกฮวาข้างกาย

“ฮวาของข้าช่างขี้น้อยใจอะไรเช่นนี้ ช่วงนี้เจ้าก็รู้แม่ทัพเย่กลับเข้าเมืองมางานข้าก็ยุ่งเป็นธรรมดาแต่ดวงใจข้าคิดถึงเจ้าจริงๆ นะ วันนี้ข้าพาสหายมาด้วยเราอย่าเสียเวลาเลย ไปเถอะเราไปหาความบันเทิงกันดีกว่า”     

เย่หนิงเห็นจิ่วเฟินแสร้งทำตัวเสเพลก็แอบขำ      ดูท่าทางเชี่ยวเช่นนี้คงเป็นสันดานติดตัวมิใช่แกล้งทำ 

เมื่อคนทั้งสามก้าวเข้ามายังห้องรับรอง ฮวาเรียกสาวงามอีกสามคนมาเล่นพิณขับร้องในห้องก่อนยกอาหารและสุราเข้ามา

เย่หนิงทำตัวเจ้าสำราญให้สตรีซ้ายป้อนอาหารสตรีขวาเช็ดมุมปากขุนพลจิ่วเห็นแล้วรู้สึกมุมปากกระตุกกึกๆ นางเป็นสตรีหรือบุรุษกัน เหตุใดทำตัวได้เจ้าสำราญได้ยิ่งกว่าตัวเขา

“แม่นางน้อยวันนี้ทำไมเราถึงเห็นองครักษ์ยืนหน้าเรือนบุหงาไม่ทราบวันนี้มีผู้สูงศักดิ์ท่านใดเยือนเรือนนี้หรือ” เย่หนิงเชิงคางแม่นางข้างตัวก่อนยัดก้อนสีทองใส่มือ

แม่นางข้างคุณชายเย่หนิงหัวเราะคิกก่อนกระซิบตอบ

“เป็นท่านอ๋องฉินหลิงและคุณชายฮัว คุณชายอย่าเอ็ดไปนะเจ้าคะเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่รู้เพราะโดนคุณหนูเย่รังควานจนอยู่ไม่สุขหรือไม่ถึงมาเยือนเรือนนี้ได้ พวกพี่สาวยังกังวลว่าคุณหนูเย่จะขนทหารมาถล่มเรือนอยู่เลย”

คนงามพูดไปก็ส่งสายตาหวานให้คนที่นั่งพิงไป    เย่หนิงพยักหน้ารับรู้ มือของคุณชายเย่จอมเสเพลเชยคางแม่นางน้อยเล็กน้อยก่อนเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนสามารถรับรู้ลมหายใจซึ่งกันและกันได้

แค่ก! จิ่วเฟินสำลักสุราที่พึ่งยกดื่ม นี่นางจะเชี่ยวเกินไปแล้วไหม หรือเสาในวังจะมีผีบ้าตันหาสิงพอมีคนเอาหัวไปชนจึงรับนิสัยเสียมาเต็มๆ

“คนงามดูเหมือนวันนี้พวกเราจะโชคดีที่ยังพอมีคนงามดั่งเทพธิดามานั่งเป็นเพื่อน ไม่นึกเลยว่าท่านอ๋องจะมีเมตตาไม่เหมาเทพธิดาหมดเรือน” เมื่อคุณชายเย่พูดจบคนงามในห้องก็หัวเราะคิก

“ข้าอยากรู้รสนิยมท่านอ๋องว่าชื่นชอบสตรีเช่นใดมีแม่นางน้อยคนใดโชคดีกุมหัวใจท่านอ๋องได้” เย่หนิงหยิบกำไลหยกวงงามสวมเข้าข้อแขนของแม่นางน้อยข้างกาย

“คิก ถามนางไปนางก็ตอบไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ปกติท่านอ๋องมาเพื่อชมดอกไม้แต่มิเคยเด็ดดม ห้องเบญจมาศเปิดไว้ไม่เคยได้ใช้ ดูท่าดอกไม้เรือนบุหงาคงงามสู้ในจวนอ๋องมิได้” แม่นางที่คอยรินสุราข้างกายจิ่วเฟินหัวเราะคิกคัก

“ก็คงเป็นเช่นนั้น” เย่หนิงกดยิ้มมุมปากแต่ดวงตามิยิ้มตามมุมโค้งปากที่แสดง นิ้วมือคอยกลึงมือนุ่มนิ่มของแม่นางน้อยข้างตัวไปมา

ในห้องเบญจมาศมีเพียงสตรีไม่กี่นางขับร้องสร้างความบันเทิงให้แก่บุรุษในห้อง

อ๋องฉินหลิงหลับตาฟังเพลงไม่ช้าเสียงเครื่องดีดก็ขาดลงจากสายเครื่องดนตรีที่ดีดขาดจากเครื่องดนตรี ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น

“ฮัวซีเรือนบุหงาแห่งนี้คงอยู่มานานเกินไป เจ้าคิดว่าควรทำเช่นไรกับสถานที่แห่งนี้ดี” ฉินหลิงกล่าวด้วยเสียงเย็นเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

“ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย!” สตรีชุดบางโปร่งรีบวางเครื่องดีดที่สายขาดก้มหน้าติดพื้นร้องขอชีวิตกับบุรุษตรงหน้า

“สถานที่ๆ ทำให้ท่านอ๋องเคืองใจเช่นนี้หม่อมฉันคิดว่า...ไม่ควรให้มีเปิดต่อ” ฮัวซีกรีดนิ้วเรียวยาวบนจอกสุรา

สตรีที่หมอบกับพื้นไม่เงยหน้าเอาแต่หมอบกับพื้น ส่วนสตรีนางอื่นในห้องก็เม้มปากเงียบก้มหน้าลงพื้นไม่ต่างกับสตรีชะตาไม่ดีตรงหน้า

อ๋องฉินหลิงใช้หางตามองเหล่าสตรีตรงหน้าก่อนเปิดปากตัดสินโทษ

“เช่นนั้นแล้วก็จัดการปิดมันเสียเถอะ” 

โครม! ทันทีที่อ๋องฉินหลิงประกาศโทษออกมาแม่นางน้อยที่หมอบก้มหน้าก็ชักกระบี่ออกมาอย่างพร้อมเพรียง

“วันนี้เป็นวันตายของท่านแล้วท่านอ๋อง!”

ฮัวซียิ้มเหี้ยมมือขวาขยับอาวุธข้างกาย

อ้าวซันก้าวเดินออกมาจากมุมมือดมาสมทบชายหนุ่มทั้งสอง

เหล่าสตรีมือถืออาวุธเห็นท่าไม่ดีจึงส่งสัญญาณเรียกคนของตัวเองเข้ามาเพิ่ม วันนี้อย่างไรก็ต้องปลิดชีพดับลมหายใจชายตรงหน้าให้ได้!

อ๋องฉินหลิงมองดูสตรีมือถืออาวุธเข้ามาเสริมกำลังในห้อง แม้กระทั่งคนยกอาหารก็ยังเป็นนักฆ่า 

“ดูท่าพวกเจ้าจะยึดเรือนแห่งนี้เพื่อกำจัดข้าโดยเฉพาะ ช่างลงทุนมิใช่น้อยหากเดาไม่ผิดองครักษ์ของข้าด้านล่างคงถูกพวกเจ้าจัดการไปเช่นเดียวกัน”  อ๋องฉินหลิงเหลือบตามองไปทางกลุ่มคนตรงหน้า

ฉินหลิงเดิมคิดจัดการพวกกบฏที่ซ่องสุมคิดป้ายความผิดให้จวนของเขา ข่าวที่ฮัวซีสืบมาพบว่ามีพวกกบฏแอบปนอยู่ในเรือนบุหงาคิดใช้สถานที่แห่งนี้ติดต่อและรวบรวมกองกำลัง

ไม่คิดว่าแผนที่วางเพื่อจับกบฏจะถูกตลบหลัง      ดูเหมือนในจวนของเขาคงมีคนทรยศนำข่าวออกมาบอกพวกกบฏ

“ตายซะเถอะ!” นักฆ่าให้สัญญาณพุ่งเข้าไปรุมหวังปลิดชีพอีกฝ่ายด้วยกำลังที่มากกว่า

โครม! สตรีร่างบางผู้หนึ่งกระเด็นกลิ้งเข้ามานอนกองหน้ากลุ่มนักฆ่า นักฆ่าทั้งฝูงตกใจจนต้องหันไปมองผู้ถีบก้อนมนุษย์ตรงหน้า

“ท่านกล้ามั่วสุมสตรีมากมายเช่นนี้ จับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ ข้ารู้สึกหึงมากจนปวดใจ” คุณชายน้อยชุดแดงก้าวข้ามประตูเข้ามาพร้อมกับขุนพลจิ่ว

“เจ้าเป็นใครกัน!”

หนุ่มน้อยชุดแดงแย้มยิ้มก่อนเปิดแสดงตัวสุดอลังการ

“จะใครเสียอีก ก็ทีมเมียหลวงที่กำลังคิดบัญชีกับพวกเมียน้อยไง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #310 MeFordary (@MeFordary) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 13:04
    เอาพระเป็นจิวเฟิ่นแทนท่านอ๋องทั้งหลายได้ไหมดูเข้าขากันดีพากันฮา555
    #310
    0
  2. #299 palm-mild (@palm-mild) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 13:25
    ดูมีดดาบกระบี่ก่อนลูกกกก

    เขากำลังทำอะรัยยยยย
    #299
    0
  3. #74 Sureepond9585 (@Sureepond9585) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 17:35
    น้องมาผิดคิวซะแล้ว 555
    #74
    0
  4. #32 goldenage (@goldenage) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 04:56
    มาแล้ว ทีมเมียหลวงลวงสังหารในตำนานเจ้าของต้นตำรับอยู่นี่เอง
    #32
    0