อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 26 : ไร้คำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 324 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

ไร้คำตอบ

 

            ภาพมารผจญลากถังที่เรียกว่าน้ำสมุนไพรกำจัดศัตรูพืช เดินทอดน่องฮัมเพลงทำนองแปลกหูกลายเป็นภาพที่คนในพรรคเริ่มเห็นจนชินตา ในแต่ละวันจะต้องมีชั่วยามหนึ่งที่ทุกคนจะต้องปลีกตัวออกจากแปลงผักเพื่อให้มารผจญไล่ฉีดเจ้าน้ำสมุนไพรที่ว่านี่ใส่ผักที่ปลูกเอาไว้ ยามแรกๆ ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ยังเดินตามติดทุกฝีก้าว แต่พอผ่านไปนานเข้าก็เริ่มปล่อยให้มารผจญไปทำงานคนเดียว แล้วนั่งมองอยู่ไกลๆ แทน

                ความงามของมารผจญยังคงเป็นสิ่งน่าขยาดสำหรับคนในพรรคอยู่เนืองๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอุปนิสัยกระโตกกระตาก เอะอะโวยวาย หัวเราะเสียงดัง ทำอะไรเหมือนมารสติไม่ค่อยสมประกอบ ทำให้ความหวาดกลัวพรั่นพรึงในใจของคนในพรรคเซียนสวรรค์เริ่มจะเบาบางลงมาก และค่อยๆ มองผ่านความงามอันน่าพิศวงไปเป็น สวยเสียของ แทน กลายเป็นว่าค้นพบสัจธรรมใหม่เรื่องรูปพรรณอันไม่คงทน ดูเถิด มารผจญที่เห็นว่างามนักก็ยังไม่อาจหนีสันดานสติขาดๆ หายๆ ของตนพ้น สิ่งมีชีวิตใดในโลกล้วนอาศัยกายหยาบและความงามภายนอกทั้งสิ้น แต่ทว่าก็ยังไม่อาจมองข้ามจิตใจได้ เมื่อจิตใจสกปรก ต่อให้งามสักแค่ไหนก็ยังหมดเสน่ห์ เหมือนกับมารผจญตนนั้น สวยหรือก็สวย แต่ดันชอบทำตัวพิลึกพิลั่นจนความสวยเริ่มกลายเป็นเรื่องรองลงไปแทน

                นั่นปะไร เดินฉีดน้ำสมุนไพรกำจัดศัตรูพืชอยู่ดีๆ ก็ขยับตัวกระดุกกระดิก เต้นอยู่คนเดียวอีกแล้ว

                “รู้หรือไม่ว่าช่วงนี้เหล่าศิษย์ของข้าพูดถึงเจ้าว่าอย่างไร”

                ผมหัวเราะร่า เพราะพอจะเดาออกอยู่แล้วว่าช่วงนี้ทุกคนลดความระแวงผมลง เปลี่ยนเป็นสมเพชเหนื่อยหน่ายกันหมด

                “พูดว่าข้างาม แต่สติไม่ค่อยดีใช่หรือไม่”

                หลิ่งเซียวหรูหลับตาลงนั่งสมาธิต่อแทนคำตอบว่าใช่

                ผมเดินไปนั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง เตรียมจะตำใบเฮียงเจกลั้ง แล้วแช่ไว้ข้ามคืนเพื่อจัดการกับเจ้าเพลี้ยกระโดด และบรรดาหนอนๆ ที่เจอในแปลงผักวันนี้ ตอนนี้งานอดิเรกของผมกลายเป็นหาพืชสมุนไพรในพรรคมาทำยาฆ่าแมลงออร์แกนิค เห็นต้มผักที่กินทุกวันเริ่มไม่มีแมลงหรือหนอนตัวตกลงไปน้อยลงก็รู้สึกชื่นใจเหลือเกิน ผลงานในครั้งนี้เชิดหน้าชูตาผมอยู่ไม่น้อย เห็นจากสีหน้าคนอื่นๆ ที่มีความสุขเวลากินข้าวกัน มันก็น่ายินดี

                ที่สำคัญคือคนในพรรคนี่ซื่อเป็นไม้บรรทัดไม่ต่างจากหลิ่งเซียวหรู บางคนเจอผมเดินผ่านก็บอกขอบคุณที่ทำให้พวกแมลงลดลง แต่ก็ยังมิวายด่าพ่วงอยู่ดี

                บอกให้ด่าต่อหน้าก็ด่าต่อหน้า ผมจะโกรธก็โกรธไม่ลง เพราะที่เขาด่านอกจากเรื่องชอบยั่วคนอื่นก็เป็นความจริงทุกอย่าง เลยฟังไปยิ้มแป้นไป คนที่ตั้งใจจะมาด่ามาว่าเห็นผมยิ้มก็พูดต่อไม่ออก มีที่ไหนถูกด่าแล้วทำหน้าสุขใจที่ถูกด่า กลับกลายเป็นข่าววงในลับๆ ว่ามารผจญหน้าหนา ด่าไปก็ไม่สะเทือนซ้ำยังดูชอบที่ถูกด่าว่า ยิ่งด่ายิ่งถูกใจ เพราะไม่อยากให้ผมมีความสุขทุกคนเลยเลิกวนเวียนมาด่าผมกันซะอย่างนั้น

                “บัวใต้ตมอย่างเจ้าด่าไปก็ไม่สำนึก” นั่นคือคำด่าครั้งสุดท้ายที่ผมได้ฟัง แล้วก็ไม่มีใครว่าต่อว่าอะไรอีกเลย

                อ๊ะ ใช่ว่าจะไม่มี...มีอยู่คนหนึ่ง ชื่อเสี่ยวฟง เป็นเหมือนเด็กรับใช้ คนสนิทของหลิ่งเซียวหรู แต่รายนั้นทำไมผมมองว่ายิ่งแกล้งให้โกรธยิ่งดูน่ารักก็ไม่รู้เลยชอบแหย่อีกฝ่ายเล่นบ่อยๆ น่าสงสารที่เสี่ยวฟงไม่รู้ว่าผมจงใจแกล้งเขา เลยยังคงตกเป็นเหยื่อมารผจญอยู่อย่างนั้น

                ผมนั่งใช้สากตำเค้นน้ำจากใบเฮียงเจกลั้งในถ้วยกระเบื้องคลอเพลงไปเรื่อยๆ ตรงข้ามคือหลิ่งเซียวหรูที่นั่งสมาธินิ่งเงียบไม่ขยับเขยื้อนตัวราวกับรูปปั้น เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตรงทางเดินส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง คลอไปกับเสียงตำใบสมุนไพร ให้ความรู้สึกสงบสบายใจ เหมือนโลกนี้จะไม่มีเรื่องวุ่นวายใดๆ อีกแล้ว

                ผมสูดหายใจลึก แล้วก้มหน้าก้มตาลงทำงานตัวเองต่อด้วยหัวใจวูบโหวง...ทำไมถึงวูบโหวงน่ะเหรอ เพราะผมเผลอคิดไปน่ะสิว่าอยู่ที่นี่ก็ไม่เลว...

                “ท่านประมุขขอรับ ขออนุญาตขอรับ” เสียงเสี่ยวฟงดังขึ้นที่นอกประตู

                “เข้ามา” หลิ่งเซียวหรูลืมตาขึ้น บรรยากาศรอบตัวกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

                เสี่ยวฟงเลื่อนบานประตูเปิดเบาๆ โค้งศีรษะอย่างมีมารยาท “การสอบปฏิบัติวันนี้มีเด็กที่นั่งสมาธิผ่านขั้นสามคน ท่านประมุขจะไปกล่าวชมหรือจะฝากข้อความใดหรือไม่ขอรับ”

                ผมหูผึ่ง ภาพเด็กน้อยสามคนที่แอบมาดูผมเก็บใบต้นยีโถวันก่นแล่นวาบเข้ามา

                “ไม่ไป ฝากข้อความไปว่านั่งได้ขั้นแล้วก็อย่าเหลิง หมั่นฝึกเพียรต่อไป”

                “ขอรับ”

                “เดี๋ยวสิท่านประมุข! เด็กๆ อุตส่าห์ตั้งใจเล่าเรียนฝึกฝน ท่านจะไม่ไปชมเขาด้วยตัวเองสักหน่อยเหรอ” ผมอดแทรกขึ้นมาไม่ได้ พรรคนี้กว้างใหญ่ขนาดมีโรงศึกษา ผมที่เดินไปเดินมาได้ไม่เกินสวนผักจึงส่งสายตาเป็นประกายวิบวับไปยังหลิ่งเซียวหรู ท่านประมุขรูปงามมุ่นคิ้วเป็นปมไม่ยอมสบตา

                “มารผจญ! เจ้านี่มันน่ารังเกียจจริง คิดจะป่วนได้กระทั่งเด็กบริสุทธิ์ หยาบช้าที่สุด” เสี่ยวฟงแสดงสีหน้ารังเกียจ

                “เพราะอาฟงไม่ค่อยมาเล่นกับข้าอย่างไรเล่า” ผมฉีกยิ้มจริงใจจนเห็นฟัน

                เสี่ยวฟงฟึดฟัดหน้าแดงแจ๋ “เล่นอะไร!? ที่ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเจ้าเพราะข้ารังเกียจเจ้า แค่นี้ก็ไม่รู้หรือไง”

                เห็นอีกฝ่ายโมโหจนหน้าแดงจัดก็รู้สึกสุขอย่างบอกไม่ถูก ถ้าผมมีน้องชายสักคนคงเป็นแบบเสี่ยวฟงคนนี้ แกล้งได้สนุกยิ่ง “เจ้ารังเกียจข้า? เรื่องของเจ้าสิ แต่ข้าชอบเจ้านะ”

                เสี่ยวฟงจะด่าก็ด่าไม่ออก สุดท้ายน้ำตาก็คลอเต็มสองเบ้า ตะโกนด่าผมว่า “เจ้ามารบ้าไปตายซะ!” แล้วก็ปิดหน้าวิ่งหนีออกไปเลย...

                ผมหัวเราะร่วนอย่างสำราญเบิกบานใจ เข้าใจความรู้สึกของพี่ชายที่ชอบรังแกน้องขึ้นมาแล้วว่าสนุกยังไง เวลามีคนบอกว่าเกลียดเราแล้วเราหันไปบอกว่าชอบเขา ปล่อยให้คนที่บอกว่าเกลียดเราเอ๋อไปต่อไม่ถูกช่างเป็นกิจกรรมคลายเครียดที่ดีมากมาย ผมขำคิกคักจนต้องสะดุ้งกับสายตาดุๆ ของหลิ่งเซียวหรู

                “...รู้แล้วๆ ข้าจะไม่แกล้งเขาแรงๆ อีกแล้ว”

                “ไม่บอกว่าจะเลิกแกล้งแต่บอกว่าจะแกล้งให้เบาลง สมแล้วที่เป็นมารผจญ” หลิ่งเซียวหรูส่ายหน้าหน่ายลุกขึ้นยืน

                “เอ๊ะ ไปไหนเหรอท่าน”

                “ไปดูเด็กๆ”

                ผมเบิกตาโตกว้าง “จะดีเหรอ ให้ข้าไปด้วย”

                “นานๆ ที” หลิ่งเซียวหรูตอบ ก่อนจะเดินนำพาผมไปที่โรงศึกษาที่อยู่ห่างจากเรือนที่พักใหญ่พอสมควร

                บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือตัวเองจะเป็นมารผจญจริงๆ เข้าแล้ว...เป็นมารผจญตัวใหญ่บาปหนาที่ค่อยๆ มาย่ำกรายความสงบสุขของสวรรค์ แล้วก็ค่อยๆ ครอบงำจิตใจประมุขพรรค กล่าวว่าหลิ่งเซียวหรูเป็นคนดีชนิดเรียกว่าผ้าขาวยังอายก็ได้ ไม่มีตื้นลึกหนาบาง ไม่มีลับลมคมใน ทำอะไรไม่มีแอบแฝง ผมที่เป็นนักโทษทำผิดต่อเขา ต่อพรรคของเขา ต่อคนของเขาแค่ไหนเขาก็ไม่โกรธ แถมตามใจผมทุกอย่าง อยากทำอะไรก็ให้ทำไม่มีระแวงสักนิด จนผมที่เคยคิดอยากเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีให้เขาเห็นใจรีบปล่อยกลับบ้านชักละอาย จากแกล้งทำก็กลายเป็นเต็มใจทำ นี่หรือที่เรียกว่าเอาความดีพิชิตมาร? โหดมาก

                แต่ความงามของมารผจญ (หรืออสูรมารดำ) ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลิ่งเซียวหรู ผมไม่รู้ว่าเขาใสซื่อไร้ประสบการณ์มากแค่ไหน แต่กลไกธรรมชาติยังคงทำให้เขาต้องต่อสู้เสมอ...ว่าไงดี พวกเราตัวติดกันตลอด แถมหลิ่งเซียวหรูยังยอมรับแมนๆ เลยว่ารูปกายของผมทำให้เขาหวั่นไหว ซึ่งผมก็ไม่ได้ตั้งใจ เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ จากขยาดๆ เลยกลายเป็นเข้าอกเข้าใจ เวลาเขา เผลอ ขึ้นมา ผมก็จะวิ่งไปคว้าเอาคัมภีร์สวดมนต์มาให้ บางทีก็นั่งสมาธิกำหนดจิต กดให้มันสงบลง

                อยู่กับมารผจญไม่ง่าย อยู่กับคนในศีลธรรมก็ไม่ง่ายเหมือนกัน เฮ้อ

                “ท่านประมุขมา” ชายชุดขาววัยกลางคนที่กวาดใบไม้อยู่หน้าประตูเงยหน้าขึ้นเห็นหลิ่งเซียวหรูก็ยกยิ้มหน้าบาน แต่พอเคลื่อนสายตามาเห็นผม รอยยิ้มก็ดูจะเก้อๆ หน่อย แต่ก็นับว่าไม่แสดงออกชวนอึดอัดมากนัก ชายผู้นั้นหลบตายิ้มให้ผม นั่นทำให้ผมไม่รู้สึกแย่ทีเดียว

                “ข้ามาดูเด็กๆ” หลิ่งเซียวหรูไพล่หลัง ก่อนเดินเข้าไปด้านในโรงศึกษา โดยมีชายวัยกลางคนชุดสีขาวหลังค่อนค้างค่อมคนนั้นเดินยิ้มยินดีขนาบข้าง

                “ทุกคนต้องดีใจมากแน่ๆ ที่ได้พบกับท่านประมุข”

                ผมเดินตามหลังทั้งสองคน บอลมองไปรอบๆ ที่นี่ไม่ต่างจากเรือนสี่ประสานปกติสักเท่าไหร่ ออกจะเล็กด้วยซ้ำ พื้นที่ตรงกลางเป็นที่โล่งกว้าง โดยมีต้นไม้ต้นใหญ่ปลูกเอาไว้แค่ต้นเดียว หลิ่งเซียวหรูพาผมมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง ไม่ช้าก็มีเสียงตึงตังเหมือนคนวิ่งดังขึ้น

                “สำรวม!” เสียงชายวัยกลางคนผู้นั้นเอ็ด เสียงวิ่งพลันค่อยๆ เงียบหายลง “ท่านประมุขมิได้มาคนเดียวแต่พามารผจญมาด้วย ฉะนั้นอย่าทำอะไรหน้าขายหน้า”

                ได้ยินเสียงสูดหายใจตื่นเต้นดังมาจากด้านใน ชายวัยกลางคนหันมายิ้ม ค้อมกายคำนับแล้วหลีกทางให้

                “เอ่อ...ร่นด้ายให้ข้าไปที่อื่นก่อนไหม” ผมถาม

                “ไม่จำเป็น ให้เด็กๆ ได้เห็นมารผจญ จะได้รู้จักว่าควรป้องกันตัวยังไงก็ไม่ใช่เรื่องแย่”

                หลิ่งเซียวหรูกล่าวเช่นนั้นแล้วเดินนำผมเข้าไปในห้อง ข้างในจัดแต่งเหมือนห้องเรียนสมัยก่อน มีโต๊ะเตี้ยตั้งให้แต่ละคน ด้านข้างเป็นที่ฝนหมึก มีม้วนกระดาษวางเอาไว้ให้ คิดว่าคงกำลังคัดลอกตำราคำสอนกันอยู่ เด็กๆ ในนั้นอายุมากสุดน่าจะแค่สิบสองขวบ เด็กที่สุดอายุสี่ขวบ จ้องมองผมกับหลิ่งเซียวหรูตาไม่กะพริบ จำนวนเด็กมีกันแค่สิบคน สามในสิบคือเจ้าตัวเล็กที่เคยมาแอบดูผม ทั้งสามคนมีสีหน้าตื่นเต้นกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะเสี่ยวถงที่ยิ้มกว้างกว่าใครเพื่อน

                หลิ่งเซียวหรูเดินไปนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าสุด จ้องมองเด็กๆ ที่ลุ้นจนหลังตรง แล้วก็เงียบไปเลย...

                หลายวินาทีผ่านไปก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยอะไร ดวงตากลมโตหลายคู่ก็เริ่มกระสับกระส่าย ผมทนเห็นเด็กๆ รอไม่ไหวเลยกระตุกด้ายเรียก “ท่าน พูดอะไรหน่อยสิ”

                หลิ่งเซียวหรูเรียกเด็กสามคนที่นั่งสมาธิได้ขั้นออกมา ก่อนจะกล่าวว่า “ฝึกได้ก็อย่างถือตนว่าเก่งกว่าคนอื่น เข้าใจหรือไม่”

                เด็กน้อยน่ารักทั้งสามคนที่ถูกเรียกออกมาตัวลีบก้มหน้าเหมือนถูกเรียกมาดุมากกว่าชื่นชม ผมยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง แล้วชะโงกหน้าไปยิ้มแป้นใส่เด็กๆ

                “เขาหมายถึงว่าพวกเจ้าทำได้ดีมากๆ เก่งแล้ว แต่ยังเก่งได้อีก ฉะนั้นตั้งใจต่อไปนะ”

                หลิ่งเซียวหรูหันมามองผม เด็กทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นมองผม ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม...จนผมรู้สึกว่าผิดไหมเนี่ยที่เสนอหน้าสอด...

                หนึ่งในเด็กน้อยสามคนที่ถูกเรียกออกมาหน้าห้องจ้องผมตาแป๋ว มือเล็กทั้งสองม้วนเสื้อไปมา ก้มหน้างุด “ขะ...ขอบพระคุณขอรับ ท่านประมุข...มะ...มารผจญ”

                พอเด็กคนหนึ่งเอ่ยขอบคุณ เด็กอีกสองคนก็พูดตาม มุมปากสองข้างพยายามข่มกลั้นรอยยิ้ม เป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากทีเดียว ชายวัยกลางคนที่ยืนกุมมืออยู่ตรงมุมห้องจ้องมองผมแววตาประหลาดใจ

                หลิ่งเซียวหรูย้ายไปนั่งด้านหลังห้อง ชมการเรียนการสอนของวันนี้ ชายวัยกลางคนชุดขาวคนนั้นเป็นอาจารย์ นามว่า ฮุ่ยหวง รับหน้าที่ดูแลเรือนศึกษามาหลายปีแล้ว

                จนถึงตอนที่ปล่อยพัก เด็กๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงซุกซนก็พากันกรูล้อมวงดูผมกันใหญ่จนลืมไปเลยว่าหลิ่งเซียวหรูอยู่ด้วย

                “พวกเราคุยกับมารผจญได้ไหม?” “ไม่ได้นะ ห้ามคุย” “มารผจญมีหางด้วย” “มารผจญเป็นผู้ชายใช่ไหม”

                ผมฟังเสียงเด็กๆ ที่คุยกันรอบๆ ไม่ทันเท่าไหร่ เลยได้แต่ยิ้มส่งไป จนกระทั่งได้ยินประโยคหนึ่งเข้า

                “ท่านแม่ข้าจะสวยเหมือนมารผจญหรือเปล่า?”

                เสียงนั้นมาจากเสี่ยวถง เด็กน้อยเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มามุงดูผม รอยยิ้มใสซื่อไร้สิ่งเจือปน

                “งั้นท่านแม่ข้าก็ด้วย”

                “ข้าด้วยๆ” 

                เด็กๆ ทุกคนต่างพากันพูดตามเสียงใส แต่กลับฟังดูเศร้าหมองอย่างประหลาด

                “ทุกคนที่นี่เป็นเด็กกำพร้า” ราวกับหลิ่งเซียวหรูจะอ่านความคิดผมออก “ไม่เคยเห็นพ่อแม่ที่แท้จริงหรอก”

                “เอ๊ะ...”

                “ข้าเองก็เป็นเด็กที่พ่อแม่นำมาทิ้งไว้ที่หน้าประตูพรรค ไม่น่าแปลกใจหรอก” หลิ่งเซียวหรูตอบน้ำเสียงราบเรียบ

                “ท่านไม่ได้รับสืบทอดต่อเพราะเป็นสายเลือดเหรอ”

                หลิ่งเซียวหรูส่ายหน้า

                “พรรคนี้ไร้สตรี เลือกผู้สืบทอดจากความตั้งใจและความเหมาะสม ในเวลานั้นท่านหลิ่งเซียวหรูคือคนที่ฝึกฝนตนได้นำหน้ากว่าคนอื่นๆ ท่านประมุขรุ่นก่อนจึงเลือกมารับช่วง” ฮุ่ยหวงยกชาเข้ามาให้ได้ยินบทสนทนานั้น เลยเป็นคนตอบแทน ผมมองถ้วยชาที่ยกมาเผื่อผมด้วย แบบนี้เรียกว่า..ยอมรับกันใช่ไหม

                ประกายแววตาของหลิ่งเซียวหรูยามเอ่ยถึงประมุขพรรครุ่นก่อนสั่นไหวน้อยๆ

                “งั้นทุกคนที่นี่...นอกจากจะมาสมัครด้วยตนเอง ก็เป็นเด็กกำพร้า?”

                “เป็นไปตามนั้น” ฮุ่ยหวงตอบ

                ผมมองไปยังเหล่าเด็กๆ อีกครั้งหนึ่ง ทุกคนสงบเสงี่ยมและเป็นเด็กดีเอามากๆ รู้ว่าผมเป็นมารผจญที่เป็นภัยต่อพรรคก็ยังไม่มีคำหยาบหลุดพ่นออกมาเลย จากการที่เด็กพูดถึงแม่ แสดงว่ามีการศึกษาผังครอบครัว และไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่ทุกคนเป็นเด็กกำพร้า น่าแปลกใจที่ไม่มีคนไหนแสดงท่าทางโกรธแค้นหรือน้อยใจที่ถูกเอามาทิ้งเลยสักคน

                “ท่าน” ผมเรียกหลิ่งเซียวหรู ตอนที่เห็นเขาเริ่มคุยกับฮุ่ยหวงเรื่องพวกคำสอนหลักธรรมที่ผมฟังไปก็ไม่เข้าใจ “ข้าคุยกับเด็กๆ ได้ไหม”

                หลิ่งเซียวหรูเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบตกลง แล้วร่นได้ที่พันข้อมืออยู่ให้ ทุกอย่างอยู่ภายใต้สายตาของฮุ่ยหวง ชายวัยกลางคนผมสีขาวจับจ้องผมเป็นพักๆ

                “ทำอะไรอยู่เหรอ” ผมเลือกเดินไปหาเสี่ยวถง เด็กน้อยเงยหน้ามองผม แล้วก้มหน้าตอบสองแก้มอมชมพู

                “...คัดตำรา...”

                “ขยันจังเลย พักแล้วแท้ๆ ถ้าเป็นข้านะคงหนีไปเล่นแล้วล่ะ”

                เสี่ยวถงพยักหน้าหงึก แล้วก็เงียบไป

                ผมเข้าใจว่าเด็กคงตื่นเต้น เกร็ง ไม่ชินกับผม เลยเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนอยู่อย่างนั้น สังเกตจากปลายพู่กันที่สั่นไม่น้อย คิดว่าคงกำลังพยายามข่มความตื่นเต้นอย่างมาก

                “ท่านๆ มีกระดาษเหลืออะไรไหม ข้าขอหน่อย” ผมตะโกนถามหลิ่งเซียวหรู อีกฝ่ายชี้ไปยังม้วนกระดาษด้านหลังห้อง

                ผมเดินไปหยิบมาม้วนหนึ่ง แล้วนั่งข้างเสี่ยวถง “ขอข้ายืมพู่กันหน่อยสิ”

                เสี่ยวถงหน้าแดง ยื่นพู่กันกับที่ฝนหมึกมาให้พร้อมสรรพ

                พอได้ของครบ ผมก็จัดการลงมือวาดรูปตัวการ์ตูนหัวใหญ่ตัวเล็กตาโตลงไป ใส่เสื้อเหมือนคนพรรคเซียนสวรรค์ เสี่ยวถงมองตามอย่างตั้งใจ เพราะไม่เคยเห็นภาพวาดอะไรแบบนี้มาก่อน “ชื่อเสี่ยวถงเขียนแบบนี้ใช่ไหม?”

                เสี่ยวถงตาเป็นประกาย ตอนที่ผมเขียนชื่อเขาแล้วชี้ลูกศรไปยังตัวการ์ตูนตัวนั้น “นี่เสี่ยวถง?”

                “ใช่แล้ว น่ารักใช่ไหมล่ะ ต่างจากภาพปกติที่เคยเห็นใช่หรือไม่ ไม่ใช่แค่เสี่ยวถงนะ เพื่อนๆ เสี่ยวถงข้าก็วาดได้”

                “จริงเหรอ...เสี่ยวตัน วาดเสี่ยวตัน!

                “คนไหนเอ่ยเสี่ยวตัน?”

                เสี่ยวตันที่เหมือนจะแอบฟังมานานแล้วเดินกุมชายเสื้อเขินๆ เข้ามาหา “ข้าเอง”

                รอไม่นานเด็กๆ ทั้งชั้นเรียนก็พากันต่อแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอให้ผมวาดรูปพวกเขาให้ ไม่ใช่แค่นั้นนะ เพราะทุกคนชอบกันมากเลยพยายามวาดตามกันใหญ่ เสี่ยวหวาที่อายุมากสุดในชั้นวาดได้เหมือนผมที่สุดดูภูมิใจกับผลงานตัวเองมากๆ และไม่ช้าเด็กๆ ก็พากันเรียกผมว่าท่านพี่มารผจญ ทั้งที่ผมบอกว่าชื่ออี้เฟยไปแล้วแท้ๆ เชียว

                “ท่านพี่มารผจญ วาดตัวเองบ้างสิ”

                “ได้ๆ” ผมลงน้ำหมึกขีดๆ เขียนๆ ตัวเองไปมา แต่รูปที่เลือกวาดกลับไม่ใช่ตัวเองในร่างนี้ แต่เป็นร่างอสูรหมาปอม

                “ไม่เห็นเหมือน” จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหลิ่งเซียวหรูอยู่ข้างๆ

                “นี่แหละเหมือน...อ๊ะ!

                ผมชะงักกึก ไม่คิดว่าหันไปจะเจอหน้าท่านประมุขชะโงกมาใกล้ขนาดนี้ ผมรีบถดตัวออกห่างอย่างตกใจ ต่างกับหลิ่งเซียวหรูที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยว่าแก้มตัวเองจะไปชนปากใครเขาเข้า

                “ท่านพี่มารผจญ มาดูนี่เร็ว ตำราคำสอนนี่พวกข้าช่วยกันคัด”

                “เอ๊ะ? อ้อ...ได้ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ผมพยุงตัวลุกขึ้นเดินไปหาบรรดาเด็กน้อยที่ยกนู่นยกนี่มาอวดผมไม่เลิก ส่วนท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ยังนั่งจ้องรูปวาดล้อพวกนั้นอยู่ผมเลยไม่ได้สนใจอีก หันไปเล่นกับเด็กๆ ต่อจนถึงเวลาต้องกลับ

                ทุกคนมีสีหน้าคาดหวังว่าผมจะมาเล่นด้วยอีกอย่างปิดไม่มิด แต่ความหวังนั่นก็ถูกทำลายลงทันที เมื่อหลิ่งเซียวหรูบอกทุกคนว่าผมมาได้ แต่นานๆ ที

                นานๆ ทีนี่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ ทำให้ทุกคนมีสีหน้าเศร้าหมองไปตามๆ กัน จึงตัดใจยกม้วนภาพที่ผมวาดทุกๆ คนไว้ให้ เพราะไม่อยากให้ผมลืมทุกคนไป

                ผมรับภาพวาดมาอย่างยินดี ก่อนจะคลี่ดูแล้วพบว่าข้างรูปอสูรหมาปอม...มีตัวละครบิดๆ เบี้ยวๆ ตัวหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ แถมตรงข้อมือยังมีเหมือนเชือกเชื่อมเอาไว้อีก ผมมองผู้ร้ายที่แอบมาวาดเพิ่มคนนั้นแต่ยังตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

                “นี่ท่านเหรอ”

                “...อืม” หลิ่งเซียวหรูจับปลายผมด้านหน้าแก้เขิน

                “ไม่เห็นเหมือนเลย” ผมแซวขำๆ “ไว้เดี๋ยวข้าจะวาดท่านบ้าง”

                “ขอบคุณ...” คำนั้นไม่ใช่คำประชด ทำให้คนได้ฟังยกยิ้มกว้าง แล้วงานอดิเรกของผมในพรรคเซียนสวรรค์ก็เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง

                ...

 

                                ตกกลางคืนคืนนั้นจู่ๆ ผมก็สะลึมสะลือมากลางดึกเพราะปวดฉี่ หลังกลับจากเข้าห้องน้ำ ถึงได้เห็นว่าฟูกข้างๆ ว่างเปล่า

                ด้ายสีใสที่ผูกมัดรอบข้อมืออยู่ลากยาวไปนอกบานหน้าต่าง ผมเกาแก้มงงๆ แล้วชะโงกหน้าไปมองตามแสงที่กระทบด้ายใสไป พบว่าปลายมันเลิกสูงขึ้นไปอยู่บนหลังคา...

                “ท่าน”

                ร่างระหงในชุดนอนสีขาวนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนกระเบื้องหลังคา ด้วยความอยากรู้ผนวกกับตาสว่างแล้วเลยปีนป่ายขึ้นไปนั่งรับลมด้วย หลิ่งเซียวหรูลืมตาขึ้นมาช้าๆ ในท่านั่งสมาธิ ไม่ได้ไล่ให้ผมกลับลงไปด้านล่าง

                “ทำไมมานั่งสมาธิที่นี่ล่ะ” ผมขึ้นมานั่งชมวิวอยู่ด้านบน กอดพวงหางฟูๆ ของตัวเองแก้หนาว

                “มันงียบ...เด็กๆ ชอบเจ้าดีนะ”

                “อ๋อ เรื่องนั้นเองเหรอ ทุกคนเป็นเด็กดีกันมากเลยล่ะ บอกตรงๆ นะว่าข้าไม่เคยเจอเด็กกลุ่มไหนน่ารักขนาดนี้มาก่อนเลย ชื่นชมคำสอนในพรรคเจ้าเลยนะเนี่ย ขัดเกลาจิตใจเด็กได้ขนาดนี้”

                “อืม...”

                เราสองคนไม่ได้พูดอะไรต่อให้บทสนทนามันยาว ผมทอดมองไปยังพรรคเซียนสวรรค์เบื้องล่าง มองจากตรงนี้เห็นวิหารอารามสีขาวเต็มไปหมดเลยแฮะ อ๊ะ เห็นแปลงผักที่ผมไปฉีดสมุนไพรฆ่าแมลงอยู่ทุกวันๆ ด้วย

                “พรรคนี้เป็นพรรคที่ดีนะ....” ผมเปรยขึ้น

                “เป็นอะไรรึ”

                “บางทีข้าก็ชักสงสัยแล้วนะว่าท่านหยั่งรู้ได้จริงๆ หรือเปล่า ถามได้จี้จริง”

                “...”

                “ฮ่าๆ...ท่าน...ถ้าวันหนึ่งท่านเป็นวิญญาณแล้วไปสิงร่างคนอื่น ท่านจะทำยังไง”

                “...ก็คงใช้ชีวิตต่อไป”

                “ในฐานะไหน ตัวเองหรือว่าคนอื่น?”

                “มารผจญ มีสิ่งใดคับข้องใจหรือ?”

                ผมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบว่า “ใช่”

                “เช่นนั้นลองระบายมาก่อน ข้าจะรับฟัง”

                ผมไม่รู้จะเริ่มตั้งแต่ตรงไหนดี สุดท้ายเลยคิดอะไรได้ก็พูดออกไป “ข้าไม่ใช่อสูรมารดำ ข้าเป็นวิญญาณจากที่อื่นมาสิงร่างมัน” ความอัดอั้นมานานทำให้ปากผมมีรูรั่ว ระบายความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้ออกมาจนหมดเปลือก

                “...”

                “อสูรมารดำให้สัญญาที่สำคัญกับท่านชายน้อยเอาไว้ แต่ข้าไม่มั่นใจว่าข้าจะทำตามสัญญาได้หรือเปล่า...ท่านชายน้อยน่าสงสาร แล้วเขาก็เป็นคนดีมาก มากจนข้าอยากขอโทษที่เข้าใจผิดเขามาตลอด”

                “อืม”

                “ข้าเผลอทำร้ายคนคนหนึ่งไป ท่านจำเด็กผู้ชายหน้าสวยๆ ที่เคยมาขอร้องให้ท่านไปช่วยข้าได้หรือไม่? ข้าเผลอ...ทำร้ายเขาจนถึงแก่ชีวิต ข้ากับท่านชายน้อยเลยลักลอบล้ำเขตพรรคท่าน ฆ่างูเจ็ดพิษ แล้วก็ขโมยดอกหลี่เถียไกว่ไปทำยารักษาเด็กคนนั้น...”

                “อย่างนั้นเอง”

                “แต่ข้ากลัว”

                “กลัวสิ่งใด”

                วงแขนที่กอดกระชับพวงหางฟูนุ่มสีดำเข้ามาแน่นยิ่งขึ้น อากาศที่นี่ช่างหนาวเหน็บจริงๆ “กลัวว่าเด็กคนนั้นจะไม่ฟื้น...กลัวว่าจะทำลายสัญญาของท่านชายน้อย กลัวว่าสุดท้ายแล้วข้าจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้า ข้าอยากให้ทั้งสองคนเข้าใจ...แต่ข้าก็กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา เผชิญหน้ากับความจริง...ข้ามันขี้ขลาด”

                หลิ่งเซียวหรูถอดเสื้อนอกที่ใส่อยู่ยื่นมาให้ผมใบหน้าเรียบเฉย “ถ้ากลัวที่จะกลับไปเผชิญเรื่องร้ายๆ จะ...อยู่ที่นี่ไหมล่ะ”

                “หา? ในฐานะมารผจญเนี่ยนะ ฮ่าๆ ท่านล้อข้าเล่นแล้ว”

                “ถ้าโลกภายนอกทำให้เจ้ากลัว จะอยู่ที่นี่ก็ได้” หลิ่งเซียวหรูไม่ได้ฟังคำหยอกเมื่อกี้ สีหน้าดูเงียบขรึมจริงจังจนรอยยิ้มของผมค่อยๆ ซีดเผือกลง... “หรือต่อให้เจ้าไม่อยาก ตอนนี้เจ้าก็ยังไปไหนไม่ได้อยู่ดีเพราะเจ้าทำเรื่องร้ายแรงเอาไว้”

                กล่าวจบหลิ่งเซียวหรูก็ลุกขึ้นยืนหันหลังเดินไป เตรียมจะโดดลงหลังคากลับห้องนอน ผมรีบร้อนลุกขึ้นตาม ตะโกนถามเขา

                “ท่าน!...ท่านจะ...ท่านจะปล่อยข้ากลับบ้านใช่ไหม หลิ่งเซียวหรู?”

                ไม่มีคำตอบกลับมาจากหลิ่งเซียวหรู




---------------------------------------------------

เอาแล้ว...........


เจอกันใหม่ตอนต่อไปครับ ไม่นานแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 324 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #1969 FernNAlls (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:13
    เอ็งดูวววววว
    #1,969
    0
  2. #1861 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 03:44
    เขาไม่อยากให้หนูกลับแน่เลยยย
    #1,861
    0
  3. #1610 bb.smile (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:48
    อยู่ต่อเลยได้ไหมมม~
    #1,610
    0
  4. #1313 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 19:06
    เพราะปล่อยเธอเหมือนปล่อยจายยย เริ่มเพ้อ 5555
    #1,313
    0
  5. #1312 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 19:06
    เพราะปล่อยเธอเหมือนปล่อยจายยย เริ่มเพ้อ 5555
    #1,312
    0
  6. #1283 Wan_asl3 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 12:47
    ชอบหลวงพี่นะ แต่เหมือนหลวงพี่จะกั้กนางไว้คนเดียว555
    #1,283
    0
  7. #422 Mil_L (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 01:57
    มาต่ออีกเร็วๆนะ
    สนุกมากกกกกกกกกก
    #422
    1
    • #422-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:07
      ขอบคุณมากครับ ดีใตที่ชอบนะ
      #422-1
  8. #420 201618 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 17:26
    รีบๆมาต่อน่าค่าอ่านรวดเดียวจบเลยยยย
    #420
    1
    • #420-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:08
      โอ้ว5555 ขอบคุณมากครับ
      #420-1
  9. #419 คุณหลอกดาว! (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 01:51
    อยู่นี่ต่อเถิดดด มาเปนมาม๊าให้เด็กผู้น่าร้ากกกกกกก ไม่ต้องไปหาความจริงแล้ววววว อยู่กะประมุขละฟินนน อร้ายยยยยยยยย5555555555
    #419
    1
    • #419-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:08
      แอะ5555555
      #419-1
  10. #418 Ak3110 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 22:52
    งือออออ ทำไมเขิล
    #418
    1
    • #418-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:08
      หลวงพี่ดาเมจแรง555
      #418-1
  11. #416 Get out my heart 💕 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 21:22
    เหยียบเรือสามแคม //กุมอกหนักมาก
    #416
    1
    • #416-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:09
      //ยื่นยาดมให้นะ ;-;
      #416-1
  12. #415 aliankuma (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 20:26
    หลวงพี่น่ารักกกก ลงเรือไม่ถูกเลยยยยย ขอหมดเลยได้ไหมมมมมม ฮาเร็มเถอะ! พลีสสสสส
    #415
    1
    • #415-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:09
      หลวงพี่ปล่อยดาเมจจจจ
      #415-1
  13. #414 Pokky Love (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 15:31
    ลงเรือไม่ถูกแล้วจ้าาา ไปมันทุกเรือ จุดๆนี้เหยียบเรือสามสี่แคม มีกี่เรือเหยียบหมดจ้าา ฮื่อออออ
    #414
    1
    • #414-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:09
      อย่าหักโหมครับ55555
      #414-1
  14. #413 MeMoIr-Nine9 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 13:40
    เราเลือกลงเรือท่านชายน้อยนะ ถึงจะชอบฟีลเวลาเฟยเฟยอยู่กับจิ้นฝู แล้วก็ความฮาแบบละมุนของท่านประมุขก็เถอะ
    #413
    1
    • #413-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:10
      ท่านชายน้อยคนดี ฮือ
      #413-1
  15. #411 Suzuhara Izumiko (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 22:20
    ชอบคุนชายน้อย
    #แต่บทน้อยฮือ~~~~
    #411
    1
    • #411-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:11
      ฮือ ทานชายน้อยคนดี
      #411-1
  16. #410 cocozyrup (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 21:21
    โอ้ย ทีมหลวงพี่นะเพพ
    #410
    1
    • #410-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:11
      หลวงพี่กับความม้ามืด5555
      #410-1
  17. #409 hyun_park22 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:26
    หรือหลวงพี่จะเป็นแผนลับที่ไรท์ซ่อนไว้ หลวงพี่เป็นพระเอกใช่มั้ยยยย //กำไม้พายแน่นมาก
    #409
    1
    • #409-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:10
      อย่าหักโหมครับ55555
      #409-1
  18. #408 Demon1704 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 19:45
    ไม่ว่าอี้เฟยจะเลือกคนไหน เราจะเคารพในการตัดสินใจของอี้เฟยนะคะ อยากให้อี้เฟยได้เจอรักดีๆบ้าง แต่เรือจิ้นฝูของเราก็ยังสั่นคลอนเมื่อเจอท่านประมุข ฮื้ออออออออออ เลือกสักคนเลยอี้เฟย ดีทุกคนนนน
    #408
    1
    • #408-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2561 / 18:10
      หลวงพี่ผู้ปล่อยดาเมจ555 ขอบคุณที่ติดตามคร้าบ
      #408-1
  19. #405 fFfFrailty (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 15:40
    โฮก ทำไงดีล่ะ
    #405
    1
    • #405-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:50
      ตึกตักๆ
      #405-1
  20. #403 Aomin Juichi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 13:50
    เลือกเรือไม่ถูกเลยเห้ออออ แต่ชอบคุณชายน้อยที่สุดเลย
    #403
    1
    • #403-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:50
      ชายน้อยคนดี ;-; ขอบคุณครับผม
      #403-1
  21. #402 RB_annaliz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 11:46
    เรายังอยู่เรือแรกเหมือนเดิม ถึวทุกคนจะดีแต่เราก้อรักเด็กน้อยซื่อสัตย์คนนั้น
    #402
    1
    • #402-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:49
      ขอบคุณมากคร้าบ
      #402-1
  22. #401 Poani (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:06
    ทำไงดี! เลือกเรือไม่ถูกกกก ฮือออออ
    #401
    2
    • #401-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:49
      ขอบคุณที่ชอบนะครับ แง5555
      #401-1
  23. #400 Nusda (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 08:41
    คนโลเล!ไม่ได้ด่าใครนะ..ด่าตัวเองฮือออ สลับเรือไวมากจริงๆ
    #400
    1
    • #400-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:48
      ฮือ ขอบคุณที่ชอบครับ555
      #400-1
  24. #399 LN3210 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 07:56
    โอ๊ย เรือสั่นแบบ ไม่ไหวแล้ว โฮรวววววววว
    #399
    1
    • #399-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:48
      ขอบคุณมากครับ555
      #399-1
  25. #398 marukung2 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 06:23
    มันก็จะหน่วงหน่อยๆ//สนุกมากค่ะ!
    #398
    1
    • #398-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 26)
      14 มีนาคม 2561 / 18:48
      เอื้อ ขอบคุณมากๆครับ
      #398-1