INFINITE #LeadNam : ผิดพลาด

ตอนที่ 2 : ความผิดพลาดก้าวที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ก.ย. 57

 

Talk: สวัสดี และขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน มาคอมเมนท์ฟิคชั่นเรื่องนี้มากเลยนะคะ อยากบอกทุกท่านว่า เราดีใจจุงเบยยยยย >///<

 

เนื้อหา ในตอนความผิดก้าวที่สองก็ยังหม่นหมองไม่ต่างจากความผิดก้าวแรก เนื้อหายืดเยื้อบ้าง ไม่สนุกบ้างต้องขออภัยจริงๆค่ะ พอดีแต่งบ้างหยุดบ้าง ขาดช่วงไปนาน พอมาเขียนต่อก็เลยกลายเป็นว่าคนแต่งดันสับสนกับคาแรกเตอร์และความรู้สึกของ ตัวละครซะเอง ฮรื่ออออ TT

 

สุดท้ายยังหวังว่าจะมีคนอ่าน  แต่ถ้าไม่มีคนอ่านก็โทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง ฮรึ่ก (ทดลองเป็นนัมอูฮยอน)

 

 

 

 

 

 

 

ผิดพลาด

ความผิดพลาดก้าวที่สอง

 

 

 

 

 

สองวันมาแล้วที่อูฮยอนได้แต่นอนซมไข้อยู่บนเตียงนอนของตัวเองอย่างหมดประโยชน์ ตารางงานเดี่ยวและการฝึกซ้อมถูกยกเลิกไปโดยปริยายเพราะสุขภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

 

สารรูปของเขาในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับหมากฝรั่งที่คนเขาคายทิ้งเพราะหมดรส เป็นได้แค่ยางเหนียวๆที่หากเผลอไปสัมผัสโดนเข้าก็มีแต่จะทำให้เปื้อนมือ

 

ฮึ้บ ผ้าขนหนูที่ถูกวางไว้บนหน้าผากเมื่อประมาณ 15 นาทีก่อนเริ่มร้อนจัดจนใช้การไม่ได้ ทำให้อูฮยอนจำต้องกลั้นใจยกศีรษะขึ้นจากหมอนทั้งที่เรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมี เพื่อนำผ้าผืนดังกล่าวจุ่มลงในอ่างน้ำอย่างทุลักทุเล

 

ร่างบางต้องทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อลดไข้ให้ตัวเองอย่างไม่มีทางเลือก ใช่ว่าไร้ญาติขาดมิตรขนาดไม่มีใครเคียงข้างคอยดูแลยามเจ็บป่วย หรือจะว่าหอพักของเขากันดารขนาดการแพทย์เข้าไม่ถึง นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ใกล้เคียง

 

เพียงแต่เนื้อตัวของเขาตอนนี้มันสกปรกมอมแมมเกินกว่าจะให้ใครมาเห็น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในวง ผู้จัดการ หรือหมอในโรงพยาบาลก็ตาม

 

ไม่ใช่อูฮยอนหรอก แต่เป็นซองกยูต่างหากที่เป็นเจ้าของความคิดนั้น

 

อึก อูฮยอนได้แต่นิ่วหน้า กัดฟันทนกับอาการปวดหัว ปวดตัว ทรมานจนต้องนอนจิกแขนตัวเองเสียจนเลือดซิบ

 

น่าสมเพชก็จริง แต่เขาไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้แล้ว

 

ช่องทางด้านหลังที่โดนล่วงล้ำอักเสบจนไข้ขึ้นยังเล็กน้อยนักหากเทียบกับแผลพุพองตรงกลางอกกับต้นแขนทั้งสองข้างที่สร้างความปวดแสบปวดร้อนจนทำให้การพลิกตัวแต่ละครั้งเป็นเรื่องยากลำบากถึงขั้นน้ำตาร่วง

 

ก็ความผิดของตัวเองทั้งนั้น จะโทษใครได้

 

อุณหภูมิร่างกายของอูฮยอนไม่ยอมลดลงตราบใดที่แผลยังคงอักเสบ และอาการอักเสบก็คงไม่ดีขึ้นเช่นกันตราบที่ไม่มียารักษา

 

ตั้งแต่ที่ซองกยูว่าจ้างช่างเข้ามาติดกลอนเพิ่มให้กับห้องนอนของอูฮยอน เพื่อที่จะสามารถล็อคประตูจากอีกฝั่งได้ ร่างบางก็เหมือนโดนตัดขาดออกจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย

 

อูฮยอนต้องอยู่ตามลำพังในห้องที่ไม่มีทั้งอาหาร ยา ... หรือแม้กระทั่งน้ำดื่มเพื่อดำรงชีวิต

 

น้ำที่ใช้เช็ดตัวรสเค็มปร่าเริ่มแห้งขอดติดก้นอ่างจากการถูกนำมาซดดื่ม ... อีกไม่นานก็คงหมด ถึงตอนนั้นเรื่องที่จะไม่มีน้ำไว้ใช้เช็ดตัวลดไข้คงไม่เป็นประเด็น เพราะปัญหาสำคัญกว่านั้นคือเขาจะกระเสือกกระสนเพื่อให้ตนเองรอดตายจากอาการขาดน้ำนี้ได้อย่างไรต่างหาก

 

.......................................................

 

แกร๊ก เสียงปลดล็อคดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนของอูฮยอนเป็นครั้งแรกในรอบสองวัน

 

ร่างบางฝืนตาตัวเองให้ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ใครบางคนกำลังย่างเท้าเข้ามาภายในห้อง แต่เป็นเพราะห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง แสงที่ลอดเข้ามาทางช่องว่างระหว่างประตูกับพื้นก็ริบหรี่เกินกว่าจะทำให้มองเห็นอะไรได้ชัดเจน

 

ร่างนั้นทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงพร้อมกับส่งมือเย็นเฉียบจากอากาศภายนอกแตะลงบนหน้าผากของร่างที่นอนอยู่บนเตียงบางเบา

 

อูฮยอนส่งยิ้มผ่านความมืดให้กับสัมผัสอ่อนโยนที่เขาจำได้แม่น ฝ่ามือนุ่มๆที่ร่างบางเคยอ้อนขอกุมเอาไว้เสมอเวลาป่วย ข้อนิ้วเรียวสวยแต่แข็งแกร่งที่คอยสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของเขาในทุกโมงยามไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ... สัมผัสของคนรักของตัวเอง ใครจะลืมได้ลง

 

อูฮยอนเอื้อมคว้ามือนั้นไว้ ก่อนจะพบว่าสิ่งที่ตัวเองจับต้องได้มีเพียงอากาศ ... เปล่าเลย ซองกยูไม่ได้สูญสลายหายไปดั่งภาพในความฝัน อีกฝ่ายไม่ได้ไปไหน ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ข้างๆเตียงของเขา

 

เพียงแต่ซองกยูชักมือหลบเพราะไม่ต้องการให้อูฮยอนโดนตัว นั่นคือความเป็นจริงที่ยิ่งตอกย้ำให้ตัวเขามีสภาพใกล้เคียงกับหมากฝรั่งหมดรสมากขึ้นไปอีก ... หมดคุณค่า ไร้ความสำคัญ

 

ยิ่งเป็นหมากฝรั่งเปื้อนน้ำลายคนอื่นก็ยิ่งน่าขยะแขยง

 

พรุ่งนี้มีงาน ซองกยูบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียง

 

แสงไฟสว่างวาบฉายให้เห็นใบหน้าเฉยเมยของอีกฝ่ายได้ชัดเจน ดวงตาที่ไม่มองสบมาตรงๆ ริมฝีปากที่เม้มสนิทไม่มีคำพูดอะไรต่อจากนั้นอยู่พักใหญ่

 

ซองกยูจัดแจงแบ่งยาที่เตรียมมาใส่ไว้ในแก้วใบเล็ก ก่อนจะนำมันไปตั้งเอาไว้บนหัวเตียง ตามด้วยวางขวดน้ำไว้คู่กันเสร็จสรรพ  

 

กินยาซะ ออกคำสั่งสำทับด้วยน้ำเสียงเนิบๆติดจะฟังดูเหนื่อยหน่ายใจจนอูฮยอนรู้สึกละอายที่ได้แต่นอนเป็นตัวถ่วงความเจริญของคนอื่นอยู่แบบนี้

 

ใจจริงแล้วอูฮยอนยินดีปฏิบัติตามคำสั่ง แต่การพยุงตัวขึ้นนั่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะพิษไข้ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลังไปทุกสัดส่วน ในเวลานี้แม้แต่การยกขวดน้ำขึ้นเปิดฝาก็ยังกลายเป็นเรื่องหินสำหรับเขา

 

ขวดไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับหนักอึ้งจนเกินเรี่ยวแรงที่มี  อูฮยอนจึงเผลอทำมันร่วงหลุดออกจากมือ ตกลงบนพื้นเตียงโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

น้ำจากภายในรินไหลออกจากปากขวดอย่างรวดเร็วตามแรงโน้มถ่วงของโลก ขณะที่อูฮยอนกำลังจะยื่นมือเข้าไปจับให้มันตั้งขึ้นอย่างเก่าก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฝ่ามือของอีกคนฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างแรง

 

ทำให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไง ทำไมต้องให้อะไรๆมันผิดพลาดไปหมด!! ซองกยูส่งเสียงตวาดกร้าวด้วยความหงุดหงิดที่อูฮยอนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ

 

ข... อูฮยอนทั้งรู้สึกเจ็บและตกใจ แต่ก็พยายามจะพูดขอโทษเพื่อให้ซองกยูหายโกรธ หากอีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ได้ต้องการจะรับฟัง

 

พรุ่งนี้ต้องหายนะ เพราะเรามีงาน ซองกยูย้ำคำเดิมซ้ำอีกหน ก่อนสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างฉุนเฉียว

 

น้ำไหลออกจากขวดจนแทบไม่มีเหลือแล้ว และมือของอูฮยอนก็สั่นเกินกว่าจะจับมันตั้งกลับขึ้นมาใหม่

 

เขากลัว ... กลัวทำผิดซ้ำอีก

 

.......................................................

 

อูฮยอนไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก หากไม่ใช่เรื่องงาน

 

ไม่ได้รับอนุญาตให้พกมือถือ ไม่ว่ากรณีใดๆ

 

และไม่มีสิทธิ์ออกจากห้องนอนของตัวเอง ถ้าไม่ได้รับคำอนุญาตจากหัวหน้าวง

 

ทั้งหมดเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการที่ซองกยูยื่นให้กับทางบริษัท โดยให้เหตุผลว่าระยะที่ผ่านมาอูฮยอนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายประการ เป็นต้นว่า ชอบเที่ยวเล่นตอนกลางคืน เฮฮาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนอย่างไร้ขอบเขต ละเลยต่อหน้าที่ สมควรได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน

 

หลังจากข้อเสนอถูกอนุมัติแล้ว สิทธิ์ขาดของการควบคุม ดูแลความประพฤติของอูฮยอนจึงตกอยู่กับซองกยูผู้เป็นหัวหน้าวงไปโดยปริยาย

 

ฮยองทำแบบนี้ไม่ได้ อูฮยอนอุทธรณ์ เมื่อเห็นซองกยูยึดโทรศัพท์มือถือของเขาไว้กับตัวเอง

 

แน่ใจเหรอ? ซองกยูย้อนถามเสียงเรียบพร้อมกับจ้องหน้าจอที่กำลังดับมืดลงด้วยฝีมือของเขาอย่างไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

 

เป็นคำถามง่ายๆหากยากจะหาคำตอบ อูฮยอนรู้ตัวดีว่าเขามีชนักติดหลัง ร่างบางยังคงย้ำเตือนกับตัวเองอยู่เสมอว่าตนมีความผิด และไม่มีสิทธิ์ต่อต้าน ไม่ว่าซองกยูจะต้องการอะไรจากเขาก็ตาม

 

แต่ผมจำเป็นต้องคุยกับบูฮยอนฮยองจริงๆนะครับ ที่ทำได้คงมีเพียงอ้อนวอนขอความเห็นใจจากอีกคน หากไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ อูฮยอนสาบานได้ว่าตนจะไม่มากวนใจซองกยูโดยเด็ดขาด

 

เช้านี้พี่ชายของเขาโทรมาแจ้งข่าวเรื่องอาการปวดหลังอย่างรุนแรงของมารดาและกำลังจะพากันไปตรวจที่โรงพยาบาล แต่ตัวเขาที่ติดงานตามตาราง จึงไม่สามารถไปอยู่เคียงข้างผู้เป็นแม่ได้ มากสุดที่เขาสามารถทำได้ในเวลานี้ก็มีเพียงส่งกำลังใจและติดตามอาการอยู่ห่างๆผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น

 

ตอนนี้บ่ายโมง อีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาอัดรายการแล้ว นายควรอ่านสคริปส์ของตัวเองไม่ใช่หรือไง ฟังดูเป็นข้อโต้แย้งที่สมเหตุสมผล หากใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วซองกยูนึกคิดอย่างไร

 

ปกติอูฮยอนติดมือถือแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ ส่วนใหญ่สักร้อยละเก้าสิบก็เอาแต่คุยแต่แชทอยู่กับกลุ่มเพื่อน 91-line นั่นล่ะ นานๆครั้งถึงจะได้เห็นโทรหาคนในครอบครัว แล้วจู่ๆจะมาบอกว่าตัวเองมีความจำเป็นต้องคุยกับพี่ชาย ให้ตายคิมซองกยูก็ไม่มีวันเชื่อ

 

งั้นถ้าอัดรายการเสร็จแล้ว ฮยองช่วยคืนให้ผมได้ไหม อูฮยอนถามด้วยแววตาคาดหวัง

 

ถ้าในรายการวันนี้ นายทำได้ดี ฉันก็อาจจะคืนให้

 

.......................................................

 

อูฮยอนรู้ตัวว่าเขายังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้สีหน้าซีดเซียวในแบบฉบับของคนไม่สบายจะไม่ถูกนำเสนอผ่านทางรายการวิทยุมากนักก็จริง แต่อารมณ์และน้ำเสียงที่ออกอากาศไปกลับยืนยันถึงอาการป่วยของเขาได้ดียิ่งกว่าอะไร

 

ร่างบางต้องทนฝืนขีดจำกัดของร่างกายอย่างมากเพื่อให้การอัดรายการที่กินเวลานานถึงสองชั่วโมงลุล่วงไปได้ทั้งที่อาการไข้และปวดศีรษะต่างก็คอยรุมเร้าตลอดเวลา ต้องฝืนยิ้มทั้งที่รู้สึกกังวลกับอาการของแม่จวนคลั่ง ต้องฝืนหัวเราะทั้งที่กำลังจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวอยู่แล้ว

 

ทั้งหมดก็เพื่อให้ซองกยูยอมอนุญาตให้เขาได้ใช้โทรศัพท์

 

โชคไม่ดีที่นายไม่ได้รับสิทธิ์นั้น ร่างสูงเปรยขึ้นหลังจบรายการ

 

ขอร้องล่ะฮยอง ผมจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ แม่ผมเพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้

 

ซองกยูเบิกตากว้างด้วยความตระหนก เขาไม่รู้จริงๆว่าจู่ๆจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับครอบครัวของอูฮยอน นึกโทษตัวเองว่าเอาแต่มองอีกฝ่ายในแง่ลบ ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ

 

แล้วทำไมไม่รีบบอกตั้งแต่แรก!! ใจจริงห่วงแสนห่วง แต่ยังไว้ท่า ซองกยูหยิบมือถือของอูฮยอนขึ้นมาเปิดเครื่อง คิดจะต่อสายถึงพี่ชายของอีกฝ่ายให้ด้วยตนเอง เพราะต้องการแน่ใจว่าปลายสายจะเป็นนัมบูฮยอนจริงๆไม่ใช่ใครอื่น

 

“ RRRRRRRRRRRR ”

 

เสียงเรียกเข้าจากมือถือของอูฮยอนดังขึ้นขัดจังหวะความตั้งใจเดิมของซองกยู นิ้วเรียวที่สไลด์ไปมาอยู่บนจอเมื่อครู่หยุดชะงักในทันทีที่ 3 พยางค์ของชื่อของบุคคลที่เขาเกลียดแสนเกลียดปรากฏชัดเจนอยู่ในสายตา

 

ชองจินอุน

 

ชื่อผู้ติดต่อที่ขึ้นหราอยู่บนหน้าจอทำเอาเส้นเลือดบนขมับของร่างสูงเต้นตุบจนปวดหนึบ ฝ่ามือของเขาบีบแน่นเข้ากับตัวเครื่องด้วยความโกรธเกรี้ยวจนต้องรีบกดตัดสายเพราะเกรงว่าตัวเองจะระงับอารมณ์ไม่อยู่

 

ซองกยูลองไล่ดูบันทึกข้อมูลการโทรจากในเครื่อง เขาพบว่าชองจินอุนคือบุคคลที่อูฮยอนติดต่อด้วยล่าสุด แทนที่จะเป็นนัมบูฮยอน คนที่ร่างบางใช้เป็นข้ออ้างว่ามีธุระด้วย ทั้งโปรแกรมไลน์และคาคาโอทอล์คก็พบแต่การแจ้งเตือนจากผู้ชายคนนั้นอยู่เต็มไปหมด

 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นใจให้เขาหูตาสว่างว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้อูฮยอนกระสันอยากได้โทรศัพท์ของตัวเองคืนถึงขนาดนั้นไม่ใช่บูฮยอน

 

แต่เป็นจินอุนคนนั้นต่างหาก!!

 

ซองกยูหายใจติดขัด เมื่อความจริงเปิดเผยว่าลับหลังเขา อูฮยอนกับจินอุนยังคงติดต่อกันอยู่ ทั้งที่รู้ดีว่าเขาจะต้องรู้สึกเจ็บปวด ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกระทำแบบนั้นมันคือการนอกใจ

 

ทั้งๆที่รู้ก็ยังจะทำ

 

“ RRRRRRRRRRRR ”

 

เสียงเรียกเข้าที่เคยเงียบไปแล้วรอบหนึ่ง ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมขีดจำกัดความอดทนของซองกยูที่กำลังจะหมดลง และทันทีที่เห็นว่ายังคงเป็นคนๆเดิมที่พยายามติดต่อเข้ามาหาร่างบาง เขาก็ตัดสินใจปิดเสียงก่อนรีบเดินหลบออกมาจากห้องจัดรายการโดยไม่แม้แต่จะร่ำลาใคร

 

ระหว่างทางซองกยูจงใจลดฝีเท้าลง เพื่อให้บุคคลที่มีร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนแอจัดอย่างอูฮยอนสามารถติดตามมาได้ทัน เขาเลือกมุมอับของลานจอดรถเป็นสถานที่ปลายทาง เพราะหมายจะพูดเคลียร์กับอีกคนและไม่ต้องการให้มีใครเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องของพวกเขา

 

“ RRRRRRRRRRRR ”

 

ไอกู! ดูซิว่าใครเอาแต่โทรมาหานายตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไม่ยักกะมีนัมบูฮยอนสักสายเลยแฮะ... อ้อ เว้นแต่ว่านายจะเมมเบอร์พี่ตัวเองว่าชองจินอุนน่ะนะ ซองกยูประชดพร้อมกับยกมือถือขึ้นแกว่งตรงหน้าร่างบาง

 

เมื่อเช้าจินอุนโทรมา หลังจากที่ผมคุยเรื่องแม่กับบูฮยอนฮยองเสร็จพอดี ผมเลยเล่าให้เขาฟังด้วย นี่ก็คงอยากรู้ความคืบหน้าของอาการแม่ผม เลยโทรมาหาน่ะครับ ร่างบางอธิบายโดยละเอียด เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด

 

ว้าว เป็นห่วงเป็นใยกันดีจังเลยนะ ปากว่าดี แต่ในใจร่างสูงกลับไม่ได้คิดตามนั้นเลยสักนิด

 

ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ครับ รู้ดีว่ากำลังโดนประชด หากอูฮยอนกลับไม่แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด

 

หลังจากทำแบบนั้นลงไป พวกนายยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่อีกเหรอ ร่างสูงถามเสียงเยาะ

 

ผมเสียใจ แต่พวกเราต่างพลาดพลั้งด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีใครต้องการให้มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องเลิกคบเป็นเพื่อนกับจินอุนนี่ครับ ร่างบางเพียงแต่พูดไปตามมุมมองของเขา

 

นายยังไม่รู้สันดานของหมอนั่นดีน่ะสิ ถึงได้กล้าพูดแบบนี้ ซองกยูเข่นเขี้ยว แค่นึกถึงสีหน้ายียวนกวนบาทาของชองจินอุนในวันนั้น เขาก็โมโหจนตัวสั่นแล้ว

 

จินอุนก็ส่วนจินอุน แต่แม่ผมก็อีกเรื่องนึงนะครับ ฮยองอย่าเอามาปนกัน อูฮยอนหัวเสียนิดหน่อยยามได้ฟังถ้อยคำดูแคลนเพื่อนสนิทของเขาจากปากของคนรัก ใจจริงนึกอยากแก้ต่างให้จินอุนอยู่เหมือนกัน แต่ติดที่ความร้อนใจ ต้องการใช้มือถือมีมากกว่า จึงไม่ได้ทำอย่างที่ใจอยาก

 

นายกำลังสอนฉันเหรอ

 

เปล่านะครับ ผมแค่จะยืนยันว่าตัวเองต้องการมือถือคืนเพราะเรื่องแม่จริงๆ ไม่เกี่ยวกับจินอุน อูฮยอนเอาน้ำเย็นเข้าลูบ หวังให้ร่างสูงผ่อนคลายความตึงเครียดลง

 

ถึงนายจะว่าอย่างนั้น แต่ก็เห็นๆกันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไรน่ะนะ ซองกยูพูดพลางพยักเพยิดไปทางหน้าจอที่มีแสงไฟกระพริบจากการที่มีผู้โทรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

ถ้างั้นเพื่อความสบายใจของฮยอง ผมสัญญาว่าจะไม่รับสายจินอุนเด็ดขาด!

 

คำพูดของคนเคยนอกใจจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่ซองกยูยังคงคาใจมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเคยโดนหักหลังมาครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะไม่โง่โดนหลอกซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง   

 

คงเชื่อได้หรอกนะ! โทษทีเถอะ เห็นทีฉันคงอนุญาตเรื่องมือถือของนายไม่ได้แล้วล่ะ ร่างสูงให้คำตัดสิน

 

ถ้าเป็นเรื่องจินอุน ผมเข้าใจ แต่นี่แม่ผมกำลังป่วยนะ ฮยองมีสิทธิ์ทำแบบนี้ด้วยเหรอ!?! ” อูฮยอนถามอย่างมีอารมณ์ เพราะเริ่มหมดความอดทนกับความเอาแต่ใจที่ไร้เหตุผลของอีกฝ่าย

 

ก็ใครจะไปรู้ว่าบางทีนายอาจจะแค่กุเรื่องแม่ขึ้นมาเป็นเหตุผลบังหน้า เพราะอยากคุยกับชู้ก็ได้นี่ ซองกยูพ่นคำปรามาสออกไปโดยไม่ยั้งคิดด้วยเชื่อสนิทใจไปแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังนอกใจตัวเองอยู่

 

อูฮยอนได้แต่อึ้งกับคำกล่าวหาแสนร้ายกาจที่หลุดออกมาจากปากของคนรักซึ่งทำร้ายเขาได้ดียิ่งกว่าอาวุธชนิดไหนในโลก

 

ซองกยูเปลี่ยนไปมาก ทั้งคำพูดคำจา กระทั่งสายตาที่มองมาก็ยังแปรเปลี่ยนไปจากเดิมจนแม้แต่คนโง่เง่าอย่างเขายังรู้สึกถึงมันได้ดี

 

 

ไม่มีแล้วหรือ    ความเชื่อใจที่เคยมีให้กัน

 

หมดไปแล้วหรือ    ความห่วงใยที่เคยมอบให้

 

สูญเสียไปแล้วจริงๆหรือ   ความรักของเรา 

 

 

ผมไม่ได้มีชู้ ไม่ได้กุเรื่องอะไรทั้งนั้น! อูฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธ

 

ถ้าอยากให้เชื่อก็พิสูจน์สิ ซองกยูท้าพร้อมส่งมือถือคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ

 

ฮยองต้องการให้ผมทำอะไร ร่างบางถามด้วยไม่เข้าใจในความประสงค์ของอีกฝ่าย

 

ทำลายมันทิ้งซะ! แทนการยืนยันว่านายจะไม่ติดต่อกับเพื่อนรัก ของนายอีก

 

ทำไมต้องให้ทำถึงขนาดนั้น!?!

 

เพราะสัญญาลมปากของนายมันเชื่อไม่ได้น่ะสิ!! เมื่อไหร่ก็ตามที่นายยกมือถือขึ้นมากด ฉันก็จะอดระแวงไม่ได้ว่านายกำลังนอกใจฉัน ... ฉันอดคิดถึงมันไม่ได้เลยจริงๆ นายเป็นคนฝังความรู้สึกแย่ๆแบบนี้เอาไว้ในใจฉันด้วยมือของนายเอง รู้เอาไว้ซะ!! ซองกยูระเบิดอารมณ์เกรี้ยวกราด ราวกับคนที่คลั่งรักจนหน้ามืดตามัว กระทั่งมองตรรกะและเหตุผลของสิ่งต่างๆผิดเพี้ยนไปหมด

 

ผมเข้าใจความรู้สึกฮยองนะครับ แต่มันไม่เห็นเกี่ยวกันเลย เพราะหากผมคิดจะมีคนอื่นอย่างที่ฮยองว่าจริง ถึงไม่มีมือถือ ผมก็มีได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ อูฮยอนแย้งตามหลักความเป็นจริง

 

ฉันกำลังจะเป็นบ้าก็เพราะนาย แต่ดูเหมือนนายจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสินะ ถึงยังปากดีได้อยู่แบบนี้น่ะ

 

อูฮยอนอยากเถียงซองกยูใจจะขาดว่าที่เห็นเขาสงบนิ่งไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกรู้สา แต่เป็นเพราะร่างบางไม่ได้เป็นอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวหาต่างหาก เขาถึงได้ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ หรือร้อนตัวจนต้องดิ้นรนทำตามเงื่อนไขของร่างสูงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้

 

เพราะเขายังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นให้ปกป้อง

 

“ RRRRRRRRRRRR ”

 

เป็นอีกครั้งที่สัญญาณเรียกเข้าของมือถือดังขึ้น ขัดบทสนทนาที่กำลังมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อไปอีกยาวนานของทั้งสองคนให้ชะงักลง

 

ชื่อผู้ติดต่อที่เห็นบนหน้าจอเรียกรอยยิ้มแห่งความสุขให้ปรากฏบนใบหน้าเนียนใสของอูฮยอนได้เป็นครั้งแรกในรอบวัน3 พยางค์ที่เพียงแค่เห็น ก็ทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นได้อย่างประหลาด

 

ซองกยูจ้องมองสีหน้าชื่นมื่นของอูฮยอนด้วยแววตาชิงชัง ดวงตาเศร้าสร้อยที่เปลี่ยนมาเป็นสดใสอย่างฉับพลันด้วยอิทธิพลของคนที่อยู่ปลายสายของร่างบาง ทำเอาเขาร้อนรนจนแทบบ้า ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทำท่าว่าจะรับสาย หัวใจเขาก็แทบระเบิดออกมานอกอก

 

ทนไม่ไหวแล้ว!!

 

ซองกยูตรงเข้าแย่งมือถือของอูฮยอนจากมือเจ้าตัว ก่อนจับเขวี้ยงลงพื้นอย่างแรงจนมันแตกกระจาย เขามองหน้าจอที่แหลกร้าวด้วยสายตาเหยียดหยัน แค่นึกถึงชื่อชองจินอุน ก็พาลให้รู้สึกหงุดหงิดจนต้องยกเท้ากระทืบซ้ำใส่มันเสียหลายที จนตัวเครื่องพังยับ ผิดรูปผิดทรง ไม่เหลือชิ้นดี

 

ฮยองทำอะไรลงไป!! อูฮยอนถามด้วยความโมโหจนแทบกรีดร้อง

 

ก็เตือนไว้แล้วนี่ เมื่อไหร่ที่นายยกมือถือขึ้นมา เมื่อนั้นนายนอกใจฉัน

 

แต่เมื่อกี้คนที่โทรมาคือบูฮยอนฮยองนะครับ

 

 

 

โกหก! ”

 

 

 TBC

 






SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #18 maesaaaa.infinite (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 19:46
    มาอัพต่อเร็วๆน้ะค้ะเป็นกำลังใจให้ค้ะ :))))
    #18
    0
  2. #16 GW_INSPIRIT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 15:41
    เฮียใจร้ายยยยย รู้นะว่าเหตุการณ์นั้นอาจทำให้เฮียระแวง
    แต่ดูเหมือนว่าเฮียจะไร้เหตุผลไปนะ
    วันไหนที่นัมเจ็บปางตายเฮียจะเสียใจนะ
    รักแล้วอย่าทำแบบน้สิ สงสารน้องบ้างเหอะ
    ตัวต้นเหตุก็หยียวนเฮียแกจัง
    นัมต้องกับอะไรบ้างรู้ไหมเนี่ยยยย
    รอตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆจร้าา
    #16
    0
  3. #14 meaw meaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 16:42
    เรากลับรู้สึกไม่ชอบจินอุล และไม่ค่อยชอบความเกรงใจที่อูฮยอนมีต่อจินอุล
    ไม่รู้สิ ..........ถ้าอูฮยอนหนักแน่นกว่านี้ เข้มแข็งกว่านี้คงไม่ปล่อยให้จินอุลเข้ามาทำร้ายได้มากขนาดนี้
    เห็นใจทุกฝ่ายนะแต่ในเมื่อต้องเลือก....เราก็อยากให้อูฮยอนหนักแน่น และทำให้พี่กยูเขื่อมั่นในตัวเองให้ได้
    #14
    0
  4. #13 patty'inspirit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 16:06
    ว้ากกกก เกินไป แบบนี้มันเกินไปแล้ววววว
    อิพี่กยูบ้า น้องจะติดต่อเรื่องแม่นะโว๊ยยยยย
    มาหึงหวงอะไรให้มันเข้าเรื่องหน่อยดิ
    แล้วที่ทำนี่นึกถึงความรู้สึกน้องบางมั้ย ห๊าาาาา
    ที่ทำนี่เขไม่เรียกรักนะเว้ย นี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่มะ ห๊าาาา
    โมโหพระเอก ฮึ้ยยยยย
    #13
    0
  5. #12 mowaziye (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 12:34
    นี่แค่ก้าวที่สองเองทำไมมันหนักขนาดนี้ T T เมื่อตอนแรกก็เห็นว่าพี่กยูรุนแรงกับน้องไปแล้ว มาตอนนี้ก็ยังไม่พออีกหรอ รู้สึกผิดเลยที่แอบเข้าข้างพี่กยูเมื่อตอนก่อน มันเป็นเรื่องที่ทำใจรับได้ยากก็จริง แต่ที่พี่ทำมันก็เกินจะรับได้เหมือนกันนะ เรื่องที่มันเกิดขึ้นอาจจะผิดสำหรับฐานะคนรัก แต่นัมก็เป็นน้องในวงคนนึงมันเกินไปนะพี่กยูที่พี่ทำแบบนี้ โมโหโกรธไม่สนใจใคร มันไม่ใช่แล้วนะพี่กยู ~^~ เปิดตาของพี่ให้กว้างๆแล้วมองเหตุผลของนัมนิดนึงก็ยังดี เรื่องบ้างเรื่องมันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโกหกกันหรอก
    เราละสับสนกับตัวเองจริงตกลงจะให้ใจใครดี  
    แบบว่าดีใจอ่ะเห็นอัพ แต่พออ่านแล้วเข้าโหมดแซดเลย
    รอก้าวต่อไปนะคะ >< เป็นฟิคที่กระชากความรู้สึกจริงๆ สู้ๆนะ  ^^. 
    #12
    0