อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 29 : กลับบ้านกันเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

กลับบ้านกันเถอะ

 

                “เสียงเหมือนผีสาวตายทั้งกลมร้องโหยหวน พอสักทีเถอะ เจ้าจะฆ่าพวกข้าผ่านทางหูหรือไง!” 

                เป็นครั้งแรกที่ผมเถียงไม่ออก...เพราะก็คิดว่ามันเหมือนเสียงกรีดร้องทรมานเหมือนกัน...

                “อย่ามาด่าข้าสิ ไปด่าประมุขพรรคพวกเจ้านู่น! อยู่ดีไม่ว่าดีก็เอาซอเอ้อหูมาให้ข้าเล่น คิดว่าข้าเล่นเป็นหรือไงล่ะ เสียงประตูเปิดปิดดังแอ๊ดๆ ยังจะเพราะกว่าที่ข้าเล่นอีก”

                เสี่ยวฟงและคณะยกมือขึ้นอุดหู ผมซึ่งไม่รู้ว่าทำไมหลิ่งเซียวหรูถึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอชวนแก้วหูพินาศแบบนี้มาให้ก็จนปัญญา เขาบอกว่าถ้าผมเล่นซอเอ้อหูเพราะๆ ให้ฟังได้สักเพลงจะยอมให้ผมพบกับหมิงเล่อที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินในเวลานี้

                แล้วผมเล่นได้ไหมน่ะเหรอ หึหึ...ไม่ได้น่ะเซ่!

                ผมโยนซอเอ้อหูเจ้ากรรมนายเวรออกจากตัก แล้วเดินถกแขนเสื้อข้างหนึ่งไปที่ประตู พวกผู้ติดตามที่นั่งเฝ้าผมอยู่ในห้องถึงกับส่งเสียงโวยวาย ใจกล้าบ้าบิ่นพุ่งเข้ามาขวางหน้าประตูเอาไว้

                “ไม่ได้มารผจญ! ท่านประมุขสั่งให้เจ้าอยู่ในห้องนี้ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”

                “เจ้าเป็นนักโทษในพรรคนี้ คิดจะขัดคำสั่งท่านประมุขหรือยังไง!

                “แต่เขาจะกีดกันไม่ให้ข้าพบกับสหายอย่างนี้ไม่ได้นะ!

                ว่าแล้วก็ก้าวไปอีกสักก้าว พวกที่ขวางอยู่หน้าประตูส่งเสียงเฮือกเป็นแถบๆ ผมเสยะยิ้มชั่ว ยังไงซะคนพวกนี้ก็ทำได้แค่เฝ้า ไม่กล้าจะแตะต้องตัวผมซะด้วยซ้ำ

                “เจ้านั่นแหละหยุดสักที!” เสี่ยวฟงโถมเข้ามากอดเอวจากด้านหลังจนผมเสียหลักล้มใส่เขา เขาก็ยังรัดเอวอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย ผมตกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเจ้าเด็กน้อยคนนั้นที่ผมแค่จิ้มแก้มธรรมดายังขนลุกขนพองน้ำตาเผาะๆ เป็นคนเข้ามาฉวยตัวผมก่อน “ท่านประมุขไม่ต้องการให้เจ้าพบคนผู้นั้น เจ้าก็พบไม่ได้”

                “เสี่ยวฟง นี่เจ้ากล้าจับตัวข้าแล้วหรือ? เดี๋ยวเสนียดก็ติดเจ้าหรอก ปล่อยข้านะ!” ผมทั้งขู่ทั้งดิ้น แต่แขนของเสี่ยงฟงก็ยังคงรัดแน่นไม่ยอมปล่อย

                “ไม่กล้าก็ต้องกล้า!” เสี่ยวฟงตะคอกกลับมา “ข้าโดนเจ้าแกล้งไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง...ก็ไม่เห็นจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้น”

                “หะ...หา ว่าไงนะ”

                “เจ้า...ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด”

                เสียงวุ่นวายในห้องที่เคยดังหึ่งๆ เงียบลงราวป่าช้า ผมพูดไม่ออก หันมองกลับไปที่พวกคนในห้อง ก็เห็นว่าสีหน้าที่พวกเขามองมาไม่ได้เต็มไปด้วยแววรังเกียจมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว

                “พูด...พูดอะไรของเจ้า ข้าเป็นมารผจญเชียวนะ ข้ามาทำลายพรรคเจ้า ปั่นหัวหลิ่งเซียวหรู...ใช่ ความผิดข้า ข้าทำลายถ้ำทวยเทพ ฆ่างูเจ็ดพิษทั้งสี่ ขโมยดอกหลี่เถียไกว่ แต่พวกเจ้าก็ยังเมตตาไม่ฆ่าข้า ตอนนี้เพื่อนข้ามารับข้าแล้ว ไม่ดีหรือ ข้ากำลังจะออกไปจากที่นี่แล้ว

                ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมเหงื่อแตกเต็มหน้า หันไปมองเสี่ยวฟงที่กอดอยู่ด้านหลัง

                “ท่านประมุขบอกพวกเราแล้ว เจ้าขโมยดอกไม้เพื่อไปทำยารักษาชีวิตคนผู้หนึ่ง”

                “แต่มันก็ผิดอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ข้าทำลาย แถมยังฆ่า ใช่! ข้ากินปลาในถ้ำไปด้วย อ้วกหัวปลาออกมาอีก...”

                “เจ้าเป็นอสูรมารดำ อยู่พรรคอริกับเรา เป็นศัตรูตามธรรมชาติกับงูเจ็ดพิษ ทั้งที่รู้ว่ามาเหยียบที่นี่แล้วอาจจะต้องตายก็ยังเสี่ยงมา ช่างน่านับถือใจ ยอมรับว่าพวกข้าโกรธแค้นเจ้า แต่ก็ทำได้เพียงโกรธ สิ่งใดที่เสียไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ ดอกไม้นั่นแม้ต้องอาศัยกาลเวลานับร้อยหรือพันปี แต่สักวันหนึ่งมันก็จะงอกเงยขึ้นมาใหม่ งูเจ็ดพิษก็เช่นกัน รังของมันอยู่ใต้พรรคนี้ วันหนึ่งก็ต้องขึ้นมาอารักขาถ้ำทวยเทพ ถ้ำทวยเทพพังไป ก็ซ่อมแซมได้ ปลาศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำ ใช่ว่าจะเหลือแค่ตัวเดียว ตราบใดที่ยังมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มันย่อมกำเนิดขึ้นมาอีก

                โกรธเจ้าไปก็ไม่ได้อะไร มีแต่จะทำให้ทุกข์ เจ้าก็เหลือเกิน เป็นมารผจญรูปสวยแต่สติกลับไม่สมประกอบ แล้วจะให้พวกข้าโกรธคนบ้าหรือ? โกรธให้พวกข้าบ้าตามเจ้าจะทำไปทำไม เราชาวพรรคเซียนสวรรค์ ฝึกวิชาเพื่อบรรลุเป็นเซียน หากยังมายึดติดแค่สิ่งของนอกกาย จะไปสำเร็จวิชาได้อย่างไร

                ถูกของท่านประมุข ดีแล้วที่ไม่ตัดหัวเจ้าวันนั้น เห็นเจ้าบ้าๆ แต่กลับสอนอะไรได้หลายอย่าง จนวันนี้พวกข้าก็ไม่คิดอยากจะสังหารเจ้าแล้ว เด็กๆ ในโรงศึกษาก็ชอบเจ้า...ผักช่วงนี้ก็ไม่มีหนอนด้วย”

                “หยุด! พอสักที” ผมตะโกนก้อง สะบัดตัวออกจากแขนเสี่ยวฟง “อย่ามาใจดีกับข้า! พวกเจ้ามันดีเกินไปแล้ว พูดเหมือนกับว่าอยากให้ข้าอยู่ที่นี่อย่างนั้นแหละ...”

                “...”

                “คิดให้ดี...เห็นหูนี่ไหม เห็นหางนี่ไหม เห็นตัวข้าไหม! ที่ข้าทำทั้งหมดก็แค่เสแสร้ง ข้าแค่แกล้งทำตัวเป็นคนดีเท่านั้นแหละ พวกเจ้าจะได้ปล่อยข้าไปเพราะเห็นความดีความชอบ ที่พวกเจ้าพูดมาเมื่อครู่ข้าสะใจนัก ในที่สุดพวกเจ้าก็เดินทางผิด ฮะฮ่า! เป็นไงล่ะ ได้ฟังแบบนี้ ยังคิดว่าข้าดีอยู่อีกหรือไม่?”

                “มารผจญ...”

                “พวกเจ้าควรรู้ไว้ด้วยว่าข้าหว่านเสน่ห์ใส่หลิ่งเซียวหรู หึหึ ตอนกลางคืน ทุกคืน ข้าจะทำทีเป็นชวนเขาคุย เล่านู่นเล่านี่ เขาจะได้ไม่มีสมาธิสวดมนต์ ลับหลังพวกเจ้าข้าก็ยั่วยวนเขาต่างๆ นาๆ จนในที่สุดเขาก็หน้ามืดตามัวหลงข้า ข้าอยากทำอะไรก็ตามใจทุกอย่าง ขนาดพวกเจ้าขัด เขาก็ไม่ฟัง เพราะเขาฟังข้า!

                ผมหัวเราะในลำคอ จ้องมองสีหน้าจืดเจื่อนของพวกผู้ติดตามเสื้อขาวเย้ยหยัน

                เสี่ยวฟงฉีกยิ้มบางๆ สีหน้าเจ็บปวดไม่น้อย

                “เจ้าควรไปหาบึงน้ำหรืออะไรที่ส่องหน้าเจ้าได้นะรู้ไหม”

                “ทำไม”

                “ข้ายังโกหกเก่งกว่าเจ้าอีก” เสี่ยวฟงพูดกลั้วหัวเราะ

                ผมหน้าชา สุดท้ายก็น้ำตาไหลออกมา

                มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ทุกคนไม่ควรจะชอบผม มันผิดไปหมดเลย ผมยกชายเสื้อขึ้นปิดหน้า ไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตัวเองตอนนี้ทั้งนั้น

                “ท่านประมุข...”

                ผมได้ยินน้ำเสียงเสี่ยวฟงเรียกขานคนมาใหม่เบาๆ หลิ่งเซียวหรูกลับมาแล้ว เขาหยุดยืนอยู่ด้านหลังผม จากนั้นก้มตัวลง ยื่นสิ่งหนึ่งมาให้

                มันคืออดีตซากกางเกงที่ผมเคยฉีกพันแผลให้เขาเมื่อนานมาแล้ว เขาเคยบอกว่าตอนนี้ใช้มันต่างผ้าเช็ดหน้า แต่ก็ไม่คิดว่าจะใช้จนถึงตอนนี้

                ผมรับมาแล้วซุกหน้าลงกับมันร้องไห้โฮเป็นเด็กๆ สัมผัสจาดผ้าเนื้อหยาบเสียดสีกับผิวหน้าจนแสบเคือง ในอดีตผ้านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของผ้าผูกเอวอสูรมารดำ ผมคิดถึงตอนเป็นอสูรหมาปอม ยิ่งคิดก็ยิ่งหยุดร้องไห้ไม่ได้

                “ฮึก...ให้ข้าไปเถอะ...”

                “...”

                “ปล่อยข้าไปเถอะ...”

                เสียงอ้อนวอนของผมส่งไปถึงใครบ้างไหม มีใครได้ยินบ้างไหม ผมไม่รู้เลย เพราะไม่มีสักคนที่จะตอบกลับมา หลิ่งเซียวหรูย่อกายลงนั่งประจันหน้ากับผม ทันใดนั้นประมุขพรรคเซียนสวรรค์ก็ดึงร่างผมไปกอดโดยไม่ปริปากพูดอะไร

                “ออกไปนะ ไม่งั้น ฮือ ไม่งั้นข้าจะสั่งน้ำมูกใส่เสื้อท่านให้เยิ้มเลย...”

                “เอาสิ” หลิ่งเซียวหรูตบหลังเบาๆ “ข้าไม่รังเกียจ”

                ปู้ด!

                เหล่าศิษย์สีหน้าเหยเกไปตามๆ กัน ผมผละหน้าออกมาจากไหล่เขาในสภาพน้ำมูกยืดติดเสื้ออีกฝ่าย ดวงตาแดงก่ำบวมเป่งเพราะน้ำตา หลิ่งเซียวหรูหันมองเสื้อตัวเอง แล้วกลับมามองหน้าผมพร้อมคลี่ยิ้มจางๆ

                “ให้ข้าไปพบเขา” ผมยืนยันเสียงแข็ง

                รอยยิ้มประดับบนใบหน้าหลิ่งเซียวหรูกระตุกเล็กน้อย นิ้วโป้งที่เหมือนจะยกขึ้นปาดน้ำตาให้ผมก็ชะงักกึก แล้วดึงกลับไปวางข้างตัวเหมือนเดิม หลิ่งเซียวหรูจ้องมองผมอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็เอ่ยออกมาว่า “ได้”

                “ท่านประมุข...แต่...” เสี่ยวฟงแทรกเสียงแผ่ว

                “ช่างเถิด ลุกขึ้นตามมาเสียสิ หรือจะให้ข้าอุ้มไป”

                ผมรีบพยุงตัวลุกทันที แล้วปาดน้ำตาทิ้งไปทีหนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มออกมา “ความสบายจะทำให้ข้าติดใจ”

                หลิ่งเซียวหรูหัวเราะนิดหน่อยกับประโยคนั้น

                บทสนทนาที่นานมาแล้วเขาเคยใช้มันตอบผม ในตอนที่เขาหลงป่า สวมรอยเป็นนักบวช และผมเป็นเพียงอสูรที่บังเอิญผ่านมาเจอ เสี่ยวฟงชะเง้อถามว่าจะเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม หลิ่งเซียวหรูส่ายหน้าเงียบๆ เดินนำผมออกจากห้องไป

                หากวันนั้นผมเลือกที่จะเดินผ่านไป เขาเลือกที่จะไม่สนใจ คงไม่ต้องรู้สึกอะไรมากไปกว่านี้

                ผมมองตามแผ่นหลังในชุดขาวที่เดินนำอยู่ข้างหน้า รู้สึกราวกับทุกย่างก้าวที่เดินเหยียบลงไปบนหนามแหลม

                ...

 


                ถ้ามีคุกใต้ดินตั้งแต่แรก ทำไมถึงไม่จับผมมาขังไว้ที่นี่กันนะ ผมแหงนหน้ามองปากทางเข้าที่เหมือนถ้ำร้าง แล้วเดินย่ำเข้าไปด้านใน เดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายของหมิงเล่อดังก้อง สะท้อนไปสะท้อนมาจนปวดหู

                หมิงเล่อเขย่ากรงแหกปากอยู่ข้างใน พอเห็นร่างสีขาวเดินมา เสียงก็ยิ่งเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนผมตะโกนด่า

                “หุบปากสักทีเถอะ หูข้าจะแตกอยู่แล้ว หมิงเล่อ!

                นายอดีตนักฆ่าหยุดชะงัก หรี่ตาจ้องหน้ามองมาจากในความมืด หลิ่งเซียวหรูดีดนิ้วหนึ่งเปาะ แสงจากตะเกียงข้างผนังก็ติดกันพรึบ หมิงเล่ออ้าปากกว้าง เหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมชิงพูดก่อน

                “ข้าอาเฟยไง อสูรมารดำ”

                “หะ...หา?” หมิงเล่อเอียงคอทำหน้าตาโง่งม ผมเดินเข้าไปหา แล้วคว้าเอาหางฟูฟ่องข้างหลังมาแปะใส่หน้าเขาผ่านลูกกรง

                “เป็นไง ฟูขนาดนี้มีแค่ข้าคนเดียว”

                “ไม่...ไม่จริงน่า อะไรยังไง...หลอกอะไรข้าน่ะ ท่านอาจารย์จะไปเป็นมนุษย์ได้ยังไง ที่สำคัญ...” หมิงเล่อก้าวถอยหลังจนชนกับผนังลูกกรงอีกฝั่ง ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าผม “อาจารย์ของข้าเป็นอสูร...ไม่ใช่ปิศาจโฉมงามอย่างนี้”

                สายตาที่มองกันยังระแวงไม่หาย หมิงเล่อจ้องผมราวกับไม่รู้จัก ผมกำลูกกรงแน่น หันไปมองหลิ่งเซียวหรู

                “ขอข้าเข้าไปคุยกับเขา”

                “ไม่ได้ คุยผ่านตรงนี้” 

                “หมิงเล่อ” ผมเรียกเขาเสียงอ่อน หมิงเล่อสะดุ้งตัวโยน ค่อยๆ หันมาหา “นี่ข้าจริงๆ ข้ากินปลาประหลาดเข้าไป ทำให้กลายร่างเป็นแบบนี้ ข้าอยากคุยกับเจ้า ระหว่างที่ข้าไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง หมิงเล่อ”

                “ไม่! อย่าเข้ามานะ...เอาอาจารย์ข้าคืนมา!

                “ไอ้บ้าหมิงเล่อ! ก็บอกอยู่นี่ไงว่ายืนหัวโด่เด่อยู่ตรงนี้ จะต้องให้ข้าขุดไหมว่าเจ้าหลงรักสาวใช้สกุลจิ้นจนตกปากรับคำไปวางยาจิ้นฝูกับแม่บนภูเขา!

“อะไรนะ...” หมิงเล่อกะพริบตาปริบๆ ผมสูดหายใจจนเต็มปอด แล้วกอดอกตวาดใหม่

“เรื่องนี้มีแค่ข้ากับเจ้าเท่านั้นที่รู้ แบบนี้พอจะยืนยันได้หรือยัง”

จิ้นฝูกับจิ้นอวี๋จนปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าที่หมิงเล่อโผล่เข้ามาแจมอยู่ในครอบครัวได้เป็นเพราะเคยรับจ้างจะมาฆ่าพวกเขามาก่อน ถ้ารู้ว่าความเป็นมาหมิงเล่อไม่ค่อยดี คงไม่ยอมปล่อยให้เขาเอาตัวเข้ามาเฉียดใกล้เป็นแน่

หมิงเล่อตัวสั่นสะท้าน วิ่งพรวดเข้ามาคว้ามือผมไปจับไว้แน่น น้ำตาไหลพรากออกมา

“ท่านอาจารย์! ท่านจริงๆ หรือ...ท่านมีชีวิตอยู่ สวรรค์...ท่านยังไม่ตาย ฮือ ฮึก”

ผมกอดปลอบหมิงเล่อผ่านลูกกรง ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนร้องไห้กันเนี่ย...นั่นไง กรรมตามผมทันแล้ว น้ำหูน้ำตาหมิงเล่อเปียกแฉะเต็มไหล่ไปหมดเลย เห็นอีกฝ่ายร้องไห้เป็นเต่าเผาจะต่อว่าก็ทำไม่ลง เลยปล่อยให้ร้องไห้อยู่อย่างนั้น เขาดีใจที่ได้พบผมอีกครั้งจนไม่มีแรงยืน ทรุดลงไปนั่งแหมะกอดผมผ่านลูกกรงร้องไห้ต่ออีกครู่ใหญ่

“ตอนท่านชายน้อยกลับมาคนเดียว พวกข้าร้อนใจ เสียใจจนไม่รู้จะทำยังไง ท่านชายน้อยถูกกักตัวลงโทษอยู่หลายวันจนร่อแร่...ฮือๆ ถ้าทุกคนรู้ว่าท่านอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ต้องดีใจกันมากแน่ๆ...”

“ใจเย็นก่อน สูดหายใจลึกๆ หยุดร้องซะ” ผมลูบหัวหมิงเล่อป้อยๆ หมิงเล่อสูดน้ำมูกฟืด ก้มหัวให้ลูบอย่างยินดี “เจ้ามาที่นี่ได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นบ้าง ค่อยๆ เล่ามาให้ข้าฟังที”

“ท่านอาจารย์ ท่านดูใจดีขึ้นหรือเปล่า”

“เอ๊ะ...เป็นแบบนั้นเหรอ” ผมเกาหัวเขิน หมิงเล่อพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเหลือบมองไปยังหลิ่งเซียวหรูที่ยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล “ไม่เป็นไร พูดมาเถอะ เขาไม่ว่าอะไรหรอก”

เห็นหน้านิ่งอย่างนั้นความจริงใจดีมากนะ ผมแอบป้องปากกระซิบ หลังจากได้รับการยืนยัน หมิงเล่อก็เปิดปากพูดทันที

“...มีสงครามเกิดขึ้นในพรรค”

“ว่าไงนะ สงครามเหรอ”

หมิงเล่อกำมือแน่นจนได้ยินเสียงเล็บจิกลงเนื้อ

“หลังจากท่านอาจารย์หายไป กำลังใจของทุกคนก็ฝ่อลง เหลียงจิวซินสั่งลงโทษท่านชายน้อยอยู่แปดวันแปดคืน ข้อหาดื้อดึง พาอสูรมารดำไปตาย และอาจนำภัยมาสู่พรรค ท่านชายน้อยไม่ต่อต้านเลยสักนิด ยอมถูกล่ามขังอยู่อย่างนั้นจนผ่ายผอม ยิ่งเห็นท่าทางของเขา พวกเรายิ่งแน่ใจว่าท่านอาจารย์ตายแล้วจริงๆ...

แต่หลังจากที่เหลียงจิวซินใจปล่อยท่านชายน้อยออกมาจากการลงโทษ เหลียงเหวินหลางก็เข้ามาโจมตีพรรคทันที มันอาศัยตอนที่เราทุกคนไม่มีใจจะสู้ ทำร้ายคนบริสุทธิ์ในพรรคจนตายไปกว่าครึ่ง!

“หมิงเล่อ...” ผมยื่นมือไปจับมือเขาที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

“ข้าไม่ได้มีวรยุทธ์อะไร อาศัยย่องเบาเก่งเท่านั้น จึงออกไปต่อสู้ไม่ได้...ต้องอยู่คอยเฝ้าระวังพวกผู้หญิงอยู่ในห้องลับของปราสาทพรรคอสูร ส่วนพวกที่มีวรยุทธ์ก็ออกไปต่อสู้กับพวกศพไม่ได้หลับได้นอน เหลียงหวินหลางชั่วช้า คนในพรรคอสูรตายก็สวดศพให้ฟื้นขึ้นเป็นพวกตัวเอง หันกระบี่เข้าโจมตีพวกพ้องในพรรค พวกคนในพรรคก็ต้องกล้ำกลืนทำร้ายคนตายที่เคยเป็นสหายกัน”

“แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร รู้ผลหรือยัง”

“จับตัวเหลียงเหวินหลางได้แล้ว...แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร พรรคเสียหายไปกว่าครึ่ง คนล้มตายเพราะมันก็เยอะ แต่ตอนนี้มันกลับเล่นแง่ บอกว่าตัวเองเป็นลูกพ่อไม่รัก ที่ทำไปทั้งหมดเป็นเพราะอสูรมารดำ ถ้าจะฆ่า มันบอกว่าอสูรมารดำต้องเป็นคนฆ่าเท่านั้น..น่าตลกนัก ทั้งหมดก็แค่อิจฉาเท่านั้น พอตัวเองไม่ได้ตำแหน่งผู้นำ ถึงกับต้องทำแบบนี้ ท่านชายน้อยก็เป็นคนดีเกินไป เขาทำใจฆ่าพี่ชายไม่ลง...” หมิงเล่อขบกัดปากจนเลือดซิบ

“แล้ว...เหลียงจิวซินล่ะ ประมุขพรรคอสูร เขาก็ฆ่าลูกชายตัวเองไม่ลงใช่ไหม”

“ข้าคิดว่าเขาฆ่าได้...แต่เขาสูญเสียพลังปราณในการต่อสู้ครั้งนี้มากเกินไป ทำให้ตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น หลิ่วก้านลู่ดูแลอยู่ ไม่ถึงกับชีวิต แต่น่าจะอีกพักใหญ่กว่าจะตื่นขึ้นมาใหม่ ทุกคนต่างกลัวว่ากว่าประมุขพรรคจะฟื้น เหลียงเหวินหลางจะเล่นตุกติก หลบหนีไปเสียก่อน”

“โหดร้าย...” ผมพึมพำเบาๆ ไม่คิดเลยว่าคนในครอบครัวกันจะต้องมานั่งระแวงระวัง ว่าใครจะฆ่าใครก่อนแบบนี้...นี่หรือเปล่าเหตุผลที่ท่านชายน้อยไม่อยากเป็นจอมยุทธ์ เขาไม่อยากต้องมาเจอชะตากรรมอย่างนี้ อยากเป็นแค่คนธรรมดา เพราะพี่ชายที่อยากได้ตำแหน่งผู้นำ แค้นเคืองใจเพราะไม่ได้ถูกรับเลือก กลายเป็นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่าเกิดมาก่อน แต่ถูกมองข้าม เดิมทีตำแหน่งผู้นำพรรคต้องเป็นของเหลียงเหวินหลาง แต่น้องชายกลับได้ไปทั้งที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแค่นี้จะกระทบศักดิ์ศรีเขาจนถึงขนาดไปร่ำเรียนวิชาต้องห้ามมาทำลายพรรคตัวเอง เพียงเพราะอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองเก่งกว่าเท่านั้นเองหรือ ทำไมกันล่ะ ทำไมต้องมีเรื่องโหดร้ายอย่างนี้ด้วย

“ข้าคิดว่าเดิมที เหลียงเหวินหลางอยากพบท่านอาจารย์ เพราะต้องการป่วนอะไรอีกแน่ ถึงขนาดเคยใช้กำยานหลอนจิตตั้งใจจะให้ธาตุไฟท่านแตกจนตายมาก่อน ตอนนี้ถูกโซ่กับยันต์อาคมมัดตัวไว้ ก็ใช่ว่าจะสิ้นฤทธิ์ มันร้ายนัก ไม่รู้ว่าซ่อนลูกไม้อะไรเอาไว้อีกบ้าง”

“ข้าไปทำอะไรให้เขากันนะ” ผมหัวเราะแห้งๆ “เพียงเพราะอสูรไม่เลือกเขา ทั้งหมดจึงเป็นความผิดของข้าหรือ”

“มนุษย์มองเห็นความผิดของคนอื่นใหญ่กว่าเสมอ ท่านอาจารย์” หมิงเล่อเคาะศีรษะกับลูกกรง “ทุกคนเห็นตรงกันว่ารอจัดการเหลียงเหวินหลางก่อน ค่อยทำเรื่องขอคุยกับพรรคเซียนสวรรค์ ไปรับท่านอาจารย์กลับคืนมา ถึงแม้เหลือแต่กระดูกก็ตาม...”

“แต่เจ้ามาก่อน...”

“นั่นเพราะจิ้นฝูเสนอตัวว่าจะเป็นคนฆ่าเหลียงเหวินหลาง!” หมิงเล่อเงยหน้าขึ้นมาตะโกนเสียงดังลั่น ผมใจหล่นวูบ หลังจากได้ยินชื่อนั้นหูก็เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงอะไรอย่างอื่นอีกเลย

เพราะตั้งแต่เล่ามา หมิงเล่อไม่หลุดชื่อเขาออกมา ทำให้ผมได้แต่คิดปลอบใจตัวเองว่าเขาอาจจะ...

“เจ้า...อะไรนะ”

“ตอนทำศึกในพรรค เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปร่วมต่อสู้ ข้าเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าเขาจะง้างธนูยิงคนได้หน้าตาเฉย...ถึงอีกฝ่ายจะเป็นศพ หรือเป็นคนตายแล้วก็เถอะ ข้าเคยเป็นนักฆ่า ข้ารู้ดีว่าตอนที่ลงมือฆ่าคนครั้งแรกข้ากลัวแค่ไหน...แต่นี่เขากลับ...ท่านอาจารย์ ตอนนี้เขากำลังจะฆ่าคนเป็นๆ ข้ารู้ว่าเหลียงเหวินหลางสมควรตาย แต่มันไม่สมควรตายด้วยน้ำมือของเด็กคนนั้น ข้าหวาดกลัวสายตาของจิ้นฝู มันเย็นเยียบไปหมด ข้าเอ็นดู รักเขาเหมือนน้องชาย ข้าทนเห็นเขากลายเป็นคนเลือดเย็นที่ฆ่าคนได้ไม่กะพริบตาไม่ได้...ตอนนี้ไม่มีใครออกปากห้ามเขาเลย แถมยังช่วยกันเสนอความคิดด้วยว่าจะช่วยเขาลงมือฆ่าอย่างไร จนข้าโพล่งว่าจะไปรับท่านกลับมาเนี่ยแหละ ถึงพอจะถ่วงเวลาได้”

“...เรื่องนี้มันอะไรกัน”

“การจะสังหารผู้ใช้วิชาปลุกศพคืนชีพ นอกจากท่านชายน้อยกับประมุขพรรคที่มีวรยุทธ์แก่กล้า คนอื่นล้วนมีสิทธิ์ได้รับอันตรายจากผู้ใช้วิชา ถึงจิ้นฝูจะเก่งขึ้นไม่น้อย แต่เขาก็มีสิทธิ์โดนลูกหลงจากเหลียงเหวินหลาง ข้าคิดว่าคนที่จะห้ามได้คงมีแค่ท่านอาจารย์เท่านั้น....ก็เลย...หุนหันออกมาคนเดียว”

“...”

“ท่านอาจารย์...กลับบ้านกันเถอะ”





---------------------------------------------




 ....สารภาพว่าตกใจมากๆ กับการเชียร์ฮาเร็มของทุกคน....


//กระอักเลือด

ขอบคุณที่ชื่นชอบผู้ในเรื่องนี้กันนะครับ ปลื้มปิติจริงๆ 5555


ซดมาม่ากันไปนิดนึง พอกรุบกริบ


ตอนนี้สั้นนิดนึง เจอกันต่อพรุ่งนี้ครับ อาจจะเย็นๆ หน่อย


สวัสดีคร้าบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #1972 FernNAlls (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:50
    อยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายซะให้รู้แล้วรู้รอด
    #1,972
    0
  2. #1957 อีไข่ย้อย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:25
    อ่านฮาเร็มมาเยอะนะแต่ไม่เคยลือกยากขนาดนี้เลยแม่ กรี้ดดดดด
    #1,957
    0
  3. #1864 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 04:30
    ฮืออออ หลวงพรี่คะ
    #1,864
    0
  4. #1613 bb.smile (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 01:09
    หึ้ยยยยย
    #1,613
    0
  5. #1448 ni_ky (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    ปล่อยหลวงพี่เถอะ รู้สึกบาป ปล่อยให้นางละทางโลกเถอะนะ เดี้ยวบาปหนักกว่าเดิม555555 ท่านชายน้อยก็น่าสงสารอ่าา คือถ้ารู้ว่าคน(อสูร)ที่ตัวเองรักตายไปแล้วจะเป็นไงหน่อออ ปล่อยไปเถอะ เอาแค่จิ้นฝูพอ
    #1,448
    0
  6. #1314 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 20:23
    ไม่ฮาเร็มมมม รักเดียวใจเดียวเถอะ มันรู้สึกซึ้งกว่า เพราะมันเหมือนบททดสอบรักแท้
    #1,314
    0
  7. #1286 Wan_asl3 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:43
    ล่มแล้วเรือหลวงพี่
    #1,286
    0
  8. #1201 _Draci_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 08:28
    บ้าบอ อย่าฮาเร็มนะไรท์
    #1,201
    0
  9. #1027 VROSE (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 10:22
    ไม่เอาฮาเร็ม ไม่เอาอะไรเลยยยย ทิ้งเรือ!!!
    #1,027
    0
  10. #674 NTWwkn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 11:46
    ฮาเร็ทเถอะน้าา ตัดใจทิ้งไม่ได้ซักคนอะ ฮือออ
    #674
    0
  11. #659 shibata (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 18:57
    ฮาเร็มจะช่วยเยียวยาจิตใจเราได้5555
    #659
    0
  12. #621 zayytao (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:24
    ฮาเร็มเถอะนะ รักทั้งสามคนเลยเลือกไม่ได้จริงๆ
    #621
    0
  13. #620 apudsagan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:50
    ขอฮาเรมนะคะ จบแบบเศร้าไม่ดีนะ คนอ่านอิน ชีวิตจะหดหู่ตาม เอาแบบแบ่งช่วงเวลสยุกับนายเอกก็ได้ค่ะ
    #620
    0
  14. #619 apudsagan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:48
    มาต่อนะคะ อ่านเพลินจนถึงตอนนี้เลยสนุกค่ะ รอนะคะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #619
    0
  15. #617 สายมโน๊มโน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:42
    ฮาเร็มก็ดีนะ แต่อย่าให้อาเฟยตรอมใจตายโดยไร้คู่ในตอนจบเลย เป็นเรา เราก็หนีมาอยู่ใช้ชีวิตคนเดียวดีกว่าถ้าจะวุ่นวายขนาดนี้ แต่นี่มันอาเฟยไง!ฮาเร็มเถ้ออออ555
    #617
    0
  16. #616 bam000789 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:31
    ไม่อยากได้ฮาเร็มน้าาาาาาา ไม่เอาฮาเร็มน้าาาาาาาาา เลือกใครสักคนแล้วเอาคู่ใหม่ไปให้อีก 2 คนที่เหลือนะ แต่ไปๆมาๆไม่อยากให้เป็นคนแล้วนิ อยากให้เป็นหมาปอมต่อไป 555
    #616
    0
  17. #615 Aomin Juichi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 15:36
    ฮาเร็มเถอะพลีสสส จิตใจจะรับไม่ไหวแล้ว ;-;
    #615
    0
  18. #614 Faipaneta (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:53
    เห็นด้วยกับคอมเม้นที่613 คืออยากให้ฮาเร็มนะ แต่ถ้าจะม่าก็ต้องม่าให้สุดอะ ถ้าเลือกใครไม่ได้ก็ให้ตายไปเลย แต่ใจจริงเค้าอยากให้ฮาเร็มนะ
    #614
    0
  19. #613 *--*ยินดี (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:48
    ถ้าไม่ฮาเร็ม ก็ต้องซดมาม่าอ่ะจิ่
    จะม่า ก็ม่าให้ดิ่งไปเลยค่าาา ให้อสูรกลับไป จัดการอีพี่ แล้วสะท้อน ตายคู่ มาม่าให้สุดไปเลยยยยยยยยนนน
    #613
    0
  20. #612 fantaQwQ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:28
    ฮาเร็มมมามมมมมมม
    สงสารไม่อยากม่าาาา
    เเค่นี้ก้พอเเล้วสสว
    #612
    0
  21. #611 Mil_L (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:10
    จะรอค่ะ สนุกมากกกกกกก
    แบบไม่อยากหยุดอ่านเลยอ่ะ
    #611
    0
  22. #610 LN3210 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:30
    แงงง น้องงงงงงง กอดหมาปอม รีบไปห้ามจิ้นฝูนะ

    ป.ล. เราใจอ่อนแอ ไม่อยากเห็นคนหล่อเสียใจค่ะ ฮือ 55555555555555
    ป.ล.ล. แต่เอาจริงๆถ้าให้เลือกสักคนก็... /เกาะเรือจิ้นฝูแน่นมาก
    #610
    0
  23. #609 Ririn 10080 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:07
    ฮาเร็ม​ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆหนูจะเอาๆฮาเร็ม​
    #609
    0
  24. #608 Japanjapan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 07:53
    เลือกยากก็ฮาเร็มไปเลยค่ะ!!!!
    #608
    0
  25. #607 Kaning Guliko (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 07:19
    จิ้นฝู~~~หมาปอมเวอร์ชั่นใหม่กะลังไปหาล้าววว
    #607
    0