(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 13 : บทที่ 11 พิโรธไม่ว่า พิทักษ์ไม่ถอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,082 ครั้ง
    8 ก.ย. 62


บทที่ 11 พิโรธไม่ว่า พิทักษ์ไม่ถอย

ประตูนรกเปิดแล้ว บัดนี้เหวินชูกำลังเดินเข้าประตูนรกไปสู่ยมโลก นับเป็นครั้งแรกที่ได้มายังต่างมิติ จึงทั้งเปิดหูเปิดตาและรู้สึกแปลกประหลาดไปพร้อมกัน บนผืนดินในมุมของซวี่เซิงค่อนข้างจะผ่านไปอย่างสบายๆ แค่สี่วัน หารู้ไม่ว่าเบื้องล่างเหวินชูที่ลงไปยังอเวจีไม่ได้สบายเลยสักนิด มันเป็น ‘ตั้ง’ สี่วันเลยต่างหาก
อย่างแรกคือการที่เขาต้องนั่งนิ่งๆ ฟังเจ้าบ้าตาเดียวพูดพล่ามอะไรก็ไม่รู้ข้างหู จึงทำการหูดับ มองตรงแล้วไม่รับรู้ ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดไป ได้ยินเพียงเสียงฮึ่งๆ เหมือนเสียงผึ้งตอม
ในขณะเดียวกันชงหยวนกลับยิ่งสนใจเหวินชู เพราะไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไรเจ้าผีดิบนี่ก็ไม่เดินหนีไปไหน ที่ถูกใจมากที่สุดคงเป็นเรื่องที่ไม่พูดขัดเลยต่างหาก (แน่นอนเพราะว่าพูดไม่ได้) เลยยิ่งเกาะติด ได้ทีก็จ้อไม่เลิก เพราะนานๆ ทีจะได้พบกับคนที่ยืนนิ่งฟังตัวเองพูดพล่ามได้ เพราะปกติคนเป็นใบ้มักจะหูหนวกด้วย แต่เหวินชูไม่ได้หูหนวก เพียงแต่พูดไม่ได้ก็เท่านั้น เมื่อรู้ว่าพูดอะไรไปก็ฟังออกจึงยิ่งสาธยายยืดยาว
“ความจริงแล้วข้าน่ะนะ ที่ฝึกวิชาสายอธรรมมาเพราะว่าตัวข้าน่ะรู้ดีว่าพลังของข้ามันยิ่งใหญ่มากเท่านี้!” ชงหยวนเดินประกบอยู่ข้างหลัง ชูไม้ชูมือประกอบ สีหน้าตื่นเต้นลิงโลด “ไม่มีทางที่สายธรรมต๊อกต๋อยนั่นจะรองรับพลังอันสุดยอดของข้าได้ ทีนี้นะ พอข้าได้เปิดตำราหนังเก่าเก็บจากใต้ฐานทับลับชั้นใต้ดิน ควันสีดำมันก็เลยฟู่ๆ ออกมาอย่างนี้เลยล่ะ!”
“...”
“แล้วหลังจากนั้นข้าก็ได้ยินเสียงร่ำร้องเรียกข้าดังออกมาจากจิตวิญญาณแห่งความมืดที่หลับใหลอยู่ในตัวข้า ข้าชั่งใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ก้าวเข้ามาเดินเส้นทางแห่งความมืดนี้ทันที แล้วยังไม่ถูกจิตมารเข้าครอบงำอีก เพราะว่าข้าดวงแข็งมาก สติเองก็ดีสุดๆ เฉียบคมแล้วก็หลักแหลม เพราะรู้ว่าตัวข้าเกิดมาเพื่อเดินเส้นทางนี้ ทางที่โปรยไว้ด้วยหนามของดอกเหมยกุ้ยฮวาสีขาว ที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจากโลหิตของข้า จนแทบจะเรียกได้ว่าข้าเป็นจ้าวแห่งความมืดที่ถือกำเนิดมาอย่างแท้จริง!”
“........”
พูดน้ำไหลไฟดับไม่หยุดเลย
ต่อให้ไม่พูดตอบก็ยังพล่ามต่อไปได้สบายๆ เหวินชูมองเขม่นแล้วเขม่นอีกจนตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
เหล่าลูกสมุนผ้าคลุมดำของชงหยวนที่ติดตามอยู่ด้านหลังเองยังสังเกตเห็นเลยแท้ๆ ว่าเหวินชูสุดจะทานทนกล้ำกลืนแล้ว อดจะแอบกระซิบกระซาบกันอย่างเห็นใจมิได้
“ท่านราชาตอแยไม่หยุดเลย...”
“แน่ล่ะ เพราะเพิ่งมีใครเงียบฟังเขานี่”
“มีใครจะอาสาไปลากท่านราชาออกมาไหม?”
“ท่าทางเช่นนั้นคงเห่อท่านศิษย์น้อยท่านปรมาจารย์ไปแล้วล่ะ ขืนเข้าไปแทรกตอนนี้ต้องโดนโกรธแน่ๆ เลย”
“เช่นนั้นทำอย่างไรดีเล่า...เกิดท่านศิษย์น้อยโมโหแล้วไม่ทนล่ะก็...”
ทุกสายตาต่างแอบเหลือบมองไปยังแผ่นหลังอันหนักอึ้งของเหวินชู ทั้งสงสารและเห็นใจ นอกจากภารกิจที่ถูกท่านปรมาจารย์ไหว้วานแล้วยังต้องรับฟังเรื่องราวของท่าราชาอีก ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ความรับผิดชอบสูงลิ่วเสียจริง
ชงหยวนเดินวนหลังเหวินชูที่ยังคงมองตรงสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ เหมือนไม่รู้จักเบื่อ “ความจริงแล้ววิชาแปลงโฉมของข้ามันก็แค่ของเล่นกิ๊กก๊อกเท่านั้นแหละ นี่เจ้ารู้มั้ย ร่างที่แท้จริงของข้าน่ะ มันคือตัวตนที่ข้าต้องผนึกไว้เพราะว่าข้าแข็งแกร่งมาก...”
เหวินชูที่นิ่งงันมานานหยุดเดินแล้วหันคอขวับ! เหล่าลูกสมุนท่านราชาเองก็หยุดเดินพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ต่างขนลุกซู่กับแววตาเหี้ยมโหดของเหวินชูที่มองลอดออกมาจากยันต์แผ่นเหลือง ที่ราวกับพร้อมจะเข้าฉีกกระชากขย้ำคอคนถูกมองได้ทุกเมื่อ คงมีแต่ชงหยวนเท่านั้นที่ไม่รู้ตัว ยิ่งพอเหวินชูหันมามองยิ่งตาเป็นประกายยิ้มร่า
ใครๆ ต่างก็คิดว่าศิษย์น้อยของท่านปรมาจารย์จะต้องทนไม่ไหวแล้วฟาดแส้ผัวะๆ ใส่ท่านราชาเพื่อระบายอารมณ์เป็นแน่ แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมากลับผิดคาดมาก มุมปากเหวินชูค่อยๆ ยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม กระทั่งดวงตากลมโตสองสีใต้แผ่นยันต์เองก็กำลังหยีปิด...เหวินชูส่งยิ้มให้ ส่งยิ้มให้อย่างนั้นเหรอ!?
คนที่แอบมองดูอยู่ต่างไม่เข้าใจหนักมาก ชงหยวนฉีกยิ้มแป้นจนเห็นเขี้ยวเสน่ห์ “เจ้าเคยเห็นมังกรดำแห่งความมืดตัวเป็นๆ ไหม ข้าไม่อยากจะโม้นะ แต่ว่าตัวตนของข้าในชาติก่อน ชาติก่อน กับชาติก่อนๆๆๆ น่ะนะ...”
ฟึบ!
เหวินชูงัดบางสิ่งบางอย่างออกจากกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ยามแรกเหล่าลูกสมุนที่แอบมองอยู่ต่างรีบย่นหน้าคอหด เพราะคิดว่ามันจะต้องเป็นแส้ไม่ก็เชือกมัด ที่ไหนได้กลับมิมีสิ่งน่ากลัวเกิดขึ้น เพราะของที่อยู่ในมือเหวินชูกลับเป็นขนมแป้งทอดเคลือบน้ำตาลหวานๆ ชิ้นใหญ่ท่าทางน่าอร่อยมาก
เหวินชูยิ้มกว้าง เนื่องด้วยใบหน้าน่ารักอยู่แล้วจึงยิ่งน่ามองเป็นพิเศษ ชงหยวนเองยังหยุดพูดแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติเปิดปากพล่ามต่อ “ตัวข้าในชาติก่อนๆๆ สามารถจับมังกรดำแห่งความมืดมา---“
คำพูดหยุดชะงัก เหวินชูบิขนมในมือแล้วป้อน (ยัด) ใส่ปากชงหยวนอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสุดน่าเอ็นดู
ชงหยวนจำต้องหยุดพูดแล้วเคี้ยว พอกลืนลงคอแล้วก็พูดต่อ “อร่อยจัง!...ใช่ๆ แล้วพญามังกรตัวนั้นก็สู้กับ----“
คำพูดหยุดลงอีกครั้ง เหวินชูยัดขนมเข้าปากชงหยวนอีกแล้ว
ต้องขอบคุณความจู้จี้ของซวี่เซิงที่มาจัดกระเป๋าแล้วยัดขนมมาให้เหวินชูมากมาย แม้หน้าจะยิ้มแต่สามารถสัมผัสได้ถึงความรำคาญและเส้นเลือดข้างขมับที่ปูดขึ้นมาได้ไม่ยาก ทุกคนต่างสะพรึงตัวสั่นกับวิธีการจัดการคนของเหวินชู
เพราะเป็นราชาจึงไม่อาจเสียมารยาทมากได้ ท่านศิษย์น้อยนี่ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ เลย

การเดินทางไปยังรังมังกรของมังกรโลกันต์ค่อนข้างใช้เวลานานไม่น้อย อย่างน้อยก็วันหนึ่ง
ชงหยวนแม้พูดมากน่ารำคาญ แต่กลับมีเส้นสายอยู่ในแดนมารอย่างไม่น่าเชื่อ เขามีคฤหาสน์ผีอยู่ในนรกอเวจีจึงหยุดแวะพักที่นั่นก่อน
เหวินชูสาวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างสนใจ ทิ้งชงหยวนที่ถูกยัดขนมใส่ปากมาตลอดทางจนจุกเสียดท้องเดินตามไม่ทันไว้ข้างหลัง ได้แต่ครางอุกอึก
พริบตานั้นก็มีปีศาจตนหนึ่งปรากฏกายวูบขึ้นมาจากอากาศด้วยอาภรณ์สีแดงเลือดนก ตัวสูงใหญ่น่ากลัวราวกับยักษ์ โค้งกายคำนับชงหยวนที่ใช้มือยันกำแพงเพราะจุกอยู่ “ท่านราชาชงหยวน ไม่พบกันเสียนานขอรับ”
“ไง ไม่พบกันนาน เจ้าหน้าตาไม่เปลี่ยนเลยนะ...” ชงหยวนพยายามวางท่าทักทาย แต่ก็ยืดตัวตรงไม่ได้เลยต้องงอตัวเช่นนั้น
‘พ่อบ้านเผ่ามารหรือ’ เหวินชูหันกลับมามอง พลันสบตากับพ่อบ้านตนนั้นพอดี อีกฝ่ายมีนัยน์ตาขาวที่เป็นสีดำ และดวงตาดำเป็นสีแดง และยังมีตาที่สามอยู่ตรงกลางหน้าผากอีกด้วย ภายนอกเป็นชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบต้นๆ ที่หน้าตาหล่อคมคาย พ่อบ้านมารยกยิ้มให้เหวินชู
“ไม่เคยพบผู้ติดตามคนนี้เลยนะขอรับ ครึ่งผีดิบเสียด้วย ท่านราชาช่างเป็นนักสะสมที่เก่งกาจเหลือเกินขอรับ”
ชงหยวนเริ่มหายจุกยืดตัวได้แล้วทำหน้าภูมิใจ “ใช่มั้ยล่ะ น่าเสียดายที่เขาเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ศาสตร์กามน่ะสิ เลยเพียงติดตามข้าชั่วคราวเท่านั้น”
พ่อบ้านเผ่ามารยกยิ้มรับ ตวัดตามองเหวิชูเหมือนประเมิน “ปรมาจารย์ศาสตร์กามรึขอรับ...”
“...”
‘สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน’
เหวินชูหรี่ตามองตอบ ไม่ชอบใจที่ถูกพ่อบ้านเผ่ามารมองด้วยสายตาแปลกประหลาด พ่อบ้านเผ่ามารก็ชักสายตากลับไปแล้ว หันมายิ้มโค้งกายให้ชงหยวนเหมือนเดิม “ท่านราชาจะพักที่นี่กี่วันขอรับ”
“ไม่นานนักหรอก ข้าเพียงมีธุระเท่านั้น ที่ผ่านมาขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยเฝ้าที่แห่งนี้แทนข้า ที่เหลือข้ากับลูกสมุนจัดการเองได้ เจ้าไปได้แล้ว”
พ่อบ้านเผ่ามารยิ้มรับ ก่อนจะค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นไอควันหายไป
ชงหยวนมองรอบๆ คฤหาสน์ผี ทุกอย่างในที่แห่งนี้ยังไม่เปลี่ยนไปจากกาลก่อนเลยแม้แต่น้อย ยังตกแต่งทุกอย่างได้หรูหราควบคู่กับมืดมนไม่เปลี่ยน ชงหยวนลูบๆ หัวแกะสลักรูปเสือคำรามตรงผนัง ก่อนจะมองหาเหวินชูที่จู่ๆ ก็เดินลิ่วไปไหนก็ไม่รู้
เหล่าลูกสมุนชุดคลุมดำต่างแยกย้ายกันไปปัดกวาดจัดเก็บของ ชงหยวนก็พบเหวินชูกำลังนั่งคู้เข่ามองบ่อน้ำอยู่ตรงเฉลียง
ชงหยวนเดินไปหา ชะเง้อคอมองบ้าง เหวินชูรู้ว่าเขาเดินมาด้านหลังแต่มิได้หันกลับไปมอง ยังคงนั่งเอามือกวักน้ำเล่นเงียบๆ
ชงหยวนทรุดตัวลงนั่งข้างเหวินชู มองตามสายตาของเขาว่ากำลังดูสิ่งใดอยู่ ก็เห็นว่าเป็นดอกบัวที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำ
ดอกบัวในอเวจีนี้ส่วนมากจะขึ้นอยู่ใต้น้ำ ไม่โผล่ดอกขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ชงหยวนเอ่ยถาม “เจ้าชอบดอกบัวหรือ”
“...” เหวินชูไม่มองและไม่ได้ตอบ
“ดอกที่ขึ้นอยู่ตรงนี้ไม่ค่อยสวยหรอก ดอกใหญ่ๆ น่ะจะอยู่กลางบ่อกัน เจ้าอยากเห็นมั้ย อยากไปนั่งเรือมั้ย เดี๋ยวข้าเก็บให้เอง อเวจีเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ ผีพรายน้ำมันเยอะ แต่เพราะข้าจัดการ---“
เหวินชูยกมือขึ้นปิดปากชงหยวน เพราะขนมหมดไปนานแล้วเลยหาอะไรมายัดปากเขาไม่ได้
ชงหยวนกะพริบตามองสบตาเหวินชูปริบๆ แล้วชะงักไป เหวินชูจึงค่อยๆ ชักมือออกมาช้าๆ แล้วก็หันกลับไปมองดอกบัวใต้น้ำนั่นต่อ
ชงหยวนนิ่งงันไป แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีกเลย แต่นั่งเงียบมองดอกบัวใต้น้ำข้างเหวินชูต่ออยู่อย่างนั้น
เหล่าลูกสมุนที่ทำงานจัดของกันอยู่เองก็ประหลาดใจไม่น้อย เพิ่งรู้ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ท่านราชาเงียบได้จริงๆ เสียด้วย
...
เหวินชูเหนื่อยมาแทบทั้งวัน คิดว่ายามกลางคืนจะได้พักสบายๆ แล้ว เขาได้รับห้องกว้างห้องหนึ่งในคฤหาสน์ผี ตกดึกก็จุดตะเกียงกางตำรากามมาอ่าน สลับกับศึกษาเรื่องมังกรโลกันตร์ไปพลางๆ ขีดนู่นเขียนนี่ไปเรื่อย พลันนั้นประตูห้องก็ถูกเลื่อนเปิดพรวด!
“เจ้าทำอะไรอยู่เหรอ ผีดิบเนี่ยไม่นอนก็ได้ใช่ไหม”
“........”
เหวินชูยันตัวลุกขึ้นนั่ง ใต้ตากระตุกไม่หยุด มองชงหยวนที่สวมชุดนอนสีม่วงอ่อน ในมือกอดหมอนใบโตก้าวขาเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย ส่วนมืออีกข้างก็ถือแก้วนม เหนือริมฝีปากก็มีคราบนมที่เพิ่งซดเปื้อนอยู่ “เพราะว่าปรมาจารย์ศาสตร์กามฝากฝังเจ้าไว้กับข้า ข้าก็เลยมาช่วยคุ้มกันเจ้าในตอนนี้ด้วยไงล่ะ”
‘มาเล่นชัดๆ’ เหวินชูเถียงเสียงดังในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองด่า มองด่า มองด่า ชงหยวนก็หาได้สะทกสะท้านไม่ หอบหมอนมาโยนลงที่นอนของเหวินชูดังแปะ แล้วก็กระโดดขึ้นเตียงทันที
“เจ้าอ่านอะไรอยู่น่ะ ทำอะไรอยู่เหรอ เวลาแบบนี้ก็ยังศึกษาศาสตร์งั้นหรือ ไม่พักเหรอ ไม่เหนื่อยรึไง”
“...”
ตำราในมือถูกดึงไปดูแบบไม่ขอ ในนั้นมีภาพหญิงสาวที่ถูกเชือกมันไพล่หลังนั่งอยู่บนม้าไม้ที่มีอะไรบางอย่างโด่เด่ขึ้นมาจากบนหลังม้า ส่วนโด่เด่นั่นแทงเข้าไปในตัวหญิงสาว ด้านข้างยังมีคำอธิบายอยู่ด้วย ชงหยวนขมวดคิ้วนอนอ่าน เปิดผ่านๆ สองสามหน้าก็โยนทิ้งหมดความสนใจ “เจ้าชื่อชูชูใช่มั้ย นี่ชื่อเล่นหรือชื่อจริงเหรอ”
‘เอาคืนมา’ เหวินชูไม่สนใจ มองตรงไปยังตำรา แต่ชงหยวนกลับปัดมันตกลงเตียงไปแล้ว
“เวลาแบบนี้อย่าสนใจมันเลย มาฟังข้าเล่าเรื่องสนุกๆ ดีกว่า” ชงหยวนซดนมจนหมดแก้ว ก่อนจะยิ้มเผล่แล้วตบท้องอุ่นๆ ของตัวเองสบายอกสบายใจ มุดตัวลงไปในผ้าห่มเรียบร้อย
สายตาเหวินชูที่มองตรงมาบ่งบอกได้เลยว่าไม่อยากฟัง ไสหัวกลับไปได้แล้ว แต่ชงหยวนก็ยังนอนนิ่งไม่ขยับ ครึ่งซอมบี้โชตะจึงทำได้เพียงข่มกลั้นแล้วก็ล้มตัวนอนโดยหันหลังใส่ แต่มันก็ไม่สะทกสะท้านท่านราชาอยู่ดี
“นานแล้วนะเนี่ยที่ข้าไม่ได้นอนข้างใครแบบนี้ เจ้าจงดีใจซะล่ะที่ได้เกียรตินี้น่ะ”
“...” นี่เป็นครั้งแรกที่เหวินชูเคืองการที่ผีดิบหลับไม่ได้
“เจ้าต้องทำครรภ์มังกรเทียมสินะ มังกรโลกันตร์ค่อนข้างจะหงุดหงิดง่าย ยังไงเจ้าก็อย่าอยู่ห่างจากข้าล่ะ ไม่งั้นล่ะก็ถ้าเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นมาปรมาจารย์ศาสตร์กามต้องไม่ยอมปล่อยเจ้ามาอีกแน่ๆ”
“...”
“เจ้าว่าอเวจีเป็นอย่างไร ที่นี่ไอมารคลุ้งมาก ถ้าเป็นคนปกติต้องทนกลิ่นไอสาบๆ ของอเวจีไม่ไหวแน่ โชคดีจริงที่เจ้าเป็นครึ่งผีดิบ นี่ เจ้าหายใจอยู่มั้ย หรือว่าขยับแต่ร่างกาย แล้วหัวใจเล่า ยังเต้นอยู่รึเปล่า”
“...”
“ข้าน่ะเพราะเดินเข้าวิถีอธรรมก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอย่างอื่นเท่าไหร่ ไม่ได้อยากจะอวดหรอกนะ แต่ว่าร่างของข้าน่ะมีถึงสองตัวตน อีกตัวตนหนึ่งยิ่งใหญ่มากเลยล่ะ เป็นเสียงเพรียกแห่งความมืด! น่าสะพรึงกลัวสุดๆ นามแบบว่าเลื่องลือขึ้นไปถึงสวรรค์เลย”
ชงหยวนยังพูดต่อไปเช่นนั้น ส่วนเหวินชูนอนหันหลังให้เขา รอจนพักใหญ่ๆ เสียงเจื้อยแจ้วก็ค่อยๆ เบาลง เหวินชูหันกลับไป พบว่าชงหยวนจอมพูดมากพูดเหนื่อยจนหลับไปแล้ว
เหวินชูมองอยู่นานจนแน่ใจว่าหลับลึกจริง จึงจัดการเตะท่านราชาแห่งอธรรมให้ร่างร่วงตกจากเตียงไปซะ

เมื่อถึงเวลาที่อาทิตย์ในอเวจีขึ้น เหวินชูก็พบว่าชงหยวนลืมตาตื่นแล้วแอบย่องออกไปด้านนอก แต่เพราะไม่ได้สนใจจึงไม่คิดใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะไปไหน พอไร้คนปุ๊บ เหวินชูก็งัดเอาตำราเกี่ยวกับมังกรโลกันตร์ขึ้นมาอ่านปั๊บ
จนผ่านไปประมาณสองชั่วยามก็มีลูกสมุนชุดคลุมดำของชงหยวนมาเคาะประตูเรียกเหวินชู “ท่านศิษย์น้อยขอรับ”
เหวินชูปิดตำราแล้วเดินไปเปิดประตู ‘มีอะไร’
“ข้าน้อยมาเรียกเพราะเห็นว่ายังไม่ออกมา อยากทานอะไรรึไม่ขอรับ”
เหวินชูเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องโดยมีลูกสมุนชุดคลุมดำตามมาด้วย เขาเดินไปได้พักหนึ่งก็หันมามอง ‘เจ้านายเจ้าล่ะ’
“อ๋อ...ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็ เห็นว่าไปล่องเรือเล่นตั้งแต่รุ่งเช้าแล้วขอรับ”
เหวินชูไปนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ลูกสมุนผู้นั้นก็ยืนรอรับใช้ด้านข้าง ท่าทางสุภาพเรียบร้อยผิดกับเจ้านายลิบลับ โจ๊กหมูหอมกรุ่นโรยผักชีน้อยๆ ถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงทานเล่นอีกหลายอย่าง เหวินชูลงมือกินเงียบเชียบ ไม่ได้รู้สึกกดดันหรือตกใจที่เห็นลูกสมุนชุดดำของชงหยวนมายืนรายล้อมอยู่ด้านหลัง ทว่าจู่ๆ ลูกสมุนชุดดำที่เดินนำทางเหวินชูมาก็เอ่ยขึ้นว่า “ท่านราชาทำให้ท่านศิษย์น้อยรำคาญหรือไม่ขอรับ”
เหวินชูหยุดมือที่กำลังตักโจ๊ก เหลือบตามอง ‘ก็รู้นี่’
การส่งสายตาเป็นคำตอบเช่นนั้นทำเอาคนมองได้แต่ยิ้มเหือดแห้ง “ต้องขอประทานอภัยจริงๆ นะขอรับ นั่นเพราะว่าท่านราชาของเราไม่ได้พบคนที่เงียบฟังเขาพูดมานานแล้ว ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ท่านราชาก็เป็นคนดีมาก ที่ท่านราชาตามติดท่านศิษย์น้อยจนกระทั่งท่านเข้านอนคงเพราะเห็นว่าท่านเป็นสหายไปแล้ว...”
แววตาของเหวินชูเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง
“ท่านราชาไม่มีสหายหรือเพื่อนรู้ใจเท่าไหร่” ลูกสมุนคนนั้นยกยิ้มสุภาพ “ท่านราชาขี้เหงาไปหน่อย แต่ไม่มีเจตนาร้าย ตั้งแต่ที่ข้าติดตามเขามา เขาเป็นคนใจกว้างมาก ท่านศิษย์น้อยโปรดใจดีกับท่านราชาของเราด้วยนะขอรับ”
เหวินชูก้มหน้าก้มตากินต่อ ในมือถือช้อนเขี่ยข้าวไปมา ลูกสมุนผู้นั้นเมื่อพูดจบก็ถอยหลังกลับไปยืนนิ่งๆ แล้ว เหวินชูพลันคิด
‘จะให้ข้าใจดีงั้นรึ….ใจดีอย่างไร ในเมื่อข้าเองก็ไม่เคยมีเพื่อนเช่นกัน’
ดวงตาของเหวินชูมืดมนลง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ทันใดนั้นก็มีเสียงเอ็ดตะโรดังกึกก้องขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝีเท้า
ประตูถูกเลื่อนเปิดพรวดพราด ชงหยวนปรากฏกายขึ้นมาพร้อมคณะติมตามที่ตัวเปียกโชก เห็นเหวินชูก็ยิ้มโชว์เขี้ยว “เจ้าอยู่นี่นี่เอง ว่าแล้วว่าไปห้องแล้วทำไมไม่เห็น”
เหวินชูนั่งนิ่ง มองดอกบัวในมือชงหยวนที่เดินเข้ามาหา
“เอ้านี่ อยากได้ใช่มั้ยล่ะ! บอกแล้วว่าติดตามข้าน่ะดีที่สุดแล้ว” ชงหยวนยืดอกโอ้อวด ปลายแขนเสื้อเปียกชุ่มน้ำไม่น้อย
‘เอามาให้ทำไม’ เหวินชูไม่ได้ยื่นมือไปรับ ยังคงนั่งนิ่งๆ เป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่อย่างนั้น
ชงหยวนกล่าว “เมื่อวานเจ้ามองอยู่นี่ แค่ดูก็รู้แล้วว่าอยากได้ ข้าตั้งใจจะให้อยู่แล้ว ถือซะว่าเป็นกำลังใจก่อนไปหามังกรโลกันตร์”
เหวินชูรับมาสีหน้าเย็นชา ชงหยวนก็กล่าวต่ออีกว่า “พอมีกำลังใจแล้วจะได้ทำงานเต็มที่ ปรมาจารย์ศาสตร์กามจะได้ชมเจ้าไงล่ะ”
อยู่ๆ เหวินชูก็ชะงักค้าง ก่อนที่ใบหน้าจะค่อยๆ แดงแปร๊ดขึ้นมา ชงหยวนยกยิ้มทึ่มทื่อ “โดนอาจารย์ชมน่ะดีนะ...โอ๊ย! เจ้าตีข้าทำไมเนี่ย!!”
และแล้วในที่สุดความอดทนทั้งหมดของเหวินชูก็พังครืนลงมาคราวนี้ เขาเงื้อดอกบัวดอกใหญ่นั่นฟาดเข้าที่ตัวชงหยวนไม่หยุดจนกลีบดอกร่วงผล็อยลงพื้น เหล่าลูกสมุนได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ ท่านศิษย์น้อยอดทนมาได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้ว
“กลีบดอกช้ำหมดแล้ว!” ชงหยวนโวยวาย เสียดายอย่างสุดซึ้ง เหวินชูก็ยังไม่หยุดตี ชงหยวนวิ่งหนี เหวินชูก็วิ่งไล่เอาดอกบัวตีเขา
ก็จริงหรอกที่เหวินชูอยากได้ดอกบัว แต่เขาอยากกินเม็ดบัวต่างหาก!! แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับซวี่เซิงด้วย!!!
ไม่ได้อยากโดนชมสักหน่อย ไม่อยากมีสหายด้วย ชงหยวนสมควรตาย!!
...

เหวินชูหน้าบูดบึ้ง ชงหยวนก็บูดบึ้ง ตลอดการเดินทางไปหามังกรโลกันตร์เลยมีแต่ความบูดบึ้งกับบูดบึ้ง
“ถ้าเจ้าขอโทษข้าจะให้อภัยก็ได้”
‘ปัญญาอ่อน’
“เจ้าสิงี่เง่า!”
‘แต่เจ้าปัญญาอ่อน’
ลูกสมุนชุดดำได้แต่เดินตัวลีบอยู่ด้านหลัง ไม่รู้ว่าเหตุใดเด็กหนุ่มทั้งสองจึงถมึงทึงใส่กันรุนแรงเช่นนี้
ก้าวเข้าวันที่สาม ชงหยวนได้พาเหวินชูมายังผาแห่งความตาย รังที่อยู่ของมังกรโลกันตร์เรียบร้อยแล้ว แต่กลับยังทะเลาะกันไม่เลิก เหวินชูไม่ได้จับชงหยวนมัดแต่เปลี่ยนไปลงมือกับเหล่าลูกสมุนแทน ส่วนชงหยวนก็ยังตามวอแวจิกกัดพูดแต่คำว่าถ้าขอโทษจะหายโกรธเช่นนั้นไม่หยุดจนทุกคนในคฤหาสน์ผีหลอนหูกันเป็นแถบๆ
ผาแห่งความตายนี้ก็คือการเรียกตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ด้านล่างผาคือวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกกักขังไว้เบื้องล่างอเวจี ส่วนลึกสุดคือลาวานรกร้อนระอุ เป็นผาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ร่วงตกลงไปให้มอดไหม้ละลายยิ่งกว่าผุยผง ต่อให้เป็นผีดิบแต่ลงไปก็สามารถตายได้ซ้ำสอง เป็นผีเฝ้าผานี้ต่อได้ทันที
เหวินชูไม่ได้กลัวตาย ในมือยังถือตำราศึกษามังกร ก่อนที่ชงหยวนจะหยุดเดินแล้วเอ่ยขึ้นว่า “นั่นไงมังกรโลกันตร์”
เหวินชูทำตาโตมอง เห็นมังกรเกล็ดดำที่ลำตัวยาวอย่างกับงู เขี้ยวโค้งงอ และมีหนวดยาวเหมือนไม้เลื้อยและมีเขาสี่คู่ นัยน์ตาวาววับแดงฉาน ขาสีข้างประดับด้วยเล็บแหลมคมเกาะเกี่ยวอยู่บนหินหน้าผา ไม่ไกลกันนั้นก็ยังมีรังมังกรตัวอื่นๆ อยู่ด้วย แต่ทั้งหมดไม่เข้ามายุ่งสุงสิงกันเลย
ครรภ์มังกรเทียมทำได้ไม่ยาก ขอเพียงเก็บน้ำเชื้อของมังกรเพศผู้ไปใส่มังกรเพศเมียได้ก็พอแล้ว หลังจากได้ไข่มาก็เอากลับขึ้นไปให้ซวี่เซิง
แต่เพราะเป็น ‘ครรภ์เทียม’ ฉะนั้นไข่ที่ได้มาจึงเป็นไข่เปล่าๆ เท่านั้น ส่วนตัวอ่อนมังกรต้องปลูกจิตสำนึกใส่เข้าไปอีกที
เนื่องด้วยมังกรเป็นสัตว์ที่เปรียบเสมือนเทพ ต่อให้อยู่ในอเวจีก็ยังคงมีระดับสูงเช่นนั้น การที่มังกรจะกำเนิดขึ้นมาได้ตัวหนึ่งมิใช่ว่าจะผสมพันธุ์แล้วเกิดเลยดังเช่นเดรัจฉานปกติ จำต้องอาศัยแรงบารมีและแรงปรารถนาของผู้คนอีกด้วยจึงจะกำเนิดออกมาได้ เหมือนกับการสวดภาวนาขอพรจากเทพนั่นเอง มนุษย์สร้างเทพ และเทพสร้างมนุษย์ นับเป็นวัฏจักรเช่นนี้
เรียกได้อีกอย่างนั่นก็คือ พวกซวี่เซิงคิดจะสร้างสัตว์เทพจอมหื่นไปถล่มสวรรค์ผ้าขาวนั่นเอง
ชงหยวนกล่าว “ข้าจะพาเจ้าไปเอาน้ำเชื้อให้ก็ได้...ถ้าเจ้าขอโทษ”
เหวินชูทำหน้าเหม็นเบื่อ แต่ก็ยกมือขึ้นมาบนอากาศ ตวัดนิ้วเป็นคำว่า ‘ขอโทษ’ แต่สีหน้าสายตาไม่ได้ไปทางนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่เชื่อไหมเล่า ทำแค่นั้นท่านราชาก็หายงี่เง่าเป็นปลิดทิ้งแล้ว
ชงหยวนกับเหวินชูดีดปลายเท้าด้วยวิชาตัวเบาไต่ไปตามขอบผา ก่อนที่ร่อนร่างร่วงไปลงยังรังมังกรตัวใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่ง
มังกรโลกันตร์เกล็ดดำเมี่ยมผงกศีรษะขึ้นมาเหมือนหงุดหงิดที่ถูกปลุกให้ตื่น แต่พอลืมตาขึ้นเห็นเป็นชงหยวนก็เพียงถอนหายใจใส่ดังฟู่ ไม่ทำอะไรมากกว่านั้นแล้วก็มุดหน้าลงนอนต่อ ท่าทางขี้เกียจเป็นอย่างมาก
‘ไหนเจ้าบอกว่ามันดุร้ายไงล่ะ’
“ก็นะ เมื่อประมาณร้อยปีล่ะก็ใช่ ตอนนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เห็นเช่นนี้แต่พวกมันก็แก่กันมากแล้วล่ะ คงขี้เกียจอาละวาดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะวางใจได้หรอกนะ”
อย่างนี้ก็มีด้วย แต่เหวินชูก็ไม่แปลกใจเท่าใดนัก เพราะเวลานี้โลกก็ถึงวันสิ้นแล้ว มังกรโลกันตร์ที่เป็นสัตว์เฉลียวฉลาดจะเกิดอาการปลงตกและเบื่อหน่ายต่อชีวิตก็ไม่น่าแปลกใจ
‘มันจะไม่ทำอะไรสินะ’
“แน่นอน เจ้าคิดว่าเจ้าติดตามมากับใครกัน”
เหวินชูเอือมเหลือทน เลยหมุนร่างเดินไปอีกทิศ เดินทอดไปตามท้องของมังกรโลกันตร์ ก่อนจะหยุดอยู่ในจุดๆ หนึ่งที่เกือบจะถึงปลายหาง
เหวินชูทรุดตัวลงนั่งทับส้น เอาถังที่หิ้วมาด้วยวางไว้ด้านข้าง ก่อนจะใช้มือหนึ่งจับท้องมังกร ส่วนอีกมือก็สวนสวบเข้าไปแบบไม่ออมมือจนมังกรโลกันตร์ที่นอนหลับสบายๆ อยู่สะดุ้งโหยงตาเหลือก
ไอ้นั่นของมังกรเองก็ซ่อนไว้ใต้เกล็ดเหมือนกับงู เหวินชูคลำๆ หาไม่นานก็งัดท่อนเนื้อใหญ่เขื่องออกมาได้ด้วยสีหน้าเรียบสนิท ต่างกับชงหยวนที่แม้ไม่รู้เรื่องอย่างว่าเลยยังอ้าปากค้าง ส่วนมังกรโชคร้ายตนนั้นก็ทำท่าทางลุกลี้ลุกลนน่าสงสารยิ่งนัก
เหวินชูจับสำรวจท่อนเนื้อของมังกร สิ่งนั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก แทบจะเท่ากับครึ่งตัวเหวินชูเลยทีเดียว เหวินชูจับๆ ลูบๆ ไม่นานก็ดึงส่วนปลายลงมาหาตัว พลางสอดทั้งแขนเข้าไปยังรูหยักเล็กๆ ด้านบน การกระทำนั้นอุกอาจอย่างมาก เล่นเสียมังกรครางคำรามเลยทีเดียว
ศาสตร์แห่ง BDSM แท่งเสียบด้านหน้าหรรษา กระตุ้นต่อมลูกหมากจากด้านหน้านั่นเอง แต่ไอ้ครั้นจะไปหาไม้ใหญ่ๆ มาเสียบก็ใช่ที เหวินชูเลยเอาทั้งมือของตัวเองล้วงเข้าไปหาแทน แต่ถ้าหากเป็นมนุษย์ปกติก็คงต้องใช้ไม้ที่เล็กกว่านี้
เสียงร้องสยิวของมังกรโชคร้ายปลุกมังกรโลกันตร์ตัวอื่นๆ ให้ผงกหัวตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง พวกมันเป็นมังกรแก่ๆ ที่วันๆ เอาแต่นอน และเลิกผสมพันธุ์ไปนานแล้ว การที่อยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มีเสียงมังกรครางสยิวด้วยภาษาสัตว์เทพขึ้นมาว่า ‘อ๊า! ละ...ลึกเกินไปแล้วนะ!’ จึงอดจะมองด้วยความงุนงงมิได้ แต่พอฟังด้วยหูมนุษย์ย่อมได้ยินแต่เสียงคำรามเท่านั้น ชงหยวนจึงกระวนกระวายมากว่าเหวินชูกำลังทำให้มังกรโกรธอยู่
“เจ้าไปรังแกมันแบบนั้นไม่ได้นะ”
เหวินชูไม่สนใจ เขาคลำแขนลึกลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะสัมผัสถูกตุ่มๆ หนึ่งที่งอกขึ้นมา ไม่เสียเวลารอช้า เหวินชูก็จัดการกำมันแล้วทั้งบี้ทั้งกดทันที!
มังกรโลกันตร์ดิ้นเร่า เพราะเพิ่งเคยถูกกระตุ้นจากภายในทางด้านหน้าเป็นครั้งแรก พวกพ้องมังกรทั้งหลายเองก็ได้ยินแต่เสียงครางของเพื่อนจนลุกลี้ลุกลน ใต้ท้องเริ่มจะร้อนๆ ขึ้นมาเสียแล้ว
ผ่านไปไม่นานแขนของเหวินชูก็รู้สึกอุ่นๆ เขาชักมือออกจากรู ของเหลวสีใสมากมายก็ไหลทะลักออกมาตาม เหวินชูนั่งหน้านิ่งเหมือนรูปปั้น ไร้ความสะทกสะท้านใดนำถังมารองน้ำทั้งหมดไว้เงียบๆ
เหวินชูหยัดร่างลุกขึ้น ปล่อยมังกรผู้แสนโชคร้ายที่ถูกชำเรานอนร่างกระตุกหอบเหนื่อยอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มหน้าตายสายตาเย็นชาผินหน้าไปอีกทาง ‘ต่อไป’
เหล่ามังกรที่เหลือต่างตื่นตระหนก ร่ำๆ จะรีบโผบินหนีไป แต่ก็ไม่พ้นสายตาเหวินชู เขากวาดมองทีเดียวก็แยกเพศมังกรออก จัดการงัดเชือกกับแส้ออกมา ตวัดเข้ารัดรึงร่างของมังกรเพศเมียตัวเล็กที่สุดเอาไว้
มังกรเพศเมียตัวนั้นถูกมัดจนขยับไม่ได้ เจ้าเด็กมนุษย์ผู้นั้นก็มาเยือนถึงรังเรียบร้อยแล้ว
ซวี่เซิงเคยสอนเขาว่าต้องให้เกียรติและทะนุถนอมสุภาพสตรีเอาไว้ เหวินชูจึงใช้มือข้างหนึ่งยกยันต์ขึ้น ส่งยิ้มหวานให้กับมังกรเพศเมีย
เหวินชูวางถังน้ำเชื้อลง ส่งสายตาอ่อนโยนถาม ‘ครั้งแรกหรือ ข้าจะเบาๆ’
หลังจากนั้นต่อมาก็คือเสียงครวญคราง อ๊า อิย๊า ที่มีแต่มังกรเท่านั้นที่ฟังออกลอยมาไม่หยุด
ผ่านไปประมาณชั่วยามหนึ่ง ในที่สุดภารกิจผสมพันธุ์เทียมก็บรรลุเสร็จสิ้น ชงหยวนได้แต่ยืนมองอยู่ด้านข้าง ดูเหวินชูเดินถือไข่มังกรกลับมาด้วยสีหน้าสงบนิ่งทั้งที่ตัวเปียกเหนียวไปหมด ได้แต่ทึ่งตละงึงงัน “ศาสตร์แห่งกามของพวกเจ้าอันตรายกว่าที่ข้าคิดอีกนะเนี่ย”
ไข่มังกรมีลักษณะเหมือนอัญมณี ส่องสะท้อนวิบวับงดงาม บางมุมสีดำบางมุมสีน้ำเงินเข้ม เหวินชูอุ้มไข่มังกรไว้ด้วยสองมือ มันมีขนาดใหญ่มากและหนักเท่าเด็กอายุ 3 ปีได้ ไม่รู้ว่าถ้าฟักออกมาจะตัวใหญ่มากขนาดไหน
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี กลับกันเถอะ ตัวเจ้าเหนอะหนะไปหมดแล้ว”
เหวินชูพยักหน้า เป็นเรื่องแรกที่เห็นด้วยกับชงหยวน
เหวินชูส่งไข่ให้ชงหยวนช่วยถือ และแล้วภารกิจก็ลุล่วงเสียที เขาเองก็เบื่ออเวจีเต็มที อยากรีบๆ กลับขึ้นไปโยนไข่นี่ใส่หน้าซวี่เซิงจะแย่แล้ว
“...อันใดกัน จะกลับแล้วงั้นรึ”
เหวินชูหยุดฝีเท้า หันมองกลับไป แล้วก็เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นพ่อบ้านเผ่ามารในคฤหาสน์ผีของชงหยวน
กล่าวตามตรง เหวินชูเกลียดขี้หน้าคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบโดยไม่รู้สาเหตุ พ่อบ้านเผ่ามารส่งยิ้มให้เหวินชูเหมือนจะเป็นมิตรแต่ก็ไม่
ชงหยวนกล่าว “นี่เจ้าตามข้ามารึ”
“หามิได้ๆ” พ่อบ้านเผ่ามารฉีกยิ้มประจบ “ข้ามิอาจหาญกล้าตามท่านราชา ข้าเพียงตามเด็กน้อยครึ่งผีดิบเท่านั้นขอรับ”
สีหน้าชงหยวนแปรเปลี่ยนไป เขาเดินก้าวมาข้างหน้า “เจ้าคิดจะทำอะไร คิดให้ดี หลิ่งซาน”
‘หลิ่งซานหรือ’ เหวินชูเบิกตาโต
หลิ่งซานหัวเราะในลำคอเหมือนตลกขบขันนัก “ท่านราชาโปรดใจเย็นไว้ก่อน ข้าแค่อยากสนทนาตามประสาผู้ร่ำเรียนศาสตร์กามมาก็เท่านั้น!”
เหวินชูก้าวถอยหลัง สัมผัสได้ว่าหลิ่งซานผู้นี้ไม่ได้มาดีแน่
หลิ่งซานมองเหวินชูแล้วคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม “ยินดีที่ได้รู้จัก เราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน ข้านามว่าหลิ่งซาน ประมุขพรรคศาสตร์กามคนก่อนที่จูหงเฟยจะขึ้นครองตำแหน่ง ยามนี้จูหงเฟยเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าเคยพบเขาไหม...”
“หลิ่งซาน!” ชงหยวนเสียงเข้มขึ้นมาก “ไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่ต้องมายุ่งเกี่ยว”
“ข้าแค่อยากทักทายเท่านั้น ฮ่าๆๆ ท่านราชาขอรับ ท่านก็รู้ การอยู่ในอเวจีไม่สนุกเสียเลย จูหงเฟยพยายามวิ่งเต้นเพื่อจะช่วยโลกเน่าๆ พังๆ ด้านบนนั่นอยู่ มันช่างฟังดูน่าสนุกมากจนข้าแทบทนไม่ไหวเลยล่ะ เดิมทีคิดว่าคนที่มาจะเป็นซวี่เซิงคนนั้นเสียอีก ทำไมเขาไม่มาแต่ส่งเจ้าหนูน้อยนี่มาแทนเล่า...เอ...หรือว่า....” หลิ่งซานยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “ตงฉวนสินะ”
เหวินชูสะท้านเฮือกในวินาทีนั้นเอง
หลิ่งซานกรีดยิ้มลึกยิ่งขึ้น “เจ้าเด็กทาสผู้นั้นไหวพริบดีไม่น้อยเลย ปากแข็งถึงเพียงนั้นแต่กลับพยายามจะช่วยซ่อนซวี่เซิงเอาไว้ ตอนเด็กท่าทางน่ารักถึงขนาดนั้นแท้ๆ ป่านนี้จะโตมาเป็นอย่างไรกันนะ”
“หลิ่งซาน! กลับไปที่ของเจ้าซะ ก่อนที่ข้าจะโมโหไปมากกว่านี้” ชงหยวนกล่าวย้ำ แต่หลิ่งซานกลับไม่ฟังเลยแม้แต่นิดเดียว
“ข้าเหงานี่ท่านราชา...ท่านก็ทราบ แดนอเวจีนี้ข้าคือผู้ครอบครอง แต่ข้ากลับไร้เพื่อนรู้ใจแม้สักคน! ท่านราชาชงหยวน ท่านใจกว้างอยู่แล้วมิใช่หรือ ไข่มังกรโลกันตร์นั่นถือเป็นสมบัติของอเวจี เอาอย่างนี้เป็นอย่างไร ท่านนำไข่กลับไปให้ซวี่เซิงกับจูหงเฟยได้ แต่ท่านทิ้งศิษย์น้อยไว้กับข้าก็แล้วกันขอรับ”
เหวินชูเบิกตาโพลง สับสนเป็นอย่างมาก หลิ่งซานผู้นี้คือใครกัน เขาเป็นพ่อบ้านของชงหยวนมิใช่หรือ แต่ตัวตนที่แท้จริงคือเหยียนหลัวหวาง พญายมผู้ปกครองนรก 10 ชั้น! เหวินชูสับสนมึนงงไปหมด เดิมทีตั้งแต่ที่เขาฟื้นขึ้นจากความตาย สองคนแรกที่เขาพบคือซวี่เซิงและชายที่ชื่อว่าจูหงเฟย เขาพบจูหงเฟยเพียงครั้งนั้นครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่อราวที่เหลือไม่รู้เลย จึงไม่มีทางทราบแน่นอนว่าหลิ่งซานประมุขศาสตร์กามคนก่อนเป็นคนอย่างไร และตายไปได้ยังไง
หลิ่งซานมองเหวินชูอย่างเอ็นดู กล่าวตอบทันทีในสิ่งที่เขาสงสัย “แม้ข้าจะร่ำเรียนศาสตร์กามแต่ข้าก็บำเพ็ญเซียนตามแบบของข้า แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้ว่าจะไม่ขอขึ้นไปยังสุขาวดี แต่จะขอรับช่วงต่อในนรกภูมิแทน เมื่อข้าดับสิ้นลงจึงมาจุติเป็นมารเช่นที่เจ้าเห็น แต่ถึงกระนั้นท่านราชาเองก็ช่างแข็งแกร่งจริงๆ ถึงขั้นถล่มแดนอเวจีของข้าได้ เมื่อเขากลับมาเยือนอเวจี ข้าถึงต้องต้อนรับเขาอย่างดีไงเล่า”
เหวินชูหันกลับไปมองชงหยวนท่าทางสับสนยิ่ง ชงหยวนกลับแสดงสีหน้าดุดันที่ไม่เคยเห็นออกมาเป็นครั้งแรก
หลิ่งซานกล่าวสืบต่อ “ข้าเองก็เหงาหงอยยิ่ง นึกอยากจะขึ้นไปยังภพภูมิด้านบนหลายครั้ง แต่ก็ยังหาโอกาสเหมาะๆ ไม่ได้เสียที เพื่อเวลาแก้เบื่อของข้า ทิ้งศิษย์ตัวเล็กน่ารักคนนี้ไว้เถอะ ถือเสียว่าเป็นของเล่นของข้าก็ยังดี หรือของแลกเปลี่ยนที่จะเอาไข่มังกรไปก็ได้”
“...”
“ไม่ดีหรือขอรับ ข้าว่าคุ้มมากเลยนะ ไข่มังกรนั่นจะเป็นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ที่จะต่อสู้กับสวรรค์ไม่ใช่เหรอ แลกกับตัวครึ่งผีดิบพิการพูดไม่ได้แค่คนเดียวไม่เสียหายอะไรเลย เดี๋ยวจูหงเฟยไม่ก็ซวี่เซิงก็ทำเพิ่มขึ้นมาได้เองแหละ”
ชงหยวนเดือดดาล “เจ้ากล้าพูดเช่นนั้น…!?”
คำพูดเขามีอันชะงักไปเมื่อเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีเหวินชูอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุมพลังงานสีดำนั่นราวกับหอกแหลมโจมตี มันแทงทะลุร่างเหวินชู ทะลวงเอาหัวใจในอกซ้ายเขาออกมา!
เหวินชูเบิกตาโตกว้าง ก่อนที่ม่านตานั้นจะหดแคบและแสงสว่างในดวงตามืดดับลง เมื่อขุมพลังงานสีดำนั่นกระชากตัวกลับไป ร่างเหวินชูก็สิ้นแรงล้มฮวบลง ชงหยวนรีบโยนไข่มังกรไปให้ลูกสมุนด้านหลังที่ทำตัวไม่ถูก เข้าไปประคองเหวินชูที่ล้มลงในอกว่างแหว่ง “ชูชู ชูชู!”
ในมือหลิ่งซานกำหัวใจไว้ดวงหนึ่ง เขายกมันขึ้นมาดูอย่างสนใจ “แม้เป็นผีดิบ แต่ส่วนสำคัญก็ยังเป็นหัวใจงั้นรึ! ช่างน่าสนใจจริงๆ...แล้วก็น่ากินมากเสียด้วย”
หลิ่งซานว่าจบก็อ้าปากกว้าง หย่อนหัวใจเหวินชูเข้าไปในปาก แล้วกลืนลงท้องในคราวเดียว ชงหยวนเขม่นตากัดฟันกรอด “เจ้ากล้าท้าทายข้าเพียงนี้เชียวรึ!”
หลิ่งซานเลียริมฝีปาก “หึหึหึ รสชาติขื่นขม หวานอร่อยถูกใจข้าจริงๆ เชียว ท่านราชา ท่านก็ทราบดีว่าโลกนี้มันช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อมหาเทพตั้งใจจะล้างโลกจริง พวกท่านทั้งหลายจะต่อสู้ได้ยังไงเล่า รีบๆ ตายกันไปให้หมดโลกแล้วเริ่มต้นใหม่เสียดีกว่า หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงต้องระวังท่านอยู่บ้าน...แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนี่”
ชงหยวนโกรธจนตัวสั่นสะท้าน เขาก้มลงมองเหวินชูที่นอนหลับตาอยู่ในสองแขน รู้สึกกล้ำกลืนเหมือนกลืนของขมเข้าไป ทั้งๆ ที่...ทั้งๆ ที่รับปากปรมาจารย์ศาสตร์กามเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะดูแลเหวินชูอย่างดี แต่สุดท้ายกลับเป็นแบบนี้ไปเสียได้ คิดไม่ถึงเลยว่าหลิ่งซานจะไม่ไว้หน้าเขาถึงเพียงนี้ คิดว่าโลกด้านบนใกล้จะพัง จึงคิดจะทำเช่นไรก็ได้งั้นหรือ
“...คืนชูชูมา”
หลิ่งซานกรีดยิ้มแล้วส่ายหัวไปมา ชงหยวนกัดฟันกรอด รอบกายปรากฏไอควันสีดำลอยคลุ้ง
เหล่าสมุนด้านหลังต่างตื่นตระหนกกันอย่างยิ่ง “ท่านราชา…!”
“หลิ่งซาน อย่าท้าทายข้า!!”
พลันนั้นไอควันสีดำทั้งหลายก็ถูกพลังสายหนึ่งระเบิดออกมา และคนที่อยู่ภายในกลุ่มควันสีดำก็หาใช่เด็กหนุ่มผู้นั้นอีกแล้วไม่ กลับกลายเป็นชายหนุ่มตาดุหน้าคมเข้มผู้หนึ่ง เส้นผมดำยาวราวน้ำหมึกทิ้งตัวดิ่งลงไปตามเสื้อคลุมสีดำทมิฬ แขนขายาวกำยำ ทั่วร่างอบอวลไปด้วยพละกำลังและไอสังหาร มือข้างหนึ่งยังประคองไหล่เหวินชูไว้ ชงหยวนมองตรงไปยังหลิ่งซาน
ชงหยวนขยับริมฝีปากเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “คืนหัวใจเขามา แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
หลิ่งซานกระตุกมุมปากยิ้มมาดร้าย
“...ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ท่านราชา”




-------------------------
อรรถรสหลังอ่าน ʕ•ᴥ•ʔ
-หลิ่งซานโผล่ออกมาในบทที่ 7 นะ เป็นคนชั่วร้ายที่เป็นอีก 1 ในสาเหตุที่ทำให้เผ่าของตงฉวนบ่มสลายด้วย
-ท่อหรรษาด้านหน้านั่นคือเทคนิกที่อันตรายมากนะ เป็นการสอดเข้าไปที่รูฉิ้งฉ่อง ถ้าเสียบไม่ดีเยื่อขาดเป็นแผลได้เลย หรือถ้าแย่หน่อยก็เอาเข้าได้เอาออกไม่ได้ ต้องไปหาหมออย่างเดียว
-ตามตำนานจีนเขาว่าไข่มังกรเหมือนไข่อัญมณีฮะ กลมๆ วิ้งๆ
- ชาวจีนเรียกตำแหน่งพญายมนี้ว่า เหยียนหลัวหวาง และนรกจีนมีทั้งหมด 10 ชั้น ชั้นสุดท้านคือชั้นของพญายม ในนิยายนี้ก็คือชงหยวนพาชูชูไปนรกชั้นที่ 10 เลยทีเดียว เพราะมังกรโลกันตร์ คำว่าโลกันร์คือนรกขุมที่ลงโทษให้วิญญาณไม่ผุดไม่เกิด ในที่นี้มังกรโลกันตร์เป็นสิ่งที่ไรท์อุปโลกน์ขึ้นเองนะ555


มายาวมากกกกก 11 หน้าเอสี่ หกพันกว่าตัวอักษา หากเจอคำผิดจะค่อยๆ แอบกลับมาแก้เด้อ ช่วงนี้ไรท์เรียนหัวหมุนมาก กำลังดิ่งในหัวใจเพราะลงเรียนตัวที่ยากมากๆ อยู่ นึกอยากถอนแต่ไม่ทันแน้ว55555555 เลยได้แต่กัดฟันสู้อย่างเดียว ตามมีตามเกิดไปเลยฮะ เอาน่า คนเราพัฒนากันได้ ไม่ถนัดแต่ก็ต้องเรียนให้ได้นี่เนอะ สู้ๆ ตัวข้า 555555
ตอนต่อไปเป็นการเปิดเผยอดีตของเหวินชูตอนที่มีชีวิตอยู่นั่นเอง และเป็นการเริ่มต้นขมวดปมอย่างจริงจังด้วยล่ะ!
บ๊ายบายน้า <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.082K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4776 bambiim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 22:42
    อหๆๆๆๆๆๆๆ ชูหยวนมาตลอด ตอนนี้เรือสั่นแรงมากค่ะ!!!!
    #4,776
    0
  2. #4764 Siribxx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:11
    โพชงชูค่า 5555555 พอ.เบียวๆกับนอ.สายเอส
    #4,764
    0
  3. #4744 Present (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 18:12
    ชูหยวน หรือว่าหยวนชูดีเอ่ย
    #4,744
    0
  4. #4677 ppkpyw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 22:00
    เท่ชะมัด!!! อะไรไม่รู้แต่ชงหยวนต้องเท่ชะมัดแน่ๆ!!!
    #4,677
    0
  5. #4648 Peed33 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 21:50
    เรือ! เรือ! เรือ! เรือ! ช่วยชูชูให้ได้นะท่านราชา!! แล้วแบบนี้ต้องเรียกเบียวหรอในเมื่อเก่งจริง55 น่าจะเรียกขี้อวดดีกว่ามั้ง
    #4,648
    0
  6. #4639 xiaolu007 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 15:55
    อหที่ท่านน้องเบียวเคยโม้ไว้นี่ก้เป็นจริงๆเหรอ โห
    #4,639
    0
  7. #4611 boombt2603 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:20
    อมก ถ้าฉันเป็นชูชู ฉันจะไม่ทน!!! ความรส ของครึ่งตอนแรก ตลค นี้ไม่ถูกจริตกับฉัน เมื่อไหร่จะจบฉากนี้ น้องง้องแง้งเกินไป ไม่ใช่จริตฉันนนน แต่ครึ่งตอนหลังคือแบบ บะลั่กๆ อุกๆ มากแม่ ช่วยชูชูให้ได้นะลูกกกก
    #4,611
    0
  8. #4530 yyyyobaby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 11:33
    ออหหหหห.หลิ่งซาน เมิงแดกหัวใจของชูชูเลยหรอ กรี๊ดดดดดดด มอหอมอหอ
    #4,530
    0
  9. #4460 iceND02 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 18:05
    มีร่างที่สองจริงด้วย ช่วยน้องให้ได้นะ ท่านประมุข
    #4,460
    0
  10. #4367 Takgy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 00:37
    สรุปคือจูนิเบียวแต่เก่งจริงๆนะ จริงด้วย 555555
    #4,367
    0
  11. #4318 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:51
    เบียวฆ่ามันค่ะ หลิ่งซานนังทัวเด
    #4,318
    0
  12. #4264 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:40
    อมกกกกกก. ชงหยวนคืออออ เซอร์ไพรสมากกกก แง ฆ่ามานนน
    #4,264
    0
  13. #4184 ohjesus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 16:49
    นึกว่าน้องขี้โม้ มีสองร่างจริงด้วย5555555
    #4,184
    0
  14. #4075 mook'yaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 01:07
    ร่างผัวดีมาก แบบ บะลั่กๆๆๆๆๆ
    #4,075
    0
  15. #3958 chalillxx_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 22:30
    เนี้ยคิดไว้เลยตอนน้องบอกมีสองร่างอะ มันจะมีร่างเด็กกวนๆกับร่างผัว อุแงงงงง้
    #3,958
    0
  16. #3592 POPPYON-E (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 15:25
    พึ่บ!พั่บ! สลับโพโดยด่วนค่ะ เอาหัวใจชูชูคืนมานะ คนชั่ว! คุณพี่ชงหยวน จัดการมันน!!
    #3,592
    0
  17. #3444 Yuki101 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 03:43
    เหวินชูใช้ดอกบัวตี น่ารักจังเลยหนูเอ้ย 555
    #3,444
    0
  18. #3267 Krystal wing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 12:07
    มันหล่อจังนายคนนั้น
    #3,267
    0
  19. #2929 reallelarat3 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 09:50
    พะพะพะพี่คะกรี๊ดดดดดด
    #2,929
    0
  20. #2801 After_TeaTime (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:47

    อย่าทำเหวินชูนะ อิสารเลววววว น้องหลิ่งจัดการมันเลยลูกกกกก

    #2,801
    1
    • #2801-1 After_TeaTime(จากตอนที่ 13)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 02:12
      อ้าว พิมชื่อผิด ต้องเป็นน้องชงสิ!!
      #2801-1
  21. #2722 lills (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:36
    กรี๊ดดดด
    #2,722
    0
  22. #2617 witchhound (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 23:37
    เด็กเบียวของจริงวะ ว่าแล้วว่าน่าจะเก่ง 55555
    #2,617
    0
  23. #2441 puenyimm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 21:20
    น้องไม่เบียวหรอตกลง แง้555555555555555
    #2,441
    0
  24. #2424 Drizzleinwinter (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:50
    นางไม่ได้ขี้โม้555555
    #2,424
    0
  25. #2382 reluz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:22
    กี้ดดดด โพไหนๆก็ลงแล้วค่ะงี้!
    #2,382
    0