แฟนฟิค อินฟินิท ><"

ตอนที่ 1 : Weekend Night [HoJong]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 58



ในที่สุดก็มีวันหยุดสำหรับพักผ่อนสักทีหลังจากที่ต้องตะลุยโปรโมทเพลงอัลบั้มดูเอทร่วมกับพี่รองจางดงอูฮยองก็แทบจะไม่มีเวลาหยุดพักให้หายใจใจกันเลยที่เดียว  ร่างหนาย่างเท้าเดินเข้ามาในห้องแล้วปลดประเป๋าเป้ตัวเก่งสีโปรดออกจากบ่าหนาก่อนที่สองมือของตนจะถอดสิ่งที่ปกปิดร่างกายท่อนบนออก  แผ่นอกเปลือยเปล่าสีน้ำผึ้งเข้มที่ถูกตกแต่งไปด้วยมัดกล้ามที่เจ้าตัวบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นปรากฏแก่สายตาของผู้ร่วมห้องอีกคนที่นอนเล่นเกมส์อยู่ด้านบน

“อย่ามาอวดเบ่งแถวนี้รีบๆไปจัดการตัวเองซะหิวข้าวแล้ว  เหม็นเหงื่อด้วย”

เป็นเสียงของเด็กประถมอีซองยอลที่พูดค่อนขอดเพราะความอิจฉา  เจ้าของร่างหนาสมส่วนหันไปมองยังต้นเสียงมุมปากถูกยกขึ้นมาโชว์เขี้ยวเล็กน้อยก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบผ้าขนหนูสีม่วงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย

 

“ผมจะกลับกวางจูฮะ”

เสียงใสของน้องเล็กในวงดังขึ้นหลังจากที่พี่ๆในวงเอ่ยถามอย่างหนักแน่น  ก็แน่ล่ะสินานๆทีจะได้มีวันหยุดยาวติดๆกันแบบนี้สักทีถ้าไม่กลับบ้านแล้วจะให้ไปไหน  เพื่อนๆก็ไปเรียนกันหมด  จะให้อยู่หอก็ใช่เรื่อง  เพราะฉะนั้นกลับบ้านไปหาออมม่าจึงเป็นทางเลือกดีที่สุดแล้ว

“เหอะนะซองจงอ่าไปด้วยกันเหอะ  หว่าจะได้หยุดยาวพร้อมๆกันสักที”เสียงทุ้มของนัมอูฮยอนพี่ชายคนสนิทพยายามตื้อเพื่อชักจูงให้คนตัวเล็กเปลี่ยนใจ

“นั่นสิซองจง  นานๆที่พวกเราจะได้หยุดพร้อมๆกันไปเที่ยวด้วยกันสิ”ลีดเดอร์พี่คนโตก็ช่วยโน้มน้าวอีกคนหลังจากที่หันไปเจอกับสายตาของคนรักที่มองมาอย่างขอความช่วยเหลือ

“เดี๋ยวฮยองจะโทรไปขอออมม่าให้เอามั้ยคุณนายอีน่าจะเข้าใจอยู่หรอก  แอลเอามือถือให้ยอลลี่หน่อยสิ”เด็กประถมอย่างอีซองยอลก็เอาด้วยพร้อมกับหันไปสั่งแฟนหนุ่มที่นั่งเล่นเกมส์กับพี่รองอย่างจางดงอูให้ช่วยไปหยิบเครื่องมือสื่อสารของตนมาให้เพื่อจะได้โทรไปขออนุญาตคุณนายอีให้กับน้องเล็กของวง

ส่วนคนมีปัญหาอย่างอีซองจงที่เห็นท่าทางเอาจริงของพี่ๆในวงแล้วก็อดที่จะไขว้เขวสองจิตสองใจไม่ได้  แต่เมื่อเหลือบไปเห็นท่าทางของสมาชิกร่วมวงอีกคนยังนั่งเฉยไม่บ่งบอกท่าทีรู้ร้อนรู้หนาวจึงกัดปากบอกความต้องการของตนออกไป

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ  ผมสัญญากับออมม่าและน้องๆไว้แล้วว่ายังไงก็จะ  ต้องกลับบ้าน  เอาเป็นว่าไว้ครั้งหน้าผมไม่ผิดสัญญาแน่นอนฮะ”

เสียงใสยังยืนยันความต้องการเดิมอย่างหนักแน่นก่อนจะเดินเข้าห้องและออกมาพร้อมกระเป๋าใบย่อมแล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์ยากที่ใครจะคาดเดาได้  ทำเอาพวกฮยองทั้งหลายถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเสียดายที่ทริปครั้งนี้สมาชิกได้ขาดหายไปอีกคนก่อนจะพร้อมใจหันไปมองหน้าตัวต้นเหตุที่นั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีใดๆทั้งที่ความจริงแล้วคำโน้มน้าวของตนอาจจะได้ผลมากกว่าคนอื่นๆ

อีโฮวอนที่นั่งเงียบตั้งแต่แรกที่เหล่าบรรดาพี่ๆน้องๆเริ่มตั้งวงสนทนาก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องตัวเองบ้าง  ร่างหนานั่งลงบนเตียงนุ่มก่อนจะเอนตัวไปพิงกับบันใดทางขึ้นที่เชื่อมกับเตียงของคนด้านบนพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ  มันเป็นก็เป็นอย่างนี้ทุกที 

 


ทั้งๆที่มีโอกาส

ทั้งๆที่โอกาสลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ

ทั้งๆที่แค่พูดออกไป

แต่มันก็ติดตรงที่  ไม่กล้า!

 

ใช่อีโฮวอนไม่กล้าแสดงออกว่าตนเองรู้สึกยังไงกับอีซองจง 

ใช่อีโฮวอนไม่กล้าพูดว่าตนเองรู้สึกยังไงกับอีซองจง

 

ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าอีซองจงคิดยังไงกับตนแต่มันติดตรงคำว่าไม่กล้านั่นแหละที่ทำให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้  ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าวันหยุดยาวครั้งนี้เขาจะต้องสารภาพความในใจของตัวเองให้คนตัวเล็กรับรู้  แต่สุดท้ายความตั้งใจก็กลับมาผิดคลาดไม่เป็นดังที่เขาตั้งใจไว้ซะงั้น  และแทนที่เขาจะพยายามลองยื้อให้คนตัวเล็กเปลี่ยนใจกลับดันนั่งเงียบๆปล่อยให้พวกพี่ๆน้องๆเขาเป็นคนพูดเองซะงั้น

นายนี่มันโง่!จนเกินบรรยายจริงๆเล้ยยยย  อีโฮวอนเอ้ย! (มาก!!>>ไรเตอร์)

 

ขณะที่เจ้าของเตียงกำลังทำหน้าตาคิดหนักเหมือนอมของบูดมาหลายวันผู้มาใหม่ที่พึ่งเดินเข้ามาอย่างอีซองยอลจึงเดินมานั่งลงยังที่ว่างปลายเตียง  ตาเรียวกวาดมองคนนอนอยู่ด้วยความอ่อนใจ

หน้าตาก็หล่อ  หุ่นก็เท่  แต่เสียอย่างเดียวปากหนักชะมัด!

“เมื่อกี้ทำไมนายไม่พูด”คนมาใหม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวคล้ายกับต้องการแสดงอารมณ์แทนใครบางคนอยู่


เงียบ ...........


เพราะคนฟังยังไม่ได้ยินคำถามเพราะมัวแต่จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง  ทำเอาคนถามถึงกับหน้านิ่วอารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิม

“ย๊า!  อีโฮวอนฉันถามนายไม่ได้ยินหรือไง  ว่าเมื่อกี้ทำไมนายไม่รั้งซองจงเอาไว้!

เหมือนมันจะได้ผลเมื่อเสียงดังของอีซองยอลสามารถทำให้คนเหม่อได้ยิน  อีโอวอนเหลือบมองคนถามแวบหนึ่งก่อนจะถอนหายใจแต่ก็ไม่มีคำตอบที่เอ่ยออกมาจากปากคนโดนถาม  ซึ่งอาการของคนตรงหน้าทำเอาอีซองยอลถึงกับเครียดจนต้องยกมือเรียวของตนขึ้นมากุมขมับกันเลยทีเดียว  ร่างสูงจึงลุกขึ้นแล้วเอาปฏิทินที่วางอยู่บนหัวเตียงของคนที่พึ่งออกไปปาใส่คนที่นอนอยู่พร้อมกับทิ้งคำพูดประโยคยาวที่ไม่จบประโยคเอาไว้ให้คนฟังสงสัยเล่นแล้วเดินออกไป

“เออไม่สนก็ให้ไม่สนตลอดแล้วกัน  คราวหลังจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว อ้อแล้วก็รู้เอาไว้ด้วยว่าพรุ่งนี้วัน...ฮึ่ย!!!

ถึงแม้จะเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าไอ้คนที่นั่งอยู่นี้เป็นคนยังไงแต่อีซองยอลก็อดไม่ได้ที่จะเผลอแสดงอาการน้อยใจแทนน้องเล็กของวงไม่ได้  ทำไมอีซองยอลจะไม่รู้ว่ารูเมททั้งสองคนของเขารู้สึกยังไงต่อกัน 

 

ต่างคนต่างก็รู้สึกเหมือนกันแต่มันแย่ตรงที่ไม่มีใครเลยที่จะกล้าเผยความรู้สึกของตนให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้

 

แล้วแบบนี้เมื่อไหร่มันจะสมหวังกันเสียทีอีซองยอลคนนี้ล่ะเหนื่อยใจจริงๆ  ทั้งที่ทุกคนอุตส่าตั้งใจวางแผนว่าวันหยุดยาวครั้งนี้จะต้องทำให้ทั้งสองบอกความในใจของตนออกมาแต่ก็ดันมาผิดแผนเพราะซองจงเกิดงอนแล้วจะกลับกวางจูบ้านเกิด  แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายามจึงหันมาช่วยกันโน้มน้าวให้น้องเล็กเปลี่ยนใจ  ทั้งที่มันเกือบจะได้ผลอยู่แล้วเชียวเพราะตากลมของคนตัวเล็กฉายแววสับสนลังเลออกมาแล้วแท้ๆ  แต่ถ้าไม่เป็นเพราะไอ้คนบ้าสีม่วงทั้งที่มันเป็นคนมาขอให้เขาช่วยแท้ๆกลับนั่งบื้ออยู่ได้  แล้วแบบนี้มันจะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไง!

 

 

เมื่อลับร่างสูงของรูเมทที่เดินเหวี่ยงออกไปแล้วมือใหญ่จึงหยิบกระดาษแข็งๆรูปสามเหลี่ยมที่ถูกปามาขึ้นมาและก่อนที่มันจะถูกนำไปเก็บไว้ที่เดิมสายของคนเก็บก็ไปสะดุดกับลายมือหวัดๆ ขยุกขยิกสีแดงที่ถูกเติมลงไปในช่องของวันที่และที่ว่างรอบๆพื้นที่ที่เหลือที่ถูกแปะด้วยกระดาษสีสันต่างๆแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่ด้านหลังของปฏิทิน

 

30 ส.ค.>>>> วันนี้ลองทำคิมบับวันแรกอุตส่าว่าจะเอาไปให้โฮวอนฮยองที่กองถ่ายแต่ดันโดนยอลลี่ฮยองแอบขโมยกินซะงั้น  สุดท้ายก็อดเอาเป็นว่าครั้งหน้าก่อนนะฮะ

2 ก.ย.>>>> จะวันเกิดแล้ว ในที่สุดก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว~~ ดีใจจังเลย  หวังว่าพวกฮยองทั้งหลายคงจะไม่ว่าผมเป็นเด็กอีกนะฮะ

3 ก.ย.>>>> สุขสันวันเกิดนะอีซองจง ^ ^ หวังว่าปีนี้คงจะมีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองนะ  ขอบคุณอัปป้าออมม่าที่ให้กำเนิดลูกชายคนนี้  ขอบคุณฮยองทั้งหลายสำหรับเค้กและคำอวยพรถึงแม้ว่าปีนี้โฮวอนฮยอนจะไม่อยู่ก็ตาม

10 ต.ค.>>>> เอาอีกแล้วโดนตาแปะใช้อีกแล้ว  แถมไม่ใช้เปล่าดุด้วยอีกต่างหากแค่เรื่องลืมถูบ้านแค่นี้   และแทนที่จะดุแล้วมาช่วยกันทำกลับเดินไปกินไอติมกับอูฮยอนฮยองซะงั้น  ดีนะที่โฮวอนฮยองมาช่วยไม่งั้นคงจะเหนื่อยอยู่คนเดียว

19 ต.ค. >>>> อยากกินไอติมแต่ดันไม่สบายเลยอด T^T  ยอลลี่ฮยองยังมากินล่อหน้าล่อตาอีก  แต่ความอยากมันเข้าครอบงำจนต้องแอบกินสุดท้ายก็ไข้ขึ้นนอนซมแถมยังโดนทิ้งให้อยู่เฝ้าห้องคนเดียวโดยที่ทุกคนแอบหนีไปเที่ยวกันหมด ฮืออออ  และก็ได้โฮวอนฮยองอีกตามเคยที่ช่วยดูแลและคอยอยู่เป็นเพื่อน  ขอบคุณนะฮะฮยองเพราะผมฮยองเลยอดไปพักผ่อนเลย

1 พ.ย.>>>> ในที่สุดโฮวอนฮยองก็ได้กินคิมบับฝีมือเราจนได้  ถึงแม้จะท้องเสียเพราะค้างในตู้เย็นมาหลายวันก็ตามT^T ฮือออ ผมขอโทษนะฮะฮยอง แต่ผมก็ไถ่โทษด้วยการอยู่ดูแลฮยองแล้วนะฮะ

20 ธ.ค.>>>> นี่เราไปญี่ปุ่นนานขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย  เดือนกว่า!  ใกล้จะคริสมาสต์แล้วสินะ  ปีนี้จะหาอะไรเป็นของขวัญดีน้า >///<

25 ธ.ค>>>> แมรี่คริสมาสต์นะฮะโฮวอนฮยอง ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ฉลองกับพวกเราแต่ก็ขอให้มีความสุขมากๆนะฮะ หวังว่าผ้าพันคอที่ผมให้มันคงจะอุ่นนะฮะ

31 ม.ค.>>>> ช่วงนี้ยุ่งๆกับการเตรียมตัวโปรโมทซิงเกิ้ลคู่  อย่าซ้อมหนักเกินไปนะฮะ  ผมเป็นห่วง

14 ก.พ.>>>> วันวาเลนไทน์แล้ว~~~ เป็นปีแรกที่ผมได้ช็อคโกแลตจากโฮวอนฮยอง ถึงแม้จะไม่ได้กับเจ้าตัวก็เหอะ  แต่ก็ขอบคุณมากนะฮะฮยองผมจะกินให้อร่อยสุดๆไปเลย!

16 ก.พ.>>>> อีกเดือนกว่าก็จะถึงวันเกิดโฮวอนฮยองแล้ว  เหนื่อย~~~~~ จังเลย~~~~ ขอบคุณสำหรับน้ำและผ้าเย็นนะคริสฮยอง  แต่เอ๊ะ!ทำไมโฮวอนฮยองถึงมองมาด้วยสายตาแปลกๆแบบนั้นด้วย??

19 ก.พ.>>>> โฮวอนฮยองเปลี่ยนไป!?  ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ค่อยพูดกับเราเลย  หรือเราไปทำอะไรให้โกรษหว่า

20 ก.พ.>>>> ไปเที่ยวๆ ไปเที่ยว  นานแล้วที่ไม่ได้หยุดยาวแบบนี้  ในที่สุดก็จะได้ไปเที่ยวกันสักที  อยากเล่นสกีจังเลย~~~  หวังว่าครั้งนี้เราคงไม่เป็นตัวถ่วงให้โฮวอนฮยองอดเล่นอีกนะ

 



ถ้อยคำทุกตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยลายมือคุ้นเคยที่อีโฮวอนนั้นจำได้ดีทำให้หัวใจของคนอ่านเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ  ทุกๆคำที่เจ้าของลามมือเขียนขึ้นมาแทบจะไม่มีบรรทัดไหนเลยที่มีมีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับเขาเลย  อีโฮวอนยกริมฝีปากหนาของตนขึ้นก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและดีใจที่สิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมดคนตัวเล็กนั้นรับรู้ถึงสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อออกไปได้

มือหนาค่อยๆพลิกแผ่นกระดาษเพื่อจะอ่านหน้าต่อไปแต่ก็ต้องหันไปสนใจกับแผ่นกระดาษใบเล็กๆที่ร่วงหล่นออกมาก่อนจะปลิวแล้วหล่นลงบนเตียงที่เขานั่งอยู่ 

ภาพถ่ายใบเล็กที่แนบแอบอยู่กับปฏิทิน  คิ้วหนาของร่างหนาขมวดยุ่งผูกเป็นปมทันทีเมื่อเห็นภาพนั้นชัดๆแบบเต็มตาพร้อมกับสมองค่อยๆเริ่มนึกถึงวัน เวลาและเหตุการณ์ในภาพนั้นทันที

ภายในห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆ  ร่างหนาของตัวเองกำลังนอนหลับซุกอยู่ใต้ผ้าห่มหนาสีม่วงอยู่บนเตียงของตัวเองโดยที่ข้างๆเตียงนั้นมีร่างบางของใครอีกคนกำลังนั่งอยู่  ที่สำคัญริมฝีปากของเจ้าตัวนั้นแตะติดอยู่ตรงที่ริมฝีปากของเขา!

อีซองจงจูบเขาอีโฮวอนนิ่งแข็งไปชั่วครู่เมื่อได้รับรู้ความจริงมือหนาจึงรีบพลิกรูปนั้นขึ้นมาอ่านข้อความที่ถูกเขียนอยู่ด้านหลังทันที!


สิ่งที่ผมทำได้ก็เพียงแค่แอบรักฮยองอยู่แบบนี้ 

ไม่รู้ว่าใจฮยองจะตรงกับผมหรือเปล่า

แต่แค่อยากให้ฮยองรู้ไว้ว่าคนที่ผมแคร์(ขีดฆ่า)รัก คือฮยอง

ผมรักโฮวอนฮยอง

 

มันชัดเจนทำไมเขาถึงไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้วคนที่เขาแอบรักก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา  ทั้งๆที่คนตัวเล็กพยายามจะสื่อและแสดงออกให้เขารู้ตลอดเวลาแต่เขากับโง่ที่มองไม่เห็นความรู้สึกที่แฝงมา  ร่างหนารีบลุกจากเตียงนุ่มหยิบเสื้อคลุมสีโปรดแล้วออกจากที่พักด้วยความเร็วแสง  ท่ามกลางสายตาของเมมเบอร์ที่พร้อมใจกันส่ายหน้าออกมาอย่างระอาที่มีความหมาย

มันพึ่งคิดได้? = =’’

 

 

“อีโฮวอน  ไอ้คนบ้า  ไอ้คนงี่เง่า  ไอ้คนซื่อบื้อ  ไอ้วิงกี้”

เสียงใสของอีซองจงบ่นกระปอดกระแปดด้วยความน้อยใจคนที่เป็นต้นเหตุทำให้ตัวเองต้องมานั่งแกร่วเก้ออยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าก่อนเวลาออกตั้งเกือบ 10 ชม.คนเดียวแบบนี้  แทนที่จะได้อยู่หออุ่นๆแล้วกลับพรุ่งนี้ตามกำหนด 

“ทำไมฉันต้องไปรักคนงี่เง่าแบบนั้นด้วยฮะ  อีซองจงคนงี่เง่ากว่า”ร่างบางที่นั่งอยู่ยังคงบ่นด่าทอตัวเองอย่าไงไม่ขาดสายจนผู้คนที่ผ่านไปมาแถวนั้นเริ่มมองมาด้วยสายตาแปลกๆเพราะไม่คิดว่าไอดอลชื่อดังจะไม่ปกติที่นั่งพูดคนเดียว

“อีกตั้งนานกว่าจะถึงเที่ยวขบวน  นอนเอาแรงก่อนแล้วกัน”เมื่อเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นเพราะความเป็นคนดังจึงทำให้อีซองจงที่ถึงแม้จะใส่หมวกและมีผ้าพันคอมาคอยช่วยปิดบังใบหน้าแล้วแต่รัสมีของไอดอล??? ก็ยังคงเปล่งประกาย??? จนทำให้มีคนเริ่มสังเกตเห็น  ร่างบางจึงรีบสาวเท้าเดินออกจากตรงนั้นทันที

 


ในที่สุดสองขาเรียวก็พาร่างบางมาหยุดตรงที่ม้านั่งข้างนอกของสถานี  บรรยากาศของช่วงปลายฤดูหนาวนั้นยังคงหนาวเหน็บเหมือนเดิมถึงแม้จะไม่ติดลบเหมือนหน้าหนาวจริงๆก็ตามแต่เนื่องจากคนที่นั่งอยู่นั้นสวมเพียงแค่เสื้อกันหนาวตัวบางๆเท่านั้นจึงรู้สึกหนาวจับใจร่างบางจึงอดที่จะสั่นไม่ได้

“หนาวมั้ย?”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนจะถอดเสื้อโค้ดตัวหนาคลุมให้กับคนที่กำลังสั่นอยู่

อีซองจงตอนนี้จากหนาวๆแทบจะหายหนาวไปในทันทีเมื่อเห็นว่าต้นเสียงนั้นเป็นใคร  ตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับใบหน้าหวานฉายแววออกมาด้วยความสงสัยอย่างเต็มที่  ทำไมถึงมาที่นี่ได้

ร่างหนาของคนมาใหม่ยิ้มออกมาอย่างขำๆกับท่าทางของคนตรงหน้าก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างคนตัวเล็กทันที  อย่างกับที่เขาคิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าคนตัวเล็กนี่ต้องออกมานั่งข้างนอกทั้งที่อากาศหนาวๆแบบนี้แทนที่จะทนนั่งเป็นเป้าสายตาของทุกคนในตัวสถานี  แขนล่ำถูกยกขึ้นแล้วพาดไปด้านหลังก่อนมือหนาจะดึงร่างเล็กขี้สงสัยเข้ามาในอ้อมอกแน่นของตัวเองเพื่อช่วยให้หายสั่น

“ขอโทษนะ”เสียงทุ้มเอ่ยออกมาหลังจากที่ร่างบางในอ้อมแขนเริ่มหยุกหยิกเมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน  ก่อนจะนิ่งแล้วเงยหน้าน้อยขึ้นมามองคนพูดอย่างเดาอารมณ์ไม่ถูก

“ขอโทษที่ทำให้โกรษ  ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่า  ขอโทษที่ทำให้เสียใจ  ขอโทษที่รู้ตัวช้าและขอโทษที่ไม่ได้บอกว่า  ฮยองรักนายอีซองจง”

ประโยคยาวๆที่พรั่งพรูออกมาจากปากหนาของคนตัวใหญ่ไม่ได้ทำให้อีซองจงเข้าใจเลยสักนิดนอกจาก  ส่วนสุดท้ายของประโยคที่ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งอีซองจงไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินคำๆนี้จากพ่อวิงกี้แสนปากหนักคนนี้  และอีซองจงก็คิดไม่ถึงว่าพ่อวิงกี้จอมซื่อบื้อคนนี้จะรู้สึกเหมือนกับที่ตนรู้สึก

ตากลมโตของร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดจ้องมองมายังตาเรียวของร่างหนาที่กำลังโอบกอดตัวเองอยู่อย่างสงสัยและสับสนอย่างกับต้องการให้คนพูดช่วยบอกย้ำอีกครั้ง  อีโอวอนจ้องมองกลับไปยังตากลมคู่นั้นพร้อมกับใบหน้าคมที่ค่อยๆโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆแล้วประทับตราตรงริมฝีปากบางของคนช่างสงสัยแทนคำพูดที่จะเอื้อนเอ่ย

สัมผัสอันอบอุ่นแสนหวานที่อีโฮวอนใช้เป็นสิ่งช่วยยืนยันชี้ชัดความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้บอกไปนั้นคือความรู้สึกที่แท้จริง  เนิ่นนานกว่าจะตัดใจถอนออกมมาจากริมฝีปากสีชมพูแสนหวานนั้นได้  อีโฮวอนยิ้มน้อยๆปนเอนดูในท่าทางน่ารักๆของคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าพยายามซ่อนพวงแก้มสีหวานของตนไว้

“จะเขินทำไมฮึ  มันไม่ใช่ครั้งแรกแล้วไม่ใช่หรอ?”คนตัวโตแซวอย่างขำๆยิ่งทำให้คนที่กำลังเขินยิ่งเขินหนักเข้าไปอีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่พูดนั้นหมายความว่ายังไง

“ฮยองอะ >///<’’  เห็นแล้วหรอฮะ?”คนเขินถามกลับคนขี้แกล้ง

“อื้ม ^ ^ เอาเป็นว่าครั้งหน้าไม่ต้องแอบก็ได้นะเพราะเดี๋ยวฮยองจะจัดให้”ว่าแล้วคนขี้แกล้งก็โน้มใบหน้าคมของตัวเองลงไปจัดให้อย่างที่พูดไว้

 

 

“เพราะฮยองคนเดียวเลยผมถึงตกรถไฟแบบนี้”

เสียงใสของร่างบางที่ยืนบ่นอย่างเสียอารมณ์พร้อมกับกระทืบเท้าย่ำอยู่กับที่อย่างขัดใจอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋ว  เมื่อเจ้าตัวพึ่งทราบจากพนักงานว่าตั๋วรถไปเที่ยวสุดท้ายที่จะไปกวางจูเลยเวลาแล้ว  ส่วนตัวต้นเหตุอย่างอีโฮวอนแทนที่จะสำนึกผิดกลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้มดีใจที่คนตรงหน้านั้นไม่ได้กลับบ้านอย่างที่เขาต้องการ

 

 “คุณแม่หรอครับ  ผมอีโฮวอนนะครับคือผมจะโทรมาขออนุญาตพาซองจงไปเที่ยวพักผ่อนกับเหล่าเมมเบอร์หน่ะครับ”เสียงทุ้มอีโฮวอนบอกความต้องการของตนแก่คุณนายอีผู้เป็นมารดาของคนตัวเล็กที่กำลังนั่งสั่นอยู่ตรงเก้าอี้ไม้นอกสถานี

“จ้า  ได้จ้ายังไงแม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ”

 


หึหึ

แผนนี้เข้าท่าแฮะ  ขอบคุณนะยอลลี่เอาไว้กลับไปจะซื้อเครื่องทำกาแฟใหม่ให้นะ

.

.

.

.

.

.


FIN….


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น