คัดลอกลิงก์เเล้ว

(FIC บุพเพสันนิวาส) บุพเพสันนิวาส [หลวงสรศักดิ์xการะเกด]

โดย CHOLIN

ในงานมงคลของแม่หญิงการะเกดและขุนศรีวิสารวาจา หลวงสรศักดิ์ได้ปะกับเด็กหญิงวาจาร้ายกาจที่เรือนออกญาโหราธิบดี บุพเพสันนิวาสครั้งใหม่...จึ่งได้ก่อตัวขึ้น

ยอดวิวรวม

17,014

ยอดวิวเดือนนี้

225

ยอดวิวรวม


17,014

ความคิดเห็น


91

คนติดตาม


1,000
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 เม.ย. 61 / 16:00 น.
นิยาย (FIC ؾѹ) ؾѹ [ǧѡxࡴ] (FIC บุพเพสันนิวาส) บุพเพสันนิวาส [หลวงสรศักดิ์xการะเกด] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฟิคนี้เกิดขึ้นเพราะความติดละครล้วนๆค่ะะ ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นมาได้เลยนะคะะะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 เม.ย. 61 / 16:00



ท่ามกลางบรรยากาศแห่งงานมงคลอันชื่นมื่น ผู้คนต่างยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจักเป็นบ่าวไพร่ในเรือนหรือแขกที่มางาน แม้กระทั่งชายหนุ่มหน้าตาคมคร้ามดุดันผู้หนึ่งก็ดูมีท่าทีอ่อนลงกว่าปกติ หลวงสรศักดิ์ผินมองไปรอบๆกาย

พ่อเรืองกำลังประคองแม่จันทร์วาดที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่นานนัก

ส่วนพ่อเดชก็กำลังจะแต่งกับแม่การะเกด

เห็นแล้วก็พาลให้รู้สึกใจหายเสียมิได้ บุรุษรอบตัวที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขาล้วนตบแต่งเมียเอกออกหน้าออกตากันไปเสียหมดแล้ว เหลือเพียงตนที่มีเพียงเมียบ่าวเล็กๆเต็มเรือน แต่จักให้ทำเยี่ยงไรได้ เขายังไม่พบสตรีใดในกรุงศรีที่จักเหมาะสมกับตำแหน่งเมียเอกของออกหลวงสรศักดิ์ผู้นี้เลย บุตรีของขุนน้ำขุนนางหลายคนงดงาม เพรียบพร้อมไปด้วยกิริยามารยาทและบรรดาศักดิ์ ทว่านางเหล่านั้นบอบบาง หัวอ่อนเกินไป เปรียบดั่งบุปผาที่ต้องลมหรือสัมผัสหนักมือไปสักหน่อยก็คงจักชอกช้ำจนร่วงโรย หากนางเหล่านั้นมาปะกับเหล่าเมียบ่าวของเขาคงจักทนอยู่ไม่ได้เป็นแน่ ชายหนุ่มต้องการแม่หญิงที่เข้มแข็ง ฉลาดเฉลียว และเด็ดขาดพอๆกันกับเขามาร่วมกันปกครองเรือน 

ขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย ขาทั้งสองก็นำเขาเดินมายังบริเวณสวนอันร่มรื่นหน้าเรือนท่านออกญา เขานึกแปลกใจนักว่าเหตุใดตนจึงได้เดินมาที่นี่โดยไม่รู้ตัวทั้งที่ไม่ได้นิยมชมชอบการชมพฤกษานานาพันธุ์พวกนี้เลย ขณะที่เขากำลังเดินเหม่อนั้น ก็มีสิ่งหนึ่งพุ่งมาชนกลางลำตัวเข้าเต็มรัก เนื่องด้วยสิ่งที่ชนเขานั้นไม่อาจสู้เรือนกายแกร่งของบุรุษ ร่างนั้นจึงล้มไปข้างหลังจนก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น

เด็ก?

ดวงตากลมโตคู่หนึ่งจ้องเขาจากพื้นเบื้องล่าง แววตากรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิดพร้อมกับเรียวปากที่เบะคว่ำ เด็กหญิงวัยไม่เกิน 11-12 ขวบปี ห่มสไบสีนวล เรือนผมรวบเป็นมวยกลม หน้าตาจัดว่างามน่ารัก หากแต่ดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับร้อนราวกับไฟ

"เดินอย่างไรของท่าน ไม่ดูตาม้าตาเรือบ้างฤา?" เสียงใสกล่าวขึ้นพร้อมกับที่ร่างเล็กๆนั้นปัดฝุ่นตามเนื้อตัว ความรู้สึกเอ็นดูในคราแรกหายวับไปทันที หลวงสรศักดิ์ขมวดคิ้ว ใบหน้าดุดันแบบที่คงจักทำให้เด็กร้องไห้จ้า

ทว่าไม่ใช่กับเด็กหญิงผู้นี้

"ออเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดกิริยาเลวนัก ไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่!!" พูดพร้อมกับกระทุ้งไม้ตะพดลงกับพื้นหนึ่งครา เด็กหญิงเมื่อเห็นท่าทางขู่ขวัญเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังจ้องกลับด้วยนัยน์ตาเจิดจ้าอย่างไม่ยอมแพ้

"ผิดก็จงยอมรับว่าผิด ข้าก็มิได้ตัวเล็กเป็นมดปลวก ข้าวิ่งมาปานฉะนี้ คนมีหัวคิดเห็นก็ควรจักรู้ว่ารีบเร่ง ต้องหลีกทางให้ คงจักมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่แบบท่านกระมังที่ยืนตาลอยดั่งคนตาบอด"

วาจาสามหาวยอกย้อนนั้นทำเอาชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้า หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กคงได้ลิ้มรสไม้ตะพดของออกหลวงสรศักดิ์ผู้นี้ดูสักครา แต่ถึงแม้จะโมโหเพียงใด ส่วนหนึ่งในใจเขาก็รู้ว่าตัวเองผิดจริง และอดชื่นชมความกล้าบ้าบิ่นของเด็กหญิงผู้นี้อย่างเสียไม่ได้ 

เขาถอนหายใจออกมาหนักๆ จะมาเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเด็ก ใครมาเห็นเข้าคงจักเป็นที่ครหาเป็นแน่ว่าออกหลวงรังแกลูกเล็กเด็กแดง ทว่าหากไม่สั่งสอนก็คงไม่ใช่ตัวเขา ชายหนุ่มชี้ไม้ตะพดเข้าที่ดวงหน้าบึ้งตึง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ซึ่งรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาในครานี้ทำให้เด็กหญิงผงะไปข้างหลัง

"อย่าได้ไปปากกล้าเช่นนี้กับผู้อื่น มิเช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน ใช่ว่าทุกผู้จะให้อภัยต่อวาจาไม่เห็นหัวใครของออเจ้าง่ายๆแบบข้า นังหนูสามหาว"

ดวงตาคมกริบปรายมองริมฝีปากเล็กๆที่ขบกันแน่นและมือทั้งสองซึ่งกำไว้ข้างกายเพื่อปิดบังความสั่นกลัวของเจ้าของ ช่างพิกลนัก ที่เขารู้สึกว่าท่าทีเช่นนั้นทำให้นังหนูนี่ดูน่ารังแกมากขึ้นไปอีก คนอื่นๆหากเจอไม้ตะพดคู่ใจของเขาชี้หน้าเข้าเยี่ยงนี้คงเข่าอ่อน หรือหากเป็นเด็กกับผู้หญิงก็คงน้ำตาไหลเป็นเผาเต่า แต่เด็กตรงหน้ากลับยืนนิ่ง ดวงตาที่หลุบลงต่ำนั้นไม่มีแววอ้อนวอนหรือรู้สึกผิด หลวงสรศักดิ์รู้จักท่าทีเช่นนั้นดี มันคือท่าทีของคนที่ยอมลง หาใช่เพราะยอมจำนน แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเหนือกว่าตนอย่างแท้จริง 

ครั้งหนึ่ง เขาก็เคยเป็นเช่นเด็กนี่ 

ต้องยอม ทั้งที่เชื่อมั่นในความคิดของตน ทว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเหนือกว่าอย่างไม่อาจเอื้อม

ราวกับเห็นตัวเองในวันวานก็ไม่ปาน.....

รอยยิ้มบางๆและแววพึงใจปรากฏบนใบหน้าคมคร้าน เขาขยับไม้ตะพดในมือไปวางปุลงบนศีรษะทุยนั้นสองสามที แอบอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กหญิงย่นคอหลบอย่างเกรงๆ เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเขาไม่ได้เจตนาจะทำร้าย ดวงตากลมโตดุจเนื้อทรายก็เหลือบมองมา ยามสายตาทั้งสองสบกันเป็นครั้งแรก ดุจดั่งมีศรแล่นปักเข้ากลางอก ออกหลวงสรศักดิ์ขมวดคิ้วอย่างสับสน

ความรู้สึกหวิววูบนี่มันสิ่งใดกัน? หรือเขาจักจับไข้เอาเสียแล้ว

โดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากของเขาก็ขยับไปก่อนใจนึก

"เจ้าชื่อกระไร นังหนู?" นัยน์ตาคมกริบที่ยามนี้อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดแม้เจ้าตัวจักไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ใจดวงน้อยของเด็กหญิงเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ทว่าดวงตาคู่งามก็ยังประสานกับดวงตาดุๆนั้นราวต้องมนต์

"ข้าชื่อ.....เกศริน....จ-เจ้าค่ะ" คำลงท้ายนั้นแผ่วเบาจนแทบหายไปกับสายลม ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างนึกขัน ดูท่าคงไม่ชินกับการทำตัวสุภาพกับเขาเท่าไรกระมัง?

"แล้วท่านเป็นใครฤา....เจ้าคะ?" ถึงแม้เกศรินจะรู้ว่าเป็นการเสียกิริยาที่ถามไปเช่นนั้น แต่นางกลับหยุดตัวเองไม่ได้ บางอย่างในใจทำให้เด็กน้อยอยากรู้เกี่ยวกับชายหน้าดุผู้นี้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่รู้สึกไม่ชอบหน้าแท้ๆแต่กลับห้ามตนเองไม่ได้

"ข้าคือออกหลวงสรศักดิ์...."

ความเงียบที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนั้นราวกับจะผ่านไปชั่วกัลป์ ท่ามกลางสวนสวยที่มีสายลมพัดผะแผ่วในเรือนออกญาโหราธิบดี ชายหนุ่มและเด็กหญิงจ้องตากันอย่างเงียบงัน พร้อมกับสายใยบางๆที่ถักทอขึ้นอย่างช้าๆ.....

"พ่อเดื่อ!"

เสียงตะโกนเรียกจากเบื้องหลังทำให้ทั้งคู่หลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มหันไปมองหลวงเรืองณรงค์เดชาที่ยืนอยู่หน้าเรือน

"ได้เวลาแล้วหนา ออเจ้ารีบมาเถิด!"

เมื่อเขาหันหลังกลับมาอีกที ร่างของเด็กหญิงก็หายไปเสียแล้ว


เขากำลังอยู่ในขบวนขันหมากของเจ้าบ่าว ถึงแม้จะไม่ได้แสดงออก แต่ภายในใจของชายหนุ่มกลับพะวงไปถึงเด็กหญิงที่เพิ่งปะหน้ากัน พิกลนัก แม้หญิงงามที่เคยประสบมาก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาว้าวุ่นถึงเพียงนี้ หาใช่ความพิศวาส แต่ก็หาใช่ความชังน้ำหน้า.....

ขบวนขันหมากที่นำโดยขุนศรีวิสารวาจาเดินมาถึงประตูเงินประตูทองที่กั้นโดยเด็กชายหญิงหลายคน หลวงสรศักดิ์หยิบเบี้ยอัฐถุงเล็กๆแจกจ่ายให้แต่ละคนอย่างเท่าเทียม จนมาถึงประตูสุดท้าย....

ที่ๆร่างอันคุ้นตายืนอยู่

ดวงหน้ามนมองเขาอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาอยากจะเอ่ยสิ่งใดสักอย่างกับนาง ทว่าเวลาไม่คอยท่า เขาไม่อาจรั้งรอได้นานนัก นั่นอาจเป็นเหตุผล.....ให้ทำในสิ่งที่ตนก็ไม่คิดว่าจะทำ 

"แบมือ" 

ชายหนุ่มถอดแหวนประจำตัวออกจากนิ้ว และวางมันลงบนมือเล็กนั่นพร้อมกับห่อผ้าบรรจุเบี้ยอัฐ เด็กหญิงมองมันอย่างสับสน ทว่าก่อนที่ร่างเล็กจะได้ทักท้วงสิ่งใด เขาก็ฉวยโอกาสที่คนกำลังชุลมุนโน้มตัวไปข้างใบหูของอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบเบาๆ


"แหวนนั่นเป็นประกันว่าเจ้าจักต้องมาพบข้าอีก แม่เกศริน นำมันมาคืนข้า เมื่อเราพบกันอีกครา"


แล้วเขาก็เดินขึ้นไปบนเรือน เนื่องจากร่างสูงใหญ่นั้นหันหลัง เขาจึงไม่เห็นว่าพวงแก้มนวลนั้นแดงปลั่งดั่งลูกตำลึงเพียงใด และเกศรินก็ไม่เห็นว่าวงหน้าดุดันนั้นประดับด้วยรอยยิ้มกว้างเพียงใดเฉกเช่นกัน


หลังจากพิธีการต่างๆเสร็จสิ้นลง คู่บ่าวสาวจึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับแขกเหรื่อในงานอย่างจริงๆจังๆ ขณะที่หลวงสรศักดิ์กำลังแสดงความยินดีกับคู่ข้าวใหม่ปลามัน หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างหนึ่งแอบด้อมๆมองๆอยู่ข้างเสา

"อ้าว! เกศ ไปทำอะไรอยู่หลังเสาฮะ มาๆมานี่มา" การะเกดเดินไปดึงร่างน้อยๆที่ก้มหน้าไปสบตาผู้ใดมาอยู่ข้างตัว ก่อนหญิงสาวจะแนะนำตัวเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามแบบฉบับ

"หลวงสรศักดิ์คะ นี่เกศริน ญาติของข้าจากเมืองสองแควค่ะ เกศ นี่ออกหลวงสรศักดิ์ ไหว้ท่านออกหลวงสิจ๊ะ" เด็กหญิงแอบสบตาเขาชั่วครู่ ก่อนจะโน้มตัวลงไหว้แบบงกๆเงิ่นๆเล็กน้อย ทำเอาเขาหลุดขำออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะจากชายผู้ดุดันทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวมองหน้ากันอย่างฉงน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเขาหัวเราะอะไรง่ายๆ เห็นทีพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกกระมัง?

"หัวเราะกระไร!!......เจ้าคะ" เกศรินแหวใส่อย่างลืมตัว ก่อนจะแผ่วเสียงลงเมื่อเห็นสายตาดุๆจากออกขุนท่าน

"ว่าแต่...ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเจ้ามีน้องด้วย แม่การะเกด?" 

ทำเป็นเมินข้างั้นรึ?! ดวงตากลมโตแอบมองชายหนุ่มอย่างคาดโทษ

"นางเป็นญาติห่างๆของข้า พ่อแม่ของนางเพิ่งสิ้นไป ข้ารับนางมาอยู่ด้วยได้หลายเดือนแล้วค่ะ"

"แม่การะเกดเอ็นดูนางมาก หากผู้ใดมาเห็นคงจักคิดว่าเป็นพี่น้องคลานตามกันมาเป็นแน่" ขุนศรีวิสารวาจาเสริมพลางมองภรรยาด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ เพียงพบหน้ากันครั้งแรก แม่การะเกดก็เอ็นดูเด็กหญิงผู้นี้ราวกับผูกพันกันมานาน ถึงแม้เกศรินจะมีนิสัยก้าวร้าว ดื้อดึงจนทำให้เขานึกถึงแม่การะเกดคนเก่าก็ตาม รูปร่างหน้าตาก็เหมือนกันปานฉะนี้ ในบรรดาคนทั้งเรือน เด็กหญิงจากเมืองสองแคว ยอมให้การะเกดมากที่สุด จนเขานึกสงสัยไม่ได้ว่าทั้งสองอาจเคยเจอกันมาก่อน

"งั้นฤา..." ชายหนุ่มเอามือลูบคางอย่างครุ่นคิด มองไปยังร่างเล็กที่ยืนเยื้องหลบหลังแม่การะเกด แต่ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะผิดสังเกต ก็มีแขกคนอื่นเรียกพวกเขาไปเจรจาด้วยเสียก่อน เมื่อเหลือกันเพียงสองคน เด็กหญิงก็มองซ้ายมองขวา ก่อนจะหยิบเอาแหวนวงโตออกมาส่งคืนให้

"ของๆท่าน เอาคืนไป ตามสัญญา" 

ชายหนุ่มก้มลงมองแหวนประจำตัวของตนในอุ้งมือเล็กอยู่ชั่วครู่ ก่อนเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง


"ข้ายังไม่อยากได้คืน"


ดวงตากลมโตมองมาที่เขาอย่างสับสนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หรือออกหลวงผู้นี้จะวิปลาสไปเสียแล้ว? เที่ยวเอาทรัพย์สมบัติมาแจกจ่ายผู้อื่นตามอำเภอใจเช่นนี้

"หมายความว่ากระไรเจ้าคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงลังเลใจ

"หมายความว่าข้ายังไม่อยากได้คืนตอนนี้ เจ้าจงเก็บเอาไว้ก่อน แล้วนำมาคืนข้า...เมื่อเราพบกันอีกครา" 

หากเป็นหญิงอื่น ฟังเท่านี้ก็คงจักรู้ว่าเขาปรารถนาจักได้พบอีกครั้งแลคงดีใจจนเนื้อเต้น ทว่าแน่นอนว่าสิ่งนั้นย่อมไม่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงนามเกศริน

"แล้วเราจะพบกันอีกได้อย่างไรเล่า! ท่านนี้พูดจาพิกลนัก" พูดเสียงเข้มพลางชักสีหน้าใส่ นั่นปะไร ทำตัวดีได้ไม่กี่บาท กลับมาเป็นเด็กปากร้ายก้าวร้าวอีกแล้ว

"อย่าลืมที่ข้าบอกเรื่องกิริยา นังหนู" ชายหนุ่มยกไม้ตะพดขึ้นชี้ดวงหน้ามน เกศรินจ้องไม้ตะพดนั้นอย่างหงุดหงิด อย่าให้สบโอกาสเชียว จักหักให้เป็นสองเสี่ยงแล้วเอาไปให้หมามันแทะเล่นเสียให้พอใจ!! คนที่ข้ายอมให้สั่งให้สอนได้มีเพียงพี่การะเกดเท่านั้นแล!!

"ท่านคิดว่าเราจักได้พบกันอีกเนื่องในโอกาสใดเล่าเจ้าคะ ออกหลวงท่าน?" เสียงที่แกล้งดัดให้อ่อนหวานปานน้ำผึ้งกล่าวขึ้นพร้อมกับยกยิ้มหวานชวนขนลุก 

"โอกาสนั้นเป็นเจ้าที่ต้องคิดเอาเอง เจ้าคงไม่อยากเป็นขโมยหรอกกระมัง?" เห็นท่าทีแบบนั้นเขาก็อดจะยวนอีกฝ่ายไม่ได้

"เอ๊ะ! ท่านฝากไว้ให้ข้า แล้วข้าจักไปเป็นขโมยได้อย่างไร" 

"เอาของเขาไปแล้วไม่ได้คืน ไม่ใช่ขโมยแล้วเรียกว่ากระไร นังหนู"

"ข้าไม่ใช่ขโมย ไม่ใช่นังหนูด้วย!!" 

"อย่าขึ้นเสียงกับผู้หลักผู้ใหญ่" หลวงสรศักดิ์กล่าวเสียงเข้ม เอาไม้ตะพดเคาะหัวทุยไปเสียหนึ่งที ดื้อด้านเช่นนี้ ต้องสั่งสอนเสียบ้าง เกศรินมีท่าทีเหมือนจะอาละวาดอีกครา ก่อนที่เด็กหญิงจะผุดรอยยิ้มร้ายกาจบนริมฝีปากที่ทำเอาชายหนุ่มเกรง

"ดี....ดี...ถ้าเช่นนั้น.....แบมือเจ้าค่ะ ท่านออกหลวง" เขาขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมแบมือแต่โดยดี 

นังหนูนี่จะมาไม้ไหนได้อีก? 

ร่างเล็กถอดกำไลทองวงหนึ่งจากข้อมือของตนก่อนจะวางแปะลงกลางฝ่ามือใหญ่ด้วยสีหน้าของผู้ชนะ

"เจ้าให้ข้าด้วยเหตุใด?"

"กำไลทองนั่นเป็นประกันว่าท่านจักต้องมาพบข้าอีก ออกหลวงสรศักดิ์ นำมันมาคืนข้า เมื่อเราพบกันอีกครา"

ยอกย้อนข้างั้นฤา!!

"นังหนูนี่..."

"อย่าลืมนำมาคืนข้านะเจ้าคะ ท่านออกหลวง ท่านคงไม่อยากเป็นขโมยหรอกกระมัง?"

"เจ้า!!" ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทำอันใด ร่างเล็กนั่นก็วิ่งฉิวหายไปเสียแล้ว

"ฝากไว้ก่อนเถิด นังหนูตัวแสบ!"


เมื่อเสร็จสิ้นงานมงคลและส่งบ่าวสาวเข้าหอแล้ว แขกเหรื่อทั้งหลายก็เริ่มเดินทางกลับเรือน เช่นเดียวกับออกหลวงสรศักดิ์และออกพระเพทราชาที่กำลังนั่งเรือกลับเรือนของตน ทว่าเมื่อเห็นลูกชายเอาแต่นั่งมองกำไลทองที่ดูไม่คุ้นตา เขาจึงอดถามสิ่งที่สงสัยอยู่ออกไปไม่ได้

"ต่อปากต่อคำกับเด็กสนุกไหมเล่า พ่อเดื่อ"

"ท่านพ่อเห็นด้วยหรือขอรับ?" ดวงตาคมละจากกำไลทองในมือชั่วครู่

"นังหนูนั่นเป็นใครมาจากไหนเล่า ถึงทำให้ออกหลวงสรศักดิ์ลดตัวลงไปต่อล้อต่อเถียงด้วยเสียนานสองนาน"

"นางชื่อเกศรินขอรับ เป็นญาติของแม่การะเกดมาจากเมืองสองแคว"

"เป็นอย่างไรบ้างเล่า?" ออกพระถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนเช่นเขาย่อมดูออก ว่าระหว่างบุตรชายแะเด็กหญิงผู้นั้นมีอะไรบางอย่าง

"ต้องปราบพยศอีกนานโขขอรับ ท่านพ่อ" กล่าวพลางหันไปมองดวงจันทร์สุกสว่างบนท้องนภายามราตรี แสงจันทร์อาบไล้ใบหน้าคมดุจนดูอ่อนลง เฉกเช่นกับประกายในดวงตาคู่นั้น

ป่านนี้เจ้าจักทำกระไรอยู่หนอ นังหนู



แหวนทองวงงามถูกคลึงระหว่างปลายนิ้วเรียวขาว เด็กหญิงตัวน้อยเหม่อมองพระจันทร์จากหน้าหอนอน ขณะที่ความคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล

ออกหลวงผู้นั้นจักกลับถึงเรือนหรือยังหนอ

"ยังไม่นอนอีกฤาเจ้าคะ คุณเกศ?" เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากเบื้องหลัง เด็กหญิงจึงรีบซ่อนแหวนในมือให้พ้นจากสายตา

"ข้ายังไม่ง่วง ผิน" พี่การะเกดสอนไม่ให้เธอพูดจาก้าวร้าวหยาบคายกับบ่าวไพร่จนเกินไปนัก เด็กหญิงจึงไม่เรียกอีกฝ่ายว่า 'นังผิน' แต่ก็ยังไม่อาจทำใจให้ชินกับการเรียกบ่าวว่า 'พี่ๆ' เหมือนที่การะเกดทำได้

"หรือวันนี้เจอผู้ใดในงานรึเจ้าคะ" ดวงหน้าขาวแดงเรื่อทันที ร่างเล็กหันมาตวาดแหวใส่ผู้เป็นบ่าว

"สู่รู้!!"

"แล้วจริงมั้ยเล่าเจ้าคะ?" ถามพลางยกยิ้มอวดฟันดำ เกศรินแยกเขี้ยวใส่บ่าวผู้รู้มากเกินเหตุ ก่อนจะเดินปึงปังกลับเข้าหอนอน

"เด็กหนอเด็ก....."


ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด คงมีเพียงจันทร์เท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าคนทั้งสองกำลังคะนึงถึงกันอยู่........



บุพเพสันนิวาสของเรานั้น 

บางคนอาจอยู่คนละภพ 

บางคนอาจอยู่คนละเวลา 

บางคน.....ต้องใช้เวลาถึงสองชาติจึงจะตระหนัก

ว่าบุพเพนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม 

ขอเพียงเปิดตา เปิดใจมองให้จงดี


บุพเพสันนิวาสของหล่อนอาจไม่ใช่คุณพี่เดช ทว่าฟ้าดินก็มิได้ใจร้ายกับสตรีผู้ร้ายกาจไปเสียทั้งหมดดอกหนา



        


*******************************************

Talk

มีเวอร์ชั่นยาวแล้วค่าาาา จิ้ม

https://writer.dek-d.com/lchojungl/writer/view.php?id=1801026


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ CHOLIN จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

91 ความคิดเห็น

  1. #91 Panaloyy (@Eurasiss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 10:42
    ออ แม่การะเกดตัวจริงเสียงจริงมาเกิดเป็นเกศคนนี้นี่เอง งุ้ยยยย รีบมาต่อนะเจ้าคะหมื่นไรต์
    #91
    0
  2. #90 มัจจุราชพเนจร (@dek-tap) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 06:02

    น่ารัก
    #90
    0
  3. วันที่ 3 กันยายน 2562 / 20:18

    อัพเดทเถอะค่ะสนุกมากกกก👍😘
    #89
    0
  4. วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 02:15

    ไรท์หายอ่า
    #88
    0
  5. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 14:20
    ต่อให้จบนะคะ
    #87
    0
  6. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:56
    เข้าอ่านยังงัยบอกที่
    #86
    0
  7. #85 NijiRin (@NijiRin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 14:54
    สนุกจังเลยค่ะ พ่อเดื่อเลี้ยงต้อย อิอิ
    #85
    0
  8. วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 16:46
    ออเจ้าข้าคิดถึงเหลือเกิน ออเจ้าช่างสร้างสรรคให้ข้าได้ติด ติดใจเยี่ยงนี้ ขอบคุณมากๆคะ
    #84
    0
  9. #83 ploypoiza (@ploypoiza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:04
    หลงมาอ่าจนได้
    #83
    0
  10. #82 TleChomcheun (@TleChomcheun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 09:32
    ละมุนมากค่ะ มาต่อเถอะนะคะ
    #82
    0
  11. วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:39
    ไม่ต่อหรอค้ั
    #81
    0
  12. #80 7BTSAm-_- (@7BTSAm-_-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 19:01
    ชอบง่าาาาา
    #80
    0
  13. #79 deeganna (@znell) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 16:40
    งู้ยยยย กินเด็กรึเจ่าคะออกหลวง
    #79
    0
  14. วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 21:25
    ดีจ์มากเว่อ~~
    #78
    0
  15. วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 14:33
    อยากอ่านเป็นฟิคยาวเลยเจ้าค่ะ ฮือออ
    #77
    0
  16. #76 nayerkko (@nayerkko) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 14:33

    อ่านลื่นมากค่ะ
    #76
    0
  17. #75 Wind_of_change (@Wind_of_change) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:08
    สนุกมากเลยค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #75
    0
  18. #74 Queen1304 (@Queen1304) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 00:53
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ สู้ๆ
    #74
    0
  19. วันที่ 30 มกราคม 2562 / 00:23
    รักกกกกกก
    #73
    0
  20. วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:31
    รอเสมอค่ะ
    #72
    0
  21. #71 {●•£0¥•●} (@Coldair) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 09:52

    หายไปเลยอ่ะ😭😭😭
    กลังมาต่อเถอะนร้าาาา
    😖😖😖😖😖😖😖
    #71
    1
  22. #70 7140345 (@7140345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:44
    อยากอ่านต่อคะมนไหม
    #70
    0
  23. #69 7140345 (@7140345) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:43
    อยากอ่านต่อคะมีไหม
    #69
    0
  24. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:39
    ชอบมากกก รอค่ะ
    #68
    0
  25. วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:22
    รอค่าาาา
    #67
    0