[นิยายแปล]Everyone is Young Except for Me

ตอนที่ 2 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

'คนเมื่อตายก็ยังเหลือชื่อส่วนเสือเมื่อตายก็ทิ้งไว้ซึ่งหนัง'

 

มันเป็นหนึ่งในสุภาษิตยอดนิยมของเกาหลีใต้ ถึงอย่างนั้นฉันก็พูดได้อย่างมั่นใจว่าสุภาษิตนี้มันผิด มีคนเพียงน้อยนิดที่จะตายไปโดยทิ้งชื่อเอาไว้ให้จดจำ พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถฝันถึง เว้นแต่ว่าพวกเขาจะเป็นนักการเมืองหรือดารา

 

ยังไงก็ตามภรรยาของฉัน เธอแตกต่าง เธออ่อนแอแต่เธอก็ได้ทิ้งชื่อและเนื้อหนังของเธอไว้ด้านหลัง แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าเธอทิ้งหนังของเธอไว้จริงๆหรอก เธอได้บริจาคร่างเธอไว้ เธอทิ้งร่องรอยของเธอไว้ในโลกนี้ตามแบบของเธอ ฉันยอมรับในตัวคนประเภทนี้

 

โทรศัพท์ของฉันจู่ๆก็สั่นขึ้นมา

"ว่าไง ฉันเอง"

-พ่อ พ่ออยู่ไหนเนี่ย?

"ฉันอยู่ที่สุสานน่ะ"

-พ่อไปหาแม่อีกแล้วเหรอ?

ชเว คังฮยอน เขาเป็นลูกคนแรกที่เกิดจากภรรยาฉัน ซอนยองและฉันเอง เขาเป็นหมอที่ตอนนี้เปิดคลินิคอีเอ็นทีส่วนตัวเล็กๆ เขาตั้งชื่อมันว่า'โสตศอนาสิกวิทยาที่ดีที่สุด'ตามหลังชื่อเขา.. บางครั้งฉันก็แกล้งเขาจากความไร้รสนิยมนี้เหมือนกัน (TL:โสตสอนาสิกวิทยาเป็นชื่อทางการแพทย์ของ อีเอ็นทีครับ)

"เดี๋ยวฉันจะกลับไปตอนข้าวเที่ยงเพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอก"

-ผมเข้าใจแล้วครับพ่อ กลับดีๆนะครับ

"อืม"

หลังจากวางสายแล้ว ฉันก็ลุกออกจากเสื่อที่นั่งอยู่ ด้านหน้าเป็นรูปภรรยาผม ซอนยอง ฉันมองไปที่เธอแล้วยิ้ม"แล้วฉันจะมาใหม่นะที่รัก"

หันกลับมาโดยปราศจากความเสียใจ ฉันเดินไปที่รถยี่ห้อโซนาต้าสีขาวคนเก่าคันหนึ่ง ฉันตั้งชื่อมันว่า ขาว เรียกได้ว่ามันเป็นม้าตัวโปรดเลย เพียงแต่มันก็แค่เก่าเกินไปหน่อยและบางครั้งขับๆไปมันก็สั่น...ถึงยังงั้นมันก็ยังพาไปได้ทุกที่ๆต้องการ ฉันเปิดประตูหลังแล้วโยนเสื่อเข้าไป นั่งลงที่นังคนขับแล้วสตาร์ทรถ

 

ฉันชื่อ ชเว ชุนแท็ค เป็นปู่ธรรมดาๆคนหนึ่งที่เกิดในช่วงยุค 50 ใช้ชีวิตมาอย่างสมบุกสมบันตั้งแต่ยังเด็กแล้วก็ได้มาพบภรรยาโดยบังเอิญ และได้มาใช้ชีวิตด้วยกันหลังจากที่ฉันเคลียร์อดีตไปเรียบร้อยแล้ว แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากพ่อของเธอ พ่อตาของฉัน พ่อตาฉันที่สังเกตุเห็นความสามารถและเสนอให้ไปเรียนทำอาหาร หลังจากการพยายามอย่างหนักฉันก็ได้กลายเป็นเจ้าของหนึ่งในภัตตาคารเกาหลีที่ดีที่สุดในเกาหลีใต้ จากนั้นฉันก็ส่งมันต่อให้ลูกศิษย์และวางมือไป

 

*ครึกๆๆ*

 

ฉันดูเหมือนคนมีเงินเยอะแยะแล้วทำไมรถฉันถึงยังอยู่ในสภาพแบบนี้? จริงๆแล้ว ฉันไม่ได้มีงานอดิเรกที่เกี่ยวข้องกับรถเลย และเงินมันก็ไม่ได้เหลือเยอะหลังจากผ่านการเลี้ยงดูครอบครัวแล้ว ฉันผ่านมันมาอย่างยากลำบากในตอนที่ลูกชายคนแรกเรียนหมออยู่ ลูกชายคนที่สองเองก็สนใจทางด้านกีฬาและมันต้องใช้เงินจำนวนมาก ลูกสาวคนเล็กไม่ได้อยากทำอะไรเป็นพิเศษ ฉันจึงให้บัญชีธนาคารกับเธอไปสำหรับใช้เป็นเงินทุนแต่งงาน เงินเก็บกว่า90เปอร์เซ็นของฉันก็หมดไปกับที่ว่ามา ดังนั้นจึงไม่ได้เหลือเงินเยอะนัก เหมือนๆกับคนหลังเกษียณปกติที่ได้รับเงินบำนาญทุกๆเดือน

 

ฉันกลับมาถึงบ้านหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงและดึงบุหรี่ออกมาสูบทันทีที่ถึง

 

"เห้ออ.."

ฉันกลับมาถึงบ้านที่ผมอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่บ้านของฉันหรอก ภรรยาฉันตายเมื่อปีก่อนและฉันก็อาศัยอยู่กับลูกคนแรกตามคำชวนของเขา ที่จริงที่ฉันกังวลสุดคือลูกสะใภ้กับหลานสาวของฉันจะรู้สึกอึดอัด

 

บุหรี่สั้นลงเรื่อยๆและฉันก็ดับมันเมื่อใกล้ถึงประตู

 

กริ๊งงง!

 

"ถึงแล้วเหรอครับพ่อ"

"คุณพ่อ กลับมาแล้วเหรอคะ?"

คังฮยอนออกมาตอนรับที่ประตู และสิ่งที่ฉันยินดีที่สุดหลังจากกลับมาถึงก็คือ

"คุณปู่คะะ~!"

"ไอกู~ หลานสุดที่รักของปู่ มันเจ็บนิดหน่อยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ"

เด็กที่วิ่งเข้ามากอดคือหลานของฉันเอง มิโด ชื่อของเธอนั้นมาจาก โด(ถนน)มาจากเส้นทางที่เธอจะก้าวเดินนั้นจะเต็มไปด้วยดอกไม้ มิโดเติบโตมาอย่างดีเยี่ยมอย่างที่ฉันหวังเอาไว้ ลักษณะและบุคลิกภาพของเธอนั้นเป็นไปตามพรที่ฉันขอไว้ในปีที่ผ่านมาและเธอก็ยังเหมือนภรรยาฉันตอนที่เธอยังเด็กด้วย

 

"ปู่คะ ปู่สูบบุหรี่อีกแล้วเหรอคะ"

"อืม..?หือ หืม"

ฉันถูกจับได้อีกแล้ว ฉันพึ่งจะเริ่มกลับมาสูบบุหรี่หลังจากภรรยาเสียไปเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังหลบไม่พ้นจมูกของหลานสาวคนนี้อยู่ดี เพราะเธอยังเด็กงั้นเหรอ?

 

"ปู่หอมหนูไม่ได้นะถ้าสูบบุหรี่!"

"หืม?!"

ฉันหยุดชะงักไปแปปนึง ฉันหอมเธอไม่ได้เหรอเนี่ย...

ทันใดนั้น ไหล่ฉันก็ตกลง ความคิดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าก็ผ่านเข้ามาในหัว แต่มิโดก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เหมือนกัน...ฉันจะทำยังไงดีนะ?

"คิกๆ หนูล้อเล่นค่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ!"

"หึหึ มาข้างในเถอะครับพ่อ"

"ว่าแต่จองโดหายไปไหนล่ะ"

"เขาบอกว่าเขาจะไปอ่านหนังสือเอง แล้วออกไปตอนเช้าน่ะครับ"

"จริงเรอะ?"

ชเว จองโด เป็นชื่อของหลานชายคนที่สองของฉัน จอง(ซื่อตรง)และโด(ถนน) ถูกนำมาตั้งชื่อเพราะหวังว่าเขาจะก้าวเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่มันก็ไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าเขาเดินไปถูกทางจริงๆรึเปล่า เขาเป็นตัวปัญหาเหมือนตัวฉันในตอนเด็กยังไงยังงั้น ถึงงั้น ฉันก็ภูมิใจนิดหน่อยที่เขาออกไปอ่านหนังสือ น่าจะให้เงินเขาไว้หน่อยหลังจากนี้

 

เวลาก็ผ่านไป ฉันทานอาหารกลางวันกับครอบครัว ก่อนที่เราจะนั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นด้วยกัน

 

-มากกว่าหนึ่งปีแล้วตั้งแต่เกมเสมือนจริง อาร์คสตาร์ ได้เปิดขึ้น และเมื่อเร็วๆนี้ได้มีข่าวว่าจำนวนผู้เล่นได้เกินพันล้านไปที่เรียบร้อยแล้ว

 

"ความนิยมของอาร์คสตาร์ทุกวันนี้เยี่ยมไปเลยนะ" ฉันพูดกับคังฮยอนที่กำลังนั่งดูข่าวอยู่ข้างๆกัน

"ใช่ ผมลองเล่นมันแล้ว ก็สนุกดีนะ"

"จริงเหรอ?"

มันไม่ใช่อะไรที่น่าสนใจเท่าไหร่สำหรับฉัน เกมส์มันเหมาะสำหรับคนหนุ่มนั่นแหละ ฉันไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่ ของแบบนี้มันก็ช่วยสร้างความบันเทิงเพียงชั่วครู่เท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ฉันคิด แต่ว่า...

"ปู่คะ ปู่อยากลองเล่นดูมั้ย?มันสนุกมากเลย หนูเล่นมันบ่อยๆกับรุ่นพี่ที่มหาลัย"

ฉันตัวสั่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินมิโดพูด

"รุ่นพี่ที่มหาลัย?พวกเขา...ผู้ชาย?" ฉันถามขณะมองที่เธอด้วยสายตาคมกริบ

คำตอบที่ได้รับมันค่อนข้างน่าตกใจเลย

"ใช่ค่ะ พวกเขาเป็นผู้ชายทั้งหมดยกเว้นหนู"

ในวันนี้ สายฟ้าได้ผ่าลงกลางหัวฉันและฉันก็ได้เหตุผลที่จะเริ่มเล่น'อาร์คสตาร์' แล้ว

 

 

จิ๊บๆๆๆ!

เช้าวันถัดมา วันอาทิตย์ วันหยุดยอดนิยมสำหรับชาวเกาหลี แน่นอนว่ามีบางคนที่ยังทำงานในวันนี้ นอกจากนี้มันไม่ได้จำกัดแค่การทำงาน บางคนก็สนุกที่ได้ออกกำลังกายเช่นตัวฉันเอง

ผั๊วๆๆๆๆ!!

"ฟู่ว...ร่างกายฉันไม่เหมือนเดิมแล้วแฮะ"

มันแน่นอนว่าฉันแก่ลงแล้ว การเตะของฉันมันก็ไม่เหมือนเดิม จากเคยเตะกลางอากาศได้ถึงสี่ครั้งจากการกระโดดครั้งเดียว แต่ทุกวันนี้ทำได้สูงสุดแค่สอง ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ลืมที่จะออกกำลังกายทุกวันและฉันก็มีสุขภาพต่างจากคนปกติในช่วงอายุเดียวกันด้วย ยกตัวอย่างเช่น...

ตั๊ก! ตั๊ก! ตั๊ก!(TL:เสียงอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่มีบอกมา ผมเดาไม่ถูก)

ใช่ ตัวอย่างก็เช่น ผู้ชายที่เดินไปมาใต้ต้นไม้ตรงนั้น เขามองมาที่ฉันด้วยตาที่เบิกกว้าง ช็อคไปกับการเตะกลางอากาศของฉันไปแล้ว ฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจเพราะงั้นจึงได้รีบมาที่นี่ในตอนเช้ามืด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนมาที่นี่ในเวลานี้ด้วย

"คุณเตะได้สุดยอดไปเลยนะ คุณเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้งั้นเหรอครับ?"

"ใช่ มันก็นิดหน่อย...."

คำพูดของเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะครั้งหนึ่งฉันก็เคยเป็นนักเลงมาก่อน มองไปที่ผู้คนที่กำลังค่อยๆหลั่งไหลเข้ามาบนเขา ถึงเวลาที่ฉันต้องไปโรงพยาบาลแล้ว

"คุณชเว ชุนแท็ค เข้ามาได้เลยค่ะ"

เสียงพยาบาลขานชื่อออกมา ฉันจึงลุกเข้าไปในห้องทำงานหมอ หมอที่นั่งตรงข้ามกับฉันได้พูดมาว่า

"ยินดีต้อนรับครับ เหมือนว่าคุณอยากเล่นเกมเสมือนจริงแล้วอยากได้คำอนุญาตจากแพทย์เหรอครับ?"

ถูกต้อง ฉันมาตรวจสุขภาพเพราะอะไรบางอย่างที่เรียกว่า'อาร์คสตาร์' รัฐบาลออกมาตราการว่าคนที่มีอายุตั้งแต่ 65 เป็นต้นไป ต้องมีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะเล่นเกมเสมือนจริง นี่มันน่ารำคาญนิดหน่อยสำหรับฉันที่ภูมิใจในร่างกายตัวเองว่าฉันแข็งแรงกว่าใครๆ ตามข่าวลือน่ะ ถึงมันจะยากที่จะพิสูจน์ แต่ฉันจะหาทางพิสูจน์มันสักทางเอง

"ใช่ เพราะงั้นหมอบอกฉันมาเลยว่าต้องทดสอบอะไรบ้าง ฉันแข็งแรงมากเพราะงั้นจึงอยากจบมันเร็วๆ ฮะฮะ"

"ฮ่าๆ มันจำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียดนะครับ ก่อนอื่นเลยผมจะเริ่มจากการทดสอบคลื่นสมองนะครับ"

"หมอให้ผ่านเลยไม่ได้เหรอ ฉันแข็งแรงมากจริงๆนะ"

"มันเป็นนโยบายของรัฐบาลน่ะครับ หมอต้องขอโทษด้วย"

...นี่มันโคตรห่วยแตกเลย หมอที่อายุราวๆสี่สิบเขียนบางอย่างลงบนกระดาษสีขาวเหมือนเขาแกล้งทำเป็นคนดี หลังจากนั้นเขาก็ส่งมันให้พยาบาล

"คุณปู่ครับ ตามผมมาเลย ก่อนอื่นเราจะทดสอบคลื่นสมองกันก่อนจากนั้นก็เป็นการทดสอบเลือดและการส่องตรวจเยื่อบุหลอดอาหารนะครับ ต่อจากนั้นก็เป็นการทำอัลตร้าซาวด์ รวมไปถึง..."

ไอเว*นี่...

ฉันปรายตามองไปที่หมอเว*คนนั้น เขาไม่ได้แยแสและไม่ได้มองมาที่ฉันเลย เขามันก็แค่คนไม่มีมารยาทคนหนึ่ง ฉันคิดว่าการออกมาแต่เช้าในวันนี้มันเป็นความคิดที่แย่มาก ฉันละสายตาจากเขาไปที่พยาบาลที่ฉันตามมาทำการทดสอบหลายๆอย่าง

 

อึก!อึก!

 

"พู่วว ค่อยดีขึ้นมาหน่อย"

กว่าฉันจะออกจากโรงพยาบาลได้มันก็ปาไปห้าโมงเย็นแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่หน้าตู้ขายน้ำอัดลมที่ตั้งอยู่ข้างห้องฉุกเฉิน ฉันต้องการเพิ่มความสดชื่นให้ตัวเองหลังจากถูกสูบเลือดออกไป ฉันร้องออกมาอย่างผ่อนคลายและมองไปที่การ์ดที่อยู่ในมือ

 

[ใบอนุญาตเล่นเกมเสมือนจริง]

[ชื่อ: ชเว ชุนแท็ค

อายุ : 67ปี

สภาพร่างกาย: s

บุคคลข้างต้นได้รับการรับรองจากรัฐบาลและโรงพยาบาลแล้วว่าเป็นมีสุขภาพแข็งแรงดี สามารถเล่นเกมสเมือนจริงได้

*สามารถใช้สิทธิ์พิเศษของผู้สูงอายุได้

*ส่วนลด50%สำหรับค่าเครื่องแคปซูล ส่วนลด50%สำหรับค่าธรรมเนียมรายเดือน]

"พวกเน่าเฟะนั่น เห็นๆกันอยู่ว่าฉันแข็งแรงแค่ไหน ทำไมถึงต้องมาตรวจนั่นตรวจนี่อยู่นั่น"

ปัยหาอย่างเดียวคือฉันแข็งแรงเกินไป ตอนที่ผลตรวจออกมา หมอได้แต่กระพริบตากับผลที่น่าเหลือเชื่อนั่นและต้องการที่จะทดสอบใหม่เพราะดูเหมือนว่าผลนี้มันจะผิดพลาด ฉันมีคะแนนสุขภาพที่แตกต่างเมื่อเทียบกับคนอื่นในวัยเดียวกัน จากนั้นครั้งที่สองก็จบลงและพวกเขาก็ยังตรวจอีกเป็นครั้งที่สาม นั่นทำให้ฉันโมโหมาก ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว และถามพวกเขาว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เชื่อในสุขภาพของคนๆหนึ่ง ดังนั้นฉันจึงได้รับคะแนนประเมิณสุขภาพเป็นระดับS

"พวกเว*"

ฉันคาบบุหรี่ไว้ในปากเพื่อจะลดความโมโหตัวเองลง ในตอนที่ฉันกำลังจะจุดไฟนั้น

แช๊ะ

"ว้ากกกกกก!"

"…?"

ทันใดนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงบางอย่างแตกและเสียงกรีดร้องก็ดังไปทั่วจนต้องหันกลับไปมองดู เหมือนว่าเสียงมันออกมาจากห้องฉุกเฉินนะ

"อ๊าา มันเจ็บ แม่* ทำไมมันเจ็บขนาดนี้ถ้าฉีดยาชาให้ฉันไปแล้วเนี่ย?"

"อะไร? ใครทำลูกพี่เจ็บ? มันเป็นใคร?"

ฉันค่อยๆเปิดประตูเข้าไปเบาๆ มีผู้ชายในชุดดำและเสื้อขาวกำลังข่มขู่หมอและพยาบาลอยู่

...พวกเขาเป็นนักเลงนี่เอง

"แกเรอะ?เอ๊ะ?แกนี่เอง!"

ชายตัวใหญ่คนนั้นกำลังจ้องและข่มขู่หมอผู้หญิงอยู่ ฉันได้แต่ถอนหายใจ โลกทุกวันนี้มันบ้าไปแล้ว

"แกทำอะไรลงไป?หะ? มังกรบนแขนลูกพี่มันเบี้ยวว แกจะทำยังไงต่อห้ะ?"

"มะ-มันช่วยไม่ได้ค่ะ แผลมันเปิดกว้างเกินไป นอกจากนี้ยาชามันก็หมดฤทธิแล้วเพราะงั้นยาแก้ปวด..."

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นกำลังสั่นแต่เธอก็ยังคงพยายามพูดต่อไปไม่หยุด เธอดูค่อนข้างแน่วแน่เลยทีเดียว เพราะงั้นมุมปากฉันก็ยกขึ้นมานิดนึง

"อะไร? คำพูดนังนี่มัน…!"

มันเกิดขึ้นตั้งแต่ผู้ชายคนนั้นกำลังยกมือขึ้นกำลังที่จะทำบางอย่าง

"พอได้แล้วหน่า พ่อหนุ่ม"

สุดท้ายแล้วฉันก็ออกไป ฉันต้องการเป้าหมายที่จะระบายพอดี นี่มัน...เยี่ยมไปเลย

"หืม? ไอแก่ หลีกไปเลย อยากเจ็บตัวเรอะ"

อย่างที่คาดไว้ พวกเขาไม่เข้าใจด้วยคำพูดหรอก มันเกิดอะไรขึ้นกับคนหนุ่มทุกวันนี้นะ?ไม่ฟังคำพูดกันเลย ฉันเดินเข้าไปหาพยาบาลที่กำลังกินข้าวกล่องอยู่ข้างๆ

"สาวน้อย ฉันขอยืมนั่นสักครู่ได้ไหม"

"หืม..?"

"ฉันขอยืมช้อนนั่นสักเดี๋ยวนะ"

"อ่า..ค่ะ?"

ฉันหยิบช้อนขึ้นมาก่อนที่พยาบาลคนนั้นจะหายสับสน จากนั้นก็เดินตรงเข้าไปหากลุ่มนักเลง

"เฮ้ ไอแก่ ถ้าก้าวมาอีกก้าวแกเจ็บตัวแน่"

ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นพวกหัวโจก เดินเข้ามาใกล้ๆและผลักไหล่ฉัน

พวกโง่เอ้ย... ผมยืดแขนออกไปไวเหมือนสายฟ้า

เพี๊ยะ ผั๊ว ผั๊ว ตึง!

"…"

"อะไรวะเนี่ย.."

คนที่กำลังมองอยู่ใกล้ๆยืนขึ้นพร้อมอ้าปากกว้าง

ฉันมองไปที่พวกนักเลงและแนะไปว่า"หนุ่มน้อย ทำไมวันนี้ไม่กลับไปแบบเงียบๆล่ะ?"

ผู้ชายที่อยู่หลังฉันตะโกนขึ้นมาหลังจากได้ยินที่ฉันพูด

"คุ๊ พวกแกทำอะไรอยู่วะ? อัดมัน!"

"ย้ากกกก"

พวกนักเลงเริ่มโจมตี คนแรกที่เริ่มคือผู้ชายที่อยู่หลังฉัน ฉันหมุนตัวและปล่อยท่าเตะกลับหลังใส่จนเขาปลิวไป

"อั๊กก..?"

ชายร่างยักษ์ลอยไปในอากาศและพุ่งไปชนอุปกรณ์การแพทย์ เห็นนี่แล้ว ฉันก็คิดได้ว่าควรไม่ให้เกิดความเสียหายมากเกินไป ฉันถือช้อนและพุ่งไปที่อีกสองคนที่อยู่ด้านหน้า

"อุ๊กก.."

"อะไร..วะเนี่ย"

"หุบปาก"

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

ตัวหัวหน้าที่อยู่ด้านหลังร้องออกมาหลังจากเห็นลูกน้องมันค่อยๆร่วงลงอย่างช่วยไม่ได้เพราะ ช้อน

"ไม่ ไอแก่นี่มันตัวอะไรเนี่ย.. เห้ย!พวกแกทำอะไรอยู่วะ พุ่งเข้าไปพร้อมกันสิวะ!"

คนที่เหลือทั้งหกพุ่งเข้ามาพร้อมๆกัน พวกเขาล้อมไม่ให้ฉันหนี

พวกโง่ไร้มารยาทนี่..

ครั้งนี้ ฉันจับที่ปลายช้อน ขณะที่กระโดดนั้น ฉันก็ทุบหน้าผากพวกเขาด้วยก้นกลมของช้อน

"คุ๊...อั๊ก!"

ทั้งหกคนกุมหน้าผากตัวเองแล้วก็วิ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่ทุกๆครั้งที่ฉันเห็นช่องว่าง ฉันก็ทุบพวกเขาด้วยช้อนอีก ห้านาทีหลังจากนั้น พวกนักเลงทั้งหมดก็ร่วงลงไปนอนบนพื้น

"อั๊ก..อุ๊ก..อ้าก..!"

พวกเขาก็ไม่ได้ถูกแทงนะ แต่กลับคลานไปทั่วยังกับโดนแทงมา ฉันพูดกับผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าว่า

"เฮ้ คุณหัวหน้า นายจะไม่ตกเข้าที่นั่งลำบากเหรอถ้าพวกตำรวจมาถึงที่นี่หน่ะ"

ฉันสามารถที่จะส่งตัวพวกเขาให้ตำรวจได้เลย แต่ว่านั่นจะไม่เป็นการตัดโอกาสของคนหนุ่มเอาหรอกเหรอ การสอบสวนหลังจากพวกเขาถูกจับได้มันคงจะเป็นปัญหาไม่น้อย มันดีกว่าถ้าฉันจะแก้ปัญหาแบบง่ายๆน่ะ

"อั๊ก ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ่แก่เว*"

ผู้ชายที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้ารีบพาลูกน้องของเขาออกจากห้องฉุกเฉินไป หลังจากนั้นไม่นาน คนที่ดูอยู่รอบๆก็เริ่มซุบซิบกัน พวกเขาเริ่มที่จะพูดกันเสียงดังเรื่อยๆเกี่ยวกับเรื่องน่าเหลือเชื่อที่พึ่งเกิดขึ้น ฉันรีบออกจากห้องฉุกเฉิน ขณะหลบสายตาเสียดแทงรอบๆฉัน ทำไมพวกเขาไม่หยุดจุ้นจ้านกันนะ..?

อ่า ฉันลืมคืนช้อน ไม่รู้ว่ามันยังใช้ได้อยู่รึเปล่า ปลายมันบี้ไปแล้วน่ะสิ แต่ฉันอาจจะยังใช้มันได้นะ

ฉันจุดบุหรี่ที่ยังไม่ได้สูบขึ้นมา

"เห้ออ"

ฉันยิ้มออกมาอย่างสบายใจขณะที่กำลังมองท้องฟ้ายามเย็นที่ย้อมไปด้วยสีแดงของพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ควันบุหรี่ค่อยๆลอยเป็นคลื่นพร้อมๆกับฉันที่เริ่มเดินออกห่างจากทางเข้า

ฉันชื่อ ชเว ชุนแท็ค ย้ำอีกครั้งว่าฉันเป็นแค่คุณปู่สุดแสนจะธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เชื่อใช่มั้ยล่ะ? ใช่อย่าเชื่อเลย เพราะเรื่องราวที่กำลังจะเปิดเผยออกมานับจากนี้ ไม่สามารถบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาได้เลย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #24 Firebird (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:14
    เอามุขมาจากผีช้อนหรือเปล่านี่
    #24
    0
  2. #10 Noop1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 10:13

    ชอบคุณปู่อะ
    #10
    0
  3. #5 eyelove123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 01:54
    ลุงแกน่าจะเป็นคนอารมณ์ร้อนนะ สบถเยอะมาก...
    #5
    1
    • #5-1 leavatien(จากตอนที่ 2)
      1 พฤษภาคม 2563 / 14:37
      น่าจะใช่แหละครับ ตามช่วงชีวิตสมัยก่อนของปู่แก
      #5-1