สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 436 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

 

หลังจากหมอหลวงพุ่งเข้ามาเพื่อตรวจอาการคุณหนูเย่บุตรสาวแม่ทัพไร้พ่าย เมื่อตรวจชีพจรก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ 

“เรียนฝ่าบาท คุณหนูเย่มิมีสิ่งใดผิดปกติ นางเพียงจิตสับสนดวงใจได้รับการกระทบกระเทือนจึงเป็นลมสลบไปพ่ะย่ะค่ะ”

พรวด!

“ผีหลอก!” หมอหลวงเผลอตะโกนเพราะตกใจที่อยู่ๆ สตรีที่ทุกคนคิดว่าสลบลุกขึ้น

“โอย ปวดหัวจริงๆ” เย่หนิงขยับหัวไปมา

หญิงสาวพยายามหรี่ตามองรอบตัวอีกครั้ง เมื่อพบว่าไม่ต่างกับก่อนเป็นลมสลบก็เริ่มประมวลผลตามความเป็นไปได้ 

หรือเธอจะทะลุมิติเหมือนในหนังสือนิยายที่เคยอ่านมา? หรือจะเป็นมุกเกิดใหม่ จะมุกไหนไม่รู้แต่ที่แน่ๆ หัวเธอเลือดไหลขนาดนี้ร่างที่มาอยู่ตอนนี้คงไม่ได้เจอเรื่องดีแน่

“ไม่ทราบว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” เย่หนิงสอบถามหมอหลวงข้างตัว

“เมื่อครู่เจ้าไม่ยอมถอนหมั้นกับข้าถึงขั้นเอาหัวพุ่งเข้าเสาท้องพระโรง” เป็นอ๋องฉินหลิงที่เป็นผู้ตอบ

“เหตุใดเรื่องแค่นั้นข้าถึงต้องฆ่าตัวตายละ”

เย่หนิงมองไปทางสาวใช้ที่ยืนเกาะชายเสื้อคนที่พึ่งกล่าวว่าตนฆ่าตัวตายเพราะไม่ยอมยกเลิกหมั้นหมาย

ตื่นมาก็เจอศึกตอแหลละครน้ำเน่า ดูท่าเจ้าของร่างนี้คงพ่ายแพ้จนทนไม่ไหวตัดสินใจจบชีวิตเป็นแน่ เอาเถอะเพื่อเป็นการทำบุญฉันจะช่วยแก้คดีนี้ให้เอง 

เย่หนิงก่อนทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูแม่ทัพใหญ่เป็นทนายชื่อดัง มีร้อยไม่แพ้ร้อย ไม่ว่าจะกลับผิดเป็นถูกหรือช่วยใครเธอล้วนพารอดพ้นคดีไม่เคยพลาด

เมื่อฉินหลิงถูกอีกฝ่ายซักถามก็ไม่รู้จะกล่าวอย่างไร ที่จริงเขาไม่ต้องการให้นางตาย อย่างไรนางก็เป็นบุตรีแม่ทัพใหญ่ ขอแค่ยกเลิกหมั้นหมายได้ก็เป็นพอ

“เจ้าผลักสาวใช้ของข้าตกน้ำข้าต้องการเลิกการหมั้นหมายกับคนไร้คุณธรรมเช่นเจ้า เมื่อฟื้นขึ้นมาก็ดีจะได้จบๆ เรื่องการหมั้นหมายเสียที” ฉินหลิงขยับตัวสาวใช้เปียกปอนขึ้นมาด้านหน้า

เย่หนิงพยักหน้าทำท่ารับรู้สิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนหันไปถามอีกฝ่ายเพิ่ม “ท่านชื่ออะไรนะ”

ฉินหลิงนึกไม่ถึงจะโดนถามคำถามอะไรปัญญาอ่อนเช่นนี้จึงกัดฟันตอบอีกฝ่าย

“ข้าคืออ๋องฉินหลิง!”

ปลั๊ก! เสียงหมัดกระทบปลายคางทำเอาสายตาทุกผู้ตกตะลึง

“เจ้ามันสตรีไร้สำนึก กล้าดีอย่างไรมาต่อยสาวใช้ของข้า!” ฉินหลิงเกือบโดนหมัดเข้าที่ตัวเองเหมือนกัน ดีที่เป้าหมายครั้งนี้เป็นสาวใช้ข้างตัวมิใช่เขา มิฉะนั้นคงได้เป็นเช่นเดียวกับสาวใช้เป็นแน่

“ที่จริงก็อยากต่อยท่านแต่พลาด” เย่หนิงขยับข้อมือไปมา

...

“ขอถามทุกท่าน จวนอ๋องฉินหลิงอยู่ไกลจากที่นี่มากเพียงใด คงมิใช่บอกว่าอยู่ในวังนี้นะเจ้าคะ” เย่หนิงมองดูก็รู้ว่าอ๋องฉิงหลิงเป็นบุรุษเต็มตัวอายุเลยวัยเด็กมานานดังนั้นย่อมมีจวนเป็นของตนเองจึงกล้าถามไปต่อหน้าทุกคน

“จวนอ๋องอยู่ห่างจากที่นี่ 10 ลี้” ฮ่องเต้ฉินกู๋เป็นผู้ตอบ

“เช่นนั้นการที่หม่อมฉันต่อยก็เป็นเรื่องถูกเรื่องควร”

“เรื่องถูกอย่างไร?” ฮ่องเต้ฉินกู๋สงสัย

“จวนอ๋องฉินหลิงห่างไปขนาดนี้ข้าเอาเวลาใดไปผลักสาวใช้คนนั้นตกน้ำได้ ดูตัวเปียกขนาดนี้แปลว่าพึ่งตกน้ำมา”

เมื่อทุกคนได้ยินก็เริ่มรู้สึกคล้อยตามพากันพยักหน้าก่อนหันไปมองสาวใช้ตัวเปียกปอนที่นั่งกุมใบหน้าบวมแดงกับพื้น

“เจ้าอาจจะผลักนางในวังหลวงแห่งนี้ เจ้ารู้ว่าข้ามาหาเสด็จพี่จึงมาคอยดักทำร้ายสาวใช้ของข้า!” ฉินหลิงพูดแทนสาวใช้ของตน

“ท่านเป็นทารกหรือไงกัน เวลาเข้าวังถึงต้องมีแม่นมติดตัว ที่สำคัญตกน้ำได้น่าสนใจมากเปียกแต่ชุดรองเท้าไม่เปียก”

“!” 

“ข้าไม่รู้จ่ายเงินจัดฉากไปมากน้อยเท่าใดแต่งานห่วยเช่นนี้อย่าได้จ้างมาตบตาเจ้าแผ่นดิน มันเหมือนกำลังด่าว่าโง่” คำว่าโง่เมื่อออกจากปากของหญิงสาวทำเอาทุกคนเงียบกริบ

จากเรื่องเล็กหึงหวงจนเกิดการถอนหมั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับคอขาดหลอกลวงเบื้องสูง!

“นางสวะ!” ฉินหลิงรู้สึกโกรธจนตัวสั่น นึกไม่ถึงจะถูกสวนกลับจนกล่าวอะไรไม่ถูกเช่นนี้

“ฉินหลิง!” ฮ่องเต้ฉินกู๋กดเสียงต่ำ

“เสด็จพี่...”

“กล้าใส่ความบุตรีของแม่ทัพไร้พ่ายอีกทั้งกล้าหลอกลวงเบื้อสูง ทหารลากสาวใช้แพศยาผู้นี้ไปตัดลิ้น!”

เสียงโหยหวนของสาวใช้ดังลั่น มือไม้พยายามไขว่คว้าปลายชุดของอ๋องฉินหลิง ฉินหลิงยืนนิ่งไม่ขยับก่อนจะสะบัดชายเสื้อหลบมือสกปรกของอีกฝ่าย

ไม่ช้าความสงบก็กลับคืน เย่หนิงมองกลุ่มนักแสดงตรงหน้าก่อนหัวเราะออกมา

“เจ้าหัวเราะอะไร!” ฉินหลิงตะคอกใส่สตรีน่าชัง

“เปล่า เปล่า ไม่มีอะไร”

พี่ชายรักน้องสุดโต่งเหมือนกำลังจะบอกน้องฉันเป็นคนดีน้องฉันไม่ผิด รีบจัดการปิดปากพยานเช่นนี้คงมีแต่ต้องยอมถอย เย่หนิงคิดแล้วก็อยากขอลากลับไปนอน

“คุณหนูเย่หนิง เรารู้สึกผิดยิ่งนักที่เกิดเหตุเช่นนี้ กงกงไปนำปะการังแดงมา เราจะมอบให้คุณหนูเย่หนิงเป็นของแทนคำขออภัย”

ฮ่องเต้ฉินกู๋คิดใช้สิ่งของเยียวยาอีกฝ่าย อย่างไรจะให้ตัดใจลงโทษน้องชายคงไม่ได้ หวังว่านางจะเข้าใจ

“ฝ่าบาทมิใช่ผู้ผิด ผู้ผิดคือคนที่คิดหมิ่นเบื้องสูง อย่างไรปะการังแดงของสำคัญที่หม่อมฉันไม่ควรเป็นเจ้าของฝ่าบาทก็ประทานให้แล้ว หม่อมฉันคงมิอาจปฏิเสธต้องขอรับไว้แล้วเพคะ”

คิดใช้สินบนปิดปากหรือ หึ กล้าให้ก็กล้ารับ เมื่อคนตัดสินต้องการปิดคดี คนเสียหายก็แก้ต่างตัวเองจบ เช่นนี้ยอมจบก็ได้

“คุณหนูเข้าใจข้าก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องหมั้นหมายนั้น”

“เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย หม่อมฉันถอนหมั้นก็ได้เพคะ แต่อย่างไรก็ควรมีค่าเสียหายทดแทนเป็นการเยียวยา หม่อมฉันมิคิดอะไรมากขอเป็นราชโองการให้สามารถเลือกสามีได้เอง” เย่หนิงรีบตอบฮ่องเต้ฉินกู๋

“เย่หนิงเจ้าจะมากเกินไปแล้ว การแต่งงานเป็นเรื่องตกลงของผู้ใหญ่เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก!” ฉินหลิงนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะขออะไรเช่นนี้ 

ฉินหลิงแม้อยากจะยกเลิกการหมั้นหมาย แต่เมื่อมิมีเหตุความผิดของสตรีตรงหน้าหากเลิกโดยไม่มีเหตุผลใดคิดว่าแม่ทัพใหญ่คงไม่ยินดีเป็นแน่ ยิ่งกว่านั้นนางยังกล้ากล่าวต้องการเลือกสามีเองอีก สวะจริงๆ

“ตกลงจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก หากตัดสินใจได้ก็ส่งคนไปบอก วันนี้หม่อมฉันรู้สึกเหนื่อยอยากขอตัวกลับไปพักผ่อนคงต้องเสียมารยาทขอลากลับไปก่อน”   เย่หนิงย่อถวายคำนับให้ฮ่องเต้ก่อนจะก้าวเดินออกจากท้องพระโรง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 436 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #125 supapornlomasang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 14:27
    ขำนาง นางแน่มาก

    55555555
    #125
    0
  2. #39 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:14

    555 มันต้องเจอแบบนี้แหละ จึงจะเรียกว่าเหมาะสม สมควรเป็นอย่างยิ่ง ชอบมากค่ะ เอาใจช่วยนะคะ ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ต้องเจอดีซะบ้างค่ะ

    #39
    0
  3. #9 goldenage (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 16:04
    เลือดไม่ไหลหมดตัวเรอะ เราแฟนตัวยงทุรคาเลยนะ ตามๆ
    #9
    0