อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 25 : โฉมงามกาลกิณีคนนี้...น่ารักกว่าที่คิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 255 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61

 

โฉมงามกาลกิณีคนนี้...น่ารักกว่าที่คิด

  

“จะดีหรือขอรับ...ให้มารผจญใส่เครื่องแบบของพรรคเซียนสวรรค์?”

ผมก้มลงมองเสื้อตัวใหม่ของตัวเองที่หลวมโพรกอยู่ไม่น้อยเพราะเป็นเสื้อของหลิ่งเซียวหรู สาเหตุที่ผมต้องมาใส่เสื้อเขาก็เพราะว่าแผนกตัดเสื้อของที่นี่ไม่กล้าวัดขนาดตัวผม และไม่กล้าตัดเสื้อให้ผมใส่ เนื่องด้วยกลัวว่าหากทำอะไรให้ผมขึ้นมา จะกลายเป็นการยอมรับการรุกรานของมารผจญ นำพาไปสู่เรื่องมิบังควรทั้งหลาย ทำให้ต่อให้ผมยืนอยู่เฉยๆ ก็เป็นเรื่องผิด เอาตรงๆ นะแค่หายใจผมก็ผิดแล้ว

แต่จะให้ทำยังไงได้ ตอนนี้เราเป็นนักโทษของเขา จะเรียกร้องอะไรมากกว่านี้ให้ถูกเกลียดเพิ่มผมไม่เอาด้วยหรอก!

                ข้อมือผมยังคงถูกผูกติดอยู่กับหลิ่งเซียวหรู คิดสภาพตอนต้องใส่เสื้อแล้วยังสลดไม่หาย ทั้งเขาทั้งผมทุลักทุเลกันมาก พอใช้มือทั้งสองข้างก็กลายเป็นแขนอีกคนติดมากด้วย พอใช้แค่ข้างเดียวก็ลำลากลำบน พอจะช่วยใส่ให้กันมันก็...

                ผมสูดหายใจเฮือก ไม่รู้จะเอายังไงกับเจ้าผู้ชายผมเงินคนนี้ดี เจอกันครั้งนู้นก็เอานิ้วมาชี้ผม เจอกันอีกทีก็มาตะ...แตก...อ้าก

                วันนี้จะโดนอะไรมากกว่านั้นอีกมั้ยวะเนี่ย ผมไม่ไหวแล้วนะ มากกว่านี้ก็ได้เสียกันแล้ว!

                แต่ดูเหมือนว่าจะมีแค่ผมคนเดียวที่วิตกเรื่องนี้ เพราะหลิ่งเซียวหรูไม่ได้ลุกลี้ลุกลนอะไรกับเรื่องเมื่อตอนเช้าเลย และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมสมควรขุดเอามาพูดด้วย ถ้าเขาเฉยผมก็เฉย เขาไม่สนใจผมก็จะถือว่าเรื่องที่เขาเอาผมไปฝันเปียก...แค่ก เอาไปฝันร้ายเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันก็แค่นั้นแหละ ส่วนเรื่องที่ผมต้องมาตัวติดกับคนที่ไม่ตั้งใจจะทำกามใส่ตัวเองเป็นเรื่องสุดวิสัย เอาน่า...ถ้าผมยังเป็นตัวเสนียดของที่นี่อยู่ ก็น่าจะยืนยันได้ว่าผมจะไม่ถูกท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ทำอะไรใช่ไหมล่ะ?

                แต่ถ้าตั้งใจเข้ามาทำอะไรละลาบละล้วงใส่ล่ะก็ พ่อจะจับทำขันทีให้ดูแน่!

                “ไม่เป็นไร เสื้อข้า เดี๋ยวจะสวดชำระล้าง” หลิ่งเซียวหรูบอกผู้ติดตามสีหน้าจริงจัง นี่ผมเป็นตัวเชื้อโรคขนาดนั้นเลยเหรอ

                พวงหาฟูสีดำด้านหลังขยับไปมาอย่างไม่ชอบใจ ถึงแม้เป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ไม่เต็มตัว ยังมีหูกับหางอสูรโผล่ออกมาอยู่ดี ผมก้มลงจับหางนุ่มนิ่มตัวเองเล่นแก้เซ็ง คิดถึงตอนเป็นอสูรจังเลย...ป่านนี้คงใช้ขนตรงแผงคออิงหลับไปแล้ว ไม่ต้องมาแขนชาอย่างตอนเช้าแน่ๆ เฮ้อ ปวดคอชะมัด

                “ขัดตรงนี้เสร็จแล้วมาแจ้งข้า”

                “ขอรับท่านประมุข”

                พวกผู้ติดตามก้มหน้าเดินงุดๆ กันออกไป แต่ก็มิวายแอบเหล่ตามองผมกันไม่เลิก ผมเขม่นตามองตอบไปอย่างไม่เกรงกลัว แล้วก็ถูกด้ายสีใสที่พันแขนอยู่ดึงกระตุกเบาๆ

                “อย่าไปสบตาพวกเขา”

                “อะไรของท่านเล่า ก็พวกเขามองข้า แถมยังชอบซุบซิบกัน ข้ารู้ว่าที่นี่ไม่มีใครชอบข้า แต่ถ้าอยากจะด่าข้าก็น่าจะด่ากันซึ่งๆ หน้า ดีกว่าไปซุบซิบกันเองไม่ใช่เหรอ”

                หลิ่งเซียวหรูนิ่งแล้วคิดตาม

                “ก็จริง การนินทาเป็นสิ่งไม่สมควร เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะประกาศให้ทุกคนต่อว่าเจ้าต่อหน้า แทนที่จะไปจับกลุ่มพูดเรื่องของเจ้ากันเอง”

                แบบนี้ก็ได้เหรอ...ผมมองหน้าหลิ่งเซียวหรูราวกับอยากจะถามประมุขหนุ่มว่าเอาอย่างนั้นจริงรึ ดวงตาใสกระจ่างฉายแววงุนงงเล็กน้อย

                “ก็เจ้าไม่ชอบถูกพูดลับหลังไม่ใช่หรือ?”

                “ก็ใช่ เฮ้อ ช่างเถอะๆ” ผมปัดมือไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย คนคนนี้นี่จะอะไรก็ทำให้ง่ายไปหมดเลยรึไง แต่ถ้ามองอีกมุมมันก็คงจะดีกว่าต้องมานั่งประสาทเสีย พะวงว่าใครจะพูดถึงเราว่ายังไง ถึงสุดท้ายผมจะเดาได้เลาๆ ว่าจะถูกด่าว่าอะไรบ้างก็เถอะ ก็คงหนีไม่พ้นใช้เสน่ห์ยั่วยวน ทำคนร้อนรุ่มตบะแตก ใช้มนต์เสน่ห์หลอกล่อให้เสียคน...

                คิดมาถึงนี่ผมก็หยุดคิด แล้วแอบหันหน้าไปมองคนที่ยืนเหม่ออยู่ข้างๆ...

                ...ขอโทษตอนนี้ทันไหมนะ ทำไมต้องรู้สึกผิดทั้งที่ตัวผมเป็นผู้เสียหายแท้ๆ ด้วยล่ะ น่าหงุดหงิดที่สุดเลย

                “ไม่ขอโทษหรอกนะ”

                “หืม อะไร”

                “ไม่มีอะไร”

                ผมกอดอกแล้วหันหน้าไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้าหลิ่งเซียวหรูขึ้นมาซะอย่างนั้น

                หลิ่งเซียวหรูเอียงศีรษะงุนงงเหมือนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ชะโงกหน้ามาหาเหมือนเด็กเล็กๆ ที่กลัวเพื่อนงอนตัวเอง

                “เจ้าโกรธผู้ติดตามข้าหรือ?”

                “ถ้าตอบว่าใช่ล่ะ”

                ไม่ต้องไปโบ้ยคนอื่นเลย โกรธเจ้านั่นแหละ! ผมยกปากขึ้นทำเหมือนแยกเขี้ยวอย่างเคยชิน ทั้งที่ทำหน้าดุไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด

                “แต่เจ้าก็ทำผิด” หลิ่งเซียวหรูขมวดคิ้ว

                “ใช่ ข้าทำผิด” ผมยืดอกรับ

                “แต่เจ้าก็ยังไม่ขอโทษ”

                “...มันใช่เรื่องที่แค่ขอโทษแล้วจะหายซะที่ไหนเล่าท่าน! ข้าทำผิดตั้งกี่ข้อหา จะให้มาจบลงที่แค่พูดขอโทษแล้วจบกันไปหรือยังไง ถ้าข้าพูดแค่ขอโทษแล้วทุกคนให้อภัยข้าแล้วปล่อยข้ากลับบ้าน ข้าจะพูดมันครบหมื่นล้านรอบเลยก็ได้”

                คราวนี้หลิ่งเซียวหรูมีสีหน้าสับสนขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

                “ทำไมเจ้าต้องพูดประชดประชันด้วย?”

                เถียงกับคนคนนี้เหมือนเถียงกับกระจก ว่าอะไรไปก็สะท้อนมาโจมตีตัวเองได้เจ็บแสบนัก ผมสำเหนียกขึ้นมาว่าตัวเองเป็นนักโทษของเขา เห็นเขายอมคุยด้วยปกติก็ปากเก่งปากกล้าใส่เขา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องสมควรเลย...ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง อยากยกมือขึ้นตีปากตัวเองสักสามทีที่พูดอะไรไม่คิด ถ้าทำให้หลิ่งเซียวหรูโมโหขึ้นมาจริง คนที่ลำบากจะต้องเป็นใคร ทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้กันนะ ถ้าเขาเกิดโกรธผมอย่างจริงจัง ปฏิบัติกับผมให้สมควรกับคำว่านักโทษ ผมจะเรียกร้องความยุติธรรมกับใครได้ ในเมื่อตัวผมเองที่เป็นคนรนมาที่นี่ก่อน

                ผมเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนจะขมุบขมิบปากว่า “ขอโทษ...”

                “ขอโทษข้าเหรอ?”

                โอ๊ย! ไม่ใช่มั้ง

                “ท่านเองก็ผิดกับข้าเหมือนกันนะ”

                “ข้ารึ”

                “กะ...ก็ท่านคิด...คิด” เพิ่งตกลงกับตัวเองไปเมื่อกี้ว่าจะไม่ขุดเรื่องนั้นมาพูด แต่ปากมันก็ดันเปล่งเสียงไปแล้ว

                หลิ่งเซียวหรูเหลือบตามองไปด้านบนเหมือนกำลังใช้ความคิดตามว่าตัวเองทำอะไรผิดไป สุดท้ายสองข้างแก้มขาวก็ขึ้นสีเลือดฟาดจนแดงแจ๋ ท่าทางคงคิดออกแล้วว่าตัวเองเผลอทำอะไรลงไปบ้างในช่วงที่เจอกันนี้

                “ข้าขอโทษ...”

                ไม่คิดว่าจะถูกขอโทษออกมาตรงๆ ด้วยใบหน้าอับอายรู้สึกผิดอย่างจริงใจ หลิ่งเซียวหรูมองหน้าผมด้วยสองตาเศร้าหมอง ราวกับเขาเผลอทำปลาทองสุดรักผมตาย คล้ายเห็นเมฆสีดำลอยวนอยู่เหนือศีรษะสีเงิน ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ก้มหน้ามองพื้น ท่าทางน่าสงสารยิ่งยวด

                ก็เป็นซะแบบนี้แล้วผมจะไปโมโหเขาลงหรือไง เฮ้อ...

                “ช่างเถอะ เป็นเพราะข้านั่นแหละที่ทำให้ท่านต้อง...ทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะข้าเป็นตัวกาลกิณีไงล่ะ รู้หรือเปล่า ท่านเป็นคนแรกเลยนะที่ทำเรื่องแบบนั้นแล้วข้าโกรธไม่ลงน่ะ” ผมฉีกยิ้มกว้างให้หลิ่งเซียวหรู หมายจะปลอบใจให้หนุ่มบริสุทธิ์คนนี้รู้สึกดีขึ้น หลังจากคิดตกกับตัวเองแล้วว่าแสดงท่าทางเป็นปรปักษ์ใส่กันไปมีแต่จะแย่ สู้ตีหน้าเซ่อผูกมิตรไปเลยดีกว่า

                เขาเป็นคนปฏิบัติตัวอยู่ในศีลธรรมมานาน กลับต้องมาศีลแตกตอนผมโผล่เข้ามา ไม่เท่ากับว่าผมทำลายช่วงเวลาฝึกตนหลายสิบปีของเขาให้พังย่อยยับเลยเหรอ? นอกจากจะทำลายความสงบสุขในบ้านของเขา ยังทำคนบริสุทธิ์จิตป่นปี้ สมควรแล้วแหละที่ผมถูกด่าว่ามารผจญ

                หลิ่งเซียวหรูมองผมใจลอย ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ แล้วหันหน้าหลบ

                “อืม...”

                “ท่าน?”

                “ข้าจะไปดูสวนผัก”

                ท่าทางแบบนั้นคงไม่ได้โมโหหรอกนะ ผมเดินตามหลังท่านประมุขพรรคไปยังสวนผักที่เจ้าตัวว่า ที่พรรคเซียนสวรรค์แห่งนี้มีจุดคล้ายพรรคอสูรอยู่ตรงที่ปลูกผักกินกันเอง ต่างตรงที่พรรคอสูรมีชาวบ้านลงมือปลูกให้ แต่พรรคเซียนสวรรค์ต้องลงมือเองทั้งหมด แล้วผมก็เพิ่งมาสังเกตว่ามีแต่ผักกับผัก...ไม่มีสัตว์เลยสักตัวนอกจากไก่ที่ใช้เก็บไข่ นอกนั้นไม่เลี้ยงอะไรอีกเลย คิดว่าปลาในบ่อที่ว่ายๆ กันอยู่ก็เป็นปลาที่มีเอาไว้ดูเฉยๆ อย่าบอกนะว่าที่นี่...ถือศีลกินเจ

                หลังอารามคือแปลงผักเล็กๆ น่ารัก หลิ่งเซียวหรูเดินไปหยิบจอบที่วางอยู่ในโรงไม้เก็บของข้างๆ ถกแขนเสื้อกับชายกางเกงขึ้น แล้วเดินสีหน้าตื่นเต้นลงสวนไป

                “นี่ท่านจำเป็นต้องลงมือทำเองด้วยเหรอ”

                “นานๆ ที ปกติจะนั่งสมาธิอยู่ในวิหาร”

                “ชอบทานผักหรือท่าน”

                หลิ่งเซียวหรูพยักหน้าหงึกหงัก

                “ข้าจะหย่อนด้ายให้มีระยะยาวมากขึ้น เจ้าไปนั่งอยู่ตรงนั้นเถอะ” หลิ่งเซียวหรูชี้ไปยังใต้อารามตรงที่แดดส่องมาไม่ถึง พร้อมกันนั้นระยะด้ายใสที่เชื่อมข้อมือผมกับเขาไว้ก็ร่นออกจากกันจนสามารถเดินออกห่างได้หลายก้าว ผมอึ้ง ไม่คิดว่าจะถูกไล่ไปนั่งพักสบายๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนั่งมองประมุขพรรคเซียนสวรรค์ง้างจอบลงดินหลุมแล้วหลุมเล่า

                นี่มันแปลกเกินไปแล้ว ท่านจะให้นักโทษนั่งเกาก้นสบายใจเฉิบโดยไม่สั่งให้ทำอะไรเลยแบบนี้ไม่ได้!

                “ละ...หลิ่งเซียวหรู!” ผมตะลีตะลานมากไปจนเผลอเอ่ยชื่อเขาออกมาเสียเต็มยศ หลิ่งเซียวหรูผินหน้ามาหา บนปลายจมูกเปื้อนคราบดินเป็นแนวสีดำยาว ท่าทางไม่ได้โกรธที่ถูกมารผจญเรียกชื่อเต็ม “เอ่อ ให้ข้าช่วยอะไรไหม”

                มันสบายเกินไปจนผมกลัว เหมือนเรื่องราวกลับตาลปัตรแปลกๆ ผมดิ้นรนหาอะไรทำ ในขณะที่หลิ่งเซียวหรูไม่คิดจะลงโทษหรือใช้แรงงานอะไรผมเลย

                “เจ้าทำอะไรเป็น”

                “ตอนเป็นอสูรข้าลงมือปลูกผักสวนครัวเองเลยนะ ฉะนั้นเรื่องเตรียมดิน รดน้ำ วางใจข้าได้”

                ดูกระตือรือร้นอยากทำงานเนอะ ทั้งที่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อยากทำหรอก ใครจะไปอยากเหนื่อยกันล่ะ แต่จะให้นั่งอยู่เฉยๆ ผมก็กลัวจะเบื่อตายไปก่อน เลยเสนอหน้าช่วยเขาทำงาน ส่วนความจริงในใจอีกเสี้ยวหนึ่งคืออยากทำอะไรดีๆ ให้พรรคนี้สักหน่อย เผื่อเขาจะเห็นใจยอมปล่อยตัวผมออกไปเร็วๆ

                ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงโรงไม้เก็บของ ก่อนเลือกหยิบเสียมออกมา เพราะเป็นเครื่องมือขุดดินสำคัญที่มีน้ำหนักเบาที่สุดแล้ว (หรืออีกนัยคืออันอื่นหนักเกินไปผมยกไม่ไหว) แต่ถึงจะบอกว่ามันเบา ผมก็ต้องใช้แรงไม่น้อยลากมันออกมาอยู่ดี

                ถ้ายังอยู่ในร่างอสูรล่ะก็น้ำหนักแค่นี้สบายมากแท้ๆ เจ็บใจนัก

                “ให้ข้าทำตรงไหนดี”

                หลิ่งเซียวหรูมองผมเหมือนกำลังประเมิน ก่อนกล่าวว่า “ไม่เหมาะหรอก”

                “แต่ว่าข้าไม่อยากนั่งเฉยๆ นี่นา”

                “เชื่อข้าสิ เจ้าง้างได้ไม่เกินห้าครั้งก็ปวดแขนแย่แล้ว ไม่อย่างนั้นไปเดินดูแปลงดอกไม้ตรงนู้นก็ได้ แต่อย่าไปไกลนัก แล้วก็พยายามอย่าโผล่ไปแถวที่พวกศิษย์ข้าอยู่ก็พอ เดี๋ยวทุกคนไม่มีสมาธิ” สั่งเสร็จหลิ่งเซียวหรูก็ลงมือทำงานต่อไม่หันมาสนใจผมอีก

                ถูกทิ้งให้ยืนเด๋อด๋าอยู่คนเดียวเสียแล้ว ถึงโลกเก่าผมจะไม่ใช่คนชอบปลูกต้นไม้ แต่ก็พอมีความรู้อยู่บ้างนะ ผมมั่นใจว่าผมช่วยเขาได้ อย่างน้อยตอนอยู่คนเดียว ผมก็เคยปลูกมะเขือเทศจิ๋วไว้หลังระเบียงน่า!...แต่ท่าทางเหลาะแหละอย่างนี้คงดูไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่หลิ่งเซียวหรูอาจจะกลัวผมหมดแรงกลางคันแล้วปล่อยเสียมหลุดมือเฉาะหัวใครเขาก่อนแน่นอน ผมอมลมเข้าแก้มข้างหนึ่ง เดินไปทรุดตัวนั่งมองแปลงผักที่อยู่ถัดมาอีกหน่อยด้วยความเบื่อหน่าย

                ดินที่นี่นับว่าเป็นดินดีไม่น้อยเลย ดูสิมีไส้เดือนอยู่ด้วย...นี่แหนะ จิ้มซะเลย

                ข้อดีของเกษตรกรสมัยก่อนคือปลูกผักแบบไร้สารพิษ ทั้งปุ๋ย ทั้งผลผลิตล้วนไม่มีการปรุงแต่ง ไม่มีสารเร่งโตไม่มีสารเร่งสี แต่ใช่ว่าทุกที่จะปลูกออกมาได้ผลผลิตดีเหมือนกันหมด ภูมิภาคเองก็สำคัญ ดีหน่อยที่พรรคเซียนสวรรค์ทำเลดี ดินที่มีอยู่ก่อนก็ดี ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคอะไรมากนัก ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาดินแข็งหรือแห้งแล้งที่ไหน ผมจับไส้เดือนเล่นไปเรื่อย ก่อนแอบฉวยใบของต้นอ่อนที่ขึ้นทะลุดินขึ้นมาดู “เหวอ!

                “มารผจญ มีอะไร!” หลิ่งเซียวหรูทิ้งจอบในมือวิ่งมาหาผมที่นั่งหงายหลังก้นจ้ำเบ้าอยู่ตรงพื้น ดูเหมือนเสียงอุทานของผมจะดังไม่น้อย พวกผู้ติดตามเสื้อขาวในละแวกนั้นเลยพากันชะเง้อคอมองลอดมาส่องดูกันใหญ่

                “เปล่าๆ แค่ตกใจตัวหนอนเฉยๆ น่ะ...ไม่ใช่แค่หนอนนะ พวกแมลงนี่อีก” รู้ว่ามันออแกนิค แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสะอาดสดใสขนาดมีศัตรูพืชยุบยับขนาดนี้เลย นี่ถ้าไม่แหงนใต้ใบไม้ออกมาแล้วเห็นดงหนอนตัวน้อยไต่กันให้พรึบ ผมคงไม่ต้องเห็นภาพติดตาชวนขนหัวลุกนั่นแน่...ปกติไม่ใช่คนกลัวหนอนหรือแมลงหรอก แต่เมื่อกี้มันเยอะไปจริงๆ “ศัตรูพืช...เยอะไปหรือเปล่า”

                “ก็มีมาประมาณนี้ตั้งนานแล้ว” หลิ่งเซียวหรูตอบ ยื่นมือมาช่วยพยุง

                ผมมองฝ่ามือขาวผ่องที่ยื่นมาหาด้วยความรู้สึกตื้นตันนิดๆ ทั้งพรรคคงมีแค่เขาคนเดียวเนี่ยแหละที่กล้าแตะตัวผม

                “ไม่เคยคิดอยากกำจัดบ้างเหรอ...กว่าจะได้ผลผลิตมา ไม่ถูกเจ้าพวกนี้กินไปจนแหว่งแย่รึ”

                “ก็เคย...พวกศิษย์ก็เอ่ยถึงเรื่องนี้บ่อยๆ แต่ว่าข้าก็สงสาร คิดว่าแบ่งได้ก็แบ่งไป...”

                มันไม่เกี่ยวว่าแบ่งได้หรือไม่ได้ท่าน...ผมปวดขมับสองข้างตุบๆ จนต้องยกมือขึ้นนวดคลึงให้เส้นคลาย คนคนนี้จะเป็นคนดีไปถึงไหนกัน นั่นศัตรูพืชนะ! ไม่ใช่หมาไม่ใช่แมวที่มาขอข้าวแล้วไป แต่เป็นแมลงปรสิตที่จะมาทำลายพืชผลที่ลงทุนลงแรงปลูกมาให้หายลิ่วไปกับลมต่างหาก จะมีน้ำใจก็ต้องมีขอบเขต ขืนปล่อยให้เจ้าศัตรูพืชตัวร้ายพวกนี้มีเยอะเข้า จำนวนมันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงเวลานั้น ผักที่ลงมือปลูกกันคงกลายเป็นบุฟเฟ่ต์สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วแล้วล่ะ

                “ฆ่าพวกมันไม่ลงใช่ไหม?”

                “....อืม”

                ประกายความคิดบางอย่างฉายวาบขึ้นเต็มดงวตา ผมผุดไอเดียดีๆ ออก “ข้ามีความคิดดีๆ มาเสนอ!

                “อะไร?”

                “รู้จักสมุนไพรกำจัดศัตรูพืชไหม”

                หลิ่งเซียวหรูขมวดคิ้ว ส่ายหน้าเบาๆ ผมยกยิ้มหน้าบาน หัวเราะร่าว่าในที่สุดก็มีอะไรให้ทำแล้วเย้!

                ผมชูมือกระโดดหมุนๆ ไม่ทันมองเห็นรอยยิ้มบางๆ ของท่านประมุขพรรคที่เผลอยิ้มตามในตอนนั้น

                ...

 

                หลังการสวดมนต์หมู่ตอนกลางคืนเสร็จสิ้น หลิ่งเซียวหรูยกเรื่องสมุนไพรกำจัดศัตรูพืชขึ้นมาพูด ทุกคนดูสนอกสนใจมาก แต่พอรู้ต้นกำเนิดไอเดียนี้มาจากใคร จากสนับสนุนกันอยู่ดีๆ ก็พากันกลับลำเรือหัวทิ่ม คัดค้านจ้าละหวั่น

                “มันจะต้องเป็นแผนการอันชั่วร้ายของมารผจญอย่างแน่นอน! ท่านขอรับ มันต้องวางแผนอยากชักใยพวกเราผ่านทางเจ้าสมุนไพรอะไรนั่นแน่” เสี่ยวฟงโวยวายเสียงดัง

                “ถ้าข้ามีฤทธิ์เดชขนาดนั้นข้าคงเหาะเหินหายตัวไปจากที่นี่แล้วล่ะ อาฟง”

                “จะ เจ้าเรียกใครว่าอาฟงมิทราบ สามหาวยิ่ง” เสี่ยวฟงตกใจ ไม่คิดว่าผมจะยิ้มแล้วพูดด้วย ทั้งหน้าทั้งคอแดงราวลูกไห่ถาง ผมกระตุกยิ้มหวานใส่ ไม่ช้าเสียงก่นด่าของเสี่ยวฟงก็ค่อยๆ เงียบหายไป

                เพิ่งมาค้นพบความสนุกจากการแหย่พวกชุดขาวให้เขินจนหน้าแดงก็คราวนี้ ฮ่าๆ

                “ท่านประมุขดูมันสิขอรับ!...มัน...”

                “ใช่ๆ ข้าหว่านเสน่ห์ใส่เจ้า ข้าผิดๆ” ผมชิงแย่งพูดก่อน ฟ้องมันแต่เรื่องเดิมๆ เปลี่ยนบ้างก็ได้มั้ง “แต่ถ้าเจ้าไม่หวั่นไหวก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ ใช่ไหม?”

                ผมขยิบตาให้หนึ่งที คราวนี้ไม่ใช่แค่เสี่ยวฟงเท่านั้นที่หน้าแดงเหมือนคนจะเป็นลม แต่พวกที่นั่งอยู่ด้านหน้าๆ ต่างยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า หลบซ่อนใบหน้าขึ้นสีกันเป็นแถวๆ

                “หยุดรังแกศิษย์ข้า” หลิ่งเซียวหรูปรามเสียงเข้ม ผมถึงได้ยอมนั่งสงบเสงี่ยมตามเดิม “กฎข้อห้ามหนึ่งของเราคืออย่าฆ่าสัตว์ แต่หากปล่อยให้ศัตรูพืชมีอยู่ต่อไป พืชผลที่ได้คงลดน้อยลง สวนทางกับจำนวนศัตรูพืชเป็นแน่ เช่นนั้นแล้วคนที่เหมาะสมจะรับหน้าที่กำจัดแมลง ต้องเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในพรรคเรา คนที่สามารถฆ่าสัตว์ได้ ซึ่งก็คือมารผจญ”

                “แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่ามันไม่ได้วางแผนชั่วร้ายเอาไว้ขอรับ” ชายชุดขาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าคนหนึ่งพูด

                หลิ่งเซียวหรูก้มลงมองผมที่นั่งถัดลงมาใกล้กับเขา

                “ของที่ข้าจะใช้ก็เป็นของในพรรคนี้ทั้งนั้นแหละ ถ้ามันจะมีอะไรผิดปกติก็ไม่ใช่เพราะข้าแล้ว และถ้าข้ามีอาคม มนต์ดำอะไรอยู่จริง ข้าคงหนีไปแล้วล่ะ แฮ่ม...จริงที่ข้าเป็นตัวกาลกิณี งั้นตัวกาลกิณีก็ต้องทำเรื่องสกปรกอย่างผสมยากำจัดแมลง ฆ่าสัตว์ ใช่ไหมล่ะ พวกท่านก็แค่ทำงานในส่วนของท่าน ปลูกผักไป ข้าก็ฆ่าแมลงไป ไม่ดีเหรอ”

                มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้คัดค้านหัวชนฝาว่าตัวเองไม่ใช่มารผจญก็ไม่มีประโยชน์ งั้นเล่นยอมรับมันอย่างนี้เลยแล้วกัน เพราะอยากโน้มน้าวให้คนในพรรคฟังผมบ้าง จะในฐานะต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ยังดี ทุกคนมองหน้ากันไปมาเหมือนอยากขอความเห็น สุดท้ายแล้วจึงมองไปยังคนที่นั่งอยู่ด้านบนสุดที่สามารถตัดสินทุกอย่างได้

                “ข้าจะรับผิดชอบควบคุมดูแลเอง”

                พอบอสใหญ่ยืนยัน สีหน้าเหล่าศิษย์ก็โล่งใจไปตามกัน

                ผมแอบกระตุกยิ้ม...คิดถึงต้มจับฉ่ายที่พลิกตะเกียบไปทีก็เจอหนอนทีแล้วอยากปาดเหงื่อให้กับความสำเร็จครั้งนี้จริงๆ...

                ...

 

                กล่าวว่ารับผิดชอบ แต่เอาเข้าจริงหลิ่งเซียวหรูไม่ได้เข้มงวดอะไรกับผมเลย ผมก็แค่ถามว่าในพรรคมีต้นยี่โถไหม เขาบอกมี แล้วก็เดินนำผมเข้าสวนเลยในเช้าถัดมา ต้นยี่โถเป็นต้นไม้ที่มีสารเป็นพิษกับแมลง ตอนยังเด็กๆ ผมเห็นคนสวนบ้านข้างๆ มักใช้ดอกและใบของมันมาตำหรือบดแช่ในน้ำ กรองเสร็จก็เอาไปพ่นใช้ฉีดใส่ต้นไม้เป็นประจำ ผมที่พ่อแม่ไม่ค่อยสนใจเลยชอบไปดูเขาทำบ่อยๆ สุดท้ายก็จำมาทำที่บ้านเล่นๆ

                ผมมองเจ้าต้นยี่โถด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มลงมือเด็ดอย่างไม่ปราณี หลิ่งเซียวหรูติดพันภารกิจนั่งสมาธิของเขา แต่ก็ยอมออกมาด้วย โดยอาศัยนั่งอยู่ใต้ต้นไม้แถวนั้น ร่นระยะด้ายที่พันข้อมือกันให้ยาวขึ้น ปล่อยผมละเลงต้นไม้ตามใจชอบ ส่วนตัวเองก็ดื่มด่ำกับความสงบต่อไป

                ระหว่างที่ต่างคนต่างไม่สนใจกัน ผมก็รู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่แอบมองผ่านพุ่มไม้อยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาก็ปะเข้ากับดวงตากลมโตสามคู่เข้าอย่างจัง

                “หวา! มารผจญรู้ตัวแล้ว”

                “อ๊า!

                “หนีเร็วเข้า!

                เด็กตัวเล็กอายุไม่เกินสิบขวบในชุดสีขาวปลอดสามคนหวีดร้องเสียงหลง แล้วจับมือกันวิ่งหนีตื่นตระหนก แต่แล้วเจ้าเด็กที่ตัวเล็กที่สุดดันวิ่งไม่ทันเพื่อนเขา สะดุดล้มคะมำอย่างแรง

                “เสี่ยวถง!

                เด็กน้อยนามเสี่ยวถงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก พอรู้สึกตัวว่าผมเดินเข้าไปใกล้ ร่างน้อยๆ ก็สั่นสะดุ้งอย่างแรง แล้วแหงนคอมองมาด้วยนัยน์ตาสั่นระริกหวาดกลัว

                “เสี่ยวถงแย่แล้ว!

                “ฮะ...ฮึก ฮึก...”

                เห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยกลัวจนลุกไม่ขึ้น ผมได้แต่ก่นด่าพวกผู้ใหญ่ในพรรคว่าปลูกฝังอะไรเข้าสมองเด็กบ้างเนี่ยน่าสงสารจริงๆ แล้วก้มตัวลง อุ้มเสี่ยวถงน้อยให้ลุกขึ้น พลางปัดฝุ่นที่เปรอะตัวเด็กอยู่ออกให้ เข้าใจว่าเด็กในวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงอยากรู้อยากเห็น ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ผมที่เป็นสิ่งต้องห้ามจะถูกสั่งไม่ให้มายุ่งก็คงไม่แปลก แต่เจ้าตัวน้อยสามคนนี่ก็ยังแอบมาดูผมจนได้

                เสี่ยวถงสั่นหงึกๆ ท่ามกลางสายตาของเด็กอีกสองคนที่จะเข้ามาช่วยก็ไม่กล้าได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ผมก็จัดการยืดสองแก้มตัวเองจนย้วย พร้อมแลบลิ้นปลิ้นตาให้ดูทุเรศสุดๆ “แบร่!

                เสี่ยวถงตกใจจนสะอึก จ้องมองผมแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เหมือนงงๆ

                ไม่ใช่แค่เสี่ยวถงที่งง เจ้าตัวเล็กข้างหลังอีกสองคนก็งงตามๆ กัน

                คราวนี้ผมทำตาเหล่ใส่แล้วยกยิ้มให้หน้าตาดูโง่เง่า แต่ดูเหมือนจะยังฮาไม่พอ เลยทำจมูกหุบๆ บานๆ ใส่ด้วย คราวนี้ถึงไม่อยากขำ แต่เด็กน้อยตัวเล็กก็หลุดขำออกมาจนได้

                เสี่ยวถงยกมือขึ้นปิดปากตัวเองคิกคัก ผมส่ายหน้าไหวๆ ให้กลับเป็นปกติ เมื่อเสี่ยวถงไม่ร้องไห้แล้ว ผมก็หันหลังเดินกลับไปทำธุระตัวเองต่อโดยไม่ได้พูดจาปลอบใจกับเด็ก ขืนพูดยืดเยื้อคงพานซวยกันไปเปล่าๆ

                ดวงตาใสซื่อกลมโตบริสุทธิ์ทั้งสามดวงชะเง้อมองผมกันใหญ่ ก่อนจะวิ่งหายไป

                ผมง่วนอยู่กับการเด็ดใบไม้เพื่อใช่ในปริมาณมากจนพอใจ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงนกที่คิดว่าน่าจะเป็นนกแสกร้องซะดังลั่นถึงเพิ่งรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมา ถ้าจะทดลองก่อน แค่นี้น่าจะเยอะมากพอแล้ว

                “ท่าน ไปกันเถอะ ข้าเสร็จแล้ว”

                หลิ่งเซียวหรูที่นั่งสมาธิอยู่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังของผม

                “เก็บตรงนั้นไปด้วยสิ”

                ผมหันหลังมองตามไป ก็เห็นใบกับดอกของต้นยี่โถวางเรียงเอาไว้สามกอง โดยทิ้งระยะห่างจากจุดที่ผมนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

                ผมรู้ทันทีว่าใครเป็นคนเก็บมาให้เลยหันไปยิ้มใส่หลิ่งเซียวหรูหน้าระรื่น แล้วก็พบว่าเขาเองก็กำลังส่งยิ้มกว้างให้ผมเหมือนกัน

                ......................

                ...

 

                พรรคอสูร

                “ตอนนี้ยังไม่เหมาะจะส่งคำร้องไปยังพรรคเซียนสวรรค์”

                “แต่จะให้รั้งรอ ปล่อยอสูรมารดำอยู่ในพรรคอริเช่นนั้นรึ”

                “เชื่อเถิด ประมุขพรรคเซียนสวรรค์มิใช่คนโง่ มันไม่ฆ่าอสูรมารดำหรอก”

                “เจ้าว่าอย่างนั้นไหม...”

                “หลวนเซียน”

                ท่านชายน้อยในชุดสีดำสนิทเหลือบดวงตาสีเทาวาวโรจน์ขึ้นมอง ก่อนจะย้ายสายตาไปยังม้วนกระดาษสีดำแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะประชุม

                หลังจากลนด้วยเทียนไฟสีฟ้า กระดาษสีดำสนิทก็ปรากฏรอยตัวหนังสือสีแดงฉานขึ้นมาว่า จองล้างจองผลาญ

                นี่เป็นสาสน์ท้ารบจากพี่ใหญ่เหลียงเหวินหลางไม่ผิดแน่ ช่างประจวบเหมาะเสียจริง ในตอนนี้อสูรมารดำมิได้อยู่ในพรรค คงมีใครในพรรคนี้เป็นหนอนบ่อนไส้ คาบข่าวไปบอกมันแล้วอย่างนั้นสินะ

                จงใจส่งข้อความเช่นนี้มาในจังหวะเวลาอย่างนี้ ช่างเข้าใจปั่นหัวกันเสียจริง ในวันที่ไม่รู้ว่าอสูรมารดำยังอยู่หรือตาย ไม่ว่าพรรคอสูรจะก้าวไปทางไหนก็ไม่แน่นอนว่าถูกต้องทั้งสิ้น เหลียงหลวนเซียนมองกระดาษสีดำครุ่นคิด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พี่ใหญ่รับรู้ถึงความรู้สึกพิเศษที่เขามีต่ออสูรมารดำ แล้วจงใจใช้มันกำจัดเขาเอง!

                รู้ทั้งรู้ว่าเหลียงหลวนเซียนร้อนใจอยากไปช่วยอสูรขนหนาตัวนั้นมากแค่ไหนจนแทบนั่งไม่ติดที่ กลับส่งสาสน์เช่นนี้มาเพื่อถ่วงเวลาให้ไกลออกไป บีบคั้นให้เขาต้องเลือก...ระหว่างพรรค...กับอสูรมารดำ

                ถ้ายังอยู่รั้งต่อในพรรคเพื่อค้นหาเจ้าตัวหนอนบ่อนไส้ ก็ต้องผละเวลาที่จะไปช่วยอสูรมารดำ แต่ถ้าอยากไปช่วยอสูรมารดำ ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่พรรคจะถูกเหลียงเหวินหลางลอบโจมตี โดยที่ก็ไม่รู้ว่าอสูรมารดำยังอยู่หรือตาย

                “พรุ่งนี้ค้นตัวคนทั้งพรรค ไม่มีข้อยกเว้น!” เหลียงหลวนเซียนประกาศกร้าว แล้วเดินหุนหันออกไปจากห้องประชุมทันที

                ท่านชายน้อยหัวเสียจนไม่รู้จะเสียอย่างไรมากกว่านี้แล้วมุ่งหน้าไปยังลานฝึกยิงธนู ทันทีที่เปิดประตูบานเลื่อนเข้าไป ลูกธนูหัวคมสีดำล้วนก็ถูกง้างยิงลงกลางเป้าลานฝึกตรงจุดสีแดงพอดิบพอดี ซ้อนทับกับลูกธนูที่ปักอยู่ก่อนแล้วจนแทบไม่เหลือช่องว่าง

                “จิ้นฝู”

                คนถูกเรียกลดคันธนูลง ก่อนจะหันใบหน้าที่ซีกหนึ่งฉาบด้วยรอยสีน้ำเงินมาหา





-----------------------------------------------------------------------

//สบัดหัวแบบสติ๊กเกอร์นกม่วง


สวัสดีครับทุกๆ คน สบายดีกันไหมครับ แถวบ้านผมร้อนมาก จะละลายแล้ว ไอติมก็เอาไม่อยู่ 5555

ตอนนี้ไม่มีซีนศีลแตกของหลวงพี่...แต่มีซีนยิ้มแทน5555

ยิ้มนี่ยิ้มจริงๆ นะ ..


นอกเหนือจากนั้นตอนนี้คือจิ้นฝูกับท่านชายน้อยโผล่แล้ว เย้555555 แต่บรรยากาศอึกครึมเครียดกันมากเลย จิ้นฝูหน้าซีกหนึ่งไปโดนอะไรม๊า แง


เจอคำผิดเดี๋ยวกลับมาแก้นะคร้าบ


เจอกันใหม่ตอนต่อไปครับผม

ไม่นานแน่นอน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 255 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #1968 FernNAlls (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 18:19
    ตอนแรกมาแนวสโลไลฟ์สุดๆไม่ เอ็งดูวอาเฟยยยยย ตอนท้ายนี่จิ้นฝูหน้าไปโดนอะไรมาอ่ะ สงสัยยยยยยย
    #1,968
    0
  2. #1912 thifu:') (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 03:06
    เหมือนอ่านกันคนละซีนสุด ตอนบนๆที่เหมือนอ่านนิยายแนวปลูกผัก ตัดมาตอนท้าย จิ้นฝูของนว้องงงงงงงง หน้าน้ำเงินเชียวลูก ซอมบี้สุด
    #1,912
    0
  3. #1860 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 03:28
    น้องกลับมาแล้วฮืออออ
    #1,860
    0
  4. #1755 Par_dao (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:26

    จิ้นฝู~~~~~

    #1,755
    0
  5. #1609 bb.smile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:41
    จิ้นฝูกลับมาแล้ว ตอนนี้แบบเลือกใครไม่ได่เลย ฮื่อออ ดีงามทั้งสาม
    #1,609
    0
  6. #1311 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 18:26
    ว้าาาากกกก นึกว่าจะเรือล่มจริงๆซะแล้ว แอบน้ำตาคลอ ตอนนี้เรือยังอยู่ดีใจจจจ
    #1,311
    0
  7. #847 0930653088 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 16:34
    เสี่ยวถง อิดอกกกกกกกกกกก. 555555
    #847
    0
  8. #376 XINDEER (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 17:07
    คือแบบ ชอบทุกคนเลยอะ อยากให้อาเฟยคู่กะทุกคนเลยแตาเหมือนอาเฟยขะเลือกจิ้นฟูสินะ สงสารท่านชายอ่าาา ไม่เอางี้ได้มั้ยย หรือแบบวิญญาณอสูรกลับเข้าร่างละคู่กะชายน้อย อาเฟยก้ได้ร่าง้ดิมคู่กะจิ้นฟู(??) แล้วพ่อนีกบวชศีลแตกล้าาา. โง้ยย
    #376
    2
    • #376-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      13 มีนาคม 2561 / 21:55
      แงงง5555555
      #376-1
  9. #375 Written by a bear (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:12
    นึกถึงตอนดราม่าไม่ออกเลยจริงๆ.จบ happyendingสิน่ะ
    #375
    1
    • #375-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      13 มีนาคม 2561 / 21:55
      แฮปปี้ครับผม5555
      #375-1
  10. #373 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 12:48
    จิ้นฝูกลับมาแล้วววววว ไปช่วยอาเฟยเร็ววววววว
    #373
    1
    • #373-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:19
      เฝ้ารอน้องงง
      #373-1
  11. #372 aquasoman (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:42
    น้องน่ารักจนอยากให้อยู่กับหลวงพี่ไปยาวๆเลย555555 แต่เรื่องปวดหัวก็ยังไม่ได้ตามไปแก้อะเนอะ ตอนนี้ก็พักใจไว้ก่อน (เราด้วย) สู้ๆนะค้าบไรท์
    #372
    1
    • #372-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:19
      ฮือ ขอบคุณมากครับผม
      #372-1
  12. #371 Ziolp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:00
    ไปอยู่พรรคไหนพรรคเขาก็ป่วนหมดอ่ะอสูรมารดำเนี่ย 5555
    #371
    0
  13. #370 Ziolp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:39
    ไปอยู่พรรคไหนพรรคเขาก็ป่วนหมดอ่ะอสูรมารดำเนี่ย 5555
    #370
    1
    • #370-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:18
      ตัวป่วนดีๆนี่เอง555
      #370-1
  14. #369 darlingcutety (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 03:44
    มาต่อไวมากก อยากให้มาแบบนี้ตลอด ไม่อยากให้หายไปนานๆคิดถึงอสูรขนปอมม TT
    #369
    1
    • #369-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:18
      ฮืออ จะพยายามไม่ทิ้งช่วงนานแล้วคร้าบ
      #369-1
  15. #368 คุณหลอกดาว! (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 02:44
    จิ้นฝูววววว ไอว๊อนท์ยูวววววววว
    #368
    1
    • #368-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:18
      เขากลับมาแล้วคร้าบ555
      #368-1
  16. #367 เจ้าลูกหมู (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 00:46
    จิ้นฝู คิดถึง // เจอหลวงพี่ทำเขวหลายฉาก 555
    #367
    1
    • #367-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:18
      ทำให้ทุกอย่างซอร์ฟลงครับ55555
      #367-1
  17. วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 23:06
    จิ้นฝูไปโดนอะไรมาน้าาาา สงสัยพิษที่ตกค้างจะกลายเป็น..เขาเรียกว่าอะไรนะ? นั้นแหละ บนหน้ามั้งฟื้นมาได้แต่กบ่ะบ..
    #366
    1
    • #366-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:17
      อุแว้ TT
      #366-1
  18. #365 Pasuta72548 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:32
    จิ้นฝูกลับมาแล้วววว 
    #365
    1
    • #365-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:17
      คัมแบคคคคค
      #365-1
  19. #364 SeeTheRain (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:13
    จิ้นฝูฟื้นแล้ว >< ดีจายยยย
    #364
    1
    • #364-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:16
      จุดผลุ เย้
      #364-1
  20. #363 [[+Beli3v3-+]] (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:03
    แงแงแงแงแง ตอนนี้อี้เฟยน่ารัก เปงคนแล้วน่ารัก
    #363
    1
    • #363-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:16
      น่ารักมุ้งมิ้ง ขอบคุณมากครับผม
      #363-1
  21. #362 kwanchanoknokk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 21:55
    ฮื่ออออ
    #362
    1
    • #362-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 25)
      12 มีนาคม 2561 / 23:16
      ฮือออออ
      #362-1