นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

INFINITE #LeadNam : Happy (or Not) New Year -End-

โดย leadnamdaebak

คืนวันแห่งความสุขของคิมซองกยูต้องจบลงในวันปีใหม่ เพราะการจากไปของคนรัก...

ยอดวิวรวม

361

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


361

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 มี.ค. 59 / 18:08 น.
นิยาย INFINITE #LeadNam : Happy (or Not) New Year -End-

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
Sunggyu x Woohyun
 
ปล.  เอาฟิคเก่ามาหากิน  =w=
ปล.2  สุขสันต์วันปีใหม่ 2559 ค่ะ เพื่อนผองชาวไทยทุกโคนน
 
 
 

? hk freetheme;}

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 มี.ค. 59 / 18:08


Happy (or Not) New Year 

Sunggyu x Woohyun

 

ผมย่างเท้าไปตามเส้นขอบถนนด้วยความเชื่องช้า มีเพียงเสียงไซเรนจากรถพยาบาลช่วยนำไปสู่ปลายทาง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้าบดบังทัศนียภาพที่ผมต้องการเห็นไปหมดสิ้น

 

เมื่อหลายนาทีก่อน ขณะที่ผมเพิ่งเสร็จจากตารางงานเดี่ยวของตัวเอง ซองจงโทรเข้าเครื่องผม แจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิตให้ผมทราบ

 

กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้ผมต้องยู่หน้าลงนิดหน่อยด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่กระนั้นฝีเท้าก็ยังไม่ลดละ

 

และแล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้ผมเอาชนะกลิ่นชวนคลื่นเหียนนั่นได้เป็นผลสำเร็จ เพราะปลายทางที่ผมต้องการจะไปในตอนแรกนั้นร่นระยะลงเหลือเพียงความยาวของช่วงขาผมแค่เพียงก้าวเดียว

 

รอยเลือดสดๆลากเป็นทางยาวไปตามพื้นถนนไม่ต่ำกว่า 5 เมตร และมาบรรจบลง ณ ตรงที่ผมยืนอยู่พอดี ใกล้กันมีห่อผ้าสีขาว ความยาวพอๆกับความสูงของคนวางราบให้เห็นได้เด่นชัด

 

ผมนึกถึงเนื้อหาในประโยคของซองจง เสียงของเขาฟังดูติดๆขัดๆ ข้อความที่สื่อออกมาจึงทำให้ผมจับใจความได้เพียงแค่ว่ามีใครบางคนโดนรถชน และให้รีบมาที่เกิดเหตุเพียงเท่านั้น

 

เขาเสียชีวิตคาที่ เสียงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้น แต่ผมไม่ได้สนใจฟังสักเท่าไหร่ เพราะคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องมาพูดกับคนไม่เกี่ยวข้องอย่างผม

 

ซองกยูฮยอง โฮย่าเป็นคนเรียกและรั้งข้อมือผมเอาไว้

 

................. ผมส่งสายตาเป็นคำถาม แต่เขากลับไม่มีอะไรจะพูดกับผม

 

ฮ...ฮยอง ฮึก ต้อง...ทำใจดีๆ..ฮึก ...เอาไว้นะ ดงอูพูดประโยคนั้นออกมาทั้งที่น้ำตานองเต็มสองแก้ม ดูๆแล้วผมว่าเขาควรจะเก็บประโยคนั้นไว้บอกกับตัวเองมากกว่า

 

ผมกวาดสายตามองโดยรอบ เห็นซองยอลในอ้อมกอดของมยองซู ทั้งสองมีสีหน้าหม่นหมองไม่ต่างกัน ใกล้กันนั้นยังมีซองจงที่นั่งท่าหมดอาลัยตายอยากอยู่ริมฟุตบาท

 

แล้วอูฮยอนไปไหนซะล่ะ ผมถามอย่างนึกเป็นห่วงเจ้าตัวเล็กจอมแสบประจำวง  

 

เขาก็อยู่ในห่อผ้านั่นไงล่ะฮยอง

 

ซองยอลตอบพร้อมกับหลุดเสียงสะอื้นตามออกมา ผมค้านประโยคของเขาอยู่ในใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่อูฮยอนจะเข้าไปอยู่ในนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องตลกสักหน่อย

 

ผมส่งยิ้มฝืดให้กับมุขตลกร้ายที่ถูกพ่นออกมาจากปากเจ้าของฉายาเด็กประถมประจำวง แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่สาวเท้าถอยห่างออกจากจุดนั้นอย่างช้าๆ ผมรู้ดี เด็กนั่นชอบแกล้งคนเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว ผมจะไม่ตกหลุมพรางเขาง่ายๆหรอก

 

ฮยองจะไปไหน อีกรอบที่โฮย่ารั้งข้อมือผมเอาไว้พร้อมคำถาม

 

หาอูฮยอน

 

เขาไม่อยู่กับพวกเราแล้วฮยอง เขาเสียแล้ว

 

ฮ่าๆ บ้ารึเปล่า เมื่อคืนยังคุยกันอยู่เลย

 

ผมกับอูอยอนนอนคุยกันเกี่ยวกับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกหนึ่งวันข้างหน้าซึ่งนั่นก็หมายถึงเที่ยงคืนของวันนี้

 

เราวางแผนเดทวันสิ้นปีกันที่โน่นที่นี่เต็มไปหมด แต่ติดที่ตารางงานอันแน่นขนัดของผม สุดท้ายเลยอาจจะทำได้แค่เดทกันบนเตียงเหมือนอย่างปีที่ผ่านมา

 

ยอมรับความจริงเถอะฮยอง น้องไปสบายแล้ว ดงอูว่าทั้งน้ำตา

 

ฉันจะเชื่อเรื่องบ้าๆนี่ได้ยังไง ผมเกือบจะขำออกมาด้วยซ้ำเมื่อถึงประโยคนี้ เจ้าพวกขี้แกล้งทั้งหลายแผนสูงเหลือเกิน อยากอำกันถึงขนาดลงทุนแช่งชักหักกระดูกเพื่อนร่วมวงแบบนี้ ผมคงประมาทไม่ได้แล้วล่ะ

 

ฮยอง มาส่งอูฮยอนฮยองเป็นครั้งสุดท้ายกันนะ ซองจงดึงข้อมือผมให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้นถนนตรงหน้าห่อผ้าสีขาวนั้น

 

เจ้าหน้าที่คลายปมทั้งสองด้านของห่อผ้าออกเผยให้เห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ข้างใน นั่นเป็นศพของนัมอูฮยอนจริงๆอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ผมกลั้นใจสูดกลิ่นคาวในอากาศผ่านลงลำคอไปอย่างเชื่องช้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันยากแก่การทำใจยอมรับเกินไป

 

ความจริงผมรู้ตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่แล้ว ตอนที่ซองจงโทรมา เจ้าเด็กน้อยที่พูดจาฉะฉาน ถึงแม้จะมีเสียงสะอื้นแทรกเข้ามาเป็นระยะ แต่เนื้อหาที่ผมได้ยินก็ชัดเจนเข้าไปจนถึงแก่นสมอง

 

อูฮยอนฮยองโดนรถชน ที่ถนน xxx เขาเสียชีวิตแล้ว

 

เพียงแต่หัวใจมันไม่ยอมรับ

 

เขาเสียชีวิตคาที่

 

ผมเมินเฉยต่อสุ่มเสียงตอกย้ำอันร้ายกาจของเจ้าหน้าที่ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เพียงเพราะมันเป็นข้อมูลที่ผมไม่ได้ต้องการจะฟัง

 

ตอนที่เห็นน้องๆอยู่กันครบยกเว้นอูฮยอน ผมก็ตระหนักได้ชัดเจนแล้วว่าทุกสิ่งที่ได้ยินมาเป็นเรื่องจริง แต่กระนั้นก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ เพราะไม่อยากยอมรับความจริง

 

เขายังคงสวยงามเสมอในความรู้สึกของผม เพียงแค่ใบหน้าขาวซีดเกินกว่าปกติไปหน่อย และการแต่งหน้าแฟนซีแบบนั้นก็ดูจะไม่เข้ากับบุคลิกของเขาเท่าไหร่นะผมว่า

 

แต่เศษซากมันสมองที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆกันนั้นสิ ดูตลกกว่าอะไรทั้งหมด เพราะผมไม่คิดหรอกว่ามันจะไหลออกมาจากสมองน้อยๆของนัมอูฮยอนได้ ... ปริมาณมันเยอะเกินไป

 

ใช่ ผมกำลังเสียดสีเขาว่าโง่ เด็กคนนี้โง่มากจริงๆที่เดินไปให้รถมันชนเอา

 

อูฮยอนไม่หายใจเหรอ ผมส่งคำถามออกไปอย่างเลื่อนลอย

 

อืม เขาไม่หายใจ

 

ลองพาไปโรงพยาบาลดูก่อนมั้ย ฮยองรู้จักหมอเก่งๆอยู่หลายคน หมออาจจะทำให้เขาฟื้นได้ ผมว่าพลางพยายามโกยเศษมันสมองที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมารวมกันไว้ในฝ่ามือให้ได้มากที่สุด เพราะเกรงว่าหากอีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาพร้อมกับสมองกลวงๆแล้วจะดำเนินชีวิตลำบาก ปกติหมอนี่ก็ดูแลตัวเองไม่ค่อยรอดอยู่แล้ว ถ้าไม่มีสมองอีก คงเข้าขั้นวิกฤตเลยล่ะ

 

ฮยอง อย่าเป็นแบบนี้สิ ฮึก.. คนตายไปแล้ว จะฟื้นขึ้นมาอีกได้ยังไง ฮื่ออ ซองยอลใช้ฝ่ามือบีบหัวไหล่ทั้งสองข้างของผมพร้อมกับออกแรงเขย่าไปมาอย่างรุนแรงจนผมได้สติ

 

ย...อย่า...พูดแบบนั้น.. ฮึก...อ..อูฮยอน... ผมโอบร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงขึ้นแนบอก กกกอดร่างกายเบาหวิวแนบแน่น ปล่อยสะอื้นออกมาเงียบๆภายใต้อากาศเย็นเฉียบในวันสุดท้ายของปี

 

วันที่ 31 ธันวาคม 2015 เป็นวันที่บนถนนคราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านรวงข้างทางถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองถ้วนทั่วทุกแห่งหน แต่ท้องฟ้ายามบ่ายของผมกลับดูมืดมิดมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา

 

31 ธันวาคม วันสุดท้ายแห่งปี 2015 เป็นวันที่ผมต้องสูญเสียคนรักของตัวเองไปตลอดกาล

 

.....................*.*.*.* ..................... *.*.*.* .....................

 

นัมอูฮยอนไม่ใช่คนซุ่มซ่ามขนาดหนักอย่างคิมมยองซู เพียงแต่ไม่ค่อยระมัดระวังเพราะปกติมีผมตามดูแลจนเคยตัว ทำให้หมอนั่นกลายเป็นคนไม่ใส่ใจตัวเองไปในที่สุด

 

อูฮยอนเป็นสมาชิกอินฟินิทที่เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยที่สุดนับตั้งแต่เดบิวต์มา ป่วยไข้ไม่ว่า แต่ที่รับไม่ได้ที่สุดคือความซุกซนของเจ้าตัว ที่บางครั้งก็ถึงขั้นทำให้เลือดตกยางออก

 

คิดอยากจะตีซ้ำให้เข็ดหลาบ แต่ติดที่ใบหน้าหงอยๆของเขาเวลาที่ได้ยินเสียงดุๆของผมนี่แหละ ถึงทำให้ผมทำได้แค่คิดเรื่อยมา

 

แต่หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมว่าผมจะตีเขาแรงๆ เอาให้เนื้อเขียว แล้วเตือนให้เขารู้จักใส่ใจดูแลตัวเองให้มากกว่านี้

 

วันที่ไร้นัมอูฮยอนอยู่เคียงข้างไม่เคยมีอยู่ในสมองผมด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป จนผมยังจินตนาการไม่ออกเลยว่าจากนี้ผมจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปอย่างไรด้วยหัวใจที่ว่างเปล่าดวงนี้

 

ผมใช้เวลากับตัวเองอยู่ตรงมุมห้องเพียงลำพังพลางกวาดสายตามองรอบๆบ้านด้วยความรู้สึกวูบโหวงในใจ มองไปทางไหนก็ยังรู้สึกเหมือนเห็น เงา ของคนที่จากไปแล้วอยู่ในทุกๆจุดของปลายสายตา

 

ต้นสนขนาดใหญ่กลางบ้านยังไม่ได้ถูกยกออกไปไหนตั้งแต่คริสมาสต์ที่ผ่านมา สายรุ้งก็ยังคงประดับอยู่โดยรอบ แม้แต่ลูกโป่งหลากสีก็ยังสุมกันอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง

 

ทิ้งเอาไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ปีใหม่แล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาติดมันอีกรอบ

 

อูฮยอนเป็นคนออกไอเดียให้พวกเราคงสภาพห้องไว้แบบนี้จนกว่างานเฉลิมฉลองในวันสิ้นปีจะผ่านพ้นไป

 

บอสบอกเราว่างานศพจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้นะฮยอง ดงอูบอก ผมได้แต่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

พวกเราช่วยกันทำอาหารเล็กๆน้อยๆไว้ฉลองปีใหม่ด้วยล่ะ ฮยองมาฉลองด้วยกันนะ เจ้ามักเน่แทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างกระตือรือร้น เพราะอยากขจัดบรรยากาศแห่งการสูญเสียนี้ออกไป

 

นายคิดว่าฉันจะมีอารมณ์อยากฉลองอะไรอีกหรือไง!! ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นทำให้อีซองจงจบรอยยิ้มของตัวเองลงก่อนจะแทนที่มันด้วยม่านน้ำตาในทันที

 

ฮยองใจเย็น! ซองจงแค่หวังดีน่ะ เขาไม่อยากเห็นฮยองเอาแต่จมอยู่กับความเสียใจ โฮย่าเตือนสติผม พลางรั้งร่างบางของซองจงเข้าไปกอดปลอบ

 

ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ผมควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ลำบาก แต่โฮย่ากลับมีเหตุผลเหนือกว่า เขาแข็งแกร่งเสมอไม่ว่ากับเรื่องอะไรก็ตาม นั่นทำให้ผมรู้สึกนับถือเขาจากใจจริง

 

อย่าร้อง ซองจง ฮยองขอโทษ ผมพูดพร้อมกับลูบศีรษะทุยๆของเจ้ามักเน่ อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับคำขอโทษจากผมแต่โดยดี

 

อูฮยอนฮยองทำเค้กนี่แช่ตู้เย็นเอาไว้ตั้งแต่เที่ยงแล้ว เขาตั้งใจจะฉลองปีใหม่กับพวกเรา แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว ถ้าฮยองไม่อยากให้มีงานฉลอง เค้กก้อนนี้ก็คงเป็นหม้าย ซองยอลพูดพร้อมกับยกถาดเค้กไอศกรีมก้อนใหญ่ออกจากช่องแช่แข็งด้วยสีหน้าเศร้าๆ  

 

เค้กไอศกรีมขนาด 3 ปอนด์ ที่หมดเปลืองของตกแต่งไปเสียเยอะจนแทบไม่เหลือเนื้อที่ให้ลงข้อความใดๆบนหน้าเค้ก เป็นเค้กไม่แคร์หน้าตาแต่เน้นความอร่อยตามสไตล์คนตัวเล็กจริงๆ

 

อูฮยอนเป็นคนชอบทำอาหารและเขาก็ค่อนข้างจะทำมันได้ดีเสียด้วย เสียก็แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้ทำมันอย่างเป็นจริงเป็นจังสักเท่าไหร่ ครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสได้ชิมเค้กของเขานั่นก็ผ่านมานานนับปีแล้ว

 

ระหว่างหัวใจกับร่างกาย ฮยองอยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่จากผมมากกว่ากัน

 

ยังจำได้ดีถึงคำถามของอูฮยอนเมื่อหลายวันก่อน

 

ร่างกายสิ มีเซ็กส์กับนายเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแล้วรู้เปล่า

 

แค่เพราะต้องการจะแหย่เขา ผมถึงได้ตอบกลับไปแบบนั้น แต่อีกคนกลับคิดเป็นจริงเป็นจังจนเกือบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ

 

งั้นคอยดูนะ ปีใหม่นี้ผมจะหาของขวัญที่ดีกว่าเซ็กส์มาให้ฮยองให้ได้ เอาให้สมองหื่นๆของฮยองลืมเรื่องใต้สะดือไปเลยล่ะ

 

เพียงพักเดียวก็กลับมาเป็นอูฮยอนผู้มั่นใจเหมือนเดิม จนผมเกือบจะตามอารมณ์เขาไม่ทัน ก็ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ แล้วยิ้มส่งด้วยความเอ็นดูอย่างทุกที

 

ไม่ว่า ของขวัญที่ดีกว่าเซ็กส์ ในความหมายของอูฮยอนจะหมายถึงเค้กนี่หรือไม่

 

แต่ผมก็ไม่รู้สึกยินดีที่ได้มันมาเลยสักนิด

 

เค้กแสนอร่อยฝีมือคนรัก ...ก้อนสุดท้ายในชีวิต... คงไม่มีของขวัญปีใหม่ปีไหนที่จะให้ความรู้สึกหดหู่ไปมากกว่านี้อีกแล้วจริงๆ

 

อูฮยอนกำกล่องนี่ไว้ในมือด้วย เขาคงไปซื้อมันมา ก่อนจะโดนรถชนเข้านั่นแหละ ดงอูยื่นกล่องทรงสี่เหลี่ยมที่ข้างในมีเทียนเล่มเล็กสีสันสดใสหลายสิบแท่งอยู่ในนั้น

 

ปีนี้ไม่ได้เป่าเทียนวันเกิดที่บ้านเลย

 

ก็เป่าบนเวทีไปแล้วไง

 

หึ เป่าบนเวที มันจะไปเหมือนเป่าที่บ้านได้ไงล่ะ

 

ฮยองนี่เรื่องมากจัง

 

เป็นเพราะช่วงนั้นพวกเรายุ่งกันมากจนไม่มีเวลาสำหรับฉลองวันเกิดให้ผมเป็นการส่วนตัว ตอนนั้นผมก็แค่บ่นออกไปตามประสา ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย

 

หากอูฮยอนกลับใส่ใจที่จะทำความต้องการของผมให้เป็นจริง

 

แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสิ่งที่ผมต้องการที่สุด ไม่ใช่เค้กก้อนนี้ และไม่ใช่เทียนกล่องนี้.. แต่เป็นเขา... ผมอยากให้นัมอูฮยอนกลับมา

 

อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีข้างหน้า ก็จะเข้าสู่ปี 2016 แล้วนะคะ ท่านผู้ชม .... เสียงนักข่าวที่ทำหน้าที่รายงานสดอยู่หน้าพื้นที่จัดงานเคาท์ดาวน์จากจอทีวีเรียกความสนใจจากผมได้เป็นอย่างดี

 

9 ................. 8 ........….. ” เสียงนับถอยหลังจากในทีวีดังขึ้นพร้อมกับเสียงน้องๆที่นั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะ

 

ผมจัดการหย่อนกล่องเทียนวันเกิดซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีความทรงจำของนัมอูฮยอนหลงเหลืออยู่มากที่สุดไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างไม่คิดที่จะใช้มัน เพราะตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของดูต่างหน้า

 

ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะที่ประจำ ส่วนเก้าอี้ตัวที่เหลือถูกจับจองโดยเมมเบอร์คนอื่นๆ จะมีก็แต่ตัวที่อยู่ด้านขวามือของผมเท่านั้นที่ถูกเว้นว่างไว้ ผมจ้องมองมันด้วยความรู้สึกห่วงหา ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าของเก้าอี้ตัวนี้จะเดินทางไปถึงไหนแล้ว

 

... ขอให้จุดหมายปลายทางของอูฮยอนเป็นดาวดวงใหญ่สักดวงที่ปรากฏอยู่บนฟากฟ้า เพื่อที่ผมจะได้มองเห็นเขาจากบนพื้นโลกได้ง่ายๆ ...

 

มยองซูยื่นมีดตัดเค้กมาให้ ผมรับมันมาอย่างเตรียมพร้อม แม้จะรู้สึกไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรมากนักก็ตาม

 

ผมก้มหน้าลงตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรปีใหม่กับพระเจ้าด้วยความตั้งใจจริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนสักครั้งในชีวิต

 

พรย้อนเวลา หรือพรที่ช่วยให้มนุษย์คืนชีพ ให้แลกกับชีวิตที่เหลือทั้งหมดของผม จะให้ผมทรมานกับการใช้ชีวิตที่เหลือ ให้ผมกลายเป็นบุคคลทุพพลภาพ ล้มละลาย ยากจนข้นแค้น ให้เจออุปสรรคนานัปการ หรือจะให้ชีวิตบัดซบแค่ไหน ผมก็ยินดี

 

ผมจะยอมแลกทุกอย่างที่มีเพื่อให้อูฮยอน คนรักของผมได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

“ ….3…...2……Happy New Year ”

 

ปัง ๆ ๆ เสียงพลุเฉลิมฉลองการย่างก้าวสู่วันแรกของปีจากในจอผสานเข้ากับเสียงพลุกระดาษในมือของเหล่าเมมเบอร์ดังมากพอที่จะทำให้หูของผมใช้การไม่ได้ไปครู่ใหญ่

 

ซองกยูฮยอง ” 

 

เสียงแว่วๆที่คุ้นเคยท่ามกลางเสียงอื้ออึงภายในหัวกับสัมผัสของกระแสลมเย็นวาบที่ถูกส่งมาจากด้านหลัง ทำเอาก้อนเนื้อในอกผมสะท้านไหวอย่างรุนแรง

 

จู่ๆไฟฟ้าก็ดับมืดไปทั้งบ้าน ความโกลาหลย่อมๆเกิดขึ้นตามมาแทบจะทันที มยองซูที่นั่งอยู่ด้านซ้ายมือของผมตั้งสติได้เป็นคนแรก คว้ามือถือขึ้นมากดเปิดก่อนใคร

 

แสงไฟจากหน้าจอสว่างวาบพอให้มองเห็นเงาลางเลือนของใครบางคนในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำเงินตัวเก่งที่ผมจำได้แม่นยืนอยู่ตรงหน้าบานประตูทางเข้า

 

“ …อูฮยอน ผมเรียกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ก่อนจะถลาเข้าไปรวบตัวเจ้าของชื่อเอาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองด้วยความรวดเร็วอย่างกลั้นความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ไม่อยู่

 

ขนาดของรูปร่างผอมบางกับกลิ่นกายหอมอ่อนๆที่ผมไม่มีวันลืม แม้จะมองเห็นไม่ชัดนักในความมืด แต่ผมก็แน่ใจว่าเขาคือนัมอูฮยอนไม่ผิดตัวแน่

 

ฮึก เป็นนายจริงๆอูฮยอน มีแค่สามครั้งในชีวิตเท่านั้นที่ลูกผู้ชายจะเสียน้ำตา แต่จงระลึกไว้เสมอว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น

 

ผมมาช้าไปมั้ย ฮยองตัดเค้กไปหรือยังฮะ ” 

 

ย..ยัง...ยังเลย รอนายนี่แหละ ผมไม่รู้จะควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติได้อย่างไร ในสถานการณ์ที่เข้าข่ายแปลกประหลาดเช่นนี้

 

ถึงจะดีใจมากที่เขากลับมา แต่ผมก็ยังสับสนเกินกว่าจะทำใจให้สงบได้ ที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นนัมอูฮยอนที่มีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปทุกประการ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร เขาตายแล้วฟื้น? หรือเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ฝันร้าย ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

ป...ไปกินเค้ก ..กันนะ ผมว่าก่อนฉุดข้อมือของเขาไปยังโต๊ะอาหารแบบไม่รอคำตอบ

 

ซ...ซองกยูฮยอง ผมมีคำถาม จู่ๆดงอูก็พูดขึ้น ขณะที่ผมส่งอูฮยอนให้ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านขวามือของผมเรียบร้อย

 

มีอะไรเหรอ ในความมืด ผมฉวยมือเล็กๆของอูฮยอนเกาะกุมเอาไว้แนบแน่น   

 

ฮ..ฮยองกำลังพูดกับใครอยู่เหรอครับ

 

อูฮยอนไง เขากลับมาแล้ว ผมตอบพร้อมกับหันมองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างพลางส่งยิ้มให้อย่างมีความสุข

 

แสงจากเทียนเล่มเล็กในมือของอูฮยอนส่องให้เห็นด้านข้างของเขาได้ชัดเจน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่ได้มีร่องรอยของบาดแผลจากอุบัติเหตุทำให้ผมรู้สึกเบาใจไปได้หนึ่งเปลาะ

 

หูที่เริ่มกลับมาใช้การได้ปกติแว่วยินเสียงกระซิบกระซาบระหว่างเหล่าเมมเบอร์ที่เหลือบางเบา

 

.

.

.

.

.

 

...เซงอิลชุกคา ฮัม นี ดา~ สิ้นเสียงเพลงอวยพรวันเกิดที่มีที่มาจากความเอาแต่ใจของตัวผมเอง ผมก็ทำการเป่าเทียนไปโดยไม่คิดอธิษฐานขออะไรเพิ่มเติมอีก เพราะเพียงแค่ได้อูฮยอนกลับคืนมา นั่นก็ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดจากพระเจ้าแล้ว

 

สิ้นแสงริบหรี่ของเปลวไฟจากปลายเทียมเล่มน้อย ไฟฟ้าที่ดับไปครู่ใหญ่ๆก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั้งบ้าน

 

ผมนึกโล่งใจที่ยังเห็นอูฮยอนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้างๆ ไม่ใช่ว่าความมืดทำให้ผมประสาทหลอนแล้วคิดไปเอง

 

ทำไมเอาจานมาแค่ 6 ใบล่ะ ผมเงยหน้าถามโฮย่าอย่างสงสัยขณะตัดเค้กใส่จานแจกจ่ายให้สมาชิกแต่ละคน

 

.. เอ่อ.. ของอูฮยอนฮยองด้วยสินะ ลืมไป คนถูกทักกลับหันหลังวกเข้าครัวไปอีกรอบ น้องๆที่เหลือหันมองหน้าผมสลับกับมองกันเองด้วยสายตาแปลกๆ

 

พวกนายมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า

 

คือ ซองยอลอ้ำอึ้ง และเว้นวรรคไปนานมากเสียจนผมต้องเอ่ยเร่ง

 

คืออะไร พูดมาสิ

 

คือตอนนี้อูฮยอนฮยองนั่งอยู่ข้างๆฮยองใช่มั้ยครับ ซองยอลใช้นิ้วชี้ยื่นมาตรงตำแหน่งที่อูฮยอนนั่งอยู่

 

ถามอะไรแปลกๆ นายมองไม่เห็นเขาหรือไง ผมประชด

 

นั่นแหละที่พวกเราพยายามจะบอกฮยอง เรามองไม่เห็น ไม่ได้ยินหรือแม้แต่จะรู้สึกว่าอูฮยอนฮยองอยู่ตรงนี้เลยสักนิดมาตั้งแต่แรกแล้ว

 

ข้อความที่เด็กประถมประจำวงพูดราวกับหมัดหนักๆที่กระแทกลงกลางกะหม่อมจนสมองตื้อไปหมด หากผมไม่ได้เข้าใจผิด เจ้าตัวกำลังจะสื่อว่าอูฮยอนที่ผมเห็นอยู่ข้างๆเป็นวิญญาณอย่างนั้นหรือ

 

ฉันสัมผัสเขาได้!!! ผมคว้ามือของอูฮยอนขึ้นมากุมเอาไว้แน่นกับอก

 

นั่นฮยองแค่คิดไปเอง มันเป็นอาการของคนที่ยังทำใจยอมรับความสูญเสียไม่ได้

 

นายจะบอกว่าฉันมีอาการทางจิตเหรอ

 

ไม่มีใครว่าอะไรฮยองทั้งนั้นแหละ พวกเราทุกคนแค่เป็นห่วงฮยองเท่านั้น ถึงอยากให้ฮยองยอมรับความจริงให้ได้

 

แต่เขาอยู่ตรงนี้จริงๆนะ ผมเถียงกลับเสียงเศร้า

 

ไม่ใช่ว่าผมจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้อะไรไปเสียหมดทีเดียว ผมเองก็รู้สึกได้ว่าการกลับมาอีกครั้งของอูฮยอนมีอะไรที่ผิดแผกไปจากปกติ

 

ฝ่ามือเย็นจัด ใบหน้าขาวซีดเซียวไร้สีเลือดดูล่องลอย ดวงตาไม่มีประกายไร้ชีวิตชีวา คำพูดที่ออกมาจากปากน้อยคำจนแทบนับพยางค์ได้ นี่ไม่เหมือนอูฮยอนที่ผมรู้จักเลยสักนิด

 

แต่พวกนายก็เห็นนี่ เขาเป็นคนจุดเทียนพวกนี้ บังเอิญผมเหลือบไปเห็นซากเทียนเล่มน้อยที่วางระเกะระกะอยู่ด้านข้างถาดเค้กจึงนึกขึ้นได้

 

ผมเคยได้ยินมาว่าวิญญาณคนตายมักจะกลับมาสะสางเรื่องที่ตั้งใจจะทำก่อนตายให้เสร็จ แล้วถึงจะกลับไปเกิดใหม่ ทฤษฎีงี่เง่าเหมือนนิทานหลอกเด็กพรรค์นี้กลับฟังดูน่าเชื่อถือเมื่อมันออกมาจากปากของคิมมยองซู คนที่ไม่เคยโกหกผมสักครั้ง

 

ผมใช้ปลายนิ้วสัมผัสกับกล่องเทียนที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง หากความทรงจำไม่ได้คลาดเคลื่อน ผมได้เทียนกล่องนี้มาจากศพของอูฮยอน ซึ่งถ้าคิดตามหลักของมยองซูนั้น แปลว่าเทียนกล่องที่อูฮยอนใช้เมื่อครู่เป็นเพียงสิ่งที่ตกค้างอยู่ในสำนึกก่อนตายของเขาอย่างนั้นหรือ

 

เรื่องบ้าๆ อูฮยอนไม่ใช่วิญญาณซักหน่อย เขามีตัวตน แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นบ้าด้วย ผมลุกขึ้นยืนตบโต๊ะด้วยความโมโห ก่อนจะคว้าข้อแขนของคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นวิญญาณให้เดินตามเข้าไปในห้องนอนเพื่อหลบหนีจากคำพูดร้ายกาจเหล่านั้น

 

.....................*.*.*.* ..................... *.*.*.* .....................

 

ก่อนกลับมาบ้านนายไปอยู่ที่ไหนมาเหรออูฮยอน หลังจากที่พาอีกฝ่ายมานั่งข้างกันบนเตียงเรียบร้อย ผมก็เปิดปากถามทันที

 

วันนี้ผมเบลอๆนิดหน่อย จำไม่ได้ว่าตัวเองไปไหนมาบ้าง แต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็ยืนอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว

 

สิ่งที่อูฮยอนเล่า เมื่อผนวกกับทฤษฎีของมยองซูแล้วดูเข้ากันได้ดีจนน่าขนลุก จนผมอดที่จะดึงเขาเข้ามากอดแน่นๆไม่ได้

 

จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ดีเสียอีกที่เขาจำไม่ได้ เรื่องที่ตัวเองถูกรถชนจนเสียชีวิต ความทรงจำที่เจ็บปวดแบบนั้น ลืมเสียได้ก็ดีแล้ว

 

อืม ฮยอง ของขวัญปีใหม่ที่ผมให้ดีกว่าเซ็กส์มั้ย ดวงตาไร้ประกายของเขาช้อนขึ้นมองผมอย่างคาดคั้นขอคำตอบ คำถามของเขาคงหมายถึงเค้กนั่น

 

ดีสิ ดีกว่ามากๆ เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฮยองเลย ผมยิ้มก่อนแตะจูบลงบนขมับของอูฮยอนแผ่วเบา เขาส่งยิ้มน้อยๆตอบกลับมาด้วยความขวยเขิน

 

อูฮยอนยังคงรักษาระดับความน่ารักเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถึงตอนนี้ต่อให้เขาจะเป็นภูตผีวิญญาณ หรือมนุษย์ต่างดาวผมก็จะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว แต่ผมตั้งใจจะดูแลของขวัญอันมีค่าสูงสุดในชีวิตที่พระเจ้าประทานให้นี้ ให้คงอยู่กับผมตลอดไป

 

แล้วระหว่างหัวใจกับร่างกาย ตอบผมอีกครั้งได้มั้ยว่าฮยองอยากได้อะไรมากกว่ากัน

 

หัวใจสิ

 

จะว่าผมกลืนน้ำลายตัวเองก็ไม่ผิด เพราะต่อให้ต้องงดมีความสัมพันธ์ทางกายกับอูฮยอนไปทั้งชาติผมก็ยอมได้ ขอเพียงแค่ให้ตื่นขึ้นมาเจอเขานอนหายใจอยู่ในอ้อมแขนทุกๆเช้า ผมก็มีความสุขที่สุดแล้ว

 

.....................*.*.*.* ..................... *.*.*.* .....................

 

ผมรู้สึกใจเสียที่หลังจากตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบอูฮยอนอยู่บนที่นอนด้วยกัน แต่เสียงของคนตัวเล็กที่แว่วดังผ่านบานประตูห้องนอนเข้ามา ทำให้รอยยิ้มที่เคยเหือดแห้งจนเกือบจางหายไปเมื่อครู่กลับมาคลี่บานอยู่บนใบหน้าได้อีกครั้ง

 

โอ๊ย คันปาก อยากเมาท์มอย ด้วยตัวประโยคทำเอาประตูที่ผมแง้มออกต้องปิดลงอีกครั้งอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่สัมผัสได้ทำให้ผมตัดสินใจหย่อนตัวลงนั่งหลังบานประตูแล้วลักลอบฟังบทสนทนาที่จะเกิดขึ้นถัดไป

 

เป็นไงบ้าง ซองยอลถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นั่นทำให้ผมยิ่งต้องตั้งใจแอบฟังมากขึ้น เพราะเท่าที่จำได้ล่าสุดเด็กนี่เพิ่งบอกผมว่ามันมองไม่เห็นอูฮยอนนี่นา

 

เมื่อคืนยอมเปลี่ยนคำตอบแล้วเฟ้ย ยังนึกอยู่เลยว่าลงทุนตายให้ดูขนาดนี้แล้วยังตอบว่าร่างกายอยู่นี่ ฉันคงรู้สึกเฟลไปทั้งชาติแน่

 

ถ้าเป็นงั้นสงสัยฮยองต้องใช้แผน 2 ลองหนีไปเกิดใหม่ดู ฮ่าๆ โฮย่าสนับสนุน

 

โหยยย ขนาดตายไปแค่ครึ่งวัน เขาก็คิดถึงฉันจนร้องไห้ซะตาบวมขนาดนั้น ถ้าแกล้งหนีไปเกิดใหม่นี่รับรองได้ว่าฮยองแกคงฆ่าตัวตายตามแน่อะ เจ้าตัวต้นเรื่องค้านอย่างหลงตัวเองสุดๆ ..แต่ผมไม่เถียงหรอกนะว่าไม่จริง

 

แต่ซองกยูฮยองนี่โครตจะหลอกง่ายอะ ดงอูว่า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้จะหลอกยากไปกว่าผมสักเท่าไหร่เลย

 

จริงๆเพราะบอสยอมช่วยด้วยหรอก เขาถึงขั้นเรียกช่างทำสเปเชี่ยลเอฟเฟคจากอเมริกามาแต่งหน้าศพให้โดยเฉพาะ ไหนจะเซตฉาก จ้างนักแสดง ลงทุนขอปิดถนนเพื่อความสมจริงให้อีก เสียงกอนัมฮยองพูดขึ้น ประโยคของอีกฝ่ายทำเอาผมกระจ่างขึ้นมาก

 

ผมไม่น่าลืมนะ ว่าตั้งแต่ศิลปิน ผู้จัดการยันบอสของค่ายอุลลิมทุกคนล้วนแล้วแต่โปรดปรานการเล่นซ่อนกล้องเป็นชีวิตจิตใจ 

 

แต่ผมชอบสุด ตอนที่ซองกยูฮยองทักว่าทำไมมีจานแค่ 6 ใบ ขนแขนนี่ลุกซู่เลย เหมือนฉากในหนังผีโครตๆ น้องเล็กของวงบอกด้วยน้ำเสียงเริงร่าเสียจนน่าหมั่นไส้

 

นั่นดิ ตอนต้องทำเป็นมองไม่เห็นอูฮยอนฮยองนี่อย่างฮาอะ เผลอสบตาไปตั้งหลายรอบ เกือบหลุดขำเลยเหอะ ซองยอลบอกกลั้วหัวเราะ

 

แล้วอย่างนี้ซองกยูฮยองรู้เข้าจะไม่โกรธเหรอ มยองซูถาม ถึงปกติจะไม่ค่อยพูดเลยทำให้ไม่ค่อยเข้าใจความคิดเท่าไหร่ แต่เด็กนี่น่ารักนะครับ อย่างน้อยเขาก็เป็นคนเดียวที่ยังคิดถึงใจผม

 

ไม่หรอก มีบอสเป็นแบ็คอัพซะอย่าง แล้วเราก็ไม่ได้แค่เล่นสนุกกันเฉยๆนะ แต่ไอ้ที่แอบถ่ายเอาไว้ทั้งหมดบอสบอกจะเอาไปตัดต่อทำรายการวาไรตี้ด้วยนี่นา นี่เราทำงานนะ ซองกยูฮยองจะมาโกรธเราได้ไง เจ้าตัวดีตอบเข้าข้างตัวเองแบบสุดๆ

 

งั้นพวกเราก็แกล้งเขาต่ออีกหน่อย พาเขาไปงานศพ แล้วให้อูฮยอนฮยองโผล่ขึ้นมาจากโลงเป็นการเฉลยเหมือนที่คิดกันไว้ตั้งแต่แรกไง มยองซูบอกด้วยน้ำเสียงครื้นเครงอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก

 

ผมขอถอนคำพูด เมมเบอร์ดีๆก็มีแต่ในนิยายล่ะครับ

 

ถ้าจะถามว่าผมโกรธมั้ย?

 

ก็ได้โปรดโยนคำถามนั่นทิ้งไป แล้วมาคิดกันดีกว่าว่าผมจะลงโทษไอ้ตูดหมึกที่ชอบเอาความรู้สึกคนอื่นมาล้อเล่นอย่างไรดี

 

แต่ก่อนอื่นผมจะขอถอนคำพูดในประโยค งดมีความสัมพันธ์ทางกายกับอูฮยอนไปทั้งชาติผมก็ยอมได้ แล้วกันนะครับ เพื่อสิทธิและเสรีภาพของคนเป็นสามีจะได้เบ่งบานแด่มวลมนุษยชาติ

 

แล้วผมจะได้หาวิธีลงโทษง่ายๆ เอาให้เขาไม่ต้องลุกจากเตียงไปเล่นซนที่ไหนสักอาทิตย์

 

.....................*.*.*.* ..................... *.*.*.* .....................

 

แสงตะวันเล็ดลอดเข้ามาจากช่องว่างของหน้าต่างกระทบเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งของผมจนต้องฝืนลืมตาขึ้นทั้งที่ไม่อยาก แต่เพราะจำได้ว่ามีสิ่งที่ต้องทำอยู่ ถึงต้องรีบลุกขึ้นมาก่อนจะได้เวลาตื่นจริงๆ

 

ผมยกถาดข้าวต้มร้อนๆที่เพิ่งออกมาจากไมโครเวฟใหม่ๆมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง พลางใช้สายตาเหลือบมองคนตัวเล็กที่ยังหมกตัวอยู่ในกองผ้าห่มในสภาพเปลือยเปล่าทั้งร่าง ร่องรอยสีกุหลาบมากมายที่แต้มอยู่บนแผ่นหลังทำให้ผมได้แต่อมยิ้ม

 

อูฮยอน กินข้าว

 

ฮยอง... อีกฝ่ายถึงกับผวาสุดตัวก่อนจะขดร่างกายเข้าหากันอีกครั้งเพราะโดนความเจ็บปวดจากเบื้องล่างทำร้าย ผมอยากออกไปข้างนอกบ้าง เขามองถาดข้าวต้มแล้วเบ้หน้าอย่างเหม็นเบื่อ เพราะ 3 วันมาแล้วที่อีกฝ่ายโดนผมกักตัวเอาไว้อยู่บนเตียง ไม่ได้ออกไปไหน

 

ไม่ได้หรอก ฮยองไม่ให้นายไปไหน ถ้านายไปแล้วไม่ยอมกลับมาอีก ฮยองจะไปตามหาที่ไหน จะให้ถามจากใครๆก็คงไม่ได้ เพราะไม่มีใครสักคนที่มองเห็นนายนอกจากฮยอง ผมสวมคาแรกเตอร์คนที่กลัวความสูญเสียจนใกล้บ้า แกล้งกอดเขาแน่น แสดงท่าทางหวาดกลัวที่ขนาดทำเองยังรู้สึกได้เลยว่ามันโครตจะเสแสร้ง

 

ฮยอง จริงๆแล้วผม..เอิ่ม พวกเราแค่แกล้งฮยอง ผมไม่ได้ถูกรถชน ผมไม่ได้ตาย ไม่มีวิญญาณหรืออะไรทั้งนั้น ทั้งหมดเป็นแค่แผนซ่อนกล้องของผ...เอ่อ ของบอสน่ะ เขาสารภาพเสียงอ่อย อิสรภาพที่ถูกจำกัดจำเขี่ยให้อยู่ในพื้นที่แค่แมวดิ้นตาย ทำให้อีกฝ่ายถึงที่สุดแห่งความอดทน

 

ไม่เชื่อหรอก นายจะไปจากฮยองใช่มั้ยล่ะ ถึงได้พูดแบบนี้

 

โธ่ วิญญาณมันมีจริงที่ไหน ฮยองก็พูดกับผม สัมผัสผม ทำอะไร....ผมไปตั้งเยอะแยะแล้วนี่นา ก็น่าจะรู้แล้วสิว่าผมเป็นคน

 

ยังไม่เชื่อหรอก มันต้องพิสูจน์อีกหลายๆครั้ง ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนโน้มตัวลงทาบทับบนร่างบอบบางของอีกฝ่าย

 

เฮ่ นี่ฮยองแกล้งผมนี่นา ฮยองรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย เอาคืนมาเลยนะ อิสรภาพ 3 วันของผม เอาคืนม๊า!!!

 

ผู้เสียหายคือฮยองนะ นายจะมาเรียกร้องอะไร

 

ฮยองเนี่ยนะผู้เสียหาย ผมดิ โดนคุกคามทางเพศไปตั้งเยอะ เสียหายกว่าเห็นๆ นี่มันฮาสิ้นดี ผมเห็นหน้ามุ่ยๆของเขาแล้วเกือบหลุดก๊ากออกมาเลยล่ะครับ แต่ก็ต้องทนเก๊กขรึมไว้ก่อน

 

แล้วนายคิดว่าคนที่โดนเอาความรู้สึกมาล้อเล่นจะไม่เสียใจเลยหรือไง

 

ฮยอง ผมขอโทษ... แต่ฮยองอะ ไม่ดีเอง ทำไมถึงเห็นร่างกายสำคัญกว่าหัวใจได้เล่า ประโยคแรกว่าติ๋มอยู่ดีๆ จู่ๆก็เปลี่ยนมาฮาร์ดคอร์เสียอย่างนั้น ติสต์ได้อีกครับไอ้ตูดหมึกของผม

 

แหม ขอโทษเถอะ แค่คำตอบสั้นๆประโยคเดียวของฮยอง นายก็เอามาทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนี้เลยเนี่ยนะ

 

ก็มันติดใจนี่นา ผมสงสัยมานานแล้ว ไม่ว่าจะวันเกิด ตรุษจีน ปีใหม่ ไหว้พระจันทร์ ทำไมผมต้องเสียตัวให้ฮยองทุกเทศกาลเลย นี่ฮยองรักผมจริงๆ หรือว่ารักแค่ร่างกายของผมกันแน่ ผมถึงได้ถามฮยองไงว่าอยากได้อะไรมากกว่ากัน ระหว่างหัวใจหรือร่างกาย ถึงประโยคจะฟังดูฮาๆ แต่หน้าตาของเขากลับไม่ได้แสดงออกว่ากำลังสนุกอยู่เลยสักนิด

 

โธ่เอ๊ย ที่ตอบว่าร่างกาย เพราะอะไรรู้มั้ย ผมถาม เขาได้แต่ส่ายหน้า

 

ก็ร่างกายเนี่ย ได้มาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ แต่หัวใจน่ะ ฮยองได้มันมา แล้วก็เก็บรักษาเอาไว้อย่างดีอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนแรกที่เราคบกันแล้วไง ผมบอกก่อนค่อยๆช้อนมือเล็กของอีกฝ่ายมาวางไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย

 

อูฮยอนได้แต่สบตามองหน้าผมอึ้งๆ ไม่พูดไม่จาอยู่นานทีเดียวกว่าเจ้าตัวจะหาเส้นเสียงของตัวเองเจอ

 

งั้นผมก็เป็นไอ้โง่ คิดอะไรบ้าบอไปเองคนเดียวสินะเนี่ย

 

แต่ที่นายทำก็ไม่เสียเปล่านักหรอก เพราะอย่างน้อยความสูญเสียมันก็สอนให้ฮยองได้รู้ว่าการมีนายอยู่มันมีค่ามากแค่ไหน จะว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในชีวิตก็ไม่ผิดล่ะ

 

งั้นฮยองจะอนุญาตให้ผมออกจากห้องได้แล้วใช่มั้ย

 

ได้สิ ได้ยินคำอนุญาต อีกฝ่ายถึงกับลิงโลด

 

แต่ต้องให้ฮยองพิสูจน์ให้ชัดก่อนนะว่านายไม่ใช่วิญญาณจริงๆ ถึงจะยอมปล่อยตัวไป

 

3 วันที่ผ่านมายังพิสูจน์ไม่พออีกเหรอ

 

ก็บอกแล้วว่าเซ็กส์กับนายเนี่ย เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ

 

 

 

Happy Endings & Happy New Year 2016 ค่า ทุกคนนน ^_____^

 

ผลงานอื่นๆ ของ leadnamdaebak

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 AMNuTTy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 01:29
    โห นี่แทบพูดไม่ออก
    ตอนเริ่มมันดูน่าขยะแขยงนิดๆหน้ะ ผิดมั้ย 5555555555
    สงสารซองกยูมากเลย สูญเสียคนรักนี่มันใจเสีย ชวนชีวิตเสียศูนย์มากเลยนะ
    เหมือนคนใจสลายเลย
    เราร้องไห้ด้วยอ้ะ ทั้งสงสาร ทั้งเศร้า
    ชอบคำที่บอกว่าเดินทางไปถึงดาวสักดวงเพื่อที่จะได้มองเห็น เศร้ามากจริงๆ
    เหมือนอยู่ในหนังผีนิดๆนะ นอนอ่านอยู่กลัวมีคนมาดึงขาเลย 555555
    เราใจเสียด้วย เริ่มเรื่องได้เศร้ามาก
    แต่พอเฉลยนะ บอกเลยว่าไม่โกรธเลย
    ไม่เลยสักนิด ดีใจด้วยซ้ำที่ทุกอย่างเป็นแค่การซ่อนกล้องเฉยๆ
    พี่กยูเข้าใจยัง ว่าหัวใจสำคัญกว่าร่างกาย เลิกหมกมุ่นได้หล้ะ 55555555

    เราฝังใจกับตอนเริ่มเรื่องมาก โอ้ยยยยยยย
    เกือบไม่อ่านหล้ะจริงๆ กลัวมันเศร้า
    กลัวไม่แฮปปี้เอนด์
    แต่พออ่านนะ เกือบกรี้ดแหน่ะ 55555

    ขอบคุณน้า ขอบคุณสำหรับฟิคบีบหัวใจแบบนี้ ฮือออออ รักน้ารัก 555555
    #1
    0