อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 21 : คนที่อยู่ข้างๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    24 มิ.ย. 61

คนที่อยู่ข้างๆ

 

            ถ้าโลกนี้มีอสูรอย่างผมได้ งั้นมันก็ต้องมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นสิใช่ไหม...ใช่ไหม

                ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่อย่างนั้นด้วยจิตใจที่วูบโหวง นัยน์ดวงตาไม่จับโฟกัสจุดใด ได้แต่นั่งเหม่อลอยปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอยู่อย่างนั้น กระทั่งใครเดินเข้ามาใกล้หรือเข้ามาเรียกผมก็ไม่มีอารมณ์จะตอบ ไม่มีวี่แววจะโต้ตอบกับใครทั้งนั้น...กระทั่งฮ่องเต้ผมก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

                เรื่องที่อยู่ดีๆ พี่ชายเหลียงหลวนเซียนบุกมาป่วนงานสร้างความโกลาหลให้โลกยุทธภพอยู่ไม่น้อย ศาสตร์ปลุกซากศพที่เขาใช้เป็นวิชาแขนงต้องห้ามที่ถูกเจ้าจอมยุทธ์ทำลายทิ้งไปเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนและเป็นวิชาที่หายสาบสูญไป ไม่คิดว่าเหลียงเหวินหลางผู้นั้นจะฟื้นฟูอวิชานั่นกลับคืนมาอีกครั้งในสภาพเกือบสมบูรณ์ได้ เรื่องนี้สั่นสะเทือนสภาจอมยุทธ์ไม่น้อย เหลียงหลวนเซียนต้องวนไปหารือเรื่องนี้เกือบตลอดทั้งวัน งานเชื่อมสัมพันธไมตรีจึงกลายเป็นการประชุมระหว่างยุทธภพไป ผมถูกคุมขังตัวอย่างแน่นหนา สภาพไม่ต่างจากนักโทษ เหลียงหลวนเซียนพยายามอธิบายว่านั่นเป็นแค่อาการขาดสติเพราะกลิ่นกำยานหลอนประสาทแต่ไม่มีใครเชื่อลง ทุกคนเชื่อว่าผมเป็นอสูรดุร้ายตามตำนาน ต่อให้ไม่ถูกเจ้ากำยานหลอก ผมก็ยังดุร้ายอย่างนั้นไม่เปลี่ยน

                ทางผมก็ไม่มีอารมณ์มานั่งอธิบาย จึงปล่อยให้ทุกคนเชื่อว่าอย่างนั้น ยอมถูกจับมัดตรวนข้อมือกับข้อเท้าด้วยโซ่ ยอมถูกจับปิดตาปิดปาก แม้ดวงตาของมันจะสามารถมองทะลุผ้าได้ก็ตาม แต่ผมก็เลือกที่จะหลับตา ปิดประสาทหู ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

                ไม่กินข้าว ไม่ขยับ สิ่งที่ทำมีอย่างเดียวคือหายใจ แล้วรอเวลากลับพรรค

                เฝ้าเพียรภาวนาอธิษฐานให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ให้จิ้นฝูปลอดภัย ตลอดช่วงเวลาที่ถูกขังผมเอาแต่คิดวนเวียนเรื่องนี้ ไม่ว่าจะตอนที่หลับหรือตื่นก็เหมือนฝันร้ายอยู่เสมอ ภาพที่เขาล้มลงอยู่แทบเท้าด้วยสภาพนองเลือดฝังเข้าไปในดวงตาจนไม่อาจสลัดออกไปได้ สัมผัสเหนอะหนืดจากเลือดที่แปรสภาพเป็นหมึกสีน้ำเงิน กลิ่นคลุ้งคล้ายเหล็กลอยฟุ้งครอบคลุมร่างจนท่วมมิด มันไม่ออกไปจากสมองผมสักที ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ภาพที่ว่าเขาเคยยืนส่งยิ้มหวานมาให้อย่างอบอุ่นก็ไม่มีทางหวนคืนมา ทุกความทรงจำถูกแทนที่ด้วยภาพนั้นภาพเดียว...ภาพสุดท้ายที่เขาจะไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว

                เป็นผมเองที่ทำร้ายเขา ถ้าผมไม่ขาดสติจนทำเรื่องแย่ๆ ลงไป ทุกอย่างคงไม่เป็นอย่างนี้ ถ้าผมฉลาดกว่านี้ รู้ทันและรู้จักระวังตัวมากกว่านี้ จิ้นฝูคงไม่เป็นไร อย่างมากเขาก็อาจจะแค่บาดเจ็บหนัก ไม่ถึงกับต้องมา...ตาย

                ผมจงใจหลีกเลี่ยงคำนี้มาหลายวัน เพิ่งมาตระหนักว่ามันเป็นคำที่หนักหนาสาหัสมากแค่ไหนก็ตอนนี้ ย้อนไปเมื่อครั้งแม่เสีย ผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความหมายของมัน ผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจคำว่าจากลา และความทรงจำร่วมกันของผมกับแม่มันช่างเบาบางเสียจนแทบไม่รับรู้อะไรถึงมันเลย แต่เมื่อเติบโตขึ้น ได้ใช้ชีวิตนานเข้า คำๆ นี้ก็ค่อยๆ จางหายจากผมไป เพราะผมไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาสูญเสียอะไร ทุกความทรงจำ ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา ผมเพียงแค่ใช้เวลากับมันไปอย่างครึ่งๆ กลางๆ กระทั่งช่วงเวลาที่ใช้อยู่กับหยางหมิง มันก็ยังไม่มีน้ำหนักมากเท่าตอนนี้

                มันไม่เคยมีเรื่องดีๆ อะไรเกิดขึ้นกับผม ไม่ได้มีความทรงจำดีๆ มากมาอะไรที่ต้องให้ความสำคัญ แต่เมื่อผมพบเจอกับคนที่สามารถต่อเติมชิ้นส่วนเรื่องราวดีๆ ได้ ผมกลับเป็นตัวการให้เขาจากไป...

                เรื่องทุกอย่างมันไวเหมือนโกหก เพียงแค่หลับตาคิดแล้วนึกถึงก็ยังแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ผมเจอเขาในภูเขาข้างคูน้ำ เขาตกใจกลัวผมจนฉี่ราด แต่พออีกวันผ่านไปเขากลับโผล่ใบหน้าเล็กๆ นั่นมาหาผมอีก สองแก้มแดงเรื่อเปล่งปลั่ง ขาเล็กคอยวิ่งก้าวตามเรียกท่านอสูร...จนวันที่เริ่มสนิทกัน เขาก็เรียกผมว่าอาเฟย

                อาเฟยอย่างนั้นอาเฟยอย่างนี้...

                ชอบอาเฟยที่สุดเลย...

                ขอโทษ

                ขอโทษ....

                ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อีกครั้ง ผมจะยอมจมน้ำตายให้ปอดฉีก ไม่ว่าจะต้องย้อนไปไกลสักแค่ไหน จะตั้งแต่วันนั้นที่รู้จักกันเลยหรือเปล่าผมก็ยอม ขอเพียงแค่ยื้อชีวิตเขาได้ ผมจะยอมเป็นแค่อสูรในเงา โยนปลาให้เขาแล้วรีบจากไป จะไม่ชวนคุย จะไม่สารสัมพันธ์ จะไม่เอาตัวไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขาอีก จะอยู่แต่ในที่ของตัวเอง ไม่ปรากฏตัวออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีกแล้ว ไม่ว่าจะทั้งจิ้นฝูหรือท่านชายน้อย เพราะฉะนั้นได้โปรดเอาเขากลับมาที ถึงผมจะเรียกเขาว่าเทวดาน้อย แต่ผมไม่ได้อยากให้เขารีบกลับสวรรค์สักหน่อย คืนเขามาแล้วเอาผมไปแทนได้ไหม ผมไม่มีอะไรต้องเสีย ผมไม่มีบ่วงอะไรกับโลกนี้ ผมเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว เอาผมไปแทนเถอะ!

                “เจ้า”

                ผ้าที่ปิดตาอยู่ถูกแกะออก ผมจำต้องลืมตาขึ้นมา แสงสว่างจากภายนอกกระทบเข้าม่านตาจนทุกอย่างพร่ามัว เหลียงหลวนเซียนมองผม สายตาเจ็บปวดสุดทน เพียงแค่ผมเห็นหน้าเขา น้ำตาก็ไหลทะลักออกมาจนฉุดไม่อยู่

                “ท่าน...ฮึก ท่านชาย...”

                เหลียงหลวนเซียนมีสีหน้ากล้ำกลืน ฝ่ามือสั่นระริกคู่นั้นยกขึ้นขนาบข้างแก้มอสูรแผ่วเบา ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยคลึงแถวหางตาชื้นแฉะโดยไม่นึกรังเกียจ

                “อสูรอะไรร้องไห้” หยดน้ำตาไหลร่วงลงจากปลายนิ้วโป้งหยดร่วงเป็นวง เหลียงหลวนเซียนคลี่ยิ้มออกมาอย่างฝืดเฝื่อน “มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า หยุดร้องเถอะ”

                “ไม่ใช่ความผิดของข้าที่ไหน! ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเพราะข้าโง่หลงกลศัตรู...ทุกอย่างถึงได้ลงเอยแบบนี้ ข้าทำร้ายเด็กคนนั้นกับมือ ด้วยสองมือของข้า...”

                ไหล่อสูรสั่นเป็นเจ้าเข้า เหลียงหลวนเซียนขบเม้มริมฝีปากบางจนเป็นเส้นตรง ฉวยไหล่สั่นงกทั้งสองกระชากเข้ามาใกล้

                “ข้าต่างหากที่ฆ่าเขา! ทุกอย่างเป็นเพราะความโง่ของข้า...เป็นเพราะข้ายื่นข้อเสนอปัญญาอ่อนให้เขา โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ความจริงคนที่สมควรตายต้องเป็นข้า...”

                ว่าจบร่างท่านชายน้อยก็ทรุดนั่งลงกับพื้นสกปรกของคุก สองมือยกขึ้นกอดอสูรมารดำราวกับคนไร้เรี่ยวแรง ศรีษะทุยซบอยู่แถวลำคออย่างต้องการที่พักพิง

                “...ท่าน”

                “ฉางหลันคืออดีตเพื่อนสมัยเด็กของท่านพี่” เหลียงหลวนเซียนกล่าวต่อโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากข้างลำคอ “ข้าไม่รู้ว่านางมาเป็นสนมได้อย่างไร แต่นางเป็นคนของท่านพี่ไม่ผิดแน่...นางรู้ว่าเจ้าชอบข้ามาตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็ก แต่เพราะจิ้นฝูโผล่เข้ามา แผนของนางจึงเปลี่ยนจากข้าเป็นเขา...ทำให้คนที่ต้องจากไปไม่ใช่ข้า”

                ผมตัวชาพูดอะไรไม่ออก เหลียงหลวนเซียนพูดต่อไปทั้งที่เสียงสั่น

                “สิ่งที่สะเทือนใจจนทำให้อสูรมารดำขาดสติมีอยู่ได้ไม่กี่อย่าง...และหนึ่งในนั้นคือความเสียใจที่ต้องเสียคู่ครองไป”

                เดิมทีอสูรมารดำจะมีคู่เดียวไปจนวันตาย...เหลียงหลวนเซียนกระซิบต่อด้วยลม

                “ทวีกับกลิ่นหลอนประสาทรุนแรงนั่น ทำให้เจ้าเห็นภาพหลอน ขาดสติ ทำร้ายทุกอย่างที่ขวางหน้า เจ้าไม่ได้ตั้งใจ ฉะนั้นอย่าโทษตัวเองอีกเลย ทั้งหมดเป็นเพราะข้า!

                “มันจะเป็นเพราะท่านได้ยังไง ก็คนที่ทำให้เขา...”

                “คนที่ทำให้เขาต้องไปอยู่กลางลานประลองจนเข้าแผนท่านพี่เป็นข้าเอง ข้านี่แหละผิด!

                เหลียงหลวนเซียนตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะชกเข้าที่อกตัวเองเต็มแรงจนเกิดเสียงดังปั่ก

                แต่ชกเข้าทีเดียวคงยังไม่สาแก่ใจ เขาถึงได้ลงแรงชกอกตัวเองอยู่อย่างนั้นราวกับอยากจะให้มันแตกออกมา แรงมากเสียจนผมกลัวกระดูกซี่โครงเขาจะหัก เลยรีบฉุดมือเหลียงหลวนเซียนไว้ “ทำอะไรน่ะ!

                ผมยื้อยุดฉุดมือกับเหลียงหลวนเซียนจนต่างคนต่างเหนื่อย ไม่ว่าจะขอร้องดีๆ จนกลายเป็นตะโกนสั่งให้พอได้แล้วก็ไม่มีความหมาย เหลียงหลวนเซียนก้มหน้า ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมา

                “ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด เสียใจที่ทำให้เจ้าต้องร้องไห้กับความเห็นแก่ตัวของข้า ฟังซะ เพราะข้าตกลงกับเด็กคนนั้นว่าหากเขาชนะประลองได้จนถึงรอบสิบคนสุดท้าย ข้าจะยอมให้เจ้าไปกับเขา แต่ถ้าเขาแพ้ เขาจะต้องเลิกยุ่งกับเจ้า! ทีนี้เจ้าเข้าใจรึยัง ว่าทั้งหมดมันเป็นเพราะใคร!

                ราวกับมีใครเอาน้ำเย็นมาสาดใส่หน้า ผมชะงักนิ่งเป็นหุ่นปูนปั้น จ้องมองเหลียงหลวนเซียนด้วยแววตาสับสนระคนเจ็บแปลบ เหลียงหลวนเซียนเป็นฝ่ายขึ้นเสียงใส่ผม แต่สีหน้าของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน

                “ทั้งหมดเป็นเพราะข้า....ลุกขึ้นอสูรมารดำ ข้ามาเพื่อเรียกเจ้ากลับพรรค”

                “....”

                “ถ้าอยากจะด่าอะไรข้าไว้ให้ถึงพรรคก่อน แล้วข้าจะยอมนั่งนิ่งๆ ให้เจ้าทำอะไรก็ได้” เหลียงหลวนเซียนทิ้งท้ายเช่นนั้นก่อนจะหันหน้าเดินหนีไปไม่หันกลับมามองผมอีก

                ทุกสิ่งมันจุกอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก ผมทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้อีกครั้ง จนคนในพรรคต้องมาช่วยกันพยุงเดินออกจากคุก

                ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ผมมองตรงไปเห็นรถเทียมม้าของตน และโลงสีดำโลงหนึ่งที่ตั้งเด่นอยู่ด้านใน

                ผมคิดจะขอให้เอาจิ้นฝูมาอยู่ในรถม้าคันเดียวกัน แต่เหลียงหลวนเซียนชิงทำให้ก่อนผมถึงได้ไร้บทพูด เดินเงียบๆ เข้าไปนั่งด้านในรถม้าคันใหญ่ ฝั่งตรงข้ามเป็นโลงสีดำไร้ลวดลาย นั่งทำใจอยู่นานจนสุดท้ายก็เดินไปใกล้ กลิ่นผงธูปละเอียดและกลิ่นใบชาที่ใช้ดับกลิ่นสั่นสะเทือนหัวใจผมจนเจ็บร้าว เมื่อใช้มือสั่นๆ เปิดช่องหน้าต่างดูหน้าคนในโลง หัวใจผมก็แหลกละเอียดจนแทบไม่เหลืออะไรไว้แล้ว

                ผิวขาวอมชมพูแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดปานกระดาษ ริมฝีปากที่มักคลี่ยิ้มราวดอกไม้บานสะพรั่งกลายเป็นไร้เลือดม่วงคล้ำ เมื่อลองทำใจยื่นหลังมือไปแตกเข้าข้างแก้ม สัมผัสเย็นเยียบที่ส่งตอบมานั้นไร้ชีวิตเหลือเกิน

วินาทีนั้นผมก็ตระหนักได้ว่ามันไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงๆ...

 

                ตลอดช่วงเวลาการเดินทางกลับพรรค ผมไม่ก้าวออกมาจากรถม้าแม้แต่ก้าวเดียว แต่ละวันใช้หมดไปกับการนั่งคุยกับจิ้นฝู โดนที่อีกฝ่ายไม่อาจโต้ตอบสิ่งใดกลับมาได้อีก

                รำลึกความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ ที่อยู่ด้วยกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมา คำสัญญาทุกคำ ที่ยังไม่เคยทำเร็จเลยสักเรื่อง

                คิดสับสนวนเวียนว่าจะทำหน้าอย่างไรเมื่อพบจิ้นอวี๋ ความเป็นเพื่อนของเราคงต้องจบลงตรงนี้

                หมิงเล่อกับไป๋เยว่พยายามเข้ามาหาผมแต่ผมไม่ยอมเปิดประตูรถม้าต้อนรับ จนสุดท้ายคู่หูคู่นั้นก็ต้องถอดใจจากไป

                ว่ายังไงดีล่ะ...ผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับใครอีกแล้ว พอมองตรงไปเห็นโลงสีดำเลี่ยมด้านหน้า ก็ทำได้เพียงปลงตก เสียใจกับตัวเอง เหมือนว่ายวนอยู่ในบ่อโคลนดูดรอเวลาสำลักตายเท่านั้น

                ผมเคยเลี้ยงสัตว์อยู่ตัวหนึ่ง มันเป็นเพียงแค่ปลาทองหัวโตหน้าตาตลกๆ เท่านั้น...ผมซื้อมันมาโดยไม่คิดอะไร เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่านิ้วหัวแม่มือ เลี้ยงไปเลี้ยงมามันก็โตจนตัวใหญ่กว่ากำปั้น ทั้งตู้ขนาดยี่สิบสี่นิ้วมีปลาทองอยู่แค่ตัวเดียว ว่ายไปว่ายมาทำหน้าตาตลกๆ เวลาผมเครียดผมมักเดินไปนั่งข้างตู้มัน เคาะเบาๆ แล้วชวนปลาทองคุยแก้เบื่อ

                ทว่าทุกอย่างล้วนมีอายุขัย ในวันหนึ่งเวลาก็มาพรากมันไป ทั้งที่มันเป็นแค่ปลา ทั้งที่มันอยู่กับผมแค่สองปีกว่า...ชื่อผมก็ตั้งเอาตลกๆ ว่าเจ้าเซ่อ แต่มันก็ทำเอาผมร้องไห้ไปสามวัน

                ผมรู้ตัวดีเลยว่าตัวเองเลี้ยงอะไรไม่ได้เพราะจะผูกพัน ผมเกลียดความรู้สึกที่ต้องเสียสิ่งที่รัก แค่ปลาตัวเดียวผมก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย แล้วนี่คนทั้งคน รักยิ่งกว่าอะไรดี คิดว่าสภาพจิตใจผมจะย่ำแย่ขนาดไหนล่ะ

                ผมเล่าเรื่องปลาทองให้จิ้นฝูฟังพลางหัวเราะสลับกับร้องไห้อย่างกับคนบ้า

               

                เสียงประกาศต้อนรับขบวนเดินทางของท่านชายน้อยกลับจากวังหลวงดังปลุกผมในเช้ามืดวันหนึ่ง ผมผงกศรีษะขึ้นจากโลงที่กึ่งนอนอิงอยู่ ใบหูกระดิกสองสามทีแล้วก้มหน้างุดลงนอนต่อ

                ตาทั้งสองข้างแสบจนพร่ามัวไปหมด น้ำตาที่ไหลออกมาแห้งกรักจับตัวเป็นขุยสีขาวติดเต็มขนดูน่าตลกไม่หยอก ผมเคาะโลงสีดำนั่นพลางกระซิบ “ถึงบ้านแล้วนะ”

                ไม่มีอะไรตอบกลับมาดังเดิม ผมถอนหายใจ ซุกหน้าลงกับขอบโลง เอนตัวพิงอยู่อย่างนั้นท่าทางทอดอาลัย

                เหลียงจิวซินเร่งนำขบวนมาต้อนรับ แต่ท่าทางจะเป็นการต้อนรับที่ครุ่นเครียดกันมาก ท่านชายน้อยยอบตัวคารวะบิดา สีหน้าเหนื่อยล้าอิดโรย ตลอดการเดินทางผมไม่ยอมออกจากรถม้าและไม่ยอมสนทนากับใคร จนลืมเหลียงหลวนเซียนไปเลย ไม่คิดว่าสภาพของเขาจะชอกช้ำไม่ต่างจากซากศพมากแบบนี้

                ผมจำต้องก้าวเดินลงมาจากรถเพื่อหลีกให้เหล่าผู้ติดตามในพรรคช่วยกันเข้าไปขนโลงสีดำโลงนั้นออกมา จิ้นอวี๋ยืนขยุ้มผ้ากระโปรงจนมือขาว นางถลาเข้ามากอดโลงแล้วร้องไห้ปริ่มขาดใจ

                ผมทนมองไม่ได้ หรือผมไม่มีหน้าจะมองกันแน่นะ สุดท้ายแม้แต่คำที่ตั้งใจจะพูดขอโทษเธอผมยังเค้นให้มันออกจากคอหอยไม่ออก ได้แต่ยืนฟังเสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่อยู่อย่างนั้น เหมือนเป็นเข็มพิษตอกลงกลางใจ ซ้ำยับไม่มีชิ้นดี

                ทุกคน ณ ที่นั้นไม่มีคำพูดใด ได้เพียงทอดมองร่างหญิงสาวเข่าทรุดกองโลงศพลูกชายนิ่งเงียบ หมิงเล่ออดทนไม่ไหวหลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ไป๋เยว่เห็นหมิงเล่อมีน้ำตาก็พยายามใช้อุ้งเท้านุ่มๆ เช็ดแถวข้างแก้ม นายอดีตนักฆ่าเดินย่างกรายเข้าไปหาจิ้นอวี๋ แต่ยังไม่ทันได้แตะตัว ร่างบางระหงก็ล้มฟุบลงไปแล้ว

                “จิ้นอวี๋...นางหมดสติไปแล้ว!

                 จิ้นอวี๋เสียใจจนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา สร้างความแตกตื่นโกลาหลมากนัก เหลียงจิวซินรีบสั่งให้คนพานางไปดูแลอย่างเร่งด่วน

                ร่างของจิ้นอวี๋หายไปในพริบตา เหลียงจิวซินจึงหันมาหาผมกับท่านชายน้อย

                “...มีเรื่องต้องหารือกันเดี๋ยวนี้”

                เรื่องการปรากฏตัวป่วนงานของเหลียงเหวินหลางดังกระหึ่มจนมาถึงหูประมุขพรรคอสูร เหลียงจิวซิน บุรุษผู้เป็นบิดาของทั้งท่านชายน้อยและท่านชายใหญ่วิตกเครียดจนผมทั้งศีรษะขาวโพลน ใต้ขอบตาคมดำคล้ำ ในโถงประชุมโอ่อ่าเต็มไปด้วยคนเก่าคนแก่ของพรรคอสูร ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้ามืดครึ้มราวราหูอม

                “เหลียงเหวินหลางจงใจยั่วยุอสูรมาดำเพื่ออะไรกัน?”

                นั่นคือหัวข้อคำถามสำหรับถกกันในวันนี้ ผมนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานถัดจากเหลียงจิวซินด้วยท่าทางเหม่อลอย ไม่หือไม่อือไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จนบางคนถึงกับยกมือถามว่าฤทธิ์ยาหลอนประสาทยังตกค้างอยู่ในตัวผมอยู่หรือเลยทีเดียว 

                ผมเพียงแค่นั่งฟังพวกเขาคุยกันประหนึ่งตัวเองเป็นคนนอกคนหนึ่ง...ซึ่งผมก็เป็นคนนอกจริงๆ แต่ในเมื่ออยู่ในร่างอสูรมารดำ จะกล่าวว่าตัวเองเป็นคนนอกให้เต็มปากก็ทำไม่ได้ บางครั้งการที่ต้องนั่งสวมหน้ากากเป็นมันผมก็ชักเหนื่อยเหลือทน อยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่ถ้าทำตัวแบบนั้นผมคงถูกตราหน้าว่าเห็นแก่ตัว จนขนาดนี้แล้วถ้ายังหนี ก็อย่ามาเรียกผมว่าอาเฟยอีกเลย

                ถึงจะเสียใจจนแทบอยากตายๆ ไปซะผมก็ต้องทนอยู่ เพื่อรับกรรมกับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต

                การประชุมถกเถียงเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเหลียงเหวินหลางลากยาวไม่สิ้นสุด ย้อนรอยกันไปถึงเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เหลียงเหวินหลางหายตัวจากพรรคไป อะไรที่ทำให้เขาหนีไป แล้วทำไมถึงต้องกลับมาแก้แค้นพรรคซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของตน

                เหตุใดเป้าหมายถึงเป็นอสูรมารดำ แล้วเขาไปนำเอาวิชาปลุกศพคืนชีพมาจากไหน หลายคนลงความเห็นว่าเขาอาจถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง แต่ผมว่าไม่ใช่...กระนั้นก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกไป

                ไม่ใช่แค่ผม แต่เหลียงหลวนเซียนก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นด้วยเช่นดัน เราสองคนต่างนั่งเงียบมุมใครมุมมัน กลับไปอยู่ในสภาพไม่เหลียวมองแลแค่หางตากันเหมือนเดิม

                จนหัวข้อการประชุมวกมาถึงเรื่อง...

                “ศิษย์หลิ่วก้านลู่ที่วายชนม์จากเหตุการณ์ครั้งนี้”

                ผมกับท่านชายน้อยเผลอยืดตัวขึ้นแทบจะพร้อมกัน

                “เด็กหน้าสวยๆ คนนั้นน่ะรึ...”

                “ใช่ เป็นศิษย์ของทั้งท่านหมอหลิ่วและอาจารย์หวัง”

                “...น่าเสียดายยิ่ง”

                นานทีปีหนจะมีเด็กแววเด่นๆ ออกมาสักคน ยิ่งเป็นเด็กดีด้วยแล้วสีหน้าของผู้อาวุโสในพรรคจึงค่อนข้างเห็นอกเห็นใจกับการจากไปครั้งนี้ไม่น้อย

                “แล้วท่านหมอหลิ่วรู้เรื่องนี้หรือยัง”

                “ตอนนี้เขาไปรักษาคนอยู่ที่อีกเมืองหนึ่ง แต่มีคนไปแจ้งข่าวแล้ว คิดว่าน่าจะกำลังกลับ...”

                ปัง!

            “นำศิษย์ข้าออกมาเดี๋ยวนี้!

                ไม่ทันจบคำดีหลิ่วก้านลู่ก็เปิดประตูพรวดเข้ามาในโถงประชุม กรอบหน้าเรียวโซมเหงื่อซกเหมือนรีบเร่งวิ่งมาตลอดทาง เขาเดินอาดๆ เข้ามากลางห้องประชุม ตะโกนสั่งเหลียงจิวซินให้นำโลงของจิ้นฝูเข้ามาเดี๋ยวนี้

                “นั่งคอแข็งอยู่ได้ข้าบอกให้เอามา!

                “ใจเย็นๆ น่า...” เหลียงจิวซินยกยิ้มอ่อนๆ พลางทำมือเหมือนอยากให้นายหมอหลิ่วใจเย็นลง ผลปรากฏว่าใบหน้าหมดจดยับยู่ทันควัน ในตาพลันขวางขึ้นมาดื้อๆ สองมือทิ้งกระเป๋ายายกขึ้นกอดอกจ้องเขม็งไปยังเก้าอี้ตำแหน่งประธาน

                การประชุมเป็นต้องจบลงไปทั้งอย่างนั้น เหลียงจิวซินสั่งให้คนรับใช้ยกโลงสีดำเข้ามาในห้อง พอโลงวางถึงแท่นปุ๊บ หลิ่วก้านลู่ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการเปิดฝาโลงดังผัวะ แล้วโยนฝาทิ้งแบบไม่ใยดี

                ผมลุกลี้ลุกลน จะขัดก็ไม่กล้า จะเดินเข้าไปขาก็แข็งจนไม่ขยับ ทำได้เพียงยืนละล้าละลังอยู่ด้านหลัง

                ท่านชายน้อยยืนเงียบๆ เยื้องด้านข้าง ไม่ปริปากพูดอะไร ทอดมองร่างหลิ่วก้านลู่เงียบเชียบ

                หลิ่วก้านลู่จัดการจับชีพจรทั้งเจ็ดที่ทันที หัวคิ้วโค้งขยับขมวดเป็นปมมุ่น “...ไม่เต้นแล้ว”

                รู้ทั้งรู้ว่าชีพจรกับหัวใจของเขาไม่ทำงานมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะได้ยินสักกี่ครั้งหัวใจผมก็ยังไม่ชินสักที ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมร้องให้จนน้ำตาไม่เหลือแล้ว แต่แค่ได้ยินว่าชีพจรของเขาไม่เต้น ก็ไม่รู้ว่าร่างกายไปผลิตน้ำตามาจากไหนให้มันไหลใหม่

                หลิ่วก้านลู่นิ่งเงียบไป ดวงตาดำขลับจับจ้องร่างเล็กแน่นิ่ง ทันใดนั้นเขาก็จัดการยกมือขึ้นฉีกเสื้อผ้าจิ้นฝูออกจากกันเป็นชิ้นๆ

                “ทำอะไรของท่านน่ะ! ผมตกใจ ตะโกนสวนขึ้นทันที

                ท่านหมอหลิ่วไม่ตอบ สายตาคู่คมกวาดส่องไปทั่วร่างจิ้นฝูปราดหนึ่ง ก่อนใช้นิ้วบี้ขยี้รอบแผลยาวที่หน้าท้องซึ่งผมเป็นคนฝากเอาไว้อย่างรุนแรง

                ผมกรีดร้องในลำคอ ถึงจิ้นฝูจะไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่แล้วแต่จะมาทำแบบนี้กับร่างเขาไม่ได้นะ!

                “ท่าน!...”

                “...เลือดสีน้ำเงิน”

                น้ำเสียงเฉียบสยบเสียงทุกอย่างให้สงบในครั้งเดียว ผมสูดหายใจลึก จดจ้องปลายนิ้วเรียวที่ปาดคราบสีน้ำเงินขึ้นมา หลิ่วก้านลู่หรี่ตามองคราบเลือดสีน้ำเงินบนปลายนิ้ว พลางบี้ไปมาเหมือนกำลังตรวจสอบ

                หัวใจผมเต้นแรงขึ้น รีบเอ่ยถามหลิ่วก้านลู่จนลิ้นพัน “มะ...มันทำไมเหรอท่านหมอ”

                “เด็กคนนี้ตายแล้วแน่นอน” หลิ่วก้านลู่หลับตาลงพูดกับผม ความจริงข้อนั้นกระแทกเข้าเต็มรักจนผมเกือบทรุดลงกับพื้น ถ้าไม่ได้ยินประโยคถัดมา... “แต่เอาคืนมาได้”

                “หมายความว่ายังไง!!

                ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่ดีใจ ทั้งเหลียงจิวซิน หมิงเล่อ ไป๋เยว่ จนท่านชายน้อยล้วนมีสีหน้ามีความหวังกันทุกคน

                “อสูรมารดำ เจ้าจำเหตุการณ์ที่เจ้าหมดสติไปสามเดือนได้หรือไม่”

                “จำได้...”

                “แล้วจำได้ใช่ไหวว่าเด็กนี่อาสาเป็นคนลองยาแทนเจ้า”

                “ใช่ แล้วท่านก็บอกว่าพิษจะตกค้างอยู่ในร่างเขาตลอดชีวิต...หรือว่า...”

                หลิ่วก้านลู่แสยะยิ้มเย็น “เจ้าเคยต้องเกือบตายเพราะถูกไฟครอก ข้าจึงต้องหาทางผสมยาซึ่งมีฤทธิ์เย็น เด็กคนนี้ทดลองดื่มไปมากกว่าสามสิบถ้วยจนพิษค้างอยู่ในร่างเปลี่ยนเลือดของเขาเป็นสีน้ำเงิน ตอนนี้ฤทธิ์ยานั่นแช่แข็งอวัยวะภายในของเขาทั้งหมด”

                ยิ่งฟังก็ยิ่งงง ผมหันหน้าไปมองเหลียงหลวนเซียน ในขณะที่ดวงตาสีเทาคู่นั้นก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน

                “ก็หมายความว่าเด็กนี่น่ะตายแล้วแต่ก็เหมือนยังไม่ตาย เพราะยานั่นแช่แข็งอวัยวะทั้งหมดในร่างแม้แต่ชีพจร ทำให้ตายก็เหมือนไม่ตาย ถ้าจะเอากลับคืนมาก็ใช่จะไม่มีหนทาง”

                “แล้วต้องทำยังไง!

                ผมรีบเดินจ้ำไปคว้ามือหลิ่วก้านลู่ อีกฝ่ายไม่ได้สะบัดทิ้ง แต่จ้องตาผมตอบแทน

                “น้ำหวานของดอกหลี่เถียไกว่ ดอกไม้พิสุทธิ์เทพ มาจากตำนานของเทพแปดเซียนนามเดียวกับดอกไม้ เป็นเซียนแห่งการรักษา ขอเพียงแค่มีน้ำหวานจากดอกไม้นั่น ข้าก็สามารถรักษาเจ้าหนูนี่ได้”

                “แล้วดอกไม้นั่นอยู่ที่ไหน ข้าจะไปหามาให้เดี๋ยวนี้” ผมกระชับมือที่จับอยู่ให้แน่นยิ่งขึ้น คราวนี้สีหน้าของหลิ่วก้านลู่เปลี่ยนเล็กน้อย ประกายแววตาอัดอั้นฉายวาบ

                “เจ้าไม่มีทางนำมันมาได้หรอก...”

                “ไม่! ไม่ว่าดอกไม้นั่นจะอยู่ที่ไหนข้าก็จะ...”

                “ดอกไม้นั่นอยู่ที่พรรคเซียนสวรรค์” เหลียงจิวซินเอ่ยแทรก “มันเป็นดอกไม้ในตำนานที่หายากยิ่งนัก ครั้งล่าสุดที่มีคนพบเห็นคือกว่าห้าร้อยปีก่อน และจุดที่พบคือพรรคเซียนสวรรค์...ดอกไม้นั่นเป็นดอกไม้ของพรรคนั้น การจะไปนำมานั้นอันตรายมาก พรรคเซียนสวรรค์ดูแลรักษาดอกหลี่เถียไกว่เป็นอย่างดี เพราะเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำของประมุขพรรค”

                “และที่สำคัญ ใช่ว่าเจ้าไปแล้วเจ้าจะเจอดอกไม้นั่น หรือถ้าเจ้าไป ก็ใช่ว่าเจ้าจะนำมันกลับมาได้” หลิ่วก้านลู่เสริม “เจ้าอาจจะต้องพบกับงูเจ็ดพิษ ศัตรูตามธรรมชาติของเจ้า เพราะดอกไม้นั่นน่ะขึ้นอยู่ใต้ดิน”

                “ถ้าอย่างนั้นท่านจะพูดแต่แรกทำไม” ผมโวยวาย ถ้าจะมาห้ามกันอย่างนี้ก็อย่าหวัง ผมไม่ยอม!

                “ข้าแค่บอกว่ามันมีหนทางรักษา แต่เจ้าคิดว่ามันเสี่ยงได้รึ! กว่าเจ้าจะเดินทางกลับมาจากวังหลวงร่างเด็กนี่ก็เย็นจนเหมือนแช่อยู่ในหิมะแล้ว ถ้ายังต้องมารอดอกไม้ที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ ยังไงก็ตาย!

                “นี่ท่านเป็นอาจารย์หมอของจิ้นฝูจริงรึเปล่า ทำไมพูดแบบนี้!” ผมกำมือเถียงสู้ยิบตา “ยังไม่ทันลองเลย”

                “ของแบบนี้มันลองกันไม่ได้อสูรมารดำ” เหลียงจิวซินส่ายหน้าใส่ “พูดแบบนี้คงฟังดูใจดำ แต่ท่านสำคัญกับพรรคของเรามาก เราเสียท่านไปไม่ได้”

                “ข้าก็เสียเขาไปไม่ได้”

                เหมือนเห็นเส้นแบ่งแยกระหว่างกัน ผมประจันหน้ากับประมุขพรรคอสูรและอาจารย์หมอของจิ้นฝู ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้

                หมิงเล่อหันมองซ้ายขวาของสองฝั่ง ก่อนจะก้มหน้ากลั้นใจไปยืนอยู่ข้างเหลียงจิวซิน

                “ท่านอาจารย์ ข้าว่าคราวนี้เชื่อท่านประมุขเถอะ!

                “ว่าไงนะ หมิงเล่อ กระทั่งเจ้าก็...”

                “ไม่ใช่ว่าข้าไม่รักจิ้นฝูหรอกนะ!” หมิงเล่อแย้งเสียงดัง “แต่จากที่ข้าฟังดูมันอันตรายเกินไป ถ้าท่านนำดอกไม้กลับมาไม่ได้ นอกจากเราจะเสีนจิ้นฝู เราก็จะเสียท่านไปอีกคน...ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าคง...”

                หมิงเล่อพูดไปน้ำตาก็คลอไป ผมเจ็บปวดไปหมดทั้งใจ อยากจะบอกทุกคนในโถงนี้ว่าตัวผมมันไม่ได้มีค่าอะไรให้ใครเสียดายหรอก อย่ามาเป็นห่วงผมเลย ผมไม่ได้มีความสำคัญมากมายอะไรขนาดนั้น

                “หม่าม้า ไม่ไป” ไป๋เยว่ยืนอยู่ข้างเท้าผม กระโดดขึ้นตะกุยขา ดวงตากลมโตสีชมพูทับทิบฉายแววเว้าวอน

                “ไม่ได้ ข้าต้องไป”

                “ไม่” ไป๋เยว่ส่ายหัวดิ๊ก

                ผมคิดว่าแค่นี้คนก็ห้ามผมเยอะพอแล้ว แต่จู่ๆ ก็มีคนโผล่เข้ามาห้ามอีก

                “อย่าไปเลยอาเฟย”

                “จิ้นอวี๋...”

                อะไรกันเนี่ยยยยย

                “เจ้าไปนอนพักเถอะจิ้นอวี๋” ผมรีบปราดเข้าไปหานาง แล้วพยายามทำขนพองๆ บังร่างที่นอนนิ่งอยู่บนแท่นไว้ให้มิดแต่คงไม่อาจรอดพ้นของนางได้

                “ถ้าเจ้าไปอีกคน จิ้นฝูคงเสียใจมากกว่านี้”

                “แต่...”

                “ไม่ใช่ความผิดอาเฟย ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหยุดเถอะนะ ได้โปรด” จิ้นอวี๋พูดไปก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง

                นี่มันจะจบลงอย่างนี้จริงเหรอ! ทั้งที่มีวิธีช่วยเขาได้แต่ผมจะทำอะไรไม่ได้เลยหรือไง ผมกัดฟันกรอด เมื่อหันมองไปทางไหนก็ไม่มีใครเป็นพวก ผมมองเลยไปหาร่างจิ้นฝูหัวใจก็ราวกับถูกเข็มทิ่ม อยากจะร้องระบายออกมาดังๆ สักทีเพื่อทุเลาความขุ่นเคืองในใจ

                “ข้าว่าต้องไป”

                ข้างๆ ตัวผมมีใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ เหลียงหลวนเซียนยืนกำมือแน่น มองตรงไปหาบิดาแน่วแน่

                “เจ้าว่าไงนะ”

                “ข้าก็จะไปกับ...อะ...อาเฟย”

                “เหลียงหลวนเซียน นี่ไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น!

                ผมกำลังงงงวยอยู่นั้นถูกฝ่ามือหยาบคว้าไปจับหมับ เหลียงหลวนเซียนกุมมือผมแน่น ยืนหยัดอยู่ข้างๆ ไม่ยอมถอย

                “ข้าจะไปเอาดอกไม้นั่นกลับมารักษาจิ้นฝู!

                “หลวนเซียน ฟังพ่อ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องเข้ามายุ่ง”

                “แต่เด็กคนนั้นเป็น...คนสำคัญของอสูรมารดำ ท่านพ่อจะละเลยคนที่อสูรมารดำใส่ใจงั้นเหรอ”

                “หลวนเซียน!

                “ไม่รู้ล่ะ ข้าจะออกเดินทางไปกับอสูรมารดำ! ใครก็ห้ามข้าไม่ได้ ประสาชีวิตคนในพรรคยังรักษาไม่ได้ ข้าก็ไม่เหมาะจะเป็นประมุขพรรคคนต่อไปแล้วล่ะ จะกลัวอะไรกับแค่พรรคเซียนสวรรค์กัน ข้าเหลียงหลวนเซียน จะไปกำราบมันแล้วเอาดอกไม้ที่ชื่ออะไรสักอย่างนั่นกลับมารักษาเด็กนั่นให้หายให้ได้ ต่อให้ขนม้าทั้งพรรคมาฉุดข้า ข้าก็จะฉุดม้าพวกนั้นออกเดินทางไปด้วย พอกันที ข้าอดทนมาพอแล้ว!

                 เหลียงหลวนเซียนระเบิดอารมณ์ตู้มเดียวเหมือนโมโหมาสักสิบชาติ ฝ่ามือที่กุมมือผมอยู่กลับกระชับแน่นไม่ยอมผละปล่อย เหมือนต้องการจะยืนยันว่าเขาอยู่ฝั่งเดียวกับผม

                ผมมองไปที่แววตาของเขา เหลียงหลวนเซียนหันกลับมามองตอบ คราวนี้ไม่ยอมละสายตาหนีใส่กันอีก

                “ข้าไม่ได้ทำเพราะอยากไถ่บาปหรอกนะ”

                “...”

                “ข้าก็แค่อยู่ข้างเจ้า เจ้าอยู่ไหน ข้าอยู่นั่น ก็เท่านั้นแหละ”

                 


------------------------------------------------------------------


เข้าสู่ช่วง บวกพรรคหลวงพี่ สนับสนุนโดยท่านชายน้อย----//เดี๋ยว


ว้ากกกกก เรียนจบแล้วครับบบบ ปิดเทอมแล้ว ทว่าเกรดยังไม่ออก และการบ้านช่วงปิดเทอมนี่แบบ.....//ร้อง


เจอคำผิดตรงไหนขอโทษนะครับ เดี๋ยวมาแก้นะ //-//




รูปอาเฟยแบบปื๊ดเดียวพรืดไปเลยของผมเอง ถถถถถถถถถถถถถถถ


ฝันดีครับผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2113 Kily (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 17:48
    รู้ตัวอีกทีน้ำตาไหลละ สรุป หนักทุกเรื่อง
    #2,113
    0
  2. #2065 NNieNamich (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:53
    กลับมาอ่านกี่ทีก็ร้องไห้ตลอด เป็นนิยายที่ตรึงใจตลอดกาลจริงๆ
    #2,065
    0
  3. #2021 y_pps (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:20
    หลวงพี่ต้องใจดีให้ผ่านสิคะ แงงง
    #2,021
    0
  4. #2012 shin ai2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:38
    “ดอกไม้ที่ชื่ออะไรสักอย่างนั่น” 55555555555555
    #2,012
    0
  5. #1964 FernNAlls (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:30

    //กัดหมอนแน่นๆ
    #1,964
    0
  6. #1856 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 02:13

    ฮือออออออ ช่วยน้องให้ได้นะ
    #1,856
    0
  7. #1849 Praew11998 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 08:48
    งื้ออออเราร้องแล้วนะ เอาจิ้นฝูกลับมาเถอะ จะเอาจิ้นฝูจะเอาจิ้ฝูเป็นของอาเฟยและอาเฟยต้องเป็นของจิ้นฝูคนเดียว จิ้นฝู+10000000000
    #1,849
    0
  8. #1819 BaiChaKung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 20:41

    โง้ยน่าย้าก ???? ใครจะเแ็นพระเอกกันแน่นะ วาป์ไปดูตอนจบเลยได้ไหม555

    #1,819
    0
  9. #1809 อสูรเงาปีศาจ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 00:19

    แมร่งเอ๊ยยยยยยย น้ำตาแตก
    #1,809
    0
  10. #1605 bb.smile (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:12
    ร้องไห้ ฮือออออ
    #1,605
    0
  11. #1521 mumuninnin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 10:49
    ท่าชายน้อยพระเอกได้มั๊ย ใจจะขาด ฮื่อออออออออออออออออออ เราทำใจไม่ได้จริงๆ
    #1,521
    0
  12. #1279 Wan_asl3 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:02
    ร้องไห้2ตอนติดเลย โหหหห นี้ไม่รู้จะลงเรือไหนเลย อยากเก็บเธอไว้ทั้งสามคน คนนึงก็รัก คนนึงก็อดีต คนนึงก็ใสซื่อ หื้ออออ
    #1,279
    0
  13. #1112 Takgy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:46
    โอ้ยตับจะพัง. ร้องไห้เลย.
    #1,112
    0
  14. #774 ohjesus (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 19:16
    หรือว่าอาเฟยจะมีโอกาสกลับโลกเดิม แบ้วผู้ชายที่เจอที่สะพานตอนนั้นก็คือจิ้นฝูกลับชนติมาเกิด!? ไปรักกันในชาติใหม่!?
    #774
    0
  15. #714 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 23:32
    ขอบคุณค่ะ
    #714
    0
  16. #678 Asia010745 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 10:59
    โอ๊ยน้ำตาไหลซึ่งอ่ะนึกว่าจิ้นฟูจะตายจริงๆแล้ว
    #678
    0
  17. #355 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:32
    จิ้นฝูจะคืนชีพ!!! จิ้นฝูต้องไม่ตาย!!!! จิ้นฝูต้องมาเป็นสามีของอาเฟย!!!!!
    #355
    0
  18. #285 momo-moon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:30
    ฮืออ ทำใจไม่ได้ ต้องช่วยจิ้นฝูให้ได้นะ อาเฟยน่าจะฆ่า-พี่ชายนั้นตั้งแต่ แค้นนมากกมาทำให้จิ้นฝูตาย
    #285
    1
  19. #284 MiNt565 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:56
    แล้วอาเฟยจะมีโอกาสได้เป็นมนุษย์อยู่มั้ยเนี่ย อยากเห็นจังงงง
    #284
    1
  20. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:44
    ฮือออ..ทุกคนนี้ดีไปหมดเลยชั้นเลือกไม่ด้ายย
    #278
    1
    • #278-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:28
      ฮือออ ขอบคุณที่ติดตามครับ
      #278-1
  21. #274 .•:*´Lenna`*:•. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:47
    สรุปดรื่องนี้ไม่ฮาเร็มใช่มั้ย นี่ต้องเลือกจริงๆหรอ ฮื้อออ
    #274
    1
    • #274-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:27
      ฮือออ T__T เข้าใจฟีลเลยครับ
      #274-1
  22. #270 punsha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:36
    เรือเราไม่ล่มแล้ว จิ้นฝูยังมีโอกาสฟื้น
    #270
    1
    • #270-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:11
      เอาใจช่วยน้องกันครับ ;-;
      #270-1
  23. #269 คุณหลอกดาว! (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:58
    เรืออาเฟยต้องไม่ล่มอาะแกรรรรรรรรรร
    //ต่อให้ไม่มีเรือรี้ดก็วิ่งบนน้ำได้ยยยยย
    โฮะะะะะะะะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๅๅ
    #269
    2
    • #269-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:10
      ขอขำความวิ่งบนน้ำนะครับ5555
      #269-1
  24. #268 darlingcutety (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:09
    ฮาเร็มเถอะคะ เลือกลงเรือไม่ถูกเลยT____T
    #268
    1
    • #268-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:10
      T-T โอ๋ๆนะครับ
      #268-1
  25. #267 Miyakochan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:00
    :;(∩´﹏`∩);:
    #267
    2
    • #267-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:09
      \T__T/
      #267-1
    • #267-2 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:10
      \T__T/
      #267-2
  26. #266 snowdraqon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:33
    เอามันทุกเรือออแ
    #266
    1
    • #266-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:09
      กันเหนียว😂
      #266-1
  27. #265 aquasoman (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:30
    โอ้ยดีนะเรือไม่จม555555555(ถึงเราจะเหยียบทุกเรือก็ตามที u__u) สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค้าบ
    #265
    1
    • #265-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:09
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ💕
      #265-1
  28. #264 ThitiyaPoonroam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:03
    ถ้าจำไม่ผิดอสูรมารดำมีชะตาผูกไว้สามคนนึกว่าจะเหลือสองซะแล้วฮือร้องให้หนักมาก
    #264
    1
    • #264-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:08
      แงงงง ขอบคุณมากครับ
      #264-1
  29. #263 Forurin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:59
    เรารักในจิ้นฝูนะYYYYuYYYY ฮือเชียร์มาตลอดตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ยอมรับเลยว่าใจหายมากๆ แต่มาถึงขนาดนี้แล้วก็ขอให้รอดด้วยเถอะนะ โฮฮฮฮฮฮฮฮจิ้นฝู
    #263
    1
    • #263-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:08
      ขอบคุณที่ชอบน้องครับ T-T
      #263-1
  30. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:27
    ฮือออ กลับมานะอาฝู รักน้าาา
    #262
    1
    • #262-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:07
      ส่งใจให้น้องงง ;-;
      #262-1
  31. #261 Poani (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:06
    คือ เรื่องเรือไม่ถูกเหมาหมดได้ไหมคะ
    #261
    1
    • #261-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:07
      เหมาเลยครับ//โบกธง
      #261-1
  32. #260 cantus1011 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:30
    เราลงเรือชายน้อยมานานเเร้ว แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก้ใจหายเหมือน จิ้นฟูมีบทในเรื่องมากเกินจะทำใจยอมรับว่าตายไปแร้ว ก้เข้าใจความรุสึกของมารดำนะ แต่ก้สงสารชายน้อยเหมือนกัน รักเขาข้างเดียว หวังว่าอสูรน้อยของเราจะเปิดฮาเร็มเป็นจิงเป็นจังสักทีนะ สงสารชายน้อยของช้านนนนนน
    #260
    1
    • #260-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:06
      T__T ขอบคุณที่เอาใจช่วยชายน้อยครับ
      #260-1
  33. #259 Ziolp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:04
    ประมุขพรรคหลวงพ่อช่วยคุณได้ 5555
    #259
    1
    • #259-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:05
      5555มีสะดุ้งกันเลยทีเดียวครับ
      #259-1
  34. #258 ดารุมะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:40
    บ้างครั้งก็เครียดบ้างครั้งก็ลังเลใจว่าจะอยู่เรือไหนดี ทุกทีจิ้นฝูตลอดมาตอนนี้ เอ๊ะ!!ท่านชายน้อยก็ชักน่าลงเรือละ ...เอาเป็นว่า3pไปเลยละกัน ฮ่า#มิใช่ไรกลัวลงเรือผิด เรือฝูน้อยฉันเกือบจมไปแล้ว ตอนนี้ก็ล่อแล่ ฮืออออ#ส่วนหลวงพี่ สึก!?เมื่อไรจะเปลี่ยนมาโหลด4pละกันนะ555#ขอบคุณค่าา
    #258
    1
    • #258-1 lawliet30101979(จากตอนที่ 21)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:04
      😂 เชื่อมั่นในเรือเข้าไว้ครับ ฮึบบบ#ขอบคุณเหมือนกันครับผม
      #258-1