(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 ฝากร้านไม่ไหว ฝากใจละกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,470 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่ 4 ฝากร้านไม่ไหว ฝากใจละกัน

ความรู้สึก So hot ที่มีคนรุมแย่งชิง ตลอดเวลาในชีวิตที่ผ่านมาของชาติชายประสบพบเจอมาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ทั้งชายหล่อหญิงงามสาวน้อยสาวใหญ่มากมายต่างเคยทะเลาะแย่งชิงตบตีกันมาเพื่อเขาก็เยอะ (แม้สุดท้ายแล้วเขาจะไม่ลงเอยกับคนเหล่านั้นเลยก็ตาม) ทว่าไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ ความรู้สึกที่ต้องมีคนมาเจ็บตัวเพราะตนเองก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกดีเลยสักกระผีก กลับกันกลับยิ่งรู้สึกวุ่นวาย ไม่เข้าใจว่าข้อตกลง ‘รักสนุกไม่ผูกพัน’ คนเหล่านั้นตีความแปลออกมาได้หรือไม่ เหตุใดถึงชอบตีโพยตีพายว่าเขาเป็นคนของตัวเองอยู่เสมอเลยนะ
กลับกัน เหตุการณ์ตอนนี้แม้บริบทต่างแต่ความรู้สึกเป๊ะมาก ซวี่เซิงคิ้วกระตุกไม่หยุด เจ้าหนุ่มหล่อพี้ไผ่ยิ้มเยิ้มกับเด็กหนุ่มตาเดียวจูนิเบียวก็หันเผชิญหน้ากันโดยมีซวี่เซิงอยู่ตรงกลาง
ซวี่เซิงคิดว่าชักไม่ดีแล้ว เหตุใดถึงกลายเป็นมาแย่งชิงสิทธิ์ในตัวเขาได้เล่า! ถามความสมัครใจกันสักคำเป็นอย่างไร ก่อนที่แขนเขาจะหลุดพรวดออกมาจากข้อต่อก็ชิงสะบัดร่างหนี ถอยร่นไปตั้งหลัก “หยุดนะ! นี่พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ บุกรุกเข้าบ้านข้ายังจะมาพูดจาเลอะเลือนทะเลาะกันในบ้านข้าอีก ออกไปซะ!”
ชงหยวนหาได้สนใจไม่ “หุบปากไปเลยปรมาจารย์ศาสตร์กาม! คนที่จะได้ตัวเจ้าไปคือข้า ว่างนักก็ไปเก็บของซะ ข้าชนะคนผู้นี้เมื่อไหร่ก็เดินทางออกไปกับข้าเลย”
จ้าวฝูหมิงกลับไม่ยี่หระหรือโกรธแค้นคำสบประมาทนั่นเลยสักนิด “ฮะๆๆ น้องหยวนยังมุทะลุไม่เปลี่ยน ใจเย็นๆ แล้วมานั่งคุยกันดีกว่า! อย่าต่อสู้เลยนะ ข้าไม่อยากให้น้องหยวนมาเจ็บตัว”
ชงหยวนกัดฟันกรอด “อย่างข้าน่ะหรือจะเจ็บตัวเพราะเจ้าได้!”
ซวี่เซิงก้าวถอยหลังไม่รู้ตัวเมื่อชงหยวนยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะเกิดวงเวทสีดำอมม่วงขึ้นมา สามง่ามปีศาจอันเลื่องชื่อของสำนักฝ่ายอธรรมพลันปรากฏสู่สายตา ชงหยวนตวัดมันใส่อากาศจนเกิดเสียงดังฟ้าว ตั้งท่าเตรียมจู่โจม จ้าวฝูหมิงเห็นเช่นนั้นแววตาที่ค่อนข้างเลื่อนลอยพลางปรากฏแววคมกริบขึ้นมา เขาหัวเราะเสียงระรื่นหู แต่ฝ่ามือทั้งสองข้างกลับมีแสงประกายสีเขียวสว่างสดใสแผ่เรืองแสง
ซวี่เซิงโพล่งเสียงดัง “หยุดนะ นี่พวกเจ้าคิดจะต่อสู้กันเหรอ! หยุดความคิดบ้าๆ กันเดี๋ยวนี้เลย ข้าไม่ไปไหนกับใครทั้งนั้น ข้าจะอยู่ที่นี่ หาวิธีจัดการผีดิบของข้าเอง เลิกยุ่งวุ่นวายกับข้าเถอะ”
จูหงเฟยเคยเตือนซวี่เซิงไว้ก่อนแล้วว่าพวกสำนักทั้งฝ่ายธรรมและอธรรมเคยไล่ล่ากวาดล้างสำนักศาสตร์กามของตนจนล่มสลายมาก่อน ฉะนั้นจะเข้าพรรคฝ่ายใดต้องไตร่ตรองให้ดี บัดนี้เจ้าพวกสองฝั่งกลับปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อแย่งชิงตัวของคนในสำนักที่ตัวเองเคยเกลียดนักหนาเนี่ยนะ ไม่ตลกเอาเสียเลย แบนก็บูลลี่พอมีประโยชน์ค่อยมาหา นี่ไม่ใช่หนังวัยรุ่นอเมริกันมีปัญหานะโว้ย
พอซวี่เซิงโพล่งออกไปว่าจะไม่ไปกับใครทั้งนั้น สองคนที่กำลังจะเข้าห้ำหั่นกันก็หยุดชะงักหันมามองหน้าเขา
ชงหยวนถามซ้ำ “เจ้าว่าอะไรนะ จะไม่ไปไหนกับใครทั้งนั้นงั้นรึ”
“ก็เออน่ะสิ...” ซวี่เซิงตอบ
“แน่ใจนะท่านปรมาจารย์?” จ้าวฝูหมิงถามตาม
ซวี่เซิงพยักหน้าหนักแน่น “ไม่ไป ไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่ที่นี่!”
จ้าวฝูหมิงและชงหยวนมองสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่ชงหยวนจะเอ่ย “เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
“แฮะๆ ไม่อยากรุนแรงเลยนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้!”
สิ้นคำว่าช่วยไม่ได้ ซวี่เซิงก็เหมือนเห็นระเบิดลงตู้ม กระแสลมรุนแรงระเบิดปะทะออกมาจากการสู้รบปรบมืออย่างรวดเร็วฉับพลันของคนทั้งสอง บริเวณรอบๆ ตำหนักถูกแรงอัดกระแทกทะลวงเละจนพังยับ ประตูตำหนักลอยหวือกลางอากาศแล้วร่วงลงโครมคราม ต้นไม้ใบหญ้าในสวนถูกลมโกรกจนเหลือแต่ลำต้นโล้นๆ ซวี่เซิงเองก็ถูกแรงลมดีดอัดจนร่างปลิวหวือ ตาค้างเบิกโพล่งเท่าไข่ห่าน “นี่พวกเจ้าคิดจะทำอะไร พังบ้านข้าหรือ!”
“มาถึงที่แล้วยังไงก็ต้องพาเจ้ากลับไปให้ได้!” ชงหยวนตวาดขณะที่เริ่มกระบวนท่าต่อสู้รวดเร็วดุจเสียงของตน “แต่ก่อนหน้านั้นต้องกำจัดเจ้านี่ก่อน!”
“น้องหยวนช่างเรี่ยวแรงเหลือเฟือดีเหมือนเดิม ฮ่าๆๆ ขออภัยนะท่านปรมาจารย์ ข้าเองก็ไม่อยากพังบ้านท่านหรอก แต่มันช่วยไม่ได้นี่นะ ถ้าท่านไม่ยอมไปกับพวกข้า ก็มีแต่ต้องลักพาตัวไปนั่นแหละ”
อย่าพูดไปยิ้มไปด้วยหน้าระรื่นได้หรือไม่! ซวี่เซิงส่ายหน้าเบาๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเจอเหตุการณ์บ้าบอคอแตกอย่างนี้ ไม่ยอมไปด้วยก็จะลักพาตัวไปหรือ ไม่ยอมไปด้วยก็พังบ้านมันซะเลยเช่นนี้ก็ได้หรือ! ชาติก่อนเป็นชาติชายเจอสาวน้อยมาทวงตามสิทธิ์ความเป็นเจ้าของรุกรานมาถึงหน้าบ้านและคนใกล้ตัว เจ้าหล่อนยังไม่อารมณ์รุนแรงเช่นชายหนุ่มเหล่านี้ที่ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย เรียกได้ว่าทั้งฝ่ายธรรมและอธรรมจะไม่ยอมกลับไปมือเปล่าโดยเด็ดขาด
ซวี่เซิงมองคนสองสำนักมาตีกันในรั้วบ้านตัวเองด้วยความรู้สึกอึ้งกิมกี่ ตอนนี้ลานหน้าบานกลายเป็นสนามประลองโล่งเตี้ยนไปหมดแล้ว!
ต้องหนี...ต้องหนีเดี๋ยวนี้ เป็นตายร้ายดีเขาก็ไม่เอาชีวิตไปแขวนไว้กับคนพวกนี้แน่ ซวี่เซิงรีบหันหลังผุดลุก ก็ประจันกับคนชุดดำของฝ่ายอธรรม
“ขอเสียมารยาท แต่ท่านปรมาจารย์ศาสตร์กามห้ามไปไหนทั้งสิ้นจนกว่าท่านราชาจะต่อสู้เสร็จขอรับ”
ด้านหน้าว่าเจอลูกสมุนสำนักอธรรม ด้านหลังก็ได้ยินเสียงหัวเราะและควันขาวๆ ลอยลิ่วมา ศิษย์สำนักฝ่ายธรรมนั่นเอง “มาเถอะน่า ท่านปรมาจารย์ ลองดูสักทีจะได้สดชื่น นั่งเล่นกับพวกข้ารอจนกว่าท่านจ้าวจะต่อสู้เสร็จดีกว่า”
ซวี่เซิงโดนกลุ่มคนสองฝั่งโอบล้อมไม่ให้หนี บ้านก็ถูกเจ้าบ้าสองคนโจมตีพังยับถล่มโครมครามไปเรื่อยๆ ซวี่เซิงปวดหัวสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็น ดวงตาข้างสีแดงพลันเหลือบเห็นแสงช่วยชีวิตเดินหน้านิ่งทะมึนออกมาจากข้างใน
“ชูชู!!”
ครึ่งซอมบี้โชตะผู้น่ารักของลุง! ซวี่เซิงส่งสายตาขอความช่วยเหลือปริบๆ เหล่าศิษย์และลูกสมุนของสองสำนักต่างหันไปมองเหวินชูเป็นตาเดียว
“นั่นก็ครึ่งผีดิบงั้นหรือ!”
“เยี่ยมยอดที่สุด ศาสตร์แห่งการฟื้นคืนของปรมาจารย์ศาสตร์กามสำแดงฤทธิ์เดชแล้ว! ท่านราชา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพาเขากลับไปให้ได้นะขอรับ”
สองคนที่กำลังประลองกันอยู่ย่อมหันมาเหลือบมองเหวินชูกันทั้งคู่ พอเห็นว่าผีดิบที่เคยตายแล้วฟื้นคืนได้เหมือนกลับมามีชีวิตสีหน้าก็ตกตะลึงยิ่ง ทั้งระคนตื่นเต้นดีใจ เลือดในกายที่กำลังต่อสู้ยิ่งร้อนกว่าเดิม ทำให้ฝ่ามือและกระบวนท่าต่อสู้ที่รวดเร็วยิ่งกว่าแสงกว่าเสียงอานุภาพทวีคูณ
เวรเอ๊ย กลายเป็นว่าการที่เหวินชูเดินออกมาดันเป็นบ่วงล่ามคอซวี่เซิงหนักกว่าเดิมอีก สายตาของคนพวกนี้ที่มองเขาตาเป็นมันราวกับเสือมองเห็นชิ้นเนื้อนุ่มๆ ซวี่เซิงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาไม่เคยต้องถูกคนมากมายบีบจนจนตรอกเช่นนี้มาก่อนตะโกนว้าก “ชูชูช่วยอาจารย์ด้วย”
เหวินชูปรายตามองเขา ‘ไม่’
ซวี่เซิงแทบล้มหน้าฟาด เจ้าโชตะอกตัญญู!
นอกจากจะไม่ช่วยไม่แยแสสนใจแล้วยังลากเก้าอี้มานั่งชมการต่อสู้หน้าตาเฉย ในมือถือตำรากาม 108 ท่ากับเชือกหรรษา อีกมือยกถ้วยน้ำชาจิบ สําเริงสําราญใจท่ามกลางควันฝุ่นของการต่อสู้และตำหนักสำนักที่กำลังจะเหลือแต่ซาก ในขณะที่อาจารย์จะโดนหิ้วคอผ่าร่างเป็นสองส่วน เหวินชูกลับไม่สนใจไยดีอะไรเลยทำเอาซวี่เซิงแทบอยากควักหัวใจเขาออกมาล้างน้ำ ไอ้เด็กใจดำ!
รู้งี้นะ...รู้งี้นะฉันน่าจะจิ้มแก น่าจะจิ้มแกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ฮือๆๆ!!
“ชูชู! นี่เจ้าตอบแทนความหวังดีของข้าด้วยการทำแบบนี้เรอะ!” ซวี่เซิงโวยวาย
เหวินชูเหล่ตามองผ่านทางยันต์สีเหลือง แล้วก็ชักสายตากลับ
ซวี่เซิงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ แล้ว “ชูชู เจ้าเด็กใจร้าย!”
เหวินชูยังคงหูทวนลมไม่ขยับ
ศิษย์สำนักฝ่ายธรรมเห็นเหวินชูเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดจาดูเรียบร้อยน่ารักดีก็ชะเง้อคอมองอย่างสนใจ ก่อนก้าวเดินเข้าไปหาหมายสำรวจ “ผีดิบน้อยตนนี้นามว่าชูชูงั้นหรือ น่ารักจังเลย!”
ซวี่เซิงหน้าซีดขาว มองเจ้าโง่ตายิ้มเข้าไปใกล้เหวินชู ตะโกนพลางกวักมือเรียก “ออกมา ออกมา!”
ศิษย์คนนั้นหันกลับไปมองซวี่เซิง คิดว่าเขาคงหวงผลงานเลยไม่อยากให้ใครเข้าไปใกล้ “ไม่เอาน่าท่านปรมาจารย์ ข้าไม่ทำอะไรเขาหรอก แค่อยากเข้าไปดูใกล้ๆ เฉยๆ ท่านช่างหาผีดิบได้ดีเยี่ยมยิ่ง”
ข้าไม่ได้กลัวเจ้าทำอะไรเหวินชูสักหน่อย ซวี่เซิงอยากเอ่ยคำนี้ยิ่งนักแต่คำพูดกลับติดแหงกอยู่ตรงคอหอย เจ้าคนโชคร้ายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ผู้นั้นก็เดินเข้าไปประชิดร่างเหวินชูแล้ว
“โอ้ หน้าตาหมดจดดีจริง สวมชุดจอมยุทธ์น้อยเสียด้วย ลูกเต้าเหล่าใครกันหนอ” เจ้าศิษย์ผู้นั้นมองสำรวจเหวินชู ก่อนจะยื่นมือมาที่ยันต์กันภัยร้ายสีเหลืองที่แปะติดไว้ตรงหน้าผาก หวังจะชมหน้าตาครึ่งผีดิบให้ชัดๆ แต่เพียงพริบตาเดียวร่างศิษย์สำนักฝ่ายธรรมก็ถูกโจมตีจนล้มคว่ำ
“เกิดอะไรขึ้นกัน!?”
เหวินชูลุกขึ้นยืนเชื่องช้า ปรายตามองลงต่ำไปยังร่างของศิษย์ผู้นั้น มุมปากกรีดยิ้มเบาบาง
ทุกคนต่างตกตะลึงและมองไม่ทัน ไม่รู้ว่าผีดิบน้อยใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวมัดร่างศิษย์ผู้นั้นด้วยเชือกพาดไปตามข้อพับตัวและรัดรึงร่างอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่เมื่อใด ศิษย์ผู้นั้นล้มคว่ำทรงตัวยืนไม่ได้ ท่อนขาทั้งสองข้างถูกเชือกดึงรั้งให้เปิดอ้าแยกออก เชือกหน้าพาดสอดดึงให้คอเขาก้มลง ไม่อาจเงยหน้าขึ้นมองแววตาของครึ่งผีดิบน้อยได้
ซวี่เซิงลูบหน้าถอนหายใจเฮือก ว่าแล้วต้องมีวันนี้ วันที่เจ้าเด็ก S จะอยากลองดีกับคนจริงที่ไม่ใช่ผีดิบ
“นั่นคือศาสตร์แห่งกามในตำนานงั้นหรือ...”
“เขาคิดจะทำอะไรกัน นี่เป็นการโจมตีงั้นรึ!”
เหวินชูยกเท้าขึ้นมา เหยียบขยี้ไปกลางหว่างขาของศิษย์ผู้นั้นด้วยแรงไม่เบาไม่หนัก ถูๆ วนๆ จนตัวคนสั่นสะท้านเฮือก เหล่าคนดูเองก็สะท้านวาบไปตามๆ กัน “นั่นเขากำลังทำอันใดกัน!”
ซวี่เซิงก้มหน้าหนีกับฝ่ามือไปแล้ว
จู่ๆ เหวินชูก็เปลี่ยนจากใช้ปลายเท้านวดคลึงเป็นเตะเสยคางอย่างแรงจนร่างศิษย์คนนั้นหงายหลังล้ม ทุกคนต่างละล้าละลังไม่กล้าก้าวเข้าไปขัดขวาง ส่วนลึกในใจเต้นดังกระหน่ำ ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังดูชมอยู่คืออะไร รู้เพียงละสายตาไปไม่ได้เลย
จังหวะนั้นเองที่ศิษย์ผู้นั้นเห็นแววตาของเหวินชู กายเขาก็สั่นสะท้านเฮือก อารมณ์พี้เมาไผ่หายลิ่ว
เหวินชูกลับมาเหยียบที่กลางหว่างขาเขาอีกครั้ง ชะโงกหน้ามอง สีหน้าดูถูกเหยียดหยาม แววตามีคำถาม ‘รู้สึกดีเหรอ?’
“อะ...อะ...”
เหวินชูเลิกคิ้วเล็กน้อย ‘น่าสนใจ’
แรงจากฝ่าเท้าที่กดทับมาแทบทำให้ร้อนรุ่มเกือบบ้า แต่เพราะไม่รู้จักและเพราะเมามายกับไผ่มานาน ทำให้ความรู้สึกอดกลั้นที่เหมือนอยากปลดปล่อยจิตวิญญาณแต่กลับทำไม่ได้สร้างความรัญจวนที่ทรมานยิ่งนัก ลำคอแห้งผาก สายตาดูถูกที่ทอดมองลงมาจากนัยน์ตาสองสีที่จับจ้องทุกสีหน้าของตนก็ทำให้ศิษย์ผู้นั้นหัวใจเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็น มันเหมือนกับวิ่งฝึกวิชาขึ้นลงเขากว่าสิบรอบ หอบเหนื่อย ร้อนรุ่ม ปั่นป่วน ทรมานแต่ในความทรมานกลับเจือปนด้วยบางสิ่งที่ทำให้อวัยวะในกายระอุเดือดพล่าน และหวังจะทะลวงไปให้ถึงจุดๆ หนึ่งที่ไม่รู้จัก
ปฏิกิริยาของคนเป็นกับผีดิบย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว เหวินชูขยี้ส้นเท้าบี้ใส่เป็นจังหวะเนิบๆ สามเบาหนึ่งแรง ทอดมองดูคนใต้เท้าหอบหายใจอย่างสับสนแล้วสนุกสนานยิ่งนัก
ทว่าไม่รู้ว่าเพราะคนในโลกนี้ห่างหายจากเรื่องกามมานานเท่าไหร่ ทำให้ถึงโดนไปขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไรและไม่รู้จะจัดการยังไง ซ้ำเพราะศิษย์ของจ้าวฝูหมิงฝึกวิชาใบไผ่กันมา ทำให้ตรงนั้นอ่อนยวบเป็นพิเศษ ปลุกเร้าเท่าไหร่ก็คงตั้งยาก แต่ถึงตั้งยากก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึก เหวินชูเพียงแค่อยากรู้เลยทรมานเขาเล่นเฉยๆ
“นั่น...นั่นคือหนึ่งในศาสตร์แห่งกามงั้นรึ”
“มันคืออะไรกัน ทำไมต้องถูกมัดด้วย...”
“แล้ว...แล้วกลางกายตรงนั้นมันมีอะไร ทำไมต้องเหยียบ?”
ทุกคนต่างมีคำถาม ร้อนรุ่มอยู่ในอก เหล่ๆ มองกันแล้วแอบจับเป้ากางเกงด้วยความสงสัย ทันใดนั้นทั้งหมดก็เหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ร่างสะดุ้งรีบชักมือกลับกันเป็นพัลวัน
“ท่วงท่าทิพย์โจมตีส่งทอดถึงคนดูได้!!”
“ล้ำลึกมากล้ำลึกยิ่งนัก!”
ซวี่เซิงเวียนหัวจะอ้วกแล้ว พวกเอ็งแค่เห็นแล้วเสียวตามเฉยๆ ไม่ได้เป็นท่วงท่าทิพย์อะไรทั้งนั้นแหละ แต่คนพวกนี้ไม่เคยดูหนังโป๊แล้วช่วยตัวเองมาก่อนนี่ เช่นนั้นจะไม่รู้ก็ไม่แปลก
ในตอนที่ทุกคนพากันเคลิ้ม เหวินชูฉวยจังหวะนั้นตวัดแส้ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมออก ดึงรั้งร่างซวี่เซิงเข้ามาหาตัว แล้วดึงแขนเขากระโดดหนีไปทันที เหล่าคนที่กำลังชมศาสตร์กามกันอย่างเพลิดเพลินตกตะลึงงัน ปรมาจารย์ศาสตร์กามถูกฉกตัวไปแบบไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว
ซวี่เซิงเป็นคนธรรมดาแถมเป็นซอมบี้ที่ไม่รู้วรยุทธ์ ถูกเหวินชูดึงมือกระโดดไต่ไปตามหลังคากับต้นไม้ด้วยความเร็วสูงก็แทบจะไถลล้มหน้าฟาด กระนั้นก็ยังซาบซึ้งใจที่เหวินชูไม่ได้ใจดำกับตนเพียงนั้น “ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าต้องเป็นเด็กดีที่สุดในใต้หล้า”
เหวินชูหันมามองเหมือนขยะแขยง ถามทางสายตา ‘เอายังไงต่อ’
“หนี! หนีสุดหล้าฟ้าเขียว ตำหนักเร้นลับแห่งนี้อยู่ไม่ได้แล้ว...แต่ทำอย่างไรดี คัมภีร์กับพู่กัน...”
เหวินชูถอนหายใจเบื่อหน่าย ยื่นของในอกเสื้อใส่ซวี่เซิง เมื่อเห็นของซวี่เซิงก็โห่ร้องยินดี “เจ้าเตรียมออกมาแล้ว ว่าแล้วว่าเจ้าต้องเป็นเด็กดี! ที่แท้เจ้าก็เตรียมทางหนีไว้แล้วนี่เอง”
‘หุบปาก’
“....ขอโทษจ้า”
ถึงจะนิสัยแข็งกระด้างไปหน่อยแต่ก็เป็นเด็กดีจริงๆ หากตัดเรื่องที่ว่าต้องเห็นเขาเดือดร้อนร้อนใจก่อนค่อยช่วยออกไป อะไรๆ เจ้าเด็กนี่ก็ดีทั้งนั้นแหละ
แม้จะเสียดายบ้านหลังใหญ่ รอบข้างสงบ วิวทิวทัศน์สวยงาม และเหล่าตำรากับดงซอมบี้ที่ทดลองไว้แต่ยังไม่ถึงวันดีต้องทิ้งไปก่อนก็ตามที ซวี่เซิงก็ยืนยันจะทิ้งที่แห่งหนีแล้วหนีไปตายเอาดาบหน้า เหวินชูกับเขาจึงมุ่งหน้าออกจากตำหนักเร้นลับที่ตั้งค่ายกลป้องกันภายนอกไว้ทันที

เรื่องที่เหวินชูมาฉุดซวี่เซิงหนี สองจ้าวสำนักที่ต่อสู้กันอยู่กลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ตำหนักเร้นลับล้มพับไม่เหลือซากแล้วนั่นเอง
ชงหยวนปาดเหงื่อใต้คาง จ้าวฝูหมิงเองก็เหยียดยิ้มทะนงตน ต่างฝ่ายต่างไร้รอยบาดแผลเพราะป้องกันตัวเองดีมาก
ชงหยวนหัวเราะเหอะ “เมาไผ่จนเดินไม่ตรงฝีมือกลับไม่ตก ช่างน่านับถือ”
จ้าวฝูหมิงยิ้มรับ “น้องหยวนเองก็มีแค่ตาเดียวยังต่อสู้ได้เก่งกาจ น่าชื่นชมเช่นกัน”
เสาคานบ้านล้มตึง สองฝั่งจ้องตาเขม็งเตรียมจะตีตัดสินแพ้ชนะกันอีกรอบ เหล่าคนที่อยู่โดยรอบตะโกนกันคอแทบแตก “พวกท่านหยุดสู้กันก่อน! ปรมาจารย์ศาสตร์กามถูกศิษย์ครึ่งผีดิบพาหนีไปแล้ว”
“ว่าไงนะ!” ชงหยวนได้สติทันที สามง่ามในมือโบกไปตามอากาศ กวาดตามองรอบๆ ก็เห็นแต่ซากพังๆ ไม่เห็นซวี่เซิงดังคาด
การต่อสู้อย่างมีสมาธิมันก็ดี แต่หากมีมากเกินไปจนไม่สนสิ่งรอบข้างแบบนี้ไม่ได้ ชงหยวนกับจ้าวฝูหมิงออกคำสั่งแทบพร้อมกัน “ไล่ตามไปให้เร็วที่สุด!”
“บัดนี้ภายนอกอันตรายมาก เราจะปล่อยให้สวรรค์พบตัวเขาไม่ได้!” เป็นครั้งแรกหลังจากมาเหยียบที่นี่ที่จ้าวฝูหมิงกล่าวด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้มประดับ
สองฝั่งหยุดต่อสู้กันชั่วคราว รีบเร่งดีดฝีเท้าตามไปอย่างไม่คิดชีวิต

ชั่วขณะเดียวกันที่ซวี่เซิงกับชงหยวนก้าวเท้าออกไปข้างนอก หายนะระลอกใหม่ก็กำลังอังรอเขาอยู่เช่นกัน
ฝูงซอมบี้มากมายเป็นร้อยเป็นพันตัวตะเกียกตะกายอยู่เบื้องหน้า พยายามจะเข้ามาฉีกทึ้งร่างเขา เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายพวกมันคือซวี่เซิง นี่มันบ้าอะไรกันอีกเล่า
หันกลับไปก็ไม่ได้ ออกมาก็เจอฝูงซอมบี้รอเขมือบหัว เหวินชูพาซวี่เซิงไปหลบอยู่บนต้นไม้ต้นใหญ่กว่าสิบคนโอบ ซอมบี้เหล่านั้นก็พากันมารุมอยู่ใต้ต้นไม้ ส่งเสียงอื้ออึงน่ารำคาญราวกับกำลังเรียกให้มารวมตัวกันที่นี่ ยิ่งนานจำนวนยิ่งเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เล็บสีดำที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำหนองของพวกมันต่างช่วยกันตะกุยลำต้นไม้อย่างไม่คิดชีวิต ทั้งกัดทั้งทึ้งจนต้นไม้ใหญ่เริ่มสะเทือนไปมา พวกมันพากันเหยียบกันเหมือนอยากจะขึ้นมาให้ได้ ช่างเป็นภาพที่น่าขยะแขยงยิ่งนัก
ซวี่เซิงกำมือแน่น เจอซอมบี้ถล่มยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่ทำให้เขาต้องมานั่งเครียดคิดมากเป็นเพราะ...
“รูป...ใช้ไม่ได้ ทำไมกัน?”
มือที่ถือพู่กันอยู่ของซวี่เซิงสั่นเทาหนัก เขาเองก็ทั้งวาดทั้งเขียนตามปกติที่เคยทำมา แต่รูปพวกนั้นกลับไม่สามารถดึงดูดและควบคุมซอมบี้ได้เช่นที่แล้วมา รอจนหมึกเลือนหายซอมบี้เหล่านั้นก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
ในหัวหวนคิดถึงข่าวร้ายของจูหงเฟยที่กล่าวว่าขุนพลสวรรค์ยกระดับผีดิบให้มีสัญชาตญาณดิบมากขึ้น แปลว่าพวกมันจะไม่สนใจรูปและข้อความกามๆ ที่สักแต่เขียนอีกต่อไปแล้วอย่างนั้นเหรอ
“เราจะติดกันอยู่บนต้นไม้โง่ๆ นี่ตลอดไปเหรอ” ซวี่เซิงพึมพำ แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้นหรอก ต่อให้ต้นไม้นี่ใหญ่ขนาดสิบคนโอบ แต่ถ้าถูกฝูงซอมบี้ตะกุยหนักแบบนี้เดี๋ยวก็โค่น
ถ้าตอนนี้ในโลกซอมบี้ทุกตัวจะพุ่งเป้ามาหาซวี่เซิงเพราะสวรรค์บงการล่ะก็ หนีไปที่ไหนก็ไม่รอดแน่ๆ ซวี่เซิงมองมือที่ถือพู่กันอยู่ ก่อนจะลองวาดสาวสวยกับหนุ่มลงไปอีกหลายๆ คน แต่ก็ยังมีผลลัพธ์เหมือนเดิม
เหวินชูนั่งเงียบอยู่ข้างเขา ซวี่เซิงกล่าว “เจ้าหนีไปก่อนเถอะ”
เหวินชูผินหน้ามองเขาเล็กน้อย
“อย่างน้อยตอนนี้สวรรค์อาจจะยังไม่รู้เรื่องเจ้า หนีไปเถอะ” ซวี่เซิงยื่นคัมภีร์กับพู่กันให้เขา “เราสองคน ยังไงก็ต้องมีคนหนึ่งรอด ใช่มั้ยเล่า”
เหวินชูเบิกตาเล็กน้อย ยังนั่งนิ่งไม่รับของจากมือซวี่เซิง
ซวี่เซิงจะว่าตื่นตระหนกก็ไม่ใช่ กลัวตายก็ไม่เชิง เขาคิดแค่ว่าบางทีหน้าที่ของเขาอาจจะมาเพื่อสืบทอดส่งต่อความรู้ให้เหวินชูก็ได้ เพราะพอมองอีกมุมหนึ่ง เขาไม่ใช่คนของโลกนี้แต่แรกอยู่แล้วด้วย จะถูกดีดกลับหรือส่งตัวไปโลกหลังความตายจริงๆ ก็คงไม่แปลก
พอคิดเช่นนั้นใจที่กระสับกระส่ายก็เบาโหวงเป็นกอง มองในแง่ดีอีกมุมก็ดี เรื่องวุ่นวายกับความรับผิดชอบตัวบะเริ่มเทิ่มเหล่านี้จะได้หายไปจากหัวเขาสักที
แต่แล้วจู่ๆ ซวี่เซิงก็เหมือนทุกอย่างจะวูบไปอย่างรวดเร็ว เหวินชูจัดการจับข้อเท้าเขาไว้แล้วผลักให้หัวห้อยต่องแต่งลงไป ซวี่เซิงร้องจ๊าก หัวห้อยลงมองเห็นฝูงซอมบี้ที่คลั่งหนักเหยียดมือตะกายเบื้องล่างในภาพกลับหัว ชะโงกหน้ามองเหวินชูที่จับข้อเท้าเขาห้อยหัวลงอย่างตื่นตระหนก “ทำอะไรน่ะชูชู!”
‘น่าสมเพช’ เหวินชูส่งสายตากลับมา ‘อยากตายอีกรอบนักข้าจะสงเคราะห์ให้’
“อะ...หา?” ซวี่เซิงขนลุกซู่
มองจากมุมเสยนี้สีหน้าเหวินชูทะมึนมืดน่ากลัวกว่าซอมบี้หน้าเละด้านล่างนั่นเสียอีก ซวี่เซิงอ้าปากค้าง เหวินชูก็ส่งสายตาต่อมาอีกว่า ‘ข้าไม่นับเต่าหัวหดเป็นอาจารย์’
นิ้วมือของเหวินชูที่กำลังจับข้อเท้าซวี่เซิงเริ่มคลายทีละนิ้วอย่างช้าๆ เริ่มตั้งแต่นิ้วก้อย
ซวี่เซิงผวาเฮือก มองตาเหวินชูแล้วก็รู้ว่าเขาเอาจริง
คนถอดใจยอมแพ้ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อในวันสิ้นโลกแบบนี้ให้เป็นภาระใครเขา ซวี่เซิงกัดฟันกรอด หากตนตกลงไปก็จะถูกซอมบี้เหล่านั้นฉีกทึ้งร่างจนไม่เหลือซากตามความตั้งใจของสวรรค์ที่จะกำจัดเขาออกไป จูหงเฟยเองก็คงถูกกำจัดตามต่อมาแน่ๆ กระทั่งเหวินชูที่อุตส่าห์กลับมามีครึ่งชีวิตอีกครั้งก็คงไม่รอด โลกก็จะถูกล้างไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครทำอะไรได้นอกจากนอนรอความตายตามประสงค์สวรรค์...
“ไม่ตลกเลยนะ...” ซวี่เซิงครางฮือ รันทดใจตัวเองอย่างสุดซึ้ง “ข้ากลัวตาย ทำไมกันล่ะ!!”
ทั้งที่ปลงว่าเออช่างมันจะตายก็ตายไปเมื่อกี้แท้ๆ ทว่าพอถูกเหวินชูจับห้อยหัวลงจะโยนเข้าดงซอมบี้สงเคราะห์ให้จริงๆ กลับหวาดกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น น่าสมเพชสุดๆ ไปเลย
เหวินชูเหวี่ยงซวี่เซิงกลับมาอย่างแรงจนหัวเขากระแทกกับลำต้นไม้ ผ้าพันแผลสีขาวปรากฏเลือดซึมออกมา แผลตรงศีรษะที่เย็บปิดสมองเปิดเลยทีเดียว
ซวี่เซิงแม้เลือดอาบแต่ก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เขาคว้าพู่กันกลับคืนมือมา เพ่งความคิดว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี
เขาไร้วรยุทธ์ ต่อสู้ได้ไม่เก่งเท่าคนในโลกนี้ ที่ทำได้ก็มีแต่หนึ่งสมองกับสองมือ หากตนเองโง่ชีวิตก็ต้องจบสิ้นทันที
เหวินชูมองซวี่เซิง ‘ข้าจะลงไปต่อสู้’
“จำนวนเยอะเกินไป ข้าต้องมีผู้สืบทอด เจ้าจะตายหรือเป็นอะไรไปไม่ได้” ซวี่เซิงห้ามทันควัน
เหวินชูไม่ใส่ใจ ‘ข้าตายก็หาใหม่’
“ไม่มีใครเหมือนเจ้า ชูชู เจ้าเหมาะสมที่สุดแล้ว” ซวี่เซิงกล่าวอย่างจริงใจ เหวินชูไม่มองเขาอีก แต่ก็ยอมนั่งนิ่งไม่ขยับ
คิดสิซวี่เซิง คิด! ไม่มีทางที่ศาสตร์แห่งกามจะหมดมนต์ขลังได้ง่ายๆ เด็ดขาด เรื่องใต้สะดือกับคนคือของคู่กัน กี่พันกี่หมื่นปีมนุษยชาติก็ต้องป๊าบๆ กันเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ ไม่มีทางที่จะหายไปได้ง่ายๆ แน่นอน
ซวี่เซิงกุมพู่กันในมือแน่น ตวัดเขียนครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
จุดแข็งความความกามคือสิ่งใด เหตุใดเขาจึงลืม!!
“อารมณ์ร่วม!” ซวี่เซิงตะโกนเสียงดังลั่นจนเหวินชูปรายตามอง
ไม่ว่าจะเดี่ยว คู่ กลุ่ม หากกล่าวเรื่องเพศแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ที่ผสมพันธุ์ตามฤดูก็คือการที่มนุษย์มีอารมณ์ร่วมในเรื่องอย่างว่านั่นเอง แต่ว่าตลอดมาซวี่เซิงกลับอาศัยแค่เขียนปื้ดๆ ให้มันเสร็จ มิได้มีอารมณ์ร่วมไปกับรูปที่วาดเลย อาศัยแต่ความทรงจำล้วนๆ เพราะเขาเบื่อหน่ายกับเรื่องทางเพศแล้วนั่นเอง อะไรๆ ก็ไม่หวือหวา ทำให้ต่อให้เห็นสาวน้อยโฉมงามมาแก้ผ้าต่อหน้าหรือหนุ่มหล่อกล้ามแน่นมาเต้นยั่วยวนก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะสนใจหรือไม่ด้วยซ้ำ
จุดอ่อนของการต่อสู้ที่ดุเดือดก็คือตัวเอง ซวี่เซิงเข้าใจแล้วว่าเขาต้องต่อสู้อย่างไร พวกขุนพลสวรรค์อัพเลเวลซอมบี้ให้มีสัญชาตญาณดิบ ฉะนั้นรูปที่วาดมาทื่อๆ ก็แค่รูปวาดที่ไร้จิตวิญญาณ หาใช่ศิลปะทางเพศที่สามารถแผ่ซ่านอารมณ์ไปถึงในอกได้ เรื่องเสียวของเขาก็แค่เหมือนเรื่องเสียวที่อ่านผ่านๆ ได้จากอินเทอร์เน็ต หาได้มีคุณค่าอะไรไม่
ฉะนั้นหากซวี่เซิงสามารถปลุกสัญชาตญาณความบ้ากามของตนมาสู้กับสัญชาตญาณดิบของผีดิบได้ก็เท่ากับว่าเขาจะชนะอีกครั้งดังที่แล้วมา แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้...ตรงที่เขาเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรมากระตุ้นเร้าใจได้เลย!
เวลาไม่คอยท่า ซอมบี้เริ่มเขย่าต้นไม้จนโงนเงน ซวี่เซิงยังจรดปลายพู่กันกับกระดาษ ในเวลาบีบคั้นเช่นนี้จะให้ตัวเองมาคิดเรื่องเสียวแล้วมีอารมณ์ร่วมนี่มันโคตรยากเลยโว้ย
ซวี่เซิงหันไปมองเหวินชู “ชูชู ข้าขอร้อง เจ้าถอดเสื้อผ้าตัวเองทีได้ไหม!”
“...”
ว่าแล้วว่าต้องได้สายตารังเกียจกลับมา
แต่ถึงอย่างนั้นเหวินชูก็ยอมถอดเสื้อตัวเองอย่างว่าง่าย ถอดเสร็จแล้วก็พาดเสื้อไว้บนบ่า นั่งชันเข่านิ่งๆ ไม่ขยับเหมือนหุ่นปูนปล่อยให้ซวี่เซิงเพ่งพิศ
ซวี่เซิงจดจ้องเหวินชู พยายามจะหาความใคร่กามจากร่างของศิษย์น้อย แต่กลับพบว่าศีลธรรมของตนสูงเกินไป
เขาอ่านโดจินโป๊แนวโชตะได้แต่มีอารมณ์ทางเพศกับเด็กจริงๆ ไม่ได้! ที่ชอบคิดเคืองว่าน่าจะจิ้มไปสักทีเวลาเหวินชูแกล้งเขาก็แค่คิดตัดพ้อไปอย่างนั้นเท่านั้น ให้ทำจริงมันทำไม่ได้ โหดร้ายกับเด็กเกินไป ยิ่งคิดว่าตัวเองกำลังจ้องร่างกายของเหวินชูเพื่อสนองตัณหาตัวเอง ซวี่เซิงก็พะอืดพะอมจนทำต่อไม่ลงแล้ว
ต้นไม้เอนใกล้โค่น เหวินชูหยัดกายเปลือยลุกขึ้นยืน ถือแส้ในมือเตรียมพร้อมต่อสู้ ซวี่เซิงกลับยังปวดหัวคิดไม่ตก
‘ขอร้องล่ะ อะไรก็ได้ ใครก็ได้ที่ทำให้หงี่แบบที่ว่าต่อให้เป็นซอมบี้แล้วหัวใจที่ไม่เต้นยังรู้สึกใจเต้นได้ ได้โปรดโผล่ออกมาที!’
ตู้ม!!
ซวี่เซิงสะดุ้งเฮือก เกือบเสียหลักร่วงจากกิ่งต้นไม้เพราะเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรง เหล่าซอมบี้ที่ถูกดึงดูดด้วยเสียงเป็นทุนเดิมหยุดโจมตีต้นไม้แล้วแหงนหน้ากลับไปอีกทาง
บนยอดต้นไม้สูงอีกด้านหนึ่งปรากฏเงาร่างของใครคนหนึ่งใต้แสงจันทร์ พระจันทร์ดวงโตเหมือนจะกลายเป็นฉากหลังที่มีไว้เพื่อเปล่งรัศมีบารมีของคนผู้นั้น เขายืนอย่างมั่นคงอยู่บนยอดไม้ เส้นผมสีเงินปลิวสยาย ผิวสีเข้มขับกับนัยน์ตาสีเทาอ่อนที่เรืองแสงได้ราวกับตาของหมาป่าจ่าฝูง
ง้าวมังกรเขียวที่ชุ่มโลหิตนับครั้งไม่ถ้วนตั้งชันขนาบข้างตัว ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็ปรากฏเส้นยวงยาวสีเงินที่ค่อยๆ ไหลรวมกันก่อนซ้อนทับกันเป็นชั้นเหมือนกลีบของดอกพลับพลึงแมงมุมแดง
ซวี่เซิงเงยหน้าขึ้นมองเขม็งจึงทำให้สบตากันเข้าอย่างจัง อีกฝ่ายหน้าตาดีมาก ผิวเข้มหน้าคมไม่เหมือนคนเอเชียแท้ คงเป็นชนเผ่านอกด่านสักที่ รูปร่างจึงล่ำสันกำยำกว่าคนทั่วไป เขาแต่งชุดเหมือนนักรบนอกด่าน สวมสร้อยที่ทำจากเขี้ยวเล็บสัตว์ป่าเต็มไปหมด ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายอันตรายคุกกรุ่น
อีกฝ่ายแยกเขี้ยว “...ปรมาจารย์ศาสตร์กามนี่โรคจิตอย่างที่คิดไว้จริงๆ”
ดวงตาคมปลาบตวัดมองไปยังเด็กหนุ่มที่เปลือยกายอยู่เคียงข้าง ในเวลาเช่นนี้ยังมีอารมณ์ทำเรื่องไร้ศีลธรรม! เขากวาดตามองเหล่าผีดิบที่มาออรวมกันอยู่ที่นี่ ความกระหายเลือดอยากกำจัดก็ตีขึ้นมา “ดี! วันนี้ได้ออกแรงเยอะๆ หลายต่อช่างโชคดียิ่งนัก จัดการซากศพเหล่านี้เสร็จเจ้าจะเป็นรายต่อไป”
เหวินชูหรี่ตามองคนผู้นั้นอย่างประเมิน ก่อนจะเหลือบมองซวี่เซิงที่จู่ๆ ก็นั่งงอตัว ‘เป็นอะไร’
ซวี่เซิงไม่ตอบเพราะกำลังตกใจกับปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลันของตนอยู่ เขากุมเป้าแน่น แต่อีกมือก็รีบคว้าพู่กันขึ้นมา ดวงตาสองสีจดจ้องไปยังเรือนร่างงดงามของชายคนนั้นไม่วางตา ไม่สงไม่สนใจความตระการตาของกระบวนท่าต่อสู้อีกฝ่ายที่จู่ๆ ก็บุกมากวาดล้างซอมบี้เป็นพันตัวอย่างบ้าคลั่งเลยสักนิด เพราะดวงตาของซวี่เซิงเอาแต่จับจ้องเรือนร่างและผิวกายในร่มผ้าที่ผ่าแหวกออกอย่างไม่ตั้งใจของเจ้าตัวเท่านั้น มุมปากซวี่เซิงฉีกยิ้ม
“ข้าเจอแล้ว...แรงบันดาลใจของข้า!”




-------------------

พระเอกโผล่มาแล้ว โผล่มาสักที555555555555

กัญชานั้นถ้าเสพมากๆ เสื่อมทางเพศนะฮะ*

ต่อจากนี้น่าจะตีกันมันส์อยู่ (คิดว่านะ...) ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยน้าาา /\ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอโทษที่อัพช้าหน่อย แต่จะพยายามมาอัพเรื่อยๆ ให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2ตอนเด้อ จุดๆ นี้ฝากเชียร์ลุกชาติที ลุงชาติผู้โลกต้องการ so hot ปรอทแตกในความหมายแปลกๆดีจริงเชียว5555555555

หากเจอคำผิดจะค่อยๆ กระดึ๊บมาแก้ไขนะ

บ๊ายบายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.47K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4758 MerAnnear (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:19
    จริงค่ะลุงชาติชาย เราชอบอ่านแนวโชตะแต่ในชีวิตจริงคือแบบ...ด่าแหลก อารมณ์แบบจินตนาการกับชีวิตจริงมันคนละเรื่อง แยกให้ออกนะคะ มีสิทธิ์คิดแต่ไม่มีสิทธิ์ทำ รอเรื่องใหม่ไรต์น้าาา อ่านวนรอบที่3
    #4,758
    0
  2. #4742 Present (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 05:08
    น้องชูๆ โตมาหล่อแน่เลย
    #4,742
    0
  3. #4672 ppkpyw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 15:11

    ไอต้าวน้องเหวินชูวววววว น่ารักไม่ไหว ดื้อแต่เชื่อฟัง แงงงงงง ไอต้าวๆๆๆๆๆๆ

    #4,672
    0
  4. #4658 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:29
    ขำเหนื่อย55555
    #4,658
    0
  5. #4642 Peed33 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 19:15
    เหนื่อย55555 ตายแน่ โอ่ยยยย หวังว่าจะไม่ขำตายนะตัวเรา
    #4,642
    0
  6. #4594 UmeMomo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:13
    ฮืออออออออออออ ตอนแรกเอาจริงๆถ้าชาติชายมีอารมณ์กับซูซูเราคงผิดหวังจริงๆแหล่ะค่ะ แง ไม่เปโดน้า แต่พอพ่อพระเอกโผล่มาตามคำขอแร๊วอารมณ์หงี่มานี่คือ แง ขำก้ขำ 555555555555555555
    #4,594
    0
  7. #4521 yyyyobaby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:12
    พระเอกมาแล้วววว
    #4,521
    0
  8. #4496 Winterrin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 03:20
    โอ๊ย 55555555555555
    #4,496
    0
  9. #4478 ไมยะ จัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 02:15
    คุณปู่ไม่xโชตะ เศร้าเลย
    #4,478
    0
  10. #4364 Takgy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 16:30
    555555555 รักเอนเนอจี้ความหงี่ของลุงมาก จะตายอยู่แล้วยังฮึดมาได้ 655555
    #4,364
    0
  11. #4311 pcy921 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:51
    55555555666555555โอ้ยยยฉันกลั้นหัวเราะจนจมูกบานแล้วแม่555555555555
    #4,311
    0
  12. #4257 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:46
    โอ้ยยลุงง555555 คือมองแล้วตื้ดๆเรอะ แงอแอ
    #4,257
    0
  13. #4085 Litt.PK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 15:33
    เดี๋ยวววววว55555
    #4,085
    0
  14. #3935 chalillxx_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 10:30
    ชั้นลั่ฟเอนเนอร์จี้นี้มาก ความบ้าผช
    #3,935
    0
  15. #3260 Krystal wing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 17:55
    ลุงโว้ยยย
    #3,260
    0
  16. #3228 whipxcream (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 23:02
    โอ้ย ลุง5555555555555
    #3,228
    0
  17. #2711 lills (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 12:09
    55555555555เกียดความหงี่นี้
    #2,711
    0
  18. #1980 BLgdhdjsjs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 12:24
    หนีปายยยยยย อย่าให้น้องมันจับได้นะพี่!!!!

    555
    #1,980
    0
  19. #1596 AlommAom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 04:21
    เจอกันแร้ววว
    #1,596
    0
  20. #1076 cactus090 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 08:32
    หูยยยยยยยยพี่ท่านอย่าทำรุนเเรง
    #1,076
    0
  21. #929 me__paper (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 18:30
    ฮือออตัวคิดจะแต่งเมะโชตะ(แบบว่าเมะเด็กน่ะค่ะเผื่อเข้าใจกันผิด555)สักเรื่องมั้ยคะ!!!!
    #929
    3
    • #929-1 me__paper(จากตอนที่ 6)
      15 กันยายน 2562 / 18:31
      แบบว่าอยากอ่านมากๆ ชิปเองมาสองเรื่องแล้ว;-;
      #929-1
    • #929-3 PeTErPan1244(จากตอนที่ 6)
      4 ตุลาคม 2562 / 16:58
      สนับสนุนเม้นท์นี้ด้วยค่ะ แบบเลี้ยงต้อยก็ได้ กราบบบบ
      #929-3
  22. #888 Peach9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 12:22
    ที่ว่าจะละทางโลกจริงๆคงไม่ได้แล้วล่ะแค่เห็นเค้าลุงก็คิดหื่นแล่ว!555555
    #888
    0
  23. #884 PaulaPum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 07:32
    คิดหื่นตั้งแต่แรกพบ55555
    #884
    0
  24. #652 CelL'e❋Tz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:03
    ลุงงง ลุงจะหาแรงบันดาลใจแบบนี้ไม่ได้ กามมากกก!! กามมากกกก!!
    #652
    0
  25. #640 catch me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:22
    55555 โอ้ยยย ขำจนปวดท้องงงง
    #640
    0