(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ไม่ใช่มะม่วงก็สอยร่วงมาแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,707 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่ 1 ไม่ใช่มะม่วงก็สอยร่วงมาแล้ว

ชีวิตคนเรา เอาจริงๆ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง
กิน นอน เที่ยว ทำงาน หาความสุขใส่ชีวิต
‘ชาติชาย’ เป็นมนุษย์จำพวกนั้น เขาไม่อินังขังขอบสิ่งที่จะทำให้เขามีชีวิตไม่มีความสุข เรียกได้ว่าตลอดมาถือคติชีวิตครั้งเดียวมีก็ใช้ให้คุ้ม เรื่องไหนที่ทำให้ไม่สบายใจก็ถอยห่างจากมัน ใครก็บังคับเขาไม่ได้ แต่ในขณะที่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและไม่สร้างปัญหาให้คนรอบข้างเช่นกัน
เพราะฉะนั้นตั้งแต่ที่ชาติชายเริ่มแตกหนุ่ม เขาก็เป็นแกนนำหัวใสที่ฮอตปรอทแตก อาศัยว่าหน้าดีด้วยเลยเสเพลแบบไม่สนหน้าพระหน้าเจ้า ตอนเรียนก็เรียน พักเที่ยงก็หิ้วกีตาร์ไปจีบสาว เกาะรั้วโรงเรียนสตรีล้วนประจำจังหวัดแล้วตะโกนใส่สาวทุกคนที่เดินผ่านหน้าว่า ‘นางฟ้า!’ แต่เพราะหล่อใสทำไปก็ไม่มีใครด่า พอตกดึกมาก็เมาปลิ้นกับพวกพ้อง กระนั้นก็ยังเป็นอมนุษย์ที่เหมือนชีวิตไม่ต้องหลับต้องนอนก็มีแรงสามารถแหกขี้ตาตื่นมาเรียนต่อได้หน้าตาเฉยขณะที่แก๊งซึ่งก๊งเหล้าด้วยกันน็อคตายคาส้วม
พอจบชีวิตวัยมัธยมอันสุดแสนจะลั่นล้า ด้วยความที่แม้ใจใฝ่เลวแต่รักเรียนเลยได้ทุนให้เปล่าไปเรียนแบบงงๆ จนเพื่อนฝูงต่างใคร่สงสัยว่าก็เมาหยำเปมาด้วยกันทุกวัน มันเอาเวลาไหนไปอ่านหนังสือวะ
ช่วงชีวิตในรั้วมหาลัยนี้เป็นช่วงที่ต้องป้ายยาหม่องเซ็นเซอร์ไม่สามารถออกอากาศได้ เพราะชาติชายถึงพริกถึงขิงในทุกรสชาติ ตอนอยู่หอชาย เพื่อนร่วมหอเขาจำไม่ได้เลยทีเดียวว่าชาติชายหิ้วใครขึ้นห้องไปบ้างเพราะหน้าไม่ซ้ำกันสักที สาวน้อยสาวใหญ่ต่างวัยมากันให้พรึบ บางวันยังเป็นหนุ่มน้อยตัวเล็กน่ารักหรือเป็นชายหนุ่มหน้าแมนๆ อีกต่างหาก เมื่อไปสัมภาษณ์ ‘ถือศีล’ หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันเองว่าพราหมณ์ ผู้เป็นเพื่อนข้างห้องของชาติชายว่า ‘เอ็งอยู่ห้องติดกับไอ้ชาย ถามจริงเหอะ เคยได้ยินเสียงอะไรบ้างมั้ย’
เสียงอะไรล่ะ หนังสดล่ะสินะ ใครไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้วเพื่อน
พราหมณ์เองก็สุดจะทน เขาเป็นเด็กต่างจังหวัด ตั้งใจมาร่ำเรียนเต็มที่ กลับต้องพบว่าเพื่อนข้างห้องตัวเองเป็นพวกอมนุษย์ที่พร้อมจะแปลงร่างเป็นค้างคาวผีผ้าห่มทุกคืน วันไหนจะอ่านหนังสือก็จะได้ยินเสียงทำนองว่า...
“พี่ชาติชายขา ซี้ดดดด หนูทนไม่ไหวแล้วค่า!”
พราหมณ์ที่กำลังท่องศัพท์อยู่ถึงกับท่องผิด ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ไอ้กำแพงนี่ก็บ๊างบาง เสียงสาวน้อยก็ดังลั่นมาเรื่อยๆ “พี่ชาติชายคะ กรี๊ดดดด อย่างกับตอปิโด หมุนควงเป็นพายุไปเลยค่ะพี่ขา!”
“แค่ก!!”
พราหมณ์ปิดหนังสือ มุดตัวไปนอนคลุมโปง แต่กระนั้นก็ยังคงได้ยินแว่วๆ มาอยู่ตลอดว่า...
“พี่ชาติชายคะ...หนูว่าท่านี้ไม่โอเค ขาหนูจะเป็นตะคริวแล้วค่ะพี่....”
“เอาน่าคนสวย ลองดูสักหน่อย คนโบราณเขาไม่หลอกเราหรอก พี่อยากลองขี่เมฆมาตั้งนานตามใจพี่หน่อย”
“พี่คะ--- โอ๊ยพี่หนูเป็นเหน็บแล้ว พี่!OIRJ@KDPP+#*(%*)----“
คำถามคือทำไมเราต้องมารับรู้ด้วยว่าไอ้ชาติชายนั่นเล่นบทรักพิสดารท่าไหน พราหมณ์ขอบตาดำเป็นแพนด้า ตัดสินใจไปบอกชาติชาย หวังจะเห็นเขาเก้อกระดากสักหน่อย ผลกลับออกมาว่า
“ได้ยิน?”
“อืม...เพราะงั้นนายช่วย...”
แต่เขาประเมินความหน้าหนาชาติชายต่ำไป สิ่งที่ได้กลับมาคือแผ่นเสียงสวดมนต์กับหนังสือธรรมะปึกหนึ่ง
“เปิดกลบๆ ไปละกัน ไปละ”
“...”
แล้วพราหมณ์ก็เรียนจบหลักสูตรพระพุทธศาสนาแบบไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ทำไม แต่สุดท้ายพวกเขาก็เป็นเพื่อนกันมาจนเรียนจบ
วีรกรรมชาติชายยาวเหยียดเป็นหางว่าว เล่าไปกี่หน้าก็ไม่จบ รวมๆ ว่าเขาเป็นคนใช้ชีวิตสนุกมากคนหนึ่ง เพื่อนเองก็มีหลายแบบ อย่างพราหมณ์นับเป็นเพื่อนเรียน ส่วนเพื่อนเที่ยวจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วก็คบกันยันเรียนจบ ทำงาน เกษียณ
แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งในวันที่ชาติชายอายุเลย 50 มาไกล ชาติชายก็รู้สึกปลงต่อโลกใบนี้ ความสนุก แสงสี และเซ็กซ์ผาดโผนไม่อาจทำให้เขาตื่นเต้นและเร้าใจได้อีกต่อไปแล้ว...
ทุกอย่างมันน่าเบื่อไปหมด เพราะเขาลองมาหมดแล้ว ไม่มีอะไรให้ค้นหาอีกแล้ว จู่ๆ เขาก็อยากละทางโลก ในตอนที่อายุ 65 ปีพอดี
“กูว่ากูจะเข้าป่า โลกนี้มันวุ่นวายเกินไป” ชาติชายกล่าวเช่นนั้น จะอำลาวงการถาวร ไม่เอาแล้วกับอีหนูหน้าหวานทั้งหลายที่เลี้ยงดู
เหล่าสหายเฒ่า (หัวงู) พอรู้ก็เหมือนเห็นโลกแตก พ่อใหญ่จะล้างมือในอ่างทองคำแล้ว!? ในขณะที่พราหมณ์ภูมิใจมาก ถึงกับจะแนะนำวัดป่าดีๆ ให้เลยทีเดียว
ชาติชายไม่มีลูกไม่มีเมีย อายุ 65 แล้วก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่แถมยังไขข้อเสื่อม ใครเรียกปู่จะงอนมาก สหายเฒ่าทั้งหลายเลยจะอำลาเขาด้วยการพาไปเที่ยวที่เด็ดๆ แบบที่โฆษณาใหญ่โตว่าชาติชายต้องหัวใจวายแน่ๆ...
เออ วายจริง วายแบบวูบเลย
เขาถูกสหายเฒ่าพาไปเที่ยวอะโกโก้ ระบำเปลื้องผ้าใช่ว่าชาติชายไม่เคยดู ตอนหนุ่มๆ ก็ดูบ่อยๆ เพราะแสงสีในนั้นมันสนุก ทว่าพอแก่ตัวลงก็รู้สึกไม่หวือหวาอะไรแล้ว ท่ารูดเสาก็มีแต่ท่าเดิมๆ แต่สหายเฒ่าสูงวัยทั้งหลายก็ยืนยันนอนยันว่าไอ้เนี่ยมันไม่เหมือนที่อื่น เข้าไปเอ็งรู้เลย!
ชาติชายนั่งหน้านิ่งอยู่บนโซฟา จิบเหล้าไปพลางๆ พอให้ตัวเองสนุกไปกับเพื่อน สาวน้อยคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที เริ่มต้นแสดงลีลาที่ฝึกฝนมา ธนบัตรมากมายเหน็บอยู่ตามเสื้อผ้าชิ้นน้อย ก่อนจะปรายสายตาหยาดเยิ้มมาที่เขาซึ่งนั่งหน้านิ่งไม่ขยับอยู่
“เฮ!! เอาแล้ววุ้ยพ่อใหญ่ วู้วววว”
สาวน้อยผู้นั้นค่อยๆ เปลื้องเสื้อผ้าย่างกรายเข้ามาหาเขา ชาติชายยังคงตีหน้านิ่ง ในมือถือแก้วเหล้า ปล่อยให้สาวน้อยนั่งอยู่บนตัก ยิ้มหวานหยอกล้อ ในตอนนั้นเองที่สายตาเขาเหลือบไปมองโต๊ะข้างๆ ซึ่งก็มีสาวสวยนั่งออเซาะอยู่เช่นกัน
สาวสวยโต๊ะข้างๆ กำลังแสดงมายากลด้วยการดึงผ้ายาวเป็นเมตรออกจากตัว...หื้อออออ!!
ชาติชายรีบเบนหน้าขวับ! ก็เห็นว่าบนเวทีแสดงโชว์ที่พวกเพื่อนๆ เขากำลังร้องเฮฮาล้อมวงอยู่นั้นก็กำลังทำอะไรแปลกพิสดารอย่างจุดบุหรี่ด้วยน้องสาว!?
อีหนูเอ๊ย ตรงนั้นมันไม่ได้มีไว้ทำอย่างนั้นโว้ยยยย!
“ไอ้พล นั่นมันอะ...”
“นั่นก็โชว์ไงพ่อใหญ่ อะโกโก้ก็แสดงโชว์กันแบบนี้แหละ เขามีเทคนิคน่า เนี่ยยังมีพวกยิงลูกดอกลูกปิงปองด้วยนะ ไม่รู้เอาเข้าไปได้ไงโคตรมหัศจรรย์”
ชาติชายตะลึงอึ้ง ยอมรับก็ได้ว่า 65 ปี ที่ผ่านมาตนไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยจริงๆ! ไอ้สหายเฒ่าพวกนี้ก็ช่างสรรหามาให้ ยอมใจพวกมัน เขารู้สึกอึดอัดใจ ไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เต็มที่ของตัวเองคือ BDSM ที่มีการตกลงของสองฝ่ายและเป็นความสุขของทั้งคู่ ไม่ใช่กิจกรรมผาดโผนหื่นๆ ที่ดูอีกฝ่ายจะเจ็บตัวฝ่ายเดียวแบบนี้ เล่นแรงแบบนี้ข้างในก็พังหมดสิยัยหนู!
“ป๋าคะ เดี๋ยวหนูเล่นมายากลให้ดูมั้ยคะ ราคาไม่แพง”
“...”
“เล่นเลยๆๆ เดี๋ยวจ่ายเอง เอาแจ่มๆ นะหนู ลุงเขาจะเลิกเที่ยวแล้ว ขอแบบความทรงจำเด็ดๆ!”
“อุ๊ย ได้ค่ะ หนูจัดให้!”
เท่านั้นและพ่อเอ๊ย สาวน้อยอ้อนแอ้นที่คร่อมอยู่บนตักก็เอาใบมีดโกนออกมา ก่อนจะแทงสวนมันเข้าไปข้างใน!
ชาติชายตกตะลึงจนกลั้นหายใจ เขารู้สึกเหมือนโลกมันวูบไปในวินาทีนั้น...
“พ่อใหญ่!”
“มึง! พ่อใหญ่เป็นลม!”
“เขาไม่หายใจแล้ว...”
“เชี่ย พ่อใหญ่ พ่อใหญ่!”
.........
...
จำได้แล้ว...
จำได้แล้ว!
ชาติชายร่างแข็งทื่อ ขณะที่ตนฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในที่แปลกประหลาด รอบตัวเหมือนถ้ำชื้นๆ ได้ยินเสียงหยดน้ำหยดติ๋งๆ สะท้อนไปสะท้อนมาก้องอยู่รอบๆ เขารีบจัดแจงความคิดให้เป็นระบบระเบียบ หวาดระแวงว่าตนโผล่มาที่ไหน เพื่อนจะแกล้งตนงั้นหรือ เขาพยายามจะใจเย็น คิดเสียว่านี่อาจเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เมื่อจับหัวใจตนแล้วพบว่ามันไม่เต้น ชาติชายก็หน้าซีดเผือด
ซ้ำร้ายเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียวเสียด้วย ด้านข้างของเขายังมีร่างนอนเรียงรายอยู่อีกเป็นร้อย ทั้งหมดถูกคลุมทับด้วยผ้าสีขาว ทว่าเมื่อร่างนั้นผุดลุกขึ้นมา ชาติชายก็ไม่อาจคงความเยือกเย็นได้อีกต่อไป
ทั้งหมดเหมือนซอมบี้ไร้สติในหนังเรื่องดังต่างๆ ไม่มีผิดเพี้ยน ชาติชายผวาเฮือก มองใบหน้าที่แหว่งขาดครึ่งจนเห็นเนื้อเน่าภายใน น้ำหนองไหลยืดออกมาไม่หยุด พวกมันตาเหลือกถลนกลอกไปกลอกมา ก่อนที่ทุกตัวจะชะงัก แล้วหันขวับมาทางเขา!
วินาทีนั้นชาติชายก็รีบพยุงตัวและเรี่ยวแรงทั้งหมดลุกขึ้นวิ่งหนี ไม่มีเวลาคิดแล้วว่านี่เป็นการล้อเล่นหรืออะไร “เชี่ยไรวะเนี่ย!”
พวกซอมบี้ทั้งหลายส่งเสียงแหบแห้งฟังไม่ได้ศัพท์ พอเห็นเป้าหมายวิ่งหนีไปก็ราวกับไม่พอใจ พวกมันพร้อมเพรียงใจกันลุกขึ้น พุ่งตรงมาหาชาติชาย
ชาติชายหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน เพราะในตอนนี้ที่ที่เขาอยู่เหมือนจะเป็นโพรงถ้ำหรือโพรงดินไว้เก็บของ มีภาพเขียนด้วยชาดอยู่บนผนังตามมุมต่างๆ และมีชั้นวางหนังสือตำรา มีไหเหล้าหมักเก่าเก็บกว่าร้อยไห ชาติชายวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ชนกับไหเหล้ามากมายที่วางทับกันอยู่จนแตกเพล้งส่งเสียงดัง กลิ่นฉุนปริศนาก็ลอยลิ่วออกมา ซอมบี้พวกนั้นเหมือนคลุ้มคลั่ง กรีดร้องเสียงแหลมแล้วสาวเท้าโงนเงนเข้ามาเร็วกว่าเดิม มองไปมองมาก็เหมือนงานผู้สูงอายุเดินเร็วที่จัดขึ้นเพื่อสุขภาพเหมือนกันนะเนี่ย...
เหมือนกับผี! ชาติชายพยายามพังของมาขวางทาง แต่เหมือนกับว่ายิ่งเสียงดังมันจะยิ่งคลั่ง เขาเริ่มถอยกรูด นี่ตัวเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หากทั้งหมดเป็นการแสดงก็แนบเนียนเกินไปแล้ว!
พวกซอมบี้ค่อยๆ ล้อมเข้ามาเป็นวงกลม ชาติชายถอยจนสุด หลังชนกับผนังด้านหลัง เขาคนเดียวกับซอมบี้นับร้อยในที่ปิดตายจะอย่างไรก็ไม่รอด
ชาติชายพยายามเค้นหัวคิดว่าที่ผ่านมาตัวเองทำความดีอะไรเอาไว้บ้าง ก่อนจะค้นพบว่ากุศลดีที่ตนทำได้ก็คือไม่ติดโรคและไม่ทำใครท้อง...โอเค นั่นก็นับเป็นความดีชนิดหนึ่งก็แล้วกัน!
ทว่าในตอนนั้นเองที่เขาเตรียมตัวเตรียมใจจะตาย หัวของซอมบี้ตัวที่อยู่ใกล้เขาที่สุดก็ร่วงหวือลงมา ชาติชายหลับตาแน่น หันหน้าหนี ไม่อาจทำใจมองภาพสยดสยองนั่นได้ เสียงสดใสติดจะดูขี้เกียจของคนผู้หนึ่งก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัว
“ฟื้นแล้วรึศิษย์ข้า?” ชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ข้างกาย
“...หะ”
ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้นอยู่ในชุดที่เหมือนกับคนจีนยุคโบราณ หน้าตาจืดๆ ขาวๆ เหมือนแค่เอาพู่กันมาขีดเส้นสีดำวาดตาวาดคิ้ว ชาติชายยังไม่เข้าใจความ ไม่รู้ว่าใครเป็นศิษย์อะไรยังไง อีกฝ่ายก็พูดต่อ
“โลกนี้กำลังจะดับสูญแล้ว เวลาข้ามีไม่มาก ขอรวบรัด จงสืบทอดตำแหน่งปรมาจารย์ศาสตร์กามต่อจากข้าเสียเถอะ!”
หื้มมม??
“ในบรรดาผีดิบร้อยตัวที่ข้าขโมยมาจากราชาฝ่ายอธรรม มีเพียงเจ้าเนี่ยแหละที่ใช้ได้!” หนุ่มหน้าจืดยังคงพูดต่อ พลางกางม้วนคัมภีร์ออกดังพรึบ พู่กันชุ่มหมึกที่ไม่รู้โผล่มาได้อย่างไรปรากฏขึ้นบนมือเขา
ชาติชายยังคงงุนงง แต่ก็ถอยไปหลบหลังอีกฝ่าย หนุ่มหน้าจืดยกยิ้มแสยะ ชาติชายเอ่ยถามเสียงหวั่น “จะจัดการได้หรือ มันมีเยอะมาก”
“ได้หรือไม่ได้เจ้าก็คอยดูก่อนสิ” หนุ่มหน้าจืดกล่าวพลางสะบัดพู่กันอย่างฉับไว ชาติชายได้แต่ฝากความหวังไว้กับเขา แต่แล้วสิ่งที่ปรากฏบนม้วนกระดาษกลับทำให้ชาติชายตะลึงค้าง
หนุ่มหน้าจืดผู้นั้นวาดรูปคนโจ๊ะพรึมๆ กันลงไป!! แต่ว่าฝีมือห่วยแตกมาก ก้างปลาอาจจะยังดีกว่าวาดมนุษย์หน้าตาแปลกพิสดารแบบนี้ ชาติชายคิ้วกระตุกกึกๆ ยังไม่ทันเอ่ยถามว่าเอ็งทำบ้าอะไรในสถานการณ์เสี่ยงตายเช่นนี้ รูปที่เหมือนกับเด็ก ป.4 วาดใส่ผนังห้องน้ำก็บังเกิดแสงสว่างวาบ เส้นหมึกลอยออกมานอกกระดาษ ค่อยๆ หลอมรวมตัวกันกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ปรากฏออกมาขวางเบื้องหน้าพวกเขาแล้วก็เริ่มจะ...
หนังสด...
ชาติชายแทบเอานิ้วจิ้มตาตัวเองให้บอด ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมชายหน้าจืดที่เหมือนจอมยุทธ์ในโลกจีนโบราณจะเอาภาพวาดห่วยแตกของตนออกมาโลกแห่งความจริง แล้วก็อู้อ้ากันต่อหน้าซอมบี้ วิธีการเช่นนี้เกิดมาก็ไม่เคยพบเคยเห็น
แต่แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ซอมบี้ทั้งหลายหยุดชะงักนิ่ง มองรูปที่ขยับโจ๊ะๆ กันตาค้าง ทันใดนั้นชาติชายพลันสังเกตเห็นว่าในซอมบี้ที่เป็นผู้ชาย เป้ากางเกงของพวกมันเหมือนจะนูน...
เฮ้ย
“ศาสตร์แห่งกามคือศาสตร์แห่งศิลปะชั้นสูงที่มีชีวิต” ชายหน้าจืดเอ่ยเรียบๆ “สัญชาตญาณสืบพันธุ์คือสัญชาตญาณเดิมดิบของมนุษย์ทุกคน”
“ที่...ที่พูดมาก็พอเข้าใจอยู่หรอก แต่กับรูปแบบนี้เนี่ยนะ...” ชาติชายตอบตะกุกตะกัก
ชายหน้าจืดทำตาไม่สบอารมณ์ “ข้าวาดได้แค่นี้แหละ ทำอย่างไรได้เล่า ในโลกแห่งนี้ผู้คนหยุดสืบพันธุ์กันไปแล้ว ไม่มีแบบมาให้ดูมากนักหรอก”
“ว่าไงนะ...”
โลก? โลกไหนกัน? ชาติชายมองไปรอบๆ พริบตานั้นหัวใจที่ไม่เต้นแล้วพลันเย็นเฉียบด้วยความรู้สึกบางอย่าง
หนุ่มหน้าจืดยิ้มเอ่ย “สับสนงั้นหรือ เช่นนั้นก็วาดรูปเด็ดๆ ให้ข้าสักรูป ถ่วงเวลาให้ที ไว้กำจัดไอ้เจ้าพวกนี้ก่อนแล้วข้าจะอธิบายให้ฟัง”
เบื้องหน้าชาติชายมีม้วนคัมภีร์กับพู่กันยื่นมา เขากลืนน้ำลายอึก แม้ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ก็ต้องมีชีวิตรอด ตนจึงกางม้วนคัมภีร์ออกจนสุด พลางสะบัดพู่กันชุ่มหมึกสีดำในมืออย่างสวยงาม
รูปนู้ดสาวสวยคือสิ่งที่เขาถนัด คัมภีร์กามๆ ของจีนโบราณอย่างประสานหยิงหยางเองตนก็อ่าน จะเอาท่ายุทธ์แปลกประหลาดแค่ไหนก็วาดได้ ทันใดนั้นชาติชายก็เริ่มลงมือตวัดภาพสาวงามขึ้นมานางหนึ่ง โดยลองบรรจงใส่เรื่องราวเข้าไปด้วย ไม่ใช่แค่ภาพโดดๆ อย่างชายหน้าจืด
เมื่อสาวงามนางนั้นโผล่ออกมาด้วยลายเส้นที่ชดช้อยยั่วยวน เหล่าซอมบี้ที่เป็นชายชาตรีต่างชะงักงัน แต่ละตัวเริ่มมีอาการสับสน สาวงามนางนั้นก็ปลดเปลื้องผ้าออกด้วยจริตเย้ายวน ก่อนที่ซอมบี้ตนหนึ่งจะก้าวไปหานางแล้วฉุดดึงร่างนางมาหาตัว พลางเงื้อปากจะเขมือบ
ทว่าในตอนนั้นเองที่ซอมบี้อีกตัวพุ่งเข้ามากัดซอมบี้ตนนั้น แม้แววตากับปัญญาจะไร้สติ แต่การกระทำจากเป้ากลางกายยังคงเด่นชัด ชายหน้าจืดเอ่ยชื่นชม “แย่งหญิงงามงั้นหรือ ไม่เลวเลยนี่!”
“นะ...นี่มันอะไรกันแน่” ชาติชายกลืนน้ำลายไม่ลงคอ สาวงามที่เขาวาดสามารถโลดแล่นออกมาได้จริง กำลังเย้ายวนชายหนุ่มตามที่ตนคิดแล้วใส่บทบาทลงไปให้เป็นสาวใหญ่แสนเซ็กซี่ที่รักจะเห็นใครๆ แย่งชิงตัวเอง
“อย่าหยุดมือสิศิษย์ข้า วาดต่อไปอีก!”
ชายชาติละล้าละลัง ก่อนจะหันไปถามหนุ่มหน้าจืด “ทำอะไรอยู่น่ะ ไม่มาช่วยกันเหรอ”
“เซิ่นเซ่ว์เจียว หรือพูดให้ง่ายก็โด่ไม่รู้ลืม ถ่วงเวลาให้ข้าก่อนเถอะ ขอข้าหลอมสักครู่...”
ชาติชายประสาทเสียขั้นสุด คนที่มาช่วยจู่ๆ ก็มุดไปตั้งเตาหลอมยาอยู่ข้างหลัง ส่วนตนกลายเป็นทัพหน้าคอยปกป้องเสียอย่างนั้น “นอกจากภาพแล้วยังเขียนอะไรได้อีกบ้าง”
“นั่นสินะ” หนุ่มหน้าจืดยิ้มทะเล้น “ลองดูสิ อยากเขียนอะไรก็เขียน แต่ต้องเป็นเรื่องใต้สะดือเท่านั้น”
สาวงามที่วาดไว้ก่อนหน้าเริ่มหมึกจางแล้ว ชาติชายสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติและทำความเข้าใจทุกอย่างพร้อมๆ กัน เขาตวัดมือ เริ่มบรรเลงเรื่องหวิว 18+ สั้นๆ ลงไป
ทันใดนั้นตัวหนังสือเรื่องสยิวก็ลอยออกมาเหมือนกับภาพวาด แต่มันกลับลอยออกมาแล้วหายลับเข้าไปในตัวของซอมบี้ตนหนึ่ง ชาติชายรีบเริ่มวาดรูปสาวน้อยน่ารักอีกนางต่อในขณะที่แอบชำเลืองสังเกตไปด้วยว่าซอมบี้ตนนั้นที่สูบเรื่องสยิวของเขาเข้าไปมีปฏิกิริยาอย่างไร
ได้ผลชะงักนัก ซอมบี้ตัวนั้นดูร้อนรนประหลาด สุดท้ายกลับหันไปกดซอมบี้อีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเริ่มกัดกระชากอย่างรุนแรง ชาติชายสะท้านเฮือก เมื่อซอมบี้นั่นเริ่มต้นทำท่าที่เหมือนจะเลียนแบบกระบวนท่าจากตัวหนังสือของเขา แม้ไม่ใช่ภาพร่วมรักอย่างที่บรรยาย แต่เป็นภาพกัดกระชากไปตามจุดต่างๆ เหมือนรุมทึ้งกินก็ตาม แต่ชาติชายก็อดสยองไม่ได้อยู่ดีเมื่อพบว่าซอมบี้พวกนั้นเลียนแบบตัวหนังสือของเขา
แต่ข้อเสียคือหนึ่งเรื่องต่อซอมบี้หนึ่งตัว ชาติชายเริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิธีการ คราวนี้ลองวาดแล้วใส่บทพูดสั้นๆ ลงไปด้วย สาวน้อยแฉล้มนางหนึ่งก็ออกมา พร้อมส่งเสียงหวานไพเราะ
“ข้าเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน...ข้าอยากถูกโอบกอด”
เสียงหวานออดอ้อนดังก้องไปทั่ว ซอมบี้ทั้งหลายต่างถูกดึงดูดด้วยเสียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอผนวกกับเคล็ดวิชากามเข้าไปความสนใจทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่สาวน้อยแฉล้มนางนั้น ชาติชายทรุดร่างพักเหนื่อย แม้หัวใจไม่เต้นแต่กลับหวาดเสียวเหมือนจะขาดใจอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าทำได้ดีนัก ดีกว่าที่คาดคิดเสียอีก!” หนุ่มหน้าจืดกล่าวชื่นชม “เอาล่ะ ถอยไป ถึงเวลาลองยาใหม่แล้ว”
“จะทำอะไรกัน...ให้ซอมบี้กินยาปลุกกำหนัดเหรอ”
“ซอมบี้?...อ๋อ ผีดิบสินะ ใช่แล้วล่ะ พวกนี้น่ะต่อให้มีปฏิกิริยากับอะไรวาบหวิวแต่ระบายออกไม่ได้ เลยเป็นหน้าที่ของเราที่จะทำให้มันหลั่งจนตายไง”
“อะ...เอ๋” สาบานได้เลยว่าทั้งชีวิตของชาติชายไม่เคยคิดว่าตนจะได้ยินคำนี้จากในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
“อะไรกันศิษย์ข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ เป็นผู้สืบทอดแท้ๆ”
ชาติชายค้านทันควัน “ทำไมจะไม่เคยได้ยินเล่า เรื่องที่คนโดปยาจนดับก็มีบ่อยๆ ขนาดจีนโบราณอย่างฮ่องเต้เองก็มี ประวัติศาสตร์ชัดปานนั้น”
ฮ่องเต้บ้ากามที่กล่าวอ้างถึงคือฮั่นหยวนตี้นั่นเอง ตามประวัติศาสตร์ชาติจีน อะไรเกี่ยวกับราคะล้วนจารึกไว้ชัดเจนอย่างกับหนัง 4D เรื่องน่าอายของฮ่องเต้องค์นี้เองก็แปะหราไว้ในจารึก ฮั่นหยวนตี้นั้นฉากหน้าสั่งห้ามไม่ให้ขุนนางเที่ยวหญิงจนหมดตูด ตัวเองกลับติดสองพี่น้องสาวงามในวังหลังขนานหนัก วันๆ เลยเอาแต่หาเรื่องทะลึ่งทำกับพวกนาง จนสุดท้ายก็มีเรื่องเล่าลือมาว่าฮั่นหยวนตี้กินยาพลังม้าที่เม็ดเดียวก็คึกแล้วเข้าไปกว่าเจ็ดเม็ด สุดท้ายก็ดับวูบไปเพราะหลั่งไม่หยุด...
ชาติชายพลันได้สติ จับประเด็นบางอย่างได้ หนุ่มหน้าจืดก็ฉีกยิ้ม
“การที่ผีดิบยังเดินหรือขยับได้ก็เท่ากับว่าร่างกายส่วนหนึ่งแม้ตายแต่ไม่ทั้งหมด หากยังเดินไปกัดคนอื่นได้ กระนั้นเรื่องอย่างว่าก็ต้องมีสิใช่มั้ยเล่า”
ปลุกปั่นด้วยสัญชาตญาณดิบก็ได้ผล มีหรือที่วิธีนี้จะไม่ได้ผล
ชาติชายถอยไปปล่อยให้หนุ่มหน้าจืดเข้ามาแทน เขาแผ่ปราณขั้นสูงไปยังเตาหลอมยาจนมันกลั่นออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ “เอาล่ะศิษย์ข้า มาช่วยข้าโยนมันเข้าปากพวกนี้หน่อย”
ชาติชายเอือมระอา วาดรูปสาวงามขึ้นมาหลายนาง ในขณะที่หนุ่มหน้าจืดใช้กำลังภายในดีดยาเข้าปากพวกซอมบี้
พวกเขาช่วยกันจนเหนื่อยหอบ ซอมบี้พวกนั้นเริ่มมีปฏิกิริยากับสิ่งที่กินเข้าไป ขอบอกตามตรงเลยว่าเป็นภาพที่ไม่น่าดูเป็นอย่างมาก เป้าพวกมันเปียกอย่างกับฉี่แตก สุดท้ายก็ร่างแห้งล้มตายกันไปอย่างเงียบงัน จนกระทั่งตัวสุดท้ายถูกเคี่ยวกรำสอยร่วงจนดับ ชาติชายก็ไม่มีแรงจะยืนต่อแล้ว
หนุ่มหน้าจืดนั่งยอง ถามเขา “ไหวมั้ย ลุกขึ้นมาก่อน ออกไปจากที่นี่กัน”
ชาติชายชำเลืองมอง สุดท้ายก็จำต้องยันร่างลุกขึ้น เดินตามหนุ่มหน้าจืดออกไป
สถานที่ที่เขาอยู่คือถ้ำจริงๆ เสียด้วย ทว่าเมื่อเท้าก้าวออกมาพบโลกภายนอก บรรยากาศแปลกตาที่ปะทะเข้าดวงตาก็ทำเอาชาติชายพูดไม่ออก มันไม่เหมือนกับที่ที่เขารู้จักเลยสักนิดเดียว ท้องฟ้าไม่ใช่สีฟ้าแต่เป็นสีเทาดูอึกครึม ป่าที่เป็นต้นไม้ก็ดูแห้งเหี่ยวทั้งๆ ที่ผลิใบ กล่าวให้ถูกก็คือทุกอย่างดูไม่มีชีวิต แม้กระทั่งธรรมชาติเองก็ตาม
“ตามมา ไปตำหนักที่พักข้า”
ชาติชายเดินตามหลังหนุ่มหน้าจืดด้วยความหวาดระแวง “ตกลงที่นี่ที่ไหนกัน...เอ่อ...”
“ข้านามว่าจูหงเฟย เป็นผู้สืบทอดศาสตร์แห่งกามในตอนนี้”
หัวสมองของชาติชายราวกับได้ยินเสียงวี๊ด เขาพยายามจะกลั่นกรองสาร ถามย้ำ “ไม่ได้มีใครแกล้งอะไรใช่ไหมเนี่ย คือว่าเพื่อนผมเขา...”
“ฮ่าๆ เจ้าเผชิญผีดิบเป็นร้อย วาดสาวงามจากคัมภีร์กามยังถามอีกหรือว่านี่เรื่องล้อเล่นอะไรหรือไม่”
ชาติชายพูดไม่ออก เขามองโดยรอบอีกครั้ง แต่จะให้ยอมรับทันทีเลยมันก็ยากเหลือเกิน สุดท้ายก็คิดอะไรไม่ออกนอกจากเดินตามจูหงเฟยไปเรื่อยๆ กระทั่งเขาพาตนเข้าไปยังที่แห่งหนึ่งซึ่งเหมือนตำหนักในหนังจีนโบราณ ชาติชายมองโดยรอบอย่างละเอียด แม้จะดูเก่าไปหน่อยแต่ก็ได้กลิ่นอายเสน่ห์ของพวกชื่นชอบของโบราณกับวัฒนธรรมเก่าแก่ดี รอบๆ ตำหนักยังมีสระบัวและสวนภูเขาจำลอง จึงอดจะไปชะเง้อดูใกล้ๆ ไม่ได้
แต่แล้วเมื่อเห็นเงาที่สะท้อนน้ำ ชาติชายก็ล้มหงายหลังด้วยความตกใจ เขารีบจับหน้าตัวเอง แล้วคลานไปมองเงาน้ำใหม่ แล้วก็ถอยออกมาใหม่ เป็นเช่นนี้สามสี่รอบจนจูหงเฟยเอ่ย “เจ้าจะตกใจอะไรปานนั้น หรือการที่เจ้ากลายเป็นครึ่งผีดิบมันทำให้หน้าตาเจ้าเปลี่ยน? ไม่เอาน่า สภาพเจ้าเมื่อเทียบกับผีดิบตนอื่นนับว่ารูปงามมาก”
ชาติชายไม่มีอารมณ์มาดื่มด่ำกับคำยกยอ เขาสูดหายใจตะโกน “ผมหน้าเด็กลง!”
ไม่มีทางที่เขาจะหน้าเหมือนหนุ่มวัย 17-18 แบบนี้แน่ ก็เขาน่ะอายุเกิน 60 ไปแล้วด้วยซ้ำ แม้จะไม่ชอบให้ใครมาว่าตัวเองแก่ แต่ก็ยอมรับลึกๆ ว่าตัวเองไม่วัยรุ่น กระนั้นจู่ๆ ร่างกายก็กลับมาหนุ่มแน่นจึงทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้ แถมตาข้างซ้ายยังเป็นสีแดงอีก
“เจ้านี่ก็แปลก เหตุใดคำพูดคำจาพิสดารนัก? หยุดส่องเงาได้แล้ว ตามข้ามา”
ชาติชายประหวั่น เดินตามจูหงเฟยเข้าไปในห้องโถง นั่งทับส้นอยู่บนเบาะรอง มองจูหงเฟยเอนกายสบายใจอยู่อีกฝั่ง เบื้องหน้าคือโต๊ะเตี้ยที่มีกระดานหมากขาวดำวางอยู่ จูหงเฟยเอ่ยถาม “เล่นเป็นไหม”
“ช่วยอธิบายให้ผะ....ข้าฟังก่อน” แม้จะเล่นเป็น แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์จะเล่นหรอก สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือคำอธิบาย
“นามของเจ้าคือซวี่เซิง”
“ไม่ คือว่าข้าชื่อ...”
“นามเก่าเจ้าทิ้งมันไปเสียเถอะ บัดนี้เจ้าเกิดใหม่แล้ว ถูกอัญเชิญมาในนามของซวี่เซิง”
จู่ๆ ชาติชายก็ไปโผล่จีนโบราณซ้ำยังได้ชื่อใหม่ว่าซวี่เซิงพลันทำตัวไม่ถูก กระนั้นก็ค่อยๆ เงียบแล้วทำความเข้าใจ
“ซวี่เซิงก็ซวี่เซิง อย่างนั้นก็บอกมาทีว่าทั้งหมดนี่คืออะไร เพราะก่อนนั้นข้ากินเลี้ยงอยู่กับสหาย แต่ว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ตกใจมาก ฟื้นมาก็ไปอยู่ในถ้ำกับผีดิบพวกนั้นแล้ว”
“เดิมเจ้าก็เป็นผีดิบ หรือที่เจ้าเรียกว่าซอมบี้นั่นแหละ เจ้าเองก็ถูกต้อนไปกับดงซอมบี้ ถูกขังอยู่ในปราสาทของพวกสำนักกาฬวาโยของฝ่ายอธรรม ข้าไปขโมยเจ้ามากับผีดิบพวกนั้น แล้วทดลองศาสตร์หลายอย่างเพื่อฟื้นคืนผีดิบให้กลับมามีชีวิต ในผีดิบร้อยกว่าตัวที่ทดลองมา ตลอดชีวิตของข้า เจ้าคือผลงานที่สมบูรณ์ที่สุด”
ชาติชายที่กลายเป็นซวี่เซิงนั่งเงียบ จูหงเฟยก็กล่าวต่อ “หรือจะเรียกว่าวิญญาณถูกอัญเชิญมาก็ได้”
“แปลว่าข้าตายแล้ว...เลยถูกอัญเชิญมาในร่างของผีดิบที่ทดลองสำเร็จ?”
“ใช่ จะว่าอย่างนั้นก็ได้” จูหงเฟยพยักหน้ายิ้มแย้ม “แต่เจ้าก็สำเร็จแค่ครึ่งเดียวนะ เพราะหัวใจเจ้าก็ไม่เต้นใช่ไหมเล่า”
ซวี่เซิงพยักหน้า สักพักก็ส่ายหน้า ไม่รู้แล้วว่าตนควรรู้สึกยังไง
จูหงเฟยกล่าวเสียงจริงจัง “เหตุที่ข้าต้องอัญเชิญวิญญาณจากต่างโลกมา เพราะโลกนี้ไม่มีใครรู้เรื่องการสืบพันธุ์อีกแล้ว”
“หมายความเช่นไร เจ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรือ”
“คนที่รู้คือคนที่สืบทอดศาสตร์แห่งกามเท่านั้น หรือก็คือมีแค่ข้าผู้เดียว”
“...”
“ในโลกนี้น่ะ ทุกคนเป็นเซียนบำเพ็ญกันหมด เรื่องคาวโลกีย์อย่างเสพสมราคะจึงไม่มีปรากฏมานานแล้ว เรียกได้ว่าเป็นของต้องห้าม ผิดศีลธรรมและน่ารังเกียจเลยล่ะ เพราะฉะนั้นศาสตร์นี้จึงเป็นศาสตร์ต้องห้าม ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ผีดิบอาละวาด ข้านี่ถูกประกาศจับไปทั่วเลยเชียว”
“แล้วผีดิบนี่โผล่มาได้ยังไง”
จูหงเฟยชี้ไปบนฟ้า “มหาเทพที่ใหญ่ที่สุดต้องการจะทิ้งโลกนี้แล้วอย่างไรเล่า”
“ทิ้งงั้นหรือ”
“เมื่อมนุษย์ไร้บ่วงกรรมก็ไม่ใช่มนุษย์ ทุกอย่างพาลเสียสมดุล กฎของโลกที่สมควรเป็นไปก็พลิกผันเปลี่ยนแปลง กลายเป็นสิ่งที่พวกเทพสวรรค์ควบคุมไม่ได้ เมื่อทุกคนกลายเป็นเซียนก็เท่ากับว่ามีร่างทิพย์กันหมด ไม่แก่และไม่ตาย และเมื่อละทางโลกกันไปหมดแล้วเด็กจึงเริ่มไม่เกิดกัน มหาเทพเห็นว่ามนุษย์ไม่อยู่ใต้อาณัติอีกต่อไปเลยส่งคำสาปลงมา นั่นก็คือผีดิบที่ว่านี่ ยามแรกก็แค่คนเดียว แต่เมื่อมีคนถูกกัดก็จะกลายเป็นผีดิบไปด้วย สุดท้ายก็แพร่ขยายอย่างที่เห็น”
“สวรรค์จากนั้นเล่า?”
“แน่นอน เพราะตั้งใจจะล้างโลกจึงปิดตัวเงียบ ไม่ต้อนรับเซียนที่ไหนอีกต่อไป และเมื่อผู้คนตายก็จะไม่ได้ไปเกิดกันเพราะไม่มีเด็ก ฉะนั้นเมื่อตายก็เท่ากับว่าต้องกลายเป็นผีดิบสถานเดียว”
“วิธีกำจัดผีดิบล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็น...”
“ใช่” จูหงเฟยยกยิ้ม “ศาสตร์แห่งกามคือความหวัง ยิ่งการที่เจ้าฟื้นคืนขึ้นมายิ่งเป็นความหวัง!”
ซวี่เซิงเข้าใจทันที “เปลี่ยนซอมบี้ให้กลับมามีชีวิต...”
“ถูกต้อง นอกจากนั้นคือการต่อกรกับสวรรค์ ซวี่เซิง ในเรื่องกาม ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องรอบรู้มากกว่าข้าแน่นอน”
“มะ...ไม่ๆ ไม่หรอก เรื่องแบบนั้น...”
“เจ้าต้องสืบทอดตำแหน่งนี้ต่อจากข้า ซวี่เซิง”
“แล้วเจ้าจะไปไหน ข้าเพิ่งมาที่นี่ ยังไม่รู้อะไรเลย”
“ทุกอย่างฉุกละหุกนัก เดิมข้าก็อยากจะอยู่สอนงานเจ้าให้นานกว่านี้ แต่ข้าเองก็มีภาระเช่นกัน ข้าจะขึ้นไปยังสวรรค์ ส่วนเจ้ารั้งอยู่บนโลกนี้ก่อน เราจะทำงานประสานกัน เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าไม่มีทางตาย และจะไม่ติดเชื้อผีดิบอีกแน่นอน ข้าจดบันทึกมากมายเอาไว้ในห้องหนังสือ เคล็ดวิชาของสำนักศาสตร์กาม ข้ามั่นใจว่าเจ้าอ่านเพียงปราดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งแน่นอน”
จูหงเฟยยื่นนิ้วมาเลื่อนตัวหมากสีดำบนกระดาน ก่อนเอ่ย “โลกนี้คือกระดานหมาก เจ้าลงสนามแล้ว”
ซวี่เซิงขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเลื่อนมือไปยังตัวหมากสีขาว “มีอะไรที่ข้าต้องรู้อีกบ้าง”
“อยากให้เจ้าไตร่ตรองให้ดีก่อนจะร่วมมือกับใคร ในโลกนี้มีสำนักใหญ่สองฝ่ายที่เป็นอริกัน ฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายธรรม ฝ่ายหนึ่งคืออธรรม แนวทางของพวกเขาต่างกัน และข้าอยากบอกเจ้าว่าสองฝ่ายนี้ในอดีตเคยไล่ล่าเรามาก่อนเช่นกัน”
“นี่ไม่มัดมือชกไปหน่อยรึ”
“ถือเสียว่าทำฆ่าเวลา เอาล่ะ ข้าต้องไปแล้ว”
จูหงเฟยลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ซวี่เซิงรีบลุกตาม เอ่ยถามสีหน้านิ่ง “จะไปแล้ว?”
“มีเจ้ามาสืบทอดแล้วยังต้องกังวลอะไรอีกเล่า” แสงสีขาวเริ่มปรากฏรอบตัวจูหงเฟย ซวี่เซิงกล่าว
“เจ้าจะไปสวรรค์ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าสวรรค์จะเปิดประตูต้อนรับน่ะ!”
“ข้ามีวิธีของข้าน่า เจ้าทำตรงนี้ให้ดีก็พอ!” จูหงเฟยหัวเราะร่วน “เอ้อ ใช่ มีอีกผู้หนึ่งที่หากเจ้าพบไม่ต้องเสียเวลาสนทนา ให้รีบหนีไปเลย เข้าใจหรือไม่”
“ใครกันที่ข้าต้องระวัง”
“เป็นชายหนุ่มชนเผ่านอกด่านนามว่าตงฉวน ช่างเถิด ข้าจะส่งข่าวมาติดต่อกับเจ้าเรื่อยๆ ตำหนักนี้และข้าวของทุกอย่างข้ายกให้เจ้า ดูแลให้ดีล่ะ!”
กล่าวจบจูหงเฟยก็กลายเป็นละอองแสงหายวับไป ทิ้งให้ซวี่เซิงที่เพิ่งได้รับบทบาทใหม่กับโลกใหม่มาหมาดๆ ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาประมวลผลในสมองเงียบงัน สุดท้ายก็เดินโงนเงนไปยังห้องหนังสือ
ในนั้นเต็มไปด้วยตำรากามสูตร ซวี่เซิงหยิบมาเปิดดูผ่านๆ ทีหนึ่งก่อนถอนหายใจ...
คิดว่าจะละเรื่องพวกนี้เพราะเริ่มรู้สึกตายด้านแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็ลงเอยเช่นนี้งั้นเหรอเนี่ย ปรมาจารย์ศาสตร์กามอะไรกัน ชื่อน่าอายชะมัดเลย!


-----------------------
อรรถรสหลังอ่าน ʕ•ᴥ•ʔ
-การแสดงอะโกโก้มีการแสดงแบบนี้จริงจ้า ค่อนข้างผาดโผนเลยทีเดียว แต่เรทและราคาแรงไม่ใช่เล่น
-คัมภีร์ประสานหยิงหยาง เป็นคัมภีร์โจ๊ะๆของจีนโบราณที่มีอยู่จริง เล่ามันตั้งแต่เริ่มจับตัวกันเลยทีเดียว ไม่รู้พี่แกจะลงลึกอะไรนักหนา มีกระทั่งบอกว่าถ้าอยากรู้ว่าสำเร็จหรือไม่ให้ดูอาการ 5 อย่าง จะยกตัวอย่างมาสัก2-3ข้อ อย่าง 1.พลังกามลอยขึ้นข้างบน (หน้าแดง หายใจแฮ่กๆ) 2.ลิ้นลื่น (อันนี้ไม่แน่ใจ แต่น่าจะจุ๊บกัน) 3.กลืนน้ำลายไม่หยุด ตัวสั่น เป็นต้น
-เซิ่นเซ่ว์เจียว คือชื่อยาพลังม้าโดดของพี่จีนเขานั่นเอง เป็นยาปลุกที่แรงมาก ลุกแล้วไม่ล้ม แต่ก็อันตรายมากเด้อ เพราะมีสารกระตุ้นหลายอย่าง เลือดลมสูบฉีดแรงจนช็อกได้เลย
-ฮั่นหยวนตี้คือตัวอย่างของคนที่ลองเจ้ายาม้าโดดนั่นจนวูบนั่นเอง ถูกสาวในฮาเร็มให้กิน 7 เม็ด สุดท้ายน้ำกามหลั่งไม่หยุดเลยสิ้นพระชนม์ไปทั้งๆอย่างนั้น(...)
ข้อมูลอ้างอิงเหล่านี้มาจากหนังสือ Sex and Secret History of Chinese Dyuasty หรือราคจริต ฮะะะะ

ส้มป่อยตอนต่อไป ซวี่เซิงเริ่มต้นการเป็นปรมาจารย์ศาสตร์กามคนใหม่แล้ว! แต่เขายังไว้ใจใครไม่ได้ง่ายๆ ทั้งธรรมหรืออธรรมก็ยังไม่กล้าลงเรือด้วย เช่นนั้นเขาก็ต้องมีลูกมือ...หรือก็คือสร้างครึ่งซอมบี้ขึ้นมาอีกตัว! แต่วิธีการสร้างก็ค่อนข้างลำบากใจไม่น้อย
ฮั่นแน่ มันจะเป็นอย่างไร ฝากติดตามต่อด้วยนะ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.707K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,806 ความคิดเห็น

  1. #4740 Present (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 20:15
    ชื่นชมไรท์ค่ะ หาขอมูลพวกนี้ได้ไง 555555555
    #4,740
    0
  2. #4700 Musumeji (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 16:36
    พูดได้อย่างเดียว เรื่องเอี้ยไรเนี่ยยยยยยย555555
    #4,700
    0
  3. #4656 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:02
    เขวี้ยงสมองทิ้งเเล้วสูดกาวเถอะค่ะทุกคน55555555
    #4,656
    0
  4. #4636 Nathann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 09:26
    อะไรกันครับเนี่ยยยยยยยยย 5555555555555 ตล๊กกก
    #4,636
    0
  5. #4518 yyyyobaby (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 15:06
    พล็อตคือดี ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนอะ ชอบบบ
    #4,518
    0
  6. #4307 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:55
    555555555555ขำมากแม่55555555555
    #4,307
    0
  7. #4254 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:32
    ชอบมากแม่555555 เอาใจช่วย มีแต่คนหมายหัวแบบนี้ ลุงชาติจะทำสำเร็จหรือไม่!
    #4,254
    0
  8. #4210 Danwtlese (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 01:13
    เอิ่มมมมม //พาราเม็ดที่1
    #4,210
    0
  9. #4146 rangonnacrazynow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 17:17
    พลอตนี้น่าสนใจมากค่ะ แปลกใหม่มาก ชอบบบบบ
    #4,146
    0
  10. #3926 chalillxx_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 23:02
    พล็อตตลกมากเลยค่ะตัวเอง แต่เป็นการรวมพล็อตที่ดีมาก เลิฟๆๆ
    #3,926
    0
  11. #3920 trp1021 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 20:54

    ชอบพราห์ม 555555555 ตลก

    #3,920
    0
  12. #3891 khun_Na (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:22

    เอ้ออ ขอร่วมวงสงพระสัยด้วย ไรท์คิดพล็อตได้แหวกมากแบ่บสู้กับซอมบี้ด้วยเอ่อ มะพูดดีก่า
    #3,891
    0
  13. #3257 Krystal wing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 17:01
    บียอนด์มาก
    #3,257
    0
  14. #2893 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 18:38
    มันอะไรกันเนี่ยยยยย สู้แบบไม่เคยเจอ 5555//เหมาะกับเรื่องนี้จริงๆ
    #2,893
    0
  15. #2791 After_TeaTime (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    เป็นการต่อสู้กับซอมบี้ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา... แปลกจนอยากถามว่าไรท์คิดได้ยังไง55555555 เป็นนิยายเรื่องแรกที่คิดว่าจะหานิยายเรื่องไหลมาซ้ำพล็อตกับนิยายเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว5555555555
    #2,791
    0
  16. #2162 ขี้เกียจลุก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 08:39

    น่าติดตามมากกฮาตั้งเเต่ชื่อเรื่อง55555

    #2,162
    0
  17. #1777 เฮกเซนเอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 14:59
    นี่มันอะไรเนี่ยยยยย55555555
    #1,777
    0
  18. #1106 タンポポ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:02
    เคนได้ยินว่ามีโชว์ปิงปอง.....
    #1,106
    0
  19. #1085 Pissuda627 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 13:04
    อ่านแล้วมันหัวเราะไม่หยุดอ่ะ มีอะไรฮาๆมาเรื่อยๆ
    #1,085
    0
  20. #1074 cactus090 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 07:43
    น้องคิลเลอร์บอยมาเเล้ววววว
    #1,074
    0
  21. #874 PaulaPum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 16:46
    สงสารลุง55555
    #874
    0
  22. #868 เสวี่ยเหมย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 12:18
    ตาบอย่างฮา
    #868
    1
  23. #702 Peach9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:06
    เกิดมาก็เพิ่งเคยอ่านแนวนี้แหละแหกแวกแนวมากแต่ชอบมากค่ะ นี่ตามมาจากเรื่องที่แล้วอ่ะ งานดีทั้งสองเรื่องเลย
    #702
    0
  24. #688 papark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 03:07

    ซอมบี้โลกนี้ไม่ต้องตัดหัวทิ้ง แต่ปล่อยให้น้ำแห้งจนตายแทนเหรอพี่ครับ!!

    #688
    0
  25. #649 CelL'e❋Tz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:27
    ไม่แปลกที่ลุงชาติชายจะหัวใจวาย แงง มันไม่น่าสอดเอาไปได้นะอิหนู ~~
    แล้วอะไรคือเอาศาสตร์กามมาสู้ซอมบี้
    สยบทุกพล็อตนิยายที่เคยอ่านมา // เปงลม
    #649
    0