(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 12 : บทที่ 10 ปากดีขนาดนี้เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,086 ครั้ง
    7 ก.ย. 62


บทที่ 10 ปากดีขนาดนี้เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย

เป็นครั้งแรกที่ซวี่เซิงถูกจับแยกกับเหวินชู บอกไม่ถูกเลยว่าตนรู้สึกอย่างไรดีนอกจากคำว่าเป็นห่วง เป็นห่วง เป็นห่วง! เขาได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนน้ำตา กัดผ้าเช็ดหน้าร้องไห้กระซิกๆ หลังคอเสื้อถูกตงฉวนดึงไว้ไม่ให้เข้าไปหาเหวินชู รู้สึกราวกับตนเป็นผู้ปกครองที่ต้องมองดูลูกหลานไปไกลตาเป็นครั้งแรก
“เจ้าต้องดูแลชูชูของข้าอย่างดีนะรู้หรือไม่ ห้ามให้เขาบาดเจ็บเป็นอันขาด!” ซวี่เซิงพูดย้ำแต่คำนี้มาเป็นสิบรอบกับชงหยวน
ชงหยวนฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวซี่เล็ก ท่านราชาฝ่ายอธรรมสะบัดผ้าคลุมด้วยทีท่าโผงผาง “แน่นอนอยู่แล้ว ผู้ติดตามทุกคนของข้าข้าย่อมดูแลอย่างดี ว่ะฮ่าฮ่า!”
‘ใครเป็นผู้ติดตามกัน’ เหวินชูเขม่นตายืนนิ่งเงียบ มองคนบ้าสองคนลอดแผ่นยันต์สีเหลือง
ซวี่เซิงยังไม่หยุดกล่าว “ชูชู เจ้าเตรียมของมาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ น้ำกับขนมเล่าเอาไปพอหรือเปล่า เอาโดจินข้าไปอ่านเล่นแก้เบื่อด้วยมั้ย เผื่อว่าเจ้าจะคิดถึงอาจารย์...”
ซวี่เซิงทำตาปริบๆ ยื่นปึกกระดาษปึกหนึ่งให้เหวินชู บนนั้นมีรูปคนสองคนยิ้มแย้มกอดกันกลมเหมือนพ่อลูกท่ามกลางดอกไม้สดใส ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและขุนเขา เหวินชูมองปราดเดียวก็ใช้มือปัดทิ้งอย่างรุนแรงจนข้อมือซวี่เซิงแทบปลิว กระดูกลั่นดัง ‘กร็อบ’
“อะไรกันชูชู ข้างในไม่ได้เขียนอะไรไม่ดีเอาไว้เลยนะ เป็นแบบจำลองความผูกพันของพวกเราไง!” ซวี่เซิงทำหน้าน้อยใจ เขารึอุตส่าห์เขียนแนวอบอุ่นไร้ฉากกามทั้งที เหวินชูกลับไม่เหลียวแลเลยแม้แต่น้อย จึงทำได้เพียงยืนลูบข้อมือที่ถูกฟาดป้อยๆ เหงาหงอยเซื่องซึมไปเองตามประสาคนแก่เงียบๆ
ซวี่เซิงกล่าวต่อยืดยาว “นี่เป็นการลงสนามครั้งแรกของเจ้า พวกตำรากับวิชาที่เรียนมาจดจำได้หมดใช่หรือไม่ เชือกเอาไปพอใช่ไหม ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาไม่ต้องสนใจภารกิจนะ กลับขึ้นมาเลย รักษาตัวเองดีๆ นะชูชู ใช่...เจ้าต้องใจเย็นเข้าไว้นะรู้มั้ย ต่อให้รำคาญงุ่นง่านอย่างไรก็ห้ามลงมือ ที่พูดเนี่ยเข้าใจใช่หรือเปล่า ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งอาจารย์นะ”
เหวินชูมองมาเหมือนรำคาญก่อนจะหันหลังเดินหนีเหมือนไม่อยากฟังต่อแล้ว ชงหยวนเห็นเหวินชูเดินไปแล้วก็หันมาโบกมือลาซวี่เซิง กล่าวคำโต “อยู่กับข้าปลอดภัยที่สุดในโลกแล้ว!” ก่อนจะวิ่งตามไปติดๆ ชักดูไม่ออกแล้วว่าใครจะนำทางใครไปนรกกันแน่ระหว่างสองคนนี้
ซวี่เซิงกล้ำกลืนตะโกนเรียกเหวินชูอีกหลายคำ เจ้าครึ่งซอมบี้โชตะแสนเย็นชาก็ไม่ยอมหันกลับมาโบกมือลากันเลยสักนิด
ตงฉวนปล่อยมือที่รั้งคอเสื้อซวี่เซิงลง ถอนหายใจระอา “เจ้าจะห่วงอะไรนักหนา เขารู้ความกว่าเจ้าเยอะ”
“เพราะเจ้านั่นแหละ เดิมทีนี่เป็นภารกิจของข้าแต่เพราะเจ้าวางก้ามบังคับให้ข้าอยู่นี่ ชูชูข้าเลยต้องไปเผชิญอันตรายคนเดียว”
ตงฉวนกลอกตามองไปด้านบน “ขอเสียมารยาทเถอะท่านปรมาจารย์ศาสตร์กาม แต่อย่างเจ้าน่ะลงไปอเวจีมีแต่จะถูกนายนิรยบาลลากเอาตัวไปลงนรกเล่นเปล่าๆ เจ้าสู้พวกมารในอเวจีไม่ได้หรอก แค่บนพิภพเจ้ายังเอาตัวแทบไม่รอด คิดว่าลงไปข้างล่างแล้วเจ้าจะรอดรึไง”
ซวี่เซิงเสตามองตงฉวน แม้จะเจ็บใจแต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเขามันกากด้านการต่อสู้จริงๆ นั่นแหละ
“...ถ้างั้นเจ้าก็ช่วยข้าหน่อยสิ”
“ช่วยอะไรอีก” ตงฉวนผงะเล็กน้อย มองซวี่เซิงไม่ไว้ใจ
“จะตระหนกอะไรนักหนา ข้าจะขอให้เจ้าช่วยสอนวรยุทธ์ข้าต่างหาก ทำไม คิดว่าข้าจะขอให้เจ้าไปแก้ผ้าให้ดูหรือไง”
“ปกติมันก็เป็นอย่างนั้นนี่” ตงฉวนหน้าแดงจัดด้วยความโกรธ “อย่าเพ้อไม่เข้าเรื่อง หน้าที่เจ้าตอนนี้คือค้นคว้าน้ำหยวนหยางของเจ้าซะ อย่าแส่หาเรื่องมาเพิ่มหน่อยเลย ข้าไม่สอน!”
ซวี่เซิงหน้าชาวาบๆ “แล้วจะให้ข้าเป็นไอ้กากแบบนี้ต่อไปเนี่ยนะ!”
ซวี่เซิงยกเท้าเตะตงฉวนที่กำลังจะเดินหนี ตงฉวนก็หันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ทันควัน “หา! ถามมาได้ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นสิวะ เจ้าคิดว่าวรยุทธ์มันฝึกฝนกันง่ายนักหรือ ทำหน้าที่ของเจ้าให้มันดีก่อนเถอะ อย่ามาแส่หาเรื่องใส่ตัวเพิ่ม ตั้งใจค้นคว้าความรู้กามๆ ของเจ้าให้มันได้ประสิทธิผลมากที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อคนในโลกนี้ทุกคน แต่ก็เพื่อหัวเจ้าเองด้วย ก้าวขาออกจากประตูป้อมปราการไปพวกสวรรค์ด้านบนก็จ้องจะกำจัดเจ้าตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำตัวให้มันดีๆ เถอะ เรื่องอื่นช่างมัน อย่าเพิ่งไปคิด”
ตงฉวนไม่คุยเสียสมองกับซวี่เซิงแล้ว เขาใช้กำลังภายในหมุนโคจรไปยังต้นขา พริบตาเดียวก็แวบไปอยู่อีกฝากสุดขอบสายตา ซวี่เซิงวิ่งตามให้ตายอย่างไรก็ไล่ไม่ทันได้แต่กัดฟันกำมือแน่นอย่างโมโห แต่เมื่อสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วไตร่ตรองตามที่ตงฉวนพูดก็นับว่าไม่ผิดนัก แม้คำพูดเจ้าหมีควายจะระคายหูไปหน่อยแต่เขาก็พูดเรื่องจริง เรื่องบางเรื่องต้องค่อยเป็นไปตามขั้นตอนลำดับ แม้จะใจร้อนแค่ไหนก็ต้องใจเย็นเข้าไว้ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะพังครืนลงมาหมด
ซวี่เซิงเข้าใจคำพูดของจูหงเฟยแล้ว ในประโยคที่ว่า ‘ข้าแยกร่างไม่ได้!’ นั่นหมายความเช่นนี้เอง จะให้เขาแบกโลกทั้งใบเองก็กระไรอยู่ จูหงเฟยมีซวี่เซิง ซวี่เซิงเองก็มีชูชู สามคนหัวหมุนช่วยกันทำงาน ซวี่เซิงเองก็ต้องพยายามในเรื่องที่ตัวเองสามารถทำได้ หากเขาต่อสู้ไม่ได้เรื่อง ทางที่ดีก็ควรอยู่ในมุมปลอดภัย ไม่ไปเป็นตัวถ่วงเดือดร้อนใครจะดีกว่า
ส่วนเรื่องฝึกวรยุทธ์นั่นน่าจะอีกนาน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสเลย เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาก็เท่านั้น ซวี่เซิงยกมือขึ้นเกาศีรษะ ก่อนจะหมุนกายกลับไปยังเรือนที่พักของตน แต่ก่อนหน้านั้น...
ซวี่เซิงชะโงกหน้า รั้งตัวนายทหารคนหนึ่งเอาไว้ “นี่ เจ้า”
นายทหารร่างสูงใหญ่ส่งยิ้มซื่อๆ เดินมาหา “มีอะไรให้ช่วยรึขอรับ”
ซวี่เซิงเหลือบซ้ายมองขวา ป้องปากกระซิบ “รู้รึเปล่าว่าท่านแม่ทัพของพวกเจ้าน่ะปกติอาบน้ำที่ไหน”
นายทหารหน้าซื่อตอบอย่างจริงใจ “ปกติในตำหนักท่านแม่ทัพมีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ด้วยขอรับ เลยมักจะชำระล้างร่างกายที่นั่นเป็นส่วนใหญ่ ทำไมหรือขอรับ”
“นี่เป็นเรื่องสำคัญนะ เจ้าช่วยพาข้าไปทีสิ ไปแบบเงียบที่สุด ห้ามให้ใครจับได้เด็ดขาดโดยเฉพาะท่านแม่ทัพ”
สีหน้านายทหารซื่อดูตึงเครียดขึ้นมาทันที “บะ...บ่อน้ำพุร้อนในตำหนักท่านแม่ทัพมีอะไรงั้นหรือขอรับ”
“มีข้อมูลกามที่จำเป็นมากต่อการค้นคว้าของข้า เรื่องนี้สำคัญมากนะ เจ้าห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”
“เข้าใจแล้วขอรับ”
ซวี่เซิงพยักหน้าจริงจัง ขึ้นไปขี่หลังนายทหารผู้นั้นก่อนพูดเสียงเบา “จำไว้นะ พาข้าไปที่บ่อน้ำพุร้อนนั่น แล้วต้องช่วยข้าหาจุดที่สามารถแอบมองเข้าไปในนั้นได้ชัดๆ โดยไม่ให้ใครรู้ตัวด้วยล่ะ เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ!” นายทหารตอบขันแข็ง ดีดฝีเท้าพาท่านปรมาจารย์ศาสตร์กามไปยังบ่อน้ำพุร้อนในตำหนักท่านแม่ทัพ และช่วยหามุมแจ่มๆ ที่สามารถมองส่องเข้าไปข้างในได้อย่างทั่วถึง
ซวี่เซิงฉีกยิ้มจริงใจ “โลกต้องการคนแบบเจ้า”
อันว่าน้ำหยวนหยางคือน้ำทิพย์อันประเสริฐ ซวี่เซิงที่ห่อเหี่ยวในเรื่องอย่างว่าจะให้เค้นออกมาเองก็ไม่มีอารมณ์ คิดไปคิดมาก็คิดได้แค่ว่าร่างกายสีทองแดงแน่นปึ๋งปั๋งของท่านแม่ทัพจ้าวยุทธ์น่าจะช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ได้
จุดๆ นี้กลืนน้ำลายตัวเองลงไปเต็มคอแทบสำลัก สุดท้ายก็ต้องให้ตงฉวนเปลื้องผ้าให้ดูจนได้ ทว่าเพิ่งจะวางมาดไป จะให้บากหน้าไปขอร้องอ้อนวอนว่า ‘ช่วยแก้ผ้าให้ข้าดูเพื่อชัก***หน่อยนะ!’ มันก็ไม่ใช่เรื่อง มีหวังถูกต่อยอัดหน้าจนตาหลุดจากเบ้าพอดี ถึงไม่ตายก็ไม่อยากเสี่ยง แต่การมาแอบถ้ำมองตงฉวนแล้วชักธงมันก็อันตรายพอกัน แต่ทำแบบนี้มันเร้าใจกว่านี่นา
ว่าไปแล้วก็คิดถึงคราวเป็นชาติชายขึ้นมาเลย สักช่วงอายุประมาณ 13-14 ได้มั้ง ช่วงวัยเด็กกำลังอยากรู้อยากเห็นพอดี เขารวมหัวปีนหลังคากับเพื่อนไปส่องดูแม่ม่ายสาวสวยวัย 30 ต้นๆ อาบน้ำ ถึงหล่อนจะคาดผ้าถุง แต่ช่วงกระดูกไหปลาร้าบางกับต้นขาอ่อนนวลเนียนที่โผล่มาวับแววก็เขย่าใจไม่น้อย
จนพออายุประมาณ 21-22 เขาไปลงคอร์สเรียนว่ายน้ำในมหาลัย ได้แอบส่องร่างกายหนุ่มๆ ในห้องเปลี่ยนเสื้อจนตาฉ่ำ ซ้ำยังสามารถฉกหนุ่มน่ารักปีหนึ่งตัวขาวๆ นุ่มๆ มากินได้อีกด้วย ยิ่งเวลาเดินผ่านห้องล้างตัวที่มีแค่ม่านใสบางๆ กั้น สามารถมองเห็นเรือนร่างของคนที่อยู่หลังม่านได้แบบเลือนราง บอกเลยว่าสุดยอด...
...ว่าไปเรานี่ก็โรคจิตใช้ได้เลยนะเนี่ย

เหวินชูหายไปวันนี้เข้าวันที่สามแล้ว
ซวี่เซิงเองก็ทนเหงาไม่ไหวแล้ว เบื้องหน้าเขาเต็มไปด้วยกองตำรา หนังสือ รูปโป๊ กับต้นสมุนไพรแปลกประหลาดกลิ่นฉุนกึก หมกตัวอยู่แต่ในห้องหน้าโต๊ะไม่ได้ขยับไปไหนเลยจึงห่อเหี่ยวไปหมดทั้งตัว แต่ความจริงคือเพิ่งถูกตงฉวนจับได้ว่าแอบมองตอนอาบน้ำไปเมื่อวันก่อน โดนแรงหมีควายทุบศีรษะมาหัวแทบแบะ แล้วก็โดนท่านแม่ทัพจ้าวยุทธ์สั่งกักบริเวณอีกด้วย
ตอนแรกซวี่เซิงคิดว่าตงฉวนจะจับได้ทันทีเสียอีก เพราะอีกฝ่ายฝึกวรยุทธ์มา คิดว่าถ้ามีใครอยู่ใกล้ๆ จะรับรู้ได้ทันที ที่ไหนได้ตงฉวนพออาบน้ำกลับมีสมาธิแค่อาบน้ำ ขัดถูเนื้อตัวอย่างละเอียดรอบคอบ แทบจะทุกซอกทุกมุม เหมือนจะเป็นคนรักความสะอาดมากกว่าที่คิด เวลาที่ใช้อาบน้ำจึงนานตาม ซวี่เซิงที่หลบอยู่อีกฝั่งของกำแพงไม้ที่ถูกเจาะเป็นรูเล็กๆ เลยได้เห็นทุกอย่างไปด้วย ทั้งร่องสะโพกหรือง่ามขาอ่อนเองก็เป็นสีแดงอมชมพูระเรื่อน่ารักเชียว กระทั่งหย่อมขนลับสีขาวที่ขึ้นเป็นขนอ่อนจนมาถึงใต้สะดือก็เป็นระเบียบ ไม่รุงรังเลยนะแม้แต่น้อย แต่ที่ชอบใจที่สุดก็คือเวลาที่ห่วงเงินตรงยอดอกส่องกระทบกับแสงจนมันเกิดประกายวิ้งๆ นั่นแหละที่อีโรติกสุดยอด โดยเฉพาะตอนตงฉวนใช้มือลูบไล้ร่างแล้วปลายนิ้วปัดผ่านยอดอกจนมันชูชันขึ้นมาตามธรรมชาติเองก็วิวดีสุดยอดไปเลย วู้ว
แต่อย่างไรความก็แตกอยู่ดี แม้ที่ทำไปเพราะจะเอาน้ำหยวนหยาง แต่ตงฉวนก็เอาง้าวมังกรเขียวไล่ฟันซวี่เซิงตัวแทบขาดอยู่ดี
โชคดีที่ถึงตงฉวนจะโมโหแทบคลั่ง ก็ยังแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับส่วนรวมออกจากกันได้ หากซวี่เซิงอยากได้ผีดิบ เนื้อชิ้นมาทดลอง หรือสมุนไพรแปลกๆ จากข้างนอกก็จะไปหามาให้ แต่พอโยนของมากองให้เสร็จแล้วก็จะหายวับไปเลยไม่โผล่มาอีก
ซวี่เซิงเองก็ได้แต่เกาหัว เขาลองเปิดตำราศึกษาสมุนไพรไปพลาง สกัดน้ำเลือดน้ำหนองจากชิ้นเนื้อของผีดิบ แล้วก็หยดน้ำหยวนหยางของตนลงไปด้วย สิ่งที่เขาพบก็คือการที่เห็นน้ำหยวนหยางแทรกซึมเข้าไปในเลือดของผีดิบ ชั่วขณะนั้นน้ำเลือดสีดำค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเล็กน้อย แต่พอผ่านไปประมาณแปดเค่อก็จะค่อยๆ กลับเป็นสีดำเหมือนเดิม
ซวี่เซิงกางม้วนคัมภีร์ ค่อยๆ เขียนข้อสันนิษฐานของตนลงไล่เรียงกันมาเรื่อยๆ
ที่แน่ๆ หัวใจตัวหลักของการทำลองนี้คือน้ำหยวนหยางแน่นอน การที่เลือดสีดำเปลี่ยนเป็นสีแดงก็น่าจะหมายถึงการที่น้ำเข้าไปทำปฏิกิริยากับตัวเชื้อในเลือดของซอมบี้ หากต่อสู้ในระหว่างที่เลือดยังเป็นสีแดงอยู่ ต่อให้ถูกกัดก็ไม่น่าจะกลายพันธุ์
แต่ในตอนนั้นที่ตงฉวนกินเข้าไป ตอนนี้วัคซีนนั่นจะยังอยู่ในร่างหรือไม่ซวี่เซิงก็ไม่แน่ใจ ไอ้ครั้งจะลองให้เขาโดนซอมบี้กัดอีกสักทีเพื่อดูมันก็ไม่ค่อยดีเสียด้วย เช่นนั้นเขาควรหาอะไรมาทดลองใช่หรือไม่ แต่สิ่งมีชีวิตมาทดลองก็น่าสงสารไม่น้อย เขายังไม่อยากกลายเป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งในหนังซอมบี้ที่ทดลองทุกอย่างไม่เลือกหน้าหรอกนะ
ซวี่เซิงจึงแก้ปัญหาข้อนี้ด้วยการใช้ต้นกาบหอยแครง ต้นไม้กินแมลงต้นจิ๋วที่ดูจะเป็นมิตรที่สุดในตอนนี้ ซวี่เซิงเอาชิ้นเนื้อผีดิบให้ต้นไม้กิน ก่อนจะนั่งๆ นอนๆ รอดูปฏิกิริยาของมัน พบว่าต้นกาบหอยแครงค่อยๆ เปลี่ยนใบจากสีเขียวสดเป็นสีเขียวดำคล้ำ
ซวี่เซิงหัวหมุนอยู่กับการหยอดน้ำปุ๊กปิ๊กของตนจนร่างจะเหี่ยวเฉาตาย เพราะนอกจากจะต้องเค้นให้มันสดใหม่ได้เวลาเหมาะสมแล้ว สีของน้ำเองก็มีส่วนเช่นกัน
ขาวๆ ข้นๆ จะทำปฏิกิริยาได้ดีกว่าใสๆ ซวี่เซิงลองเอาน้ำมาผสมกับสมุนไพรแปลกๆ ที่ตงฉวนให้มา ก่อนจะพบว่ามีตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมือนแร่เย็น พอเอามาแช่ใส่ในน้ำแล้วช่วยเก็บรักษาได้ดีทีเดียว
แต่พอเข้าวันที่สี่ ซวี่เซิงก็หมดน้ำข้าวต้มแล้ว เขาทนอุดอู้อยู่แต่ในนี้ไม่ไหวอีกต่อไป บันทึกการทดลองยาวเหยียดเป็นหางว่าว แต่ต่อให้อยากทดลองต่อน้ำที่ใช้มันก็ไม่ออกมาแล้วโว้ย
ซวี่เซิงเดินหัวหมุนไปยังประตูทางออก ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ก็หันมาส่งยิ้มแย้มให้เขา “ท่านปรมาจารย์ สวัสดียามบ่ายขอรับ”
“ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย นายพวกเจ้าคงไม่มาฟันหัวข้านะ”
“อ๋อ...เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกขอรับ เหมือนว่าท่านแม่ทัพจะหายโกรธแล้วล่ะ”
ซวี่เซิงดึงเสื้อคลุมสีแดงมาสวม ก่อนจะก้าวเดินออกไปเที่ยวในตัวเมืองสักหน่อย
เหวินชูยังคงไม่กลับมา ไม่รู้ว่าในอเวจีเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง ซวี่เซิงอดนึกเป็นห่วงไม่ได้ เพราะไม่รู้จะฝากความหวังไว้กับเจ้าเด็กจูนิเบียวนั่นได้มากน้อยแค่ไหน แค่คิดก็รู้สึกเครียดไปหมด แต่จากตอนที่เห็นชงหยวนต่อสู้กับจ้าวฝูหมิงตอนถล่มตำหนักเก่าเขา ก็พอบอกได้ว่าฝีมือเจ้าเด็กเบียวแข็งแกร่งใช่ย่อย ก็ได้แต่หวังว่าคนพูดมากเช่นนั้นจะเอาเนื้อคำที่มีอยู่น้อยนิดเวลาคุยโวมามีความจริงสักส่วนล่ะนะ
ซวี่เซิงเดินมาจนถึงครึ่งทางก็ไม่รู้จะไปไหน เลยตัดสินใจไปเยือนร้านหนังสือเช่า ก็บังเอิญได้พบกับสองสาวอวิ้นเหมยและหรงฟางอีกครั้ง
แม่นางน้อยน่ารักในชุดขาวทั้งสองคนยังคงแย้มยิ้มเบิกบาน “ท่านซวี่นี่นา ไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ”
“ช่วงนี้ข้ากำลังทดลองยาที่สกัดเชื้อแพร่พันธุ์ของผีดิบมาสู่มนุษย์อยู่น่ะ นี่ข้าก็เพิ่งได้ก้าวออกมาดูเดือดดูตะวันเอง ได้พบแม่นางน่ารักทั้งสองเช่นนี้ ถือว่าการออกมาครั้งนี้ไม่เสียเปล่าแล้ว” ซวี่เซิงยิ้มหวานจ๋อย สาวน้อยทั้งสองก็หัวเราะคิกคัก
“ท่านซวี่นี่พูดจาแตกต่างจากบุรุษคนอื่นที่พวกข้าพานพบเสมอเลยนะเจ้าคะ” หรงฟางเอ่ย
“นั่นสิเจ้าคะ ปรมาจารย์พูดจาแนวๆ นี้กันทุกคนเลยหรือไม่เจ้าคะ”
สาวน้อยทั้งสองถามมาด้วยแววตาใสซื่อ ซวี่เซิงได้แต่แอบหัวเราะแห้งในใจกับความตายด้านทางด้านนี้ของคนบนโลกนี้ “ลักษณะการพูดเช่นนี้เรียกว่าพูดปลา”
“พูดปลา...?”
“พูดปลาหรือซัวหวีเป็นสำนวนจีน อารมณ์มันก็จะประมาณที่ข้าพูดนั่นแหละ หวานหูน่าฟัง บุรุษมักจะพูดปลากับหญิงสาวน่ารักๆ ที่พวกเขาชอบ”
สาวๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พากันตาโตยิ้มกว้าง “พวกข้าเองก็ชอบท่านซวี่เหมือนกันเจ้าค่ะ”
ไม่ได้หมายถึงแบบน้าน...
แต่ก็ช่างเถิด เรื่องนี้ยังอีกยาวไกล อธิบายไปก็งงเปล่าๆ ซวี่เซิงจึงหยุดเพียงแค่นั้น หรงฟางเอ่ยถาม “ท่านซวี่มาร้านหนังสือเช่า หรือนิยายของอาจารย์เหมยลี่ที่ยืมไปคราวก่อนอ่านจบหมดแล้วเจ้าคะ”
“อืม อ่านจบหมดแล้วล่ะ”
ซวี่เซิงนำมันมาอ่านตอนที่รอผลการทดลองออกมา ซึ่งแต่ละครั้งก็กินเวลาพอสมควร และเพราะเขาไม่ต้องหลับต้องนอนก็ได้เลยกลายเป็นว่าสามารถอ่านนวนิยายนั่นได้ตลอด 12 ชั่วยาม ไม่มีเบรกไม่มีพักกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งชัดว่านั่นน่ะเป็นนิยายรัก มันคือนิยายรัก เหตุใดใครต่อใครถึงได้คิดว่ามันคือมิตรภาพอันแน่นแฟ้น แน่นแฟ้นบ้านไหนกัน ไม่มีเพื่อนสนิทชายที่ไหนช่วยเพื่อนสนิทหญิงอาบน้ำหรือนอนกอดกกกันตอนหิมะตกหรอกโว้ยยย
“เช่นนั้นแปลว่าท่านซวี่อ่านไปถึงบทที่หมิงเซียนกับเยว่เทียนหลางไปขโมยสมบัติที่ใต้สุสานแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” อวิ้นเหมยเอ่ยถาม
“อ๋อ...บทนั้นคือตอนล่าสุดใช่ไหม” ซวี่เซิงเบิกตาเล็กน้อย
หรงฟางกล่าว “ใช่เจ้าค่ะ แต่ยังไม่มีคัดลอกเป็นรวมเล่มนะเจ้าคะ...แต่พวกข้ามีเป็นตอนย่อยตอนนั้นโดยเฉพาะ บทนี้ตื่นเต้นเร้าใจมากเลยเจ้าค่ะ ตัวร้ายที่ออกมาตัวใหม่เขียนได้มีมิติมากๆ ท่านซวี่สนใจจะยืมอ่านต่อไหมเจ้าคะ”
ซวี่เซิงเห็นว่ามิได้เสียหายอันใดจึงรับสมุดตอนย่อยนั้นมา ก่อนจะสนทนากับพวกนางอีกครู่หนึ่งค่อยแยกย้ายกันไป
ซวี่เซิงไปนั่งขี้เกียจอยู่ตรงศาลาริมน้ำ ระหว่างที่เปิดอ่านไปด้วย ปล่อยให้ลมเย็นๆ พัดปอยเส้นผม บรรยากาศผ่อนคลายเป็นใจให้พักผ่อนยิ่งนัก
“อืม...บทนี้เจ้าเยว่เทียนหลางก็ยังเท่สินะ” ซวี่เซิงกวาดตาอ่านไปเรื่อยๆ มองดูพระเอกในนิยายโชว์เทพเพื่อปกป้องนางเอกแสนบอบบางจากน้ำมือของตัวร้ายที่โผล่ขึ้นมาใหม่
ตัวร้ายคราวนี้นามว่าซ่งจงซวี่ เป็นเหมือนราชาแห่งวิญญาณร้ายที่อยู่เฝ้าสุสาน ถูกความแค้นปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลร่วมร้อยปี อีท่าไหนไม่รู้ จู่ๆ ก็ถูกใจหมิงเซียนนางเอก ฉุดลากนางไปขังไว้ในปราสาทสุสานใต้ดินที่มีอสูรกายร้ายเฝ้าไว้...
“...”
ซ่งจงซวี่ชั่วช้าเลวทราม บีบบังคับให้หมิงเซียนเปลื้องผ้าต่อหน้าตน เพื่อเชยชมร่างกายที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและเลือดเนื้อที่ยังมีชีวิตอยู่จนเต็มอิ่ม แถมยังบังคับให้นางกิน ‘น้ำอะไรสักอย่าง’ จากตัวของเขาเอง เพื่อหวังจะให้หมิงเซียนเป็นพวกเดียวกันแล้วอยู่กับตนตลอดไป แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะสุดท้ายเยว่เทียนหลางก็บุกมาช่วยหมิงเซียนไว้ได้พอดี
หากเป็นพล็อตปกติแบบนี้จะต้องเข้าโหมดตัวร้ายตามรักคนมีเจ้าของ ซวี่เซิงเองก็คิดแบบนี้ แต่ทว่าเรื่องที่เขียนนั่นมันออกจะคุ้นๆ ไปหน่อยหรือไม่
ที่สำคัญคือตัวร้ายตัวใหม่ที่ชื่อ ‘ซ่งจงซวี่’ นั่น มันไม่ดูคล้ายกับชื่อซวี่เซิงมากไปหน่อยเรอะ!
ซวี่เซิงอ่านจบบทนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนหัวจะแตก เขาพลิกหน้ากลับไปดูชื่อคนเขียน รู้สึกข้องใจขึ้นทุกทีว่าเหมยลี่เป็นใครกันแน่
เหมยลี่นี่มองอย่างไรก็ชื่อผู้หญิงชัดๆ ซ้ำยังเขียนนิยายรายตอนออกมาได้ไหลลื่นขนาดนี้คงเป็นหญิงสาวละเอียดอ่อนที่ชอบจินตนาการเป็นแน่ เรื่องที่เขียนเอง มองอย่างไรก็เป็นความรักเพ้อๆ นางเอกบอบบางกับพระเอกหล่อๆ ที่อยู่ใกล้ชิดคอยช่วยเหลือกันตามสถานที่ต่างๆ นางเอกเจออุปสรรค พระเอกโผล่มาช่วย แม้จะวนๆ ซ้ำๆ เช่นนี้ก็ยังน่าติดตามด้วยบริบทสถานที่ใหม่ๆ สามารถเขียนนิยายที่มีตัวเอกสองคนที่ใกล้ชิดกันได้ยืดยาวทั้งที่ในโลกนี้เด็กไม่เกิด นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว...แต่บทล่าสุดนี่มันเหมือนกับตอนที่ซวี่เซิงถูกอสูรกายทรายดูดดูดลงดินไปเลยนี่นา แล้วตงฉวนก็เป็นคนตามลงไปช่วย...
ใบหน้าโหดๆ ขี้โมโหของตงฉวนลอยมา ซวี่เซิงจับใต้คางคิด หรือตงฉวนจะรู้จักกับเหมยลี่ แล้วเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้นางฟังหรือเปล่า มีสิทธิ์เป็นไปได้ หรืออีกทางหนึ่งก็แค่เรื่องบังเอิญ
แต่เรื่องบังเอิญนั้นซวี่เซิงไม่เชื่อว่าจะมีจริงในโลก เขาก้มลงมองชื่อเหมยลี่อีกครั้ง นัยน์ดวงตาคละสีปรากฏแววสนใจ
ในโลกที่สิ้นหวังเรื่องอัตราการเกิดเช่นนี้ยังสามารถเขียนเรื่องแบบนี้ออกมาได้ จะเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานขนาดไหนกันนะ
“...อยากรู้จักชะมัดเลย”


-----
อรรถรสหลังอ่าน ʕ•ᴥ•ʔ
-พูดปลาคือสำนวนจีน ปลาถูกใช้ในสัญญะตัวแทนของเพศหญิง การพูดปลาจึงเป็นการพูดทำนองพลอดรักนั่นเอง

บทต่อไปเราจะตัดไปหาชูชูกันแล้วววววว แม้ในบทนี้จะเรื่อยเปื่อยสโลไลฟ์ แต่ขอส้มป่อยเลยว่าในอีกด้านหนึ่งนั้นบู๊แหลกมาก ชูชูจะเป็นอย่างไร จะเอาไข่มังกรกลับมาได้หรือไม่ บทต่อไปจะกล่าวถึงจูหงเฟยที่อยู่บนสวรรค์ด้วยว่ามีอะไรคืบหน้าบ้างมั้ย ฝากติดตามด้วยนะะะะะะ
ลุงยังคงเป็นนายเอกที่ไรท์ได้แต่อุทานอย่างหยาบคายในใจอยู่เสมอว่า ลุงโว้ยยยยยยยยย------เหมือนลุงได้ละทิ้งตัวตนของเคะไปหมดเเล้ว ต้องเท้าความอีกทีนึงว่าลุงเป็นไบที่ได้ทั้งหญิงทั้งชาย เพราะฉะนั้นจึงทั้งกะล่อน ทั้งหื่น แถมยังกวนเท้าชาวบ้านจนโดนต่อยตาปูดได้บ่อยๆ เหมือนชายปกติ ได้แต่คิดว่าให้ตายเถอะ ทำไมลุงเป็นคนแบบนี้ฟะเนี่ย5555555555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.086K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4772 Fukii03 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 12:48
    สรุปคือพ่อพระเอกหรอ ใช้นามปากกาหวานมาก น้องเหมยลี่5555555555
    #4,772
    0
  2. #4743 Present (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 04:56
    เหมยลี่เป็นไปได้ว่ากลุดมาจากโลกปัจจุบันแน่เลย
    #4,743
    0
  3. #4676 ppkpyw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 19:55
    อ่านจบตอนนี้ก็ขอกราบและแสดงความนับถือไรท์สักที
    #4,676
    0
  4. #4662 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:20
    พระเอกสินะ55555555
    #4,662
    0
  5. #4647 Peed33 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 21:28
    โอ้ยยย พระเอกเป็นฉาวผู้อ่อนหวานคร่ะ55555555 ขำมากแม่จ๋า หนูไปไหวแล้ว หนูสำลึกขำ555
    #4,647
    0
  6. #4529 yyyyobaby (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 10:57
    เหมยลี่เป็นคนอ่อนหวาน 55555555555555555 ขำสำลัก
    #4,529
    0
  7. #4317 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:31
    ตงหยวนคือนักเขียนเหม่ยลี่แน่นวนค่ะ แต่งนิยายเก่งนะเราอะ
    #4,317
    0
  8. #4263 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:37
    โอ้ยยย 555555 พระเอกคือได้มาก แค้นมาก เอาลุงมาแต่งนิยายเลย55555 ฮือ ลุงต้องรอด
    #4,263
    0
  9. #3266 Krystal wing (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 22:45
    ตงหยวน=เหมยลี่!!?
    #3,266
    0
  10. #2800 After_TeaTime (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:57
    ท่านแม่ทัพ ท่านแค้นขนาดเอาชื่อมาแต่งเป็นตัวร้ายในนิยายเลยหรือ5555555 เป็นเรื่องที่อยากรอให้อัพจบแล้วค่อยมาอ่านเพราะกลัวค้างมาก แต่ไม่ไหว สนุกจนหยุดอ่านไม่ได้ แม่จ๋าาา
    #2,800
    0
  11. #2721 lills (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 21:00
    55555555555เนี่ยลุงอ่านทีเดียวก็นึกถึงตาหมีละ
    #2,721
    0
  12. #2642 MOOK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 14:04

    เป็นลุงที่มีมิติมากค่ะ 5555555555

    #2,642
    0
  13. #2389 Apoptosis (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 14:36
    555555555555 สรุปยังไงเนี่ยยยยน แต่เราแอบเชียร์ศิษย์น้อยให้กดราชาปีศาจไปจริงๆนะเนี่ยยย 5555555
    #2,389
    0
  14. #2380 reluz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 13:02
    เหมยลี่น่าจะแค้น555555
    #2,380
    0
  15. #1111 Mira // Dream (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:29
    โอ๊ยๆๆๆๆ ตงฉวน=เหมยลี่

    นี่เพิ่งมาเอะใจ

    เพราะจำได้ว่าตอนแนะนำตัวละคร

    พี่ตงเขามีงานอดิเรกเขียนนิยาย

    แกร๊ๆๆๆๆๆ

    ตกลง

    พี่เมะ

    หรือ

    เคะ

    เนี่ย!!!!!!
    #1,111
    0
  16. #1047 Peach9 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:01
    ขำจนจะบ้าตายอยู่แล้วโว้ยยยย555555
    #1,047
    0
  17. #856 nownew (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 07:11
    ขำความลุงจริงๆค่ะ ลุงโว้ยยยย 5555555 /น้องเหมยลี่ตั้งชื่อไม่เนียนเลยน้าา เขารู้กันหมดละ
    #856
    0
  18. #761 Jeff69 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 03:10
    เคะลุงๆที่หาได้ยาก ขำ555555
    #761
    0
  19. #760 super-error (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 23:23
    ไล่ทุกคนไปอ่านแนะนำตัวละครใหม่​ ไม่ต้องเดากันละจ้า 55555
    #760
    0
  20. #759 Devil strawberry (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 16:43
    งานอดิเรกของพระเอกเราชัวร์
    #759
    0
  21. #758 9minx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 16:23
    เดาว่าตงฉวนอาจจะเป็นเหมยลี่

    แต่ว่าชอบตอนอีตาลุงเต๊าะสาวน้อยจัง555555 น้องหนูคือใสซื่อ
    #758
    0
  22. #757 Table Tennis (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 12:04
    ท่านแม่ทัพคือเหมยลี่แน่นอน55555555
    #757
    1
    • #757-1 super-error(จากตอนที่ 12)
      4 กันยายน 2562 / 23:22
      เฉลยตั้งแต่แนะนำตัวละครละนะเธอออ​ 555
      #757-1
  23. #756 nansa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 08:31
    ตงฉวนคือเหมยลี่ !!!
    #756
    0
  24. #755 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 01:27
    รอช็อตสวีทของสองคนนั้นค่ะ----
    เอ้ย ไม่ใช่ ต้องพูดว่ารอฉากบู๊สิเนอะ---
    #755
    0
  25. #754 Iovely39 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 22:04
    ท่านแม่ทัพพพพ หนูลูกแต่งนิยายน่าเอ็นดูมาก5555 เหมยลี่คือแม่ทัพนะคะดูออกเขียนไว้ในแนะนำตัวละคร5555
    #754
    0