(จบ)ปรมาจารย์ศาสตร์กามหาใช่เป็นกันได้ง่ายเลยจริงๆ (สนพ.เฮอร์มิท)

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 ห้ามหยุดห้ามพักห้ามตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,254 ครั้ง
    24 ส.ค. 62

 

บทที่ 8 ห้ามหยุดห้ามพักห้ามตาย

 

ยามแรกซวี่เซิงคิดว่าตัวเองน่าจะได้วาร์ปไปลงนรกตามที่จูหงเฟยบอก แต่ที่ไหนได้ เขามันมองโลกในแง่ดีมากเกินไป เขาไม่ได้ทะลุไปนรก แต่กำลังโดนอสูรกายทรายดูดที่แอ๊บว่ายอมถอยยืดเถารากมาพันรอบข้อเท้าแล้วดึงพรวดไปต่างหาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันต้องเอาเขาไปฆ่าแน่นอน

ซวี่เซิงพยายามจะตะเกียดตะกายหนีแต่ก็ไร้ผล เขาไม่มีทางสู้แรงอสูรกายต่างโลกได้ ยิ่งตอนนี้มีแขนแค่ข้างเดียวยิ่งไม่ต้องหวัง พริบตาเดียวก็โดนดึงมาลึกจนมองไม่เห็นอะไรเลย ในขณะที่คิดว่าฉิบหายแล้ว ท่ามกลางความมืดซวี่เซิงก็มองเห็นร่างตะคุ่มๆ บางอย่าง

เขาตกใจมากนึกว่าอสูรกายอีกตัว แต่ที่ไหนได้กลับเป็น... “ตงฉวนหรือ!

ตงฉวนมองเห็นซวี่เซิงแล้ว เขาขยับปากด่า “บัดซบ! เจ้าหยุดทำตัวเป็นตัวถ่วงแข้งถ่วงขาได้แล้ว เจ้าปรมาจารย์โรคจิต!

แม้ปากจะด่าอย่างร้ายกาจ แต่มือกลับตวัดงัดอาวุธขึ้นมา ดอกพลับกลึงแมงมุมแดงส่องสว่างเรืองแสงสีเงินท่ามกลางโพรงดินที่ถูกขุดเป็นทาง ทำให้ซวี่เซิงมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาดุดัน (ยั่วเย) และแววตาสีเทาอ่อนนั่นชัดเจนมากจนเผลอกลั้นหายใจไปเฮือกหนึ่ง

ให้ตายเถอะ...หน้าตาดีจริงๆ เจ้านี่

แม้รู้ว่าเวลาเป็นตายไม่น่าคิดอะไรเช่นนี้ แต่หัวสมองเขากลับอื้ออึงเพราะตงฉวนเสียได้ หากเจ้าหมีควายรู้คงด่ากราดใส่หน้าเขาจนน้ำลายกระเด็นแน่

แค่การที่ตงฉวนบุกลงมาช่วยซวี่เซิงก็น่าทึ่งพอแล้ว ถึงจะแค่เล็กน้อย แต่ซวี่เซิงก็เริ่มอยากจะมองข้ามไอ้นิสัยขวางผ่าซากน่าหมั่นไส้ของเขาดูบ้าง เผื่อจะมีทางลงให้เขาหักห้ามใจไม่แหย่อีกฝ่ายจนความดันพุ่งเหมือนที่เป็นอยู่

เจ้าอสูรกายนั่นรู้ตัวในทันทีว่ามีศัตรูไล่ตามมา มันหันขวับ ก่อนจะเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ปัดป่ายมือกับลำตัวยาวเป็นปล้องตะขาบของตนไปมาในโพรงแคบๆ ซวี่เซิงที่ถูกเถาของมันพันตัวอยู่พาลถูกกระแทกไปมาจนมึนหัวตาลาย

การออกกระบวนท่าของตงฉวนมีจำกัด เพราะหากระเบิดโพรงดินนี่ก็จะถล่มแล้วปิดตาย เขาพยายามจะฟันเหล่าเถาที่พุ่งเข้ามาโจมตีพร้อมๆ ทั้งไล่ตามอสูรกายทรายดูดไปด้วย มันก็เหมือนจะรู้จึงยิ่งเร่งขาตะขาบนับร้อยๆ ขาหนี

                ตงฉวนไล่ล่าไม่ลดละ ทุกครั้งที่เขาผ่านไปทางไหน ดอกพลับพลึงแมงมุมแดงมักจะงอกตามหลังฝ่าเท้าเขาเสมอ

                อสูรกายทรายดูดหักทิศเบี่ยงไปยังหลุมโพรงอีกฝั่ง ซวี่เซิงโดนแรงกระแทกไปมาจนสติพร่ามัว เขาพยายามจะตะเกียดตะกายตัวหนี ครั้นพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องตัวแข็งทื่อด้วยความประหวั่นหวาดกลัว ในห้วงความคิดผุดคำโตๆ ตัวใหญ่ว่า ไม่รอดแน่ตู!’

                เหนือศีรษะขึ้นไปคือชั้นดินที่ราวกับภายในจอมปลวก มีโพรงหลุมดินมากมาย และมีเหล่าอสูรกายทรายดูดที่กำลังหลับจำศีลอยู่กว่าร้อยตัว!

                ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เบื้องล่างของจอมปลวกเหล่านั้นยังมีซากร่างของมนุษย์ที่ตายกองอยู่ แต่มันไม่ใช่ซากธรรมดาเมื่อมันคือซากของผีดิบที่อสูรกายจอมปลวกฉุดดึงลงมาเพื่อสวาปาม แออัดคับแน่นอยู่ในหลุมบ่อ ราวกับทะเลคน

                ทางเดินที่ทอดข้ามเป็นสะพานเชื่อมไปอีกฝั่งที่เต็มไปด้วยอสูรกายจำศีล ตกลงไปก็ตาย อยู่บนนี้ก็ตาย ซวี่เซิงตัวสั่นสะท้าน ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์ซวยซ้ำซากมากเพียงนี้ เจ้าอสูรกายนั่นส่งเสียงร้องดัง “กี๊ซซซซซ” เหล่าอสูรกายที่นอนหลับจำศีลอยู่ก็ขยับตัวเล็กน้อย เหมือนจะตื่นขึ้นมา

                ซวี่เซิงน้ำตาเอ่อแล้ว ไม่อาจรักษาทีท่าใจเย็นได้อีกต่อไป เถาของอสูรกายที่มัดร่างเขาไว้อยู่ก็บังเกิดดอกพลับพลึงแมงมุมแดงแล้วระเบิดตู้ม! ซวี่เซิงที่ขวัญผวาเป็นทุนเดิมใจหล่นวาบ ร่างร่วงหวือตกลงไปสู่ทะเลผีดิบ ฉับพลันก็มีเงาดำรวดเร็วร่างหนึ่งทะยานเข้ามาคว้าตัวเขาไว้ทัน

                “ตงฉวน!...” ซวี่เซิงถูกแขนแข็งแกร่งหิ้วเข้าเอว ตงฉวนเกาะมืออีกข้างอยู่บนหน้าผาอีกฝาก สีหน้าดุดันบิดเบี้ยว

                “ด้านล่างเป็นทะเลผีดิบ นี่มันอะไรกันเนี่ย...ร่วงลงไปต่อให้เป็นข้าก็ยากจะรอด หากโดนกัดเข้าที ข้าคงมีสภาพเป็นเหมือนพวกนั้นแน่”

                ซวี่เซิงกับตงฉวนเข้าตาจน หากซวี่เซิงร่วงลงไป แม้จะไม่กลายเป็นผีดิบเพราะเป็นอยู่แล้ว แต่ก็คงถูกพวกนั้นรุมทึ้งร่างจนแยกออกเป็นส่วนๆ ส่วนตงฉวนนั้นถึงเป็นวรยุทธ์ แต่ในพื้นที่ปิดกับจำนวนผีดิบที่แออัดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างเช่นนั้น ต่อให้ระวังให้ดีอย่างไรก็คงถูกกัดเข้าสักแผลแน่ และเมื่อถูกกัดก็จะติดเชื้อแล้วกลายเป็นผีดิบไปทันที

                ตงฉวนมือหนึ่งอุ้มซวี่เซิง อีกมือก็ต้องปัดป้องต่อสู้ในพื้นทีปิดที่ไม่อาจใช้ระเบิดและเสียงดังมากได้ เจ้าอสูรกายนั่นเหมือนจะโมโหเดือดดาล มันแยกเขี้ยวคำราม ส่งเสียงดังก้องคล้ายจะปลุกระดมเหล่าอสูรกายที่จำศีลขึ้นมา

                “ทะ...ทำยังไงดี!” ซวี่เซิงเสียงสั่น สับสนระคนหวาดกลัว ยามที่อสูรกายพุ่งหลาวเข้าจู่โจม ตงฉวนที่ต้องอุ้มซวี่เซิงและช่วยป้องกันไปด้วยย่อมเชื่องช้าลงมาก จากฝ่ายบุกกลายเป็นตั้งรับ ทางออกที่มีเพียงทางเดียวก็ถูกลำตัวปล้องหนาของอสูรกายบังไว้

หากตงฉวนไม่ต้องมารับผิดชอบซวี่เซิงด้วยคงหนีออกไปได้แน่ คิดได้ดังนั้นซวี่เซิงก็กลั้นใจเอ่ย “เจ้าปล่อยข้า แล้วหนีออกไปเถอะ! อย่างไรข้าก็ไม่รอดแล้ว...อย่าให้ข้าต้องเป็นตัวถ่วงไปมากกว่านี้เลย”

“พล่ามบ้าอะไร หนวกหูโว้ย!” ตงฉวนด่าทอกลับมา แบ่งสมาธิออกกระบวนท่าตั้งรับอสูรกายร้ายที่โฉบเข้ามา

ซวี่เซิงกล่าว “ข้างบนยังมีชูชูอยู่! และถ้าให้เทียบกันล่ะก็ ตายคนเดียวดีกว่าตายกันหมดไม่ใช่เหรอ”

“เหอะ คิดจะมาทำตัวเป็นผู้เสียสละงั้นเรอะ น่าขำ! ข้าเลือกโดดลงมาช่วยเจ้าเพราะเห็นว่าเจ้ามีค่าให้ช่วย แต่เจ้ากลับเอาแต่พูดว่าไม่รอดหรือปล่อยตายไปเถอะอยู่ได้...อึก!

“ตงฉวน!

ซวี่เซิงตกตะลึงเมื่อตงฉวนเบี่ยงกายหลบไม่พ้นเมือกเหลวสีม่วงที่เจ้าอสูรกายพ่นออกมาจากปาก แม้จะแค่เฉียดลำคอก็ตาม แต่สีหน้าตงฉวนก็ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาแสยะยิ้มบิดเบี้ยว ก่อนพึมพำ “จนได้สินะ...”

ยังไม่ทันที่ซวี่เซิงจะเอ่ยถามอะไร ตงฉวนก็กระทืบฝ่าเท้าลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงสะเทือนก้อง ดอกพลับพลึงแมงมุมแดงดอกใหญ่ยักษ์แผ่ขยายอยู่ใต้เท้าเขา ก่อนจะแย้มกลีบแล้วระเบิดกัปนาทรุนแรงจนควันดินควันทรายฟุ้งตลบ ซวี่เซิงหูแทบวี๊ด หลับตาไอโขลก “เจ้าทำอะไรน่ะ!

ตงฉวนไม่ตอบ แต่อาศัยจังหวะนั้นดีดตัวพาซวี่เซิงเข้าไปหลบอยู่ในซอกผาจอมปลวก ก่อนโยนซวี่เซิงอย่างแรงจนตัวกลิ้งหลุนๆ เข้าไปในสุด เจ้าอสูรกายที่สูญเสียวิสัยทัศน์ชั่วคราวแผดเสียงแหลมอย่างฉุนเฉียว เหยื่อโอชะหายไปจากตา แต่เพราะการระเบิดอย่างแรงครั้งนั้นเป็นชนวนทำให้พวกอสูรกายที่จำศีลอยู่กว่าครึ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา...พวกเขาอาจหลบพ้นจากสายตามันชั่วคราว แต่ตอนี้ศัตรูไม่ได้มีแค่ตัวเดียวอีกแล้ว

ซวี่เซิงสติแตก “นี่เจ้าทำอะไรลงไป พวกมันตื่นกันหมดแล้ว...ตงฉวน ตงฉวน!

คำต่อว่าพลันหายเข้าไปในลำคอ เมื่อหันไปเห็นตงฉวนนั่งเอามือกุมลำคอด้วยริมฝีปากม่วงคล้ำ ซวี่เซิงถลาเข้าไปหา “เจ้าเป็นอะไร”

ตงฉวนหรี่ตาขึ้นมองซวี่เซิงก่อนจะยกมุมปากแสยะ “เหอะ ไอ้กาก อย่ามาใกล้ข้า”

“เออ ข้ามันกาก! เจ้าเป็นอะไร ไอ้เมือกที่มันพ่นคือพิษหรือ...”

“ก็นะ ปกติมันก็เป็นพิษที่จะค่อยๆ แช่แข็งร่างข้าให้เป็นอัมพาต แต่จากที่เจ้าเห็น ด้านล่างนั่นเต็มไปด้วยผีดิบ คิดว่าพอข้าตายไปก็คงกลายเป็นผีดิบไปเลยทันทีเพราะเลือดในร่างของผีดิบที่มันลากลงมากิน”

“...” ไม่จริงน่า ซวี่เซิงมือสั่นเทา ทำอะไรไม่ถูก ตงฉวนเห็นสีหน้าโง่งมของเขาก็หัวเราะใส่หน้า

“หากข้าตายเจ้าก็ควักหัวใจข้าออกมาก็แล้วกัน มันจะเป็นระเบิดชั้นเยี่ยมที่ระเบิดทุกอย่างยกเว้นผู้ที่ถือครองมัน เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้เป็นฝูงอสูรกายหรือดงฝูงผีดิบด้านล่างก็จะไม่เหลือซากแน่ พวกของข้าข้างบนเองก็ต้องรีบรุดมาช่วยเจ้าแน่นอน เจ้าแค่ต้องทนติดอยู่ในซากโพรงนี่พักใหญ่ๆ เท่านั้นแหละ...แค่ก”

ตงฉวนไอโขลก พยายามสะกดกลั้นร่างกายที่ชาวาบของตนเอาไว้ ซวี่เซิงส่ายหน้าหวือ อย่างไรก็ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

“ทำไมกัน...ทั้งๆ ที่เจ้าเกลียดปรมาจารย์ศาสตร์กาม ...เกลียดข้าแท้ๆ แต่เจ้ากลับมาช่วยข้า”

ซวี่เซิงไม่เข้าใจเลย เขารู้เรื่องอดีตที่เป็นแผลใจของตงฉวนผ่านจูหงเฟยแล้ว เรื่องที่ปรมาจารย์ศาสตร์กามรุ่นก่อนทำกับเผ่าของเขาไว้ยากเกินจะให้อภัย ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้นเขายังโดดตามลงมาช่วยอีกหรือ ทั้งที่คนที่อยากจะให้ปรมาจารย์ศาสตร์กามหายไปมากที่สุดคือตงฉวนแท้ๆ หากซวี่เซิงหายไปโดยที่ไม่ต้องลงมือเองมันสมควรจะดีใจสิ...

ตงฉวนเหลือบตามองซวี่เซิงแวบหนึ่งคล้ายรำคาญ “โลกนี้ต้องพึ่งเจ้า” 

“...”

“ถูก ข้าเกลียดเจ้า เกลียดศาสตร์โง่เง่าของเจ้า แต่ว่าพวกพ้องของข้าและหลายๆ คนในโลกนี้ต้องการเจ้า ข้ารับปากจ้าวฝูหมิงกับชงหยวนไว้แล้วว่าถ้าเจ้าอยู่กับข้าจะปลอดภัยที่สุด มันก็เท่านั้น ไม่ใช่วันนี้ก็ยังมีพรุ่งนี้ สวรรค์จะพยายามหาทางลบเจ้าออกไป”

“แบบนั้นเจ้ายิ่งตายไม่ได้! ลืมตาขึ้นมาก่อน อย่าหลับนะ”

“หนวกหูจริง! ช่างหัวข้าเถอะ...ดีเสียอีก ในที่สุดข้าก็ได้ทำหน้าที่ที่คนคนนั้นฝากฝังไว้...”

“ใคร! ใครฝากฝังเจ้า บอกว่าอย่าหลับ! ข้าไม่ใช้หัวใจเจ้าหรอก ตื่นมาสิโว้ย!

“ถ้าข้าตาย ข้าจะได้พบคนคนนั้นแล้ว...”

เหมือนตงฉวนจะเริ่มเพ้อเพราะพิษเสียแล้ว ซวี่เซิงเขย่าไหล่เขาไปมา ตงฉวนยังคงพึมพำ “พี่...”

ในขณะเดียวกันเจ้าอสูรกายนั่นก็พบที่ซ่อนของพวกเขาเข้าแล้ว มันสอดส่องตาเข้ามา พลางคำรามเสียงดังลั่น ตะกุยมืออย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะคว้าตัวพวกเขาที่อยู่ในสุดออกมาให้ได้ ดินกรวดเล็กๆ เริ่มร่วงหล่นลงมาไม่หยุด ซวี่เซิงตบหน้าตงฉวนฉาดใหญ่ ก่อนตะคอกใส่หน้า “ไอ้ควายเอ๊ย! ถ้าเจ้าคนเดียวยังช่วยไม่ได้จะเอาxที่ไหนไปช่วยโลก แม่งเอ๊ย ไอ้เวร กูโกรธจริงๆ แล้วนะ!!!

ตงฉวนสติกลับมาต่อกันอีกครั้งด้วยเสียงเดือดดาลของซวี่เซิง เจ้าครึ่งผีดิบที่มักจะทำหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนเหมือนคนใจเย็นอยู่เสมอผู้นั้นชันเข่าคร่อมอยู่บนหน้าตักเขา กัดฟันกรอดๆ ด้วยสีหน้าเคืองแค้นที่แตกต่างไปจากเดิม ตงฉวนปวดหัวดวงตาพร่ามัว กล่าวอึกอัก “...เจ้า...โรคจิต?”

ซวี่เซิงดึงผ้าพันศีรษะออกมา ก่อนจะใช้มันพันรอบคอปิดแผลที่ถูกพิษให้ตงฉวนหลวมๆ พลางหันไปด่าใส่อสูรกายยักษ์ที่ยักระทุ้งกระแทกหาทางเข้ามาจับตัวเขาไม่เลิก “มึงก็อีกตัว ไอ้ห่าลาก หน้าตาอย่างกับเชื้อเอดส์ระยะสุดท้าย ได้...ได้! มึงตายกูตาย ตายห่าตามกันให้หมดเนี่ยแหละ ไม่ทนแล้วโว้ย!!

ตงฉวนอึ้งงัน ไม่คิดว่าจะเห็นซวี่เซิงปรี๊ดแตกแบบนี้ ซวี่เซิงก็หันกลับมากระชากสาบเสื้อเขาเขย่า “ข้าจะไม่ให้เจ้าตาย จะไม่ให้เจ้ากลายเป็นผีดิบด้วย ขาดเจ้าไปข้าจะไปเอาแรงบันดาลใจได้จากที่ไหนอีก ไม่ใช่ทุกคนจะยั่วจริตข้าได้เหมือนเจ้านะ! ถ้าเจ้าบอกว่าคนในโลกนี้ต้องการข้า ข้าเองก็ต้องการเจ้า โดจินของข้ามันต้องใช้เจ้า เข้าใจหรือไม่ เป็นนักสู้ไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็ถอดใจแล้ว? ลืมตาสิวะ!

ตงฉวนราวกับถูกค้อนเหล็กหลายตันทุบศีรษะให้ได้สติกลับคืนมา กัดปากตัวเองจนเลือดอาบ แววตาค่อยมีแววขึ้นมาบ้าง “เออ ถึงจะน่าขยะแขยง แต่คราวนี้เจ้ากล่าวได้ดี!

ตงฉวนผุดลุกขึ้นมา แม้ร่างจะชาวาบจนแทบไม่รู้สึก แต่การต้องมาตายอยู่ที่นี่เพราะเสียท่าอสูรกายหน้าตาน่าเกลียดก็ทำเอาเขาไม่สบอารมณ์จริงๆ นั่นแหละ...

เขาฝึกฝนตัวเองมาเป็นเวลานาน ยอมลำบากทรมานนับครั้งไม่ถ้วน อดทนมีชีวิตไล่ล่าสังหารผีดิบทั้งโลกเพื่อคนคนนั้นจนถึงตอนนี้ ฉะนั้นเขาไม่ควรถอดใจง่ายๆ ต่อให้รู้สึกว่าตัวเองบ้าไปแล้วก็ตาม

ขอโทษนะพี่...ข้ายังไปหาไม่ได้ ข้ายังทำหน้าที่ที่ท่านฝากฝังไม่ลุล่วง...ตงฉวนลอบตกผลึกความคิด ก่อนจะมองไปยังกระหม่อมของเจ้าครึ่งผีดิบที่อยู่ใกล้ๆ “ไง เจ้าโรคจิต มีความคิดอะไรดีๆ แล้วงั้นสิ”

ซวี่เซิงเงียบไปก่อนจะเอ่ย “มี...”

ตงฉวนนั่งมองรอว่าซวี่เซิงคนกากจะงัดไม้ไหนออกมาเพื่อหนีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง...เมื่อซวี่เซิง งัด มันออกมาจริงๆ

นัยน์ตาสองสีลุกวาวจดจ้องตงฉวน มือที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวล้วงเข้าไปใต้เสื้อ ก่อนจะปลดกางเกงซับในแล้วงัดจ้าวโลกออกมา ผ่ามพ๊าม!

“ว้ากกกกกก!” ตงฉวนแผดเสียงร้องดังลั่น “เจ้าจะทำอะไรเนี่ย!

“ถามได้ ข้าก็จะทำน้ำหยวนหยางไงเล่า!” ซวี่เซิงหน้าเหยเก แต่ก็ต้องขยับมือชัก พยายามมองตงฉวนแล้วบิลด์อารมณ์ให้ขึ้นให้ได้ ด้านหลังก็มีอสูรกายคลั่งอยู่ เวลาไม่คอยท่า

“มะ...หมายความว่าอย่างไร” ตงฉวนไม่อยากจะเชื่อสายตา รีบเบนหน้าหนีไปอีกทาง ใบหน้าซีดดูจะขึ้นสีแดงเรื่อเบาบาง

“ข้าจะทำวัคซีนไงเล่า!

“วัค...อะไรนะ?”

“น้ำหยวนหยางคือน้ำบริสุทธิ์ที่ร่างกายสร้างขึ้นมา หากเจ้าได้กินน้ำของข้าเข้าไปแล้วล่ะก็ บางทีมันอาจจะล้างพิษและช่วยทำให้เจ้าไม่กลายเป็นผีดิบ ดีไม่ดีต่อให้ถูกกัดก็ไม่กลายพันธุ์ด้วย!

“เรื่องแบบนั้น...” ตงฉวนหันกลับมา แล้วก็ต้องหันหน้าหนีอีกครั้งอย่างจนปัญญา “โถ่เว้ย! ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะลงเอยแบบนี้”

“ไม่ลองไม่รู้ ตงฉวน ยามนี้เราต้องสงบศึกกันก่อน ร่วมมือแล้วเชื่อใจข้า ถึงเจ้าจะเกลียดขี้หน้าข้า แต่ข้าหวังดีต่อเจ้านะ ถึงวิธีการมันจะ...อะ...น่าอาย...ไปหน่อย!

ให้ตายสิ แข็งไว้ลูกพ่อ! ซวี่เซิงปลุกปั่นกำลังใจ ชักมือขึ้นลงอย่างรัวเร็ว พยายามอย่างมากแข่งกับเวลา ขอร้องเถอะ แตกสักที

เสียงดัง ปั่ก ปั่ก ปั่ก ดังแทรกมาเป็นช่วง ตงฉวนหน้าแดงก่ำ ทนมองไม่ได้ ซวี่เซิงก็ออกปากขอร้อง “เจ้าหมี แก้ผ้าที!

“หา!!” ตงฉวนยกมือขึ้นกอดตัวเองอย่างหวงแหน

“เร็วเข้า มันจะพังเข้ามาได้แล้ว ถอดแต่ข้างบนก็ได้ เร็ว!

เวลาบีบคั้น ตงฉวนต้องเลือกแล้ว และเขาก็เลือกให้ความร่วมมือแบบไม่ต้องคิด แม้จะอับอายขายขี้หน้าจนแทบหน้าระเบิดได้ก็ตาม ได้แต่คิดทบต้นทบดอกความแค้นครั้งนี้ไปคิดบัญชีกับเจ้าปรมาจารย์โรคจิตทีหลังเอา เขากลั้นลมหายใจกระสับกระส่าย ฉีกกระชากเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรุนแรงด้วยความร้อนรนล้วนๆ แต่การกระทำนั่นกลับปลุกจินตนาการของซวี่เซิงได้เยี่ยมยอดนัก

ฉีกเสื้อ โคตรดิบเถื่อน สุดยอดไปเลย ซี๊ดดดด

ซวี่เซิงพยายามคิดถึงท่วงท่าร้อนแรงโดยมีนายแบบเป็นตงฉวน คิดภาพเขาลากใครขึ้นเตียงแล้วไม่อยากเสียเวลาถอดเสื้อผ้าจึงเลือกจะฉีกมันทิ้งๆ ไป หรือเอสๆ เอ็กซ์ๆ หน่อยก็แนว NTR ( netorare เป็นเรื่องสยิวแนวเล่นชู้ ) ที่มีตงฉวนเป็นนักแสดงนำ โจ๊ะๆ บ๊ะๆ กันต่อหน้าต่อตาคู่รักที่ถูกแย่งแฟน หรือจะแอบเล่นกันเป็นความลับก็โคตรเด็ด!

ผิวกายของตงฉวนเป็นสีทองแดงสวยงาม กล้ามเนื้อของเขายิ่งทั้งแข็งแกร่งและแผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนอย่างกับม้าป่าหนุ่มกลัดมันทรงพลัง น่าลูบน่าเลียไปหมดทั้งตัว ยิ่งกำลังอับอายหนักจนผิวหน้าอกแดงเรื่อ ซวี่เซิงยิ่งหักห้ามใจไม่ไหว

แต่เดี๋ยวก่อน! ซวี่เซิงขยับมือช้าลง สายตาจดจ้องอยู่ที่ยอดอกของตงฉวนเหมือนไม่อยากเชื่อสายตา

“เฮ้ย...ตงฉวน บนหัวนมเจ้านั่นมันอะไรน่ะ”

ตงฉวนกลั้นใจตอบ “แน่อยู่แล้ว ห่วงเงินไงเล่า!

“เจ้า....เจ้าเจาะหัวนะ...”

“เหอะ แน่นอน! ข้าไม่มีทางปล่อยให้มันกลายเป็นจุดอ่อนซ้ำสองแน่ ข้าก็เจาะหมุดมาเต็มตัว เหตุใดแค่ยอดอกจะเจาะไม่ได้!

อื้อหือ ยั่วเย ยั่วเย ไอ้บุรุษหนุ่มยั่วเย ไม่ได้รู้ตัวด้วยนะว่าทำอะไรลงไป ซวี่เซิงกรีดร้องเสียงต่ำ ด้านหลังก็เกิดเสียงดินถล่ม ปากทางที่ซ่อนของเขาถูกทำลายแล้ว!

เจ้าอสูรกายกรีดร้องเหมือนดีใจ พยายามยื่นมือเข้ามาคว้าซวี่เซิง ซวี่เซิงตกใจหนักมากจนไอ้ที่แข็งปึ๋งปั๋งกำลังจะกลับไปเหี่ยวฝ่อ ตงฉวนเห็นปลายเล็บเจ้าอสูรกายจะถึงตัวซวี่เซิงก็รีบดึงให้เขาถลามาหาตัว

ซวี่เซิงตัวแข็งทื่อ ตงฉวนที่อยู่ด้านในสุดจนหลังชิดติดกับผนังกอดซวี่เซิงหลบกัดฟันเอ่ย “ยังไม่ได้อีกเรอะ!

ซวี่เซิงหลับตาแน่น แนบใบหูกับอกด้านซ้ายตงฉวน ฟังเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเร้าอย่างรุนแรง ก่อนกล่าว “พูดจาลามกอะไรก็ได้ออกมาที”

“...” ตงฉวนตาค้าง “อะ...อะไร พูดอะไรนะ”

ซวี่เซิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ด่ามาก็ได้ เร็ว!

“ใครจะไปคิดออกวะ!

“กระซิบข้างหูข้า บอกว่าข้าเป็นไอ้ร่านหน้าโง่มั่วไม่เลือกสมควรถูกเจ้าลงโทษ จะจับข้าไป XXX ต่อหน้าธารกำนัล แล้วก็จะ XXX กับ XXX ให้ข้าเมาน้ำกามจนเสพติดขาดมันไม่ได้ แล้วเจ้าก็จะทำกับรู XXX จนมัน XXX…

สติของตงฉวนบินหวือไปแล้ว

ตงฉวนกัดฟันแน่น ดึงซวี่เซิงกระชากเข้ามาใกล้ พลางกระซิบเสียงแหบต่ำเหมือนจะฆ่าแกงมากกว่าปลุกเร้า คิดเสียว่าครั้งนี้ครั้งเดียวในชีวิต ช่างหัวมันแล้ว! “ไอ้ร่านหน้าโง่มั่วไม่เลือก...ข้าจะเอาเจ้าต่อหน้าธารกำนัล!!

ซวี่เซิงสะท้านเฮือก ลมหายใจร้อนระอุของตงฉวนเป่ารดอยู่ข้างใบหู เสียงแหบของเขาคล้ายกับเสียงขู่ของสัตว์ป่า ซวี่เซิงเม้มริมฝีปากแน่น ฟังเสียงตงฉวนพ่นถ้อยคำหยาบโลน ก่อนจะระเบิดพลังไปกับจินตนาการสุดท้ายแบบกระฉูดปู้ดๆ

ตงฉวนหน้าแดงซ่าน อับอาบขายขี้หน้าถึงขีดสุด ซวี่เซิงที่มือเปื้อนโปรตีนสีขาวก็ถลาเข้ามา ป้ายมือเข้ากับปากตงฉวน “กินเข้าไปซะ!

“อุก!!” ตงฉวนหลับตาแน่น ก่อนจะทำใจกล้าบ้าบิ่นกลืนลงไป “แหวะ โคตรคาว!

รสชาติย่ำแย่เกินจะเอ่ย แต่ก็ยอมกลืนลงคอไปอย่างว่าง่าย ตงฉวนตวัดลิ้นออกมาเลียมือซวี่เซิง ดูดไปทุกนิ้วที่เปื้อนคราบขาวด้วยความตั้งใจ บอกให้กินก็กินให้หมดไม่มีเหลือ ก่อนสายตาจะเหลือบเห็นช่วงล่างนายครึ่งผีดิบ “อะไรของเจ้า ทำไมมันยังตั้งอยู่อีก!

“เออน่า ข้ามีความสุขกับตัวเอง ช่างข้าเถอะ!

ประจวบเหมาะกับที่อสูรกายทำลายทางเข้าที่ซ่อนได้พอดี มันพุ่งโฉบเข้ามาอย่างอุกอาจ ใครจะไปคิดเล่าว่ามือของมันจะถูกมนุษย์ที่มันพ่นพิษใส่จนท่าทางร่อแร่อย่างไรก็ไม่รอดงัดง้าวมังกรเขียวขึ้นมาตัดมือมันขาดในทีเดียว

ซวี่เซิงเกาะอยู่ที่หลังตงฉวนตาเป็นประกายวูบ “ได้ผลจริงๆ งั้นเหรอ!

น้ำกามช่วยดีท็อกซ์พิษได้ อสูรกายตัวนั้นรีบพ่นพิษออกราดใส่ตงฉวนอีกครั้ง แล้วมันก็ต้องผิดหวังเมื่อตงฉวนไม่ได้เป็นอะไรเลย นอกจากต้องมาทนเหนียวเหนอะให้รำคาญใจเท่านั้น

ตงฉวนสูดลมหายใจลึก อุณหภูมิร่างกายค่อยๆ คงที่ เส้นประสาทเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง สีหน้ากลับมาเป็นปกติ เลือดลมสูบฉีด ฟื้นคืนกำลังจากทุกส่วนในร่างกาย ถึงไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องยอมรับซวี่เซิงที่คิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ในเวลาเป็นเวลาตายไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

“เจ้าบอกเองสินะว่าถ้ากินน้ำเจ้าเข้าไป ต่อให้ถูกผีดิบกัดก็ไม่น่าจะติดเชื้อ”

“ใช่ ข้าเดาว่ามันอาจจะเป็นอย่างนั้น...นี่...อย่าบอกนะว่าเจ้าจะ...”

ตงฉวนกำอาวุธแน่น สีหน้ากระเหี้ยนกระหือรืออยากจะลองของ “ถ้ามันใช่จริง ก็นับเป็นก้าวยิ่งใหญ่แล้ว ต่อให้ต้องทนอายกินน้ำเจ้าก็เถอะ!

 ซวี่เซิงขนลุกซู่ นี่เจ้าหมีควายคิดจะรีดน้ำเขาออกให้หมดตัวเรอะ “ไหนเจ้าว่ารสชาติมัน...”

“เกาะหลังข้าไว้ให้ดีเถอะ ข้าจะทะลวงแบบเต็มแรงแล้ว”

ซวี่เซิงยิ้มแห้ง เห็นอนาคตไร่สับปะรดกลายๆ เพื่อที่จะปรับรสชาติให้ดีขึ้นคงได้กินจนเบาหวานถามหาแน่ตู

...

ในขณะเดียวกัน ด้านบนผืนทราย เหวินชู หรงเซี่ยและจิวเมี่ยวก็กำลังรวมกำลังกันกับทหารนักรบเข้าต่อกรกับฝูงผีดิบที่เพิ่มจำนวนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

ในตอนที่กำลังจะเข้าตาจน ผืนทรายสีขาวที่สงบนิ่งอยู่ก็เกิดแรงปะทะของระเบิดมาจากเบื้องล่าง ทุกคนหยุดอาวุธต่อสู้ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื้นตัน “ท่านแม่ทัพพาท่านปรมาจารย์กลับมาแล้ว!

ตงฉวนร่างเต็มไปด้วยเมือกเหลวสีม่วงและรอยกัดของผีดิบกว่าสิบรอบ ปักง้าวมังกรเขียวของตนลงผืนทรายก่อนล้มฮวบหอบหายใจ ซวี่เซิงที่เกาะหลังเขามาเป็นลูกลิงก็ไม่ไหวแล้ว ทำให้เซล้มนอนทับลงไปติดๆ

ซวี่เซิงหายใจไม่ทันพูดไม่เป็นคำ “คะ...โคตรบ้าบิ่นเลย ไอ้เจ้าบ้า”

พอเห็นว่าต่อให้โดนพิษหรือโดนกัดก็ไม่เป็นไรทำให้ตงฉวนดาหน้าโจมตีแบบไม่มีหลบ และเล่นระเบิดทุกอย่างที่ขวางหน้า ต่อให้จอมปลวกถล่มลงมาจะทับตายก็ยังไม่หยุด

ตงฉวนสภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน ปอยผมสีขาวเปื้อนเมือกเหนียวแปะอยู่ข้างแก้ม เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย โชว์ร่างกายสีทองแดงกำยำกับห่วงเงินที่เจาะอยู่บนยอดอก เขาหอบหายใจถี่ ซวี่เซิงเหลือบมองแวบหนึ่ง แอบคิดว่าเหมือนไปผ่านศึกหนักในความหมายอื่นมากกว่าไปต่อสู้นะเนี่ย

“ทุกคนช่วยท่านแม่ทัพกับท่านปรมาจารย์!” หรงเซี่ยออกคำสั่งก็มีคนวิ่งมาช่วยพยุงตงฉวนกับซวี่เซิง

เหวินชูเข้ามาหาซวี่เซิง ในมือยังถือแขนข้างที่ดึงหลุดมาอยู่เอาไว้ ก้มหน้านิ่งเงียบก่อนจะโยนแขนใส่หน้าซวี่เซิงแล้วรีบวิ่งไปอีกทาง

“อะไรกันชูชู เย็นชาเกินไปแล้วนะ” ซวี่เซิงเบะปากน้อยใจ

จิวเมี่ยวเข้ามาช่วยซซี่เซิงรีบกล่าว “อย่าคิดเช่นนั้นเลยขอรับ ตอนที่ท่านหายไป เขาท่าทางร้อนรนมากเลย”

“เอ๋ ไม่มั้ง เจ้าอย่ามาหลอกข้าเลย”

“จริงๆ นะขอรับ ท่านศิษย์น้อยน่ะกอดแขนท่านปรมาจารย์ไม่ปล่อยเลย ใครก็เข้ามาจับแขนท่านไม่ได้”

ซวี่เซิงหายเหนื่อยทันที เขายันตัวลุกขึ้น วิ่งพรวดไปหาเหวินชู “ชูชู! ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าน่ารักที่สุด….อ่อก ลิ้นปี่!!

ซวี่เซิงที่จะวิ่งเข้าไปกอดเหวินชูถูกเขาใช้ฝ่ามือพิฆาตซัดเข้าที่ลิ้นปี่อย่างจัง กระนั้นซวี่เซิงก็ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะจะถือว่าท่าทางเมื่อครู่คือการแสดงความรักของเหวินชู ส่วนเหวินชูนั้นรู้ว่าซวี่เซิงคิดอะไรจึงยิ่งส่งสายตารังเกียจมาให้ไม่หยุด

ซวี่เซิงมองซอมบี้ จากนั้นก็งัดพู่กันคู่ใจขึ้นมา เหวินชูช่วยกางคัมภีร์ให้เงียบๆ เพราะซวี่เซิงเหลือแขนข้างเดียว ซวี่เซิงใช้ปากกัดแขนข้างที่ขาดเอาไว้ ก่อนจะเริ่มลงมือละเลงพู่กันลงไป

แน่นอนว่าภาพที่ออกมาคือจินตนาการอันร้อนแรงที่ต่อยอดมาจากตงฉวนในถ้ำไม่ผิดแน่ เหตุการณ์สดๆ ใหม่ๆ พลังทำลายล้างดุเดือดยิ่งนัก ตงฉวนเขม่นตามองซวี่เซิง ซวี่เซิงก็จ้องตงฉวนตอบ ปล่อยให้ภาพมโนร้อนแรงอู้อ้าอยู่ตรงนั้น ส่วนตัวจริงแค่แค่นยิ้มเยาะ แม้หมดแรงก็ยังขยับปากด่าซวี่เซิงได้

“เหอะ ไอ้กาก”

ซวี่เซิงยักคิ้วให้ทีหนึ่ง บรรยากาศแม้ตอบไม่ได้ว่าดีแต่ก็ดูเป็นมิตรกว่าเมื่อก่อนแบบพิลึกๆ

 

เสียเวลากำจัดซอมบี้ตรงนั้นไม่นาน ในที่สุดก็มาถึงถิ่นเขตของกองทัพเกราะดำ ซวี่เซิงหมดแรงเดินปล่อยให้เหวินชูจับข้อเท้าลากไปกับพื้น ส่วนตงฉวนนั้นรีบปลีกตัวไปอาบน้ำล้างคราบสกปรกทันที ก่อนจะหายไปยังมิวายเดินมาเตะซวี่เซิงไม่เบาไม่แรง พลางเอ่ยว่า “พักเสร็จแล้วก็ลากตัวเองออกมาหาข้าด้วย ข้าจะคุยกับเจ้าเรื่องน้ำนั่นเป็นการส่วนตัว”

ซวี่เซิงทำเสียงอื้อหือในลำคอ “ติดใจล่ะสิ”

ตงฉวนกระทืบซวี่เซิงไปทีหนึ่งจนซี่โครงแทบหัก เดินโมโหฟึดฟัดจากไป ซวี่เซิงแสร้งร้องเจ็บปวด เหวินชูแทนที่จะเห็นใจเขากลับส่งสายตาด่า สมควร

“โถ่ ชูชู...”

จิวเมี่ยวเดินมาหา “ท่านปรมาจารย์ ท่านศิษย์น้อย ตามข้ามาเถอะขอรับ ข้าจะพาท่านไปตำหนักที่พัก”

“มีที่พักด้วยเหรอ ยอดไปเลย” ซวี่เซิงลุกพรวดขึ้นมา เดินตามจิวเมี่ยว ท่าทางลิงโลด

แม้ที่แห่งนี้จะตั้งอยู่กลางทะเลทรายสีขาว แต่ก็เหมือนเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำและป่าเขียวซึ่งอุดมสมบูรณ์อย่างมาก

ไม่ใช่เพียงแค่นักรบชายชาตรีเท่านั้นที่อาศัยอยู่หลังกำแพงป้อมปราการบูรพาเวหะ เหมือนว่าตงฉวนจะช่วยคนจากหลายๆ ที่ หลายๆ ถิ่นแล้วพามาอยู่ที่นี่ ทั้งสตรีและคนแก่จึงมีปะปนเต็มไปหมด ราวกับเป็นหมูบ้านหนึ่งที่ครึกครื้นพอตัว

ระหว่างทางซวี่เซิงครึ้มอกครึ้มใจไม่น้อย เพราะในที่สุดก็ได้พบเห็นสาวน้อยน่ารักที่ไม่ใช่ผีดิบหัวขาดสักที จึงอดจะเข้าไปชวนคุยหยอกล้อระหว่างเดินทางไปที่พักไม่ได้ จิวเมี่ยวเองก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร ส่วนเหวินชูเกลียดเสียงดังๆ และผู้คนมากๆ จึงยืนหลบอยู่อีกทาง

ซวี่เซิงเข้าไปทักทาย “สวัสดีแม่นางน้อยทั้งหลาย ข้าเพิ่งมาใหม่ อยากมีเพื่อนเยอะๆ พวกท่านทำอะไรกันอยู่หรือ”

เหล่าสตรีที่กำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่หันมายิ้มแย้ม แต่ละคนหน้าตางดงามชดช้อยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์กันหมด ท่าทางดุ๊กดิ๊กเหมือนกระต่ายขนปุย “อุ๊ย ท่านคือใครผู้มาใหม่หรือ ตาข้างหนึ่งเหตุใดเป็นสีแดงล่ะเจ้าคะ”

“ไว้มองความน่ารักของพวกท่านไง” ซวี่เซิงเย้าแหย่ และแน่นอนว่าเหล่าสาวน้อยที่ ละ ไปแล้วย่อมไม่เข้าใจ จึงพากันหัวเราะคิกคักท่าทางใสซื่อ

“ไม่ทราบว่ากำลังสนทนาอะไรกันอยู่หรือ ข้าไม่มีเพื่อนเลย พวกท่านพอจะรับข้าเข้ากลุ่มด้วยได้หรือไม่”

สตรีน้อยคนหนึ่งเอ่ยอย่างใจกว้าง รอยยิ้มสว่างสดใสดุจดอกไม้ “ได้สิเจ้าคะ พวกเรากำลังสนทนาเรื่องนวนิยายกันอยู่ หากสนใจก็มานั่งอ่านกับพวกข้าได้”

“นวนิยายหรือ” ซวี่เซิงตาโต

“เจ้าค่ะ นวนิยายของท่านเหมยลี่...อุ๊ย”

เหวินชูเดินมาด้านหลังซวี่เซิงเพราะขี้เกียจยืนรอแล้วเลยเดินมาเร่ง ซวี่เซิงยิ้มหน้าบาน คิดเอาเองว่าหนุ่มน้อยต้องหวงอาจารย์แน่ๆ เลยยื่นมือไปลูบหัวเขา ผลคือถูกกัดจนเนื้อแทบแหว่ง

ซวี่เซิงโบกไม้โบกมือลาสาวๆ ท่าทางสดใสออกนอกหน้าน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก หมายมั่นตั้งใจว่าอาบน้ำแต่งหล่อจะมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อยใจกับพวกนาง จะวางเรื่องปวดกบาลทั้งหลายที่เจอมาทิ้งไป ขอเวลาพักหายใจกับมวลผกาเหล่านี้ให้ชุ่มฉ่ำดีกว่า

ที่พักที่จิวเมี่ยวพามาไม่ใช่เรือนใหญ่โตอะไรแต่ก็สงบรมรื่น ควรค่าแก่การพักผ่อนอย่างมาก

“ไว้อีกพักหนึ่งข้าจะส่งคนมารับท่านไปพบกับทานแม่ทัพนะขอรับ ระหว่างนั้นก็พักผ่อนให้เต็มที่ คิดเสียว่าเรือนนี้ยกให้ท่านแล้ว จะมีทหารมายืนเฝ้าอยู่นอกรั้วเรือนแต่ไม่รบกวนความเป้นส่วนตัวท่านแน่ ต้องการอะไรก็แจ้งได้เสมอ” จิวเมี่ยเอ่ยอย่างใจดีแล้วขอตัวจากไป ซวี่เซิงแทบจะล้มกลิ้งเข้าประตู อยากจะนอนเหยียดให้หายเมื่อยตัวก็ถูกเหวินชูลากเท้าไปนั่งเย็บแขน

  เพราะเป็นคนดึงแขนซวี่เซิงหลุด ถึงสายตาจะไม่ยอมเอ่ยคำว่าขอโทษแต่ก็มีความรับผิดชอบ จึงเป็นครั้งแรกที่เหวินชูลงมือเย็บให้ด้วยตัวเองและยอมให้ซวี่เซิงลูบศีรษะเป็นครั้งแรก ซวี่เซิงเบิกบานใจมาก ชวนคุยจ้อไม่หยุด

“เมื่อครู่สาวๆ เหล่านั้นน่ารักกันมากเลย ชูชู เดี๋ยวอาจารย์จะไปนั่งคุยเล่นกับพวกนางสักหน่อย เจ้าไปด้วยกันไหม”

ไม่

“ทำไมเล่า การศึกษาสตรีก็เป็นการเรียนรู้ที่ดีนะ หากไม่มีหยินก็ไม่มีหยาง แม้เจ้าจะเรียนแนวซาดิสม์ แต่ศึกษาความนุ่มนวลไปด้วยก็ไม่เลวนะ”

เหวินชูฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา รู้สึกว่าไร้สาระยิ่งนัก ศึกษาไปทำไม สตรีเหล่านั้นไม่ยอมให้เขามัดแล้วหาแส้มาหวดเสียหน่อย พลันนั้นก็มีใครบางคนมาสั่นกระดิ่งเรียกอยู่หน้าเรือน

ซวี่เซิงขี้เกียจลุกเลยนอนกลิ้ง เหวินชูมองอย่างเหยียดหยามทีหนึ่งก่อนจะลุกไปเป็นฝ่ายเปิดประตูต้อนรับแขกแบบขอไปที

“ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ”

“...”

เหวินชูเงยหน้าขึ้น สบตากับดรุณีน้อยนางหนึ่งที่ประคองตะกร้าหวายที่ใส่ผลไม้เอาไว้

“ท่านซวี่เซิงอยู่ไหมเจ้าคะ ข้าอยากขอพบเขา”

“...”

“...เอ่อ?”

เหวินชูได้สติในตอนนั้น หมุนตัวแล้วผลักประตู เชื้อเชิญให้ดรุณีน้อยเข้ามาข้างใน

ดรุณีน้อยผู้นั้นภายนอกอายุประมาณ 15 ปี เส้นผมยาวสีดำถัดเป็นเปียสองข้าง สวมชุดชุดกี่เพ้ากับกางเกงขายาวเข้ารูปสีขาว เดินตามเหวินชูมาข้างใน

ซวี่เซิงที่กำลังนอนอย่างคนแก่ขี้เกียจ เมื่อเห็นแขกน้อยน่ารักก็ดีดตัวผึ่งทันที “นั่นใครกัน เป็นแขกที่น่ารักเสียจริง”

ดรุณีน้อยยิ้มแป้น ซวี่เซิงมองรอยยิ้มนางฟ้าจนเคลิ้ม ก่อนจะเหลือบเห็นเหวินชู ค่อยพบว่าท่าทางและสีหน้าของศิษย์น้อยดูแปลกไป...

ขอบหูของเหวินชูดูแดงเรื่อ และแอบเหล่ตาไปมองดรุณีน้อยอยู่หลายครั้ง ซวี่เซิงมองออกทันควัน จึงเอ่ยเสียงหยอกเย้า “ชูชู ไปดูในครัวที มีอะไรรับแขกหรือไม่ เผื่อแม่นางน้อยจะอยู่คุยยาวๆ สักหน่อย”

เหวินชูตวัดตามองซวี่เซิงทีหนึ่ง หากเป็นปกติคงส่งสายตาด่าดูถูกมาแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอยู่ต่อหน้าสาวหรือไม่จึงสำรวมกว่าปกติ เหวินชูรับคำสั่งเสร็จก็หันหลังขวับ ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ส่วนซวี่เซิงแอบหัวเราะคิกคัก ค้นพบเรื่องสนุกเรื่องใหม่เข้าแล้ว!

เขาจัดแจงท่าทางตัวเองใหม่ เชื้อเชิญให้แม่หนูน้อยนั่ง “แม่นางน้อย มีธุระอะไรรึ ตงฉวนให้เจ้ามาตามหรือ”

ดรุณีน้อยคลี่ยิ้มหวาน ผ่านไปนานก็ยังไม่ยอมพูด ซวี่เซิงเองก็ฉีกยิ้มจนแห้ง “เอ่อ...ไม่ทราบว่าเจ้าชื่อ....”

ทันใดนั้นเองที่นางฟ้าแสนน่ารักปิดปากกลั้นหัวเราะไม่ไหว จนกระทั่งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆๆ”

ซวี่เซิงสะดุ้งโหยง แต่ไม่ใช่สะดุ้งเพราะจู่ๆ ยัยหนูก็ขำออกมาหรอก แต่ตกใจเพราะเป็นเสียงหัวเราะของเด็กผู้ชายต่างหาก!

ดรุณีน้อยหัวเราะหึหึหึหึ ก่อนจะกล่าว “อันใดกัน ไม่พบกันไม่นาน หลงลืมราชาแห่งความมืดแล้วงั้นรึ!

!....เจ้า...”

ซวี่เซิงลื่นก้นวืดจากตั่งนั่ง ยกนิ้วสั่นระริกขึ้นชี้

“เป็นหนึ่งไม่มีสอง นามของข้าคือราชาชงหยวน!” เจ้าเด็กเบียวเกรียนแตกโพล่งความจริงออกมาพลางดึงกระชากหน้ากากหนังมนุษย์ที่แนบเนียนออกไป เรียกผ้าคลุมปีศาจมาสวม ปล่อยเปียที่ถักออก กลับกลายสภาพเป็นนายตาเดียวตามเดิม

ซวี่เซิงอ้าปากค้าง เจ้าพวกลูกสมุนที่ไม่รู้ว่าซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ในสวนด้านหลังตั้งแต่เมื่อใดก็ผลุบหน้าออกมา “ยินดีที่ได้พบอีกครั้งขอรับท่านปรมาจารย์ศาสตร์กาม”

“นี่มันอะไรกัน!” ซวี่เซิงผงะจนก้นจ้ำเบ้าจากตั่งนั่ง “มาได้อย่างไร!

“ตัวข้านั้นมีพลังวิเศษ เดินดินก้าวกระโดดไปที่ใดก็ได้ที่ใจปรารถนา ประตูมิติแห่งความมืดนั้นเปิดอ้ารอ...”

“หลังจากแยกกัน ท่านราชาก็รีบร้อนขี่อสูรฟ้ามาดักรอท่านอยู่ที่นี่แบบไม่หยุดพักขอรับ” ลูกสมุนชุดดำคนหนึ่งเอ่ยรายงาน

ซวี่เซิงเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว เพราะกลัวจะถูกจ้าวฝูหมิงตัดหน้า เขาเลยรีบเร่งเดินทางมาก่อน แถมยังมาถึงเร็วกว่าตงฉวนเสียอีก เรื่องแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ

ชงหยวนที่ถูกลูกน้องพูดตัดหน้าอีกแล้วโมโหโวยวายจนหน้าแดง “งี่เง่า! ไล่ออก!

ซวี่เซิงปวดระสาทจี๊ด “เอาล่ะๆ ราชาชงหยวนแห่งความมืด ข้าเพิ่งจะมาถึง ขอข้าพักสักครู่เถอะ แขนข้าเพิ่งจะต่อคืนมาได้ด้วย”

ชงหยวนขึ้นไปนั่งวางท่าใหญ่โตบนโต๊ะ “อะไรกัน มิใช่ว่าเจ้าจะรีบไปอเวจีแดนมารหรอกหรือ”

ซวี่เซิงชะงักกึก “...ว่าไงนะ”

ชงหยวนงัดดระดาษสีดำแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากเสื้อคลุม ก่อนจะเกิดเปลวไฟสีเขียวขึ้นเผาไหม้กระดาษแผ่นนั้นจนควันฟุ้งลอยกลายเป็นไอตัวหนังสือที่เขียนว่า พาซวี่เซิงลงนรก

ซวี่เซิงหนังตากระตุกไม่หยุด รู้เลยว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังหากไม่ใช่จูหงเฟยน่าตายนั่น เจ้านั่นบอกว่าจะส่งผู้ช่วยมาให้ ที่แท้ก็คือเจ้าราชาเด็กเบียวนี่หรอกเรอะ!

“เข้าใจ...เข้าใจล่ะ แต่ขอข้าพักหายใจสักหน่อยเถอะนะ ข้าไม่ไหวแล้ว” ซวี่เซิงขอร้อง

“ไม่ได้นะ! เดี๋ยวเจ้าจ้าวฝูหมิงก็ตามมาหรอก”

“โอ๊ยยย เขาพี้ไผ่อยู่ มาถึงนี่ไม่ได้ง่ายๆ หรอก คงเดินสามก้าวหัวเราะสิบนาที เจ้าจะกังวลอะไรเล่า!” ซวี่เซิงกุมศีรษะ

ชงหยวนคิดไปคิดมาก็พบว่าจริง กระนั้นก็ยังนั่งทิ้งตัวแหมะไม่ยอมไปไหน “ก็ได้ เจ้าจะพักนานกี่เค่อกันล่ะ”

ซวี่เซิงอยากร้องไห้ให้น้ำตาไหลเป็นเลือด “สามวัน!

“นานไป!!

“สองวัน”

“ไม่เอา!

ซวี่เซิงจะร่างแหลกแล้ว “วันเดียวก็ได้ ไหว้ล่ะ อย่าเห็นว่าเป็นผีดิบแล้วเหนื่อยไม่เป็นนะ ร่างข้าฉีกขึ้นมาเย็บทีไม่คุ้มหรอก...”

ชงหยวนหน้ามุ่ย สุดท้ายก็ยอมถอย “วันเดียวก็วันเดียว”

ซวี่เซิงสะอื้นอยู่ในใจ ชงหยวนก็ยังนั่งอยู่อีกฝั่งไม่ไปไหน เห็นทีจะมานั่งเฝ้าเขาจริงๆ เสียด้วย จะกลัวจ้าวฝูหมิงโผล่มาแย่งตัวเขาอะไรปานนั้นกัน

“ว่าไป เหตุใดเจ้าถึงต้องแต่งเป็นแม่นางน้อยด้วยเนี่ย”

ชงหยวนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “หึหึหึ ศาสตร์การปลอมตัวของข้าไงล่ะ บอกแล้วว่าข้าน่ะเก่งกาจ เป็นได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพราะว่าตัวตนชาติที่แล้วของข้าน่ะนะ...”

ซวี่เซิงปวดประสาทหนักมาก ชงหยวนพูดยาวมาก แต่กลับจับใจความเลยไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ประจวบกับที่เหวินชูเปิดประตูกลับมา ในมือถือถาดขนมมาด้วย เหมือนจะไปหามาจากข้างนอกเพราะในครัวนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากใบชาเก่าๆ แต่เมื่อเปิดประตูมาไม่เห็นแม่นางน้อยคนนั้นแล้ว กลับเจอแต่คนชุดดำและชงหยวนแทน สีหน้าเย็นชาของเหวินชูที่ปกติก็ดูไม่สบอารมณ์กับอะไรๆ บนโลกใบนี้อยู่แล้วพลันดำมืดติดรำคาญออกหน้าออกตาทันที

ทว่าชงหยวนกลับไม่สังเกตเลยสักนิด เขาเอาแต่มองขนมที่เหวินชูยกมาเพียงอย่างเดียว “โอ๊ะ! นั่นเอามาให้ข้าสินะ รู้ความดีนี่นา ข้าจะให้เจ้าเป็นลูกสมุนข้าด้วยก็แล้วกัน!

เหวินชูเหลือบตามองซวี่เซิง

ไอ้โง่นี่มาได้ยังไง

ซวี่เซิงยกมือปิดตา “...จะมายังไงก็ช่างเถอะน่า...”




---------------------

อรรถรสหลังอ่าน ʕ•ᴥ•ʔ

-มีความเชื่อว่าการกินสับปะรดจะทำให้น้ำอสุจิหวานขึ้น แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการทดลองจริงจังยืนยันได้เด้อ

-1เค่อ=15นาที



แหกทุกกฏในการทำวัคซีนในแนวซอมบี้แล้ว!!! มุกยังคงกาวสัปดน ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาจนถึงบทนี้ฮะ555

บทนี้ลุงปรี๊ดแตกแล้ว ถึงขั้นขึ้นคำหยาบเลยทีเดียว คสพ กับตงฉวนเองแม้ไม่ได้ดีขึ้นมากแต่ก็ดูไม่เลวเท่าไหร่แล้วล่ะ อนาคตยังอีกยาวไกลนัก บทต่อไปเข้าสู่ช่วงตะลุยนรกกับเพาะพันธุ์มังกรกับราชาจูนิเบียว จะมีสภาพน่าอนาถ---เอ๊ย ออกมาเป็นเช่นไร ฝากติดตามกันด้วยน้า


บ๊ายบาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.254K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,807 ความคิดเห็น

  1. #4675 ppkpyw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 19:20
    อ่านไปอีหยังวะไปมากกกกก ทั้งอยากกรี้ดอยากหัวเราะ นี่มันเรื่องบ้าอันไดก๊านนนนน งัดเจ้าโลกออกมาไม่พอยังจะอื้อหืมอีก ยอมแล้วๆ 5555555555555555555
    #4,675
    0
  2. #4660 กระต่ายปากเเดง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 00:05
    อสุจิเป็นยาไปเเล้ว5555
    #4,660
    0
  3. #4653 รินเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 16:48
    จริงจ้า เขามีการยืนยันแล้วว่ากินสัปปะรดแล้วรสชาติมันจะดีขึ้นจริงๆ
    #4,653
    0
  4. #4526 yyyyobaby (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 00:24
    ขำจะตาย โอ้ยยยยยยยย 55555
    #4,526
    0
  5. #4315 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:08
    ราชาเบียวคือตล่ก555555
    #4,315
    0
  6. #4261 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:19
    เอิ่ม วัคซีนนี้มัน555555555 สู้ ๆ นะลุงงงง ฮือ นุทีมลุง
    #4,261
    0
  7. #4245 บาลู (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 11:34
    ไม่รู้ว่าจะเครียดเรื่องไหนก่อนดี ว้อยยยย555555555555
    #4,245
    0
  8. #4244 Blue magic (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 02:27

    เดี๋ยวรู้เลยราชาจูนิเบียว รอให้ชูชูรู้ว่านายปลอมตัวเป็นสาวน้อยซะก่อนเถอะ เหอๆๆ

    #4,244
    0
  9. #4239 danaja12062002 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 16:02
    อ่านแล้วเหมือนไปพี้กับพี่ไผ่มาเลย5555555555555
    #4,239
    0
  10. #4213 Danwtlese (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 17:22
    พาราเม็ดที่2 //กุมขมับ
    #4,213
    0
  11. #4183 ohjesus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 16:04
    อ่านไปกุมหัวไปทุกสามบรรทัด 555555
    #4,183
    0
  12. #3949 chalillxx_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 16:57
    น้อง5555
    #3,949
    0
  13. #3922 Fuang_0594 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 21:32
    เ-้นรายเนี่ย555555ขำตรงชูชู'ไอโง่นี่มาได้ไง'55555
    #3,922
    0
  14. #3749 BEEMbbr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:53
    ผ้มน่ะ คำว่าอิหยังวะเต็มไปหมด แล้วก็ตลก แล้วก็อ่านต่อ ฮ่าๆๆๆๆ //ดมไผ่
    #3,749
    0
  15. #3264 Krystal wing (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 22:27
    เห็นแววคู่ชูชูชงหยวนนะ
    #3,264
    0
  16. #2797 After_TeaTime (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 05:07
    ขออนุญาตเกลียดสกิลแถของไรท์ได้มั้ยคะ5555555555 แถเนียนตั้งแต่ตอนที่บอกว่าใช้ดามในการปลูกสัญชาติญาณดิบเถื่อนในซอมบี้แล้ว55555 อ่านแล้วได้แต่แบบ อิหยังวะ มากๆค่ะ55555 แต่หยุดอ่านไม่ได้สนุกมากกก ชอบความทนไม่ไหว สติแตก เกรี้ยวกราดด่ากราดไม่เว้นหน้าของลุงมาก5555555555
    #2,797
    0
  17. #2720 lills (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 19:13
    55555555555อะไรเนี่ย
    #2,720
    0
  18. #2440 puenyimm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:56
    -บ้าเอ้ยยย ชั้นขำกับฉากที่ซวี่เซิงด่ากราด55555555555
    #2,440
    0
  19. #1983 0814448154 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 18:58
    ฟินอะโอ้ยยสสสส
    #1,983
    0
  20. #1288 Why_Wine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 18:25
    แค่อ่านนิยายเรื่องนี้ก็สามารถหัวเราะปานพี้กัญชาได้
    ขำเป็นบ้าเป็นหลังจนจะขาดใจตายแล้วค่ะ555555
    #1,288
    0
  21. #1110 Mira // Dream (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:43
    อ๊ากกกกกกก

    ผิดศีล!!!!

    เคะต้องกินของเมะสิ!!!!!!

    แต่แอบมีจังหวะนึงให้ตงฉวน ครางเบาๆเพราะถูกดูดนมที่เจ้าตัวเอาไปติดห่วงมาเหมือนกัน...................ไม่!!!!

    เราจะไม่คิดแบบเน้!!!!!
    #1,110
    0
  22. #1102 Aonsung1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 19:00
    เรื่องนี้กาวสุดเท่าที่จะเคยอ่านละ 55555
    #1,102
    0
  23. #1090 Pissuda627 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:58
    เรื่องนี้พระเอกโดนกระทำ5555
    #1,090
    0
  24. #917 Peach9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 08:37
    เครียดๆมาแล้วมาอ่านนิยายเรื่องนี้ก็คือหายนะจ้ะ55555555
    #917
    0
  25. #892 PaulaPum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 19:00
    แหกทุกกฎจริงๆ555
    #892
    0