(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 11 : บทที่ 9 มองบ่อยๆ น่าอร่อยนะรู้เปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,229 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

 

บทที่ 9 มองบ่อยๆ น่าอร่อยนะรู้เปล่า

 

“ราชาชงหยวนมาเยือนที่นี่รึ” ตงฉวนยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีขาวที่ปรกหน้าผาก หลังจากขัดล้างตัวพร้อมแช่ในน้ำพุร้อนเป็นเวลานานจนมั่นใจว่าทุกซอกทุกมุมในร่างกายไม่มีคราบสกปรกอีกแล้วก็หยัดกายลุกเต็มความสูง ก้าวเดินด้วยร่างเปลือยเปล่าขึ้นมาจากบ่อ ไอน้ำสีขาวราวกับม่านหมอกกั้นขั้นร่างไว้บางๆ ผิวสีเข้มชุ่มชื้นมีหยดน้ำเกราะพราว ไหลหยดไปตามกล้ามหน้าอกและร่องของกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนสวยงาม

แม่ทัพฝ่ายขวาหรงเซี่ยกับเหล่าทหารใต้บัญชาที่รอรับใช้ท่านแม่ทัพอยู่ออกอาการอยู่ไม่สุขอย่างเห็นได้ชัด หากเป็นก่อนที่จะได้เห็นโดจินสยิวกิ้วนั่น พวกเขาคงสามารถมองตงฉวนเปลื้องผ้าเดินอาดๆ ได้อย่างไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่ตอนนี้กลับสลัดภาพในโดจินออกไปไม่ได้เลย เลยเอาแต่เหล่ตงฉวนที่เดินมาคว้าผ้าฝ้ายเช็ดศีรษะกันเงียบกริบ พลางมีความคิดแปลกประหลาดผุดขึ้นมาไม่หยุด ไม่รู้ทำไมถึงหยุดเอาท่านแม่ทัพในโดจินมาซ้อนกับตัวจริงไม่ได้นะ

ท่านแม่ทัพเร่าร้อนมาก

ท่านแม่ทัพอึดทนพลังม้า

ท่านแม่ทัพดุดันสามวันสามคืนกับสาวงามสามสิบคน!’

“เฮ้ย! ข้าถามว่าชงหยวนมาที่นี่เหรอ เป็นอะไรกัน เหตุใดพากันเงียบอย่างนี้!

“อะ เอ่อ มาขอรับ เหมือนจะมารอก่อนเกือบวันหนึ่ง มาเพื่อพบกับท่านปรมาจารย์...” หรงเซี่ยกล่าวอึกอัก ในหัวยังสลัดภาพท่านแม่ทัพคว้าสะโพกสาวงามมาฟาดผัวะๆ ไม่ได้

ตงฉวนยังคงยืนท้าลมด้วยร่างเปลือยอย่างมาดแมน เพียงแค่พาดผ้าเช็ดตัวไว้บนบ่ากว้าง ไม่ได้รู้สึกเขินอายเก้อกระดากอันใดกับพี่น้องร่วมสนามรบที่ผ่านความเป็นความตายกันมานานอยู่แล้ว

“อ้อ เช่นนั้นก็ไปเชิญเขามา เชิญเจ้าโรคจิตมาด้วย” ตงฉวนเอ่ยขอไปที หมุนตัวไปยังประตูก่อนจะเปิดพรวดออกไป หรงเซี่ยที่กำลังจะกล่าวว่าพวกเขามาแล้วก็ได้แต่จุกอยู่ในลำคอ

ผลจึงกลายเป็นว่าตงฉวนที่พอเลื่อนประตูเปิดปุ๊บก็ปะฉะดะเข้ากับซวี่เซิงปั๊บ ซวี่เซิงกำลังฉุดรั้งเหวินชูที่จะไปจัดการชงหยวนด้วยความรำคาญ ส่วนชงหยวนก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำเหวินชูเหม็นหน้าเข้าแล้วยังนั่งพล่ามอะไรก็ไม่รู้อยู่ท่าทางไม่หยุดง่าย พอตงฉวนเลื่อนประตูเปิดพรวดเข้าไปทั้งหมดก็เงียบกริบทันที

จิวเมี่ยวยังยืนละล้าละลังไม่กล้าเข้าไปห้าม เห็นท่านแม่ทัพมาแล้วก็คลี่ยิ้มโล่งใจ แน่นอนว่าชายหนุ่มที่เหมือนพระวัดเส้าหลินผู้นี้ก็ได้มองข้ามร่างโป๊เปลือยของตงฉวนไปแล้ว  “ท่านมาแล้ว อา ดีจังเลย มาช่วยเกลี้ยกล่อมทีขอรับ คือว่า...”

ตงฉวนผงะ ไม่ได้ฟังสิ่งที่จิวเมี่ยวเอ่ยเลยแม้แต่น้อย สายตาเขาสบเข้ากับซวี่เซิงอย่างจัง แก้ผ้าต่อหน้าใครก็ไม่รู้สึกเสียหน้าเท่ากับแก้ต่อหน้าซวี่เซิงอีกแล้ว

เวลาเหมือนจะหยุดหมุนในวินาทีนั้น ซวี่เซิงทำหน้าตะลึง ปากอ้าค้างหน่อยๆ กวาดตามองไล่ระดับลงไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงพญามังกรกลางกายที่มีสีม่วงอมแดง ขนาดนอนอุตุอยู่ยังเหยียดโค้งยิ่งใหญ่ เส้นเลือดที่ขึ้นประปรายนั่นให้ความรู้สึกดุดันไม่น้อย ขนเพชรเป็นหย่อมหญ้าสีขาวเหมือนกับสีเส้นผม ดูแล้วอย่างกับป่าในเมืองลับแล ซวี่เซิงเอ่ยทึ่มทื่อ “ชื่อตงฉวน...ตรงแต่เอียงซ้าย ถนัดซ้ายเหรอเรา”

ขวับ! ทุกคนหันกลับไปมองตงฉวนเป็นตาเดียว ตงฉวนหน้าแดงซ่าน รู้สึกราวกับความบริสุทธิ์ที่สั่งสมมาถูกปีศาจลามกทำเสื่อมเสียไปหมดแล้ว ไม่ต้องมีใครดีดระฆังก็วางมวยทันที เขาพุ่งพรวดเข้าไปบีบคอซวี่เซิง “ข้าจะฆ่าเจ้า!

“อ่อก!” ซวี่เซิงหงายหลังเงิบ

ตายซะเถอะไอ้คนหลอกลวง!’ เหวินชูที่พอเป็นอิสระปุ๊บก็พุ่งเข้าไปหาชงหยวนทันที สายตาเดือดดาลเคียดแค้น

เรื่องนี้ต้องย้อนไปก่อนหน้านี้ประมาณสองเค่อก่อน ชงหยวนที่เหมือนจะถูกใจเหวินชูที่พูดไม่ได้จึงเอาแต่พล่ามเรื่องตัวเองไม่หยุด ส่วนเหวินชูที่เห็นนั่งนิ่งนั้นความจริงไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าชงหยวนกำลังอวดอะไรอยู่ จนกระทั่งพวกเขาจะมาพบตงฉวนด้วยกัน จึงให้ทหารที่เฝ้าหน้าเรือนไปเรียกจิวเมี่ยวมานำทางให้

ระหว่างนั้นก็เหมือนทุกอย่างจะสงบดี หรงเซี่ยกล่าวว่าท่านแม่ทัพยังอาบน้ำไม่เสร็จพวกเขาเลยต้องนั่งรอกันต่อ เหวินชูนั้นสามารถนั่งนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งได้ไม่มีปัญหา แต่เพราะนั่งรอนานเกินไปชงหยวนเลยเริ่มเบื่อก็เริ่มเข้าไปกวนเหวินชู

ซวี่เซิงปล่อยผ่านไป คิดว่าที่ชงหยวนเข้าหาเหวินชูเพราะถูกใจที่เหวินชูพูดไม่ได้เลยไม่สามารถพูดขัดเขาเหมือนที่ลูกน้องคนอื่นหรือซวี่เซิงขัดได้ ซ้ำมองจากภายนอก อายุของทั้งสองก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ด้วย ชงหยวนจะอยากหาเพื่อนก็ไม่แปลก....แต่นั่นไม่สมควรเป็นซอมบี้โชตะสาย S ของเขานี่...

ชงหยวนจ้อไม่หยุด ซวี่เซิงก็ได้แต่เหลือบมองหน้าศิษย์น้อย ส่งสายตาขอร้องให้ใจร่มๆ เข้าไว้ อย่าเพิ่งรำคาญแล้วจับท่านราชามัดเป็นบ๊ะจ่าง โชคดีที่เหวินชูเองก็รู้ความ เขาเลยทำหูดับ ไม่สนใจ ไม่มอง ไม่เหลียวแลชงหยวน ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ แต่ตบะศิษย์น้อยมาแตกเอาก็ตอนที่ชงหยวนเอ่ยอวดว่า “เจ้ารู้รึเปล่า วิชาปลอมตัวของข้าน่ะแนบเนียบสุดๆ ไปเลย!

ซวี่เซิงได้แต่คิดว่าฉิบหายแล้ว กำลังจะเอ่ยปากชวนท่านราชาไปเดินเล่นด้วยกัน ชงหยวนก็งัดเอาหน้ากากหนังมนุษย์ออกมาสวมอวดเรียบร้อย พร้อมเอ่ยว่า “เป็นไง น่ารักใช่มั้ยล่ะ”

ดวงตากลมโตของเหวินชูค่อยๆ เบิกกว้าง ซวี่เซิงกรีดร้องในลำคอ โผเข้าไปเกาะเอวเหวินชูอย่างรวดเร็ว “ชูชู อย่านะ!

แล้วก็เป็นสภาพอย่างที่เห็น แต่ตอนนี้กลับวุ่นวายเป็นเท่าทวี เพราะนอกจากเหวินชูแล้วยังมีตงฉวนเข้าร่วมตะลุมบอน คู่ใครคู่มันวุ่นวายไปหมดแล้ว

“ตาย ตายซะเถอะ เจ้าผีดิบหน้าไม่อาย!” ตงฉวนเอ่ยเสียงเลืองลั่น บีบคอซวี่เซิงแล้วเขย่าไม่หยุด

ซวี่เซิงรู้สึกแค่ว่าสมองกำลังจะพลิกกลับด้าน เอ่ยเสียงงุ่มง่าม “ก็แค่เอียงซ้าย! ใครๆ ก็เอียงได้ ขนาดข้ายังเหมือนแตงกวาสวมหมวกเลย...ชูชูอย่าทำชงหยวน เขาเป็นราชา แข็งใจไว้!

ชงหยวนร้องเหวอ ไม่เข้าใจว่าทำไมผีดิบน้อยที่นั่งฟังตัวเองพล่ามอย่างเรียบร้อยมานานจะลุกขึ้นงักเชือกออกมาจะไล่มัดเขาเลยลุกขึ้นกระโดดหนี “เข้าใจล่ะ เจ้าคิดจะทดสอบความแข็งแกร่งของข้าด้วยการไล่จับสินะ เด็กจริงๆ เลยเจ้า แต่ข้าจะเล่นด้วยก็ได้!” 

มองยังไงว่าชูชูอยากจะเล่นวิ่งไล่จับเฉยๆ วะ ใช้รักแร้มองยังดูรู้เลยว่าชูชูกะจะจับเอ็งมัดแล้วเอาไปเผาทั้งเป็น!

ซวี่เซิงเองก็ย่ำแย่พอกัน เขาถูกเขย่าอย่างแรงจนตาลาย กล้ำกลืนฝืนทนกัดฟันเอ่ย “บอกให้หยุดไม่หยุดใช่มั้ยเจ้าหมีควายนี่ ข้าเคยเตือนแล้วนะว่าถ้าเจ้าต่อยข้าอีกข้าจะขย่มเจ้า!

สิ้นคำซวี่เซิงก็โผเข้ากดตงฉวนที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า แค่คิดจะขู่ให้ตงฉวนหยุดเท่านั้น ใครจะคิดว่าตงฉวนจะอับอายจนสติแตกไปแล้วยกมือฟาดหัวเขาไม่หยุด ซวี่เซิงถูกซ้อมหนักเลยคิดว่าแบบนี้ต้องไซ้คอ ต้องไซ้!

“อ้ากกกก” ตงฉวนแหกปากร้องดังลั่น มือก็ยังตีซวี่เซิงอยู่ คอกลับถูกอีกฝ่ายสูดดมจนต้องย่นคอหนี ซวี่เซิงเองก็เหมือนจะกลายเป็นผีลามกไปแล้ว ยามแรกแค่จะแกล้งให้หยุด แต่พอลงมือจริงกลับเพลินมาก กลิ่นชายหนุ่มกลัดมันหลังอาบน้ำนี่หอมสดชื่นชะมัดเลย!

“ท่านปรมาจ๊ารย์! ท่านศิษย์น้อย โอยยยย หยุดก่อนเถ้อ!” เหล่าทหารผู้โชคร้ายต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน

...

 

ซวี่เซิงผมเผ้ากระเซิง มีเหวินชูยืนหน้าทะมึนอยู่ข้างๆ อาจารย์และศิษย์น้อยทั้งสองมายืนแกร่วอยู่ ณ สภาพข้ามบึง

หลังจากจบเหตุตะลุมบอน ตงฉวนที่ถูกซวี่เซิงทำให้อับอายหนักไล่ตะเพิดพวกเขาออกจากตำหนัก ส่วนชงหยวนที่กำลังจะตามออกมาด้วยดันถูกรั้งตัวไว้เสียอย่างนั้น แต่ซวี่เซิงคิดว่าก็ดีแหละ ขืนเจ้าราชานั่นยังวนเวียนอยู่ข้างตัวเหวินชูอีก มีหวังเหวินชูเส้นเลือดขึ้นหน้าแน่ๆ

เหวินชูชะเง้อหน้ามองปลาในบึง ก่อนจะดึงๆ แขนเสื้อซวี่เซิงแล้วชี้ลงไปที่ตัวปลา

“เจ้าชอบปลาหรือ”

เหวินชูนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้า

“เจ้ารู้หรือเปล่า ปลาน่ะนะ ความจริงแล้วในสมัยโบราณใช้แทนสัญลักษณ์ของเพศหญิงล่ะ” ซวี่เซิงชวนคุย ตอนนี้เพียงแค่คิดอยากจะพูดอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องไปสะกิดแผลใจเหวินชูเข้า “ส่วนผู้ชายคือนก”

เหตุใดเป็นนก เหวินชูเงยหน้ามอง

ซวี่เซิงเท้าแขนกับขอบกั้นสะพาน ก่อนชี้ไปที่จุดหนึ่ง เป็นนกกระยางขาวกำลังจิกปลาข้างบ่อขึ้นมากิน “ส่วนสุภาษิตนกจิกปลาก็คือการมีอะไรกัน เขาบอกว่านกมีลักษณะเหมือนกะปู๊ ข้าเองก็ดูไม่ออกหรอกว่าเหมือนยังไง เวลานกออกไข่เขาก็เอาไปเทียบกับลูกกะป๋องกะแป๋งของเรา ส่วนไข่ขาวในไข่ก็เป็นน้ำหยวนหยาง”

หืม...เหวินชูมองอย่างสนใจ ก่อนจะทำมือกางๆ ออก งั้นปลาที่ออกไข่กับเพศหญิง หมายถึงมีบุตรเยอะๆ?

ซวี่เซิงยิ้มแป้น “ทำนองนั้นแหละ เก่งมากเลย สมแล้วที่เป็นชูชูของข้า น่าร้ากกกก”

เหวินชูทำหน้าขยะแขยง เตรียมจะหักมือซวี่เซิงที่จะเข้ามาลูบศีรษะ แต่ทั้งสองก็ต้องชะงักเมื่อเสียงสตรีนางหนึ่งเอ่ยทัก “อุ๊ย พวกท่าน เหตุใดจึงมีสภาพเช่นนั้นกันเจ้าคะ?”

ซวี่เซิงสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน ราวกับสับสวิตช์ไปเก๊กหล่อได้ “อ้าว แม่นางน่ารักทั้งหลายนี่นา พบกันอีกแล้ว วาสนาหรือพรหมลิขิตกันนะ”

เหวินชูหรี่ตามองซวี่เซิงสีหน้ารังเกียจ

แม่นางน้อยสวมชุดสีขาวมากันสองคน หน้าตาน่ารักอย่างกับตุ๊กตาหัวเราะคิกคัก “เช่นนั้นพวกเราคงเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันแล้วล่ะเจ้าค่ะ ข้านามว่าอวิ้นเหมย”

สตรีน้อยที่กางร่มสีแดงข้างๆ พลันแนะนำตัวตาม “ข้าหรงฟางเจ้าค่ะ”

“แซ่หรงหรือ เป็นอะไรกับหรงเซี่ยหรือเปล่า”

“น้องสาวเจ้าค่ะ” หรงฟางยิ้มหวาน เล่นซะซวี่เซิงมองเพลิน คนพี่ออกจะหน้าดุดัน เหตุใดน้องสาวถึงได้นุ่มนิ่มปานนี้กันนะ

“ข้าชื่อซวี่เซิง ส่วนตัวเล็กๆ น่ารักคนนี้เป็นเป็นลูกศิษย์ข้าเอง ชื่อเหวินชู เขาพูดไม่ได้ แต่รู้ความมากเลยล่ะ พวกเรายินดีที่ได้รู้จักนะแม่นางน้อย”

อวิ้นเหมยเอ่ยถาม “พวกท่านกำลังทำอะไรกันอยู่หรือเจ้าคะ เหตุใดท่านซวี่ถึงได้เส้นผมยุ่งเหยิงขนาดนี้ ไปต่อสู้มาหรือเจ้าคะ”

“ทำนองนั้นแหละจ้ะ พอดีทะเลาะกับท่านแม่ทัพจ้าวยุทธ์มานิดหน่อย” ซวี่เซิงหัวเราะแก้เขิน

สองสาวเบิกตาโพลง ท่าทางตกอกตกใจ “ทะเลาะกับท่านตงมาหรือเจ้าคะ! แย่แล้ว ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ไม่บาดเจ็บใช่ไหมเจ้าคะ”

“ไม่ๆๆ ไม่หรอก ข้าไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้น”

หรงฟางสีหน้ากลัดกลุ้ม “ท่านซวี่ดวงไม่ดีเลยนะเจ้าคะ ไปมีเรื่องกับท่านตงเสียได้ พี่ชายข้าเองก็บอกบ่อยๆ ว่าเขาค่อนข้างอารมณ์ร้าย...ข้าเองมาอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ยังไม่กล้ามองหน้าเขาเลยเจ้าค่ะ”

อวิ้นเหมยเอ่ยคลอตาม “เขาน่ากลัวมาก แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราทุกคนก็ยังรู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเสมอนะเจ้าคะ เนื้อแท้น่าจะเป็นคนใจดีมากอยู่ อย่างไรท่านซวี่รอท่านตงใจเย็นลงแล้วค่อยไปไกล่เกลี่ยเถอะนะเจ้าคะ อย่าบาดหมางกันเลย”

รังสีแม่พระสาดแสงส่องลงมาจากเหล่าแม่นางน้อยจนซวี่เซิงได้แต่ฉีกยิ้มทั้งในอกร้อนผะผ่าว อยากจะบอกว่าเรื่องที่ตีๆ กันมาไม่ใช่เรื่องที่แค่ขอโทษแล้วจะจบเนี่ยสิ...

“เอ่อ...ขอบคุณมากนะ เอ้อใช่ ตอนนั้นที่พบกัน พวกเจ้าบอกว่ากำลังสนทนาเรื่องนวนิยายกันอยู่นี่ ข้าสนใจจังเลย มันคือนวนิยายอะไรงั้นหรือ”

อวิ้นเหมยและหรงฟางต่างพากันยิ้มกว้าง “ท่านซวี่สนใจหรือเจ้าคะ เช่นนั้นก็ดีเลย ร้านหนังสือเช่าน่าจะเอาตอนใหม่มาลงแล้ว ไปด้วยกันไหมเจ้าคะ”

ซวี่เซิงอยากเที่ยวชมสถานที่พร้อมกับสาวสวยพอดีตกปากรับคำแบบไม่ต้องคิด ส่วนเหวินชูนั้นได้แต่แอบส่ายหน้า ระอาใจกับอาจารย์หัวงูของตนเกินจะเอ่ย

อย่างที่เคยกล่าวว่า ณ ที่แห่งนี้เหมือนโอเอซิสขนาดใหญ่ที่มีชุมชนขนาดย่อมไม่เล็กและไม่ใหญ่ตั้งอยู่หลังป้อมปราการกำแพง ขวางกั้นที่แห่งนี้จากซอมบี้ภายนอก ภายในนี้จึงแทบไม่ต่างจากโลกจีนโบราณปกติเลย ก็เว้นเพียงแต่ว่าไม่มีใครอยู่กันเป็นครอบครัวหรือคู่รักก็เท่านั้น

สองสาวเดินพาซวี่เซิงกับชงหยวนเที่ยวอย่างสนุกสนาน ก่อนจหยุดลงตรงที่ร้านหนังสือเช่าซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่มากมายออกันอยู่เต็มไปหมด ท่าทางครึกครื้นอย่างมากจนซวี่เซิงแปลกใจ “คนที่นี่ชอบอ่านหนังสือกันรึ”

“อ๋อ ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะเพียงแค่วันนี้นิยายตอนใหม่ของอาจารย์เหมยลี่ออกเท่านั้นเอง” หรงฟางกล่าว

“นอกจากเปิดให้เช่า ที่แห่งนี้ยังขายหนังสือด้วยนะเจ้าคะ ท่านซวี่สนใจเล่มไหนก็ลองถามเถ้าแก่ดูได้” อวิ้นเหมยเอ่ยตาม

เหวินชูเดินแยกไปดูหนังสืออีกมุมแล้ว ซวี่เซิงเองก็ไม่รู้จะไปดูอะไร เลยเดินตามสองสาวไปมุมนวนิยายของเหมยลี่แทน

คนในที่แห่งนี้มีตัวกลางเป็นเงินตำลึงไม่แตกต่างจากภายนอก แม้ว่าค่าเงินของพวกเขาจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยก็ตามที เหมือนมีให้รู้ว่ามีเฉยๆ เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนก็เท่านั้น มีก็มี ไม่มีก็ไม่ต้องจ่ายยังได้ เพราะพวกเขาก็บำเพ็ญกันจนบรรลุหมดแล้ว เรื่องโลภหรือเงินทองย่อมไม่ได้สำคัญอะไรปานนั้น บางคราไม่ต้องกินอะไรเลยก็อิ่มทิพย์ได้ ที่เห็นยังหาอะไรมากินๆ อยู่ก็แค่เพราะอยากให้ลิ้นมีอะไรรับรสเท่านั้น จะเรียกว่าคนในโลกนี้ใช้ชีวิตกันชิลล์เหลือเกิน ค่อนข้างเอ้อระเหยลอยชายเสียด้วยซ้ำ วางตัวประหนึ่งว่าไม่ได้อยู่ในวันสิ้นโลก

“ท่านซวี่เซิงสนใจเรื่องไหนมั้ยเจ้าคะ” อวิ้นเหมยที่หอบหนังสือหลายเล่มเดินเข้ามาถาม

“แม่นางพอแนะนำได้หรือไม่เล่า แบบที่ว่าสาวๆ นิยมอ่านกันน่ะ”

“ที่เป็นที่นิยมก็ต้องอาจารย์เหมยลี่นั่นแหละเจ้าค่ะ” หรงฟางเดินมาข้างหลัง พร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่ง “ลองอ่านเล่มนี้ดูก่อนก็ได้นะเจ้าคะ แนะนำมากๆ เลย”

ความสนใจของคนในโลกนี้เองก็เป็นอีกสิ่งที่ซวี่เซิงสนใจ เพราะหากเข้าใจจิตใจพื้นฐานของคนในโลกนี้ก็คงง่ายต่อการชี้แนะเรื่องชายหญิง ซวี่เซิงรับหนังสือมาเปิดอ่านผ่านๆ และพอจะรับรู้เค้าโครงเรื่องราวในนิยายได้ไม่ยาก

ตัวเอกเป็นตัวเอกหญิงที่มาจากต่างแดนนามว่าหมิงเซียน หลังจากพลัดพรากจากบ้านเกิดเข้าสู่เมืองใหญ่ก็ได้พบปะผู้คนมากมาย ก่อนที่ชะตาจะนำพาให้สาวน้อยบ้านนอกมาพบกับชายหนุ่มใจดีอบอุ่นอย่างกับไมโครเวฟที่อ่านแค่ชื่อก็รู้ว่าหล่อแน่นอนอย่าง เยว่เทียนหลาง เพราะหมิงเซียนเป็นสาวน้อยบอบบางที่ป้ำเป๋อจึงได้เยว่เทียนหลางคอยช่วยดูแล ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ เยว่เทียนหลางจะคอยปกป้องหมิงเซียนอยู่เสมอแม้กระทั่งในฝันเรียกได้ว่าผูกพันกันไปจนถึงจิตวิญญาณ ทั้งสองคนออกท่องโลกผจญภัยด้วยกันตามที่ต่างๆ กินนอนอยู่ด้วยกัน นอนยังนอนข้างกัน กอดกันยังมี...โดยเฉพาะฉากที่หมิงเซียนต้องหนาวสั่นเพราะพายุหิมะแล้วเยว่เทียนหลางมาโอบกอดให้ความอบอุ่นจนเนื้อแนบชิด...

“...”

เดี๋ยวสิพี่

“นี่...นิยายรักไม่ใช่เหรอ”

“เอ๋ อะไรนะเจ้าคะ”

“นิยายรัก นี่คือนิยายรักนี่นา” ซวี่เซิงคิ้วขมวดเป็นปม ชูหนังสือนิยายในมือขึ้นมา แต่สาวน้อยทั้งสองกลับทำสีหน้างงงวยไม่เข้าใจ

“นิยายรัก...นิยายรักคืออะไรเจ้าคะ?”

“หา?”

อวิ้นเหมยกับหรงฟางมองหน้ากันงุนงง ซวี่เซิงกะพริบตาปริบๆ เปิดนิยายเล่มนั้นอีกครั้ง

ไม่ว่าจะกลับหัวกลับหาตีลังกาดูยังไงนี่มันก็นิยายรักชัดๆ! รังสีสาวน้อยแผ่สีชมพูจนทะลักออกมาปานนี้จะไม่ใช่ได้อย่างไร นางเอกเป็นสาวบ้านนอกบอบบางกับพระเอกหนุ่มหล่อพึ่งพาได้คอยช่วยเหลือเคียงข้างมันก็นิยายรักไม่ใช่หรือ! เข้าสูตรสำเร็จรูปเลยนะ เบสิคขนาดนี้ อีตาเยว่เทียนหลางคงไม่คิดกับหมิงเซียนแค่น้องสาวแน่นอน!

แต่เหมือนจะยิ่งอธิบาย สาวน้อยทั้งสองจะยิ่งงงเข้าไปใหญ่ หรงฟางเอ่ย “มันคือมิตรภาพนี่เจ้าคะ”

“เอ๊ะ...”

อวิ้นเหมยกล่าวต่อ “ใช่เจ้าค่ะ เยว่เทียนหลางมีไมตรีจิตต่อหมิงเซียนจึงคอยดูแลไม่ห่าง”

“แล้วจะอธิบายการใกล้ชิดสนิทสนมขนาดนี้อย่างไรกัน”

“? ก็เพราะว่าสนิทกันมากก็เลยอยู่ใกล้กันไงเจ้าคะ”

“ไม่ๆ เช่นนั้นหากพวกเจ้าสนิทกับชายคนไหนก็จะปล่อยให้ทุกคนเข้าใกล้ตัวหรือ...”

“เอ๋ เรื่องนั้นพวกข้าก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ เพราะว่ายังไม่เคยมีสหายชายที่สนิทขนาดเย่เทียนหลางมาก่อนเลย แต่หากมีสหายชายที่พึ่งพาได้เช่นเยว่เทียนหลางก็คงสนิทสนมเช่นกับหมิงเซียนกระมั้งเจ้าคะ เนอะ”

“เนอะ”

ซวี่เซิงหัวจะแตกแล้ว สองสาวนี่...ไม่ได้รู้ตัวเลยนี่นา!

เรื่องระหว่างชายหญิงเหตุใดกลายเป็นเรื่องบริสุทธิ์ขนาดนี้ไปได้ ซวี่เซิงตัดสินใจเช่านวนิยายของเหมยลี่มาเกือบยี่สิบเล่ม ในใจสับสนไปหมดแล้วว่าคนบนโลกนี้ไม่รู้จักความรักกันงั้นหรือ

เพราะเมื่อละทางโลกกันไปแล้วเลยพาลหมดอารมณ์รักใคร่ไปด้วย เพศชายเพศหญิงเท่าเทียมกันไปหมด นี่มันไม่น่าปวดหัวกว่าเดิมอีกเรอะ!

เหวินชูช่วยซวี่เซิงหอบหนังสือกลับเรือนพัก ซวี่เซิงเดินอ่านนิยายของเหมยลี่มาตลอดทาง รับรู้ได้ว่าเหมยลี่แทรกซ้อนเรื่องรักหวานแหววลงไปแบบไม่รู้ตัว บรรยากาศระหว่างตัวละครสองตัวมันครุมเครือมาก บางฉากสามารถตัดเข้าโคมไฟได้เลยด้วยซ้ำ! ซวี่เซิงหยุดอ่านไม่ได้ เริ่มรู้สึกติดใจสงสัยในตัวคนเขียนเป็นอย่างมาก สามารถเขียนนิยายรักโลกสวยได้ทั้งที่คนในโลกละทางกามกันไปหมดแล้วเช่นนี้ธณรมดาเสียที่ไหน

ซวี่เซิงกะจะนอนอืดอ่านยาวๆ เพราะอ่านไปอ่านมาก็สนุกดี ปรากฏว่าเมื่อกลับไปถึงก็ต้องผงะกับแขกไม่ได้รับเชิญก็ต้องต้อนรับ

ตงฉวนหิ้วคอพาชงหยวนมารอเขาถึงในเรือน ใบหน้ายังติดเค้าไอกรุ่นโกรธไม่จางหาย ซวี่เซิงเองก็ไม่คิดจะเอ่ยขอโทษก่อน เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง ก่อนจะสั่งให้เหวินชูขนนิยายไปเก็บอีกห้องแล้วค่อยตามมา

“ชงหยวนบอกข้าแล้ว เจ้าจะลงไปอเวจีแดนมารรึ”

“อืม”

“ไปคืนนี้เลยก็ได้ ประตูนรกเปิดพอดี” ชงหยวนเอ่ยแทรก

“แล้วเรื่องน้ำนั่นเล่า” ตงฉวนขัดเสียงฉุน

“ไว้ก่อนแล้วกัน ไปเพาะพันธุ์มังกรก่อน” ซวี่เซิงเมินหน้าหนี

ตงฉวนกลับไม่ปล่อยไปง่ายๆ “เรื่องน้ำเองก็สำคัญ! ข้าอยากจะรู้ว่าอานุภาพของมันคงอยู่ได้นานเท่าใด เจ้าสมควรจะอยู่ค้นคว้ามันให้แล้วเสร็จก่อน”

“ว่าไงนะ!” ทั้งซวี่เซิงและชงหยวนตะโกนขึ้นพร้อมกัน

“ไม่ได้นะ ถ้าเกิดเจ้าเจ้าฝูหมิงมา...”

“เขายังไม่มาในตอนนี้หรอก เจ้าหยุดวิตกได้แล้ว” ตงฉวนตัดบทชงหยวน

“แต่ข้าต้องลงไป มันเป็นภารกิจของข้า” ซวี่เซิงเอ่ย

“ข้าเพิ่งจะหิ้วหัวเจ้ากลับมาหลบในที่ปลอดภัยได้ก็อยากจะตะลอนไปหาที่ตายแล้วรึ! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไป จนกว่าข้าจะมั่นใจได้ว่าน้ำนั่นของเจ้ามีประสิทธิภาพมากพอ หากเจ้าจะลงไปอเวจีแดนมาร เช่นนั้นก็ให้ศิษย์เจ้าไปแทน”

เหวินชูที่กำลังจะก้าวเดินเข้ามาหยุดนิ่งเล็กน้อย ชงหยวนเองก็หันไปมอง

ตงฉวนกล่าวซ้ำ “สวรรค์ไม่เอาเจ้าไว้ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามารเองก็ไม่ได้คิดดี เจ้าโรคจิตอยู่ที่นี่ ส่วนชูชูไปกับชงหยวน อย่างน้อยเขาก็ต่อสู้ได้ ไม่เหมือนเจ้าที่เป็นแค่ไอ้กาก”

“ไม่แขวะข้าสักประโยคเจ้าจะตายมั้ย หืม”

                ซวี่เซิงคิดไม่ตก ไม่รู้จะอย่างไรดี เหวินชูก็เดินเข้ามาหาก่อนพยักหน้า เอาตามนั้น

                “ชูชู...”

                “แยกกันบ้างไม่ตายหรอก” ตงฉวนเอ่ย “ตกลงตามนั้น ชงหยวน เจ้าไปกับชูชู ส่วนเจ้าโรคจิตอยู่กับข้าเหมือนเดิม หากจ้าวฝูหมิงมาข้าจะหลอกล่อพาเขาไปนู่นไปนี่ ไม่ให้พบเจ้าโรคจิต ตกลงซะ”

                ชงหยวนยู่หน้า แต่พอมองเหวินชูก็อารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย

                “ตามนั้นก็ได้”





--------------

อรรถรสหลังอ่าน ʕ•ᴥ•ʔ

-คนจีนสมัยก่อนใช้นกเปรียบเทียบกับกุเจี๊ยวจริงๆ จ้า ปลาก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นพวกภาชนะลายครามต่างๆ ที่เห็นเป็นรูปนกจิกปลาก็คืออออออ แท่แดแด๊ท นั่นเอง555555555555

-ที่สำคัญ นกยังเป็นคำแสลงของกุเจี๊ยวในปัจจุบันอีกด้วยนะ!


ไว้ค่อยมาไล่แก้คนผิดกับชวนคุยที่หลัง ตอนนี้ไม่ไหวแน้ว บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.229K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4661 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:14
    สหายโซนน
    #4,661
    0
  2. #4646 Peed33 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 21:03
    แบบนี้นี่เอง...นกจิกปลาก็คือ...
    #4,646
    0
  3. #4610 xrxrose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 11:47
    ต่อไปนี้เวลาเห็นนกจิกปลาในหัวชั้นคงมีฉากสะบะระฮึ่มขึ้นมาแน่เลย...
    #4,610
    0
  4. #4528 yyyyobaby (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 10:37
    โลกแห่งเฟรนโซน 55555
    #4,528
    0
  5. #4491 QueenOfMars (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 19:48
    ความรู้ใหม่เลยนะไรท์ ไม่สามารถมองนกจิกปลาได้เหมือนเดิมแล้วค่ะ 55555
    #4,491
    0
  6. #4366 Takgy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 00:17
    เครื่องกระเบื้องลายปลาลายนกนั่นคือแบบนั้นเองหรอ//มองของในบ้าน ....ช้อคแปป
    #4,366
    0
  7. #4316 pcy921 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:20
    โลกที่มีแต่เฟรนโซนนนนน โนวววววววว
    #4,316
    0
  8. #4262 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:56
    โอ้ยยย

    หวงเค้าแหละ ดูออก ซึนนักนะ นายตง!!!!!
    #4,262
    0
  9. #4214 Danwtlese (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 18:40
    โว๊ะ ! ระวังเข้าตัวนะพี่ตง หึหึหึ
    #4,214
    0
  10. #3923 Fuang_0594 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 21:46
    ว้าวววว~มิตรภาพ
    #3,923
    0
  11. #3265 Krystal wing (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 22:37
    มิตรภาพเรอะ!
    #3,265
    0
  12. #2799 After_TeaTime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:33
    คู่นี้ได้กลายเป็นคู่ SM แน่เลย55555555
    #2,799
    0
  13. #1008 Weetaime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 19:31
    มีเรืองอก น้องเบียวกับน้อมเอส
    #1,008
    0
  14. #920 Peach9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 09:06
    ตงฉวนนี่ก็555555555
    #920
    0
  15. #893 PaulaPum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 19:58
    โอ๊ยยย เปนเครียดดด
    #893
    0
  16. #746 BeemKwsd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 15:36
    กะคืออีรุงตุงนังมั่ก​ๆ5555​ ชูชูก็ยังน่ารักเสมอเลย​ ขำความเอียงซ้ายยย
    #746
    0
  17. #713 Aidan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:41
    เรือSMแล่นไวมากเจ้าค่ะ
    #713
    0
  18. #700 nownew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:05
    เขาจะรีดน้ำหยวนหยางกันแล้วว อยากรู้ว่าตาลุงจะให้ตงฉวนทำอะไรให้ดูอีก 5555555 /เรือSคือดี รอๆๆ
    #700
    0
  19. #698 Nattawadee1808 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 18:52
    โคตรชอบบบ5555
    #698
    0
  20. #697 bj vamtoon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 14:53
    รอครับ
    #697
    0
  21. #696 KNfanfan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:23
    ชื่อตงฉวนแต่เอียงซ้าย... 5555555555555 อิลุงนี่มันอิลุงจริงๆ ความต้องมาวิจัยน้ำกามอ่ะเนอะ ฉากตัดต้องมาแล้วปะ

    อ.เหมยลี่้เป็นใคร???
    #696
    0
  22. #695 Koyo 31 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:30
    เห็นแววว่าต้องได้ตีกันจนเสียตัวกันไปข้างแน่ๆ 5555555555!!
    #695
    0
  23. #694 9minx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 16:13
    อ.เหมยลี่คือใครกันนะ..
    #694
    0
  24. #693 papark (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 04:43

    น้องชูจะผสมพันธุ์มังกรเป็นใช่ไหม..................................


    อ.เหมยลี่ก็ต้องทะลุมิติมาแน่ ๆ เลยเพื่อน!

    #693
    0
  25. #685 Suga04 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:41

    รอมาต่อนะคะไรท์ ><
    #685
    0