สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

 

ยามเช้ามาถึง แม่ทัพเย่ให้คนไปเชิญคุณหนูมาพบที่ห้องทำงาน 

“นายท่านเหตุใดจึงให้คนมาตามคุณหนูแต่เช้ากัน?” ไป๋หลานพยายามซักถามบ่าวคนอื่นในจวน

“เจ้าเป็นสาวใช้ประจำตัวไม่รู้แล้วพวกเราจะรู้หรือ เจ้านี่ถามอะไรแปลกจริง”สาวใช้รุ่นใหญ่หันไปตำหนิรุ่นน้องของตน

ไป๋หลานรู้สึกร้อนรน หรือจะเป็นเรื่องเมื่อวาน ช่วงหลังคุณหนูมักออกไปข้างนอกกับขุนพลจิ่วไม่พานางไปด้วยหรือจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?

ภายในห้องทำงานมีเพียงนางและบิดาเท่านั้น เมื่อก้าวเข้าไปในห้องชายชราคนเดียวในห้องก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายนั่งลง

“เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดวันนี้พ่อถึงให้คนตามเจ้าเข้ามาพบ”

เย่หนิงมองไปทางราชโองการสีเหลืองทองบนโต๊ะทำงานของบิดาก็พอเดาเรื่องได้คร่าวๆ จึงพยักหน้า

หากเป็นเมื่อก่อนบุตรีเขาเห็นของสิ่งนี้คงดีใจแต่ยามนี้หลังจากเกิดเรื่องมากมายเขามั่นใจว่านางคงไม่ดีใจเป็นแน่

เรื่องมากมายที่ไม่อาจให้นางรับรู้ แม่ทัพเย่ไม่รู้สักนิดแท้จริงเย่หนิงรู้เรื่องมากกว่าที่เขาคิด การไม่รู้บางครั้งก็เป็นการดีกว่ารู้ เรื่องครั้งนี้จะทำให้นางโกรธและไม่พอใจบิดาคนนี้แค่ไหนแม่ทัพเย่รู้สึกภายในอกปั่นป่วนยิ่งนัก รักลูกส่วนรักลูกหน้าที่ก็ต้องส่วนหน้าที่กลุ้มใจเหลือเกิน

เย่หนิงเหมือนรู้ความหนักใจของชายตรงหน้า เธอก็ไม่ได้หนักใจอะไรมาก เพราะเจ้าของร่างดันเกิดมาในตระกูลนี้ เพราะชะตาดันวุ่นวายสับสน ไม่ใช่ทุกชีวิตสามารถเลือกทางเดินได้อิสระ 

“ท่านพ่อลูกมีทางเลือกสองทางคือโดนถอนหมั้นแล้วไปบวชชีกับแต่งให้กับคนตระกูลฉิน เรื่องนี้จะโทษบิดาก็มิได้เมื่อเป็นเรื่องอดีตฮ่องเต้เป็นผู้กำหนด”

ในนิยายได้เขียนเรื่องราวพันธะสัญญาไว้ชัด ที่ตระกูลเย่สามารถยืนอยู่ทนทานไม่โดนฮ่องเต้จัดการลดทอนอำนาจก็เพราะพันธะสัญญาเป็นข้อสอบคัดเลือกรัชทายาท

เพียงแต่ไม่ทันสอบคนออกข้อสอบก็ดันชิงตายไปก่อน ส่วนไทเฮาก็มิคิดอะไรมากเลือกบุตรชายคนโตของตนเองขึ้นนั่งบัลลังก์แทนที่จะเป็นคนที่ได้รับเลือกให้หมั้นหมายกับบุตรีแม่ทัพเย่

อำนาจไม่เข้าใครออกใคร เผือกร้อนอย่างตราเหล็กแม่ทัพจะคืนก็ไม่อาจคืนได้ หากวันนั้นบุตรสาวของแม่ทัพเย่เลือกฉินกู๋ทุกอย่างก็ลงตัวแต่ใครใช้ให้นางไปเลือกฉินหลิง

ฮ่องเต้ฉินกู๋มีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องชายยิ่งไม่คิดเล็กคิดน้อยกลัวน้องชายใช้เรื่องพวกนี้มาแย่งบัลลังก์แต่กับน้องชายคนอื่นไม่กล้าลองจึงไม่อาจยอมให้บุตรสาวตระกูลเย่แต่งกับผู้อื่นได้ เสียก็แต่น้องชายไม่ชอบว่าที่พระชายาคนนี้อย่างยิ่ง

เย่หนิงคิดเรื่องราวแล้วรู้สึกปวดหัวแทน

“เพราะปัญหานี้พ่อได้เข้าไปกราบทูลปรึกษาฝ่าบาทในวัง ฝ่าบาทไม่อาจถอนหมั้นการหมั้นหมายโดยอดีตฮ่องเต้ได้ ฝ่าบาทกล่าวว่าผู้ใดเป็นผู้ให้หมั้นก็ต้องเป็นผู้ถอนหมั้นเองนอกจากฝ่ายหญิงจะทำผิดจารีตใหญ่หลวงฝ่ายชายจึงขอถอนหมั้นได้”

ฉินกู๋พูดแบบนี้แปลว่าจะให้เธอไปขุดสุสานหลวงเรียกอดีตฮ่องเต้มาแก้ไขเองใช่ไหม?

“ฝ่าบาทเห็นช่วงนี้อ๋องฉินหลิงและเจ้าเข้ากันได้ดีกว่าเมื่อก่อนจึงมีราชโองการให้เตรียมแต่งเข้าเป็นพระชายา” พูดไปแม่ทัพเย่ก็แอบมองสีหน้าบุตรสาวไป

“มีเวลาให้เตรียมตัวกี่เดือน” เย่หนิงถามบิดา

“สองเดือน” แม่ทัพเย่ตอบ 

“ส่งลูกไปบวชชีน่าจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่า”

“คงไม่ทันแล้ว เพราะวัดที่พ่อจะส่งเจ้าไปบวชถูกฝ่าบาทส่งเหล่าสนมไปบวชชีอัดจนเต็ม คิดว่านี่เป็นการบังคับให้เจ้าตกลงแต่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็แต่งเถอะอย่างน้อยอ๋องฉินหลิงก็เป็นชายเต็มตัวไม่ช้าต้องยอมสยบเจ้า!”

“มีตัวเลือกอื่นให้อีกหรือไม่?” เย่หนิงยังคงถามบิดา

“อดีตฮ่องเต้มีบุตรชายที่ยังคงมีชีวิต 3 คน คนแรกก็ฮ่องเต้ คนที่สองคืออ๋องฉินหลิง และคนสุดท้ายคืออ๋องฉินเซียว เจ้าคิดอยากเลือกก็เลือกเลย แต่ขอบอกไว้อ๋องฉินหลิงดูดีที่สุดแล้ว!” แม่ทัพเย่เป็นแม่ทัพย่อมมองผู้มีความสามารถด้านการรบทัพจับศึกมากกว่าอ๋องและฮ่องเต้ที่ดูบอบบางตัวลิ่วลม

“เอาเช่นนี้ ลูกจะทำตัวขี้หึงไล่ตบอนุและสตรีของอ๋องฉินหลิงอีกครั้ง ครั้งนี้จะยอมให้ถอนหมั้นแต่โดยดีในฐานะสตรีไม่คู่ควร” ในที่สุดเย่หนิงก็นึกวิธีออกแต่ไม่รู้จะเริ่มไปตบใครก่อนดี

“สตรีของอ๋องฉินหลิงเดิมก็น้อยแทบนับหัวได้ ถ้าพ่อจำไม่ผิดสตรีเหล่านั้นโดนเจ้าเก็บไปหมดแล้ว เช่นนี้ยังจะหาใครมาเล่นละครให้เจ้าตบได้อีก”

“ช่างเถอะ ท่านพ่อลูกมีเรื่องอยากถาม นักฆ่าที่ลอบทำร้ายลูกกลุ่มนั้นตอนนี้ยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่”

“ลมหายใจหมดไปตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ที่คุมขัง”

เย่หนิงเห็นบิดาไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่มก็เริ่มเข้าใจ

ฆ่าตัดตอน! ตอนเธอเป็นทนายเห็นเรื่องพวกนี้มากมาย ครั้งนี้แม้ไม่แปลกใจมากมายเพียงในใจสงสัยฝีมือผู้ใดกันสามารถยื่นมือมาถึงภายใต้จมูกของฮ่องเต้

“ท่านพ่อท่านพอจะมีบุตรสาวที่แอบซ่อนไว้นอกบ้านอีกหรือไม่”

เหมือนแม่ทัพเย่จะอ่านความคิดของบุตรสาวได้จึงปาราชโองการม้วนสีทองใส่

“คุณหนูทะเลาะกับนายท่านหรือเจ้าคะ” ไป๋หลานเห็นคุณหนูเดินคอตกออกมาจากห้องทำงานของแม่ทัพเย่ก็รีบวิ่งเข้าไปถาม

“คนจะเป็นเจ้าสาวนี่ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง รู้สึกข้าจะมีเวลาเหลือเพียงสองเดือน” เย่หนิงเดินคอตกกลับไปเรือนนอนของตัวเอง

“สองเดือน รู้สึกเสด็จพี่จะกลัวเสียเหลือเกินถึงรีบขนาดนี้” อ๋องฉินเซียวหมุนดอกไม้ในมือเล่น

“ท่านอ๋องเรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็ก หากตราเหล็กตกอยู่ในมือของอ๋องฉินหลิงเช่นนั้นเรื่องที่พวกเราวางแผนไว้มิใช่เป็นการปูพรมให้ผู้อื่นหรือขอรับ!” เสนาบดีขวารู้สึกร้อนรน

“แม้จะเสียดายสาวงามแต่เมื่อไม่อาจได้ก็คงต้องทำลาย” ดอกไม้ดอกน้อยในมืออ๋องฉินเซียวถูกบีบจนกลีบร่วงหล่น

นัยน์ตาของอ๋องฉินเซียวมองไปยังกลีบดอกไม้ที่หักก็ชะงักก่อนค่อยๆ ใช้นิ้วลูบกลีบที่ยังคงเหลืออย่างแผ่วเบา

“ให้คนไปเตรียมผงสำราญ ประตูเล็กของจวนข้าอีกไม่นานจะได้เปิดรับอนุ พวกเจ้าไปเตรียมตัวซะ”

เสนาบดีขวาเห็นอีกฝ่ายยังมิอาจทำใจเด็ดดอกไม้งามได้จึงได้แต่พยักหน้ารับคำสั่ง

ประตูเล็กมีไว้เพื่อรับสตรีเพื่อเป็นอนุของวัง ตำแหน่งต่ำต้อยแต่ก็ยังเป็นถึงอนุของอ๋อง นึกไม่ถึงอ๋องฉินเซียวจะยังคงมีใจให้สตรีงาม

“เมื่อไม่ได้ด้วยอำนาจก็ต้องใช้เล่ห์กล เรื่องเหล่านี้เป็นเสด็จพ่อสั่งสอนพวกลูกเอง หากวันนั้นเสด็จพ่อไม่วางแผนยกพี่รองเป็นรัชทายาทก็คงไม่มีเรื่องถึงวันนี้”

ในวันที่เรียกเย่หนิงเข้าพบพร้อมแม่ทัพเย่ บิดาของพวกเขาวางเล่ห์กลไว้ให้คุณหนูเย่พบและประทับใจพี่รอง เขาแอบดูอยู่จึงได้รับรู้แผนการของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อคิดยกพี่รองขึ้นเป็นรัชทายาทแต่ไม่อยากผิดใจกับฮองเฮาที่ต้องการให้พี่ใหญ่เป็นรัชทายาทได้จึงคิดแผนมากมายกรุยทางให้ มีเพียงบุตรจากสนมเช่นเขาที่ไม่มีใครสนใจทุกสิ่งจึงต้องไขว่คว้าเอง แต่เหมือนสวรรค์ไม่เป็นใจเพราะคนวางแผนดันชิงด่วนตายไปก่อน ดังนั้นของชิ้นนั้นเขาขอรับไปก็คงไม่ผิดต่อสวรรค์

“ลูกก็เป็นบุตรชายของท่านหวังว่าท่านคงไม่ว่าอะไรหากบัลลังก์เป็นของลูก”

นานมาแล้วที่ไม่มีคนสนใจเขาไม่มีใครใส่ใจหรือจดจำอ๋องไร้อำนาจผู้หนึ่ง มีแต่ดวงตาของสตรีผู้หนึ่งยามมองเขาช่างแตกต่างจากผู้อื่น นางมองเขาด้วยดวงตาใสมีแววหยอกล้อ อยากรู้เหลือเกินหากเขาฝืนเด็ดนางลงมานางจะยังคงมองเขาเช่นเดิมหรือไม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:25
    เดาถูกด้วยว่าอ๋องเชียวร้ายยยย
    #30
    0
  2. #29 noy2456 (@noy2456) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 00:59
    หา ! ไหงอ๋องฉินเซียวเป็นงี้ล่ะ
    #29
    0