อสูรโฉมงามกับความป่วงของเขา สนพ. xingbooks [Yaoi]

ตอนที่ 2 : สหายน้อยกลางป่าดง (มาเพิ่มชื่อตอนครับผม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 654 ครั้ง
    15 มี.ค. 61

สหายตัวน้อยกลางป่าดง 

 

            ยังไงก็ทำใจยอมรับไม่ได้!!

                ลำพังแค่โผล่มาที่ไหนก็ไม่รู้ยังแย่พอแรงแล้ว แต่การที่จู่ๆร่างกายก็กลายเป็นตัวอะไรสักอย่างแบบนี้มันทำใจยากยิ่งกว่า ไอ้ผมน่ะก็เคยอ่านพวกนิยายทะลุมิติอะไรเทือกนั้นอยู่หรอก แต่ส่วนมากตัวเองจะต้องไปโผล่กันในวังไม่ใช่เหรอ...หรืออย่างน้อยก็ต้องไปเข้าร่างพวกรูปโฉมงามสะคราญปฐพี หน้าตาดีๆ ความสามารถล้นๆ แต่นี่มันอะไร....ชื่อยังเรียกไม่ถูกเลย!

                “บ้า บ้าที่สุด!!” แค่ผมโก่งคอตะโกนระบายอารมณ์ นกตัวเล็กตัวใหญ่ที่เกาะกันอยู่แถวนั้นก็พากันบินพรึบออกมาจนแทบจะบินชนกันตายด้วยความตกใจ ต้นไม้ใบหญ้าพลันสั่นไหว ไปๆมาๆดินที่เหยียบอยู่ก็สะเทือนเล็กๆ....ไม่ต้องบอกกันยาวผมก็รู้ตัวเองดี...ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้มันโคตรแข็งแกร่งเลยนี่หว่า!

                แล้วตัดภาพไปที่ตัวผมยามปกติสิ ผู้ชายตัวเล็กๆบางๆที่แค่ยุงยังตบไม่ตายแบบนั้นจู่ๆก็มาเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับดูดิบเถื่อนเช่นนี้ พระเจ้าจะต้องจงเกลียดจงชังอะไรสักอย่างในตัวผมแน่ๆ อะไรกันเล่า...แค่ผมน่ารักหน่อยเดียวไม่ได้ทำให้ผู้ชายทั้งโลกหยุดผสมพันธุ์กับผู้หญิงสักหน่อย! หรืออย่างน้อยผมก็ไม่ได้เจ้าชู้มั่วซั่วเหมือนกับเจ้าบ้าหยางหมิง...

                ใช่...พี่หมิง

                ผมโดดลงน้ำตามเขามา...งั้นเป็นไปได้มั้ยว่าเขาเองก็จะโผล่มาที่นี่ด้วยเหมือนกัน

                ถึงจะยังมีเรื่องที่ทำใจยอมรับทันทีไม่ได้ก็เถอะ...แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ต้องตามหาเขาล่ะนะ

                ผมหยัดกายลุกขึ้นยืน ส่วนสูงของเจ้าอสูรถ้าให้กะก็ไกล 2 เมตรมามากอยู่ ผมถอนหายใจปลดปลง...ลาก่อนสัดส่วนน่ารัก ลาก่อนท่าช้อนตาอ้อนที่มีแต่คนตัวเล็กเท่านั้นที่ทำได้ ไม่สิ ต่อให้ตัวเท่าเดิม แต่ถ้าลองกลายเป็นอสูรขนดำนี่ยังไงคนก็วิ่งอยู่ดี

                “พี่หมิง! อยู่แถวนี้รึเปล่า”

                ผมลองเดินวนรอบแม่น้ำที่โผล่มาดู แต่ก็ไม่ปรากฏร่างหรือตัวอะไรที่สมควรจะเป็นหยางหมิงเลย หรือเขาจะมาก่อนแล้ว...แล้วตอนนั้นผมยังไม่ตื่น เขาไม่รู้ว่านั่นเป็นผมเลยตกใจกลัววิ่งหนีไป...    

                หรือไม่ก็มีอยู่อย่างเดียวคือมันรอดแล้วผมโผล่มานี่คนเดียว บันเทิง!!

                ผมสลัดขนที่ยังเปียกชื้นไปมา ให้ตายเถอะนี่มันท่าสลัดขนหมาชัดๆ พยายามสะกดจิตว่าตัวเองยังน่ารักตัวเล็กแล้วทำท่าเมื่อกี้ก็พอจะปลอบใจได้บ้าง...และเมื่อขนตามตัวเริ่มหมาดลง ความฟูฟ่องก็บังเกิด...ก็รู้อยู่หรอกว่าเจ้าตัวนี้มันขนหนา แต่ก็ไม่คิดว่าพอเริ่มแห้งแล้วจะพรึบพรับแบบนี้...เดี๋ยวสิ ขนฟูอย่างงี้มองไปมองมาก็คล้ายกับขนปอมเบอร์เรเนี่ยนอยู่นะเนี่ย...

                บ้าเหรอ! เอาสติกลับมาเดี๋ยวนี้นะอี้เฟย!

                หลังจากที่หาโขดหินขนาดใหญ่เหมาะๆได้ ผมก็ทรุดร่างยักษ์นั่งลงไป ทำหูทวนลมไม่สนใจเสียงก้อนหินที่ส่งเสียงปริเพราะน้ำหนักตัวของเจ้าอสูร...อืม ลาก่อนน้ำหนัก 45 ตลอดกาลของผม

                เอาล่ะ ไหนมาลองขุดคุ้ยความทรงจำของเจ้าอสูรนี่กันดีกว่าว่ามีอะไรที่พอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง...ผมหลับตาลง เพ่งสมาธิไปยังความทรงจำทั้งหมดของเจ้าอสูร และภาพที่ปรากฏขึ้นมาส่วนมากก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากล่าสัตว์ กิน นอน วนเวียนอยู่แบบนี้ แต่ที่เด่นชัดที่สุดก็เนื้อกวางขาว อ้อ ชอบกินเนื้อสินะ...เนื้อกระต่าย เนื้อตะพาบ เนื้อปลาหิมะ...เนื้อ...ไม่ ไม่ได้มีประโยชน์เลยโว้ย!!

                “ไอ้อสูรเห็นแก่กิน” ผมอดบ่นพึมพำด้วยเสียงแหบต่ำไม่ได้ ค้นมาทั้งหัวมีแต่เรื่องเนื้ออะไรอร่อยที่สุดซะอย่างนั้น ผมลองหลับตาดูอีกครั้งด้วยความอดทน คราวนี้ล่ะมันต้องมีอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างสิฟะ ทั้งชีวิตของเจ้านี่จะมีแต่เรื่องหาของกินได้ยังไงไม่มีทาง...

                วูบ....

                ภาพความทรงจำหนึ่งลอยเข้ามาในสมอง เป็นภาพเจ้าสัตว์ประหลาดนี่เดินไปที่ต้นแม่น้ำนั่น...แล้วก็กำลังมองหาสอดส่องอะไรบางอย่างดู ท่าทางของมันเหนื่อยมาก ดูแล้วคงเป็นของสำคัญ...ผมตั้งสามาธิไปอย่างจดจ่อ หัวใจเต้นรัวเร็วยิ่งขึ้นเมื่อมองเห็นอะไรลิบๆในน้ำ....

                ปลา...

                ปลาตัวบะเอ้ก....

                อสูรขนฟูกู่ร้องดีใจ แล้วก็โดดตู๊มลงแม่น้ำไปเพื่อจะจับไอ้ปลาตัวใหญ่ลายแปลกๆนั่น แล้วภาพทุกอย่างก็หายไป เป็นอันรู้กันว่าความทรงจำนั้นจบลงเพียงเท่านี้ ผมลืมเปลือกตาขึ้นมาอย่างสงบ เพื่อยอมรับความจริงที่ว่า...ไอ้อสูรตัวนี้จมน้ำตายเพราะอยากกินปลา

                อา...บัดซบ

                ไอ้อสูรโง่เอ๊ย! ทำไมแกทำตัวเห็นแก่กินแบบนี้!! ผมคำรามสุดพลัง ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิด เปลวไฟสีฟ้าอ่อนพวยพุ่งออกมาจากปากพรึบ! “แว้ก!!

                พ่น...พ่นไฟได้เรอะ!? ตกลงแกเป็นตัวอะไรกันแน่ล่ะเนี่ย!

                “หวา!

                เสียงร้องเล็กๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ผมเบนหน้าหันไปมองก็พบกับเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารัก...(แต่น้อยกว่าผมตอนเป็นมนุษย์) คนหนึ่ง ท่าทางตื่นตระหนกราวกับกระต่ายน้อยของเขาดูแล้วน่าเอ็นดูไม่หยอก ใบหน้าเล็กสวย ดวงตากลมโตคล้ายเอ่อน้ำอยู่ตลอดเวลาดูมีเสน่ห์ชวนให้เข้าใกล้ แต่ทว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่กลับเก่าขาด และมีรอยเย็บเป็นหย่อมๆ ชุดนั้นเป็นชุดจีนโบราณไม่ต้องสงสัย และตามแขนขาก็เต็มไปด้วยสะเก็ดแผล อายุของเขาน่าจะราว 13-14 ผมมองประเมินมนุษย์ที่เพิ่งพบครั้งแรกหลังจากมาที่นี่ด้วยความสนใจ โดยลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในร่างอะไรอยู่ เด็กผู้ชายตัวจิ๋วคนนั้นเลยกลัวตัวสั่นจนฉี่ราด....

                ฉะ...ฉี่ราด

                “ขะ...ขอโทษ!” ผมรีบเบนหน้าหลบไปอีกทางด้วยหัวใจเจ็บระบม ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกใครมองหน้าแล้วกลัวจนฉี่แตกแบบนี้มาก่อนเลย ไม่มองจนเคลิ้มก็มองแล้วยิ้มเขิน ประสบการณ์แบบนี้ช่างทำให้ตัวตนอดีตในของผมหลั่งน้ำตาร้องไห้   

                แต่การที่เจอเด็กผู้ชายคนนี้...ก็หมายความว่าแถวนี้มีบ้านมนุษย์อยู่อย่างนั้นสิ

                “เอ่อ...เจ้า?” ผมลองเรียกโดยใช้คำโบราณดู ผลปรากฏคือเด็กชายคนนั้นสะดุ้งตัวโยน รีบนั่งเก็บแขนเก็บขาก้มหัวขานรับ

                “ไว้....ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะขอรับ! ข้าน้อย...ข้าน้อยมีแม่ที่ป่วยอยู่คนเดียวต้องดูแล”

                “เอ่อ...จะ....ใจเย็นๆก่อน ข้า...ข้าไม่ได้จะทำอะไรหรอกนะ” ผมรีบปัดป่ายมือไปมา แต่ดูจะแรงไปหน่อยเลยเผลอปัดไปโดนโขดหินแถวนั้นจนแตกครืดถล่มในคราวเดียว...

                “ขออภัยขอรับ!!! ฮืออออ ฮือออ”

                บันเทิงจังเลยโว้ย

                “หยุดร้องไห้เถอะนะ ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้าสักหน่อย ไม่จับกินหรอกน่าหยุดร้องได้แล้ว ข้าแค่มีเรื่องอยากถามเจ้าเท่านั้น เจ้าตอบมาเฉยๆก็พอ”

                “ถะ....ถามสิ่งใดขอรับ”

                ผมถอยหลังไปอีกหลายก้าว แล้วแอบอยู่หลังโขดหินใหญ่ๆโขดหนึ่ง ทำไมชีวิตผมมันถึงได้อาภัพอะไรรวดเร็วแบบนี้กันล่ะเนี่ย แค่คนมองหน้าเฉยๆก็กลัวจนฉี่แตกพูดไม่รู้เรื่องแล้วแบบเนี้ย...

                “แถวนี้มีหมู่บ้านเหรอ”

                “มะ....ไม่มีขอรับ แถวนี้มีแค่บ้านข้าผู้เดียว” พอเจ้าเด็กคนนั้นไม่เห็นผม เขาก็เริ่มสะอื้นช้าลงและพูดรู้เรื่องมากขึ้น “จะไม่จับข้ากิน...จริงๆนะขอรับ”

                “ให้กินเด็กอย่างเจ้าล่ะก็ข้ากินผู้ชายโตๆ กล้ามเยอะๆยังดีซะกว่า”

                “ฮึก...ดีจังเลยที่ข้ายังเด็กอยู่”

                 “ต่อให้เจ้าโตขึ้นข้าก็ไม่กินเจ้าหรอก เจ้าเด็กฉี่ราด” ผมหัวเราะเบาๆกับความใสซื่อของเขา “มีบ้านเจ้าอยู่หลังเดียวเหรอ ทำไมมาตั้งรกรากซะไกลเลยล่ะ”

                มาถึงตรงนี้เจ้าเด็กน้อยก็เงียบไปพักหนึ่ง ผมจึงชะโงกหน้าผ่านโขดหินไปดูเพราะนึกว่าเขาอาจจะแอบวิ่งหนีไปแล้ว แต่เปล่าเลย เขายังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น และพอถูกดวงตาอสูรสบเข้าก็สะดุ้งไปอีกหนึ่งที เอ่ยตอบกลับมาเสียงสั่นๆ

                “ฮูหยินใหญ่เป็นคนไล่ข้ากับแม่ออกมาขอรับ”  

                ดราม่าครอบครัวเรอะ... “แล้วที่บอกว่าอยู่กับแม่แค่สองคนนั่นล่ะ เจ้าไม่มีพี่น้องหรือ แล้วพ่อเจ้าล่ะไม่มาเยี่ยมเลยรึ”

                เจ้าเด็กขี้แยสูดน้ำมูกฟืดฟาด น้ำตาเริ่มกลับมาไหลนองแก้มอีกครั้ง ท่าทางทั้งน่ารักทั้งน่าเวทนาสงสารเกินจะเอ่ย จนผมเกือบลืมตัวลุกขึ้นไปลูบหลังปลอมโยน แต่ก็ชะงักไว้ได้ทันเมื่อสำนึกขึ้นว่าตัวเองจะไปทำให้น้องหัวใจวายตายได้

                “ท่านพ่อเลิกมาหาข้ากับแม่ได้หลายปีแล้วขอรับ”

                “....เอ่อ ข้าถามต่อได้ใช่ไหม”

                “...ได้ขอรับ เพราะพอหลังจากฮูหยินใหญ่ไล่แม่ของข้าออกจากบ้านไปได้ พี่ชายคนโตของข้าก็สอบเข้าราชการได้ ท่านพ่อเลยพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย การกินอยู่ของบ้านใหญ่ก็ดีขึ้น มีเงินมากพอขยายกิจการต่างๆจนเติบโต ไม่ช้าท่านพ่อก็กลายเป็นท่านพ่อที่ข้าไม่รู้จัก เขาลืมไปแล้วว่าเคยลำบากมากับท่านแม่ข้าอย่างไร”

                “ลำบากกับแม่เจ้า?...”

                “แม่ข้ากลายเป็นอนุเพราะชาติกำเนิดต่ำขอรับ”

                “เจ็บแฮะ...เจ้าก็เลยต้องมาอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้งั้นรึ ทั้งๆที่เจ้าออกจะหน้าสวยแท้ๆ น่าเสียดาย”

                “นะ...หน้าสวย”

                “ใช่ รอเจ้าโตกว่านี้ล่ะก็ข้ารับรอง สะพรั่งกว่าผู้หญิงบางคนอีกแน่ๆ....อ๊ะ แต่ก็น้อยกว่าข้าล่ะนะ ฮึฮึ” ผมยืดอกหัวเราะชอบใจ ลองหยอกมุขแหย่ไปเผื่อเขาจะยิ้มออกมาบ้าง แล้วก็เป็นดังคาด มุมปากของเขายกขึ้นมาเล็กน้อยตามด้วยเสียงหัวเราะใสๆคล้ายกระดิ่งแก้ว

                “ฮะๆ ท่านอสูรมีอารมณ์ขันจริงขอรับ”

                “เป็นความจริงนะจะบอกให้! ลองเจ้าได้เห็นร่างข้าตอนที่ไม่ขนดกแบบนี้สิ รับรองว่าเจ้าจะอึ้ง เรดาห์พังแยกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย”

                “เรด๋าคือสิ่งใดขอรับ”

                “อา....คล้ายๆสัญชาตญาณน่ะ”

                เขาผงกศีรษะเล็กๆไปมา ทำหน้าตั้งอกตั้งใจฟัง

                นะ...น่ารักชะมัด ใสซื่อหน้าสวยแบบนี้ถ้าเกย์รุกหล่อหรือเจ้าพี่หยางหมิงเห็นล่ะก็คงสลัดผมทิ้งไปหาเขาอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ๆ....มีแววดีเกินคาดแฮะเจ้าน้องชายคนนี้

                “แล้วแม่เจ้าป่วยเป็นอะไรเหรอ”

                “เรื่องนั้นข้าก็ไม่ทราบขอรับ..แต่ก็ป่วยเรื้อรังมาได้หลายปีแล้ว แต่ช่วงนี้อาการทรุดลงเรื่อยๆขอรับ ไม่เกินเดือนสามข้าคงต้องสวมชุดไว้ทุกข์”

                “...เจ้าทำให้ข้านึกถึงเรื่องของตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยนะ”

                “ท่านอสูรน่ะรึขอรับ”

                “ก็ทำนองนั้นแหละ...แม่ข้าเองก็...เสียไปตั้งแต่ข้ายังเล็กเหมือนกัน”

                “แล้วท่านพ่อของทานอสูรล่ะขอรับ”

                “ก็สำมะเลเทเมาไปทั่วนั่นแหละ ตอนนี้น่าจะส่งเมียน้อยเรียนจบโทไปละมั้ง ข้าหายตัวไปแบบนี้จะรู้ตัวรึยังเหอะ”

                “เอ๋?”

                “ช่างเรื่องข้าเถอะ มาสนแม่เจ้ากันดีกว่า ป่วยแบบนี้ปล่อยไว้บ้านคนเดียวนานๆไม่ได้ใช่ไหมล่ะ” ผมหยัดตัวลุกขึ้นยืน เจ้าเด็กน้อยตัวสะดุ้งอีกครั้งแต่ไม่แรงเท่าครั้งก่อนๆ เขามองตามร่างใหญ่ขนปุยตาแป๋ว

                ผมเดินไปที่แม่น้ำ ทันใดนั้นดวงตาก็เหลือบไปเห็นเจ้าปลาลายประหลาดเจ้าปัญหาที่ทำให้อสูรตัวนี้จมน้ำตายมาตอดกินสาหร่ายอยู่ใกล้ๆ พริบตาเดียวผมก็ใช้อุ้มมือที่ประดับไปด้วยเล็บแหลมคมตวัดมันขึ้นมาได้ในคราวเดียว...แหม บทจะง่ายก็ง่ายเชียวนะ ถ้าอสูรตัวนี้เป็นวิญญาณแล้วเห็นอยู่คงร้องไห้แน่ๆ

                ลายบนเกล็ดคดเคี้ยวสวยงามเป็นวงกลีบเหมือนดอกโบตั๋น รูปร่างภายนอกคล้ายปลาคาร์ฟตัวใหญ่ ผมโยนปลาตัวนั้นไปตรงหน้าเด็กหนุ่ม เขาก้มมองปลาที่ดิ้นแด่วๆอยู่หน้าตักตัวเองงงๆ

                “ข้าให้ ออกมาหาอาหารใช่ไหมล่ะ เอาปลานี่ไปฝากแม่เจ้าเสียสิ”

                “ลายบนหลังมันสวยวิจิตรอย่างกับปลาของเทพเช่นนี้ คนต่ำต้อยเช่นข้าไม่กล้ากินหรอกขอรับ”

                “เจ้าไม่กินก็ทำให้แม่เจ้ากินคนเดียวเสียสิ หรือเจ้าจะบอกว่าแม่ตัวเองก็ต่ำต้อยด้วย? เจ้ากล้าดูถูกบุพการีรึ”

                “ไม่ขอรับ!” เจ้าเด็กน้อยหน้าใสร้อนรนตอบเสียงเครือ “แม่ของข้าไม่ต่ำต้อยขอรับ!

                “ถูกต้อง แล้วตัวเจ้าเองก็ไม่ต่ำต้อยเช่นกัน”

                “เอ๋...แต่ว่า...ข้า...”

                “มั่นใจในตัวเองหน่อยซี่ ใจสวยแล้วก็ยังหน้าสวยแบบนี้ทั้งที เซ้นส์ข้ามันบอกว่าปลาตัวนั้นอร่อย เอาไปฝากแม่ซะนะ”

                “เซ้นส์?....อ๊ะ”

                พอเงยใบหน้าเล็กขึ้นมา เด็กชายก็พบเพียงความว่างเปล่าเสียแล้ว....

                ผมจามออกมาอีกหลายรอบ ระหว่างที่ผละตัวเดินออกมา ว่าไปก็ลืมถามชื่อนายเด็กหน้าสวยคนนั้นไปเลยแฮะ...เอาเถอะ ท่าทางขี้กลัวผมแบบนั้นบางทีอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้ ระหว่างนี้ผมก็มาระดมสมองคิดดีกว่าว่าจะใช้ชีวิตในฐานะอสูรขนฟูเหมือนหมาปอมต่อไปยังไงดี สภาพแบบนี้คงปะปนกับชาวบ้านชาวช่องไม่ได้อยู่แล้ว

                “เฮ้อ....บันเทิง”

                ...................

                .....

 

                “จิ้นฝู ทำไมวันนี้กับข้าวดูเยอะกว่าทุกวันล่ะลูก...แค่ก”

                “อ๊ะ ท่านแม่ ค่อยๆพูดก็ได้ขอรับ”

                จิ้นฝูรีบปรี่เข้าไปลูบหลังมารดาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเสื่อไอจนตัวโยน บ้านของเขาเป็นเพียงกระท่อมฟางหลังเล็กๆ เมื่อมารดาไอทีทั้งบ้านก็สั่นโยกปานจะถล่มลงมา

                “อา...ขะ...ขอบใจนะจ๊ะ”

                “ยินดีขอรับ ท่านแม่ดื่มชาสมุนไพรนี่เถอะ ข้าไปเก็บได้แถวคูน้ำ ข้าเคยอ่านในตำรายาเมื่อยังเด็กในบ้านใหญ่ จำได้ว่ามันบรรเทาอาการเจ็บคอได้”

                “ตอนยังอยู่บ้านใหญ่นั่นเจ้ายังเล็กมาก ไม่น่าเชื่อว่ายังจำได้ ช่างเป็นพรสวรรค์ที่วิเศษจริงๆ...ขอโทษนะจิ้นฝู ถ้าเจ้าไม่ต้องมาเกิดกับแม่อย่างข้า เจ้าคงได้ร่ำเรียนเป็นหมอยาไปแล้ว”

                “กรุณาอย่าพูดเช่นนั้นเลยขอรับ...” ทันใดนั้นคำพูดประโยคหนึ่งของอสูรก็ลอยเข้าหัวมา เด็กชายจิ้นฝูแสนกตัญญูจึงเอ่ยปากพูดต่อ “ทั้งท่านแม่และข้าไม่มีใครต่ำต้อยทั้งนั้นขอรับ...กะ...ก็พวกเราหน้าสวยนี่นา!

                มารดาเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ เนื่องด้วยไม่เคยได้ยินถ้อยคำแบบนี้ออกจากปากของบุตรชายมาก่อน ทันใดนั้นรอยยิ้มขบขันก็คลี่อยู่บนใบหน้าหวาน แม้จะโทรมเพราะพิษไข้แต่ก็ยังสะพรั่งสะกดตา นางหัวเราะจนไอ แต่รอยยิ้มก็ยังไม่หายไปจากใบหน้า

                “ฮะๆๆ...เดี๋ยวนี้เด็กเคร่งเครียดอย่างเจ้าก็หักเล่นมุขตลกบ้างแล้วหรือ”

                “เอ่อ...เอ่อ....คือข้า...” จิ้นฝูหน้าแดงหูแดง รู้สึกอับอายกับสิ่งที่เอ่ยอยู่ไม่น้อย

                “นั่นสินะ สมัยแม่ยังสาว แม่เองก็นับเป็นหญิงงามเช่นกัน คิดๆไปแล้วก็รู้สึกสนุกไม่น้อยเลยล่ะ เป็นวัยสาวที่มีความสุขน่าดูเลย” ประกายแววตาสดใสของมารดาพลันส่องแสงวาวเมื่อนึกถึงอดีตแสนสนุก จิ้นฝูมองมารดาที่สดใสร่าเริงขึ้นด้วยหัวใจเต้นถี่อย่างปลื้มปีติ “มา เรามาทานข้าวกันเถิด วันนี้เนื้อปลาขาวหอมน่าทานเช่นนี้ เห็นทีแม่ต้องทานให้ได้สองถ้วยขึ้นไปเสียแล้ว”

                จิ้นฝูเก็บความดีใจนั้นไว้แล้วรีบมานั่งเคียงข้างมารดา และทันทีที่เนื้อปลาเข้าปากของนาง ทั้งตะเกีบบทั้งถ้วยก็ร่วงจากมือเคล้ง!!!

                “ท่านแม่!” จิ้นฝูรีบหันไปจะประคองมารดา ด้วยคิดว่าอาจจะเป็นเนื้อปลาพิษ แต่ที่ไหนได้ภาพที่เห็นกลับแตกต่างออกไป ท่านแม่ของเขาไม่เพียงแค่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดฝาด ร่างกายซูบเซียวก็เต็มตื้นไปด้วยเนื้อหนังอย่างคนสุขภาพดี!?

                “หะ....หายแล้ว”

                “ขอรับ....”

                “แม่....หะ....หายป่วยแล้ว ความเจ็บทุกอย่าง...หะ...หายไปหมดเลย”

                “เอ๋...”

                วะ...ว่าอย่างไรนะ!!

                เหมือนอาการป่วยร่วมสิบปีของท่านแม่เป็นเพียงฝันเท่านั้น ในคืนนั้นหลังจากมื้ออาหารท่านแม่ก็เดินปร๋อวิ่งปรื๋อ ล้างถ้วยล้างชามเก็บกวาดบ้านอย่างคล่องแคล่ว ราวกับไม่เคยป่วยมาก่อน จิ้นฝูได้แต่มองตามอย่างอึ้งๆเหมือนคนไม่มีอะไรจะพูด ในคืนนั้นที่ท่านแม่นอนหลับเต็มอิ่ม นอนสบายไม่สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะโรคร้าย กลับกลายเป็นจิ้นฝูเองที่นอนไม่หลับ เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้า เพ่งมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นเต็มดวง ทันใดนั้นใบหน้าดุดันและดวงตาขวางๆ ชวนหวาดหวั่นของอสูรตนนั้นก็พลันแล่นแวบเข้ามาซ้อนทับกับดวงจันทร์....จิ้นฝูเริ่มรู้สึกใบหน้าร้อนผะผ่าว เขายกฝ่ามือเรียวขาวขึ้นมาสัมผัสที่ใบหน้าตน

                “นะ...หน้าสวยอย่างนั้นเหรอ”

                อ๋า...ท่านอสูรขอรับ...

 

                .....

                และอี้เฟยในเวลานั้น....

                “ปั๊ดโถ่ว้อยยยยย ข้าเป็นอสูรนะ....ไอ้ยุงงี่เง่า!

                ก็กำลังนอนต่อสู้กับยุงอย่างเอาเป็นเอาตาย....ต่อให้เป็นอสูรดุร้ายร่างยักษ์อย่างไร ยุงมันก็กัดอยู่ดีนั่นแหละ! นี่ขนาดขนหนาแล้วเชียวนะ!!




---------------------------------

อี้เฟยเป็นนายเอก....เอ๊ะ พระเอก มารอลุ้นกันเถอะ ไม่เอาน่า เป็นอะไรก็เป็นไปเถอะเนอะ555555555555


เจอกันตอนหน้าครับผม

บะบุย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 654 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2121 ployYYploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 03:05
    เอ็นดูน้องอสูร โถ่.... น่าน่ารักน่าชังโง้ยยย
    #2,121
    0
  2. #2098 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 13:48
    ชอบบบบบบบ สนุกมากกกกกกก
    #2,098
    0
  3. #2076 artificial_love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 14:33
    ปลาวิเศษใช่มั้ยนั่น แง 55555555
    #2,076
    0
  4. #2064 โย้ช! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:12
    ปกตินักอ่านจะชอบให้คนบรรยายเปนนายเอกสินะ งั้นขอสวนกระแส รับก็เคยเป็นในโลกที่แล้ว โลกนี้ก็เป็นรุกเลยสิ!!
    #2,064
    0
  5. #2063 โย้ช! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:11
    อี้เฟยเปนพระเอกทีเถอะ!!!
    #2,063
    0
  6. #2038 IngMin141 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 23:12
    5555555อี้เฟยทำไมไม่ก่อกองไฟเล่า!!!
    #2,038
    0
  7. #2008 ซาสุโกะคุง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 09:37
    เป็นอะไรก็ได้กูไม่ได้ขอตังใคร~ //แอ๊ค! โดนไรท์โบก

    อรรถรส~5555
    #2,008
    0
  8. #1985 ŁØVƏ MØST (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 03:59
    เอ็นดูคุมอสูรกับความเห็นแก่กินค่ะ ฮอลลลลลลล //-\\
    #1,985
    0
  9. #1942 FernNAlls (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 07:20
    สงสารโอ้ย55555555
    #1,942
    0
  10. #1831 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 01:04
    เอ๊ะ นายเอกเราย้ายโลกแล้วย้ายฝั่งด้วยหรอ555 น่ารักดี
    #1,831
    0
  11. #1776 S e L u O n l y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 23:48
    โหววว ทำความดีความชอบบบบ
    #1,776
    0
  12. #1768 Overwhelm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 06:46
    อ้าว จะเป็นพระเอกหรอ55555
    #1,768
    0
  13. #1743 Par_dao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:52

    สสงสารอสูรกันเลยทีเดียว ระวังยุงกัดนะจ๊ะ

    #1,743
    1
    • #1743-1 ฮ่อยจ๊อ(จากตอนที่ 2)
      5 สิงหาคม 2561 / 12:36
      ขำที่แม่ไอทีบ้านจะพัง55555
      #1743-1
  14. #1586 bb.smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:45
    555555 โอ้ยยยย ฉากกำลังซึ้งๆ แม่ลูก เด็กน้อยระลึกถึงผูีมีพระคุณ แหมะ ตัดมาตลกซะงั้น
    #1,586
    0
  15. #1486 nidta2003 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 18:03
    ยุงเจ๋งจังงงง ชอบๆ ท่านอสูรถึงเทพยังไงก้อหนีไม่พ้นยุงสินะ
    #1,486
    0
  16. #1481 bigbowka (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 09:30
    ตลกกกก ท่านอสูรได้รับบุญไปแบบไม่คาดคิด
    #1,481
    0
  17. #1429 ni_ky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 01:07
    มีความบันเทิงเวอร์555544 สงสารน้องง แต่ร้องน่ารักก อยากกอดขนปุกปุ้ยอ่าาา
    #1,429
    0
  18. #1390 Ash-Grey (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:10
    บันเทิง! 555555
    #1,390
    0
  19. #1341 Tip Anan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 02:55
    เรื่องนี้ ยุงร้ายที่สุด 5555
    #1,341
    0
  20. #1295 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:34
    ยุงเทพที่สุดในเรื่องแล้ว-_-+++
    #1,295
    0
  21. #1256 SUNOBA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:23
    ต่อสู้กับยุงต่อไป
    อี้เฟยนายเอกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ท่องไว้ๆ
    #1,256
    0
  22. #1250 zeta- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 07:58
    สรุปอีพี่หมิงเป็นปลาจะขำให้
    #1,250
    0
  23. #1234 bloodc2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:15
    อี้เฟ๊ยยย ขำ 55555
    #1,234
    0
  24. #1146 พิราบโลหิต (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:10
    โอ้ยย ขำ น่าเอ็นดูวววจังเลยปอมน้อยยย 555555
    #1,146
    0
  25. #1106 Takgy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 16:06
    อี้เฟยเป็ยพระเอก. อี้เฟยเป็นตัวประก---//โดนตบด้วยแรง5000นิวตัน
    #1,106
    0