อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 28 : ล้วนผันเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    21 มี.ค. 61

ล้วนผันเปลี่ยน

 

หลิ่งเซียวหรูนั่งพลิกตำราพระธรรมเล่มหนา นิ้วมือเรียวขาวไล้ตัวหนังสือประโยคที่กล่าวว่า สรรพสิ่งในโลกล้วนนำมาซึ่งความทุกข์ เปรียบดุจดั่งความลึกของทะเลที่มองมิเห็นก้น เหตุของทุกข์คือตัณหา ความอยาก ความโลภ หลายวันมานี้เขาเอาแต่อ่านบทเรียนคำสอนซ้ำๆ ที่เคยคิดว่าอ่านเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว เมื่อนำกลับมาอ่านทวนอีกครั้ง กลับพบว่าตนรู้ความหมายเพียงผิวเผิน หาได้รู้ลึกซึ้งแล้วอย่างที่เข้าใจ จึงนำบทเรียนตั้งแต่ที่ยังเคยศึกษาเป็นนักเรียนในโรงศึกษากลับมาอ่านใหม่ทั้งหมด

ผมติดตามหลิ่งเซียวหรูมาโรงศึกษาทุกวัน ก็ได้พบกับเด็กๆ ทุกวันไปด้วย ทุกคนต่างดีใจที่ได้พบผมกับหลิ่งเซียวหรู แม้ว่าท่านประมุขผู้ตีหน้าขรึมจะไม่ค่อยคุยหยอกกับพวกเด็กๆ แต่ทุกคนล้วนเคารพรักเขา หลิ่งเซียวหรูยังคงใช้ด้ายผูกข้อมือผมกับเขาไว้ไม่เคยปล่อย แต่ระยะห่างที่เขาร่นด้ายให้ก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ยาวจนผมสามารถจะเดินไปไหนไกลกว่าสิบก้าว ยิ่งตอนอยู่ในโรงศึกษา หลิ่งเซียวหรูกับฮุ่ยหวงจะปิดประตูนั่งแยกอยู่อีกห้องหนึ่ง ไม่รู้สนทนาอะไรได้กันเป็นวันๆ ผมกับพวกเด็กน้อยนั่งเล่นกันอยู่อีกห้องหนึ่ง ไม่ได้พบหน้ากันเลย จะเจออีกทีก็ตอนที่หลิ่งเซียวหรูหมดธุระออกมาพาเดินกลับเท่านั้น

“ท่านพี่มารผจญจะอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยรึเปล่า?”

“เอ๊ะ...”

เสี่ยวถงเงยหน้ายิ้มถามขณะเปิดหนังสือนิทานที่ผมใช้เวลาเขียนเล่นไปให้ นั่นคือเรื่องกระต่ายกับเต่า ผมวาดหน้าเต่าได้ป่วยมากแต่พวกเขาก็ยังบอกว่าน่ารักแถมเก็บไว้อย่างดี จนตอนนี้ผมก็ยังละอายที่วาดเต่าได้น่ารักไม่พอ เลยไม่กล้ามองมันซ้ำอีก

เสี่ยวหวา เด็กอายุมากที่สุดนั่งกอดน้องเล็กอายุสี่ขวบอยู่ข้างๆ กดเสียงดุ “ถามอะไรอย่างนั้นเสี่ยวถง”

“ก็...ก็ท่านพี่มารผจญใจดีนี่นา”

เด็กทุกคนที่นี่จะถูกเรียกเสี่ยวนำหน้ากันทุกคน รอโตพอค่อยตั้งนามใหม่ให้ตัวเองแต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังคงใช้ชื่อเดิม อย่างเสี่ยวฟงคนแกล้งสนุกคนนั้นไงล่ะ

“อย่าพูดเหลวไหล ท่านพี่มารผจญอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้”

“ทำไมล่ะ” เสี่ยงถงกับเสี่ยวตันที่นั่งขนาบข้างผมพากันทำสีหน้าตกใจเหมือนโลกถล่ม

“ท่านพี่มารผจญ...เป็นมารผจญ” เสี่ยวหวาตาเศร้าขณะพูด เหลือบมองมาที่ผมเป็นพักๆ “พวกเราเป็นคนพรรคเซียนสวรรค์ ถึงท่านพี่มารผจญจะใจดี แต่เรื่องที่เป็นศัตรูกันก็ไม่เปลี่ยน ที่ท่านพี่มารผจญยังอยู่ตรงนี้เป็นเพราะท่านประมุขจับตัวเอาไว้”

“งั้นก็ให้ท่านประมุขจับตัวท่านพี่มารผจญตลอดไปเลย!” เสี่ยวถงกับเสี่ยวตันประสานเสียงพร้อมกัน

“บ้าหรือ!” เสี่ยวหวาตะคอก “ไม่สงสารท่านพี่มารผจญหรือไง”

ดูเหมือนเสี่ยวหวาจะศึกษาอะไรมาแล้ว ถึงได้มีสีหน้าเศร้าสร้อยยามมองมาที่ผม ซึ่งผมก็เข้าใจดี ความหมายของมารผจญคืออะไร ก็คือมารที่มาขัดขวางหนทางการบรรลุพ้น หลอกล่อด้วยกิเลสให้เดินจากทางสายกลาง แล้วผมก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นไปจริงๆ ซะด้วยสิ

สายตาหลายคู่จ้องผมกันปริบๆ ดวงตาส่วนลึกสะท้อนแววอ้อนวอน เสี่ยวถงกับเสี่ยวตันโผเข้ากอดแขนแน่น

“ท่านพี่มารผจญไม่อยากอยู่กับพวกเราเหรอ?”

“ท่านพี่มารผจญไม่ชอบที่นี่เหรอ?”

ท่อนแขนทั้งสองข้างถูกเด็กน้อยทั้งสองกอดจม ผมหัวเราะแห้งๆ แล้วเอ่ยตอบ “ข้าชอบพวกเจ้าทุกคน”

พอได้ฟังคำตอบ สีหน้าของทั้งคู่ก็ดีขึ้นมาก พากันฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบแตก จากนั้นเด็กคนอื่นที่รอฟังคำตอบอยู่ด้านหลังก็กรูเข้ามากอดผมกันใหญ่ เจ้าตัวเล็กวัยสี่ขวบยังเดินโยกเยกมาร่วมวงด้วย คงมีแค่เสี่ยวหวาเท่านั้นที่สีหน้าจะยิ้มก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก เพราะรู้ว่าคำตอบนั้นไม่ได้ตอบคำถามที่อยากรู้เลย

ไม่ตอบว่าอยากอยู่ด้วยกันไหม...ไม่ตอบว่าชอบที่นี่ไหม

“ถ้าวันหนึ่งท่านพี่มารผจญถูกปล่อยตัว กลับมาเยี่ยมพวกข้าบ่อยๆ นะ” เสี่ยวเนี่ย เด็กน้อยอีกคนในโรงศึกษากอดหลังผมเอ่ยอ้อน

ผมหันไปฉีกยิ้มแล้วลูบหัวเขาเบาๆ

โถ่เด็กน้อย ถ้ามีวันนั้นจริง จนถึงวันที่พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่จนแยกแยะได้ เขาก็ไม่มีโอกาสเจอกับผมอีกแล้วล่ะ

เสียงเปิดประตูเลื่อนดังขึ้น หลิ่งเซียวหรูก้าวเข้ามาในห้อง เด็กๆ ที่พากันมะรุมมะตุ้มผมอยู่รีบดีดตัวโดดออกไปคนละทิศคะละทาง คงมีแค่เจ้าตัวเล็กวัยสี่ขวบเท่านั้นที่ยังนั่งแหมะอยู่บนตักไม่รู้เรื่อง ฮุ่ยหวงเดินตามเข้ามา ตบมือเสียงดังหนึ่งครั้ง ทุกคนก็รีบวิ่งไปนั่งประจำที่กันเรียบร้อย

ผมหัวเราะ อุ้มเด็กลงจากตัก จากนั้นค่อยลุกขึ้นเดินไปหาหลิ่งเซียวหรู

“ทุกคนกล่าวลา ท่านประมุขจะไปแล้ว” ฮุ่ยหวงเอ่ยสั่ง เด็กน้อยพากันก้มหัวคำนับโค้งเอ่ยลาเป็นเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง พอเงยหน้าขึ้นมาก็แอบโบกมือให้ผมใต้โต๊ะโดยคิดว่าฮุ่ยหวงจะมองไม่เห็น แน่นอนว่าอาจารย์ฮุ่ยมองเห็น แต่แสร้งทำเป็นลืมตาข้างหลับตาข้าง ไม่สนใจ

ผมเร่งฝีเท้าเดินไปข้างๆ หลิ่งเซียวหรู ขณะที่คิดเรื่อยเปื่อย ด้ายที่ผูกข้อมืออยู่ก็ถูกดึงให้เดินตามไปหยุดอยู่ข้างกำแพงโรงศึกษา

“อะไรเหรอ?”

หลิ่งเซียวหรูไม่ตอบ แต่จัดการดึงด้ายสีใสนั่นให้ขาดออกจากกันดังผึ่ง! ผมเบิกตาโตกว้าง มองด้ายสีใสที่ขาดอยู่ในมือสีขาวผ่องค่อยๆ จางสลายหายไปกับลม พลันความรู้สึกรัดตรึงแถวข้อมือก็จางหายไปจนไม่รู้สึกอะไรอีก

“ข้าตัดให้” เขาเอ่ย “ไม่มีความจับเป็นต้องผูกติดเจ้ากับข้าไว้ด้วยกันอีกแล้ว”

ผมใจกระตุกวูบ ถามเขาน้ำเสียงตื่นเต้น “นั่นหมายความว่าปล่อยข้าแล้ว?”

“ยัง” อีกฝ่ายส่ายหน้า พานให้ความยินดีอันตรธานหายตามไปหมด “ข้าปล่อยตัวเจ้าให้หลุดออกจากข้า แต่ไม่ได้ปล่อยเจ้าออกจากที่นี่ อยากหนีก็หนีไป ถ้าคิดว่าจะผ่านพวกค่ายกลไปอย่างปลอดภัย”

ผมอ้าปากค้างตะลึงงัน มองเจ้าคนผมเงินหันหลังย่างสามขุมจากไป นี่ตกลงจะปล่อยหรือไม่ปล่อย เหมือนจะให้อิสระแต่ก็ไม่ คิดจะเล่นสงครามประสาทกับผมหรือไง! อยากหนีก็หนีไปงั้นเรอะ คิดว่าผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรในพรรคนี้สักอย่างนอกจากตำราคำสอนในห้องนอนเขาจะหนีไปไหนได้ไม่ทราบ? แค่ปล่อยตัวออกจากกันเท่านั้น นอกนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเลยสักนิด

ผมวิ่งเอ็ดตะโรเข้าไปหาหลิ่งเซียวหรู พอถึงตัวเขาปุ๊บก็เงื้อกำปั้นขึ้นทุบตีเขารัวๆ

“ท่านจะเอายังไงกับข้ากันแน่เนี่ย! ตกลงข้าเป็นนักโทษหรือแค่ของเล่น หยุดปั่นหัวข้าได้แล้ว!

หลิ่งเซียวหรูยืนนิ่งไม่ขยับเป็นหินผา ปล่อยให้ผมลงกำปั้นใส่อกตัวเองอยู่อย่างนั้น จนอารมณ์เดือดปุดๆ ของผมทุเลามอบดับ เห็นท่าทางไม่หือไม่อือก็ไม่อยากจะโกรธเขาให้เหนื่อยเปล่า เลยหยุดทุบ แล้วกอดอกจ้องหน้าแทน

“ข้าปล่อยเจ้า เจ้าจะได้ไม่ต้องมานั่งเบื่ออยู่ใกล้ข้า ไม่ดีหรือไง”

ผมหัวเราะหึ “ปล่อยข้า ให้ข้าไปไหนได้ล่ะ สุดท้ายก็ต้องวนเวียนอยู่ข้างท่านเหมือนเดิม”

มุมปากหลิ่งเซียวหรูกระตุก เหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม ผมขมวดคิ้วมอง แต่เมื่อจะเพ่งดูดีๆ เจ้าตัวกลับหันหน้าหนี

“นั่นสินะ ก็เจ้าเป็นมารผจญของข้านี่” พูดเสียงหล่อจบก็ออกเท้าเดิน ทิ้งผมยืนเด๋ออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปาก จะด่าคำพูดดันกระจุกอยู่ตรงลำคอไม่ยอมออกมา แต่ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายความอัดอั้นตันใจในตอนนี้ได้ ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ความจริงแล้วเป็นพวกหื่น แถมยังกวนประสาทหน้าตาย! ผมอยากจะตะโกนประณามหยามเหยียดนายหน้าหล่อผมเงินให้มันก้องพรรค แต่ขืนตะโกนไปคงถูกพวกศิษย์ที่เคารพพินอบพิเทาเขากรูกันเอาขี้เถ้ายัดปากตายแน่ สุดท้ายแล้วเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ตะโกนแหกปากเรียกชื่อเขาให้ลั่นแทน

“หลิ่งเซียวหรู!!

“ฮ่าๆๆ”

ผมได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหน้า แต่พอตกใจแล้วตั้งใจฟังให้ดี เสียงขำขันสดใสนั่นก็เงียบหายไปแล้ว

ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์เดินนำไปไกลหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมามองผม สองมือในชุดสีขาวล้วนไพล่หลัง นัยน์ตาใสกระจ่างดุจแก้วกระจก ผมสีเงินที่ยาวถึงปลายเท้าพัดไปตามลมเอื่อยๆ ทุกอย่างยังดูเหมือนเดิม เพียงแค่มุมปากบางเฉียบนั่นประดับรอยยิ้มบางๆ ไว้

เขาเป็นคนรูปงามสะกดสายตา พอยิ้มทีก็ทำเอาตะลึงอึ้ง แต่พอได้สติผมก็รีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จากนั้นถึงค่อยวิ่งตามเขาที่ยืนรออยู่ตรงนั้น แล้วเดินไปพร้อมกัน

ระหว่างที่เดินไปอารามที่มีชื่อเรียกว่าผกาสวรรค์ ผมก็บ่นอุบอิบไปตลอดทาง ไม่ว่าจะบ่นหรือด่า หลิ่งเซียวหรูก็แค่รับคำว่า อ้อ อืม เท่านั้น พอผมเริ่มงัดเรื่องความเลวทรามของมารผจญมาพูดกล่อมให้เขาปล่อยตัวมากๆ เข้า เขาดันถามกลับมาว่าจะทำเห็นชุบแป้งทอดอีกเมื่อไหร่

“ข้าจะใส่ยาถ่ายลงไปด้วยแน่!

“เจ้ายังต้องนอนห้องเดียวกันกับข้า ทนกลิ่นทนเสียงได้ ก็เอาสิ”

นอกจากจะไม่ห้ามแล้วยังเตือนกันอีกด้วย เพราะรู้ว่าหลิ่งเซียวหรูไม่พูดประชด ผมถึงได้แพ้ภัยตัวเองไป คิดคำโต้ตอบไม่ออกเป็นนาน

“ข้าจะหนีไปนอนข้างนอก” 

“ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ที่นี่น้ำค้างแรง ไม่เหมาะจะไปนอนข้างนอก และเจ้าก็ไม่ได้ฝึกบำเพ็ญทุกรกิริยามาก่อน ย่อมทนความหนาวความลำบากไม่ไหว แต่ถ้าเจ้ายืนยันจะไป ข้าจะสั่งให้คนทำผ้านวม...”

“ขอโทษ ข้าไม่ไปแล้ว พอเถอะ”

“แปลว่าเจ้ายังนอนห้องข้าอยู่?”

“อืม อืมมมมมม”

“เช่นนั้นก็ดี คืนนี้มีนิทานอีกไหม”

ผมถอนหายใจใส่หน้าเขาเสียงดัง ตอบเสียงแข็ง “มี”

“ดีนัก แต่ไม่เอาเรื่องแบบดาวลูกไก่แล้วนะ ข้าสงสาร มันเศร้า”

ผมฉีกยิ้มกว้างรับคำว่าอืม แต่ในใจนี่หัวเราะอย่างชั่วร้าย ได้ท่าน เจอเจ้าหญิงเงือกน้อยเวอร์ชั่นตายไปเป็นฟองแน่นอนคืนนี้

หน้าอารามผกาสรรค์คับแน่นด้วยผู้คนชุดขาว เหมือนมายืนยืดคอรอประมุขพรรคเซียนสวรรค์ได้พักหนึ่งแล้ว พอเห็นเงาร่างหลิ่งเซียวหรู ศิษย์คนหนึ่งของเขาก็ปรี่เข้ามาหา

“ซะ...เซียนที่นามว่าหั่วจู้เจียงเดินทางมารอพบท่านขอรับ...นั่งรออยู่ในอารามแล้ว...”

ผมสะดุดกับชื่อนั้น จนอดใจเอ่ยถามซ้ำไม่ได้ “เจ้าว่าไงนะ หั่วจู้เจียง...หรือจะเป็นท่านผู้เฒ่าหั่วคนนั้น!

“มารผจญอย่าส่งเสียงดัง!” ศิษย์ที่มาแจ้งตกใจจนเสียงสั่น

หัวใจผมเต้นดังตุบๆ ผู้เฒ่าหั่วจู้เจียงที่มีกลิ่นกายราวดอกไม้คนนั้น เป็นคนกำหนดวัดทำพิธีเชื่อมวิญญาณผมกับเหลียงหลวนเซียนนั่นเอง ทั้งตื่นตระหนกทั้งยินดี ไม่คิดว่าจะพบกับท่านผู้เฒ่าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เขาสนทนากับผมในพรรคครั้งก่อนนู้น พร้อมกับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผมก็ไม่คิดหวังจะเจอกับผู้เฒ่าหยั่งรู้คนนี้อีกเป็นครั้งที่สองเลย

แต่แล้วความยินดีของผมก็ถูกหินยักษ์นามว่าหลิ่งเซียวหรูมาขวางทางทับให้ประกายแววตาดับวูบ ด้วยคำสั่งว่า

“เจ้าไปเล่นที่อื่นไป”

“วะ ว่าไงนะ!

“เขามารอพบข้า เจ้าไม่เกี่ยวข้อง”

“ได้อย่างไร ข้าก็อยากพบกับท่านผู้เฒ่า...” ผมตั้งท่าจะเถียง แต่หลิ่งเซียวหรูกลับไม่คิดจะตามใจอย่างที่ผ่านมา

“เสี่ยวฟง”

“ขอรับท่านประมุข” เด็กหนุ่มรีบเดินกุมมือเข้ามาหา

“จับตาดูมารผจญ อย่าให้เข้ามาวุ่นวาย”

สั่งเสร็จก็ใช้วิชาด้ายสีใสผูกมือผมกับเสี่ยวฟงเอาไว้ด้วยกัน สีหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกของเสี่ยวฟงตอบทุกคำถามของผมหมดแล้ว นายคนสนิทตัวน้อยอ้าปากหวอ มองมือตัวเองที่ถูกล่ามติดกับผมแล้วทำหน้าอยากจะร้องไห้

                “หลิ่งเซียวหรู ไม่เห็นแก่ข้าก็เห็นแก่คนสนิทท่านเถอะ ดูสิ น้ำตาคลอหมดแล้ว...”

                ปัง!

                หลิ่งเซียวหรูปิดประตูใส่หน้า ไม่หันมามองผมอีกเป็นครั้งที่สอง รู้หรอกน่าว่าผมไม่ควรจะสอดเข้าไปเรื่องนี้ แต่มันอดไม่ได้นี่! หั่วจู้เจียงคนนั้นเป็นคนที่แค่มองผมปราดเดียวก็รู้เลยว่าผมเป็นใคร แถมยังทำนายอนาคตผมไว้เสร็จสรรพ จะไม่ให้ผมอยากเจอ อยากคุยกับผู้เฒ่าคนนี้ได้ยังไงเล่า

                “...อย่าคิดจะแกะด้าย หรือหาวิธีลากข้าไปแอบฟังเสียให้ยาก” เสี่ยวฟงสีหน้ามู่ทู่มองผมปราดเดียวก็เดาสิ่งที่ผมคิดออกเอ่ยพูด “ต่อให้ต้องเสียมือจับตัวเจ้า ข้าก็จะทำ!

                ผมกลอกตามองฟ้า ช่างจงรักภักดีเหลือเกินนะ

                “งั้นก็มาจับตัวข้าเลยสิ มามะ”

                “อี๋! อย่าเข้ามานะ อย่า....อย่ากอดข้า อ้าก!

                พวกคนชุดขาวที่อยู่รอบๆ เห็นผมพุ่งเข้าไปรวบตัวเสี่ยวฟงก็พากันแตกตื่นไปคนละทิศละทางราวกับผึ้งแตกรัง รอให้ท่านผู้เฒ่าออกมาเองก็ได้ฟะ

                ...

               

                หลิ่งเซียวหรูเดินเข้าไปคำนับชายชรา จากนั้นค่อยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีขาวฝ้าฟางหยีปิดพร้อมรอยยิ้มกว้าง มีไม่มากที่เซียนสักคนหลังจากบรรลุแล้วจะปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นอีก จึงอดจะตื่นเต้นมิได้ หลิ่งเซียวหรูค้อมตัวคำนับอย่างให้เกียรติ

                สายลมหวีดหวิวด้านนอกพัดเอาอากาศเย็นยะเยือกของต้นฤดูเหมันต์เข้ามาด้วย ชายชรายกถ้วยชาชั้นดีขึ้นจิบช้าๆ พลางเอ่ย “สบายดีหรือไม่ เซียวจื่อ”

                พอถูกผู้อาวุโสที่เคารพเรียกชื่ออย่างสนิทสนม หลิ่งเซียวหรูจึงอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวเด็กๆ ไม่ได้ “ขอรับ”

                “สบายดีหรือไม่”

                “ไม่ค่อยสบายขอรับ” หลิ่งเซียวหรูตอบไปตามตรง

                หั่วจู้เจียงหัวเราะเสียงนุ่ม “อย่างไรเล่า เพราะมารตัวน้อยเข้ามาป่วนหรือ”

                ท่านประมุขพรรคไม่แปลกใจที่ท่านผู้เฒ่าจะล่วงรู้ จึงเอ่ยตอบนอบน้อม

                “ขอรับ เป็นเช่นนั้น”

                “เขาเป็นมารที่แปลก” หั่วจู้เจียงจิบชาอีกครั้งจนหมดถ้วย “ผู้คนในพรรคเกลียดชัง แต่กลับเกลียดจากใจไม่ได้”

                “...นั่นสิขอรับ”

                “เจ้าดูมีอะไรอยู่ในใจนะเซียวจื่อ”

                “ใช่ขอรับ ข้ามี” หลิ่งเซียวหรูพรูลมหายใจเงียบๆ “หลายวันมานี่มีบางสิ่งกวนใจ เรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับมารผจญด้วย”

                หั่วจู้เจียงไม่เร่งเร้าให้เขารีบตอบ ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมพักหนึ่ง จวบจนหลิ่งเซียวหรูเรียบเรียงความในใจได้จึงค่อยพูดต่อ

                “เมื่อหลายเดือนก่อน ผู้น้อยทำนายดวงชะตาจากน้ำตาเทียน ต่อหน้าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์...ชี้ทำนายดวงชะตาของข้าว่าจะมีด้ายแดงเข้ามา ผู้น้อยครุ่นคิดอยู่นานว่ามันคืออะไร จนหลงลืมไปเพราะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย...จนกระทั่ง...เขาเข้ามา”

                “...”

                “ท่านเซียนหั่ว นี่มัน...หมายความว่าอย่างไร”

                “เจ้าสับสนตรงไหนกันล่ะ”

                “ผู้น้อยใช้เวลาในชีวิต ตลอดมาก็เพื่อฝึกวิชาเซียนสวรรค์ เพื่อบรรลุเป็นเซียนและหาทางหลุดพ้น”

                ในแววตากระจ่างใสฉายแววกระสับกระส่าย เหมือนลูกกระต่ายพลัดหลงกับมารดาท่ามกลางกองหิมะ ทั้งหวาดกลัว คาดหวัง...และโหยหา

                “สิ่งที่เจ้าอยากถามคือ?”

                “เป็นเขา...ใช่ไหม”

                “...”

                “ด้ายแดงของผู้น้อย คือเขาใช่หรือไม่...” พูดไป มือก็เผลอกำขยุ้มเสื้อจนยับยู่ หลิ่งเซียวหรูหัวใจเต้นรัว ปานมีพายุโหมกระหน่ำรุนแรงอยู่ภายในกาย หั่วจู้เจียงปรายตามองท่าไม่ประสาของหลิ่งเซียวหรู ก็ได้แต่จับเครายาวของตนลูบไปมา

                “...หากเจ้าทราบคำตอบ เจ้าจะทำอย่างไร?”

                เมื่อถูกย้อนถามกลับมา หลิ่งเซียวหรูกลับตอบไม่ได้ จึงยิ่งก้มหน้าลงต่ำจนศีรษะติดชิดกับลำคอ

                ในสายตาของหั่วจู้เจียง หลิ่งเซียวหรูยังเป็นเพียงเด็กน้อยไม่ประสีประสา ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ เป็นเด็กน้อยใสซื่อ ที่รู้จักเพียงคำสอนในตำรับตำรา พระธรรมมากมายหลากหลายข้อยังไม่เท่ารู้แจ้งด้วยตนเอง บัดนี้เจ้าหนูคนนั้นเผชิญปัญหาใหญ่หลวงอย่างมารผจญเข้าแล้ว เพราะรู้ว่าศิษย์รักกำลังมีปัญหา หั่วจู้เจียงจึงโผล่มา อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจ

                หั่วจู้เจียงยื่นคัมภีร์หนึ่งไปด้านหน้าหลิ่งเซียวหรู คัมภีร์เก่าโทรมที่ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียก ประมุขพรรคเซียนสวรรค์มองตาปริบๆ แต่เมื่อจะยื่นมือไปรับ กลับถูกไม้เท้าของหั่วจู้เจียงสกัดไว้

                “...ท่าน”

                “นี่เป็นเคล็ดวิชาขั้นสูง ที่จะทำให้เจ้าบรรลุการเป็นเซียน”

                ดวงตาของหลิ่งเซียวหรูแวววาวเป็นประกาย ท่านผู้เฒ่ามองเขายิ้มๆ แล้วเอ่ยต่อว่า “แต่ตอนนี้เจ้าฝึกไปก็ไม่ได้อะไร”

                “ทะ...ทำไมหรือขอรับ”

                คัมภีร์ถูกไม้ดึงเขี่ยกลับมาในมือหั่วจู้เจียง

                “ถูกต้อง...มารตัวน้อยนั่นคือด้ายแดงของเจ้า” มาถึงขั้นนี้หั่วจู้เจียงก็ไม่คิดจะปิดบังอีก หลิ่งเซียวหรูสูดหายใจเฮือก สองแก้มขึ้นสีเลือดฝาดแดงซ่าน “ไม่ใช่แค่เจ้า...แต่คนที่ตกหลุมรักเขายังมีอีกสองคน หากเจ้าหวาดกลัวว่าจะสู้อีกสองคนไม่ไหว เจ้าก็เพียงแค่เก็บเขาไว้ที่นี่ รอให้กาลเวลาไหลผ่านไปอีกสิบกว่าปี มารน้อยจะรักเจ้าเอง...”

                หลิ่งเซียวหรูสะดุดกึกกับประโยคนั้น ใบหน้าเริ่มหายแดง

                “...อีกสองคน?”

                “ถูกต้อง”

                “...หมายความว่าเขามี...” น้ำเสียงหลิ่งเซียวหรูค่อยๆ หายไปในลำคอ ทันใดนั้นบทสนทนาตอนทั้งคู่อยู่บนหลังคาก็แวบเข้ามา

                ท่านชายน้อยพรรคอสูร...กับเด็กชายหน้าสวยคนนั้น

                ...อย่างนี้เองหรือ...

                เห็นอีกฝ่ายเซื่องซึม หั่วจู้เจียงก็ยกไม้เท้าขึ้นเคาะหัวเขาเบาๆ หยอกล้อ “เจ้าเองก็เป็นด้ายแดงของเขาเช่นกัน”

                “ไม่ได้ มันผิด” หลิ่งเซียวหรูส่ายศีรษะรัว พึมพำพูดกับตัวเอง “เขามีเจ้าของแล้ว หากข้า...มัน...มันผิดศีล”

                อดีตเด็กคนนี้เป็นอย่างไร เติบโตมาก็ยังคงเป็นอย่างนั้น หั่วจู้เจียงรู้ใจเขาดี และเอ็นดูหลิ่งเซียวหรูมาก ชายชรามองเห็นอนาคตของเขาแยกเป็นสองทาง และเพราะสงสาร ไม่อยากเห็นเด็กที่ตนรักเอ็นดูเหมือนลูกหลานต้องวุ่นวายใจมากไปกว่านี้ วันนี้จึงปรากฏตัวออกมา

                “ไตร่ตรองดูเถิด เซียวจื่อ หากเจ้าก้าวข้ามผ่านไปได้ก็ดี ผ่านไม่ได้ก็ดี ไม่มีทางไหนผิดทั้งสิ้น หากเจ้าให้เขาอยู่ต่อ เขาก็จะอยู่เคียงข้างเจ้า คอยช่วยเจ้าดูแลพรรค”

                ..แต่ถ้าเลือกอีกทาง...หั่วจู้เจียงวางคัมภีร์ลงกับโต๊ะเบาๆ

                ชายชรายิ้มจนนัยน์ตาฝ้าฟางหยีปิดอีกครั้งหนึ่ง เอ่ยว่า “ข้าจะวางคัมภีร์ไว้ตรงนี้ แต่ถ้าเจ้าไม่คิดจะเลือกมัน เจ้าห้ามแตะต้องมันเป็นอันขาด”

                กล่าวจบหั่วจู้เจียงก็ลุกขึ้นยืน ธุระของเขาหมดลงแล้ว

                สายน้ำยังไหลไปได้หลากหลายสาย ใจคนจะมิแปรเปลี่ยนย่อมเป็นไปไม่ได้ บัดนี้กระแสน้ำนั้นมาถึงทางแยกแล้ว ต่อให้ใช้พระอาจารย์มากฝีมือจากที่ไหนมาก็ไม่อาจชี้นำคนได้เท่าหัวใจของเจ้าตัว หลิ่งเซียวหรูลุกขึ้นประคองหั่วจู้เจียงไปส่ง

                พอก้าวเท้าพ้นธรณี มารผจญกำลังรังแกเสี่ยวฟงอยู่ หลายคนพยายามหาทางช่วยเจ้าลูกศิษย์ตัวน้อย แต่จนใจเพราะไม่กล้าจับต้องตัวมารผจญมั่วซั่ว พอหันมาเห็นเขา ทุกคนก็พากันตะโกนร้องยินดี

                “ท่านประมุขมาแล้ว! มาช่วยจัดการมารผจญทีขอรับ”

                อี้เฟยหันหน้าขึ้นมาจากเสี่ยวฟงที่ร้องห่มร้องไห้ในวงแขนตัวเองอยู่ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซี่เล็กๆ น่ารักในปาก แสงแดดส่องกระทบใบหน้าสวยจนเห็นประกายระยิบระยับ หลิ่งเซียวหรูยกมือข้างหนึ่งขึ้นจับที่หัวใจ สวนทางกับสีหน้าอมทุกข์

                ....ทั้งที่คำตอบนั้นแสนง่าย ทำไมถึงเลือกยากขนาดนี้?

                ...

 

                หลิ่งเซียวหรูสีหน้าไม่ค่อยดีนัก หรือว่าจะถูกท่านผู้เฒ่าดุมากันนะ?

                ผมชะเง้อคอมอง แต่พอรู้ตัวอีกที ผู้เฒ่าหั่วจู้เจียงก็หายแวบไปอีกแล้ว! เสียดายนัก อุตส่าห์ยืนรอตั้งนาน 

                “หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มีเรื่องอยากถามตั้งมาก” ผมตะโกนโวยวาย หลิ่งเซียวหรูเดินเข้ามาหา สะบัดมือหนึ่งที ด้ายที่เชื่อมผมกับเสี่ยวฟงอยู่ก็หลุดออก เสี่ยวฟงร้องไห้จ้า วิ่งโร่ไปกอดศิษย์อีกคนตัวสั่นหงึกๆ ผมเกาหัวจนใบหูกระดิกไปมา เห็นทีคงต้องแอบทำถั่วกวนหวานๆ ฝากหลิ่งเซียวหรูไปขอโทษซะแล้วสิ

                อ๊ะ ไหนๆ จะทำถั่วกวน งั้นทำไปฝากพวกเด็กๆ หน่อยน่าจะดี ผมหันไปยิ้มแป้นแล้น จะขอใช้โรงครัวอีกสักครั้ง กลับเห็นหลิ่งเซียวหรูมองผมด้วยแววตาซับซ้อน

                “...อะไร?”

                “...” หลิ่งเซียวหรูเงียบไม่ตอบ ยกมือขึ้นเหมือนจะจับใบหน้าผม ผมผงะเล็กน้อย มองอีกฝ่ายงงๆ

                ฝ่ามืสีขาวค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหา แต่ทันใดนั้นเสียงตะโกนของศิษย์ในพรรคก็ดังขัดขึ้น ทำให้ฝ่ามือนั้นหยุดชะงักและชักกลับไป

                “ท่านประมุข! เราจับผู้บุกรุกได้ขอรับ!

                ผมชูคอมองผ่านไหล่หลิ่งเซียวหรูอย่างอยากรู้ แต่แล้วเสียงที่ดังตะโกนแว้ดขึ้นมาก็ตอบคำถามทุกอย่าง

                “ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์! อยู่แถวนี้หรือเปล่า ท่านอาจ๊ารย์!

                ผมเบิกตาโตกว้างเท่าไข่ห่าน วิ่งออกมาจากหลังหลิ่งเซียวหรู ตะโกนก้อง “หมิงเล่อ!

                หมิงเล่อถูกจับขังกรง ดูเหมือนจะตกหล่มไปในกลไกป้องกันของพรรค พอโวยวายเสียงดังก็ถูกจับตัวลากมาสำเร็จโทษข้างใน พอเขาเห็นผมก็ชะงักอึ้ง จ้องมองไล่ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนไม่รู้จัก แล้วหันไปตะโกนแหกปากต่อ “ท่านอาจารย์!!

                ความดีใจที่ได้เจอคนรู้จักอีกครั้งทำเอาผมจะวิ่งพุ่งเข้าไปหาอย่างลืมตัว แต่แล้วมือผมก็ถูกดึงไว้

                หลิ่งเซียวหรูเป็นคนดึง ผมมองหน้าเขา เขามองหน้าผม สีหน้าดูสับสนว้าวุ่นใจ สุดท้ายก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดหายฟังไม่ได้ศัพท์ จับใจความได้แค่คำว่า อย่าไป





------------------------------

ความรักกะความฝัน เอื้อ รู้สึกโชเน็น---ไม่ใช่5555

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ

เจอกันบทหน้า

ไม่นานครับผม

^______^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2049 pou2002 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 11:55

    ยังมีขายอยู่อีกมั้ยฉันอยากอ่าน
    #2,049
    0
  2. #1971 FernNAlls (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:37
    อยมกจะบ้าตาย ทำไงก็ได้อย่าทำให้หลวงพี่ คุณชาย เจ็บเลย สงสาร แง้
    #1,971
    0
  3. #1863 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 04:18

    เป็นนิยายที่โคตรอยากให้ฮาเร็ม ฮือออออ ดีทั้ง3คนเลย
    #1,863
    0
  4. #1757 Par_dao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 13:00

    ต้องโทษนักเขียนที่ทำให้อาเฟยเสน่ห์แรงเกินไป

    #1,757
    1
    • #1757-1 NNieNamich(จากตอนที่ 28)
      13 เมษายน 2562 / 22:44
      ใช่ๆ55555
      #1757-1
  5. #1736 CeeCee Yaoi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 17:49
    จัด 4Pไปเลยดีมั้ย???
    #1,736
    0
  6. #1612 bb.smile (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 01:02
    โอ้ยยย สงสารทุกคนเลย
    #1,612
    0
  7. #1447 ni_ky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 00:20
    มากอดมาหลวงพี่ คิดๆดูแล้วอยากฮาเร็มเลยอ่ะ ถึงจะไม่ชอบแต่เรื่องนี้ยอมมมม
    #1,447
    0
  8. #1285 Wan_asl3 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 13:29
    สงสารหลวงพี่อะ
    #1,285
    0
  9. #848 0930653088 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 18:47
    ฮาเร็ม!!!! ขอฮาเร็มเถอะนะ TT
    #848
    0
  10. #807 ohjesus (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 23:07
    ด้วยความดีงามทั้งหลายแหล่ของหลวงพี่ เชื่อสุดใจว่าต้องปล่อยไปแน่ T_T เฮ้อ เรือล่มแล้วเจ้าข้า
    #807
    0
  11. #552 Asura1142 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 11:37
    เชี่ยวหลู่สุดท้ายปล่อยไปแน่
    ท่านชายน้อยก็ไม่ต่างกัน
    ส่วนจิ้นฝู คงต้องปรับความเข้าใจ(คู่)
    เครียดว้อย รู้แล้วตอนจบเป็นไง
    ทำใจบ่อได้ ฮือออออออ
    #552
    0
  12. #551 SHIB^^ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:46
    ไรท์เรารู้ไรท์จะไม่ทำให้เราผิดหวังและพระเอกอีกสองคนเจ็บปวด HAREM!เถอะ!!!
    #กราบงามๆ
    #551
    0
  13. #546 secret secret (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:18
    งื้ออออ มันต้อง3p ยุแร้วววว เราเชื่อในไรท์นะ
    #546
    0
  14. #544 aliankuma (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:06
    ฮาเร็มเถอะ นะๆๆๆ ฮืออออ ตัดสินใจไม่ได้ T_T
    #544
    0
  15. #543 เทพทีดา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 18:38
    haremเถอะ! ได้โปรดดดดด
    #543
    0
  16. #541 ploybrf2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 17:47
    ฉันเชียร์หลวงพี่ไม่อยากเห็นหลวงพี่เจ็บ
    #541
    0
  17. #538 Sei-chan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:58
    ใจอยู่ระหว่างหลวงพี่กับจิ้นฝู ฮรืออออออ //เกาะเรือจิ้นฝูแน่น
    #538
    0
  18. #535 noey3110 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:41
    ฮือออออเลือกไม่ถูกจริงๆ ฮาเร็มได้ไหมคะ ขาดไปสักคนคงร้องไห้แน่ๆฮืออออ
    #535
    0
  19. #527 Shallow Hallow Mellow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:17
    จะไม่ขอเชื่อใจอะไรจนกว่าเรื่องจะจบค่ะ... โดนหักเรือมาหลายครั้งหลายคราแล้ว... กลัว... //นั่งซุกหน้ากับเข่าหันหน้าเข้ามุมห้อง
    #527
    0
  20. #526 Faipaneta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:10
    ฮือๆๆ เลือกไม่ถูกกกก ฮาเร็มเถอะค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ท่านมารผจญ // ค้างมากกกก
    #526
    0
  21. #520 fFfFrailty (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 12:24
    อะหึๆๆ ความรักช่างกวนใจนัก
    ทางสามไปเลย รักนะแต่ไม่ครอบครอง ขอเพียงเห็นอีกฝ่ายได้ดีใีคนดูแลไปสักห้าปี ก็เข้าวิถีเซียน
    พิมพ์เองเจ็บเอง แต่ก็นะ ถ้ามันไม่ใช่ฮาเร็มสุดท้ายแล้วก็ต้องสุดแล้วแต่มารผจญ
    #520
    0
  22. #518 fantaQwQ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:57
    ค้างเกินไปแล้วววววววววววววว
    //ฮาเร็มเถ้ออออออ
    #518
    0
  23. #517 Miyakochan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:28
    โฮๆๆ อะใรกันนี่อธิบายความรู้สึกไม่ออกเลยแฮะ.
    #517
    0
  24. #516 Aomin Juichi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:31
    อี้เฟย แล้วจิ้นฝูล่ะคะ แงงงงงงงงง จะทิ้งจิ้นฝูกับท่านชายน้อยจริงๆเหรอ ไม่นะ ฮาเร็มได้ไหมใจจะขาดอยู่แล้ว
    #516
    0
  25. #515 Poani (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 09:54
    ถ้าหลวงพี่ไม่เลือกอี้เฟยแล้วกลายเป็นเซียนดูยังไงๆก็ทุกข์แน่ๆเลย ไม่อยากให้แต่ละคนเสียใจอะ ฮือออ เลือกไม่ถูก
    #515
    0