เล่ห์ซาตาน

ตอนที่ 53 : บทที่ 47 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    27 ธ.ค. 57




 

            วันที่สองของการพักฟื้นสำหรับคนที่เพิ่งโดนยิงมายังคงผ่านไปอย่างรวดเร็วและน่าเบื่อ คนป่วยใช้เวลาเกือบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงหมดไปกับการนอน ดูทีวี เช็คอีเมล์ และฟังเสียงบ่นของแม่พยาบาลสาวจำเป็น ซึ่งหัวข้อสำคัญของการบ่นคงหนีไม่พ้น...

          “ปรางว่าคุณภัคร์กลับไปพักฟื้นต่อที่กรุงเทพฯดีกว่านะคะ ไว้วันหยุดคราวหน้าเราค่อยกลับมาเที่ยวกันใหม่ ไม่เห็นจำเป็นต้องรอออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปเที่ยวต่อเลย” ประเด็นเดิมๆ ที่แม่พยาบาลร่างบางชอบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อแห่งการบ่นถูกเอ่ยออกมาอีกครั้งเป็นรอบที่ร้อยของวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เด็กสาวก็มักจะหาโอกาสโน้มน้าวจิตใจผู้ป่วยหนุ่มด้วยสารพัดวิธีแสนหวานเสมอ

            “วันหยุดครั้งหน้าคุณภัคร์จะไปเที่ยวดอย ทะเลหมอก ไม่อยากเที่ยวทะเลแล้ว” คนป่วยบอกปฏิเสธไปอีกเรื่องเรียบๆ ก่อนจะเหลือหางตามองคนตัวเล็กเพียงครู่และหันกลับมาสนใจหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังเช็คความเคลื่อนไหวทางธุรกิจต่อ

            “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะค่ะ แต่ปรางก็อยากให้คุณภัคร์กลับกรุงเทพฯทันทีที่ออกจากโรงพยาบาลอยู่ดี อากาศที่นี่แปรปรวนบ่อยไม่เหมาะแก่การพักฟื้นเลยสักนิด” หญิงสาวว่าพลางวางมีดเล่มเล็กที่ใช้ปอกผลไม้ลงในถาด ยกจานแอปเปิ้ลที่เพิ่งจะปอกเปลือกและจัดวางเรียบร้อยขึ้นมาถือไว้ ผละออกจากโซฟาเดินตรงไปหาคนป่วย

            “คิดมากไปรึเปล่า คุณภัคร์ไม่ใช่เด็กน้อยเพิ่งเกิดนะ ที่จะโดนโน้น โดนนี่นิดๆ หน่อยๆ ก็ป่วย” คนบนเตียงว่าขำๆ ก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลในจานที่คนตัวเล็กอุตส่าห์ปอกมาให้ขึ้นมากัด เคี้ยวตุ้ยๆ ขยิบตาให้คนมองอย่างกวนๆ

            “ปรางรู้ค่ะว่าคุณภัคร์ไม่ใช่เด็ก แต่ปรางก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ปรางไม่เคยลืมหรอกนะคะว่าสาเหตุที่คุณภัคร์ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ก็เพราะปราง” เรื่องราวที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานยังคงฉายซ้ำๆ ไปมาในห้วงความทรงจำ ความรู้สึกบางอย่างยังคงเกาะกุมในใจ ความรู้สึกของการสูญเสียซึ่งเธอไม่อยากพบเจออีก

            “หึ!! ขึ้นมานั่งข้างๆ คุณภัคร์ซิ” คนป่วยออกคำสั่งพร้อมตบเตียงเบาๆ กึ่งอ้อนวอน กึ่งบังคับให้คนที่ยืนข้างขอบเตียงต้องทำตาม

            เกวิตราหรี่ตามองการกระทำของคนป่วยงงๆ แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เธอดีดตัวขึ้นมานั่งบนเตียงข้างๆ คนป่วย คิดไตร่ตรองชั่วครู่ก่อนจะอิงหัวลงกับไหล่แกร่งวางท่าสบายๆ

            “คุณภัคร์รู้ไหมคะว่าเสียงปืนเมื่อวานทำให้ปรางกลัวมากแค่ไหน?” เด็กสาวเอียงคอถามเสียงสั่น

            “รู้”

            “ในเมื่อรู้แล้วทำไมไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมทำตามที่ปรางขอร้องล่ะคะ?” เกวิตราเอ่ยถามเสียงแข็งกับคำตอบสั้นๆ ของคนป่วย ปากบอกว่ารู้ แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แบบนั้นอย่าบอกว่ารู้เลยซะดีกว่า

            “หึ!!

            “นี่คุณภัคร์เห็นความห่วงใยของปรางเป็นเรื่องตลกเหรอคะ?”

            เสียงหัวเราะแกนๆ ในลำคอทำให้หญิงสาวสะบัดหน้ามองเคืองๆ ด้วยความไม่พอใจ รีบขยับตัวออกห่างคนใจร้าย นิสัยไม่ดีที่มองความปรารถนาของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก แต่กลับโดยท่อนแขนแกร่งกอดรัดเอวขอดเอาไว้แน่น ไม่ให้คนขี้งอนได้หลบหนี

            “สมมตินะว่าอีก 1 ปีหลังจากที่ปรางเรียนจบเราแต่งงานกัน ปรางอยากให้งานแต่งงานของเราเป็นแบบไหน?” สายตาดุๆ ของคนในอ้อมกอดไม่ได้ทำให้คนป่วยนึกกลัว หากแต่กลับเอ่ยถามในสิ่งที่ยิ่งทำให้คนฟังปรายหางตามองขุ่นอีกรอบ

            “ไม่ทราบค่ะ ไม่เคยคิดจะแต่งงาน” หญิงสาวเสียงห้วน เบือนหน้าไปอีกทาง

            “งั้นเหรอ!! ไม่เคยคิดจะแต่งงาน แต่ยอมนอน ยอมให้กอดทุกคืนแบบนี้หมายความว่าไง?” คนป่วยกระซิบถามเสียงต่ำชิดใบหูเล็ก รินรดลมหายใจอุ่นๆ กระทบต้นคอขาวจนคนฟังหัวใจสั่นวูบ

            “คงงั้นมั้งค่ะ”

            “หึ!! งั้นไม่เป็นไร ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง เอาไว้คุณภัคร์เสกเด็กน้อยเข้าท้องปรางเลยล่ะกัน พอลูกโตค่อยฟ้องลูกว่าแม่ขืนใจพ่อแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ” คนที่กำลังอยากจะเป็นพ่อบ่นเสียงเศร้า เกยคางบนไหล่เล็กของเด็กสาว มุดหน้าแคลียคลอออดอ้อน

            “จะบ้าหรอคะ ไม่มีลูกคนไหนที่จะเชื่อว่าแม่ขืนใจพ่อหรอก” หญิงสาวเถียงกลับเสียงแข็ง คิดมาได้ยังไงจะไปฟ้องลูกว่าเธอขืนใจเขา ไม่มีใครเขาเชื่อกันแบบนั้นหรอก

            “ก็ไม่แน่หรอกนะ”

            “ขี้โกงนิ!! คิดจะหาพวกเหรอคะ?”

            “ช่วยไม่ได้ ในเมื่อปรางไม่ยอมบอกคุณภัคร์ดีๆ ว่าอยากมีงานแต่งแบบไหน คุณภัคร์ก็ต้องหาตัวช่วย” คนด้านหลังว่าเรียบๆ เชิงข่มขู่พร้อมกอดรัดเอวขอดแน่นขึ้น จนคนโดนกอดต้องตีท่อนแขนเขาเบาๆ เตือนให้รู้ว่าเธอกำลังจะหายใจไม่ออก

             “ชิ!! ปรางยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานหรอกค่ะ แค่วันนี้ปรางมีคุณภัคร์อยู่ข้างๆ เรื่องแต่งงานก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ” หญิงสาวบอกเสียงหนักแน่น ยืนยันความรู้สึกชัดเจน แม้ในความคิดของใครหลายๆ คนการแต่งงานจะถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต แต่สำหรับเธอกลับคิดว่าการมีคนที่รักอยู่เคียงข้างสำคัญมากกว่า

            “หึ!! ไม่คิดก็ไม่คิดครับ” คนตัวโตยอมถอดใจ ในเมื่อสิ่งสำคัญสำหรับคนตัวเล็กคือเขาไม่ใช่การแต่งงาน เขาก็จะไม่เซ้าซี้อีก

            “ปรางง่วงแล้วอ่ะค่ะ ปรางขอตัวไปนอนก่อนนะ” เกวิตราว่าเบาๆ เสียงเนือยพร้อมแกะมือของคนป่วยที่กอดเอวเธอออก

            “นอนบนนี่แหละ นอนกับคุณภัคร์” คนป่วยบอกเสียงหวาน ไม่ยอมปล่อยให้เด็กสาวหลุดออกจากอ้อมกอดง่ายๆ ทั้งยังขยับตัวเว้นที่ว่างให้คนตัวเล็กได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วย

            “ไม่ได้หรอกค่ะ เตียงนี้สำหรับคนป่วย คนไม่ป่วยต้องนอนโซฟาค่ะ”

            “แต่คนป่วยอยากให้คนไม่ป่วยนอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละ คนไม่ป่วยจะขัดใจคนป่วยเหรอ”

            คนป่วยออดอ้อนเสียงอ่อน เสียงหวานพลางกดปลายจมูกซุกไซ้ซอกคอขาวเล่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยทำให้คนที่ร้างลากิจกรรมบนเตียงมาหนึ่งคืนถึงกับกายกระตุก แต่เพราะสถานที่และเตียงไม่เอื้ออำนวยจึงต้องข่มใขเอาไว้เพียงแค่เชยชมนิดๆ หน่อยๆ

            “คนป่วยเอาแต่ใจมากไปนะคะ”

            “แล้วคนไม่ป่วยจะไม่ตามใจหรอ?”

            “ตามใจค่ะ” หญิงสาวบอกเสียงใสก่อนจะล้มตัวลงนอนตรงที่ว่างที่คนป่วยขี้อ้อนเว้นไว้ให้ ก่อนที่คนตัวโตจะทิ้งตัวลงนอนบ้างและก่ายกอดร่างบางเอาไว้ด้วยความรักและผูกพัน แนบแก้มสากด้วยไรหนวดอ่อนกับเรือนผมยาวสลวย

            เกวิตราแอบอิงใบหน้าหวานกับแผงอกแกร่งที่เธอมักจะซุกตัวหาไออุ่นทุกคืน แต่ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้ไม่ให้กระทบบาดแผลของคนตัวโต ก่อนจะป่ายท่อนแขนเรียวกอดเอวสอบหลวมๆ ปิดเปลือกตาหลับพริ้ม ไอสัมผัสแสนอ่อนหวานบริเวณหน้าผากจากคนตัวโตทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุดและนอนหลับได้อย่างสนิทใจ

 

****************************************************************
(ต่อ!!!)

            “วันนี้หมออนุญาตให้คุณภัครพงศ์กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านนะครับ” คุณหมอวัยสี่สิบต้นๆ บอกกับคนป่วยในการดูแลด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรและใจดี ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วก็ไม่อยากจะอนุญาตสักเท่าไหร่ แต่เพราะคำขอร้องจากหมอรุ่นพี่อย่าง.... เขาจึงต้องยอมใจอ่อน

          “ขอบคุณครับ”

            “ที่หมออนุญาตเพราะพี่หมอ....ขอร้องหรอกนะ ไม่ใช่เพราะคุณหายดี กลับบ้านไปก็ดูแลบาดแผลให้ดี พยายามอย่าให้แผลฉีกหรือมีการกระทบกระเทือน เพราะแผลผ่าตัดของคุณยังไม่ประสานกันดีเท่าที่ควร” คุณหมอหน้าหล่อออกแนวขาวตี๋ถอนหายใจเหนื่อยๆ ก่อนจะอธิบายให้คนป่วยจอมดื้อฟัง มิวายแอบชำเลืองเด็กสาวที่มีหน้าที่เฝ้าไข้ซึ่งยังคงหลับพริ้มด้วยความเอ็นดู ภาวนาขอให้เด็กสาสวตื่นขึ้นมาจัดการคนป่วยคนนี้โดยเร็ว

            “ผมจะพยายาม”

            “อีกครึ่งชั่วโมงหมอจะให้พยาบาลเอายาและอุปกรณ์ทำแผลมาให้ก็แล้วกันนะ” หมอสุดหล่อว่าพลางปิดแฟ้มประวัติผู้ป่วยลงและยื่นกลับคืนให้พยาบาลผู้ช่วย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้คนป่วยและเด็กสาวขี้เซาได้ใช้ชีวิตร่วมกันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยต่อ

            ภัครพงศ์มองตามแผ่นหลังหมอหนุ่มก่อนจะหันกลับมาหรี่ตามองคนไม่ป่วยแต่ยังคงนอนหลับสบายอย่างพิจารณา ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวในปกครองจะขี้เซาขนาดนี้ หมอและพยาบาลมาดูอาการของเขาก็ร่วมเกือบครึ่งชั่วโมงแต่เด็กสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

            ครืน...ครืน...ครืน

            เสียงอุปกรณ์สื่อสารสมัยใหม่ดังขึ้นดึงให้คนป่วยเลิกสนใจคนไม่ป่วยแต่ขี้เซาหันไปหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำขึ้นมากดรับ โดยไม่จำเป็นต้องมองหน้าจอว่าใครเป็นคนโทร.มาหา

            “ว่ายังไง เรียบร้อยไหม?” ภัครพงศ์เอ่ยถามปลายสายสั้นๆ เรียบๆ แต่รอยยิ้มและสายตากลับฉายแววร้ายกาจและเจ้าเล่ห์เอาไว้อย่างชัดเจน

            เรียบร้อยครับ ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณภัครพงศ์ต้องการปลายสายบอกกลับน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

            “หึ!! ขอบใจนายมากนะที่ช่วยจัดการทุกอย่างแทนฉัน”

            ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุณเคยช่วยผม

            “อืม” ชายหนุ่มตอบรับคำขอบคุณกลับของอีกฝ่ายสั้นๆ ก่อนจะกดตัดสายและทิ้งตัวลงนอนข้างๆ คนขี้เซาอีกครั้ง รอเด็กสาวตื่นเมื่อไหร่เขาค่อยพาเธอกลับโรงแรมก็แล้วกัน

************************************************************
(ต่อ!!!!)

 

            กว่าภัครพงศ์จะได้ออกจากโรงพยาบาลเวลาก็ล่วงเลยไปบ่ายสองโมง เพราะแม่พยาบาลสาวตัวแสบเล่นนอนหลับยาวเป็นตาย ตื่นมาอีกทีก็เกือบๆ 11 โมง อาบน้ำแต่งตัว เก็บข้าวเก็บของกลับโรงแรมก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ชั่วโมงพอดี แต่นั่นก็ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงบ่นของคนป่วยสักคำ ทั้งที่ปกติแล้วชายหนุ่มไม่ใช่พวกชอบรออะไรนานๆ หากแต่กับเด็กสาวคนนี้เขาสามารถรอได้ทั้งชีวิต

          “ทานข้าว ทานยาเสร็จแล้วก็พักผ่อนเถอะค่ะ ข้าวของพวกนี้ปรางจัดการเอง” คนเป็นพยาบาลจำเป็นเอ่ยเสียงหวานพลางหยิบโน้น หยิบนี่ออกจากกระเป๋าที่นำกลับมาจากโรงพยาบาล ซึ่งสรรพสิ่งโดยส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นขนมกินเล่นของเธอทั้งนั้น ไม่มีของคนป่วยแอบแฝงเลยสักนิด

            “มันก็แน่ล่ะ ในกระเป๋าใบนั้นแทบจะไม่มีของคุณภัคร์เลยนิ ชักจะไม่แน่ใจแล้วซิว่าตกลงใครป่วยกันแน่” คนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลกลั้นหัวเราะ เอ่ยเยาะเย้ยความชั่งกินของเด็กสาวอย่างไม่จริงจังพลางทิ้งตัวลงนอนพักตามคำสั่งของแม่พยาบาลหน้าหวาน

            “ก็ที่โรงพยาบาลมันน่าเบื่อนิคะ ปรางก็ต้องหาของกินไว้เยอะๆ แก้เบื่อ แล้วอีกอย่างที่นี่ขนมอร่อยทั้งนั้นเลย มาทั้งทีไม่ชิมให้ครบได้ไง” คนชอบกินว่าพลางเบะปากใส่คนบนเตียงเคืองๆ ก่อนหยิบขนมชิ้นกลมๆ ขนาดพอดีคำเข้าปาก

            “คอยดูเหอะ อ้วนขึ้นมาเมื่อไหร่คุณภัคร์จะมีเมียใหม่”

            “กล้าเหรอคะ?”

            คำว่า มีเมียใหม่ทำให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียหลวง เมียปัจจุบันและเมียคนเดียวถึงกับควันออกหู วางถุงขนมเสียงดังโครมครามก่อนจะรีบพุ่งตัวกระโดดขึ้นเสียง คลานเข้าไปนั่งใกล้ๆ คนปากดีคิดจะมีเมียสองต้องห้าม

            “กล้าซิ” คนตัวโตว่า

            “อยากโดนอีกสักรอบเหมือนแผลตรงนี้ก็ลองดูซิค่ะ ปรางคงไม่พลาดแค่เอวเหมือนคุณเนตรสิรีแน่” คนตัวเล็กเสียงขุ่น จิ้มปลายนิ้วลงบนผ้าพันแผลบริเวณเอวสอบเบาๆ เตือนให้คนที่อยากมีเมียน้อยได้เสียวสันหลัง ว่าถ้าหากเขากล้านอกใจเธอจะเจอกับอะไร

            “หึ!! เดี๋ยวนี้ริอ่านข่มขู่คุณภัคร์หรอ อยากแปลงร่างจากลูกแมวน้อยเป็นแม่เสือสาวหรือไง?”

            “ก็ในเมื่อสามีอยากจะมีบ้านเล็กบ้านน้อย จะให้ปรางเป็นแมวไปตลอด คงไม่ได้หรอกค่ะ” คนที่อยู่ในฐานะเมียเดียวเสียงเข้มกว่าเดิม กอดอกจ้องมองคนที่ยังคงนอนวางท่าไม่สะทกสะท้านนิ่งด้วยความไม่พอใจ นี่แค่ไม่กี่เดือนคิดอยากจะมีบ้านอื่น แล้วถ้าหากแต่งงานกันไปจริงๆ เธอไม่ต้องมานั่งร้องไห้เช็ดน้ำตาหัวเข่าวันละสิบๆ รอบเหรอ?

            “ขนาดนั้นเชียว!! ไหนๆ ลองขยับเข้ามาใกล้ราชสีห์ซิ อยากจะเห็นหน้าแม่เสือสาวมือใหม่ชัดๆ ซะหน่อย” คนที่มโนว่าตัวเองเป็นเจ้าป่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาแฝงความต้องการอย่างชัดเจน

            “เชอะ!! ไม่ค่ะ สายตาของราชสีห์เจ้าเล่ห์เกินไป แม่เสือสาวไม่อยากเสี่ยง” คนตัวเล็กรีบปฏิเสธพร้อมขยับตัวออกห่างราชสีห์หนุ่มเล็กน้อย แสดงออกถึงความหื่นกระหายซะขนาดนั้นใครจะอยากเข้าไปใกล้ๆ กันล่ะ

            “หึ!! คิดว่าจะหนีราชสีห์พ้นหรอ”

            “โรคจิต!!

            แม่เสือสาวมือใหม่เอ็ดเสียงแข็งก่อนจะถอยหลังออกห่างคนตัวโตโดยเร็ว แต่ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ราชสีห์มาดร้ายสามารถตะครุบร่างบางไว้ได้ก่อนที่เธอจะถอยห่างไปไกล ฝ่ามือหนาจับข้อมือเล็กเอาไว้แน่นพร้อมออกแรงกระชากจนคนไม่ป่วยแต่เรี่ยวแรงน้อยกว่าถลาเข้าทาบทับร่างกายแกร่ง ใบหน้าหวานกระแทกเข้ากับแผงออกกว้างอย่างจัง

            “ไม่มีทฤษฎีใดเคยกล่าวไว้ว่าแม่เสืออ่อนหัดจะเอาชนะเจ้าป่าได้” ราชสีห์หนุ่มเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันให้คนที่เปรียบเสมือนบริวารชนิดหนึ่งในป่ากว้างรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เรือนกาย

            “แต่ราชสีห์ไม่สบายอยู่ ไม่ควรจะต่อสู้กับศัตรูค่ะ” แม่เสือสาวโต้เถียงชิดอกแกร่ง แรงกอดรัดแน่นๆ ทำให้เธอไม่สามารถแหงนหน้าเถียงได้อย่างที่ตั้งใจ

            “ราชสีห์ไม่ได้ต่อสู้กับศัตรู แต่ราชสีห์กำลังต่อสู้กับความรักและหัวใจต่างหาก”

            “หือ?”

            น้ำเสียงทุ้ม นุ่มแสนอ่อนโยนที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของราชสีห์จอมร้ายกาจทำให้แม่เสือสาวในอ้อมกอดเผลอร้องประท้วงในคำอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าเขาจะต่อสู้กับความรักและหัวใจทำไม ในเมื่อตอนนี้เธอก็อยู่เคียงข้างและไม่เคยที่จะหนีหายจากเขาไปไหน

            “คุณภัคร์เคยบอกหรือเปล่าว่าคุณภัคร์รักปรางมากแค่ไหน?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงหวานพร้อมลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ไปมา

            “เคยค่ะ”

            “แล้วคุณภัคร์เคยบอกไหมว่าคุณภัคร์ให้ปรางได้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตและลมหายใจ”

            “เคยค่ะ”

            “กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าที่ทุกอย่างจะคลี่คลายและทุกคนเข้าใจ เราต่างก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด เสียใจมาด้วยกันมากมาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้คุณภัคร์มั่นใจว่าคุณภัคร์คิดถูกที่เลือกปรางเคียงข้าง” ซาตานร้ายเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะเชยปลายคางหญิงสาวขึ้นและมอบจุมพิตแสนหวานบนหน้าผากมน

            “..........”

            “คุณภัคร์ดีใจนะที่มีปรางเข้ามาในชีวิตเมื่อ 15 ปีก่อนและไม่เคยหายไปไหนจนถึงวันนี้”

            “ก็หัวใจของปรางอยู่ที่คุณภัคร์นิคะ จะให้ปรางหายไปไหนล่ะ” เด็กน้อยที่เคยย่างเข้ามาในชีวิตเมื่อ 15 ปีก่อนบอกเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มสดใส

            “คุณภัคร์ขอบคุณนะครับที่ปรางให้สิ่งที่มีค่าที่สุดกับคุณภัคร์ ขอบคุณที่ไม่เคยหายไปไหนและขอบคุณที่ไว้ใจให้คุณภัคร์ดูแลปราง”

            “ปรางต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณคุณภัคร์ ขอบคุณที่ดูแลปรางเป็นอย่างดีเสมอมา ขอบคุณที่รักและห่วงใยปราง ขอบคุณที่ให้ปรางทุกๆ อย่างแม้แต่ชีวิตและลมหายใจ...ปรางรักคุณภัคร์นะคะ”

            “คุณภัคร์ก็รักปรางครับ”

            สิ้นเสียงประโยคบอกรักที่ออกมาจากหัวใจของซาตานร้ายในสายตาใครๆ ชายหนุ่มก้มลงมอบจูบแสนหวานให้คนในอ้อมกอดเบาๆ รสจูบที่ไม่ได้แฝงด้วยความปรารถนาทางกายอย่างเช่นทุกๆ ครั้ง แต่มันคือสัมผัสที่มีเพียงความผูกพันทางจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้อง จูบแสนหวานที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคนตัวโตรู้สึกอย่างไรกับคนตัวเล็ก รสจูบที่หลอมละลายความรู้สึกของคนสองคนเอาไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่นตราบชั่วนิรันดร์

 
จบ....


*******************************************************

 

            ลงครบ 100% แล้วนะคะ จบแล้วๆๆๆ >> "บทส่งท้ายมาวันที่ 31 ธ.ค. เนอะ" ไปหวานส่งท้ายปีกับคุณภัคร์และน้องปรางในบทส่งท้ายนะ อิอิ รับรองว่าหวานๆ ฟินๆ แน่นอนค่ะ และถ้าหากว่ารีดเดอร์คนไหนที่ค้างคาใจว่าคุณภัคร์คุยโทรศัพท์กับใครที่โรงพยาบาล ก็ตามลุ้น ไขข้อข้องใจได้ในบทส่งท้ายนะคะ

          ป.ล.สำหรับนิยายเรื่องต่อไป ไรท์ฯคงจะเปิดเรื่องต้นปีหน้านะคะ ขอขอบคุณรีดเดอร์ที่น่ารักที่ส่งชื่อพระ-นางมาให้ไรท์ฯเลือก ไรท์ฯชอบหลายๆ ชื่อเลย ตอนนี้ยังเลือกที่ชอบที่สุดไม่ได้เลยอ่ะ อิอิ >> จบ 100% บทที่ 47 จะมาสปอยเรื่องต่อไปให้สักนิดๆ หน่อยๆ และขอบอกว่านางเอกคนใหม่ของไรท์ฯร้ายมากค่ะ "เธอคือผู้ล่า ไม่ใช่ผู้ถูกล่า"

          ป.ล.2 และสำหรับรีดเดอร์คนไหนที่ยังไม่ได้ติดตามเพจไรท์ฯ (ซึ่งมีบ่นๆ มาว่าหาไม่เจอ...และไรท์ฯก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม) ก็รีบๆ ไปติดตามกันเนอะ เราจะได้พูดคุย แจ้งข่าวสาร และทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน มาด่วนๆๆๆๆๆ นะ

Page FB: Love_Novel - ปวีรา/กติกามาศ


Link
https://www.facebook.com/Love.Novel.0202




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

311 ความคิดเห็น

  1. #242 tktk (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 21:26
    น่ารักจัง รอฟินต่อกับบทส่งท้ายนะคะ
    #242
    0
  2. #240 Mon amour / มง นามูร์ (@cookkiecake) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 09:31
    กรี๊ดดดดด ฟินเฟ่
    #240
    0
  3. #239 มโนนาง (@sweetytictoc) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 07:33
    รอบทส่งท้าย ตามกันต่อไปเนอะ
    #239
    0
  4. #238 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 21:43
    ไม่ทิ้งกันค่ะ เพราะตามมาแต่ต้น 555
    #238
    0
  5. #237 Upset (@venusorweenus) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 14:22
    อยากอ่านต่อแล้วค่าไรท์ มาอัพไวไวนะคะ
    #237
    0
  6. #236 FogGy (@foggy-pepsi) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 01:20
    ติดตามแน่นอนค่าาาาา
    #236
    0
  7. #235 kaeng_fang (@kaeng) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 14:28
    สู้ๆค่ะ
    #235
    0
  8. #234 Mon amour / มง นามูร์ (@cookkiecake) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 21:03
    สู้ตายค่ะ
    #234
    0
  9. #233 tktk (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 20:34
    ไรท์สู้ๆๆๆค่ะ มโนต่อไปนะคะไรท์ ชอบค่ะ รอนะคะ
    #233
    0
  10. #232 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 16:56
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆนะคะ ขอบคุณคะ.
    #232
    0