อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 24 : ศีลแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

 

ศีลแตก

 

                ผมนั่งกอดเข่ามองมดที่ไต่อยู่ข้างกรงขัง ในสภาพตัวล่อนจ้อน เพราะผ้าผูกที่มีอยู่ผืนเดียวดันอุตริโยนใส่หน้าท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ไปแล้ว...แล้วยังไงต่อรู้ไหม เจ้าพวกคนในพรรคก็เผาผ้านั่นทิ้งไปน่ะสิ! แล้วแบบนี้ผมจะมีอะไรใส่อยู่อีก กางเกงในสักตัวยังไม่มี ต้องโป๊อยู่ตลอดเวลา ถามว่าอายไหม...แน่นอนว่าไม่

หุ่นเจ้าอสูรดีขนาดนี้ไม่อวดให้โลกดูก็น่าเสียดาย นอกจากผิวที่ขาวผ่องจนเห็นได้ชัดแจ๋วในความมืดแล้ว รูปร่างก็สวยสมส่วน ไม่ผอมเก้งก้าง แถมยังมีรอยกล้ามเนื้อจางๆ ไม่หนาไม่เยอะ ลงตัวกำลังดีมาก เทียบกับหุ่นผอมๆ บางๆ ของผมคนเก่า ผมว่าผมชอบหุ่นในเวลานี้มากกว่า

จะลำบากก็แต่ตอนนอนแล้วหนาวน้ำค้างนั่นแหละ ผมนั่งกอดเข่ารอจนประตูห้องถูกเปิดออก พวกคนชุดขาวก็ก้าวขาเข้ามา แต่ทำไมต้องปิดตากันหมดเลยล่ะ?

ผมกระชับแขนที่กอดกันอยู่ให้แน่นขึ้น เจ้าพวกชุดขาวไม่พูดไม่จา ล้อมกรงขังผมปุ๊บ ก็คล้องโซ่ที่ซี่ลูกกรงแล้วลากออกมาเลย

นี่! จะพาข้าไปไหนน่ะ

ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมทั้งเตะทั้งถีบกรง แต่จะพยายามให้ตายยังไง แรงน้อยอย่างผมก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ สุดท้ายก็ต้องหยุดอาละวาดเพราะเจ็บมือ

ว่าไป...ที่นี่พรรคเซียนสวรรค์สินะ ไม่บอกผมคิดไปว่าวัดเส้าหลินนะเนี่ย ดูเต็มไปด้วยอารยธรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สังเกตจากรูปบูชาพระพุทธ และป้ายคำสอนที่แขวนยาวเต็มสองทาง คนบาปหนาอย่างผมเห็นแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบพิลึก

นำมาแล้วขอรับท่านประมุข!

ผมถูกพาเข้าไปในห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปสุดตา...นี่มันอะไรกันน่ะ จะเอาผมมาบูชายัญงั้นเรอะ

กรงขังถูกนำไปวางไว้กลางห้อง ราวกับนักโทษรอคำตัดสิน ผมเริ่มประหวั่นพรั่นพรึงในใจ ยังไงซะคนพวกนี้ก็เป็นคนพรรคอริ ไม่มีทางปล่อยผ่านผมที่เป็นทั้งอสูรมารดำและคนร้ายปลิดชีวิตงูเจ็ดพิษ สองข้อหาว่าหนักแล้วนะ ยังไปทำถ้ำเขาเละตุ้มเป๊ะ กินปลาศักดิ์สิทธิ์ในบ่อ (อ้วกหัวปลาออกมาเป็นหลักฐานอีก น่าเกลียดที่สุด) ผมยังเป็นโจรขโมยสมบัติล้ำค่าอย่างดอกหลี่เถียไกว่ไปอีก

อมิตตาพุทธ! รอดกลับไปสักครึ่งร่างเถอะนะ

มารผจญ...

สมคำร่ำลือ เพียงแค่มอง...ข้าก็แทบจะ...

แข็งใจไว้!

ผมหันมองซ้ายขวางุนงง ในตอนถูกพวกคนชุดขาวที่นั่งเรียงเต็มสองข้างจ้องเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาดหรือสัตว์หายากในสวนสัตว์ น้ำเสียงดุดันชนิดผ่าปฐพีได้ก็ดังขึ้นมาจนทุกคนในที่นั้นต้องยืดหลังตรง

เงียบซะ!

ท่านประมุข ขอประทานอภัยขอรับ

หลิ่งเซียวหรูนั่งอยู่บนตำแหน่งที่อยู่สูงกว่าคนอื่นๆ ใบหน้ารึก็งดงามเย็นชา...แต่ทำไมผมถึงมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้นะ...

แหงสิ โดน นิ้วที่หกชี้หน้าซะขนาดนั้น ต่อให้ห่มขาวมาใกล้อีก ก็อย่าหวังว่าจะวางใจเชื่อว่าปลอดภัยอีกเลย

มารผจญหลิ่งเซียวหรูเอ่ยเรียกผมเสียงเข้ม

โถ่ ทำเป็นเก๊ก คราบเลือดกำเดาก็ยังเช็ดไม่หมดเลยท่านเอ๊ย!

บอกว่าไม่ใช่มารผจญ อี้เฟยต่างหากผมเถียงเสียงแข็ง จ้องตาสู้ประมุขพรรคเซียนสวรรค์ไม่ถอย

หลิ่งเซียวหรูกำมือแน่น หางตากระตุกตุบๆ

สามหาวนักเจ้ามารผจญ! กล้าต่อปากต่อคำกับท่านประมุข ไม่รู้หรือไงว่าสถานะของเจ้าน่ะ...เหล่าคนชุดขาวจับสีหน้าไม่พอใจของหลิ่งเซียวหรูได้ก็พากันชี้นิ้วด่าใส่ผมเป็นการใหญ่

ผมหันตวัดตาไปยังเจ้าหนุ่มชุดขาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งถัดจากหลิ่งเซียวหรู พอถูกผมมอง นายหนุ่มน้อยนั่นก็เสียงหาย อ้าปากพะงาบๆ ขึ้นลง สุดท้ายสองแก้มก็ฉาบด้วยสีแดงแจ๋ “...เจ็บใจนัก! ท่านประมุขเห็นไหมขอรับ มันส่งสายตาหว่านเสน่ห์ใส่ข้า!

บ้าแล้ว! ก็แค่หันไปมองว่าจะพูดอะไรเท่านั้นเอง ไม่ได้หว่านเสน่ห์ใส่แกเลยเถอะ

ซ้ำยังจงใจเปลื้องผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าพวกเรา ชั่วร้ายยิ่ง ท่านขอรับ จัดการสำเร็จโทษมันด้วยการตัดคอเถิด”

“ไม่นะ!ผมร้องเสียงหลง ถ้าโดนตัดหัวก็ตายแหงแก๋พอดี หลิ่งเซียวหรู ท่านเคยบอกข้าว่าทำกุศลกับศัตรูเป็นบุญสูงสุด อย่างน้อยเห็นแก่ที่ข้ากับท่านเคยช่วยเหลือกันมาก่อน อย่าฆ่าข้าเลย

ขี้ปดมดเท็จ! มารผจญยั่วกามารมณ์อย่างเจ้าจะเคยพบท่านประมุขเซียนสวรรค์ได้อย่างไร ซ้ำยังหน้าหนาทวงบุญคุณที่ไม่มีอยู่จริงอีก บังอาจนัก

เจ้าสิบังอาจ! ข้าพูดกับหลิ่งเซียวหรูอยู่ก็แทรกไม่เลิก เจ้าว่าขี้ปดงั้นถามประมุขเจ้าดูสิว่าจริงหรือไม่!

ท่านขอรับ!

ผมยกยิ้มเป็นต่อ หึ อย่างประมุขพรรคเซียนสวรรค์ไม่มีทางทำใจพูดโกหกลงได้หรอก เอาสิเจ้าพวกชุดขาว หน้าแตกกันให้หมด ผมจะได้รอหัวเราะทีเดียว

หลิ่งเซียวหรูอึกอัก ปล่อยให้ดวงตาหลายคู่จ้องมองอยู่อย่างนั้น จนเกือบจะลุ้นกันไม่ไหว เขาก็ยอมเปิดปากพูด

“...ไม่จริง

เห็นมั้ยล่ะ...หะ

ไม่จริง...เรื่องที่ข้าเคยพบกับ...มารผจญ ไม่เป็นความจริง”

“เห็นไหมเล่า เจ้าตัวอัปมงคล มารศาสนาเช่นเจ้าหรือจะมีบุญพอพบกับท่านประมุข น้ำหน้ายั่วกิเลสอย่างเจ้าเห็นแค่ปลายชายเสื้อคลุมก็เป็นวาสนาสูงสุดแล้ว”

ผมกำมือข่มความโกรธจนได้ยินเสียงกระดูกนิ้วลั่น...เจ้า...หลิ่งเซียวหรู! นี่กลัวเสียหน้ามากขนาดโกหกคนอื่นเขาเลยงั้นเหรอ ไหนทำตัวเป็นคนทรงศีลนักหนาไม่ใช่เรอะ แค่พูดความจริงก็ยังไม่กล้าทำ เฮอะ รู้งี้ปล่อยหลงป่าให้ลิงมันหามขึ้นต้นไม้ไปเลยดีกว่า ผมคิดเคียดแค้นกับการทำคุณบูชาโทษ อยากจะอาละวาดใส่เจ้าพวกชุดขาวที่หัวเราะเยาะเย้ยผมเหลือเกิน อยากจะพ่นไฟสีฟ้ามาเผาใส่หน้า อยากจะถล่มทำลายวิหารนี่ให้พังครืนลงมาแบบไม่สนว่าจะมีพระพุทธรูปหรือไม่ แต่ตอนนี้ผมทำไม่ได้ พอไม่ได้เป็นอสูร อะไรที่เคยทำได้ง่ายๆ ก็ทำไม่ได้อีกแล้ว

เคยล้มต้นไม้ ง้างเหล็ก ใช้เล็บฟันทองแดงให้ขาดเป็นสองส่วนในฉับเดียว แล้วตอนนี้เป็นไง แค่จะหาวิธีตอบโต้ธรรมดายังไม่ได้เลย

เจ็บใจที่สุด!

“ดูสายตาที่มันจ้องท่านประมุขสิ...”

ผมได้ยินเสียงซุบซิบดังอยู่รอบๆ แต่พอไม่มีใบหูอสูร ประสาทการได้ยินก็ไม่ได้มีความสามารถแยกแยะได้อีก ทำให้ตอนนี้ฟังไม่รู้เลยว่าถูกพูดอะไรใส่บ้าง ได้ยินแต่เสียงหึ่งๆ หงึ่งๆ ราวกับเสียงแมลงหวี่ น่ารำคาญจริง

“ท่านประมุขขอรับ พวกข้าว่าท่านจัดการสำเร็จโทษสิ่งมีชีวิตสามหาวตัวนี้เถิด ถ้าขืนปล่อยไว้นานกว่านี้จะต้องทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แปดเปื้อนมลทินอย่างแน่นอน”

“มันทำความผิดร้ายแรงเกินจะไว้โทษได้”

“ตามตำนาน หากเราปล่อยให้มันมีชีวิตหายใจอยู่ ในวันหนึ่งเราจะถูกมันควบคุมจิตใจจนศีลแตก แล้วพรรคเซียนสวรรค์ของเราก็จะต้องล่มจม”

แค่กลายเป็นมนุษย์สักทีทำไมมันถึงบานปลายกลายเป็นตัวอะไรสักอย่างที่เต็มไปด้วยเสนียดจัญไร เจ้าคนพวกนี้ก็เหลือเกิน เลือดรักพรรคมันตีสูงเข้าสมองไปหมดจนไม่คิดจะฟังอะไรอีกแล้ว ผมยอมรับว่าผมผิดจริงๆ แต่จะให้มาชดใช้อย่างจำยอมว่าต้องตายมันก็ไม่ใช่เรื่องสักหน่อย! อุตส่าห์รอดชีวิตจากเงื้อมือมัจจุราชมาได้หลายครั้ง กลับมาตกม้าตายเพราะคนพวกนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย

แต่จะแก้ตัวอะไรก็คงอธิบายให้มันดีขึ้นไม่ได้ ผมนั่งเงียบ จ้องมองหลิ่งเซียวหรูด้วยสายตาปลงตก

ใช่ว่าจะไม่มีหนทางรอด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนคนนี้ ถ้าเขาบอกให้ผมตาย ผมซึ่งไม่มีวรยุทธ์อะไรเลยย่อมต้องตายในเงื้อมือเขาอย่างง่ายดาย แต่ถ้าเขาอนุญาตให้ผมอยู่ ผมก็ยังมีหวังได้ออกไป

จะฆ่ากันจริงๆ งั้นเหรอ ท่านเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมขนาดนั้นเลยหรือไง?

หลิ่งเซียวหรูรับรู้ได้ถึงสายตาอ้อนวอนของผม แต่ไม่คิดจะหันมาสบตา สุดท้ายก็นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้เจ้าพวกคนติดตามยกเหตุผลล้านแปดมาฆ่าผม แต่ทว่าสุดท้ายแล้วหลิ่งเซียวหรูก็ไม่ได้ตอบรับข้อเสนอไหน แต่ลุกขึ้นประกาศก้องว่าจะหารือกันต่อในวันพรุ่งนี้แทน เท่ากับว่าผมยังมีชีวิตรอดไปอีกหนึ่งวัน

“ข้าจะกลับไปไตร่ตรองเรื่องนี้อีกครั้งแล้วจะมาให้คำตอบพวกเจ้า นี่ก็เลยเวลาข้าสวดมนต์บูชาพระโพธิ์สัตว์ต้าซื่อจื้อผูซ่าแล้ว เสี่ยวฟง ไป”

“ขอรับท่านประมุข”

เสียงหัวเราะสมน้ำหน้าผมดังขึ้นเป็นพักๆ ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังเหยียดตรงของหลิ่งเซียวหรูตาละห้อย...อย่างน้อยถ้าจะไปก็ทิ้งผ้าห่มสักผืนสิฟะเจ้าผมหงอกก่อนวัยอันควร!

...

 

คืนนั้นเป็นคืนแรกที่หลิ่งเซียวหรูสวดมนต์แบบไม่มีสมาธิ หลังจากสวดมนต์บูชาพระโพธิ์สัตว์ต้าซื่อจื้อผูซ่า เพื่อน้อมขอปัญญาตามความหมายนามที่ทรงบรรลุด้วยพลังปัญญาบารมีอันไพศาล เขากลับไม่อาจสงบจิตใจได้ดั่งใจนึก ยามหลับตาลงนั่งสมาธิ กลับเห็นแต่ภาพใบหน้างามล้ำดวงนั้น และสายตาที่จ้องมองมายังเขาด้วยความผิดหวังสุดซึ้ง...

ใช่...นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกหกเหล่าศิษย์! แม้จะหาเหตุผลมารองรับได้แล้วว่าเมื่อตอนพบเจอนั้นสิ่งที่พบคืออสูรมารดำ หาใช่มารผจญเช่นตอนนี้ไม่ แต่มิว่าจะกล่าวแก้ต่างให้ตนอย่างไร ในใจลึกๆ ก็ประเสริฐรู้ว่าความจริงเขาพูดปด เขาผิดศีลไปแล้ว ประสาศีลข้อที่สี่จากศีลทั้งห้ายังรักษาไม่ได้ แล้วจะไปบรรลุพ้นบ่วงกรรม เดินทางไปสุขาวดีได้อย่างไรถ้าจิตใจยังสกปรกอย่างนี้

หลับตาลงอีกครั้งก็ยังเห็นแต่หน้าของมารผจญ กำหนดลมหายใจเข้าออกก็ยังเป็นมารผจญ ดูท่าแล้วเขาคงถูกมารผจญตัวนี้คุกคามอย่างแท้จริงแล้วเป็นแน่ หากยังเอาชนะไม่ได้ เห็นทีเขาคงต้องพิจารณาตัวเองว่าเหมาะสมจะเป็นประมุขพรรคต่อหรือไม่ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เข้าไปบำเพ็ญทุกรกิริยาใหม่ ให้รู้แจ้งเห็นจริงถึงความไม่เที่ยงของสังขาร ความไม่เที่ยงของรูปพรรณ ให้รู้ซึ้งถึงอสุภะ...

หรืออีกทางหนึ่งคือฆ่ามารผจญซะ เพียงเท่านี้ บ่วงอารมณ์ทั้งหลายที่ก่อกำเนิดขึ้นมาก็จะหายไป แต่มันก็จะแลกมาด้วยการผิดศีลข้อที่หนึ่ง เขาไม่เคยเข่นฆ่าผู้ใดมาก่อน อย่างมากที่สุดก็แค่ทำให้หลับนิทราไปตลอดกาล

แต่ถ้าไม่กำจัดไป จะให้เก็บเอาไว้ก็ไม่ดี เขาควรจะทำเช่นไรกับมารผจญตัวนั้น จะฆ่าก็ไม่อยาก จะเก็บไว้ก็ไม่ได้ แต่จะปล่อยผ่านแล้วให้อภัยก็ผิดต่อทุกๆ คน ผิดต่องูเจ็ดพิษทั้งสี่ ผิดต่อดอกหลี่เถียไกว่ ตั้งแต่เกิดมา นอกจากเรื่องวันนี้จะสวดมนต์บทไหน เขาก็ไม่เคยต้องลำบากใจเท่านี้มาก่อน

ดวงตาใสกระจ่างหม่นลงยามจ้องมองเปลวแสงเทียน หลิ่งเซียวหรูไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าต้องการอะไรกันแน่

สายตาเหลือบไปเห็นเศษผ้าหนึ่งที่วางอยู่ เศษผ้าสีดำที่อสูรใจดีผูกข้อเท้าเขาที่เป็นแผลให้ ทั้งที่ร่างกายเขาฝึกปราณภายในจนสามารถรักษารอยแผลเล็กๆ ให้หายเองได้ แต่ไม่รู้ทำไมตอนนั้นถึงได้ไม่ยอมพูดปฏิเสธออกไป แล้วรับผ้าของมันมา

แล้วก็ไม่ยอมทิ้ง ยังเก็บเอาไว้ ซ้ำยังหมั่นดูแลซักรักษาจนสะอาดเอี่ยม ทั้งที่เป็นของจากพรรคอริแท้ๆ หลิ่งเซียวหรูเอื้อมมือไปหยิบผ้ามาพลิกดู ใบหน้าเจ้าของผ้าก็ลอยหวือเข้ามาอีกแล้ว!

หลิ่งเซียวหรูฟุบตัวลงกับพื้น ในมือกำผ้าเอาไว้แน่น สุดท้ายก็ตัดสินใจบางอย่างได้

...

 

ผมนอนแผ่อย่างเบื่อหน่าย นอกจากนอนฟังเสียงท้องร้องตัวเองมาทั้งวันแล้ว น้ำสักหยดก็ไม่มีมาให้! สวัสดิการย่ำแย่กับนักโทษมาก อย่างน้อยให้ของเหลือมาก็ยังดี ท้องผมร้องโครกครากอย่างน่าสงสาร ถูกขังอยู่ในห้องนี้ตั้งแต่เมื่อวานไม่เห็นเดือดเห็นตะวัน ตอนนี้ผ่านมานานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าผมเบื่อมาก อยากเข้าห้องน้ำแทบตายก็อนาถใจสุดโต่ง เห็นผมเป็นแมวเรอะถึงได้เอากระบะทรายมาใส่ไว้ ปั๊ดปั้นเป็นก้อนแล้วโยนใส่ซะเลย

เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว เพราะเสื้อผ้าอะไรให้ก็ไม่มี ปากบอกผมยั่วงั้นอ่อยงี้ แต่ดันปล่อยให้แก้ผ้าเป็นชีเปลือย ใครกันแน่ที่เป็นมารศาสนา เจ้าพวกมือถือสากปากถือศีล อย่าให้กลับเป็นอสูรได้นะ พ่อจะพังตั้งแต่ป้ายทางเข้าเข้ามาเลย!

น่าขำชะมัด เมื่อก่อนอยากกลับเป็นคนแทบตาย มาวันนี้ดันอยากกลับไปเป็นอสูรอีกครั้ง เรื่องที่คนเราไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีเป็นเรื่องจริงที่ตลกร้ายเหลือเกิน

ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ ประตูบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกันนั้นพวกคนในพรรคเซียนสวรรค์ก็เดินทยอยเข้ามานั่งประจำที่ วันนี้แล้วสินะที่จะชี้ชะตาว่าผมจะอยู่หรือจะตาย

หลิ่งเซียวหรูปรากฏกายในเวลาต่อมา ดวงตาคู่งามใสกระจ่างหันมามองผม แล้วก็รีบหันหน้าหนีไปอีกทาง เจ้าคนชื่อเสี่ยวฟงยกยิ้มเยาะเย้ยใส่ผม พลางพูดลอยๆ ว่าแกไม่รอดแน่

ถึงจะวางตัวทำเหมือนไม่เครียดเท่าไหร่ ใจจริงผมหวั่นวิตกจนจะบ้าตายอยู่แล้ว นี่มันเรื่องเกี่ยวข้อกับความเป็นความตายเชียวนะ จะมาตายทันทีที่กลายเป็นมนุษย์สำเร็จแค่สองวันกว่า มันไม่น่าสงสารไปหน่อยเรอะตาแก่เชี่ยซื่อเสวียน!

“เงียบเสีย! ท่านประมุขพรรคหลิ่งเซียวหรูจะกล่าวโทษของมารผจญแล้ว”

สิ้นเสียงประกาศของเสี่ยวฟง เสียเซ็งแซ่ทุกอย่างก็ดับเงียบลง ผมกุมมือเข้าหากันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองใบหน้างามราวรูปสลักของหลิ่งเซียวหรู ใจคนนั้นยากแท้จะรู้ เห็นเขาป้ำเป๋อก็เป็นถึงประมุขพรรคที่เป็นที่เคารพยำเกรงของใครหลายคน แล้วใครจะเดาความคิดในหัวของประมุขพรรคเซียนสวรรค์ออก ผมเคยเชื่อว่าเขาจะไม่ฆ่าผม แต่ในใจส่วนหนึ่งก็กลัวว่าความเมตตามันก็มีจำกัดเช่นกัน 

“โทษของมารผจญหนักหนาสาหัส...” เสียงเย็นๆ ของหลิ่งเซียวหรูกดดันผมจนไหล่สั่น “รุกล้ำเขตแดน ทำถ้ำทวยเทพเสียหายยับเยิน ฆ่างูเจ็ดพิษทั้งสี่ ขโมยดอกหลี่เถียไกว่ กินปลาศักดิ์สิทธิ์พร้อมสำรอกหัวปลาออกมา”

ผมรู้สึกเหมือนตัวหดลีบลงเรื่อยๆ ร่ายยาวซะขนาดนี้ อย่าอ้อมค้อมอีกเลย จะฆ่ากันด้วยวิธีไหนบอกมาเถอะ ไม่อยากลุ้นแล้ว!

ถ้าสบายหน่อยก็น่าจะซดยาพิษตาย แต่ทำความผิดหนักขนาดนี้คงไม่ได้ตายสบายแหงๆ

ทุกคนจดจ้องเฝ้ารอการสำเร็จโทษผมจากริมฝีปากบางเฉียบของหลิ่งเซียวหรู ในขณะที่ผมอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ให้พ้นๆ หลิ่งเซียวหรูกระแอมไอพลางหยัดกายลุกยืน ประกาศกร้าว

“สวรรค์ส่งมันมาเพื่อให้เราเอาชนะ ฉะนั้นหากอยากก้าวข้ามผ่านมันไป เราต้องเอาชนะสิ่งยั่วยุจากมันให้ได้ หากเราทำได้ เราก็จะชนะทุกสิ่งบนโลก”

จบคำประกาศของเขาผมก็รีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ...หมายความว่าเขาจะไม่ฆ่าผมใช่ไหม

หลิ่งเซียวหรูเหล่มองผมแวบหนึ่ง แล้วก็หันหน้าหนีไป

“ทะ...ท่าน!! ไม่ได้นะขอรับ เราจะไว้ชีวิตมันไม่ได้”

“นี่เป็นบัญชาจากสวรรค์ ไม่เคยมีประมุขพรรคและคณะผู้ติดตามยุคสมัยไหนเอาชนะมารผจญได้ ข้าจะทำให้เราเป็นยุคสมัยแรกที่เอาชนะมารผจญได้สำเร็จ ไม่คิดหรือว่าถ้าเราเอาชนะมันได้ เราจะเป็นยิ่งกว่าหนึ่งในใต้หล้า” คำพูดนี้ทำให้เสียงประท้วงเบาบางลง หลิ่งเซียวหรูประกาศต่อ “หนามยอกย่อมเอาหนามบ่ง หากเราฆ่ามันเราคงเสียโอกาสฝึกตนอันดีนี้ไป พวกเจ้ารีบอยากกำจัดมันให้พ้นๆ แต่เชื่อเถิดว่าต่อให้กำจัดมันหายไปจากโลกได้ แต่พวกเจ้าไม่มีทางขจัดเรื่องของมันออกไปได้แน่ แล้วเหตุใดเราจึงต้องปฏิบัติธรรมต่อด้วยความรู้สึกค้างคา สู้เราเอาชนะมันให้ได้ แล้วจะกำจัดหรือไม่ ไม่ดีกว่าหรือ?”

ทุกอย่างเงียบสนิทประหนึ่งไร้ผู้คน จนผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นอยู่ชัดเจนมาก หลิ่งเซียวหรูปรายตามองเหล่าคณะติดตาม ไม่มีใครคัดค้านความคิดนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา แล้วหันมามองผมที่นั่งจ๋อยอยู่ในกรง

“ถ้าเราเอาชนะมันได้...เราจะแข็งแกร่ง”

“ใช่แล้ว ความคิดท่านประมุขช่างล้ำลึกนัก หากเราเอาชนะมันได้แล้ว ยามนั้นเราจะฆ่ามันไปก็ไม่สาย”

ทุกคนถูกกระแสลมที่ชื่อว่าหลิ่งเซียวหรูพัดพาไปในทิศทางเดียวกัน ผมกะพริบตาปริบๆ รู้สึกซาบซึ้งมากจนเกือบกลั้นน้ำตาไม่ไหว...หลิ่งเซียวหรู ท่านนี่มันคนดีจริงๆ เลย

“แต่ท่านประมุข แล้วเราจะเก็บมารผจญเอาไว้อย่างนี้หรือขอรับ”

“จริงด้วยท่าน เราจะฝึกฝนตัวเองจากมันอย่างไร”

หลิ่งเซียวหรูหลับตาลง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเนิบนาบ

“ข้าคิดเอาไว้แล้ว ก่อนหน้านั้นคือมังสา เราหลงรูปของมัน ฉะนั้นพวกเราต้องทำใจให้ชินกับสรีระของมนุษย์ ในเมื่อมันไม่ใส่เสื้อผ้า...เราก็ต้องไม่ใส่ ทุกคน ถอด!

คนดีเหลือเกิน...เดี๋ยว

เดี๋ยวนะ

“ลึกซึ้งยิ่ง! หากเราเห็นร่างเปลือยเปล่าจนชินตา เราก็จะไม่ตกใจตื่นเต้นกับเรือนร่างของมารผจญอีกต่อไป”

ผมอ้าปากค้าง มองเหล่าคนชุดขาวเปลื้องเสื้อผ้าทีละชิ้นสองชิ้นจนล่อนจ้อนโชว์แก้มก้นใส่ตาลาย พอเงยหน้าไปมองข้างบน ก็เห็นว่าอีตาคนสั่งแก้ผ้าเสร็จเร็วก่อนใครเพื่อน ยืนท้าลมโชว์หุ่นด้วยมาดแข็งแกร่งเกินบรรยาย บ้าแล้ว! อย่างน้อยหาอะไรมาปิดไอ้หนูท่านเถอะ ฮือ ผมยกมือขึ้นปิดตาหนี ข๊าวขาว หุ่นดีจังโว้ยยยย

อยู่ดีๆ พรรคเซียนสวรรค์ก็กลายเป็นแหล่งรวมชายเปลือย ผมกรีดร้องในลำคอ ขอถอนคำพูดชื่นชมท่านประมุขพรรคนี้คืนให้หมด แทนที่จะหาเสื้อมาให้ผมใส่ กลับพากันแก้ผ้าตาม จะให้ผมคิดยังไงไหนพูด เจ้าคนมีนิ้วที่หก

“และเพื่อการฝึกตนของข้า ข้าจะปล่อยมารผจญออกมา”

เสียงฮือฮาบังเกิด ยามชายงามผมเงินร่างเปลือยหุ่นอร่อยเดินลงมาที่กรงขัง ผมถอยหลังกรูด ถ้าจะมาอย่างนี้ขังข้าไว้ต่อเถอะโว้ย

“ตะ แต่ว่าถ้ามีคนที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหา แล้วเข้าจู่โจมมารผจญเล่าขอรับ...”

“ไม่ต้องกังวลไป” หลิ่งเซียวหรูเอื้อมมือมาคว้าแขนผม ผมพยายามยื้อตัวสุดแรง แต่ก็ไม่มีปัญญาสู้กับแรงดึงกึ่งบังคับนั้นได้ เลยถูกลากให้ออกมาจากกรง “ข้าจะมัดมือข้ากับมือของมารผจญไว้ด้วยกัน ในเมื่อมันตัวติดอยู่กับข้า พวกเจ้าก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไปสร้างความเดือดร้อนให้พวกเจ้าได้”

“เฉลียวฉลาดยิ่งนัก ทุกคน คารวะ!” เจ้าลูกยอเสี่ยวฟงส่งเสียงปรีดา พาให้คณะทุกคนค้อมกายคารวะ

คงมีแต่ผมที่อึ้งจนแย้งไม่ออก เพราะแค่เขาไว้ชีวิตก็เป็นพระคุณมากแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเล่นกันอย่างนี้เลย ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์ขยับนิ้วเหมือนกำลังจับอะไรบางอย่างในอากาศ ก่อนที่ความรู้สึกแถวข้อมือของผมจะเหมือนมีอะไรบางอย่างมาแตะแล้วพันไปรอบๆ

ด้ายสีใสนั่นเอง ผมจำเจ้าเคล็ดวิชานี่ได้ เพราะมันเกือบจะเฉือนคอผมขาดมาครั้งหนึ่ง ตอนที่อาศัยกำยานพรางตัวแล้วพบกันในวังหลวงมันพาดอยู่บนคอผม แต่ในเวลานี้ มันกลับรัดพันข้อมือผมกับชายคนนั้นซะแล้ว

“มันตัดไม่ขาด ทางที่ดีอย่างคิดแกะมันจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นมือเจ้าขาดแน่” ราวกับคาดเดาความคิดออก หลิ่งเซียวหรูในสภาพโป๊เปลือยแค่นเสียงบอก ผมก้มลงมองข้อมือตนเอง รู้สึกได้ว่ามันรัดแน่นขึ้น

มองไปที่ข้อมืออีกข้างของหลิ่งเซียวหรู เห็นเส้นใยสีใสบางๆ สะท้อนแสงเป็นสีขาววับๆ ความละเหี่ยใจก็โถมมาเป็นพัลวัน มาถูกจับมัดกับบอสใหญ่ แปลว่าต้องตัวติดกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง...ตลอดเวลาเลยนะ!

ทางเดียวที่จะหลุดจากการจับคุมนี้มีอยู่อย่างเดียวคือยอมถูกรัดจนมือขาด แต่ใช่ว่าเสียมือไปข้างหนึ่งแล้วจะรอดเสียเมื่อไหร่ ที่นี่มันรังศัตรู สร้างเรื่องไว้จนเลื่องลือ หนีไปได้แค่สองก้าวก็ถูกลากคอกลับมาแล้ว เห็นทีถ้าถูกจับได้อีก หลิ่งเซียวหรูไม่น่าจะปล่อยให้ผมลอยหน้าลอยตาต่ออย่างนี้แน่

“สิ้นสุดการประชุม กลับเรือนพวกเจ้าเสีย พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้ทำความสะอาดอาราม!

“ขอรับ!

ยอมใจความจงรักภักดีของคนพวกนี้เหลือเกิน เชื่อฟังทุกอย่างที่หลิ่งเซียวหรูบอก ชนิดชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ บอกให้แก้ผ้าก็แก้กันทันที พอรับคำสั่งเสร็จก็พากันเดินพาก้นเปล่าๆ กันต่อแถวออกไปเป็นระเบียบ...จนเมื่อทุกคนออกไปจนหมด ก็เหลือแค่ผมกับเขา...

เงียบสนิทชนิดป่าช้ายังอาย นอกจากจะมายืนโป๊กันสองต่อสอง ข้อมือยังถูกล่ามติดกันอีก...เอายังไงล่ะท่าน คิดจะลากผมไปไหนมาไหนด้วยจริงๆ งั้นเหรอ? ผมเป็นคนใจดี ฉะนั้นจะให้โอกาสคิดทบทวน...ปล่อยข้าน้อยไปเถอะ!

จะให้ไปอยู่ในกรงขังเหมือนเดิมก็ได้ ขอแค่มีข้าว มีทรายห้องน้ำเปลี่ยนทุกวันเท่านั้นก็พอแล้ว ส่วนเรื่องจะได้กลับพรรคอสูรไหม ผมว่าถ้าผมทำตัวเป็นนักโทษที่ดี รอเวลาให้ทุกคนใจเย็นลง หลิ่งเซียวหรูต้องปล่อยผมออกไปแน่ๆ แต่เรื่องราวมันกลับไม่ได้ไปในทิศทางนั้น หลิ่งเซียวหรูออกเดินไปข้างหน้า ทำให้ผมที่ถูกล่ามติดอยู่กับเขาต้องเดินไปด้วยอย่างทุลักทุเล

“หลิ่งเซียวหรู...เอ๊ย ท่านประมุข ไตร่ตรองอีกครั้งเถอะ ข้าจะต้องสร้างความเดือดร้อนให้ท่านแน่ เวลานอน เวลากิน เวลาอยากเข้าไปปลดทุกข์ ท่านคิดสิ เราจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างนั้นเลยนะ! แล้วท่านก็ช่วยเปลี่ยนคำสั่งให้ทุกกลับไปสวมใส่เสื้อผ้าที จู่ๆ ก็สั่งให้แก้ผ้ากันหมด มันไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ ส่วนตัวข้า ท่านก็แค่หาเสื้อที่มันมิดชิดมาให้ใส่ จะเป็นแบบปิดหน้าโผล่มาแค่ลูกตาก็ได้...”

“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเอาชนะเสน่ห์ของเจ้าให้ได้ อย่าขัดขวางกันเลย”

“ไม่ได้ขัดขวางสักหน่อย!

ไม่ว่าจะพูดอะไรเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหักล้างความตั้งใจของหลิ่งเซียวหรูลงได้ เห็นเอ๋อๆ ที่จริงเป็นพวกหัวแข็งสินะ...ผมประเมินชายคนนี้ต่ำไปหน่อย ผมถูกพามาที่เรือนใหญ่เรือนหนึ่ง คิดว่าคงเป็นเรือนที่พักของหลิ่งเซียวหรู แล้วสิ่งที่กลัวอย่างแรกก็มาถึง...ที่นอน

มีเตียงอยู่เตียงเดียว และเตียงนั้นก็ถูกใช้เป็นชั้นวางพระคัมภีร์ไปแล้ว ก็เลยเหลือแค่ฟูกที่ถูกปูไว้บนพื้น หมอนหนึ่งใบและผ้าห่มหนึ่งผืน ผมมองหน้าท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์อีกครั้ง เอ้า! ให้โอกาสคิด จะให้ผมกลับไปนอนกรงไหมหืม?

“ปกติข้าต้องเดินทำสมาธิก่อนนอน แต่เมื่อคืนข้าคิดเรื่องเจ้าจนปวดหัว ฉะนั้นข้าจะนอนเลย” หลิ่งเซียวหรูเดินไปที่ฟูกนอน แล้วมุดร่างเข้าไปใต้ผ้าห่ม ผมมือติดกับเขาพอเขาก้มก็ต้องก้ม พอเขามุดผ้าห่ม ร่างก็เหมือนจะถูกดึงไปด้วย แต่ผมก็พยายามแข็งตัวยื้อไว้ “อะไร?”

“ท่าน...คือว่า...จะให้ข้านอนที่ไหน? รึจะให้ข้านั่งหลับ”

“นั่งหลับทำไม” หลิ่งเซียวหรูขมวดคิ้วใส่ “ก็นอนกับข้านี่”

กับข้า...กับใครนะ หา?

“กับท่านเนี่ยนะ!

“เจ้ามีปัญหาอะไร”

“มันต้องมีอยู่แล้วสิ! มันพูดยากอยู่นะแต่...จะให้ข้านอนข้างท่าน โดยที่เราจะล่อนจ้อนกันทั้งคู่เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ เจ้ามีอะไรล่ะ”

“จะว่ามีก็มี...ไม่มีก็ไม่มี...”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเรื่องมาก ข้าง่วงแล้ว”

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้คิดอะไรเลย...พอถูกถามว่ามีอะไรผมก็ตอบเขาไม่ถูก “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะแอบลอบทำร้ายท่านตอนหลับเหรอ!

“เจ้าน่ะนะ?” หลิ่งเซียวหรูหาวปากกว้าง ดวงตาปรือเต็มที “ทำได้ก็ลองดูสิ แต่ข้าไม่แนะนำนะ เพราะตอนนี้เจ้าไร้วรยุทธ์ และมือเจ้าคงขาดก่อนจะทำร้ายข้าสำเร็จ”

มีมาแนะนำกันอีก ให้ตายเถอะคนคนนี้ ผมถอนหายใจเหนื่อย ก็ดีหรอกที่เขาเป็นคนตรงราวกับไม่บรรทัดขีด แต่ก็ไม่นึกว่าจะง่ายดายปานนี้ คิดอะไรก็พูดออกมาซะหมด มีที่ไหนใจดีแบ่งที่นอนให้ตัวประกัน เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นคนแบบนี้ เขามีแต่เรื่องแปลกใจให้เห็นเต็มไปหมด มองทอดตามองไปยังร่างที่นอนเขยิบเผื่อที่ให้ผม ใบหน้างามราศีหลับพริ้มไปแล้ว...ในเมื่อเขาไม่คิด งั้นผมก็ไม่คิดแล้วกัน

ผมลังเลเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอน โดยที่ตัวอยู่ห่างชนิดเว้นที่ไว้เผื่ออีกคนได้ ตัวแทบจะตกฟูก แต่สุดท้ายกลางดึกผมก็หนาวจนต้องเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้จนได้

...

.........

“ว้ากกกกกกก!

“หะ...หะ! เกิดอะไรขึ้น”

ผมดีดตัวขึ้นมาในตอนเช้ามืด ก่อนสมองจะคิดว่าตัวเองนอนแบ่งที่นอนกับใคร ความตื่นตระหนกก็ทำผมเกือบคว้าคนข้างๆ มาจับ

ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์หน้าซีดเผือกเป็นกระดาษ จนมองไกลๆ นึกว่าผีดิบคนนั้นหันหน้ามามองผม สายตาปวดร้าวสุดใจ

“ข้าฝันร้าย...”

“เอ๊ะ...”

“ฝันว่าเจ้า...กับข้า...นี่เจ้าแอบเล่นงานข้าหรือเปล่า”

“จะบ้าหรือไง เมื่อวานข้าเหนื่อยท่านก็เหนื่อย ข้ามีเรื่องคิดเป็นกะตัก ไม่มีทางทำอะไรเสี่ยงหัวหลุดอย่างลอบจอมตีท่านให้โง่หรอก” ผมบอกปัด เซฟตัวเองเต็มที่ หลิ่งเซียวหรูมองผมตัวสั่นๆ

“ในฝันเจ้าน่ากลัวมาก ข้ารู้ว่านี่น่าจะเป็นการต่อสู้ทางจิตใจ แต่ไม่คิดว่าอานุภาพจะรุนแรงปานนี้...”

“ไม่เป็นไรใช่ไหม...”

“นี่ก็น่าจะเป็นบททดสอบ...ข้าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ข้าว่าข้าน่าจะปัสสาวะรดที่นอน”

ว้อท! ผมตาค้าง นี่ผมต้องน่ากลัวมากขนาดไหนกันเนี่นทำเขาฉี่ราดออกมาได้ นอกจากจิ้นฝูก็มาท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์เหรอที่กลัวผมจนฉี่แตก ผมก้มหน้าสำนึกผิด

จังหวะนั้นผ้าห่มก็เลิกเปิดออก หลิ่งเซียวหรูเปิดใต้ผ้าห่มดูว่าตัวเองเผลอปล่อยเบาจริงหรือไม่ พอผมแอบเหลือบมองใต้ผ้าห่มตามเท่านั้นแหละ...ได้เรื่องเลย

“นะ...นี่มันปัสสาวะ...ใช่ไหม”

“ท่าน...” ผมเสียงสั่น ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม “มัน...มันไม่ใช่ปัสสาวะ...”

ผมสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของบาปกรรมที่หล่นลงมาใส่หัว พอๆ กับหลิ่งเซียวหรูที่หน้าถอดสีไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก วันนั้นเขาก็ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนกลับไปสวมใส่เสื้อผ้า และจัดการสั่งที่นอนสำหรับผมเข้ามา

ศีลแตกแล้วครับ...แตกจริงๆ




-------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีขอรับออเจ้าทั้งหลาย5555555


คิดอยู่นานว่าจะใส่มุขนี้เข้าไปดีไหม...สะ...สุดท้ายก็ใส่เข้าไปจนได้

สำหรับคนที่เข้าใจมุข เรารู้กัน ส่วนคนที่ไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรครับ //เขิน55555


หลวงพี่คือคนที่ทำให้เรื่องทุกอย่างซอร์ฟลง5555 เป็นสายฮาก็ไม่บอก ในบรรดาสามคนรู้ไหมท่านนี่หื่นที่สุดเลยนะ โถ่............วงวาร


ขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตามกันมานะครับ ยังคงยืนยันว่าปลื้มใจที่ทำให้ทุกคนชอบได้


อาเฟยในคราบโฉมงามจะออกจากพรคได้หรือไม่ แล้วหลวงพี่จะทำอย่างไรกับเจ้าตัวปัญหาคนนี้ หลวนเซียนหลังจากวันนั้นเป็นยังไง จิ้นฝูฟื้นหรือไม่ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับผม

เจอคำผิดจะกลับมาแก้นะครับ

ฝันดีครับ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2119 WachirapornHuang (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 04:02
    ฮืออออ โคตรบาปปปเลย5555
    #2,119
    0
  2. #2110 Ployly (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:54
    ทำบุญถือศีลมาตั้งนาน วอดวายได้ในพริบตาเลย555
    #2,110
    0
  3. #2090 LoverIdentity (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:37

    โธ่..หลวงพี่! ข้าขรรมท่านเเล้วเจ้าค่ะ55555!!

    #2,090
    0
  4. #2071 Defxx_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 15:13

    ถึงกับฝันเปียก พ่อคุณ!! 5555555

    #2,071
    0
  5. #2023 y_pps (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:47
    บาปหนายิ่งนัก 5555
    #2,023
    0
  6. #2014 shin ai2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:38
    โอ้ยยยยยย5555555555555555555 ไรท์ไม่ทำให้ผิดหวัง
    #2,014
    0
  7. #1984 AoFFyNaKa04 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:02
    เอออันนี้ขำจริง ขำหนักมาก5555555555
    #1,984
    0
  8. #1967 FernNAlls (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:52
    เออหลวงพี่ยินดีด้วยนะท่าน5555555555555
    #1,967
    0
  9. #1859 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 03:12
    โอ้ย5555ชอบบบ
    #1,859
    0
  10. #1826 絶望 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 18:15
    555555555
    #1,826
    0
  11. #1802 Nutty Binny (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:33
    ชอบหลวงพี่5555
    #1,802
    0
  12. #1786 Paperheart96 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 04:09
    ทำไมคู่นี้มามีแต่ความบันเทิง 555
    #1,786
    0
  13. #1754 Par_dao (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:16

    บาปกรรมจริงๆค่ะคุณเอ้ย

    #1,754
    0
  14. #1659 iriss28 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    จริงๆท่านประมุขเก็บกดสินะคะ ถถถถ
    #1,659
    0
  15. #1608 bb.smile (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:34
    จิบ้าตาย เป็นกันทั้งพรรคเลยวุ้ย
    #1,608
    0
  16. #1445 ni_ky (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:29
    โอ้ยยยย เป็นพรรคที่แบบบันเทิงมากก แต่แตกจริงๆนั้นแหละ นี่พรรคหรือตลดค่เฟ่คะ
    #1,445
    0
  17. #1254 Daw Prdz KS (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:17
    ฮาาาาา555555
    #1,254
    0
  18. #1203 เหลียนฮัว (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:16
    บาปหนาจ้น ฮือ ขำ
    #1,203
    0
  19. #836 panda_mp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 00:42
    โอยยยขำ55555 ศีลแตกกกก
    #836
    0
  20. #672 NTWwkn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 10:45
    ไม่อยากเอาชนะแล้วหรอคะ 555555
    #672
    0
  21. #658 benyapasuk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:01
    นี่พรรคสวรรค์หรือตลกคาเฟ่ ตอบ!!! 555555
    #658
    0
  22. #545 secret secret (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:16
    กะนะของมันขาดมานาน55555. เอาขันฉ่องใผ้อาเฟยที เราอยากรู้อ่ะว่าน่าตาเป้นไง
    #545
    0
  23. #540 ploybrf2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:32
    FCหลวงพี่คร้า
    #540
    0
  24. #536 Sei-chan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:42
    พรรคนี้มันตลกคาเฟ่หรือเปล่า ขำหลวงพี่ ท่านคิดได้ยังไงกับการให้เปลืิยเพื่อความชิน
    #536
    0
  25. #417 Ak3110 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 22:32
    โอ้ยยย นี่สิแตกของจริง555555
    #417
    0