DARK MEDIUM--เธอและฉัน ในวันที่โลกนี้เป็นสีดำ (เคะอัลฟ่า,OMEGAVERSE)

ตอนที่ 2 : DREAM

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    24 ก.ค. 61

DREAM

 

ใครๆ ก็รู้ดีว่านายน้อยของแก๊งเลนเจอร์เป็น โอเมก้า’ 

สังคมมืดมันสกปรกโสมม ยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ อันตรายก็เยอะตามเท่านั้น ผู้สืบทอดสายตรงของแก๊งเลนเจอร์เป็นแค่เด็กผู้ชายตัวสูงไม่ถึงเอวที่ยังเอาแต่เที่ยวเล่นและวิ่งไล่ตามรถขายขนมหวาน ช่างเป็นภาพน่าอดสูจริงๆ

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมลุกซ์ เลนเจอร์ จึงไม่ผลิตทายาทคนใหม่ที่เข้าท่ากว่านี้ ตัวเขาเองเป็นอัลฟ่า อย่างน้อยหากจะหาทายาทสืบทอดที่เป็นเบต้าก็ยังดี

ลุกซ์ เลนเจอร์คือหัวหน้าแก๊งมาเฟียเลนเจอร์ เขารับตำแหน่งสืบทอดเป็นรุ่นที่แปดแล้ว อายุย่างเข้าปีที่ 41 ส่วนสูงร่วม 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่กำยำ เส้นผมสีทองและดวงตาสีแดงฉานราวจะหลั่งเลือด เครื่องหน้าคมคายไร้อารมณ์ ผสานกับมุมปากที่ตกบึ้งอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาดูเป็นคนหงุดหงิดตลอดเวลา หลังจากที่แต่งเบต้าหญิงคนหนึ่งเข้ามาเพื่อให้กำนิดทายาท นั่นก็คือนายน้อยตระกูลเลนเจอร์ เฟลิกซ์ เลนเจอร์ เมื่อหล่อนคลอดลูกให้กับเขาลุล่วงแล้ว ลุกซ์ก็สังหารหล่อนทิ้งในเวลาต่อมาทันที

หนุ่มใหญ่ผมทองวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมทับขณะสูบซิทก้าอัดปอด สายผูกด้านหลังก็ถูกมือเรียวข้างหนึ่งคว้าหมับเอาไว้ เมื่อตวัดนัยน์ตาแดงฉานกลับไปมอง ก็พบว่าคนที่กล้าคว้าสายผูกชุดคลุมด้านหลังเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากโสเพณีชายเด็กคนนั้น

ใต้นวมผ้าฝ้ายหนานุ่มไม่มีอะไรใส่ปกปิดอยู่เลย เรือนร่างผอมบางราวกับกลีบดอกผกามาศสีขาวของเด็กหนุ่มที่ยังโตไม่เต็มวัยดึงดูดสายตาของลุกซ์นัก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กคนนี้จะเป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกับเขา...ดวงตาสีแดงฉาดกวาดมองอัลเฟรดรอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่หลังคอเด็กหนุ่ม

น่าเสียดายนัก...ถ้าอัลเฟรดเป็นโอเมก้า รอยกัดมากมายที่เขาฝากทิ้งไว้คงทำให้เด็กหนุ่มผู้งดงามคนนี้เป็นของเขาแล้ว

“อยากต่ออีกรอบรึ” ลุกซ์ถามเสียงทุ้ม ยื่นมือหยาบกร้านลูบเข้าที่ข้างแก้มใส

อัลเฟรดเหลือบนัยน์ตาสีดำขลับขึ้นมองด้านบนคล้ายกำลังใช้ความคิดก่อนตอบ “ไม่ล่ะลุง เจ็บตูด”

“...”

“ให้ตายเหอะลุง ถ้าลุงไม่เอาใบตรวจโรคมาปาใส่หน้าฉัน ฉันคงไม่ยอมให้ลุงปล่อยในเยอะขนาดนี้หรอกนะ รู้มั้ยเนี่ยว่ามันเหนียวอ่ะ...” อัลเฟรดทำหน้าเหยเก เอื้อมมือไปจับช่องทางด้านหลังของตนที่มีคราบโปรตีนสีขาวขุ่นไหลยืดออกมา “เห็นว่าไม่ใช่โอเมก้าเลยทำเอาๆ เชียวนะ ถ้าฉันช้ำในตายขึ้นมาลุงก็ไม่มีของเล่นแล้วนะจะบอกให้!

“เธอ...” ลุกซ์สะอึกไม่น้อยกับคำว่า ของเล่น ที่หลุดออกมาจากปากอัลเฟรด

อัลเฟรดเลิกคิ้ว คล้ายว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ก่อนจะกระโดดดึ๋งลงจากเตียงกว้างสี่เสา ไปคุ้ยหาชุดกระโปรงที่ลุกซ์บังคับให้ใส่ระหว่างอยู่ที่คฤหาสน์เลนเจอร์อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน และไม่ได้สนใจเลยว่าประกายแววตาสีแดงของลุกซ์กำลังสะท้อนอารมณ์บางอย่างอยู่ข้างใน

“เมื่อวานเห็นว่าเธอเจอกับลูกชายฉันเหรอ” ลุกซ์เอ่ยถาม

“ใช่” อัลเฟรดตอบขนาดก้มลงใส่กางเกงใน แต่สุดท้ายเพราะแหยะด้านหลังเลยจัดการถอดมันทิ้งแล้วเตะปิ้วไปอีกทาง “ทำไมล่ะ ห้ามเจอรึไง ฉันไม่กัดหลังคอลูกลุงหรอกน่า”

“เธอรู้เหรอว่าเฟลิกซ์เป็นโอเมก้า”

“ใครๆ ก็รู้กันนี่นา ในย่านฉัน พวกมาเฟียที่มาซื้อบริการนินทาเรื่องนี้กันเยอะจะตาย” อัลเฟรดตอบน้ำเสียงสบายๆ

ลุกซ์ยืนมองอัลเฟรดสาละวนแต่งตัวเงียบๆ จนกระทั่งอัลเฟรดในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนปักลูกไม้น่ารัก (แต่ไม่ใส่กางเกงใน) ปรากฏแก่สายตาเขา ภาพคล้ายเด็กสาวงดงามคนหนึ่งสะท้อนเข้าสู่สายตาสาดเข้าไปถึงในหัวใจ ราวจะพาลุกซ์ย้อนกลับไปในวันวาน...ครั้งที่เขามีรักครั้งแรก

อีกฝ่ายเป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกับอัลเฟรด ทั้งอายุและหน้าตาคลับคล้ายกับโสเพณีน้อยคนนี้ยิ่งนัก ลุกซ์กลืนน้ำลายเฝื่อน ยกมือขึ้นไปด้านหน้า อัลเฟรดเห็นแล้วก็เดินมาหา

เส้นผมนุ่มลื่นสีดายาวของอัลเฟรดถูกลูบอย่างแผ่วเบา

“ฉันต้องไปสะสางธุรกิจ อาจกลับมาดึกๆ คืนนี้ ให้เธอมารอฉันอยู่ในห้องนี้นะเข้าใจมั้ย”

“เข้าใจ” อัลเฟรดตอบรับด้วยใบหน้าราวกับตุ๊กตา ไร้ชีวิต ไร้ความรู้สึก และไร้วิญญาณ... “แล้วระหว่างรอลุง ฉันต้องอยู่แต่ในนี้รึเปล่า ฉันออกไปเดินเที่ยวในนี้ได้มั้ย”

“ได้” ลุกซ์กล่าวพลางใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงกลีบริมฝีปากสีชมพูสดคู่นั้น ก่อนจะก้มลงจูบ

การจูบนั่นยาวนานคล้ายไม่มีวันสิ้นสุด ภายนอกนั้นช่างอ่อนหวาน หากแต่ว่าภายในรสจูบพวกนั้นว่างเปล่าเหลือเกิน ลุกซ์ผละออกมามองหน้าอัลเฟรดครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะยอมตัดใจเดินออกจากห้องไป

อัลเฟรดมองตามจนร่างสูงใหญ่ออกจากห้อง ก็ยกหลังมือขึ้นมาเช็ดริมฝีปาก

...ออกไปหาคุณหนูดีกว่า

…..

 

นายน้อยเลนเจอร์ไม่รู้ว่าอะไรพาให้เขาตื่นแต่ไก่โห่ มายืนกอดสมุดภาพยืนอยู่ตรงนี้จนพระอาทิตย์ลอยอยู่กลางศีรษะแล้ว

เฟลิกซ์ชะเง้อชะแง้สอดส่ายสายตาไปมา มองหาว่าเจ้าเด็กโสเพณีชายที่พ่อเขาซื้อมาจะมาอย่างที่นัดกันเมื่อวานหรือเปล่า เขามายืนรออยู่หลังคฤหาสน์ที่เดิมตรงที่เขาพบกับอัลเฟรดมาถกกระโปรงฉี่นั่นแหละ

ในขณะที่คิดว่าจะตัดใจ ตาเขาก็สบเข้ากับร่างโปร่งร่างหนึ่งที่กำลังเดินตรงมาทางนี้พอดี

“ไง คุณหนู!

“นะ...นายมาด้วย” เฟลิกซ์กลบความตื่นเต้นไม่มิดเอ่ยน้ำเสียงเหมือนดีใจ

“อ้าว ก็สัญญาว่าจะมาคุยกันอีกนี่นา เห็นแบบนี้แต่ฉันก็รักษาสัญญานะ” อัลเฟรดหัวเราะร่า ทรุดร่างลงนั่งกับตอไม้ที่ถูกตัดทิ้งไปใกล้ๆ

เฟลิกซ์หมุนซ้ายหมุนขวาก่อนจะเดินเตาะแตะมานั่งอยู่ข้างๆ อัลเฟรด ในมือกอดสมุดภาพสุดรักสุดหวงไว้แนบอก อัลเฟรดเหลือบมองนิดหน่อยก่อนเอ่ยทัก “นั่นอะไรเหรอ”

“เอ๊ะ อะ...อันนี้เป็นสมบัติของเราเองล่ะ คิดว่า...จะเอามาแบ่งให้ดูน่ะ”

“หืม...” อัลเฟรดลากเสียงยาว ยื่นหน้าไปมองใกล้ๆ ทันใดนั้นลมกระโชกแรงก็พัดหวือเข้ามา พาเอากระโปรงของอัลเฟรดเปิดพรึบ! ข้างใต้ที่ไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยประจักษ์กแก่สายตานายน้อยเลนเจอร์ผู้ใสซื่อจนต้องหน้าแดงซ่านหลบตาโวยวายอีกครั้ง

“ทำไมนายชอบโชว์น้องอยู่เรื่อยเลย!

อัลเฟรดโดนกระโปรงตีเข้าหน้าก็ใช้มือหุบมันลง “นายจะเรียกน้องทำไมเล่า มันคือจุ๊ดจู๋ต่างหาก”

“จะเรียกว่าไงก็ช่าง ไปหาอะไรมาใส่เดี๋ยวนี้เลย เป็นพวกชอบโชว์หรือไง”

“ไม่เอาอ่ะ มันเหนอะหนะนี่นา” คนโดนตราหน้าว่าเป็นพวกชอบโชว์ไม่สนใจคำครหา ซ้ำยังนั่งถ่างขากว้างกว่าเดิม ยกชายกระโปรงขึ้นเปิดๆ ปิดๆ ระบายความอับอีกด้วย

เฟลิกซ์ได้แต่เบนตาหนีท่าทางไร้ยาวอายนั่น ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้ไม่สงวนท่าทีเลย...

เอ๊ะ...แต่จะไปสงวนทำไมล่ะ ก็ในเมื่อเขาเป็น...โสเพณี

“นี่...นายเป็นโสเพณีจริงๆ เหรอ” เฟลิกซ์หันไปถามอีกฝ่าย ดวงตากลมมองอย่างอยากรู้

ไม่ใช่ว่าเพิ่งเคยมีคนถามอะไรแบบนี้กับอัลเฟรดเป็นครั้งแรกหรอก เขาเองก็ตอบจนเบื่อแล้วเช่นกัน “ใช่ ฉันเป็น นายต่างหาก เป็นนายน้อยแก๊งมาเฟียจริงเหรอ ทำไมใสซื่อจัง”

“ไม่ได้ใสซื่อสักหน่อย!

“แฮ่”

“อย่าถกขึ้นมานะ!

“จะอายอะไรเล่า ในอนาคต นายต้องเห็นเจ้าดุ้นนี่จนเมาเลยล่ะ รีบเห็นรีบชินไปนั่นแหละดีแล้ว” อัลเฟรดเท้าคางพลางหลับตายิ้ม ท่าทางสงบเหมือนไม่ได้พูดเรื่องโหดร้ายแม้แต่น้อย “นายเป็นโอเมก้า...ในอนาคต อาจจะต้องแต่งงานหรือทำเรื่องโหดร้ายกับตัวเอง ฉันเป็นคนใจดี จะตอบคำถามนายให้ก็ได้นะ ถ้านายอยากรู้ว่าตอนไอ้นั่นเข้ามามันรู้สึกยังไงหรือเทคนิกที่จะทำให้เสียวซี๊ดเงี้ย”

คิดแล้วก็แอบขำตัวเองไม่น้อย อัลเฟรดยังคงได้กลิ่นหอมหวานแปลกประหลาดลอยออกมาจากตัวเฟลิกซ์อยู่เรื่อยๆ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ฮีท เขายังไม่ถึงวัยฮีท แต่อัลเฟรดก็รู้ดีว่านี่คือกลิ่นคู่แห่งโชคชะตา มันรู้ได้เองโดยสัญชาตญาณ แต่พบกันแล้วจะมีความหมายอันใด ในเมื่อเขาไม่สามารถอยู่เคียงข้างกับคู่แห่งโชคชะตาของตนได้แม้แต่น้อย ซ้ำยังมาคุยเรื่องใต้สะดือแบบนี้กันอีก

นายน้อยเลยเจอร์หน้าแดงหูแดงอึกๆ อักๆ คิดว่าคงกำลังต่อสู้กับความอายของตนอยู่ ไม่อยากโดนหาว่าใสซื่อแต่ก็เขินที่จะคุยเรื่องแบบนี้กับโสเพณีชายเด็ก ท่าทางแบบนี้น่ารักจังนะ...

“งะ...งั้นมัน รู้สึก...ยังไง”

“เจ็บน่ะสิ” อัลเฟรดตอบไปตามตรง สีหน้าเฟลิกซ์จืดเจื่อนลงทันทีจนเขากลั้นขำแทบไม่ทัน “แต่นายเป็นโอเมก้า ตรงนั้นน่ะจะมีสารหล่อลื่นตามธรรมชาติออกมา ไม่เจ็บเท่าฉันหรอก ไม่ต้องกลัว”

เฟลิกซ์มองมุมปากที่ประดับโค้งสวยของอัลเฟรด รับรู้ถึงอะไรสักอย่างในประโยคของเด็กหนุ่มอัลฟ่า “แล้วนายรู้สึกยังไง ตอนนั้น...”

“ตอนนั้น?”

“นาย...ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ”

เลนดอนเองก็เคยหลุดปากถามอัลเฟรดเรื่องนี้ ก่อนที่ตาลุงคนดูแลนั่นจะหน้าซีดก้มหน้าหนีไป เพราะเพิ่งรู้ตัวว่านั่นเป้นคำถามที่โง่เง่ามากที่สุด อัลเฟรดถูกคนใน Dark Medium ขนานนามว่าตุ๊กตาไร้จิตใจ ต่อให้โดนลากไปทำมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวันพัง...ไม่มีทางรู้สึกอะไรมากกว่าปวดหลัง หิวข้าว ไปหาอะไรกินดีกว่า

แต่เมื่อคนถามคือเฟลิกซ์ ไม่รู้ทำไมอัลเฟรดถึงทำทีวางเฉยเหมือนปกติไม่ได้ เขาหุบยิ้มลงช้าๆ มองทอดไปยังมวลอากาศว่างเปล่า คล้ายกำลังถวิลหาความรู้สึกบางอย่างที่ลืมไปแล้วในกาลก่อน...

“รู้สึก...เหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ”

ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนึ่งถูกยื่นมาแตะ อัลเฟรดรู้สึกตัวกลับมาอีกครั้ง มองไปก็เห็นว่าเฟลิกซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังทำหน้าเป็นกังวล

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วล่ะ” อัลเฟรดฉีกยิ้มแย้ม แต่ท่าทางของเฟลิกซ์ก็ไม่ดูดีขึ้นเลย

“นายมาทำงานแบบนี้ได้ไง”

อัลเฟรดเงียบแล้วมองหน้าเฟลิกซ์พักหนึ่ง “ฉันตอบก็ได้ แต่นายก็ต้องตอบเรื่องนายเหมือนกัน โอเค้?”

“โอเค...”

“เรื่องของฉันไม่น่าสนใจหรอก ก็แค่หญิงขายบริการคนหนึ่งท้องกับลูกค้าแล้วมีลูก แล้วลูกดันเกิดมาเป็นอัลฟ่า ก็แค่นั้นเอง”

“แค่นั้น?”

“ใช่ นายคิดว่าฉันจะมีอดีตอะไรซับซ้อนกันเล่า ก็แค่เด็กที่เกิดมาจากหญิงขายบริการกับลูกค้าเท่านั้น ย่านค้าประเวณี เด็กที่เกิดมาจะมีอนาคตที่ดีอะไรมากมาย สุดท้ายก็ต้องทำงานพวกนี้อยู่ดี แล้วนายล่ะคุณหนู นายดูเหมือนเด็กที่ไม่เคยเห็นโลกมาก่อนเลยนะ”

“ใช่” เฟลิกซ์รับคำ “เรา...ไม่เคยเห็นโลกเลย”

“โรงเรียนล่ะ ไม่ได้ไปเหรอ”

“ไม่ได้ไป พ่อเราเขาเป็นห่วงที่เราเป็นโอเมก้า เลยให้อาจารย์มาสอนที่นี่ ส่วนถ้าเราอยากออกไปไหนก็จะต้องไปกับพวกคณะติดตาม ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด”

“เพื่อนล่ะ”

“ไม่มีหรอก...” เฟลิกซ์ส่ายหัว “ถึงมี...แต่ทุกคนก็เป็นอัลฟ่าที่พ่อคัดมา ให้มาเล่นกับเรา”

“อ๋อ...” อัลเฟรดลากเสียงยาว...หาคู่ให้ลูกชายตั้งแต่เด็กนี่เอง

ก็แน่ล่ะ ลุงนั่นดูจะรักเฟลิกซ์ไม่น้อย ไม่งั้นคงยอมปล่อยไข่ทำทายาทคนใหม่ที่ไม่ใช่โอเมก้ามาสืบทอดแก๊งต่อไปแล้ว

“เพราะงั้นตอนเห็นนาย...เราเลยตื่นเต้นแล้วก็ดีใจนิดหน่อย”

“ฉันเนี่ยนะ ทั้งที่ฉันมาขายตัวให้พ่อนายน่ะเหรอ?”

“กะ...ก็! ก็นายเป็นเด็กคนแรกเลยนี่ที่อายุเท่าๆ กันกับเรา แล้วก็มาโดยที่พ่อไม่ได้สั่งให้มาด้วย” พูดไป มือเล็กก็กอดกระชับสมุดภาพในมือแน่นขึ้น ที่แท้แล้วนายน้อยแห่งแก๊งเลนเจอร์ก็เป็นนกน้อยในกรงทองที่ไม่เคยเผชิญโลก เขารู้เรื่องที่พ่อเขาทำ เรื่องของแก๊งมาเฟีย แต่เขาไม่เคยจับปืน ไม่เคยจับมีด ไม่เคยจับยาและไม่เคยฆ่าคน...

อาจไม่เรียกว่าเป็นผ้าขาวได้เต็มปาก แต่กระนั้นก็ดูไร้มลทินอย่างแปลกประหลาด

“แล้วนายล่ะไม่มีเพื่อนเหรอ” เฟลิกซ์ยิงคำถามคืนบ้าง

“เพื่อนอะไรล่ะ เพื่อนร่วมเตียงล่ะก็เพียบเลย”

“ไม่ใช่แบบนั้น!” เฟลิกซ์ประท้อวงหน้าแดง

อัลเฟรดหัวเราะร่วน ก่อนจะโบกมือไปมาเหมือนกำลังปัดแมลง “ไม่มีหรอก เหมือนนายนั่นแหละ! พวกเด็กในซ่องนั่นน่ะร้ายกาจเกินเด็ก เป็นงูพิษสูบเลือดดีๆ เลย ใครจะไปอยากผูกมิตรด้วยล่ะ”

“แล้วนายไม่เหงาเหรอ”

“นายเหงาไหมล่ะ คุณหนู”

“เหงาสิ...”

“ฉันก็เหมือนกัน”

ทั้งที่อัลเฟรดยังยิ้มอยู่ แต่กลับดูอ้างว้างเศร้าสร้อย เฟลิกซ์สะเทือนใจกับชะตากรรมของพวกเขา ตัดสินใจเปิดสมุดภาพที่ถือติดมือมาด้วยออกมา

ในนั้นไม่มีอะไรนอกจากรูปวาดเล่นของเด็กชายตัวน้อย เป็นจินตนาการเหนือความฝันของนายน้อยแห่งแก๊งมาเฟียผู้ใสซื่อ

“เรามีความฝันว่าอยากจะออกไปจากที่นี่ ด้วยบอลลูนยักษ์”

“บอลลูนเนี่ยนะ” อัลเฟรดยนคิ้ว ชะเง้อหน้ามองเข้ามาในสมุดภาพของเฟลิกซ์

“อยู่ในบอลลูนยักษ์ แล้วก็ลอยขึ้นท้องฟ้ากว้างๆ ออกไปตามหาผืนแผ่นดินใหม่ๆ ไปผจญภัยในดินแดนลึกลับ”

“นายอยากเป็นผู้กล้าเหรอ” อัลเฟรดยกมุมปากยิ้มๆ

“เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่มาเฟีย” เฟลิกซ์ตอบสายตามุ่งมั่น เปิดพลิกหน้าต่อไปที่ถูกระบายด้วยสีฟ้าทั่วทั้งแผ่น “แล้วก็ไปที่ทะเล ใช้เรือดำน้ำดำลงไปลึกๆ ลึกแบบว่าลึกสุดๆ ที่ใต้ทะเลเรารู้มาว่าข้างล่างมีปลาที่ยังไม่รู้จักอีกเพียบ บางทีอาจจะเจอปลาหมึกยักษ์คราเคนก็ได้”

อัลเฟนดเท้าคางมองรูปวาดปลาหมึกตัวใหญ่ๆ ก่อนจะชี้นิ้วถาม “ด้านหลังปลาหมึกนี่ใช่สมบัติหรือเปล่า”

“อื้อ!

“ท้องฟ้าแล้ว ใต้น้ำแล้ว งั้นต่อไปนายก็คงขุดใต้ดินหาฟอสซิลสินะ”

“รู้ได้ยังไงน่ะ!” เฟลิกซ์ตื่นเต้น รีบเปิดไปหน้าถัดไป ในหน้านั้นคือรูปวาดที่เขาระบายสีน้ำตาลแล้วตั้งใจลอกรูปกระดูกของไดโนเสาร์ในห้องสมุดของคฤหาสน์มาอย่างดี

อัลเฟรดหัวเราะเสียงเบา “ถ้างั้นนายก็ต้องมีพลั่วยักษ์”

“พลั่วยักษ์เหรอ”

“ช่าย ไม่ก็หัวสว่านยักษ์! หรือบางทีนายอาจจะต้องประดิษฐ์หุ่นยนต์ตัวตุ่นมาช่วยนายขุดดินก็ได้”

“สุดยอดเลย...นายคิดได้ไงน่ะ!” เฟลิกซ์ตาเป็นประกาย ทำไมเขาไม่เคยคิดเรื่องหุ่นยนต์ตัวตุ่นมาก่อนเลย “นั่นฟังดูน่าสนุกมากเลย อ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน หน้าต่อไปเราจะกลับไปที่ทะเล”

“สมบัติสินะ โจรสลัดล่ะสิ”

“ทำไมนายรู้อีกแล้วล่ะ!

อัลเฟรดยักไหล่ทำหน้าเชิดเหมือนว่า ก็ฉันฉลาด

“บนเรืออาจจะมีคนถูกจับตัวไป เราก็จะเข้าไปช่วยพวกเขาจากพวกโจรสลัดแล้วก็จับพวกนั้นมัดเอาไปส่งทางการ เราอ่านการ์ตูนมา เห็นว่าพวกโจรสลัดมีค่าหัวด้วยนะ”

“ว้าว ถ้างั้นใช้ฉันเป็นนกต่อสิ ฉันว่าเสน่ห์ฉันน่าจะได้ผลนะ”

ทว่าสิ้นสุดเสียงของอัลเฟรด ทั้งสองคนก็หยุดพูดคุยแล้วเงยหน้ามองตากันอึ้งๆ...

ไม่เพียงเฟลิกซ์เท่านั้นที่อึ้ง อัลเฟรดถึงขั้นตกใจเลยทีเดียว...ที่ยัดตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่องของเฟลิกซ์

“อ้อ...ฉันล้อเล่นนะ...”

“ดีเลย! งั้นนายก็มาเดินทางกับเราด้วย” เฟลิกซ์ระบายยิ้มกว้าง งัดเอาสีเทียนออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มลงมือวาดอัลเฟรดเข้าไปในสมุดภาพ...

อัลเฟรดตกตะลึงเมื่อเห็นตัวละครบิดๆ เบี้ยวๆ ที่สมมติว่าเป็นตัวเองอยู่ในหน้ากระดาษพวกนั้น ความสนุกบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสก็ถาโถมเข้ามาในใจ

“นี่ อัลเฟรด นายเองก็วาดด้วยกันสิ มาต่อเรื่องจากนี้ด้วยกันนะ นายมีความคิดน่าสนุกหลายอย่างเลย เราจะจดกันไว้ แล้วในอนาคตเราอาจจะได้เอามันไปใช้!

“อนาคต...” อัลเฟรดทวนคำ “อนาคตที่นายจะได้ออกไปผจญภัยโดยที่ไม่ใช่มาเฟียน่ะเหรอ”

“ใช่แล้วล่ะ แล้วก็จะมีนายเข้ามาด้วย”

“เดี๋ยวก่อนสิคุณหนู ฉันอยู่ที่นี่แค่ 5 วันเท่านั้นนะ”

“...” เฟลิกซ์ชะงัก ก่อนจะคลี่ยิ้มใหม่ “ก็ไม่เป็นไรนี่นา ไว้เราโตเมื่อไหร่ เราจะไปรับนาย แล้วก็ออกไปเที่ยวด้วยกันเยอะๆ”

อัลเฟรดอดจะขำกับความใสซื่อของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงเหล่านั้นช่างอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ

สองเด็กหนุ่มหัวเราะเสียงใส ช่วยกันวาดขีดเขียนต่อเติมสมุนจนเต็มทุกหน้ากระดาษ มีร้อยกว่าเรื่องราวที่พร้อมจะจินตนาการแล้วปล่อยมันออกไป มีเป็นพันความฝันที่อยากทำให้มันเป็นจริง

แม้ว่าในอนาคตเรื่องราวเหล่านี้จะไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ตามที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #13 BuNbunbunbunbun (@BuNbunbunbunbun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 09:17

    หม่นจังเลย
    #13
    0
  2. #11 ขวัญ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 08:31

    รออ่านต่อคะ เนื้อเรื่องน่าสนใจ

    #11
    0
  3. #9 Hanabikung (@Hanabikun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:51
    จะร้องไห้ ฮือออออ
    #9
    0
  4. #8 เทียแมต (@ldiva) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 16:28
    กลับมาอ่าน ฮือออ ชอบพลอต
    #8
    0
  5. #7 Wave_Dath (@Wave_Dath) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 09:21

    ให้อารมณ์เทาๆหม่นๆ แต่ดูอบอุ่นละมุนแปลกๆ
    #7
    0
  6. วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 05:03
    โตขึ้นแล้วต้องมาม่ามากแน่เลยTT
    #6
    0
  7. #3 PapPy2 (@mikichigo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 09:13
    มันดูอบอุ่นปนเศร้าๆ;-;
    #3
    0