อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 30 : ปรารถนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    4 ก.ค. 61

ปรารถนา

 

            อากาศหนาวเย็นจนต้องกระชับวงแขนที่กอดพวงหางฟูนุ่มเข้ากับอกให้แน่นขึ้น ผมพ่นควันสีขาวออกจากริมฝีปากบางเบาๆ ราตรีคืนนี้อากาศหนาวเย็นขึ้นอีกแล้ว ใกล้ย่างเข้าเดือนที่สิบสอง เข้าช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเมื่อไหร่ หิมะน่าจะตกลงมา ย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีขาวปลอด

                หิ่งห้อยส่องแสงระยิบระยับจากที่ไกลๆ ผมเหม่อมองพวกมันอยู่ตรงระเบียงทางเดิน หมิงเล่อเดินเข้ามานั่งข้างๆ เขาถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ถึงจะไม่ได้ถูกล่ามมือติดกับใคร เจ้าตัวก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ผมไม่ห่างไปไหน

                “ไม่ได้พาไป๋เยว่มาด้วยเหรอ” ผมเปรยถาม

                “มันบาดเจ็บ รักษาตัวอยู่ ข้าไม่อยากให้มันต้องลำบากเดินทาง ก็เลยฝากจิ้นอวี๋ช่วยดูแลก่อน”

                หัวใจรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา “ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เกิดเรื่องมากมายขึ้นจริงๆ ข้าขอโทษที่ไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้น ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพวกเจ้า”

                “อย่าโทษตัวเองไปเลยท่านอาจารย์...ท่านต่างหาก อยู่ที่นี่ลำบากหรือไม่”

                “ลำบาก...ฮะๆ ไม่เลย อาจจะแค่ช่วงแรกๆ คนที่นี่จิตใจดีกันมาก ดีจนข้าตกใจเลยล่ะ”

                หมิงเล่อหันมองผม ก่อนเอี้ยวหน้ามากระซิบเข้าที่ใบหูใกล้ๆ

                “...ที่ว่าดีนั่น...หมายถึงประมุขพรรคคนนั้นหรือ?”

                “อะ...อะไรของเจ้า!” ผมสะดุ้งโหยง ดันหน้าหมิงเล่อให้ออกห่าง หมิงเล่อไม่ว่าอะไร แต่สายตากับสีหน้าดูหม่นหมองลงเล็กน้อย

                “ระหว่างที่ท่านอยู่ที่นี่ มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นใช่ไหม”

                “อะไรที่ว่านี่คือ...”

                “ท่านอาจารย์...ท่านรักจิ้นฝูหรือไม่”

                แสงจากหิ่งห้อยที่ลอยเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ บินเฉียดเข้ามาจนกระทบกับซีกหน้าหมิงเล่อ ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิดสงสัย เหมือนจะเคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อน ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตอบเขาไป

                “รักอยู่แล้ว”

                “ท่านชายน้อยเล่า รักไหม”

                “หมิงเล่อ...เจ้าถามอะไรอยู่”

                คิ้วเฉียงเข้มขมวดเข้าหากัน สีหน้าคมคายกล้ำกลืนไม่น้อย

                “หัวใจคนเรายากจะเข้าใจ ท่านอาจารย์...ข้าคงไม่มีสิทธิ์พูด แต่ถ้าหาก...ท่านกลับไปคราวนี้ ท่านต้องอยู่ข้างกายท่านชายน้อย แต่ไม่มีจิ้นฝู ท่านจะทำอย่างไร”

                “ไม่มีจิ้นฝู...เขา...เขาจะไปไหน...” ผมใจหายวาบ ฝ่ามือที่กอดหางตัวเองอยู่สั่นกึกอย่างไม่อาจควบคุม

                “เขาไม่ได้ไปไหน” หมิงเล่อส่ายหน้าเบาๆ “ยังอยู่ในพรรค รับใช้ท่านเหมือนเดิม...แต่บางอย่างอาจเปลี่ยนไปแล้ว”

                “หมิงเล่อ” ผมเรียกเสียงสั่น หมิงเล่อหันมา ท่าทางอึดอัดไม่น้อย “มีบางอย่างที่เจ้ายังไม่ได้เล่าใช่ไหม”

                “...”

                “พูดมาเถอะ ข้าอยากฟัง”

                “ท่านอาจารย์ก็เช่นกัน มีบางอย่างที่ท่านยังไม่ได้บอกข้า”

                ผมสะอึก เมื่อถูกถามจี้อย่างไม่คิดจะเว้นช่วงให้หายใจ หมิงเล่อยื่นมือมาจับมือผมไว้ เหมือนจะบอกว่าเขาจะนั่งอยู่ฟังอยู่นี่ไม่ไปไหน ฉับพลันน้ำตาของเอ่อคลอขึ้นเต็มสองดวงตา ผมบีบมือที่กุมอยู่ให้แน่นขึ้น รู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องพูดความจริงออกไป

                แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว และผมก็ไม่คิดจะหนีอีกต่อไป เลยกุมมือสั่นๆ นั่น เปิดปากเล่าสิ่งที่ค้างคาในอกออกมาให้หมด

                “ข้าไม่ใช่...เจินอี๋”

                “เจินอี๋?”

                “อสูรมารดำตัวจริงไงล่ะ! ข้าเป็นวิญญาณมาจากที่อื่น...เป็นมนุษย์จากอีกภพ ที่จู่ๆ ก็มาสิงอยู่ในร่างอสูรมารดำ”

                อีกฝ่ายเบิกตาโตกว้างเท่าไข่ห่าน จ้องมองร่างผมอีกครั้งหนึ่ง

                “แล้ว...ตัวตนที่แท้จริงของท่านอาจารย์...”

                “รูปลักษณ์คล้ายแบบนี้แหละ...แค่ไม่ได้งามหยาดเยิ้มราวกับปิศาจจำแลงกายขนาดนี้”

                คิดว่าร่างมนุษย์ของอสูรมารดำคงถอดแบบมาจากวิญญาณของผม แต่พอได้เจ้าปลาวิเศษนั่นมาช่วยเนรมิตร่างใหม่ด้วย มันก็เลยก้าวล้ำความงามแบปกติธรรมดาของปุถุชนไปหลายส่วน สิ่งที่ทำให้ผมไม่ใช่มนุษย์ปกติคือหูกับหางที่ยังคงเค้าเดิมของเจ้าอสูรหมาปอม และนัยน์ตาสีเหลืองอ่อนแสงราวกับพระจันทร์ที่ส่องสว่างในความมืด

                นายอดีตนักฆ่าหายตื่นตกใจ กลับไปนั่งสำรวมท่าทางใหม่เหมือนเดิม ผมเปิดปากเล่าต่อ

                “ข้ามาเข้าร่างของมัน สวมรอยเป็นมัน ได้เจอกับจิ้นฝูที่แม่น้ำบนภูเขา...เจ้ารู้หรือไม่ เขาเจอข้าครั้งแรก เขากลัวข้าจนฉี่ราดเลยล่ะ”

                “จริงรึ แต่เขาดูชอบท่านมาก...” หมิงเล่อยกมือขึ้นปิดปากเหมือนไม่อยากเชื่อ

                หวนคิดถึงวันนั้นสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง ผมก็ยังยิ้มออกมาได้ทุกครั้ง ภาพเด็กผู้ชายหน้าสวยล้มหงายหลังตัวสั่นยังคงเด่นชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แม้จะดูน่าขัน ใครจะไปรู้ว่ามันจะเป็นเพียงเงาอดีตของเด็กชายมาดองอาจคนหนึ่ง

                ...มันเปลี่ยนไปแล้วหรือ

                “ข้าชวนเขาคุย ถามไปเรื่อย จนรู้ว่านี่ไม่ใช่โลกเดิมจริงๆ เห็นปลาวิเศษมาตอดสาหร่ายกินแถวนั้นเลยจับโยนไปให้จิ้นฝูเพื่อขอบคุณ ใครจะไปคิดว่าเขาจะกลับมาหาข้าใหม่”

                “ในตอนนั้นท่านยังเป็นอสูรอยู่สินะ...”

                “อืม...ก็ตามที่เจ้าเห็นนั่นแหละ”

                หิ่งห้อยตัวหนึ่งบินลอยตัดหน้า ผมหันมองตามเชื่องช้า ก่อนจะเริ่มพูดต่อ “จนบ้านถูกเผา เราไปอยู่ในพรรคอสูรกัน ข้าพบท่านชายน้อย สารภาพตามตรงว่าข้าไม่ชอบเขาเลยตอนแรกๆ เขาชอบด่าข้า กระแนะแหนข้า อยู่ใกล้ข้าก็ชอบทำหน้าเหมือนอยู่ใกล้กระโถน ตอนทำพิธีเชื่อมจิตวิญญาณแล้วเขาเห็นโฉมหน้าวิญญาณของข้า แล้วเหมือนท่าทีจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ข้ายังลอบแอบด่าเขาในใจอยู่เลยว่ามองคนแค่ภายนอก”

                “งั้นท่านชายน้อยก็...”

                “ข้าเดาผิด” ผมหัวเราะเบาๆ แต่น้ำตาดันตีตื้นอยู่ตรงเบ้าตาจนขำไม่ออก “ท่านชายน้อยกับเจินอี๋เคยให้สัญญากันไว้ก่อนที่เจินอี๋จะตายจากไป...หากวันใดวันหนึ่ง เจินอี๋กลายเป็นมนุษย์ เมื่อถึงวันนั้นท่านชายน้อยจะมารับมันไปแล้วอยู่ด้วยกัน หรือต่อให้มันไม่ใช่มนุษย์ ขอเพียงเหลียงหลวนเซียนจัดการเรื่องพี่ชายที่อยากฆ่าอสูรมารดำได้ก่อน เขาจะไปรับมันมาอยู่ดี แม้ว่าตอนนั้นมันจะเป็นคนแล้วหรือไม่ก็ตาม”

                ฝ่ามือที่กระชับจับอยู่เพิ่มแรงขึ้นไม่น้อย หมิงเล่อทำหน้าไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าเหลียงหลวนเซียนปากร้ายยิ่งกว่าใครในพรรคคนนั้นจะมีมุมละเอียดอ่อนขนาดนี้อยู่ด้วย “ถ้าเป็นเช่นนั้น แสดงว่าที่ผ่านมาเขาแกล้งทำเป็นเกลียดท่านหรือ! เพราะรู้ว่าพี่ชายต้องการฆ่าท่าน...และคิดไกลว่าบางทีคนในพรรคอาจจะมีที่เป็นพวกของพี่ชายอยู่ด้วย..ก็เลยแสดงท่าทีแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น เพื่อปกป้องท่าน...มิน่าเล่า เขาถึงได้แอบย่องเข้าห้องนอนของท่าน...เพราะนั่นเป็นเพียงเวลาเดียวที่จะใกล้ท่านได้...”

                แล้วมันก็เป็นอย่างที่เหลียงหลวนเซียนคาดการณ์ไว้ทุกอย่าง ในพรรคมีคนของเหลียงเหวินหลางอยู่ พวกในพรรคส่วนหนึ่งสนับสนุนท่านชายใหญ่ ถ้าเขาทำทีเป็นดีต่ออสูรมารดำ คนเลวพวกนั้นต้องวางแผนต่างๆ นาๆ มากำจัดผมก่อน แต่นี่เขาแสดงท่าว่าต่อต้าน ไม่ต้องการ รังเกียจผม ผมถึงยังรักษาชีวิตมาได้จนตอนนี้

                หลายเรื่องตีกันวนเวียนกันไปหมดจนไม่รู้จะจับเรื่องไหนมาแก้ปัญหาก่อนดี ปัญหาเรื่องใหม่ก็ตามมาอีก ผมสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายมันก็ยังหยดไหลลงมาใส่ตัก

                “ตลอดมาที่อยู่ที่นี่ ข้าพยายาม...พยายามคิดหาทางแก้ปัญหาบ้าๆ นี่ ท่านชายน้อยรักอสูรมารดำ จิ้นฝูรักข้า แต่ข้าเป็นอสูรมารดำ ข้าไม่รู้ว่าท่านชายน้อยถ้ารู้ความจริงว่าวิญญาณของอสูรมารดำเปลี่ยนไปแล้วจะยังรู้สึกแบบเดิมอีกไหม...แต่เขาไม่ใช่คนเลวสักนิด ไม่เลย! ข้าเคยคิดว่าท่านชายน้อยน่ะเป็นแค่คุณชายงี่เง่าเอาแต่ใจ ไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายทะเลาะกับใครแพ้ก็เอาแต่หนี แต่มันไม่ใช่...เขาทุ่มเททำทุกอย่างเพื่ออสูรมารดำ ข้าสงสารเขา...แต่จิ้นฝูเล่า เจ้าก็รู้ ลับหลังข้าจิ้นฝูทำนู่นทำนี่ให้ข้าไม่หยุด แต่แค่ไม่ยอมพูดออกมาเพราะไม่อยากใช้ความดีต่อรอง

                คนดีสองคนนี้ไม่สมควรมารักข้าเลย ข้ามันไม่มีอะไรสักอย่าง ทำไมต้องเป็นข้าด้วย หมิงเล่อ...ข้าไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า ข้ามันก็เป็นแค่ไอ้บ้าคนหนึ่ง สตรีก็ไม่ใช่มนุษย์ก็ไม่ใช่แท้ๆ กล้าดียังไง...กล้าดียังไง...”

                ผมกล้าดียังไง...ที่ทำให้เขาทั้งคู่เสียใจ

                นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย เอาปัญหาความรักมานั่งปรึกษากับเพื่อน ทำเหมือนตัวเองตอนเผชิญกับปัญหาความรักตอน ม.ต้น ครั้งแรกไม่มีผิด ตอนนั้นผมว่าไงนะ ไม่รู้จะเลือกใครดี ถ้าอย่างนั้นเลือกคนที่หล่อกว่าก็แล้วกันงั้นเหรอ?

                อยากจะย้อนเวลาไปตบหัวตัวเองตอนนั้นแรงๆ สักที คนที่เอาแต่มองชาวบ้านเขาแค่ภายนอกน่ะมันผมล้วนๆ จนมาอยู่ในร่างอสูรขนฟูน่ากลัว รับรู้ถึงความรัก มิตรภาพที่คนอื่นมอบให้โดยไม่มองรูปลักษณ์ภายนอก หัวใจที่เคยหยิ่งผยองจึงถูกเหลาจนนิ่ม

                จิ้นฝูพูดถูก เขาเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เทวดาจากไหน ย่อมมีอารมณ์หึงหวง เห็นแก่ตัว เขารู้ความรู้สึกของท่านชายน้อยที่มีให้ผม ถึงได้หวาดกลัวว่าวันหนึ่งถ้าผมรู้ความจริง เขาจะไม่มีอะไรสู้ท่านชายน้อยคนนั้นได้เลย กระนั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา

                ปัญหาทั้งหมดมันอยู่ที่หัวใจของผมเอง

                “ท่านอาจารย์ท่านคงลำบากใจมาก ท่านมีหัวใจแค่หนึ่งดวง แต่กลับมีคนยกหัวใจให้ท่านถึงสองดวง...หรือสาม”

                “สาม?...”

                หมิงเล่อยกยิ้มบาง สะกิดไหล่ผมแล้วชี้ไปอีกด้านหนึ่ง

                หลิ่งเซียวหรูอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เข้ามาใกล้ เขานั่งยองๆ มองหิ่งห้อยอยู่ตรงพื้น นี่ก็เลยเวลาสวดมนต์มานานแล้ว แต่เขากลับยังนั่งอยู่ตรงนั้นรอผมไม่ไปไหน

                บริเวณข้อมือเจ็บขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้มีอะไรผูกติดไว้ ทำให้ผมเผลอยกมือขึ้นจับอย่างไม่รู้ตัว

                “ท่านอาจารย์เป็นโฉมงามตั้งแต่อยู่ในร่างอสูรแล้ว รู้ตัวหรือไม่”

                “เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร เขี้ยวโค้ง เขาคู่อย่างนั้นน่ะนะ”

                หมิงเล่อหัวเราะร่วนจนตัวงอ แหงนหน้ามองดาวบนฟ้า แล้วกล่าว “ท่านก็ยังเป็นท่าน ข้าเห็นคนในพรรคนี้ปฏิบัติกับท่าน จะเกลียดก็ไม่สุดจะชอบก็เก้กัง เชื่อข้าสิ เขาไม่ได้ชอบเพราะท่านงาม แต่ชอบเพราะท่านเป็นท่านกัน พวกข้าก็ด้วย ข้าชอบที่ท่านด่าข้า ไม่มีใครด่าข้าด้วยความจริงใจมานานแล้ว จิ้นอวี๋ก็ชอบท่าน ไม่ใช่เพียงเพาะท่านมอบปลาให้นาง แต่เป็นเพราะน้ำใจของท่านที่มีให้ต่างหาก ประมุขพรรคอสูร ท่านหมอหลิ่ว คนติดตามในพรรค ไป๋เยว่ ชอบท่านไม่ใช่เพราะท่านเป็นอสูรมารดำอย่างเดียวหรอก เห็นค่าของตัวเองหน่อยเถิด ถ้าจะมีใครมาหลงรักท่านมันก็สมควรแล้ว”   

                ไม่คิดเลยว่าหมิงเล่อที่ผมเอาแต่ปรามาสว่าเด๋อด๋าเซ่อซ่าจะเอาใจใส่ผมมากกว่าที่ผมคิด เขานับถือผมเป็นอาจารย์อย่างปาก และเป็นห่วงผมถึงได้ตัดสินใจถามเรื่องนี้ออกมา หลังจากได้ระบายและคุยกับหมิงเล่อ หัวใจที่หนักอึ้งมานานก็เริ่มเบาหวิวขึ้นเป็นกอง

                “หมิงเล่อ...ข้า...ขอบคุณ ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดี เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของข้าเลย”

                “ดีใจที่ในที่สุดท่านก็ยิ้มสักที” หมิงเล่อยิ้มกว้าง ตบไหล่ผมปุบๆ

                “ในโลกใบเดิมของข้า เจ้าเชื่อไหมว่าข้าไม่เคยมีเพื่อนอย่างเจ้า ครอบครัวของข้าก็ไม่ได้อบอุ่นเท่าพรรคอสูร ข้า...ฮ่าๆ ข้ารักที่นี่ ข้าไม่อยากทำลายอะไรเลย เจ้ารู้หรือเปล่าหมิงเล่อ สาเหตุที่ข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ เป็นเพราะข้าผลักผู้ชายคนหนึ่งตกสะพาน...ข้ารักคนคนนั้นมาก แต่เขาไม่เคยหยุดที่ข้า ข้ารู้ว่าการที่ต้องแบ่งคนรักให้คนอื่นมันเจ็บปวดแค่ไหน ข้าเคยเป็นตัวเลือกให้กับคนคนนั้นมาก่อน ข้าถึงได้เข้าใจ...ว่ามันทรมานแค่ไหน”

                “อืม...” หมิงเล่อไม่แสดงความคิดเห็น แต่ขานรับให้รู้ว่าเขาฟังอยู่

                “แต่ข้าจะไม่หนี ถ้าที่สุดแล้วทุกอย่างมันไปต่อไม่ได้ ข้าก็แค่ไม่เลือกใครสักคน แล้วฆ่าตัวตาย!

                “จะบ้าหรือท่าน!

                “ข้าไม่ยอมให้เจ้าตาย!” 

                ผมกำลังจะหัวเราะขำแล้วบอกว่าแค่แกล้งแหย่เล่น ไม่คิดว่าหลิ่งเซียวหรูจะวิ่งพรวดเข้ามาห้ามด้วย...

                ผมกะพริบตาปริบๆ มองหน้าหลิ่งเซียวหรูสลับกับหมิงเล่อ เห็นหน้าตาไม่ยอมของคนทั้งคู่ก็ได้แต่หัวเราะเก้อ ก้มหัวขอโทษที่พูดจาไม่คิด

                “อะไรเนี่ยท่าน แอบฟังอยู่งั้นเหรอ” ผมเขม่นตาใส่หลิ่งเซียวหรูคาดโทษแต่ไม่จริงจัง

                หลิ่งเซียวหรูกลับไปยืดหลังตรง ก่อนทรุดตัวลงนั่งถัดจากผม โดยเว้นระยะห่างเกินสองช่วงตัว ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์นั่งเงียบ จนมีหิ่งห้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะจมูกเขาจนจามออกมา

                “...ข้ามีเรื่องจะสารภาพ” หลิ่งเซียวหรูเอ่ย

                ผมกับหมิงเล่อชะโงกหน้ามอง หลิ่งเซียวหรูนั่งหลังตรงเหมือนรูปปั้นหิน น้ำเสียงเรียบนิ่งเป็นหุ่นยนต์เอ่ยสั้นๆ

                “ข้าชอบเจ้า”

                พรวด!

                ทั้งผมทั้งนายอดีตนักฆ่าสำลักน้ำลายพร้อมกัน หัวใจผมเต้นตุบๆ ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาในเวลาแบบนี้ ถ้าแอบฟังก็น่าจะได้ยินสิว่าท่านชายน้อยกับจิ้นฝูเองก็ชอบผม เขาจะพูดออกมาให้หัวผมระเบิดแตกเป็นพลุก่อนรึไง

                “หยุด เงียบ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” หลิ่งเซียวหรูตวัดสายตาพิฆาตใส่ ไม่ใช่แค่ผม แต่หมิงเล่อก็หุบปากฉับ สิ่งเดียวที่นายนักฆ่าทำคือกรีดร้องแบบไร้เสียง “ท่านเซียนหั่วจู้เจียงบอกกับข้า ว่าเจ้าคือด้ายแดงของข้า...แต่ไม่ใช่แค่ข้าคนเดียว”

                “ท่านผู้เฒ่าก็บอกข้าแบบนั้น...บอกว่าชะตาพัวพันกับดวงวิญญาณถึงสามดวง อีกดวงเป็นท่านนี่เอง” ผมผลอยกมือขึ้นชี้เขา หลิ่งเซียวหรูผงกศีรษะเบาๆ นี่โชคชะตาจะเล่นตลกกับผมไปถึงไหนกัน “ข้าขอโทษ ไม่น่าเป็นข้าเลย”

                “ข้ากำลังคิดหนัก ตอนนี้ข้ามั่นใจว่าข้าชอบเจ้าเข้าแล้ว แต่ข้าไม่รู้...ตลอดชีวิตของข้า ข้ามีเป้าหมายเดียวคืออยากจะบำเพ็ญตนเป็นเซียน ข้าฝึกฝนมาตลอดเป็นสิบปี แต่พอข้าชอบเจ้า ข้ากลับลังเลใจ ถ้าเลือกเจ้าข้าก็ต้องสละความฝันของข้าไป แน่นอนว่าข้าต้องผิดศีลอีกแน่ เพราะเจ้าเองก็มีคนรักอยู่อีก ถ้าข้ากักตัวเจ้าไว้นี่ ก็จะเท่ากับว่าข้าแย่งเจ้ามา”

                “เอาหอกมาแทงข้าเลยเถอะ...”

                หลิ่งเซียวหรูกระตุกมุมปากยิ้ม แล้วอยู่ดีๆ ก็ยื่นมือมาลูบหัวผม สัมผัสบางเบาไม่ยาวนานแต่ทิ้งความอบอุ่นเอาไว้ไม่ไปไหนแม้จะดึงมือกลับไปแล้วก็ตาม

                “ข้าคิด...คิดไม่ตก ข้าควรจะตัดด้ายแดงของข้ากับเจ้าออก ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นความรักหรือไม่...” ดวงตาใสกระจ่างดุจแก้วกระจบเคลื่อนมามองผมอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าเมื่อไหร่ นัยน์ตาของหลิ่งเซียวหรูก็มักสะท้อนใสจนผมมองเห็นใบหน้าตัวเองอยู่ในตาคู่นั้นเสมอ “ข้ารู้จักคำว่ารัก แต่ข้าไม่รู้ความหมาย...แต่ข้าคิดว่าถ้าวันหนึ่งข้ารู้ มันคงหมายถึงเจ้า”

                หมิงเล่อที่นั่งอยู่ข้างๆ คลุ้มคลั่งจนกัดเสื้อตัวเองไปแล้ว ผมเองก็จนปัญญา สมชื่อที่พวกพรรคเซียนสวรรค์ตั้งให้ว่า มารผจญ มารสมชื่อ หลิ่งเซียวหรูหลวมตัวมาชอบผมอีกคนแล้ว

                หลิ่งเซียวหรูคนซื่อพูดตามที่ใจคิด ไม่ตั้งใจจะเกี้ยวพาราสี ผมถึงได้ร่วมเหนื่อยใจไปกับเขาด้วย ยอมรับเลยว่ามันหนักมากจริงๆ

                “ข้าเองก็ไม่ใช่คนดีขนาดให้ท่านทิ้งทุกอย่างมาเพื่อข้าเสียด้วย ค่อยๆ คิดไปเถอะท่าน ข้าเอาใจช่วย”

                มีที่ไหนมาพูดกับคนที่สารภาพว่าชอบตัวเองแบบนี้ ผมล่ะอยากจะสลบให้หัวฟาดขื่อสักสามครั้ง

                หมิงเล่อมองผมกับหลิ่งเซียวหรูตีสีหน้าขึ้งเครียดจริงจังเหมือนไม่ได้กำลังคุยเรื่องเกี่ยวกับความรักสักนิดก็หัวเราะเหนื่อย ทันใดนั้นหลิ่งเซียวหรูก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก หันมาพูดกับผม

                “เหลียงเหวินหลางผู้นั้น หากฆ่าไม่ได้ ข้าช่วยให้เขาหลับไปตลอดกาลได้”

                “หมายความว่าอย่างไร” ผมรีบถาม

                “เป็นวิชาของพรรคเซียนสวรรค์ พรรคเราหากไม่จวนตัวจริงจะไม่เข่นฆ่าใคร ฉะนั้นจึงกำจัดคู่ต่อสู้ด้วยการทำให้หลับใหลไปตลอดกาลแทน รอจนร่างกายหมดอายุขัยแล้วจากโลกนี้ไปเองตามธรรมชาติ หากท่านชายน้อยพรรคอสูรทำใจฆ่าพี่ชายไม่ได้ ไม่อยากให้เด็กที่นามว่าจิ้นฝูมือเปื้อนเลือด และไม่อาจรอจนกว่าประมุขพรรคอสูรฟื้นคืนสติ ข้าก็จะช่วยทำให้เหลียงเหวินหลางผู้นั้นหลับไปเอง”

                “ท่านมั่นใจได้รึว่าเขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาทำเรื่องแย่ๆ อีก” หมิงเล่อถามแทรก

                “ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา ข้าไม่เคยเห็นว่าจะมีใครฟื้นคืนมาจากวิชาหลับใหลได้เลย ต่อให้เหลียงเหวินหลางเก่งกาจถึงขั้นถอดดวงจิตออกจากร่างไปสิงร่างอื่น แต่ร่างเนื้อยังไม่ตาย กระตุกผมเส้นหนึ่งดวงวิญญาณก็กลับเข้าร่างแล้ว”

                พอถึงเวลาลาจากโลกไปจริง วัฏสงสารก็จะทำหน้าที่ของมันเอง หลิ่งเซียวหรูร่ายยาว

                ผมตาเป็นประกาย ตื้นตันใจจนพูดไม่ถูก หลิ่งเซียวหรูหันกลับมาหาผมอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มผมเงินเผยยิ้มเอ็นดูราวกับกำลังคุยกับเด็กเล็กออกมา

                “ท่านพูดแบบนี้ แปลว่าท่านจะปล่อยข้ากลับพรรคอสูร...”

                “ทำกุศลกับศัตรูเป็นบุญสูงสุด ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว”

                เหมือนเห็นลำแสงธรรมสาดส่องออกมาจากตัวหลิ่งเซียวหรูให้คนบาปหนาอย่างผมตาพร่า ต้องยกมือขึ้นบัง “พ่อพระเกินไปแล้ว!

                ยังไม่ทันที่ผมจะดีใจ หมิงเล่อก็กระโดดโลดเต้นนำไปก่อนแล้ว นายอดีตนักฆ่าลิงโลดจัด พุ่งตัวเข้ากอดผมเสร็จ ก็เข้าไปกอดหลิ่งเซียวหรูต่อ “เย้! ท่านใจดีอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าจริงๆ”

                “หมิงเล่อ! เจ้าทึ่ม อย่าไปกอดเขาแบบนั้นสิ”

                หลิ่งเซียวหรูโดนเขย่าตัวกอดเป็นตุ๊กตาทำหน้าตาตกใจไม่น้อย แต่ไม่ได้สลัดตัวหนี ยอมนั่งนิ่งๆ ให้หมิงเล่อที่ดีใจจนดีดกอดรัดตัวเองตามสบาย

                เจ้าหมิงเล่อก็ช่างไม่รู้กาลเทศะอย่างไรก็อย่างนั้นถูกรองเท้าข้างหนึ่งโยนฟาดลงกลางหน้า ผมตะลึง หันมองไปที่ต้นทาง เสี่ยวฟงยืนเท้าเอวพร้อมผู้ติดตามอีกคณะหนึ่งอยู่ตรงนั้น

                “ไร้จิตสำนึกทั้งมารผจญทั้งคนพรรคอสูร ให้ตายเถอะพวกเจ้า บ้ากันทั้งพรรคเลยรึ นี่พวกเราพรรคเซียนสวรรค์ผิดใจกับคนบ้าอย่างพวกเจ้างั้นหรือ เสียเวลากว่าร้อยปีตีกับพรรคสติไม่ดีอย่างนี้ ท่านประมุขขอรับ! แบบนี้มันเสียศักดิ์ศรีแล้ว”

                เหมือนจะดูถูกแต่ก็ไม่ใช่ ผมเท้าคางยิ้มหวานใส่เสี่ยวฟงอย่างรู้ทัน คนถูกยิ้มใส่หน้าแดง แต่ยังวางมาดขึงขัง

                “ยิ้มอะไรมารผจญ!

                “มาเป็นน้องชายข้าเถอะเสี่ยวฟง ไม่มีเจ้าข้าคงเหงา ไม่รู้จะแกล้งใครได้สนุกเท่าเจ้าอีกแล้ว”

                เสี่ยงฟงหน้าขึ้นสี ทำท่าเหมือนจะปราดเข้ามาทุบตีผม แต่ถูกคนในพรรคข้างหลังฉุดแขนไว้ก่อน จึงเชิดหน้าเหมือนว่าคราวนี้ผมรอดตัวไปเพราะมีคนห้ามหรอกนะ

                “การรับฟังเสียงของคนในพรรคก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผู้นำพึงกระทำ...ได้ จากนี้ไป พรรคทั้งสองจะไม่ใช่ศัตรูกันอีกต่อไปแล้ว”

                อดีตพรรคทั้งสองจะเคยต่อสู้แย่งชิงสิ่งใดกันมา ขุดคุ้ยไปก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้น แค่หันมาทำความเข้าใจแล้วเปิดใจให้กันสักหน่อย ยอมมองข้อดีของอีกฝ่ายสักนิด สิ่งไหนที่มันวุ่นวาย อะไรที่มันน่าอึดอัด ถ้าลองปรับตัวเข้าหากันแล้วยอมมองข้ามมันไป จะเป็นไปไม่ได้เลยเหรอที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

                ผมมันก็คนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่จอมยุทธ์ ไม่ใช่จ้าวลัทธิจากไหน ย่อมไม่เข้าใจศักดิ์ศรียอมหักไม่ยอมงอ จากที่ผมใช้เวลาอยู่ที่พรรคทั้งสองมา ก็ได้รับรู้กับตัวเองว่าตัวตนจริงๆ ของพวกเขานั้นไม่ได้ชั่วร้ายเลวทรามอย่างที่เล่าต่อๆ กันจากรุ่นสู่รุ่นที่ปลูกฝังให้เกลียดอีกฝ่ายเข้าไปในสายเลือด เหลียงหลวนเซียนอ่านบันทึกประวัติในพรรคที่บันทึกเกี่ยวกับพรรคเซียนสวรรค์ก็ไม่ได้เชื่อไปทั้งหมด หลิ่งเซียวหรูนอกจากเป้าหมายบำเพ็ญตบะก็ไม่ใคร่สนใจเรื่องอื่นอีก ถ้าผู้นำทั้งสองไม่ได้ติดใจจะเอาความกับอดีตที่มันผ่านไปแล้ว ความสงบสุขก็อยู่แค่เอื้อม

                “หึ! รู้ไว้ด้วยนะว่าทั้งหมดเป็นเพราะพรรคอสูรของเจ้ามันมีแต่คนบ้า พวกข้าแค่ไม่อยากรังแกคนสติไม่ดี”

                “เรียกข้าว่าพี่ชายสักครั้งสิเสี่ยวฟง” ผมยิ้มหวาน เดินห้อยมือเหมือนผีเข้าไปหาเสี่ยวฟง

                “อย่ามาจับตัวข้านะ!

                นานมาแล้วที่ไม่มีเสียงหัวเราะดังกึกก้องพรรคเช่นนี้ ผมไล่ต้อนจับเสี่ยวฟง พูดขู่ว่าถ้าไม่ใช่เขาจะไล่จับคนอื่นแทน พวกคนในพรรคถึงร่วมด้วยช่วยกันล็อกตัวนายผู้ติดตามน้อยไว้ให้ เสี่ยวฟงไม่ร้องไห้ยามโดนผมกอดอีกแล้ว หลิ่งเซียวหรูหัวเราะเสียงดัง หมิงเล่อตีเนียนไปตีสนิทกับคนในพรรคคนอื่น เสียงหัวเราะดังไปจนถึงโรงศึกษา ถึงขั้นฮุ่ยหวงพาเด็กๆ เดินมาดู เห็นว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปก็มีสีหน้ายิ้มแย้มตาม เด็กๆ จับมือกันมาเห็นผมก็กรูเข้ามาหา

                “พรุ่งนี้ทุกคนเดินทางไปพรรคอสูร!

                สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงเฮก็ดังไล่ตามมา

                ผมพาเด็กๆ ชูมือร่วมเฮไปกับทุกคนด้วย ผมไม่คิดจะเดาอนาคต ไม่ว่าข้างหน้าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ผมจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

                เพราะผมเชื่อว่าผมมาที่นี่เพื่อทำให้ตัวผมและทุกคนมีความสุข ผมปรารถนาจะเชื่อเช่นนั้น




-----------------------------------------------------

ตอนหน้าทั้งสี่คนจะได้เจอกันสักที เย๊------//ลากเลือด


ขอบคุณทุกความเห็น กำลังใจ วิวทุกวิวที่กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้เสมอนะครับ


เจอกันตอนต่อไปเน่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2002 NNieNamich (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:03
    เราเอ็นดูเสี่ยวฟงมากอะ อยากได้น้องชายแบบนี้---><
    #2,002
    0
  2. #1991 G_D_G_errard (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:50
    ง่าาาา ทำไมอ่านไม่ได้
    #1,991
    4
    • #1991-3 lawliet30101979(จากตอนที่ 30)
      8 เมษายน 2562 / 12:26
      แก้แล้วจ้า ลองรีดูนะ เปิดแน้วววว
      #1991-3
    • #1991-4 G_D_G_errard(จากตอนที่ 30)
      8 เมษายน 2562 / 12:50
      อ่านได้แย้วววววว ขอบคุณมากๆค่าาาาาาาาา
      #1991-4
  3. #1973 FernNAlls (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:00
    ฮาเร็มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ //เป่าหูคนเขียน
    #1,973
    0
  4. #1914 thifu:') (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 03:54
    อันนี้คือ..หลวงพี่เลือกทำตามฝันสินะคะ! ฮือออ เราเป็นคนเดียวไหมนะ ที่ยังเชียร์เรือจิ้นฝู
    #1,914
    0
  5. #1865 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 04:46

    ซึ้งงงงงง
    #1,865
    0
  6. #1704 TAT47 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 21:17

    หล่องห้ายแล้ว แงงงง ดีใจเด้อ

    #1,704
    0
  7. #1449 ni_ky (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 00:48
    เห็นด้วยกับเม้นล่าง เคนคิดแบบชั่ววูบว่าถ้ามัน4pแล้วไม่อยากฮาเร็ม งั้นน้องหมาปอมคู่กับจิ้นฝู ให้หลวงพี่กับท่านชายน้อยลงเอยกันน่าจะดี คงบันเทิงมากอ่ะ
    #1,449
    1
    • #1449-1 tasuyu(จากตอนที่ 30)
      13 สิงหาคม 2561 / 18:17
      คิดเหมือนกันจะได้ครบคู่555
      #1449-1
  8. #1431 อักษรในม่านหมอก (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:08
    คิดมานานแล้ว คิดมานานแล้วว่าหลวงพี่กับคุณชายน้อยควรได้กัน!!! คนนึงมึนอึน คนนึงขี้โวยวาย โอ้ยยย คิดแล้วเขิน
    #1,431
    0
  9. #680 Morte'de angelo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 21:04
    ฮาเร็มเถอะนะ ตอนนี้ชอบหลวงพี่ที่สุดเหมือนกัน แต่พอคิดว่าต้องทิ้งจิ้นฝูกับท่านชายน้อยแล้วมันก็ไม่ดีเหมือนกัน ฮืออออออ //กัดผ้า
    #680
    0
  10. #679 SeeTheRain (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:13
    ฮาเร็มเถอะนะ เพื่อทุกคนจะได้ไม่เจ็บปวด T T กลัวมาม่า
    #679
    0
  11. #677 ลลล (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 03:27
    ก่อนพายุจะมาใช่หรือไม่...
    #677
    0
  12. #676 NTWwkn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 11:59
    ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ มีครบทุกรสอะ แต่อยากให้เป็นฮาเร็มมากๆๆๆ ตอนแรกไรท์บอกไม่เป็นฮาเร็ทเรายังคิดว่าไม่เป็นไร มันจะต้องมีผู้ที่เป็นที่สุดคนหนึ่ง แต่พออ่านๆไปแล้ว แม่เจ้าาา ตัดใครไม่ออกจริงๆ ส่วนตัวชอบหลวงพี่ที่สุด แต่ก็อยากให้เป็นฮาเร็มอ่ะ รอตอนต่อไปค่าา
    #676
    0
  13. #675 I BELIEVE I CAN FLY (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 11:50
    เราสัมผัสได้ว่าเรือหลวงพี่จะล่มม เราไม่ยอมมม เราจะเอาฮาเร็ม จะเอาหลวงพี่ จะเอาชายน้อย จะเอาจิ้นฝู เอาให้หมดเลยย T^T

    คิดถึงเสี่ยวไป๋จุงง น้องเผือกตัวน้อย
    #675
    0
  14. #669 kanrawe24 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 23:41
    เพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมาก ปกติเราไม่ชอบนิยายจีนโบราณเพราะเนื้อเรื่องมักยื้ดเยื้อแต่นี่เราอ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้เลย
    ทำไปได้ 555
    #669
    0
  15. #667 201618 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 13:30
    เค้าขอฮาเร็มเถอะน่ะรับไม่ได้จริงๆถ้ามีใครต้องตัดใจแงงงงงงงอินเกินขอโทษค่าา
    #667
    0
  16. #666 สีซอให้เราฟัง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 23:06
    ขอฮาเร็มให้เค้าเต๊อะ ขอร้องพลีสสสสสส
    #666
    0
  17. #665 คนผ่านมา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 20:50
    อ่านสามก็ยังดีใจ~~~~
    #665
    1
    • #665-1 คนผ่านมา(จากตอนที่ 30)
      25 มีนาคม 2561 / 20:51
      +1 เห็นด้วยยยยย
      #665-1
  18. #664 aliankuma (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 20:49
    เชื่อว่านักอ่านเกิน 70% ต้องการรูทฮาเร็ม ดังนั้นได้โปรด....... ฮืออออ ขอรูทฮาเร็มทีเถอะ
    #664
    0
  19. #661 shibata (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:22
    รู้สึกได้ถึงความสุขที่กำลังจะเข้ามา555
    #661
    0
  20. #660 secret secret (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 19:15
    กรี๊ดดดดดดดด
    #660
    0
  21. #657 apudsagan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:47
    จบอย่างไรก็ได้ แต่อย่าม่านะคะ ขอร้ ง ฮึก
    #657
    0
  22. #656 apudsagan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:44
    จินฝูก็ดี ฮา้รมก็ดีค่ะ 555 อยาดอ่านต่อจุง รนที่พรรคจะ้จอร่างใหม่แล้ว ขอบคุนนะคะ
    #656
    0
  23. #655 Faipaneta (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:44
    ในสมองตอนนี้มีแต่คำว่า ฮาเร็มมมมมมมมมมมม
    #655
    0
  24. #654 คนผ่านมา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:23
    ฮาเร็มมมมมม
    #654
    0
  25. #651 Pasuta72548 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:09
    เชียร์จิ้นฝูนะนางรักมานานมากแล้ว แถมอาเฟยก็ดูจะรักจิ้นฝูสุด ขอให้เขาได้กันนนนน //บนด้วยน้ำเปล่าสองแก้วเลย!
    #651
    0