สวะ ใครว่าสวะขยะต่างหาก

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 7 ตอนต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 375 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

อ๋องฉินหลิงที่ถูกองครักษ์ประคองกลับจวนในใจนอกจากคำว่าจุกยังพกความคับแค้นแน่นอกแบกติดตัว    ก่อนถูกพากลับยังส่งสายตาอาฆาตมาทางคู่หมั้นของตน

“ลูกพี่ ทำเช่นนี้บุรุษไม่ปลื้มนะขอรับ”              จิ่วเฟินกล่าวเตือน 

“ก่อนหน้าเขาไม่ปลื้มต่อไปก็ไม่ปลื้มแล้วเหตุใดต้องแสร้งเอาใจให้ปลื้มเล่า พวกเรากลับจวนกันดีกว่า” 

เย่หนิงอารมณ์ดีไม่น้อย แต่เมื่อกลับไปค้นพบบันทึกลับเล่มหนึ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ในใต้ฟูกเตียงถึงกับนอนไม่หลับไปหนึ่งคืน

ยามเช้าของทุกวันเป็นหน้าที่ของไป๋หลานในการทำความสะอาดห้องของคุณหนูแต่เหตุใดวันนี้คุณหนูเจ้าของห้องมีสีหน้าแปลกเหมือนกลืนมันหมูลงท้องอย่างไรอย่างนั้น

“คุณหนูไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามหมอมาดีไหมเจ้าคะ?” 

เย่หนิงส่ายหน้าแสดงสีหน้าเหนื่อย

“ไม่ต้อง เจ้าทำงานของเจ้าเถอะ” ทันทีที่เย่หนิงเปิดปากตอบก็เหมือนประหนึ่งนึกบางสิ่งขึ้นได้จึงหันมาหาสาวใช้ของตน

“สมัยก่อนข้า...เอ่อ ข้าทำไม่ดีกับพวกเจ้ามากต้องขอโทษด้วยนะ” ทันทีที่คุณหนูแม่ทัพเอ่ยปากไป๋หลานถึงกับทำไม้ขนไก่ตกพื้นมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึงเหมือนสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องมหัศจรรย์

“ไม่เจ้าค่ะ คุณหนูไม่ผิด พวกบ่าวเป็นฝ่ายไม่ดีต่างหากที่ไม่สามารถทำตามที่คุณหนูต้องการได้ เป็นพวกบ่าวที่ผิด” ไป๋หลานส่ายหน้าไปมา

เย่หนิงยิ้มแห้งมองอีกฝ่ายก่อนจะพยักหน้า

ลูกความของเธอไม่ใช่สิควรเรียกว่าเจ้าของร่างเป็นคุณหนูแสนเอาแต่ใจ ที่จริงเธอก็พบเจอลูกความประเภทนี้มากมายแต่ไม่นึกว่าต้องมาสวมร่าง

คุณหนูเย่หนิงบุตรสาวคนสำคัญของตระกูลเย่ที่จริงมิใช่สวะแต่เป็นปัญหาเพราะตัวนางเองขี้เกียจ ใช่ใช้คำว่าขี้เกียจไม่ผิด 

ในบันทึกสาวน้อยที่เธอค้นเจอเขียนหลายสิ่งที่น่าตกใจไว้มากมาย คุณหนูเย่ด้วยความที่มารดาจากไปแต่เล็กทั้งบิดาและพี่ชายจึงตามใจมากถึงขั้นเรียกได้ว่าชี้นกได้นกชี้ไม้ได้ไม้ วรยุทธ์ของนางที่จริงได้รับถ่ายทอดทางสายเลือดจากบิดาแต่ความขี้เกียจทำให้นางปฏิเสธการฝึกฝนจนกลายเป็นไม่ได้เรื่องทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

ส่วนเรื่องคู่หมั้นนั้น ตามจริงนางควรเป็นพระสนมในองค์ฮ่องเต้ด้วยซ้ำแต่ดันไปตกหลุมรักอ๋องฉินหลิงขณะถูกคุณหนูด้วยกันรังแกเมื่อเรียนอยู่ในสำนักการศึกษา ด้วยความโง่เขลาจึงขอให้บิดาทูลเปลี่ยนการหมั้นหมายจากอดีตฮ่องเต้ 

นับว่าอ๋องฉินหลิงน่าสงสารไม่น้อย ทุกวันจะต้องเจอสตรีเอาแต่ใจยืนดักหน้าจวนตามติดไปทุกที่ น่าสงสารยิ่งนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ให้อภัยได้แม้ไม่รักก็ไม่ควรทำร้ายร่างกายหรือใส่ความให้ถึงกับอับจน ดังนั้นการที่เธอแก้เผ็ดอีกฝ่ายกลับไปนับว่าสมน้ำสมเนื้อเพียงแต่สิ่งที่เธอสงสัยความลับระหว่างคุณหนูเย่กับอ๋องฉินหลิงมีมากกว่านั้น ไม่ว่าด้วยเหตุอันใดขุมกำลังในมือแม่ทัพเย่ยิ่งใหญ่นักเหตุใดชายผู้นั้นจึงไม่ต้องการ

“นี่ฉันคงหนีไม่พ้นเรื่องการเมืองอีกแล้ว” เย่หนิงถอนหายใจ

“คุณหนูกล่าวว่าอะไรนะเจ้าคะ?” ไป๋หลานหันมาถาม

“ไม่มีอะไร เดี๋ยวให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะออกไปข้างนอก”

“ท่านอ๋องไม่อยู่จวนนะเจ้าค่ะ” ไป๋หลานรีบเตือนเจ้านาย

“ข้าไม่ได้จะไปดักพบท่านอ๋อง”

“แต่ท่านมิได้ไปดักรอพบมาหลายวันแล้ว...”    ไป๋หลานมองสีหน้าเจ้านาย

“วันนี้ข้าไม่ไปแล้วต่อไปก็จะไม่ไปด้วย!” ดูเหมือนโรคแอบตามติดของเจ้าของร่างจะทำจนบ่าวรับใช้เห็นเป็นเรื่องปกติ น่าอายนัก!

“คุณหนูดูไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยนะเจ้าคะ”      ไป๋หลานแอบมองหน้าเจ้านาย

“ข้าได้รับความกระทบกระเทือนจากการเอาหัวโหม่งเสาประชดผู้ชาย นิสัยใจคอเปลี่ยนย่อมเป็นเรื่องปกติ เจ้าจะถามให้เยอะมากเรื่องอีกทำไมอยากให้ข้าสั่งเฆี่ยนหรืออย่างไร!” เย่หนิงแกล้งขู่ 

“อย่างนี้สิเจ้าค่ะถึงสมกับเป็นคุณหนู” เมื่อเห็นคุณหนูกลับมาเอาแต่ใจเหมือนเดิมหญิงสาวก็รู้สึกสบายใจจึงโค้งรับคำสั่งไปแจ้งผู้ดูแลม้าของจวนทันที

...เธอควรดีใจใช่ไหมที่ลูกน้องไม่สงสัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 375 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

314 ความคิดเห็น

  1. #67 Sureepond9585 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 14:53
    อ่าว! สาวใช้ชอบความรุนแรงซะงั้น 555
    #67
    0
  2. #43 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:57

    คุณหนูมีดี แต่ไม่ยอมใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดคุณค่า นี่คือผลของการที่พ่อกับพี่ตามใจเกินเหตุ จึงทำให้เกิดการสูญเสีย ทีไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้ค่ะ

    #43
    0