อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 23 : มารผจญพรรค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

มารผจญพรรค

 

            ผมเสี่ยงตายอยู่ในร่างอสูรมารดำจนเลิกกลัวความตายไปนานแล้ว นอกเหนือจากความไม่กลัวที่จะต้องตายคือ...ความแค้นล้วนๆ ตั้งปณิธานไว้ว่าตายเมื่อไหร่จะไปแหกอกตาแก่เชี่ยซื่อเสวียนบนสวรรค์ หลังจากนั้นจะตกนรกขุมไหนก็จะตามจองล้างจองผลาญ จะปีนขึ้นจากนรกมาจัดการตาแก่ที่ทำคนอื่นเขาวุ่นวายทุกภพทุกชาติ! แรงอาฆาตนี้คงส่งตรงขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นฟ้าจนตาแก่นั่นรับรู้ได้ล่ะมั้ง เลยยังขีดลิขิตให้ผมไม่ตายสักที อย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน...ทั้งที่โดนพิษของงูเจ็ดพิษชโลมร่างไปกว่าสามครั้ง โดนเพดานดินถล่มลงมาใส่ นอนหมดสติเป็นผัก ตื่นขึ้นมาอีกกี่ทีแต่ก็ยังไม่ตาย

                “อะ...อึก...”

                แต่ถึงไม่ตาย อาการบาดเจ็บก็ไม่ใช่เล่นเลย พิษของงูเจ็ดพิษร้ายกาจสมชื่อ มันทำลายประสาทสัมผัสทั้งเจ็ดของผมจนพังย่อยยับ ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การสัมผัส การรับกลิ่น การทรงตัว และการเคลื่อนไหว...เรียกได้ว่าแทบจะเป็นอัมพาตตายอยู่กับที่ แต่ผมมันเป็นพวกถ้ายังหายใจก็จะดิ้นรนมันอยู่อย่างนั้น ส่วนจะรอดไปได้ถึงเท่าไหร่ไม่เคยสนใจ ตอนนี้แม้ร่างทั้งร่างจะไม่รับรู้ถึงอะไรอีกเลย เหมือนลอยคว้างอยู่ในความมืดมิดรอเวลาหล่นลงสู่หลุมดำไร้ก้น ผมก็ยังเดินกะเผลกๆ จับกำแพงไต่ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เดินอยู่ที่เดิมหรือยังนอนอยู่กับที่...รู้แค่ว่าจะไม่อยู่เฉยๆ รอเวลาตายโดยเด็ดขาด

                ความรู้สึกโงนเงนเป็นสิ่งเดียวที่ผมเชื่อว่าตัวเองยืนและกำลังก้าวเท้าเดินอยู่...ให้ตายสิน่า ตามองไม่เห็นหูไม่ได้ยิน ประสาททั้งตัวไม่รับรู้อะไรแล้ว ผมจะต้องเป็นอย่างนี้ไปจนตายเลยหรือเปล่านะ...จะต้องตาบอดไปตลอดชีวิต เป็นใบ้ไปตลอดชีวิต จะยืนหรือเดินก็ไม่รู้สึก อย่างกับตายไปแล้วทั้งเป็น...

                แค่นี้ไม่ทำให้ท้อหรอกนะ...แค่นี้จิ๊บๆ...

                ผมเลือกที่จะเชื่อใจตัวเอง แล้วใช้ความรู้สึกทางจิตใจไม่ใช่ภายนอกควบคุมร่างกาย ต่อให้ต้องสูญเสียความสามารถทางกายทุกอย่างไป ผมก็จะไม่หยุดเดิน

                เพราะสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะกลับบ้าน...กลับพรรคอสูร กลับไปหาคนที่รอผมอยู่

                แม้ดวงตาจะถูกย้อมไปด้วยสีดำสนิท ทว่าใบหน้าหนึ่งในห้วงคำนึงหากลับชัดเจนสว่างเด่น ปลอบประโลมความกลัวให้ทุเลาเบาบางลง

                ผมต้องกลับไปหาจิ้นฝู ถึงจะเหลือแค่ร่างเปล่าๆ ก็จะกลับไป นอกจากนั้นคือผมจะกลับไปหาชายคนนั้น เหลีบงหลวนเซียน...ผมจะต้องกลับไปบอกความจริงกับเขาว่าผมเป็นใคร หาใช่เจินอี๋ของเขาไม่...ใช่ ผมยอมรับ ในนาทีที่ความทรงจำส่วนลึกที่สุดที่อสูรหมาปอมฝังเอาไว้แล่นผ่านเข้ามา ผมหลั่งน้ำตาร้องไห้ให้กับความเศร้าเสียใจของมัน และหลั่งน้ำตาเวทนาเพราะสงสารท่านชายน้อยจับใจ ความรู้สึกที่เหลียงหลวนเซียนมีต่ออสูรมารดำลึกซึ้งนัก เขารักมันจริงๆ...รักจนถึงขนาดยอมไล่หัวใจให้ไปไกลๆ เพื่อให้ตัวของมันปลอดภัย แล้วยอมรั้งอยู่เล่นละครตบตาคนอื่นๆ ว่าตัวเองเกลียดมันมากแค่ไหน เพราะไม่อยากให้พี่ชายระแคะระคายความสัมพันธ์ของพวกเขา แล้วจัดการฆ่าอสูรมารดำ

                ในขณะที่อสูรมารดำก็รักเหลียงหลวนเซียนอย่างไม่มีข้อแม้ มันฟังทุกอย่างที่ชายคนนั้นพูด ไม่เถียง ไม่โต้แย้ง ทำทุกอย่างที่เขาบอก...ยอมทุ่มเวลากว่าสิบปีแสวงหาปลาลายประหลาดที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ด้วยหัวใจซื่อตรง สุดท้ายมันก็ตายเพราะความดีใจ หาได้ตายเพราะพี่ชายเหลียงหลวนเซียน...ผมสงสารพวกเขาเหลือเกิน

                ผมมาเข้าร่างมันเพื่อทำให้มันสมหวังในความรักกับเหลียงหลวนเซียน แต่เพราะผมสงสารเหลียงหลวนเซียน ผมสงสารเขาจริงๆ ผมทำใจหลอกเขาไม่ได้ คนที่เขารักคืออสูรมารดำนามเจินอี๋ ไม่ใช่อสูรมารดำชื่ออี้เฟย เขาอาจจะหวั่นไหวไขว้เขวเพราะผมอยู่ในร่างของมัน แต่แล้วยังไงผมก็ไม่ใช่เจินอี๋ ผมไม่อาจเป็นตัวแทนของมันได้เพราะความสงสาร ถ้าต้องหลอกลวงความรู้สึกของท่านชายน้อย ผมทำไม่ลง...ผมต้องกลับไปบอกเหลียงหลวนเซียน ไม่ว่าในตอนนั้นลิ้นจะชาหรือปากจะเน่า ผมก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อบอกเขาว่าผมเป็นใคร

                แล้วก็บอกจิ้นฝูว่าตลอดมาผมคิดยังไงกับเขา ฉะนั้นผมจะต้องกลับบ้านให้ได้ อย่างน้อยก็อยากจะรู้ว่าเขาปลอดภัยดี อยากกลับไปบอกจิ้นอวี๋ด้วยว่าคุกกี้ที่นางทำให้อร่อยแค่ไหน แล้วก็อยากกลับไปกระซิบบอกหมิงเล่อว่าเจ้าก้อนไม่ได้เห็นแกเป็นคู่หูสักหน่อยเจ้าซื่อบื้อ...

                พอได้ผูกพันกับคนรอบข้าง อะไรที่อยากทำก็มีเยอะตามไปหมด กับผมคนที่เมื่อก่อนเอาแต่คิดว่าถ้าตายไปจะมีความสุขแค่ไหนกันนะคนนั้น กลับอยากมีชีวิตอยู่เพื่อใช้เวลากับคนอื่นมากขนาดนี้ก็เป็นครั้งแรก...

                อา...

                เหนื่อยจังเลย....

                ......................

                ...

                ผ่านมากี่วันแล้วนะ...

                ผมไม่รู้ว่าตัวเองเดินโซซัดโซเซมาจนถึงส่วนไหนของถ้ำทวยเทพแล้ว ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปคงแห้งตายอยู่ในถ้ำไม่ช้าก็เร็ว สิ่งดีที่เกิดขึ้นอย่างเดียวคือผมเริ่มรู้สึกว่าประสาทสัมผัสตัวเองกลับมานิดหน่อย อย่างน้อยก็รู้สึกได้ว่านั่งหรือเดิน ถึงงั้นต่อให้ผมเดินเหยียบเศษหินจนมันแทงทะลุเท้าก็ไม่รู้สึกว่าเจ็บ ร้ายกาจเหลือเกินนะเจ้างูเจ็ดพิษ คอยดูเถอะ...สักวันจะจับแกมาถลกหนังทำกระเป๋าให้ดู

                “แฮ่ก...แฮ่ก”

                โอย หิวโว้ยยยย

                ก่อนจะโดนพิษตาย...ผมคงหิวตายไปก่อนแน่! มีอะไรที่พอจะกินได้บ้างหรือเปล่านะ ว่าแต่ตอนนี้อยู่แถวไหนหว่า หวังว่าคงไม่ได้อยู่แถวปากเหวอะไรทำนองนี้...

                วืด...

                บันเทิงจังโว้ย!

                ผมยื่นเท้าไปเหยียบกับอากาศว่างเปล่า เพราะตามองไม่เห็นเลยไม่รู้ว่าข้างหน้าไม่มีทางเดินต่อ ผลเลยกลายเป็นร่างเซหล่นลงสู่พื้นอย่างไม่ต้องสงสัย

                ตู้ม!

                ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่บางเบาของผมรับรู้ได้ว่าตัวเองยังโชคดีที่ตกลงมาใส่น้ำ แรงกระแทกจึงลดลงมาก ทำให้ผมไม่ได้รับบาดเจ็บเพิ่มกว่านี้ ร่างอสูรหมาปอมตะเกียดตะกายว่ายไปยังตรงพื้นที่ตื้น ทุลักทุเลอยู่นานกว่าจะถึงฝั่งเพราะตามองไม่เห็นเลยไม่รู้ว่าขอบฝั่งอยู่ตรงไหน จนถึงช่วงที่ปลายเท้าแตะพื้นได้ ผมก็พรูลมหายใจโล่งอกออกมาเฮือกหนึ่ง

                ผมรู้สึกว่าท้องกำลังประท้วงว่าหิว แม้ไม่ได้ยินเสียงว่ามันร้องก็ตาม ให้ได้อย่างนี้สิ น้ำนี่กินได้ไหมฟะ เอาวะ แก้ขัด!

                ผมกวักน้ำขึ้นมาซดดื่นอย่างหิวกระหาย ทันใดนั้นปลายเล็บก็สะกิดถูกบางอย่างที่ว่ายอยู่ในน้ำ ชั่วขณะเดียวเท่านั้นที่สะกิดถูก แต่ก็มากพอจะทำให้ผมซึ่งไม่รับรู้อะไรมานานเลยรู้สึกได้

                ยะ...อย่าบอกนะว่าปลาน่ะ!

                เป็นปลาแบบไหน มีพิษ ดุร้าย ตัวใหญ่ ต้องห้ามหรือกินได้...ไม่รู้โว้ย หิว!

                ตอนนี้ช่วงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จะตายมาสี่ครั้งกว่า ถ้ามันจะมาดวงดับที่ครั้งที่ห้าก็ให้มันรู้ไป มีอะไรพอจะกินได้ก็ยัดๆ เข้าปากไปก่อนแล้วกันนะอี้เฟย ส่วนจะเป็นอะไรหลังกินหรือไม่นั้นไม่สน เรียกได้ว่าตายเอาดาบหน้าล้วนๆ

                ผมตะลีตะลานพุ้ยน้ำอย่างแรงเพื่อควานหาว่าเจ้าปลาตัวเมื่อกี้อยู่ไหน จนถึงขนาดลืมว่ายิ่งตีน้ำแรงปลายิ่งตกใจว่ายหนี ถึงอย่างนั้นก็ยังโชคช่วยจับขึ้นมาได้ตัวหนึ่ง ผมไม่รู้ว่านี่ปลาหรือตัวอะไรแต่ก็จับยัดเข้าปากทันที

                “งั่มๆๆๆ”

                ขอแค่มีอะไรตกถึงท้องก็พอ! อย่างน้อยวันนี้ก็รอดชีวิตไปอีกวันล่ะวะ

                “เอื้อก!

                ไม่ช้า ปลาน้อยที่น่าสงสารก็ไปอยู่ในท้องผมทั้งตัว ไม่เหลือแม้กระทั่งซากและก้าง ว่าไปแล้วรสชาติของมันก็ดีไม่ใช่เล่นนะเนี่ย...

                เฮ้ย...เดี๋ยว รสชาติเหรอ?

                ผมยกมือขึ้นแตะลิ้นตัวเอง...ก่อนจะพบว่าประสาทการลิ้มรสของผมกลับมาแล้ว! หัวใจผมเต้นเร็วถี่ นั่งแช่อยู่ในนั้นอบ่างนั้นเพื่อรอเวลาพิสูจน์บางอย่าง หลังจากการรับรสกลับมา ผมก็เริ่มรู้สึกถึงประสาทสัมผัสภายในร่าง ความเจ็บปวดจากบาดแผล และความรู้สึกเย็นชื้นที่ตัวแช่อยู่ในน้ำ ในหูเริ่มได้ยินเสียงของน้ำ ทุกอย่างค่อยๆ ไล่กลับมาหายทีละอย่างๆ...จนถึงการมองเห็นซึ่งเป็นอย่างสุดท้าย

                ในดวงตาสะท้อนแสงวาบ สิ่งที่ปะทะสายตาผมอย่างแรกคือเจ้าปลาตัวหนึ่งที่ว่ายลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ...ผมกะพริบตาปริบๆ คว้าเอาเจ้าปลาตัวนั้นขึ้นมามองใกล้ๆ ด้วยความตกใจ

                “บ้าน่า...”

                ลายคดเคี้ยวไปมาราวกับกลีบดอกโบตั๋นบนหลังของมันผมจำได้ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!...ก็....ก็มันเป็นปลาที่เจ้าอสูรตามหามาตลอดจนจมน้ำตายนี่นา! แล้วก็เป็นปลาแบบเดียวกับที่ผมยกให้จิ้นฝูไปในวันแรกที่มาอยู่นี่ด้วยซ้ำ ผมจำได้ จิ้นฝูกลับมาหาผมอีกพร้อมกับบอกว่ามันเป็นปลาวิเศษที่รักษาโรคของจิ้นอวี๋หายดีเพียงข้ามคืน งั้นที่ผมกินเข้าไปเมื่อกี้ก็...

                “อั่ก!

                หัวใจเต้นแรงเหมือนถูกบีบ ผมตะเกียดตะกายหอบร่างอสูรขึ้นฝั่ง ยกมือขึ้นกุมหัวใจด้วยในอกเจ็บแปลบ

                ปลานั่นที่เจินอี๋เฝ้าถวิลหามานานร่วมสิบปี มีอยู่ในถ้ำทวยเทพของพรรคเซียนสวรรค์เป็นฝูง! ตาแก่เชี่ยซื่อเสวียน ตานะตา! ผมตายเมื่อไหร่เห็นดีกันแน่ ไอ้บ้าเอ๊ยยยย

                “แค่ก!” ผมสำรอกอะไรบางอย่างที่กระจุกอยู่ในท้องออกมาระลอกใหญ่ ก้อนสีดำทมิฬคล้ายลูกบอลหลุดพลุบออกมาจากปาก ทันใดนั้นร่างใหญ่ก็สั่นสะท้าน ทั่วทั้งตัวเจ็บเสียดเหมือนกำลังจะฉีกขาดออกจากกันเป็นชิ้นๆ...

                นอกจากรักษาได้...อีกหนึ่งความสามารถของมันคือ...

                ผมอ้วกออกมาอีกครั้งหนึ่งทั้งที่ในท้องไม่มีอะไรเลยนอกจากเจ้าปลาดวงตกที่กินไปเมื่อกี้ ทว่าสิ่งที่ออกมานั้นทำให้ผมหน้ามืดลงทันที

                หัวปลา! บ้าเอ๊ย ย่อยทั้งตัวแต่ไม่ย่อยหัวเนี่ยนะ

                ผมก่นด่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก แล้วสติก็ดับวูบไปอีกแล้ว...เอะอะก็จะหมดสติหรือไง ร่างกายอ่อนแอมากขนาดนั้นเลยเรอะ เป็นโรคเลือดจากเหรอ คอยดูเหอะ ถ้ามีโอกาสผมจะ...คร่อก!

                ...

 

                “กำเริบเสิบสานยิ่ง! พรรคอสูรนั่นจะต้องชดใช้ที่ทำกับถ้ำของทวยเทพเช่นนี้!

                หลิ่งเซียวหรูหน้าเขียวหน้าม่วงเดินตามคณะผู้ติดตามไม่พูดจา ประมุขพรรคเซียนสวรรค์หงุดหงิดเหลือทน เพราะขณะที่กำลังเดินจงกรมเจริญกำลังภายในอยู่นั้นเจ้าพวกผู้ติดตามในพรรคก็เอะอะโวยวายบุกเข้ามาในเรือนพระธรรม ใช้กำลังกดดันลากเขาออกมาจากสถานที่ฝึกตน เพื่อมาดูว่าถ้ำของทวยเทพถูกก่อกวนทำลาย

                “จากหลักฐานที่เสี่ยวฟงเก็บมาได้ ลูกดอกนี้เป็นของพรรคอสูรอย่างแน่นอนขอรับท่านประมุข!

                หลิ่งเซียวหรูหลุบตาลงมองไปยังหัวลูกดอกสีดำสลักรูปคล้ายใบหน้าอสูรแยกเขี้ยวด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย ก่อนจะยื่นมือมาหยิบๆ จับๆ แล้วปาฟิ้วไปอีกทาง จนเสี่ยวฟงผู้นั้นแทบล้มคะมำหน้าฟาด ร้องเรียกเสียงหลง “ท่านประมุข!

                “การบุกรุกพื้นที่เป็นกฎข้อห้ามของยุทธภพ พรรคอสูรจงใจบุกมาหาเราเช่นนี้เป็นการประกาศสงครามอย่างแน่นอน ท่านประมุขโปรดไตร่ตรองบทลงโทษของพรรคถ่อยเถื่อนนั่นด้วยขอรับ”

                จะให้ประกาศสงครามโต้ตอบอย่างเป็นทางการอย่างนั้นสินะ หลิ่งเซียวหรูครุ่นคิด แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก นอกจากตั้งโต๊ะน้ำชามาสักโต๊ะหนึ่งแล้วเชิญให้พรรคอสูรมานั่งจิบชาปรับความเข้าใจกัน...ไม่ได้สินะ พวกผู้ติดตามคงได้ผูกผ้าขาวแขวนคอประท้วงกันก่อนแน่

                “งูเจ็ดพิษทั้งสี่ตัวที่เฝ้าถ้ำตายแล้วขอรับ...ชั่วช้ายิ่งนัก!

                เมื่อเดินมาจนถึงจุดหนึ่ง งูเจ็ดพิษอายุราวสามร้อยปีทั้งสี่ตัวก็นอนตายกันอยู่ใต้ซากหินดูน่าเวทนานัก หลิ่งเซียวหรูชายตามองร่างใหญ่ทั้งสี่ ก่อนจะยืนสำรวมกิริยาพลางสวดมนต์ปัดเป่าจิตของพวกมันให้ไปในภพภูมิที่ดี ในคำนึงหวนคิดไปถึงยามที่ตนเข้ามาในถ้ำทวยเทพแล้วเผชิญหน้ากับงูทั้งสี่ครั้งแรก ไม่อยากเชื่อเลยว่าต้องจากกันเร็วเช่นนี้

                “ท่านประมุขขอรับ...สะ...สิ่งนี้มัน” เสี่ยวฟง ผู้ติดตามคนสนิทวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา พลางประคองข้อมือข้างหนึ่ง ยื่นสิ่งที่จับอยู่ให้หลิ่งเซียวหรูพินิจดู “เล็บคมสีดำนี่หลุดติดอยู่บนเกร็ดของงูเจ็ดพิษตัวหนึ่ง...ท่านประมุขขอรับ ลักษณะเล็บเช่นนี้ หรือว่าจะ...”

                “อสูรมารดำ!” ไม่รอให้หลิ่งเซียวหรูตอบ บรรดาคณะผู้ติดตามก็แห่แหนกันตอบเสียงเซ็งแซ่ “ชั่วร้ายเกินไปแล้ว! เจ้าอสูรนั่นช่างรนหาที่ตายนัก”

                ท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่งของเหล่าคณะ คงมีเพียงหลิ่งเซียวหรูเท่านั้นที่รู้สึกแตกต่างไปจากทุกคน เรียวคิ้วพาดเฉียงสีเงินงามขมวดเข้าหากันน้อยๆ พลางตกตะกอนความคิดอยู่ผู้เดียว เสียงกรุ่นโกรธของเสี่ยวฟงก็ดังแหวอีกครั้งหนึ่ง ครานี้ดอกหลี่เถียไกว่ ดอกไม้อันเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของพรรคเซียนสวรรค์ถูกเด็ดขโมยไป ความโมโหโกรธาที่ของรักถูกช่วงชิงถมทับให้เหล่าผู้ติดตามเสียกิริยา ก่นด่าอสูรมารดำกันระงมถ้ำจนกึกก้อง

                “ตรงนี้มีร่องรอยขอรับ รอยใหญ่ใต้ซากหินตรงนี้ใหญ่มาก...คาดว่าอสูรมารดำต้องเคยติดอยู่ในนี้อย่างแน่นอน”

                “ตรงนี้ด้วยขอรับท่านประมุข! รอยเลือดของมันลากยาวไปทางนี้ แปลว่ามันยังไม่ได้ออกไปจากถ้ำทวยเทพ...หึ! ท่าทางแผลคงสาหัสไม่น้อย ดีเหลือเกินขอรับท่าน เราสำเร็จโทษมันเลยเถอะ”

                ไม่รอให้หลิ่งเซียวหรูเอ่ยปาก เหล่าคณะติดตามที่เดือดได้ที่ก็กรูกันนำไปไกลแล้ว...ท่านประมุขรูปงามผมเงินได้แต่ถอนหายใจเบื่อหน่าย แล้วก้าวเดินตามไปด้วยอารมณ์อยากกลับไปสวดมนต์บทที่ท่องคาไว้ต่อให้ครบรอบ...

                รอยเลือดที่ไหลเป็นทางยาวสิ้นสุดลงที่ปากหุบเหวบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เสี่ยวฟงส่องตะเกียงชะโงกหน้าลงไปด้านล่าง ก่อนตะเบ็งเสียงกึ่งสะใจดังลั่น “มันอยู่ใต้นี้เองท่านประมุข! ข้าส่องเห็นเงาร่างบางอย่างนอนอยู่ด้านล่าง ลงไปจับมันกันเถิด”

                แล้วก็สำเร็จโทษมัน ส่งหัวไปให้พรรคอสูรเสีย!

                หลิ่งเซียวหรูคาดเดาความคิดของคนในพรรคได้ล่วงหน้า จึงชิงโดดลงไปก่อน บัดนี้ในความคิดของประมุขเซียนสวรรค์มีเพียงความขุ่นข้องว่าอสูรตนนั้นเหตุใดจึงมาที่นี่...ดอกหลี่เถียไกว่คือดอกไม้ประเสริฐมากด้วยคุณค่า อิทธิฤทธิ์เองก็ล้ำเลิศ ถึงขนาดมีตำนานเล่าลือว่าช่วงชิงชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ อสูรตนนั้นในสายตาหลิ่งเซียวหรูเป็นอสูรใจดีตนหนึ่ง ไม่น่าจะบุกรุกล้ำถิ่นเข้ามาโดยไม่มีสาเหตุ ถ้าหากได้ฟังล่ะก็...หลิ่งเซียวหรูเชื่อว่าเขาจะหาทางลงให้กับมันได้

                ถึงจะรู้สึกเสียใจที่งูเจ็ดพิษทั้งสี่ตายจาก และเสียดายที่ดอกหลี่เถียไกว่ถูกขโมยไป แต่เลือดล้างด้วยเลือดจะมีประโยชน์อันใด? ต่อความยาวสาวความยืดให้กรรมติดผูกกันต่อไปเรื่อยๆ งั้นหรือ สำหรับคนที่ต้องการละทางโลกแล้ว การเคียดแค้นมีแต่จะสร้างความวุ่นวาย ขัดขวางหนทางแห่งเซียนธรรม

                หลิ่งเซียวหรูเดินหน้าเข้าไปหาร่างที่นอนหมอบอยู่ใกล้ริมบ่อ ทันใดนั้นฝีเท้าเขาก็หยุดลง ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองร่างที่นอนคว่ำแน่นิ่งหมดสติอยู่ด้วยอากัป...คะ...ใครกัน

                “ท่านประมุข!...อ้าว นี่มนุษย์นี่นา...” เสี่ยวฟงและคณะวิ่งตามกันมาหยุดมุงดูร่างนั้นอยู่ข้างหลังท่านประมุข ชายหนุ่มชุดขาวส่องตะเกียงไปยังร่างนั้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเสียงฮือฮาจะดังระงมตามๆ กัน “ไม่ใช่มนุษย์!

                สิ่งที่บ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาคือพวงหานุ่มสีดำล้วน ผมยาวสีเดียวกับพวงหางสยายเต็มแผ่นหลังดูไปแล้วคล้ายการกระจายของน้ำหมึก เหนือศีรษะคือใบหูแหลมและเขาคู่หนึ่ง...หลิ่งเซียวหรูผงะอึ้ง สาวเท้าเดินไปหาร่างนั้นอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง 

                ฝ่ามือขาวชะงักนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะฉวยไหล่เปลือยเปล่ามาคว้าพลิก ทันทีที่ใบหน้านั้นปะทะสู่สายตา ทั้งประมุขพรรคและผู้ติดตามต่างก็ถอยหลังกรูดกันไปแทบจะพร้อมกัน

                “งะ...งามมาก...”

                “มาร!...มารผจญ!

                “ท่านประมุขขอรับ!

                หลิ่งเซียวหรูตัวสั่นเทิ้ม เดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง...ก้าวสอง...ก้าวสาม ก้าวสี่ปุ๊บท่านก็วิ่งปั๊บ “ท่านขอรับ!!

                ...

 

                ไม่...ไม่จริง ไม่มีทาง! หลิ่งเซียวหรูส่ายหน้าหวือ จะยังไงก็ไม่มีทางเข้าไปเด็ดขาด!

                หลังจากที่หลิ่งเซียวหรู ประมุขพรรคเซียนสวรรค์ตกใจในความงามของฝ่ายตรงข้าม เขาก็วิ่งหนีมาทันทีเพราะไม่รู้ว่าความรู้สึกหวาดเสียวแถวท้องน้อยและหัวใจคืออะไร พอมานั่งสงบสติอารมณ์ในห้องสวดมนต์ เจ้าผู้ติดตามตัวดีก็ยังตามมาเคาะห้องหลอกหลอนเขาจนสมาธิแตกกระเจิง

                “ท่านประมุข ไม่ได้นะขอรับ ท่านต้องจัดการ!

                “เอาไปทิ้ง!

                “อย่าพูดเหมือนยกกระโถนไปเททิ้งสิขอรับ นั่นนักโทษขอรับ!

                แล้วจะให้ทำยังไงเล่า! หลิ่งเซียวหรูปวดศีรษะเหลือทน กำชายเสื้อขาวลุกขึ้นจากเบาะ ก่อนหันไปยังพระพุทธรูปองค์ใหญ่เบื้องหน้า พนมมือสวดภาวนาหนึ่งบทอย่างรวดเร็วแล้วจ้ำๆ ออกไปยังประตู

                เสี่ยวฟงยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของชายหนุ่มแดงแจ๋ไม่ต่างจากเหล่าผู้ติดตามอีกสองคนด้านหลัง น้ำเสียงสั่นระริกเอ่ย “พวกข้าได้จัดการจับมารผจญขังไว้ในห้องคุกแล้ว เรียนเชิญท่านประมุขไปดูขอรับ”

                “ได้...ขอหยิบบทสวดก่อน”

                “ยังจะเอาไปสวดต่ออีกรึขอรับ!

                “เปล่า ไม่ใช่ เอาไป...ระงับขันติ”

                ได้ยินเพียงเท่านั้นเสี่ยวฟงก็เข้าใจได้ทันที เขารีบก้าวถอยหลัง ค้อมตัวเดินนำหลิ่งเซียวหรูให้เดินตามไป

                พรรคเซียนสวรรค์...เป็นที่เลื่องลือเรื่องวินัยนัก โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกชมชอบทางเพศ ซึ่งเป็นบ่วงอารมณ์ที่อันตรายต่อการบรรลุคำสอนมากที่สุด ฉะนั้นหากใครอยากจะเข้าร่วมพรรคเซียนสวรรค์ นอกจากจะต้องละทิ้งตัวตน ทรัพย์สมบัติ และเงินทองแล้ว...สิ่งสำคัญที่สุดก็คือละทิ้งความกำหนัด! เพราะเหตุนี้ในพรรคจึงมีเพียงชายชาตรีทั้งสิ้น สตรีเป็นของต้องห้ามจนถึงขนาดมีการร่ายอาคมห้ามสตรีย่างกรายเข้ามาเลยทีเดียว ส่วนสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าสตรีจะถูกเรียกว่ามารผจญ

                เพียงได้พบสบพักตร์เจ้าอมนุษย์ผู้นั้น คนทั้งพรรคก็รู้ทันทีเลยว่ามารผจญที่เล่าลือได้มาถึงแล้ว ทั้งตา หู จมูก ปาก แขนขา งามช้อยน่าหลงใหล การที่มันเข้ามาที่นี่ได้แปลว่ามันมิใช่สตรี...และเพราะมันเป็นเพศชายนี่แหละที่ยิ่งอันตราย! ฟ้าคงได้ผ่าลงโทษคนทั้งพรรคเป็นแน่หากเกิดอาการหวั่นไหวขึ้นมากับบุรุษด้วยกัน จากนั้นความกำหนัดที่กดกลั้นไว้จากเพศรสคงถูกเจ้ามารผจญนั่นทำลายลง

                และคนที่จะจัดการกับมารผจญได้คือคนที่มีวิชาเซียนสวรรค์แข็งแกร่งที่สุดในพรรค...หนีไม่พ้นหลิ่งเซียวหรู

                ท่านประมุขผมเงินยวงยาวที่แต่ละวันนอกจากหมกตัวในห้องพระก็ไม่ออกไปไหนคนนั้นเป็นความหวังเดียวที่จะกำราบมารผจญได้ หลิ่งเซียวหรูยืนงะจังงังอยู่หน้าห้องขัง ทำใจกว่าครึ่งก้านธูป ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป

                ...

 

                ผมได้สติขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้พบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในกรง...แล้วก็เป็นไปตามคาด ในที่สุดผมก็เป็นมนุษย์กับเขาแล้ว!

                แต่เจ้าหางฟูฟ่องและใบหูของสัตว์กับเขานี่ยังไงก็ไม่ใช่มนุษย์เต็มตัวอยู่ดี ถึงอย่างนั้นทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของมันก็เปลี่ยนไป ผมพยายามจะหาอะไรก็ได้ที่ส่องหน้าอสูรมารดำ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีอะไรพอจะเป็นเงาสะท้อนได้เลย

                “บันเทิงจริง...อ๊ะเสียง...เสียงเหมือนเสียงเราเมื่อก่อนเลย” ผมจับลำคอเบาๆ เมื่อพบว่าเสียงของเจินอี๋ยามเป็นมนุษย์เหมือนเสียงตอนปกติของผมเด๊ะ “หรือว่าหน้านายจะเหมือนหน้าฉันด้วยนะ...อืม?”

                ผมจับๆ ลูบๆ คลำๆ หน้าใหม่ ถึงจะไม่เห็นเงาแต่คิดว่าคงลงตัวดีล่ะมั้ง?

                ทั้งตาที่กลับมามองเห็น ทั้งหูที่กลับมาได้ยิน และแขนขาที่ขยับได้อย่างปกติ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ก่อนหน้านั้นคือผมต้องพังลูกกรงนี่ออกไปให้ได้ก่อน หลังจากนั้นจะได้กลับบ้านสักที เอ๊ะ...อะไรเนี่ย ทำไมพังไม่ได้?

                โกหกน่า! วะ...วรยุทธ์ของเจ้าอสูรมารดำ ความสามารถของมันหายไปแล้ว!

                “ไม่จริงนะ! นอกจากแรงควายแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลยสักนิด!” ไฟสีฟ้าก็พ่นออกมาไม่ได้ แรงก็กลับไปเหลือเท่าคนปกติ กลายเป็นอี้เฟยตัวเล็กแรงน้อยที่ยุงตัวเดียวก็ตบไม่ตายอีกครั้ง ไม่ตลกโว้ยยยย ผมเขย่าลูกกรงอย่างบ้าครั้ง ทั้งเตะทั้งถีบ ใช้ฟันกัด ก็ยังทำอะไรไม่ได้ อย่างนี้กลับไปเป็นอสูรยังดีซะกว่า!

                “อะ...”

                เสียงประตูเปิดขึ้น ผมเบิกตาโตกว้างเมื่อเห็นคนคุ้นเคย “หลิ่งเซียวหรู!

                หลิ่งเซียวหรูชะงักนิ่ง ใบหน้าคล้ายรูปสลักเขม่นตาเคร่งเครียด เดินอ้อมกรงที่ขังผมอยู่ไปเหมือนปูเดิน ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งแหมะที่เบาะนั่งซึงอยู่ไม่ไกลนัก ผมชะเง้อคอมองเขา โบกไม้โบกมือให้สุดชีวิต

                “ข้าไงจำได้มั้ย หลิ่งเซียวหรู! ยะฮู้ววว”

                หลิ่งเซียวหรูหน้าดำคร่ำเคร่งไม่ตอบ กางม้วนคัมภีร์ ควักลูกประคำออกมา สวดมนต์งึมงำๆ

                “อี้เฟยไง! อสูรมารดำเองจำได้ไหม หลิ่งเซียวหรู”

                นำโมฮุก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโค่ว กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียออฮวดโต ล้อเกียฮวดโต....”

                “หลิ่งเซียวหรู ข้ารู้นะว่าได้ยินน่ะ!

                “ล้อเกียวฮวยโต...”

                “อย่าให้ข้าต้องใช้ไม้นี้นะ...” ไม่สนใจกันใช่ไหม ได้ท่าน...ได้ จัดไป

                ผมก้มลงมองที่ร่างว่าตอนนี้พอมีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง ก่อนจะพบว่านอกจากเศษผ้าที่ใช้พันเอวไว้ตอนเป็นอสูรแล้วที่เหลือโล่งโจ้ง...เอาวะ เหลือแค่นี้ก็ได้ ถอดมันแล้วโยนใส่ซะเลยนี่แหนะ!

                ผมโยนเศษผ้านั่นใส่หลิ่งเซียวหรูผ่านลูกกรงโดยหวังแค่จะให้เขาหันมาสนใจ แต่ปรากฏว่าวิญญาณนักกีฬาโยนลงห่วงมันแรงไปหน่อย ผลคือเจ้าผ้านั่นกระแทกใส่ใบหน้าขาวๆ ดังแป๊ะ! หลิ่งเซียวหรูลดม้วนคัมภีร์ลงช้าๆ สายตาเคืองอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

                “ทำอะไรของเจ้า”

                “ข้าก็แค่อยากคุยกับท่าน แต่ท่านไม่สนใจข้าเลย นี่...ท่าน ข้าเอง อสูรมารดำ อี้เฟยคนนั้น ท่านปล่อยข้าทีสิ”

                หลิ่งเซียวหรูจ้องใบหน้าผม ก่อนกวาดตาลงมองไล่ไปช้าๆ...ก่อนที่สายตาจะสะดุดกึกอยู่กับบางอย่าง

                “เจ้าเปลื้องผ้าต่อหน้าข้าเช่นนี้ คิดจะยั่วยวนข้างั้นหรือ...ไม่มีทางหรอก!

                “ยั่วยวนบ้านท่านน่ะสิ! ก็ทั้งตัวข้ามีแค่นั้น ตอนเป็นอสูรขนพองซะขนาดนั้นจะไปใส่เสื้ออะไรเยอะแยะ นี่ท่าน ปล่อยข้าก่อน มานั่งคุยกันดีๆ เถอะ”

                “ไม่ได้ผลหรอก...การยั่วของเจ้าไม่สั่นคลอนจิตใจของข้าหรอกนะ...”

                หลิ่งเซียวหรูสีหน้ามืดครึ้ม ท่องบทสวดต่อไปน้ำเสียงแหบๆ

                ผมอมลมเข้าสองแก้ม เขย่าลูกกรงแล้วร้องเรียกชื่อหลิ่งเซียวหรูซ้ำๆ อยากสวดก็สวดไป ข้าจะเรียกท่านอยู่อย่างนี้แหละ ไม่รำคาญก็ให้มันรู้ไปสิ!

                “หลิ่งเซียวหรู...หลิ่งเซียวหรู...หลิ่งเซียวหรู ท่านหลิ่ง ท่านเซียวหรู ท่านพี่เซียวหรู ท่านประมุขขอรับ เซียวเซียวจ๋า”

                “...”

                “ท่านเซียวววว ท่านขอร้าบบบ”

                “.......”

                “ท่านขอรับ ท่านเซียวหรู”

                “...................”

                “ท่าน...”

                “พอได้แล้ว!

                หลิ่งเซียวหรูหยัดกายลุกขึ้นยืนผ่าง ผมยิ้มเยาะในใจ ในที่สุดก็ทนรำคาญไม่ได้เห็นไหมล่ะ....อุ่ย

                ผมยิ้มค้างกลางอากาศ หลังจากมองตรงไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าที่...กะ...กลางหว่างขาของเขา ว้อทเดอะฟัคคคค

                ปากคอผมสั่นระริก ยกมือขึ้นชี้ไปยังไอ้นั่นที่ไม่ควรจะ....จะ....

                หลิ่งเซียวหรูขมวดคิ้วตีหน้าขรึม ทว่าเลือดกำเดาสีแดงแจ๋ไหลแปะๆ ลงพื้นนั่นหักล้างทุกภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาตลอดให้มอดดับหายไป ท่านประมุขพรรคเซียนสวรรค์กำมือแน่น แล้วเสหน้าหลบไปอีกทาง

                “นี่นิ้วที่หกข้า”

                “ไม่เนียน!

                หลิ่งเซียวหรูเม้มปากแน่น สองแก้มแดงซ่าน ก่อนจะเดินหุนหันพลางบ่นงึมงำ “สมแล้วที่เป็นมารผจญ....ทำให้ข้าต้องพูดปด แถมยังล่อลวงข้าจน....ฮึ้ย ข้าจะไปบำเพ็ญศีล! แล้วจะกลับมาจัดการเจ้า!

                ร่างในชุดขาวเดินดุ่มๆ ออกไป ทิ้งให้ผมต้องนั่งจ๋องอยู่คนเดียวในห้องขัง...ผมอ้าปากค้าง ค่อยๆ ยกมือขึ้นขยุ้มเส้นผมยาวทั้งสองฝั่ง สุดท้ายแล้วก็ทนไม่ไหว จำต้องตะโกนแหกปากออกมาดังลั่น

                “ปวดหัวโว้ยยยยยยยยย”




--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


...................

อาไอพีหลวงพี่ ......................

มาเงียบๆ ร้อนแรงดีจริงๆ.......


เจอคำผิดเดี๋ยวมาแก้เช่นเดิมครับ555555555

เรื่องนี้ไม่ฮาเร็มนะครับ555 

ส่วนตอนจบแน่นอนว่าแฮปปี้ ///-/// ผมเป็นพวกสุขนิยม555 เวลาแต่งทีต่อให้เรื่องดาร์กขนาดไหนก็ทำให้แฮปปี้ได้ ถถถถถถ เพราะฉะนั้นเชื่อใจผมคนนี้ได้เลยครับ//ทำมือรูปหัวใจ


บะบาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2114 Kily (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 18:14
    เสียใจที่ไม่ฮาดร็มมากค่ะ ฮือือือือ
    #2,114
    0
  2. #2089 LoverIdentity (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:27

    หลวงพี่น่ารักอะ>< ไม่มีใครเอา..งั้นเราขอได้มั้ย

    คะ-//- น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้อยากเอามากอดจัง55

    #2,089
    0
  3. #2066 NNieNamich (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 22:11

    นิ้วที่หกคืออะไร๊รรรรรรรร
    #2,066
    0
  4. #2022 y_pps (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:39
    นิ้วที่หก 55555555
    #2,022
    1
  5. #2013 shin ai2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:29
    บทสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิม...เล่นของสูงไปมั้ยไรท์เตอร์55555 แต่ไม่แน่ใจว่าเหมือนกันทุกคำมั้ย แปลกๆอยู่นะ
    #2,013
    0
  6. #2007 NNieNamich (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:56
    อะไรคือนิ้วที่หกหลวงเพ่!!!!!555
    #2,007
    0
  7. #1966 FernNAlls (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:43
    หลวงพี่นิมนต์ไปเปิดคณะตลกนะเจ้าคะ55555555
    #1,966
    0
  8. #1858 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 02:56
    โง้ย ไม่ฮาเร็มอะ เสียดายหลวงพี่!
    #1,858
    0
  9. #1800 jemsin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:04
    เอาไปทิ้ง! 55555555555555
    #1,800
    1
    • #1800-1 jemsin(จากตอนที่ 23)
      13 สิงหาคม 2561 / 16:08
      โอ้ยน่ออ ระงับขันติไปอี้ก555555555
      #1800-1
  10. #1753 Par_dao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:02

    ข้าพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

    #1,753
    0
  11. #1607 bb.smile (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:27
    55555 โอ้ยย ตลกนาง ตลกตัวเองด้วย ร้องไห้ หัวเราะ ต่อๆ กัน โอ้ย
    #1,607
    0
  12. #1475 mookk3080 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 21:24
    ศีลแตก5555++
    #1,475
    0
  13. #1444 ni_ky (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:15
    โอ้ยยยย 555555 น่ารักก นิ้วที่หกเนี่ยย
    #1,444
    0
  14. #1354 (+^m.e.e^+) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    55555555 น่ารักมากก
    #1,354
    0
  15. #1337 T1101 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 01:00
    นิ้วที่หก ไม่เนียนเลยนะ(-.,-)
    #1,337
    0
  16. #1281 Wan_asl3 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:53
    เรือจมหมดเลย เรือหลวงพี่มากแรงมาก ใจโลเลมาเลยเรา5555 ก็หลวงพี่น่ารักขนาดนี้หื้ออออ
    #1,281
    0
  17. #1253 Daw Prdz KS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:02
    หลวงพี่!!55555
    #1,253
    0
  18. #1202 เหลียนฮัว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:11
    ถึงกับต้องพึ่งพระแม่กวนอิม ถถถถถ ตบะแตกแล้วนะ55555
    #1,202
    0
  19. #982 artiannie (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 20:27
    555ขำสุดๆอ้ะตอนนี้ หลวงพี่
    #982
    0
  20. #839 bai_tong034 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 09:28
    สรุปคู่กับจิ้นฝูเหรอออออ( T^T)
    #839
    0
  21. #671 NTWwkn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 10:31
    โอ๊ยยยย เอ็นดูท่านเซียว ถึงกับมีนิ้วที่6 และเลือดกำเดาไหล 55555555
    #671
    0
  22. #542 secret secret (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 18:36
    น่ารักอ่ะ ชอบบบ ฮาดี ตอนฮากะฮาจนเจ็บท้อง พอเศร้า กะร้องจนเจ้บตา ฮื่อออิอ
    #542
    0
  23. #539 ploybrf2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:10
    ฉันชอบนิ้วที่หกอร้าย
    #539
    0
  24. #499 Kaning Guliko (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 01:03
    นิ้วที่หก555555555
    #499
    0
  25. #412 MeMoIr-Nine9 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:56
    ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่!
    #412
    0