Allure ล่อ/ลวง/รัก (3p)

ตอนที่ 1 : ล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 เม.ย. 63


“เฮ้อ~”

            “ถอนหายใจเสียงดังขนาดนั้นมีเรื่องกลุ้มใจอะไรเหรออเล็กซ์”

            เจ้าของชื่อหันไปหาชายหนุ่มสวมแว่นหนาเตอะในเสื้อคาร์ดิแกนสีครีมตุ่นยาวคลุมเข่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่อากาศของมหานครนิวยอร์กเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ เขาอยู่ในสภาพคล้ายคนเพิ่งตื่นผมทรงซอยยาวระต้นคอและไว้หน้าม้าปรกตาดูยุ่งเหยิง แต่ถึงกระนั้น ‘เควิน ไรลีย์’ ก็ยังดูผุดผ่องด้วยผิวที่ขาวราวกับหิมะเพิ่งตกใหม่ ผมสีบรอนด์สว่างเหมือนพระทิตย์ในฤดูร้อน และนัยน์ตากลมเป็นประกายสีฟ้าสดใสดูซุกซน ต่างกับเขาซึ่งเป็นลูกเสี้ยวเอเชียที่มีทั้งตาและผมสีดำสนิท 

            อเล็กซ์ เควิน และพี่ชายของเควินที่ชื่อ ‘คราวด์ ไรลีย์’ พวกเราสามคนรู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างร่วมกัน ตอน อเล็กซ์อายุสิบสามพ่อกับแม่ของเขาตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่รัฐอื่นเพื่อดูแลสาขาที่เปิดใหม่ พ่อกับแม่ของเควินก็เช่นกัน แต่พวกเขาปรึกษากันแล้วและตัดสินใจที่จะไม่ย้าย ด้วยเหตุผลง่ายๆ ของเด็กในตอนนั้นก็คือติดเพื่อน พ่อกับแม่ของพวกเขาก็เลยรวมเงินกันซื้อทาวน์โฮมสองชั้นใกล้ๆ กับโรงเรียนเพื่อให้ทั้งสามคนอาศัยอยู่ด้วยกัน 

ปีนี้อเล็กซ์อายุครบยี่สิบห้าปีเท่าคราวด์ ส่วนเควินที่เป็นน้องนั้นถ้านับตามคศ.เกิดแล้วถือว่าอายุเท่ากันเพราะคราวด์เกิดต้นปี ส่วนเควินเกิดปลายปี ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงเรียนชั้นเดียวกันมาตลอด

‘อเล็กซ์ โฮเมอร์’ เป็นดีไซเนอร์หนุ่มไฟแรงของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง Allure ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็น Unisex สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง เน้นความหรูหรา เซ็กซี่และเย้ายวน เขามาสมัครเข้าทำงานที่นี่นับตั้งแต่เรียนจบ จนกระทั่งผ่านไปสี่ปีผลงานที่โดดเด่นเป็นที่เข้าตาก็ส่งให้เขาก้าวกระโดดขึ้นมายืนในกลุ่มดีไซเนอร์หลักของแบรนด์ที่มีกันอยู่ทั้งหมดห้าคนได้

เควินนั้นเป็นคนชอบเก็บตัวไม่ชอบไปไหน และยึดอาชีพนักเขียนเป็นงานหลักหลังจากที่เขียนเล่นๆ แต่ดันได้รับรางวัลนักเขียนหน้าใหม่ตั้งแต่ตอนอยู่ม.สี่ 

คราวด์จึงเป็นคนเดียวที่เจริญรอยตามที่บ้าน เขาจบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตอนนี้กำลังฝึกงานเป็นผู้จัดการสาขาอยู่ที่ร้านในนิวยอร์ก เรียกได้ว่าคราวด์เป็นความหวังของหมู่บ้านที่มีพวกเขาสามคนอาศัยอยู่จริงๆ  

            “หัวฉันตื้อไปหมดแล้วเควิน” อเล็กซ์รำพึงพลางทิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างอับจนหนทางบนโซฟา

ย้อนไปราว 1 เดือนก่อนหน้านี้

“ผมต้องการให้พวกคุณออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ที่จะวางขายในหน้าร้อนนี้ คอนเซปต์คือ Secret Summer ซึ่งประกอบไปด้วยชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ชุดลำลอง ชุดทำงานไปจนถึงชุดออกงานทางการ”

ชายหนุ่มหน้าตาคมสันในชุดสูทเข้ารูปสีขาวที่ยืนอยู่บนรองเท้าส้นเข็มสีแดงโฉบเฉี่ยวและกำลังพูดอยู่หน้าห้องประชุมนี้คือ ‘แมทธิว แมคโลริค’ เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Allure 

“เดี๋ยวผมจะแบ่งงานให้พวกคุณไปออกแบบคนละอย่าง แต่ว่าคราวนี้ผมจะท้าทายพวกคุณโดยไม่ให้ออกแบบในสิ่งที่ถนัด”

“บอสเล่นพิเรนทร์อะไรของเขาอีกวะ” ไรอันบ่นพึมพำ เขาอายุพอๆ กับอเล็กซ์ จบปริญญาด้านการออกแบบจากฝรั่งเศส ทั้งสองเข้าบริษัทมาพร้อมๆ กันจึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว ไรอันนั้นถนัดออกแบบพวกสูททางการ อเล็กซ์ก็เช่นกันแต่ถึงจะได้ชุดลำลองก็ไม่มีปัญหา ชุดว่ายน้ำก็เคยมีประสบการณ์ร่วมทีมทำมาบ้าง ขออย่างเดียวไม่เอาชุดชั้นใน นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย พูดไปแล้วก็น่าขายหน้าทั้งที่เป็นแบรนด์ดีไซเนอร์แต่งตัวโก้เก๋เป็นผู้นำแฟชั่นแต่ตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้เขาสวมแต่กางเกงในแบบขาสั้นหรือที่เรียกว่า Trunk แล้วต้องเป็นสีขาวเท่านั้นด้วย

“เราจะใช้วิธีการจับสลาก” แมทธิวยังคงพูดต่อไปโดยไม่สนใจเสียงซุบซิบในห้องและหยิบเอากล่องใส่อมยิ้มสีหวานห้าชิ้นขึ้นมาวางบนโต๊ะโดยมีสีแดง สีเหลือง สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเขียว “เอาล่ะ ทุกคนเดินออกมาหยิบอมยิ้มไปคนละอัน ข้างในห่อจะเขียนโจทย์ที่พวกคุณต้องทำไว้”

ไรอันเลือกอมยิ้มสีแดงแต่อเล็กซ์คิดว่ามันดูอันตรายไปหน่อย สีแดงเป็นสีแห่งความร้อนแรงเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์มันจะต้องเป็นอะไรที่อล็กซ์ไม่อยากได้แน่ๆ อเล็กซ์จึงเลือกอมยิ้มสีฟ้าซึ่งเป็นตัวแทนท้องฟ้าปลอดโปร่งยามที่ไร้เมฆมาบดบัง และถ้าเขาอ่านใจคุณแมทไม่ผิด สีแดงน่าจะเป็นชุดว่ายน้ำ 

“x! Swimmer Suit” ไรอันอุทาน อเล็กซ์รีบกลั้นยิ้มทันที

“ถ้าไม่พอใจก็ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนหรือแลกกับใครนะจ๊ะคุณไรอันที่รัก” แมทธิวชี้หน้าเขาด้วยอมยิ้มอันใหญ่ที่ดูดเล่นอย่างสนุกสนานระหว่างดูดีไซเนอร์แต่ละคนทำหน้าเหยเกตอนเปิดฉลากออกมาได้โจทย์ที่ไม่ถูกใจ

ไรอันยัดอมยิ้มเข้าปากดูดแจ๊บๆ แก้เซ็ง

“แล้วคุณได้อะไรล่ะ อเล็กซ์” แมทธิวหันมาถาม

เขารีบแกะของตัวเอง ท้องฟ้าสดใส... เหมาะกับการออกไปเที่ยว มันต้องเป็นชุดลำลองแน่ๆ ใช่! ต้องใช่แน่ๆ ขอให้เป็นชุดลำลองทีเถอะเพี้ยง!... 

ทาด้า...

อเล็กซ์หน้าซีดเหลือสองนิ้วทันทีที่เห็นสิ่งที่เขียนอยู่ด้านใน ไรอันชะโงกหน้ามาดูและหัวเราะเยาะเสียงดัง 

“ทำไมบอสเลือกสีฟ้าให้ชุดชั้นในล่ะ!”

“ชู่ว์” แมทธิวจุ๊ปากด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหมาะกับกิจกรรมเอ๊าดอร์ ผมคาดหวังกับ secret summer นี้ของคุณมากเลยนะอเล็กซ์”

 

“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละเควิน” อเล็กซ์ถอนหายใจ นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังชุดต้นแบบที่อยู่บนหุ่น ถึงมันจะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างแล้วแต่อเล็กซืก็ยังรื้อๆ แก้ๆ อยู่หลายรอบเพราะไม่ถูกใจสักที บอสนะบอสเล่นพิเรนทร์อะไรก็ไม่รู้อยากเฆี่ยนด้วยแส้ให้ตูดลายจริงๆ

เควินเดินเข้ามาใกล้ชุดต้นแบบที่เป็นกางเกงในแบบจีสตริงสีดำสนิทประดับด้วยลูกไม้ เขาใช้ปลายนิ้วก้อยเขี่ยสายเล็กๆ ขึ้นมาแล้วปล่อยมันดีดกลับลงไป “แนว SM เหรอ นายได้ไอเดียจาก Fifty shade of Grey ใช่ไหม แต่ฉันได้ยินมาว่าคอลเลคชั่นที่นายจะทำชื่อ Secret Summer นี่นา อย่างน้อยมันควรจะเป็นสีสันสดใส ไม่ใช่สีดำหรือเปล่า”

“นายพูดอีกก็ถูกอีก” อเล็กซ์ถอนหายใจเสียงดัง “เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงไม่ถนัดแนวชุดชั้นใน หลายคนบอกว่าชุดชั้นในเซ็กซี่น่ะทำง่ายจะตาย แต่ฉันเข้าไม่ถึง แถมยังต้องเป็นชุดชั้นในที่ผู้ชายใส่ได้ ผู้หญิงใส่ดี เกย์ใส่ก็เก๋ด้วยนะ แล้วทายสิ ว่านายแบบงานนี้เป็นใคร คุณแมท! เขาจะลองเองทุกชิ้น ให้ไซซ์มาเรียบร้อยถ้าชิ้นไหนเขาใส่แล้วไม่ปังก็ถือว่าไม่ผ่าน”

“พยายามเข้านะ” เควินตบบ่าแปะๆ ให้กำลังใจ “แต่ถ้าถามความเห็นฉัน นายควรเลิกดูหนังอิโรติกสร้างแรงบันดาลใจได้แล้ว ฉันว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณแมทของนายต้องการหรอก”

“ฉันก็ว่างั้น แล้วนายมีคำแนะนำอะไรดีๆ ให้ฉันไหมเควิน”

“แทนที่นายจะเอาแต่ดูหนังแล้วจินตนาการหน้าคุณแมทใส่เข้าไป นายลองมองคนที่อยู่รอบๆ ตัวนายดูไหม” เควินเสนอ “ในเมื่อชุดที่นายกำลังจะออกแบบเป็นชุดที่ใครจะใส่ก็ได้ ทำไมนายไม่ลองจินตการภาพแม่บ้านขี้เหงาที่รอทำเซอร์ไพรส์สามีตอนกลับจากทำงานเหนื่อยๆ หนุ่มออฟฟิศสุดเฉิ่มที่อยากจะมัดใจสาวในเดทแรก หรือเกย์หนุ่มก๋ากั่นที่อยากจะชวนแฟนหนุ่มออกเล่นสนุกนอกระเบียง คุณแมทก็พูดเองนี่นาว่ามันเหมาะกับกิจกรรมเอาท์ดอร์”

“สมกับเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังจริงๆ ขอบคุณนะเควิน ทีนี้ปัญหาก็อยู่ตรงที่ฉันจะยึดเอาใครเป็นแบบหรือแรงบันดาลใจดีล่ะ”

เควินชี้มือไปที่หน้าบ้าน “ออกไปนั่งเก้าอี้ผ้าใบจิบโมฮิโต้ดูคนเดินผ่านไปผ่านมาสักวัน แล้วนายก็เลือกมาสักคนละกัน”

อเล็กซ์ลองทำตามที่เควินบอก เขากางเก้าอี้ผ้าใบแล้วออกมานั่งหน้าบ้านดูคนเดินไปเดินมาทั้งวันสามวันติด แต่ก็ไม่ช่วยให้ได้ไอเดียอะไรดีๆ ขึ้นมาเลย

พอตะวันลับขอบฟ้า อเล็กซ์ก็ลากเก้าอี้ผ้าใบเดินหงอยๆ กลับเข้ามาในบ้าน หรือบางทีก่อนจะเริ่มที่แบบเขาควรเลือกสีหลักที่จะทำออกมาให้ได้ก่อน กระดาษห่ออมยิ้มที่เขาเลือกเป็นสีฟ้านั่นก็เป็นการบอกใบ้ว่าเขาควรเลือกใช้สีฟ้าออกแบบสินะ

สีฟ้า... นอกจากสีของท้องฟ้าแล้วเขาจะนึกถึงอะไรได้อีกนะ... อะไรที่มองแล้วสดใส... อะไรที่เป็นสีฟ้า...

“อือ... อ๊ะ... อย่านะ...” 

เสียงครางกระเส่าที่ดังแว่วมาเข้าหูทำเอาเก้าอี้ผ้าใบแทบหลุดจากมือ อเล็กซ์ค่อยๆ เหลือบตามองช้าๆ ไปยังทางที่มาของเสียง 

ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าห้องนอนของเควิน ประตูนั้นปิดไม่สนิทและตอนที่เขากำลังหันรีหันขวางอยู่นั่นเองก็เหมือนลมจะเป็นใจพัดแทรกเข้ามาทำให้ประตูแง้มออกอีกเล็กน้อย ถึงจะไม่มากเท่าไหร่แต่ก็พอทำให้เขามองเห็นนัยน์ตาสีฟ้าสดในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดระยะเวลายี่สิบห้าที่รู้จักกันมา

เควินนอนอยู่บนเตียง ชายเสื้อคาร์ดิแกนสีครีมตุ่นถกขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก เผยให้เห็นเรือนร่างขาวเนียนปราศจากไขมันส่วนเกิน หน้าท้องแบนราบ แขนและขาที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อตัวหลวมโพรกพรากเรียวยาวได้สัดส่วน เช่นเดียวกับสะโพกกลมกลึงได้รูป 

“อย่าจับตรงนั้น... อ๊ะ! แบบนั้นแหละ... อา...” 

เสียงหวานร้องครางดังขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ามีใครกำลังแอบมองเพราะกำลังเล่นสนุกอยู่กับร่างกายของตัวเอง มือข้างหนึ่งบีบเค้นอยู่ที่ยอดอกสีชมพูอ่อนที่กลายเป็นตุ่มไตแข็งชูชัน ในขณะที่มืออีกข้างอยู่ซุกระหว่างเรียวขาทั้งสอง กอบกุมส่วนอ่อนไหวที่อเล็กซ์มองเห็นไม่ชัดชักรูดขึ้นลง

อเล็กซ์ปิดปากแน่น ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นร่างเปลือยของเควิน แต่ว่านั่นมันก็หลายปีมาแล้วตั้งแต่สมัยที่พวกเพิ่งเข้าวัยรุ่นขนยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ และนี่ก็เห็นเพียงแค่วับๆ แวมๆ ผ่านช่องแคบๆ ของประตูที่ปิดไม่สนิทแต่ทำไมเสียงครางหวานๆ กับสีหน้ายั่วยวนนั้นกลับตรึงเขาได้ขนาดนี้ สองขาขยับไม่ออก รู้สึกหวามไหวในอกราวกับว่าตัวเองกำลังมีส่วนร่วมในการละเล่นนี้ แล้วส่วนล่างของร่างกายเขาก็เริ่มร้อนและชื้นแฉะขึ้นทุกที

เควินละมือจากยอดอก อเล็กซ์สะดุ้งเล็กน้อยเพราะคิดว่าถูกจับได้ แต่เควินเพียงเบื่อกับท่าเดิม เขาพลิกตัวนอนคว่ำแล้วยกสะโพกขึ้น ซึ่งมันหันมาทางประตูห้องนอนอย่างพอเหมาะพอเจาะราวกับจงใจทำให้อเล็กซ์เห็นร่องเนื้ออ่อนสีชมพูนั้นชัดเต็มสองตา อเล็กซ์นึกสงสัยว่าเควินกำลังจะทำอะไรแล้วหัวใจของเขาก็เต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อเควินแลบลิ้นเลียปลายนิ้วชี้กับนิ้วกลางจนมันชุ่มก่อนจะค่อนสอดเข้าไปในร่องนั้นช้าๆ

“อีกสิ... เข้ามา... ลึกอีก...”

อเล็กซ์ไม่อยากจะคิดเลยว่าเควินกำลังจินตนาการถึงใครถึงได้มีอารมณ์ยั่วยวนมากขนาดนี้ เขารู้แค่ว่าตอนนี้ภายในกางเกงของเขาคับตึงขึ้นทุกที ตรงนั้นปวดหนึบหนับและแฉะไปหมดจนยืนขาชิดตามปกติไม่ได้ เขาได้ยินเสียงตัวเองหอบหายใจหนักแล้วโดยที่ไม่รู้ตัวมือของเขาก็ค่อยๆ ขยับสอดเข้าไปตรงขอบกางเกง และในตอนที่กำลังจะสัมผัสกับส่วนแข็งกร้าวที่พร้อมจะระเบิดออกมานั้นเสียงทุ้มทรงพลังก็ดังขึ้นด้านหลัง

“ทำอะไรอยู่เหรออเล็กซ์” 

อเล็กซ์สะดุ้งเฮือกชักมือออกแทบไม่ทัน เขาหันไปสบตากับนัยน์ตาสีฟ้าสดอีกคู่ของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทซึ่งยืนอยู่ที่ประตู

ชายคนนี้คือคราวด์ ไรลีย์ พี่ชายแท้ๆ ของเควิน สองพี่น้องนั้นเหมือนกันแค่สีผมและสีตา นอกจากนั้นคือไม่เหมือนกันเลยสักนิด คราวด์สูงร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร เนื้อตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพราะเป็นนักกีฬาฟุตบอลเล่นตำแหน่งศูนย์หน้าตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ตอนนี้ก็ยังไปยิมสม่ำเสมอ เรือนผมสีบรอนด์ทองตัดเป็นรองทรงสั้นใส่เจลเนี้ยบเปิดหน้าผากให้เห็นเครื่องหน้าคมเข้ม

“มายืนทำอะไรตรงนี้” คราวด์ถามซ้ำเมื่อไม่ได้คำตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ 

“เปล่า... แค่มากินน้ำน่ะ” 

“แล้วทำไมหน้านายดูแดงๆ ไม่สบายหรือเปล่า” 

มือใหญ่ยกขึ้นมาสัมผัสแก้ม อเล็กซ์รู้สึกอุ่นวาบตรงจุดที่คราวด์สัมผัสราวกับถูกแสงอาทิตย์ของหน้าร้อนจากสีผมและสีตาของเขาแผดเผา ส่วนล่างของร่างกายสั่นระริกพร้อมจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อยามที่มือใหญ่นั้นลูบไล้ลงมาตามลำคอ

“ฉันนั่งข้างนอกมาทั้งวันน่ะ ไม่มีอะไร ไปนอนก่อนนะ” อเล็กซ์ปัดมือคราวด์ออกแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องนอนของตนที่อยู่ชั้นสอง เขาปิดประตูแล้วหันหลังพิงประตูห้องแข้งขาสั่น 

เขาโยนเก้าอี้ผ้าใบไปกองไว้ทางหนึ่ง รีบปลดกระดุมกางเกงออกแล้วสอดมือเข้าไปสัมผัสส่วนแข็งกร้าว อเล็กซ์หลับตาลงนึกถึงร่างเปลือยเปล่าเควินที่มีเขาทาบทับอยู่ด้านบน เสียงหวานนั้นยังคงดังชัดเจนอยู่ในหูราวกับเจ้าตัวกำลังโอบกอดเขาเอาไว้

“อีกสิ... เข้ามา... ลึกอีก...”

และเพียงแค่ชักเข้าออกไม่กี่ครั้งเขาก็ปลดปล่อยออกมา อเล็กซ์แบมือออกดูของเหลวสีขาวขุ่นที่ล้นทะลักอยู่เต็มอุ้งมือ แก้มขาวร้อนวาบในขณะที่ส่วนล่างของร่างกายยังคงรู้สึกวาบหวามไม่หาย อเล็กซ์รีบกระโดดขึ้นเตียงมุดเข้าไปซุกในโปงผ้านวมด้วยความอับอายกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไป

...ตายๆๆๆๆ เขาจะให้เควินรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเข้าหน้าไม่ติดแน่ๆ แล้วไม่รู้เมื่อกี้คราวด์เห็นหรือเปล่าว่าเขากำลังแอบดูเควินอยู่...

ในขณะที่อเล็กซ์กำลังวุ่นวายใจอยู่นั้น ที่ชั้นล่างคราวด์ชะโงกหน้ามองแผ่นหลังของอเล็กซ์ที่ผุบหายขึ้นไปบนชั้นสองแล้วเดินไปยังห้องนอนของน้องชายแล้วดันประตูที่ปิดไม่สนิทเปิดผัวะเข้าไปอย่างไม่คิดจะเกรงใจเจ้าของห้อง

“จะทำอะไรก็อย่าทำให้มันประเจิดประเจ้อนักสิเควิน”

เควินที่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาสีฟ้าสดยามไม่มีแว่นตาอันโตปกปิดนั้นไม่ต่างอะไรกับของพี่ชายร่วมสายเลือด เจ้าเล่ห์และซุกซน ไม่ได้ดูนุ่มนิ่มน่าถนอมอีกต่อไป เขาหยิบแว่นตาขึ้นมาเช็ดรอยเปื้อนบนกระจกอย่างใจเย็นแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่เอาน่าคราวด์ ก็แค่แกล้งแหย่เล่นนิดๆ หน่อยๆ เอง”

“แต่นายเล่นแหวกหญ้าเสียงดังขนาดนั้น เดี๋ยวลูกแกะตื่นเราก็อดกินกันพอดีน่ะสิ”

เควินวางแว่นลงบนสันจมูกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาพี่ชายของตนเต็มที่ “นายน่ะมัวแต่ชักช้า เอาเป็นว่าฉันขอกินก่อนแล้วกันนะ”

 

 

Talk เราเคยประกาศกร้าวกับตัวเองว่าไม่เขียน 3p ยังไงก็ไม่เขียนเพราะเข้าไม่ถึงจริงๆ กับความรักของคนสามคนแล้ววันหนึ่งซึ่งก็คือไม่กี่วันนี้แหละ มานั่งตั้งคำถามกับตัว แล้วก็ตอบเอง ว่ามันน่าจะได้นะ ไหนๆ ก็ไหนแล้วว่ามองกันดูสักตั้งสิวะ ว่าเราจะอินไปกับทั้งสามคนและเขียนออกมาให้สมูทได้ไหมมาเอาใจช่วยอเล็กซ์กันค่ะ ว่างานนี้อเล็กซ์จะ 'ได้กิน' หรือ 'ถูกกิน' กันแน่

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น