สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

ฝูงชนรีบเปิดทางให้อ๋องฉินหลิง ไม่มีใครกล้าเปิดปากส่งเสียง มีใครไม่รู้วรยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ของท่านผู้สูงศักดิ์ท่านนี้บ้าง

อ๋องฉินหลิงใช้หางตามองไปทางคู่หมั้นของตนเอง ที่จริงตนเองก็มิได้สนใจปิ่นของรางวัลแต่เห็นสตรีน่าตายเดินเข้ามาดวงตาจ้องเขม็งที่ของรางวัลก็นึกไปว่านางคงชอบใจของตรงหน้า ในใจของเขารู้สึกไม่สบายใจที่กล่าววาจาล่วงเกินนางก่อนหน้าจึงคิดชิงของตรงหน้ามาให้นาง

“ท่านอ๋อง” จิ่วเฟินกลืนน้ำลาย 

คนตรงหน้าวรยุทธ์ระดับปรมาจารย์เป็นอัจฉริยะของราชวงศ์ในรอบร้อยปี เขาควรดีใจที่ได้ประลองหรือไม่นะ ในใจของชายหนุ่มสับสนยิ่งนัก

“ข้าจะไม่ใช้อาวุธต่อให้เจ้าสามกระบวน หากเจ้ารับมือช้าได้ถึงห้ากระบวนท่าถือว่าเจ้าชนะ” อ๋องฉินหลิงไม่คิดเอาเปรียบอีกฝ่ายจึงคิดออมมือให้

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” จิ่วเฟินโค้งให้อีกฝ่ายก่อนตั้งกระบวนท่าเพื่อประลอง

ครั้งนี้ขุนพลหนุ่มถึงกับต้องชักกระบี่อ่อนอาวุธประจำตัวออกมาเพื่อต่อสู้กับคนตรงหน้า

กระบี่อ่อนตวัดคดเคี้ยวพุ่งประชิดตัวอ๋องหนุ่ม อ๋องฉินหลิงใช้เพียงปลายสองนิ้วปัดป้องกายจากอาวุธที่พุ่งเข้าใส่ 

เย่หนิงนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีฝีมือสูงขนาดนี้ เมื่อมองไปทางจิ่วเฟินที่เริ่มหอบก็ยิ่งเห็นถึงความต่างชั้นอย่างเห็นชัด

จิ่วเฟินเมื่อพบผู้มีฝีมือก็ถึงกับลืมเสียงรอบข้าง สำหรับบุรุษชาติทหารอะไรจะน่าตื่นเต้นได้เท่ากับการประลองกับผู้มีฝีมือ แม้ตายคาเวทีก็ยอม

เมื่อจิ่วเฟินบุกไปครบสามกระบวนท่า อ๋องฉินหลิงจึงเริ่มปล่อยพลังสายหนึ่งออกมา

“คุณหนูท่านคิดว่าครั้งนี้ผู้ใดชนะ” ผู้ดูแลสนามประลองเดินเข้ามาถามหญิงสาว

“ข้าวางเดิมพันข้างอ๋องฉินหลิง” เย่หนิงถูฝ่ามือ

“มิใช่ท่านรู้จักกับท่านขุนพลจิ่วหรอกหรือ” ผู้ดูแลสนามมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

นางลงพนันฝั่งตรงข้ามคนของตนเอง?

“เชื่อใจไงถึงรู้ว่าแพ้แน่นอน วรยุทธ์ห่างชั้นกันขนาดนี้แม้ท่านอ๋องจะออมมือให้แต่ข้าว่ากระบวนท่าที่ 4 จิ่วเฟินก็พ่ายแพ้แล้ว” 

งวดนี้เธอคงได้เงินเดิมพันมิใช่น้อยเพราะลงไว้หมดตัวพนันว่าแพ้ตั้งแต่กระบวนท่าที่ 4

โครม! เสียงดังสนั่นบนเวทีประลอง พลังจากอ๋องฉินหลิงกระแทกใส่ขุนพลหนุ่มกระเด็นลงไปนอนกระอักเลือด

ในสนามประลองเงียบกริบ ไม่ช้าก็มีเสียงประกาศชัยชนะ

“ท่านอ๋องเป็นผู้ชนะการประลอง!” 

เสียงเฮดังขึ้น เย่หนิงให้สาวใช้ไปรับเงินชนะพนัน 

“เป็นยังไงบ้าง ไหวไหม?” หญิงสาวถามขุนพลหนุ่ม

จิ่วเฟินใช้มือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากก่อนจะพยายามพยุงตัวลุกขึ้น

“ขอบคุณท่านอ๋องที่ออมมือ” ชายหนุ่มหันไปคำนับอีกฝ่าย

เย่หนิงเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อประคองขุนพลจิ่ว นึกไม่ถึงไม่ทันจะได้สัมผัสประคองอีกฝ่ายจะถูกอ๋องหนุ่มคว้าข้อมือขาวไว้

ผู้ดูแลลานประลองเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าท้าประลองผู้ชนะจึงให้คนไปหยิบกล่องของรางวัลออกมาเดินเข้าไปมอบให้แก่ผู้ชนะบนเวที

อ๋องฉินหลิงเมื่อเห็นคนนำของรางวัลมามอบก็พยักหน้าให้บ่าวลานประลองยื่นของให้กับหญิงสาว

เย่หนิงกระพริบตามองกล่องที่วางปิ่นพญาหงส์สีทองอร่ามก็รู้สึกงุนงง

“ให้ข้าดูทำไม?” ในใจของหญิงสาวรู้สึกสับสน ให้นางดูเพื่อ หรืออยากอวดของรางวัล

ฉินหลิงแทบอยากบีบคอ เมื่อเห็นสมองโง่ๆ คู่หมั้นคิดไม่ทันก็ปล่อยมือจากข้อมือขาวของอีกฝ่ายมาหยิบปิ่นพญาหงส์ขึ้นมาจากกล่องในมือของบ่าวลานประลอง

ชายหนุ่มมองปิ่นที่ถืออยู่ครู่ ของชิ้นนี้ประดิษฐ์ประดอยดียิ่ง เพียงขยับก็เหมือนมีหงส์กระพือปีกท่ามดอกไม้ 

อ๋องฉินหลิงเมื่อมองปิ่นครู่หนึ่งเป็นที่พอใจก็เสียบของในมือเข้ากับผมของสตรีตรงหน้า

“ปิ่นกระจอกย่อมเหมาะกับสตรีสวะ” 

... ทุกคนรอบเวทีประลองถึงกับเงียบกริบ มีใครมองไม่ออกว่าของที่ถูกปักบนศีรษะของคุณหนูผู้นั้นเป็นของล้ำค่าบ้าง เหตุใดท่านอ๋องจึงกล่าวเป็นของกระจอก

“ขอบคุณ” เย่หนิงแม้ไม่รู้อีกฝ่ายมอบของให้ทำไมแต่ในเมื่อให้แล้วก็ควรขอบคุณ เธอเป็นคนถือคติคนผิดของไม่ผิดรับไว้ไม่เสียหาย

อ๋องฉินหลิงเมื่อได้ยินคำขอบคุณของอีกฝ่ายก็รู้สึกแปลกเหมือนมีบางสิ่งกระพือในช่องท้อง 

เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรับแต่โดยดีแล้วยังเอ่ยขอบคุณ ชายหนุ่มมองปิ่นที่เสริมความงามของคนตรงหน้าให้เด่นก็นึกถอดถอนใจ

หากนางมิได้ครอบครองสิ่งนั้น เขาก็ไม่รังเกียจรับนางเข้าเป็นพระชายา เพียงแต่...

ชายหนุ่มรีบหยุดความคิดของตนเอง ของเมื่อมอบให้แล้วก็ไม่มีเรื่องใดต้องสนทนากับสตรีตรงหน้า ชายหนุ่มร้องหึก่อนม้วนตัวเดินไม่ลาจากออกมา

“นึกไม่ถึงผู้ชายหนุ่มๆ จะเข้าช่วงอารมณ์แปรปรวนคล้ายสตรีหมดระดูได้เหมือนกัน” 

เย่หนิงดึงปิ่นงามบนหัวของตนเองลงวางในกล่องก่อนส่งให้สาวใช้ที่พึ่งกลับมาจากไปรับเงินรางวัล

“คุณหนูเงินรางวัลเจ้าค่ะ” ไป๋หลานยืนใบแลกเงินให้คุณหนูของตน

“ลูกพี่ท่านวางเดิมพันกับการประลองของข้ากับท่านอ๋อง ท่าน...” จิ่วเฟินถึงกับพูดไม่ออก

“เอาน่า ไปวันนี้ข้าเป็นเจ้ามือ พวกเราไปหาของอร่อยกินกันดีกว่า” เย่หนิงหัวเราะก่อนตบบ่าให้อีกฝ่ายหายน้อยใจ

“ถ้าท่านแม่ทัพรู้ว่าข้าทำให้ท่านเล่นพนันขันต่อมีหวัง...” ขุนพลจิ่วไม่อยากนึกสภาพตอนตัวเองถูกแม่ทัพใหญ่ซ้อมเลยจริงๆ

“เอาน่าข้าไม่พูดใครจะรู้ ใช่ไหมไป๋หลาน ไป๋หลาน?” เย่หนิงขมวดคิ้ว ทำไมไป๋หลานถึงยืนใบหน้าซีดเซียว?

ไม่เพียงไป๋หลานที่ใบหน้าซีดเซียวแม้กระทั่งขุนพลจิ่วก็ทำสีหน้าเหมือนกลืนกบเข้าไปทั้งตัว

“นึกไม่ถึงกลับเข้าเมืองมาก็ได้เห็นพวกเจ้าที่นี่” เสียงกดต่ำชวนขนลุกทำเอาเย่หนิงรีบหันไปมอง

แม่ทัพเย่!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #173 El Dorado Bz (@loli-bee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 09:30
    ด่าสวะขนาดนี้ คงไม่ใช่พระเอกใช่ไหม แต่นางเอกก็ดูฉลาดคงไม่โง่เลือกผู้ชายที่จิกหัวด่าตัวเองมาแต่งงานด้วยหรอกนะ
    #173
    0
  2. #104 Maya2501 (@Maya2501) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 14:01
    ตัวใครตัวมันนะน้อง....วิ่งงงงง......555555..
    #104
    0
  3. #69 Sureepond9585 (@Sureepond9585) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 15:23
    พ่อมา!! ตัวใครตัวมันล่ะจร้า 555
    #69
    0