[นิยายแปล]Everyone is Young Except for Me

ตอนที่ 5 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

"กล่อง?.."

ทุกคนต้องเห็นมันเป็นกล่องแน่อยู่แล้ว แสงเจ็ดสีค่อยๆกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มันลอยอยู่ในอากาศอย่างระมัดระวังในขณะที่ลมค่อยๆพัดเบาๆที่แก้มฉัน ฉันลองยื่นมือไปแตะกล่องแต่ว่าไซคีก็เรียกฉันเสียก่อน

"รอสักครู่ค่ะ คุณนักผจญภัย"

"?..."

สายลมที่อ่อนโยนพัดมาอย่างฉับพลันและไซคีที่มีขนาดแค่ฝ่ามือถูกกลืนไปกับกลีบดอกไม้หลากสี

..นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? จู่ๆก็เจอกับสถานการณ์แบบนี้ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลย มันไม่มีอะไรที่ฉันทำได้เลยนอกเสียจากมองเธอด้วยปากที่เปิดกว้าง ผ่านไปสักครู่ดอกไม้ที่ปกคลุมเธอทั้งหมดก็ค่อยๆลดกลายเหลือหรอมแหรม ฉันตอนนี้ถูกบังคับให้อุทานออกมาด้วยความชื่นชมเท่านั้น

"อ่า..."

'สวย' นี่คงเป็นคำเดียวที่ฉันนึกออกแต่ทุกอย่างที่ฉันแสดงออกบอกไปหมดแล้ว หลังจากกลายเป็นผู้ใหญ่ เธอกลายเป็นหญิงสาวผิวขาวในชุดเดรสสีขาวเช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่ทำให้เธอไม่เหมือนมนุษย์คือหูที่ยาวและแหลมนั่น เธอดูเหมือนพวกเทพธิดาตะวันตกอะไรพวกนั้นมากกว่า

"มานี่สิคะ ท่านนักผจญภัย"

"คะ..ครับผม" ฉันไอเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพอย่างไม่รู้ตัว

จริงๆแล้ว ฉันพูดอะไรไม่ออกเลยเพราะความสวยของเธอ ใช่...เธอสวยมากจริงๆ

ฉันส่ายหัวและขอโทษภรรยาในใจก่อนจะเดินไปทางกล่อง

"เปิดมันได้เลย"

นี่มันอะไรกันเนี่ย? ฉันไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ในนั้นแต่ว่ามันดูเหมือนบางอย่างที่ดูยิ่งใหญ่มาก ออร่าที่เธอมีมันสุดยอดจนทำให้ฉันอดคิดเช่นนี้ไม่ได้ ยังไงก็ตามเธอเป็นคนจริงๆใช่มั้ยเนี่ย? เธอแตกต่างไปจากเมื้อกี้อย่างสิ้นเชิงเลยนะ

กล่องถูกเปิดออกมาพร้อมเสียงที่น่าขนลุก แต่ของข้างในมันอยู่เหนือความคาดหมายของฉันไปมาก

"กระจก?"

ไม่สิ นี่มันไม่ใช่กระจก มันคือ...

"มันถูกเรียกว่า ชวาล มันเป็นกระจกทองแดงที่สร้างขึ้นมาจากประสงค์ของเทพไกอา"

..ฉันพูดถูกแฮะที่บอกว่ามันเป็นกระจก

[ผู้ใดกันที่ปลุกข้าขึ้นมา...?] เสียงแปลกๆดังขึ้นมากะทันหันทำตัวฉันสั่นไปหมด มันเป็นเสียงพิลึกที่ดูเหมือนเป็นเสียงของชายและหญิงรวมกัน ขนแขนฉันตั้งชันขึ้น ฉันมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่พบใครเลย สิ่งที่อยู่ตรงนี้มีแค่ฉันกับไซคีแค่นั้น

[นักผจญภัยหน้าใหม่อย่างนั้นรึ?] เสียงดังมาจากกระจกที่ฉันถืออยู่ พอรู้อย่างนั้นตัวฉันก็ได้แต่สั่น นี่มันอะไรกันวะเนี่ย..

 

"ถูกแล้ว ชวาลนำทาง ได้โปรดเปิดแท่นบูชาแห่งดวงดาว"

[ข้าเข้าใจแล้ว แล้วกำจัดไปได้เท่าไหล่ล่ะในการทดสอบ?]

"เขากำจัดได้ทั้งหมด"

[อะไรนะ!?] เสียงนั้นดึงกึกก้องอยู่ในแก้วหูของฉัน

...เว* เจ้านี่มันอะไรกันเนี่ย?

[นักผจญภัย เจ้ามีชื่อว่าอะไร?]

เสียงแปลกๆนั่นกำลังถามชื่อฉันและฉันก็ถูกบังคับให้ตอบ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันรู้สึกว่าฉันจะต้องถูกสาปถ้าไม่ได้ตอบคำถามนี้ออกไป

"แจ็คสัน"

มันใช้ภาษาไม่สุภาพมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเลย แต่..มันไม่เป็นไรหรอก ไหนๆมันก็ไม่ใช่คนอยู่แล้ว

[แจ็คสัน เป็นชื่อที่ดี นักผจญภัยผู้ผ่านการทดสอบของเทพไกอาตั้งแต่ครั้งแรก เจ้ามีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่แท่นบูชาแห่งเจ็ดดวงดาว]

...แท่นบูชาเจ็ดดวงดาว นี่มันพวกศิลปินหลอกลวงรึเปล่าเนี่ย? มันมีกลิ่นที่น่าสงสัยมากแบบของพวกศาสนาหลอกลวงเลย

แต่ตอนนั้นเอง แสงสีสันสดใสก็พลุ่งพล่านออกมา

"หืม..!"

ตาฉันพร่าไปหมด มันเหมือนกับว่าแสงระยิบระยับพวกนี้ทะลุผ่านตัวฉันไป มันสว่างมากซะจนลืมตาไม่ขึ้นเลย ผ่านไปซักพักตอนที่ฉันลืมตาขึ้นมา ฉันมองเห็นข้างหน้าได้แค่ลางๆ ยังไงก็ตาม..

"...?"

ตาฉันเบิกกว้างทันทีที่ลืมตาออกมา แสงสว่างเจ็ดแสงกำลังลอยอยู่ในอากาศเหมือนกำลังแสดงตัวอยู่ ฉันถูกความสูงส่งนี้กลืนกินไปโดยไม่รู้ตัว จ้องมองไปด้านหน้าอย่างว่างเปล่าเหมือนๆกับกระต่ายที่กำลังหวาดผวา

"แท่นบูชาเจ็ดดวงดาว นักผจญภัยผู้ผ่านการทดสอบจากดวงดาวจะได้รับทางเลือกของเขาที่นี่"

ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าไซคีพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ดี นี่มันอะไรเนี่ย?? เธอยังคงพูดต่อ

"หลังจากท่านวางมือลงไปที่ลูกแก้วคริสตัลแล้ว ท่านจะถูกเลือกโดยหนึ่งในเจ็ดดวงดาว มันจะเป็นเข็มทิศสำหรับการเดินทางในอนาคตและเส้นทางที่ท่านจะต้องก้าวเดิน"

หลังจากนั้นฉันจึงเห็นลูกแก้วคริสตัลที่กำลังส่องแสงลอยอยู่ในอากาศ

..เธอพูดถึงไอ่นี่นี่เอง

"ดวงดาวทั้งเจ็ดเป็นดวงดาวแห่งสวรรค์ของนักผจญภัยและจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเขา"

"ศักยภาพ?"

"ใช่แล้ว ดาวสีแดงหมายถึงความกล้าหายอันแสนบริสุทธิ์"

ตอนนี้เอง ดาวที่อยู่ด้านซ้ายสุดก็เปล่งแสงสีแดงแล้วก็หายไป

"ดาวสีส้มหมายถึงความเมตตาที่แสนเย็นชา"

ดาวดวงที่สองก็เปล่งแสงแล้วหายไป

"ดาวสีเหลืองหมายถึงความหวังที่ตั้งมั่น"

แสงสีเหลืองที่เหมือนกับดอกทานตะวันคือดาวดวงที่สาม

"สีเขียวหมายถึงรักที่น่าเวทนา สีฟ้าหมายถึงมิตรภาพแสนเดียวดาย สีครามหมายถึงภูมิปัญญาที่แท้จริงและสีม่วงหมายถึงความอดทนที่แสนอารี"

ดาวทั้งเจ็ดดวงเปล่งแสงเป็นสีรุ้งอยู่ด้านหน้า ฉันถูกสะกดทันทีที่มองมัน

"ดาวแต่ละดวงหมายถึงเส้นทางแห่งราชาที่นักผจญภัยจะก้าวผ่านขณะที่พวกเขาผจญภัยอยู่ในอาร์คแลนแห่งนี้"

"เส้นทางแห่งราชา?"

"ใช่แล้ว ตัวอย่างเช่น เมื่อท่านถูกเลือกโดยดาวสีแดงแห่งความกล้าหาญแสนบริสุทธิ์ ท่านจะเริ่มต้นพร้อมกับ 20 แต้มพิเศษในส่วนของพละกำลัง ถ้าถูกเลือกโดยภูมิปัญญาที่แท้จริง ท่านก็จะได้รับแต้มเพิ่มในด้านความรู้ ดาวทุกๆดวงจะมอบสถานะที่แตกต่างกันให้กับนักผจญภัย และมันจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อเส้นทางภายหน้าของเหล่านักผจญภัย"

"แล้วฉันจะได้รับสถานะ2อย่างพร้อมกันได้รึเปล่า?"

"แน่นอน ถ้าท่านถูกเลือกจากดาวสีส้ม ควาเมตตาที่แสนเย็นชา ท่านก็จะได้รับพละกำลัง10หน่วยและความว่องไว10หน่วย ดวงดาวที่เลือกท่านขึ้นอยู่กับความตั้งใจของไกอา"

...สุดท้ายแล้ว เหมือนมันจะต้องใช้โชคอยู่ดี ฉันลูบหนวดตัวเองแล้วถามออกไป

"นี่เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ผ่านการทดสอบแห่งดวงดาวเท่านั้นเหรอ?"

"มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น นักผจญภัยทุกคนมีความสามารถแตกต่างกัน แม้ว่าจะไม่สามารถผ่านการทดสอบได้ แต่ทุกสถิติจะได้รับตามดาวสวรรค์ของแต่ละคน"

"ฉันเข้าใจแล้ว"

"อาชีพของนักผจญภัยจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับธรรมชาติของดวงดาวด้วย แน่นอนมันไม่ได้สำคัญถ้าหากท่านจะเลือกอาชีพที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เอาล่ะ ตอนนี้มาดูศักยภาพของท่านกันดีกว่า"

ศักยภาพอะไร? ฉันแค่อยากจะให้พวกเขาให้ฉันพักและให้เงินฉัน ไซคีโบกคทาของเธอเบาๆแล้วร่ายคาถา จากนั้นแสงสว่างก็สาดลงมาบนตัวฉัน แสงนี้พาฉันลอยไปที่แท่นบูชาดวงดาวและฉันก็ได้เผชิญหน้ากับลูกแก้วทันที

"ยกมือของท่านขึ้นและฟังที่สาสน์ศักดิ์สิทธิบอกเถอะ"

คำพูดของเธอดังก้องอยู่ในหูของฉัน

..ฉันกังวลนะเนี่ย เสียงหัวใจฉันเต้นดังขึ้นเรื่อยๆจนดังก้องอยู่ในหู

ฉันได้ยินเสียงแนะนำดังขึ้นพร้อมกัน[ปล่อยให้สาสน์ศักดิ์สิทธิบ่งบอกถึงดวงดาวที่ท่านได้รับ]

มันเป็นช่วงเวลาที่เงียบงัน ฉันถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง จากนั้นก็ปิดตาลงและรออย่างเงียบๆพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นดังอยู่ในหู เวลาผ่านไปพร้อมๆกับตาฉันที่ปิดลงและมือที่ยื่นออกไปจับลูกแก้วคริสตัล

[แท่นบูชาแห่งดวงดาวกำลังทดสอบท่าน]

ทันทีที่ฉันแตะมัน ทั้งร่างของฉันก็เริ่มสั่น ไม่สิ โลกมันกำลังสั่นต่างหาก แรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันกำลังบดขยี้ร่างฉันอยู่ มันเป็นแรงกดดันมหาศาลที่เหมือนกับมันมองเห็นบาปทั้งหมดของฉันและกำลังบดขยี้มัน

"อั๊ก"

ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากดึงมือออกมา มันเพราะพลังงานนั้นมันแทรกซึมเข้าสู่ทุกอนูของร่างกายฉัน ฉันปวดหัวมากเนื่องจากเศษชิ้นส่วนความทรงจำที่ฉันไม่รู้จักถูกร่อนผ่านหัวมา

[ตั้งใจอีกหน่อยนะ ท่านนักผจญภัย]

นี่ฉันกำลังถูกดุอยู่เหรอ? พวกเน่าเฟะนี่มัน..

ฉันถอนหายใจเบาๆและไซคีก็เดินเข้ามาใกล้ฉัน เดี๋ยว ไม่ใช่ว่านี่ลอยอยู่บนอากาศเหรอ?

"อ่า เธอบินได้นี่น่า"

ด้านหลังเธอมีปีกสีม่วงที่กระพืออยู่ เธอพูดต่อว่า

"ยากมากเลยหรือ?"

"ใช่ มันยากกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย"

"ถ้าท่านต้องการ ข้าสามารถใช้เวทมนตร์เสกให้ท่านหลับไปแล้วมันจะค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว"

"ไม่ล่ะ ฉันขอลองอีกรอบ"

สูดลมหายใจเข้าอีกรอบแล้วฉันก็ยื่นมือไปแตะลูกแก้วคริสตัล ไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันรู้สึกว่าฉันต้องทำ เสียงของดวงดาวด้านหน้าฉันดูเหมือนจะขอร้องให้ฉันยกมือไปแตะลูกแก้วอีกรอบ ฉันกัดฟันตัวเองแน่น

 

"แท่นบูชาแห่งดวงดาวกำลังทดสอบท่าน"

"อั๊กก!"

เว*เอ้ย มันมาอีกแล้ว เศษซากความทรงจำของดวงดาวมันเข้ามาอีกครั้ง ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดและรวดร้าวผ่านประวัติศาสตร์และข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาทำหัวหมุนไปหมด ฉันลืมตาขึ้นมาตอนที่คลื่นแห่งความเกลียดชังซัดเข้าใส่ฉัน

"..?"

มันคือจักรวาล มันเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มีดวงดาวเป็นร้อยเป็นพัน ดาวหลายร้อยล้านดวง ฉันยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงสะท้อนของดวงดาว แล้วฉันก็ได้ยินเสียง

[ท่านมาถึงจนได้ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องมา]

อะไรเนี่ย? ฉันอยากจะตะโกนออกไปแต่เสียงฉันมันไม่ออกมาเลย

[ชื่อของข้าคือไกอา เพื่อช่วยข้า ไม่สิ เพื่อช่วยโลก คนที่ข้าเชื่อถือมีแต่ท่านเท่านั้น]

คำพูดพวกนี้มันไร้สาระสิ้นดีแต่ตอนนี้มันไม่ได้สำคัญหรอก เสียงนี่มันคล้ายมาก ฉันว่าฉันเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อนนะ ใครกันนะ? ทำไมถึง...

ทั้งจักรวาล อวกาศ ทั้งโลกเริ่มกลายเป็นสีขาว

[ได้โปรด]

"อ่า ไม่!"

ทั้งโลกในสายตาฉันกลายเป็นสว่างขึ้นมาในพริบตาเสียงกรีดร้องของฉันก้องไปทั้งหูขณะที่ฉันกลับมาสู่ความเป็นจริง ไม่ใช่สิ กลับมาสู่เกมเสมือนจริงพร้อมกับไซคี

น้ำตาไหลลงมาเต็มหน้าฉันไปหมด ทำไมมันเศร้าขนาดนี้นะ? เสียงของผู้หญิงที่ชื่อไกอานั่น ทำให้ฉันร้องไห้ออกมาไม่รู้ตัวเลย ฉันเองก็บอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าฉันยังได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆอยู่

"อ่าาา.." ดวงตาของไซคีเบิกกว้างเท่าที่เธอดูตกใจตอนนี้เลย เธอดูตื่นเต้นและสนุกสนานเหมือนกับเด็กสามขวบที่ได้ลูกอมอย่างนั้นเลย รอยยิ้มเธอสดใสและสวยสดเหมือนนางฟ้าเลยในตอนที่เธอปิดปากตัวเองด้วยมือที่ดูเปราะบางนั่น ว่าแต่ว่า ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ล่ะ?

แล้วก็มีเสียงอื่นดังขึ้นมา "โอ้..นี่มันไม่น่าเชื่อ!"

มันยากที่จะบอกว่าคนที่พูดนี่เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เสียงนี่คือเสียงของผู้แนะนำในกระจกที่เรียกว่า ชวาล นั่น เสียงมันดูสั่นนิดหน่อยนะ

ทำไมล่ะ..?

แล้วคำถามก็ได้รับคำตอบในทันที

"...?"

วิบวับมาก..

ฉันรู้สึกหายใจไม่ออกตอนที่เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเจอความอบอุ่นของดวงอาทิตย์ จากนั้นจึงหันกลับมามองที่ด้านหน้าของฉันเอง

"เอ๊ะ...?"

ดาวทุกดวงกำลังเปล่งแสงอยู่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #13 Noop1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 10:28
    น่าสนใจมากๆ~~
    #13
    0
  2. #3 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:44
    สรุป เป็นคนหนุ่มรึคุณปู่
    #3
    1
    • #3-1 leavatien(จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2563 / 00:43
      ตรงจุดไหนที่เป็นคนหนุ่มเหรอครับ?
      #3-1