INFINITE #LeadNam : ผิดพลาด

ตอนที่ 3 : ความผิดพลาดก้าวที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58



ผิดพลาด

ความผิดพลาดก้าวที่สาม

 

 

อูฮยอนไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก หากไม่ใช่เรื่องงาน

 

ไม่ได้รับอนุญาตให้พกมือถือ ไม่ว่ากรณีใดๆ

 

และไม่มีสิทธิ์ออกจากห้องนอนของตัวเอง ถ้าไม่ได้รับคำอนุญาตจากหัวหน้าวง

 

 

อีซองยอลสุดจะถูกใจกับกฎบัญญัติใหม่ จนอยากกระทืบปุ่มไลค์สักพันครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่านัมอูฮยอนจะทำตัววิบัติฉิบหายอย่างไร คิมซองกยูก็เอาแต่เห็นดีเห็นงามไปเสียหมด

 

ทำผิดแล้วช่วยปกปิดก็ว่าแย่แล้ว นี่บางครั้งยังมีมาพูดแก้ดำให้เป็นขาวหน้าตาเฉย พอวันไหนร่างบางนึกครึ้มทำตัวเป็นผู้เป็นคนเข้าหน่อย อีกคนก็กุลีกุจอหันไปเอาอกเอาใจใหญ่ ไม่ว่าคนน้องจะขออะไรคนพี่ก็เต็มใจเทให้หมดตัวหมดหน้าตักอย่างไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล

 

สร้างนิสัยเสียๆให้นัมอูฮยอนโดยไม่รู้ตัว

 

ใช่ว่าเขาเป็นห่วงอนาคตของอีกฝ่ายนักหรอก ก็อูฮยอนไม่ใช่เยาวชนของชาติเสียหน่อย เอาเข้าจริงอีซองยอลก็แค่หมั่นไส้นั่นล่ะ เขาเหม็นเบื่อในความอยุติธรรมของหัวหน้าวงมาเนิ่นนานเต็มที มีโอกาสได้ปฏิวัติสักที ใครจะไม่เห็นด้วยกันล่ะ

 

ร้านเนื้อย่างที่เรียววุคฮยองพาพวกเราไปสุดยอดอะ เนื้อนุ่มๆ ย่างด้วยเตาถ่าน อุ่นกำลังดี จิ้มกับซอสรสหวานอมเปรี้ยวสูตรเฉพาะของทางร้าน อร่อยเหาะเลยเนอะมยองซู

 

ซองยอลแกล้งบรรยายสรรพคุณของมื้อค่ำ หลังกลับมาจากร้านที่พวกเขาเพิ่งไปทานมาเมื่อสักครู่เสียงดังลั่น เผื่อแผ่ให้พี่ชายร่วมวงที่โดนคำสั่งกักตัวอยู่ในห้องตั้งแต่หลังจบการอัดรายการวิทยุได้อิจฉาเล่น

 

ซองยอล!...แล้วซองกยูฮยองล่ะ ทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะจากภายนอก อูฮยอนก็รีบถลาร่างมายืนอยู่ตรงหน้าบานประตูและถามถึงบุคคลที่เขากำลังรอคอยอย่างมีความหวัง

 

ไปต่อกับเรียววุคฮยองน่ะ ซองยอลตอบตามจริง 

 

นายช่วยโทรหาบูฮยอนฮยองให้ฉันทีได้มั้ยซองยอล อูฮยอนขอร้อง ในเมื่อซองกยูยังไม่กลับมา ก็ไม่มีทางไหนที่จะทำให้เขาหลุดไปจากห้องนี้ได้อีกแล้ว หนทางเดียวที่จะทำให้เขาได้ทราบอาการของผู้เป็นมารดาก็มีแต่ต้องถามเอาจากพี่ชายผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น

 

ไม่เอาอะ เดี๋ยวซองกยูฮยองว่าเอา เขาไม่ให้ฮยองใช้มือถือนี่ เจ้าของฉายาเด็กประถมบอกพลางยิ้มกริ่มอย่างถูกใจเมื่อได้แกล้งอีกฝ่าย

 

แม่ฉันป่วย เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้ ฉันแค่อยากรู้อาการของท่านน่ะซองยอล ช่วยฉันหน่อยไม่ได้เหรอ อูฮยอนบอกถึงความจำเป็น หวังให้อีกคนเห็นใจ

 

ไม่ได้ ซองกยูฮยองกำชับมาว่าไม่ว่าฮยองพูดอะไรก็ห้ามเชื่อเด็ดขาด ...เพราะฮยองโกหกเก่ง พอได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนของร่างบาง คนขี้แกล้งก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

 

ฉันไม่ได้โกหกนะ... ฮึก อูฮยอนหันหลังให้กับบานประตู ก่อนจะค่อยๆไถลตัวลงนั่งลงกับพื้นด้วยความรู้สึกท้อแท้ มือเรียวยกขึ้นปิดกลั้นเสียงสะอื้นที่ดังเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากจนสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ความป่วยไข้และอาการบอบช้ำทางจิตใจส่งผลให้เขาอ่อนแอมากกว่าปกติอย่างช่วยไม่ได้

 

ฉันว่าฉันได้ยินเสียงร้องไห้นะ มยองซูกระซิบบอกกับซองยอล

 

จริงเหรอ พออีกคนว่ามาแบบนั้น คนที่เริ่มใจเสียก็รีบแนบหูตัวเองเข้ากับบานประตูเพื่อพิสูจน์ด้วยความร้อนใจ

 

ฮึกฮึก

 

ชัดเจนเต็มสองรูหู เสียงสะอึกสะอื้นแผ่วๆนั่นซองยอลจำได้ดีว่าเป็นของพี่ชายตัวเล็กไม่ผิดแน่ ยี่ห้อนัมอูฮยอน ถึงปกติจะเป็นตัวป่วนประสาทเพื่อนร่วมทีม แต่เอาเข้าจริงก็อ่อนไหวมากกว่าใคร จึงไม่แปลกที่เขาจะมีโอกาสได้เห็นรวมถึงได้ยินเสียงร้องไห้ของพี่คนนี้อยู่บ่อยครั้งจนจำได้แม่นยำ แม้จะเป็นแค่เสียงดังแผ่วๆที่ลอยมาตามลมก็ตามที

 

ซ...ซองกยูฮยองเตือนเอาไว้แล้วไงว่าบางทีอูฮยอนฮยองอาจจะแกล้งร้องไห้เพื่อให้เราเห็นใจก็ได้ ดังนั้นห้ามใจอ่อน ถ...ถึงยังไงกฎก็ต้องเป็นกฎ ซองยอลยังคงยืนยันหนักแน่นทั้งที่จิตใจเริ่มโอนเอียง

 

“ แต่ฮยองเขาดูไม่ดีมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ นายไม่กลัวเขาเป็นอะไรไปในห้องโดยที่ไม่มีใครรู้เหรอ ” มยองซูค้าน

 

“ แต่เราเอาเขาออกมาไม่ได้นะเว้ย หนึ่ง เราไม่มีกุญแจ สอง ฉันยังไม่อยากตายเพราะโดนซองกยูฮยองฆ่านะ ”

 

“ เรื่องกุญแจห้องอย่าห่วง เพราะหอเรามีขวาน... แล้วถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าอูฮยอนฮยองไม่ได้โกหกเรื่องแม่ กยูฮยองก็ว่าอะไรเราไม่ได้ ถ้าเราจะช่วยฮยองเขาหนีออกจากห้อง ” มยองซูให้ไอเดีย

 

“ แล้วจะพิสูจน์ยังไง ”

 

“ นายมีเบอร์บูฮยอนฮยองไหมล่ะ ”

 

“ มี ” ซองยอลพยักหน้ารับ เขาเคยโทรไปปรึกษาเรื่องธุรกิจร้านอาหารกับบูฮยอน พี่ชายของอูฮยอนอยู่บ้าง เลยได้โอกาสเซฟเบอร์เก็บเอาไว้ในเครื่อง

 

“ งั้นไม่ยากละ ก็โทรหาเลยดิ ”

 

ร่างสูงเพรียวพยักหน้ารับอีกรอบ พร้อมทำตามการชักนำของอีกฝ่ายด้วยการยกมือถือของตัวเองขึ้นเสิร์ชหาเบอร์ของคนที่ต้องการทันที

 

 

“ เอ่อ สวัสดีครับฮยอง พอดีมือถืออูฮยอนฮยองแบตหมด แล้วตอนนี้เขากำลังขับรถอยู่ มือไม่ว่าง เลยวานผมโทรถามเกี่ยวกับอาการของคุณแม่น่ะครับ ” เพื่อไม่ให้เกิดคำถามว่า ทำไมอูฮยอนถึงไม่โทรมาเอง ซองยอลจึงจำเป็นต้องโกหกคนที่อยู่ปลายสายออกไปแบบนั้น

 

จะให้พี่ชายรู้ได้อย่างไรว่าน้องชายที่รักโดนขังอยู่ในห้องนอน แถมยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์อีก

 

นี่นักร้องนะ ไม่ใช่นักโทษ!!

 

“ อา... ขอบคุณมากครับ ” เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการซองยอลก็บอกขอบคุณพร้อมกับกดวางสาย

 

“ ตกลงว่า... ” มยองซูเลิกคิ้วถาม

 

“ อูฮฺยอนฮยอง... บูฮยอนฮยองบอกว่าแม่ของฮยองมีภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท เลยทำให้ปวดหลัง หมอนัดผ่าตัดอาทิตย์หน้า ” ซองยอลตะโกนคุยกับคนที่อยู่อีกฟากประตูพร้อมกับให้คำตอบคนที่ยืนอยู่ด้านข้างในเวลาเดียวกันด้วยสีหน้าหงอยๆ เพราะรู้สึกผิดที่กล่าวหาพี่ชายร่วมวงว่าเป็นพวกขี้โกหก ทั้งที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ

 

อูฮยอนใจหายที่ได้ยินว่าแม่ตัวเองจะต้องเข้ารับการผ่าตัดในสัปดาห์หน้า นั่นทำให้เขากระวนกระวายจนแทบนั่งไม่ติดพื้น อยากรีบกลับบ้านไปเยี่ยมบุพการีใจจะขาด แต่ตอนนี้ลำพังแค่จะก้าวเท้าให้พ้นจากห้องนอน เขายังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

“ ข...ขอบใจมากนะ ซองยอล ”

 

ได้ยินเสียงเศร้าๆของอูฮยอนแล้วซองยอลก็พาลจะร้องไห้ตาม ทั้งเสียใจและรู้สึกสงสารอีกฝ่ายในเวลาเดียวกัน ลองนึกว่าหากเป็นตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ เขาจะทรมานใจมากแค่ไหน ... แม่กำลังไม่สบาย แต่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม เพราะโดนลงโทษให้อยู่แต่ในห้อง

 

“ ยฮยอง... ฮยองกินมื้อเย็นหรือยัง ” ซองยอลถาม เพราะนึกขึ้นได้ว่าทันทีที่เสร็จจากการอัดรายการวิทยุ อีกฝ่ายก็โดนซองกยูพากลับมาที่ห้อง ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่าก่อนจะเข้าไปอยู่ในนั้น คนที่พามาได้หาอะไรให้ร่างเล็กทานรองท้องบ้างหรือไม่

 

ยังเลย

 

ทันทีที่ได้ยินคำตอบ ซองยอลก็ยกมือทั้งสองขึ้นปิดหน้าด้วยความละอายใจที่ตอนแรกแกล้งพูดพรรณนาถึงอาหารมื้ออร่อยของตัวเองด้วยความสนุกปาก หวังให้คนถูกลงโทษไม่ให้ไปร่วมปาร์ตี้ได้อิจฉาเล่น แต่พอมารู้ความจริงว่าไม่ใช่แค่ปาร์ตี้ แต่อูฮยอนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เลิกงานด้วยซ้ำ ก็ทำเอาเขารู้สึกแย่จนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

 

บอกแล้ว อย่าออกตัวแรง ถึงปากจะว่าอย่างนั้น แต่มือใหญ่ก็ยังอุตส่าห์ยกขึ้นวางไว้บนศีรษะของอีกคนแล้วโยกเบาๆอย่างปลอบใจ เพราะรู้ดีร่างเพรียวว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อพี่ชายร่วมวง ... เพียงแค่คิดน้อยไปหน่อยก็เท่านั้น 

 

อูฮยอนฮยองฮึก ถ้าฮยองพ้นโทษเมื่อไหร่ฮึก จะพาไปฉลองร้านที่แพงที่สุดในย่านนี้เลย ซองยอลตะโกนบอกพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งหน้าห้องเป็นเพื่อนกับคนที่อยู่ภายใน มยองซูที่มองอยู่จึงนั่งลงตามไปด้วย

 

อื้ม ขอบใจนะ รอยยิ้มฝืนๆปรากฏบนสีหน้าเซื่องซึม เพราะทำอะไรไม่ได้อูฮยอนก็เลยได้แต่ปลง เขาเดินกลับไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงของตัวเองด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เพื่อรอคอยการกลับมาของคนรัก

 

.... ไม่สิ ถึงตอนนี้คงต้องเรียกว่าเจ้าชีวิต ...

 

.......................................................

 

คิมมยองซูเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ เข็มสั้นจวนเจียนแตะเลข 1 เข้าไปทุกที คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหาวหวอดๆเป็นสิบรอบ สัปหงกแล้วสัปหงกอีก จนในที่สุดก็เอนมาซบไหล่เขาเป็นรอบที่ 3 แล้ว คนที่เฝ้ารอก็ยังไม่กลับมา ซ้ำร้ายยังติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก

 

“ ซองยอล ไปนอนในห้องเถอะ ” มยองซูส่งเสียงเรียกพร้อมกับสะกิดที่ต้นขาของอีกคนเบาๆ

 

“ ไม่เอา ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนอูฮยอนฮยอง ” พอโดนทัก อีกคนก็สะดุ้งตื่นขึ้นมางอแง

 

“ อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ”

 

“ งั้นจามเลยไหม ”

 

“ อะไร ” มยองซูขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“ ก็นายบอกว่าหอเรามีขวานนี่ เอามาจามประตู แล้วช่วยอูฮยอนฮยองออกมาเลยดีไหม ” ซองยอลขยายความ พร้อมชี้นิ้วไปยังแม่กุญแจตัวเขื่องที่ซองกยูใช้ล็อคประตูห้องเอาไว้เสียแน่นหนา

 

“ ฉันไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ที่เราจะทำมันในตอนนี้... ”

 

“ แต่ซองกยูฮยองก็ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้าอูฮยอนฮยองไม่สบายจริง ป่านนี้ก็คงแย่แล้ว แล้วถ้าวันนี้เขาเกิดไม่กลับขึ้นมา ฮยองเขาจะเป็นยังไง คิดสิ คิด!!  ” ซองยอลค้านอย่างหัวเสีย ทีตอนแรกอีกฝ่ายพูดปาวๆว่าเป็นห่วงคนในห้อง วางแผนช่วยเหลือเสียดิบดี แล้วตอนนี้คืออะไร!?! สงสัยกลัวซองกยูจนลืมคำพูดตัวเองไปแล้วกระมัง

 

“ ใจเย็นๆ ฉันหมายถึง... ทำไมเราไม่ทำมันตั้งนานแล้วต่างหากล่ะ ” มยองซูบอกพร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนๆ

 

ซองยอลยกยิ้มเมื่อคำตอบที่ได้รับโดนใจเขาอย่างจัง ก่อนจะยกมือไฮไฟว์กับอีกฝ่ายเป็นสัญญาณว่าพวกเขาเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

 

เกือบจะไม่หล่อแล้ว คิมมยองซู ถ้าปล่อยให้เขาเข้าใจผิดนานกว่านี้อีกนิด ซองยอลคงต้องหลงคิดว่าอีกฝ่ายกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปแล้วจริงๆแน่นอน

 

“ งั้นรออะไรล่ะ ไปเอาขวานมาดิ๊ ” แล้วก็ทำทีเป็นออกคำสั่งแก้เก้อไปอย่างนั้น

 

.......................................................

 

ซองกยูกลับถึงหอพักในเวลาเกือบเช้า ผมเผ้า และชุดที่เขาสวมไม่อยู่ในสภาพดีเท่าไหร่นัก ยิ่งผนวกกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าเข้าไปด้วยแล้ว สารรูปของเขาก็ยิ่งดูไม่ได้   

 

เขาเป็นพวกคอแข็ง ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เมา แต่ประเด็นคือระยะนี้ซองกยูอยากเมา นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องใช้เวลาอยู่กับมันนานจนเกือบรุ่งสางแบบนี้

 

เมาแล้วจะได้ลืมเรื่องแย่ๆไปสักพัก แม้ว่ามันจะไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลยก็ตาม

 

พักนี้จิตใจของซองกยูหมองหม่นเหมือนโดนสีเทาฉาบทับไว้จนแทบมองไม่ออกว่ามันเคยมีสีสดใสแค่ไหน

 

ยิ่งเมื่อได้เห็นแม่กุญแจพังๆที่หล่นอยู่ตรงปลายเท้ากับบานประตูที่อ้าออกกว้าง เผยให้เห็นภายในห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้เจ้าของห้อง หัวใจสีเทาของเขาก็แทบจะกลายเป็นสีดำสนิท

 

.......................................................

 

“ นายแบกฮยองเขาดีๆหน่อยดิ ” ซองยอลเตือนมยองซูที่ดูเหมือนจะเดินได้ไม่มั่นคงเท่าไหร่นักเมื่อเจ้าตัวต้องแบกพี่ชายตัวเล็กไว้บนหลัง

 

พวกเขาพาอูฮยอนไปโรงพยาบาลมาเมื่อคืน หลังจากที่พังประตูเข้าไปแล้วพบว่าอีกฝ่ายมีไข้สูง และร่างกายที่ดูอิดโรยมาก หนำซ้ำใบหน้าซีดเซียวยังมีน้ำตาอาบเต็มแก้ม ริมฝีปากที่แห้งแตกจนเลือดซึมเอาแต่เพ้อหาแม่ตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทำเอาซองยอลร้องไห้ออกมาอีกรอบอย่างรู้สึกสะเทือนใจกับสภาพของพี่ชายร่วมวง

 

หลังจากได้น้ำเกลือ ยา รวมถึงวิตามิน สีหน้าของอูฮยอนก็ดีขึ้นมานิดหน่อย นั่นทำให้ซองยอลกับมยองซูเบาใจ แต่ก็ต้องหนักใจอีกครั้งเมื่อคนป่วยฟื้นขึ้นมาแล้วออกปากขอร้องให้พากลับบ้านทั้งที่น้ำเกลือยังไม่หมดถุงด้วยซ้ำ

 

ตอนนี้ซองยอลอยากให้อูฮยอนได้พักเยอะๆ แต่อีกฝ่ายกลับห่วงว่าหัวหน้าวงจะเป็นกังวลกับการหายตัวออกมาโดยไม่ได้บอกกล่าว เลยอยากให้เขาพากลับมากกว่าจะคำนึงถึงสุขภาพของตัวเอง

 

แต่พอนั่งรถมาได้สักพัก ยาที่ทานเข้าไปก็ออกฤทธิ์ อูฮยอนที่ฝืนตัวเองไม่ไหวก็หลับคาเบาะหลัง พวกเขาคิดว่าดีแล้วจึงปล่อยให้หลับจนถึงห้อง

 

วันนี้จะถึงห้องมั้ยฮะ มยองซู!?! มาให้ฉันแบกฮยองเขาเองเถอะ ซองยอลที่คอยช่วยพยุงอยู่ข้างๆบอกอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาเกรงว่าอีกคนจะทำคนป่วยตกจนได้รับบาดเจ็บ ทีนี้ล่ะอาการได้แย่ไปกันใหญ่แน่

 

นายแรงน้อยกว่าฉันอีก อีกคนรีบปฏิเสธ ใจจริงก็ไม่อยากโดนคนผอมแห้งอย่างซองยอลดูถูกหรอก แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แล้วเมื่อคืนยังอดนอน แถมยังต้องคอยเฝ้าคนป่วยอีก เรี่ยวแรงมันก็ย่อมต้องหดหายเป็นธรรมดา

 

ซองยอล!! แอล!! ” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกให้เจ้าของชื่อทั้งสองหันไปหาอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

อ้าว จินอุน ทำไมมาแถวนี้ได้ ซองยอลทักอย่างแปลกใจ ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะได้เห็นเพื่อนร่วมแก๊งคนสนิทของพี่ชายที่อื่นนอกจากหลังเวที หรือตามรายการต่างๆ

 

จินอุนไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับตรงเข้ามาดูอาการของร่างที่อยู่บนหลังมยองซูด้วยความร้อนใจ เมื่อวานตอนที่เขาได้คุยกับอูฮยอนครั้งสุดท้าย เสียงของอีกฝ่ายฟังดูไม่ดีเลย หนำซ้ำหลังจากนั้นยังไม่ยอมรับสาย จนเขาอดห่วงไม่ได้ จึงแวะมาหาก่อนไปทำงาน แต่พอมาเจอสภาพคนที่กำลังเป็นห่วงเป็นแบบนี้แล้วก็พาลให้ยิ่งเป็นห่วงหนักกว่าเดิมอย่างช่วยไม่ได้

 

มา ให้ฉันช่วยเถอะ จินอุนอาสา พร้อมกับค่อยๆแยกอูฮยอนออกจากมยองซู แล้วช้อนตัวร่างบางขึ้นอุ้มเอาไว้เองอย่างง่ายดาย ด้วยสรีระและความแข็งแรงที่ต่างกันมากระหว่างเขากับเด็กๆฝั่งอินฟินิท มันคงจะดีกว่าหากเขาจะเป็นคนอาสาทำมัน

 

และคงจะดีที่สุด หากคิมซองกยูได้เห็นมันด้วย

 

.......................................................

 

วินาทีที่บานประตูเปิดออก ดวงตาสีดำสนิทซองกยูก็มองไม่เห็นอะไรอีก นอกจากร่างของคนรักที่อยู่ในอ้อมกอดของชายชู้ เขามองไม่เห็นอีกสองคนที่เดินนำเข้ามาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือซองยอลกับมยองซู ไม่ได้ยินเสียงน้องร่วมวงทั้งสองคนที่กำลังกล่าวถ้อยคำสำนึกผิดที่ทำประตูพัง ไม่ได้สนใจสีสันที่อยู่นอกกรอบสีดำมืดของตัวเองเลยสักนิด

 

อูฮยอนนอกใจเขาและกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว

 

ประโยคนั้นยังคอยตามหลอกหลอนซองกยูเสมอ ไม่ว่ายามหลับหรือตื่น เจ็บปวดทุกทีที่ได้นึกถึง กระทั่งต้องเบือนหน้าหนีใบหน้าหวานที่เคยทำให้เขารู้สึกรักและเอ็นดูทุกครั้งที่ได้จ้องมอง เพราะยิ่งได้เห็นหน้าอีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจ

 

เคยคิดว่าความเสียใจนั้นคือความรู้สึกที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิต และไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ทำให้มันดำดิ่งลงไปมากกว่านั้น ทว่าวินาทีที่ประจักษ์ด้วยสองตาของตนเองว่าอูฮยอนหนีจากเขา ไปหาคนที่เจ้าตัวปฏิเสธแทบเป็นแทบตายว่าไม่ใช่ชู้ ซองกยูก็ได้รู้ว่าหัวใจของเขามีโพรงหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ภายในนั้น

 

เพราะหากเป็นเรื่องของอูฮยอนแล้ว เขาสามารถเสียใจได้ไม่มีวันสิ้นสุด

 

ความรู้สึกหึงหวง โกรธ เสียใจ น้อยใจตีรวนกันอยู่ในอกของซองกยู ภาพตรงหน้าตอกย้ำ อูฮยอนนอกใจเขาและกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว ให้ชัดเจนขึ้นมากขึ้นไปอีกในใจของเขา

 

ซองกยูปราดเข้าไปกระชากร่างของคนรักให้หลุดออกจากอ้อมแขนของจินอุน ร่างอ่อนแรงของอูฮยอนปะทะเข้ากับอกของเขาไม่เบานัก ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าร่างบางได้สติแล้วเขาจึงปล่อยให้เจ้าตัวยืนด้วยขาของตนเอง

 

ร่างสูงถอยออกมา กอดอกพลางจ้องมองคนตัวเล็กด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง พวกเขาได้แต่ปล่อยให้ความเงียบยึดครองบทสนทนาอยู่นานเป็นนาที ชั่วแวบหนึ่งซองกยูเห็นอูฮยอนเหลือบมองบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา และเริ่มมีท่าทีร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด

 

อูฮยอนสบตาซองกยูด้วยสีหน้าตื่นกลัวและรู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าจินอุนมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

 

หากประเมินจากสายตาและท่าทางของซองกยูแล้ว แน่นอนว่าคนรักของเขาต้องกำลังเข้าใจผิด อีกฝ่ายคงจะรู้สึกแย่ไม่น้อยเลยที่เห็นเขากลับมาพร้อมกับจินอุน และไม่ว่าอย่างไรเขาก็ควรเป็นผู้รับผิดชอบความรู้สึกของร่างสูง

 

อูฮยอนไม่อยากให้ซองกยูต้องรู้สึกโกรธ โมโห หึงหวง หรืออะไรก็ตามแต่ที่เป็นความรู้สึกด้านลบที่รังแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาต้องย่ำแย่ลงไปอีก ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด สิ่งแรกที่เขาควรทำนั่นคือการยืนยันว่าตัวเองอยู่ที่ไหนมาก่อนหน้านี้

 

“ ผมไปโรงพยาบาลมา ”

 

บางทีนะ... อูฮยอนคิดว่าบางที ซองกยูอาจจะใจอ่อน ถ้าได้ยินว่าเขาเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลอาจจะเป็นห่วงเขา จนมองข้ามเรื่องของจินอุนไปก็ได้

 

ซองกยูยกยิ้มมุมปากแทนถ้อยคำเหยียดหยัน เขาไม่รู้สึกประทับใจกับคำแก้ตัวชุ่ยๆที่หลุดออกมาจากปากของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่รู้ไปโรงพยาบาลท่าไหน ถึงได้กลับมาพร้อมกับชองจินอุน อีกฝ่ายคงเห็นว่าเขาโง่มากเลยสินะ ถึงได้โกหกหน้าตายแบบนี้

 

จินอุนอา ซองกยูหันไปเรียกผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงสดใส ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องหมางใจใดๆเกิดขึ้นระหว่างกันมาก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกคิ้วมองกลับมาอย่างสงสัย เขาจึงพูดต่อ นายเคยบอกใช่ไหมว่าหากฉันรับไม่ได้หรือหมดรักในตัวคนๆนี้แล้ว นายยินดีจะรับช่วงดูแลต่อ

 

จินอุนขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ก็พยักหน้าลงช้าๆอย่างยอมรับว่าเขาเคยพูดประโยคนั้นกับอีกฝ่ายจริง

 

ซองกยูตรึงไหล่บางของอูฮยอนไว้ด้วยฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเอง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำหวานของคนรัก ก่อนจะออกแรงผลักร่างบางไปยังทิศตรงข้าม

 

งั้นก็เชิญ! ”

 

TBC

 

 

 

 

 

อ้าว เขาเลิกกันแล้วง่ะ ;-; ตอนหน้าฟิคจะเริ่มเข้าสู่ความน้ำเน่า (เอาจริงๆก็น้ำเน่ามาตั้งแต่แรกแล้วไหม) อยากมีแท็ก อยากคุยกับคนอ่านบ้างง่ะ เอา #กยูอูผิดพลาด แล้วกันโนะ (ตอนแรกจะเอา #ฟิคน้ำเน่า แต่เคยมีคนใช้แล้วงิ)

 

ลงฟิคฉลอง ก่อนอินฟินิทโชว์ไทม์จะมาพรุ่งนี้โนะ เผื่ออ่านแล้วเครียด จะได้ไปดูวาไรตี้หนุ่มๆคลายเครียดโนะ 555



SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #29 sandysmile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 12:01

    ไรท์มาต่อนะคะ ค้างมากเลย สงสารน้องนัม

    #29
    0
  2. #28 mik147 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 16:01
    รออยู่นะค่ะสู่ๆค่ะ~~
    #28
    0
  3. #24 meaw meaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 20:49
    ด่าพี่กยูมาสองตอนละ ตอนที่3 ก็ยังอยากด่าอยู่ 55555555555+
    โอ๊ยยยยยยยยยย อิพี่บ้า
    ใครก็ได้เอาจินอูไปทุบหัวทิ้งที
    #24
    0
  4. #23 lemoncandyjong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 19:55
    อ่านมาไม่รู้ด่าพี่กยูไปกี่คำแล้ว แต่ด่าทุกตอนที่พี่ออก555 สงสารน้องนัมม ทำไมพี่ทำแบบนี้ ???????? มาต่อเร็วๆนะฮ่ะ ><
    #23
    0
  5. #22 Ice\'zz Be\'Icossest (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 23:20
    เห้ยยย คิมซองกยูไมทำงี้ อยากจะบิดให้หูขาด มันน่ามั้ยล่ะห้ะ ฮึ่ยยยย
    #22
    0
  6. #21 AMNuTTy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 19:16
    โอ้ยยยยยยยยยยยยย อิพี่ไม่ฟังอะไรเลย คิดแต่ด้านลบ
    ทำร้ายน้องซ้ำๆซากๆอยู่ได้ ผลักไสเขาแล้วอย่ามาขอคืนนะ ไม่ให้แล้ว ไม่ให้คืนแล้ว
    ทำไมไม่ฟังน้องบ้าง น้องพูดอะไรฟังน้องบ้างดิ คิดเองเออเองฝ่ายเดียว
    ถ้าน้องเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะทำยังไง 
    ดีนะที่มยองซูกับซองยอลพังประตูเข้าไปช่วย ไม่งั้นน้องจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้
    เราจะยกน้องให้คนอื่นแล้ว ไม่ให้พี่แล้ว ไม่ต้องมาสำนึกผิดด้วย โกรธมากก โกรธ

    ถามจริงๆเถอะ พี่ไม่รักน้องแล้วเหรอ ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้ ทำไมพี่ไม่ฟังน้อง
    ทำไมพี่ไม่ถามน้องบ้างว่าน้องอยากพูดอะไรมั้ย ทำไมพี่ม่เชื่อใจ ทำไมพี่ไม่ให้อภัย
    ทำไมต้องโกรธน้องตลอดเวลา น้องก็ห่วงพี่เหลือเกิน กลัวพี่จะรู้สึกไม่ดี กลัวพี่จะเจ็บปวด
    กลัวอะไรจะแย่ลงไปกว่านี้ แล้วดูที่พี่ทำสิ.

    ฮือออออออออ อินอินมาก เสียใจกับซองกยูที่ทำแบบนี้ 555555555555
    เราอินมากจริงๆ นี่จะเกลียดอิพี่แล้วนะที่ทำแบบนี้กับน้อง
    ขอบคุณที่มาต่อน้า ตอนแรกคิดว่าจะไม่ต่อหล้ะ พอเห็นมาหล้ะดีใจมากๆเลย
    รักน้าตัวเอง มาต่ออีก เค้าจะรอ 555555555555555
    #21
    1
    • #21-1 leadnamdaebak(จากตอนที่ 3)
      9 ธันวาคม 2558 / 19:37
      โอ้ เราเพิ่งค้นพบว่าเด็กดีตอบกลับได้ด้วย 555

      งั้นประเดิมเลอออ

      คาแรกเตอร์พี่กยูในเรื่องเหมือนว่าจะดูน่าหงุดหงิดมากเลยเนอะ
      แต่จริงๆแล้ว... ก็น่าหงุดหงิดจริงๆนั่นแหละ อ่ะ ม่ายช่าย
      จริงๆแล้ว พี่กยูเข้าใจว่าตัวเองโดนน้องนัมนอกใจค่ะ จากคำพูดยั่วโมโหของจินอุนตอนที่ 1 เลยเจ็บแค้น
      พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็เลยออกแนวระบายความแค้น ทั้งรักทั้งแค้น
      จับเขาขังไว้ ไม่ให้ติดต่อกับใคร(ชู้นั่นเอง) ไม่อยากให้ไปเจอใคร(ก็ชู้นั่นแหละ) ไม่อยากให้ใครเห็น(ก็ชู้อีกนั่นแล) หวงมากอะไรมาก
      แต่ก็ไม่ดูดำดูดี (พรี่น่าตบตรงนี้ 5555)
      อารมณ์นี้เหมือนหูหนวกตาบอด มองโลกบิดเบี้ยวไป ไม่สวยงามเหมือนที่เคย สรุปพี่กยูใกล้บ้าละค่ะ 5555

      จริงๆเราแต่งๆไปก็เข้าใจพี่กยูนะคะ แต่ก็โมโหด้วยเหมือนกัน 5555 เพราะงั้นคนอ่านจะโมโหพี่กยูก็ไม่ผิดโนะ จับมือๆ

      ขอบคุณที่มาคอมเมนท์ให้นะคะ จะพยายามมาต่อให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้นะค้าาา
      #21-1